Health News : ปลูกถ่าย ‘หัวใจหมู’ สู่มนุษย์สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/667146

Health News : ปลูกถ่าย ‘หัวใจหมู’ สู่มนุษย์สำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศัลยแพทย์จากศูนย์การแพทย์ลังกอน เฮลธ์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ทำการปลูกถ่ายหัวใจหมูดัดแปลงพันธุกรรม 2 ดวง ให้กับคนไข้ที่สมองตาย การปลูกถ่ายนี้เรียกว่า “ซีโนทรานสแพลนต์” (xenotransplant) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน และ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา หัวใจหมูที่นำมาปลูกถ่ายผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม 10 จุด โดยกำจัดยีนหมู 4 จุด และถ่ายโอนยีนมนุษย์ 6 จุด เพื่อป้องกันการปฏิเสธและหยุดการเจริญเติบโตของอวัยวะที่ผิดปกติระหว่างหมูและร่างกายคน

หัวใจหมูทั้งสองดวงได้รับการปลูกถ่ายให้ผู้บริจาคที่เสียชีวิตเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งร่างกายยังคงทำงานอยู่ได้ด้วยการใช้เครื่องช่วยหายใจ ทีมแพทย์เผยว่าไม่พบสัญญาณการปฏิเสธหัวใจทั้งสองดวงในช่วงสังเกตอาการ 72 ชั่วโมง และหัวใจยังทำงานตามปกติร่วมกับการให้ยาหลังปลูกถ่ายแบบมาตรฐาน โดยไม่มีการใช้เครื่องมือช่วยเหลือเพิ่มเติม

ผู้อำนวยการทางการแพทย์แผนกการปลูกถ่ายหัวใจ และผู้อำนวยการโครงการภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นสูงของศูนย์การแพทย์ลังกอน เฮลธ์ ระบุว่า ความก้าวหน้าล่าสุดในการปลูกถ่ายอวัยวะจากสัตว์สู่มนุษย์นี้ ทำให้ขยับเข้าใกล้ความสำเร็จ ในการสร้างแหล่งอวัยวะใหม่สำหรับผู้ป่วยเผชิญโรคที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมากขึ้น

Health News : อนามัยโลกเตือนรับโควิดระลอกใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/665672

Health News : อนามัยโลกเตือนรับโควิดระลอกใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก เตือนนานาประเทศให้เตรียมรับมือกับโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่กำลังเริ่มแพร่กระจายไปทั่ว และขอให้ประชาชนดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขทั้งหลายเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ติดและแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

ตัวเลขล่าสุดจากอนามัยโลก แสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นถึงเกือบร้อยละ30 ทั่วโลกในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสถิติปัจจุบันนั้นระบุว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้วเกือบ 558 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตเพราะอาการป่วยโควิด-19 ถึงกว่า 6.3 ล้านคนแล้ว ข้อมูลจากอนามัยโลก ชี้ด้วยว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 คือ สายพันธุ์ที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในระลอกล่าสุดในพื้นที่ทวีปยุโรปและสหรัฐฯ ขณะที่ มีการพบไวรัสสายพันธุ์ที่แตกต่างออกไปในพื้นที่อื่นๆ เช่น อินเดีย ด้วย

เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าวว่า การทดสอบการติดเชื้อโควิด-19 นั้นลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถเข้าใจถึงระดับความรุนแรงของการระบาดระลอกล่าสุดนี้ได้ถ่องแท้ พร้อมเตือนว่า สถานการณ์ดังกล่าว หมายถึง การที่ผู้คนจำนวนมากไม่ได้รับการรักษาที่จำเป็นเพื่อป้องกันอาการป่วยหนักหรือเสียชีวิต

Health News : UN เผยคนใช้กัญชาเพิ่มขึ้นทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/664242

Health News : UN เผยคนใช้กัญชาเพิ่มขึ้นทั่วโลก

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมของสหประชาชาติหรือ UNODC เปิดเผยรายงานสถานการณ์ยาเสพติดประจำปี พบว่าทั่วโลกมีการใช้กัญชาเพื่อการผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากที่หลายประเทศอนุญาตให้สูบกัญชาหรือใช้กัญชาเป็นส่วนผสมของสินค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งการแพร่ระบาดของโควิดในปีที่ผ่านมา ที่มีการล็อกดาวน์ และเศรษฐกิจที่ถดถอย ก็ทำให้คนจำนวนมากเกิดความเครียดและหันมาใช้กัญชาในชีวิตประจำวันมากขึ้น

รายงานของ UNODC พบว่ากลุ่มอายุคนที่เริ่มหันมาใช้กัญชามากที่สุดคือวัยผู้ใหญ่ที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว (Young Adults) รวมทั้งกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องความเครียดและมีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายก็หันมาใช้กัญชากันมากขึ้น ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นที่ใช้กัญชาไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

ในปี 2020 สหประชาชาติได้มีมติถอดกัญชาออกจากบัญชีสารเสพติดอันตรายในตารางที่ 4 ซึ่งหมายถึงสารเสพติดที่อันตรายที่สุด เทียบเท่ากับเฮโรอีน เพื่อเป็นการปลดล็อกให้มีการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์และการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น แต่ยังเตือนว่าการใช้กัญชาเพื่อการผ่อนคลายยังคงมีความอันตรายอยู่

Health News : หนุนวัคซีนโมเดอร์นาสำหรับวัยรุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/662727

Health News : หนุนวัคซีนโมเดอร์นาสำหรับวัยรุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะที่ปรึกษาของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี ให้ความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ ในการแนะนำให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของโมเดอร์นา สำหรับเด็กและวัยรุ่นที่อายุระหว่าง 6-17 ปี คาดว่าจะมีการลงนามในประกาศเรื่องคำแนะนำการใช้วัคซีนโมเดอร์นานี้ในเร็วๆ นี้ เปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถเริ่มการใช้วัคซีนของโมเดอร์นาฉีดให้กับคนกลุ่มอายุนี้ได้ ซึ่งหมายความว่า จะมีวัคซีนแบบเอ็มอาร์เอ็นเอ ของ 2 บริษัทที่สามารถฉีดให้กับชาวอเมริกันที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป วัคซีนของไฟเซอร์ มีให้ฉีดกับคนวัยรุ่นมานานกว่า 1 ปีแล้ว และมีสำหรับเด็กอายุระหว่าง 5-11 ปี ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ซีดีซี กล่าวว่า ประชากรวัยเด็กและวัยรุ่นในกลุ่มที่ว่านี้ ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลยแม้แต่เข็มเดียว มีประมาณ 25 ล้านคน ในขณะเดียวกัน มีความกังวลว่า วัคซีนของโมเดอร์นาซึ่งใช้ปริมาณมากกว่าไฟเซอร์ในการฉีดแต่ละโดส อาจจะทำให้เกิดการอักเสบที่หัวใจในอัตราที่สูงกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นผู้ชาย

Health News : โอมิครอนทำให้เสี่ยงลองโควิดน้อยกว่าเดลต้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/661174

Health News : โอมิครอนทำให้เสี่ยงลองโควิดน้อยกว่าเดลต้า

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ของอังกฤษเผยแพร่ผลวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในในวารสารการแพทย์เดอะแลนเซ็ต (The Lancet) เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในอังกฤษมีโอกาสเกิดภาวะลองโควิดลดลงร้อยละ 20-50 เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า แต่ตัวเลขดังกล่าวขึ้นอยู่กับอายุและระยะเวลาที่ฉีดวัคซีนโควิดครั้งล่าสุดของผู้ที่เคยติดเชื้อ ผลวิจัยชิ้นนี้พบว่า มีผู้ป่วยภาวะลองโควิดเพียงร้อยละ 4.5 จากผู้ที่เคยติดโควิดทั้งหมด 56,003 คนในเดือนธันวาคม 2564 ถึงมีนาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่อังกฤษเผชิญกับการระบาดรุนแรงของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ขณะที่พบผู้ป่วยภาวะลองโควิดมากถึงร้อยละ 10.8 จากผู้ที่เคยติดโควิดทั้งหมด 41,361 คนในเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน 2564ซึ่งเป็นช่วงที่อังกฤษเผชิญกับการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า

ผลวิจัยของมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน เป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่แสดงให้เห็นว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนไม่ได้ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะลองโควิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ตัวเลขผู้ป่วยภาวะลองโควิดลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากสายพันธุ์ดังกล่าวสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้พบผู้ป่วยภาวะลองโควิดเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

Health News : เผยสหรัฐฯทิ้งวัคซีนโควิดแล้วกว่า 82 ล้านโดส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/659626

Health News : เผยสหรัฐฯทิ้งวัคซีนโควิดแล้วกว่า 82 ล้านโดส

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีซี นิวส์ รายงานว่าสหรัฐฯ ทิ้งวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 82.1 ล้านโดสแล้ว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 จนถึงกลางเดือนพฤษภาคมปีนี้ คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 11 ของวัคซีนที่รัฐบาลกลางจัดสรร โดย ซีวีเอส (CVS) และวอลมาร์ต (Walmart) เครือร้านขายยาปลีก 2 แห่ง ทิ้งวัคซีนกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนวัคซีนที่ถูกทิ้งทั้งหมดในช่วงเวลาข้างต้น โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะร้านค้าสองแห่งนี้ได้รับการจัดสรรวัคซีนจำนวนมาก ขณะที่รัฐโอกลาโฮมาและแอลาสกา เป็นสองรัฐที่ทิ้งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มากกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนวัคซีนที่ได้รับ โดยโอกลาโฮมาทิ้งวัคซีนร้อยละ 28 จากเกือบ 4 ล้านโดส ส่วนแอลาสกาทิ้งวัคซีนเกือบร้อยละ 27 จาก 1 ล้านโดส

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่ายอดวัคซีนถูกทิ้งนี้เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันผู้ฉีดวัคซีนครบโดสได้รับวัคซีนโดสกระตุ้นน้อยกว่าครึ่ง และหลายประเทศที่ยากจนกว่ายังคงดิ้นรนกับการจัดหาวัคซีนมาให้ประชาชนของตัวเอง

Health News : พบ‘สตรอว์เบอร์รี’โยง‘ตับอักเสบเอ’ระบาดในสหรัฐฯ-แคนาดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/658120

Health News : พบ‘สตรอว์เบอร์รี’โยง‘ตับอักเสบเอ’ระบาดในสหรัฐฯ-แคนาดา

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สหรัฐฯ เปิดเผยว่าการแพร่ระบาดของไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ในหลายรัฐของสหรัฐฯ และแคนาดา มีแนวโน้มเชื่อมโยงกับสตรอว์เบอร์รีออร์แกนิกปนเปื้อนของยี่ห้อ “เฟรชแคมโป” (FreshKampo) และ “เอชอีบี” (HEB) ซึ่งวางจำหน่ายระหว่างวันที่ 5 มี.ค. ถึง 25 เม.ย. ในร้านค้าหลายแห่ง อาทิ วอลมาร์ต (Walmart) อัลดี (Aldi) สเปราต์ส ฟาร์เมอร์ส มาร์เก็ต (Sprouts Farmers Market) และเทรเดอร์ โจส์ (Trader Joe’s) พร้อมผู้บริโภค ร้านอาหาร และผู้ค้าปลีก ไม่ควรจำหน่ายหรือรับประทานสตรอว์เบอร์รีออร์แกนิกสดของยี่ห้อเฟรชแคมโป หรือเอชอีบี หากซื้อระหว่างวันที่ 5 มี.ค. ถึง 25 เม.ย. 2022 พร้อมเตือนประชาชนไม่ให้ทานสตรอว์เบอร์รีดังกล่าวหลังซื้อมาแช่เย็น

สำนักงานฯ ระบุว่าการสืบสวนแกะรอยพบผู้ป่วยหลายรายในแคนาดา รวมถึงรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐมินเนโซตาของสหรัฐฯ รายงานการซื้อสตรอว์เบอร์รีออร์แกนิกสดยี่ห้อเฟรชแคมโปหรือเอชอีบี ก่อนจะล้มป่วย โดยเริ่มแสดงอาการป่วยระหว่างวันที่ 28 มี.ค. ถึง 30 เม.ย. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สำนักงานฯ รายงานการตรวจพบผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบเอในสหรัฐฯ รวม 17 ราย เมื่อนับถึงวันเสาร์ (28 พ.ค.) ซึ่งผู้ป่วย 12 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยจากเชื้อไวรัสฯ ที่แพร่เชื้อง่ายและทำให้เป็นไข้ คลื่นไส้ ปวดท้อง และเหนื่อยล้า

Health News : ผู้เคยติดโควิดเสี่ยงลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด 2 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/656636

Health News : ผู้เคยติดโควิดเสี่ยงลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด 2 เท่า

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผลวิจัยของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือซีดีซี ระบุว่า พบผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดจากกลุ่มตัวอย่างวัย 18-64 ปี ร้อยละ 20 และผู้ป่วยจากกลุ่มตัวอย่างวัย 65 ปีขึ้นไป ร้อยละ 25 มีอาการป่วยที่เชื่อมโยงกับโรคโควิด ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยอื่นๆ คณะนักวิจัยยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างดังกล่าวเสี่ยงต่อการเป็นโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดเฉียบพลันมากที่สุด รวมถึงอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอเรื้อรัง และหายใจลำบาก

โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดมักมีสาเหตุจากลิ่มเลือดที่อุดตันบริเวณหลอดเลือดดำของขาหลุดไปอุดตันที่ปอด และทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เช่น ปอดถูกทำลาย ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ และเสียชีวิต ทั้งนี้ ผลวิจัยของซีดีซีอ้างอิงข้อมูลจากกลุ่มผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดกว่า 350,000 คน ในช่วงเดือนมีนาคม 2563-พฤศจิกายน 2564 และนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม 1.6 ล้านคน ที่ไปพบแพทย์ในช่วงเดียวกัน แต่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด

Health News : สิงคโปร์คิดค้นยาแคปซูลดูดซึมไขมันจากเส้นใยใบสับปะรด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/655035

Health News : สิงคโปร์คิดค้นยาแคปซูลดูดซึมไขมันจากเส้นใยใบสับปะรด

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ได้คิดค้นยาแคปซูลและขนมปังกรอบผลิตจากเส้นใยใบสับปะรดที่มีสรรพคุณช่วยดูดซึมไขมันในร่างกาย หัวหน้าคณะวิจัยในครั้งนี้เผยว่า การคิดค้นยาแคปซูลและขนมปังกรอบจากใบสับปะรดที่ถูกทิ้งหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตยังเป็นการช่วยลดขยะทางการเกษตรอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า ยาแคปซูลหรือขนมปังกรอบมีสรรพคุณช่วยดูดซึมสารประกอบไขมันต่างๆ เช่น ไขมันสัตว์ โดยการสร้างก้อนเส้นใยเคลือบไขมันเหล่านี้ไว้และจะถูกขับถ่ายออกจากระบบย่อยอาหารภายใน 1-3 วัน เหมือนกับการบริโภคอาหารอื่นๆ

หัวหน้าคณะนักวิจัยเผยผลการทดลองในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ที่ชี้ว่า เส้นใยใบสับปะรด 1 กรัม สามารถดูดซึมไขมันที่ใช้ปรุงอาหารได้ 45.1 กรัม และไขมันในร่างกาย 20.4 กรัม นอกจากนี้ ผลการทดลองยังแสดงให้เห็นว่า คนทั่วไปรับประทานยาแคปซูลที่ผลิตจากเส้นใยใบสับปะรดเพียงเม็ดเดียว ก็สามารถช่วยดูดซึมไขมันอิ่มตัวจากการรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น ทั้งนี้ ข้อมูลสำรวจสุขภาพประชาชนของกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ในปี 2563 ระบุว่ามีชาวสิงคโปร์อายุ 18-74 ปี ร้อยละ 35.5 ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และร้อยละ 39.1 มีภาวะคอเรสเตอรอลสูง

Health News : จีนอาจตายจากโควิด 1.6 ล้านคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/653506

Health News : จีนอาจตายจากโควิด 1.6 ล้านคน

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ในนครเซี่ยงไฮ้ เผยว่า จีนเสี่ยงที่จะมีผู้เสียชีวิตได้ถึง 1.6 ล้านคนหากรัฐบาลจีนยกเลิกมาตรการโควิดเป็นศูนย์ และปล่อยให้เชื้อโอมิครอนแพร่ระบาดไปโดยไม่ตรวจสอบ

งานวิจัยดังกล่าว ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine พบว่าระดับของภูมิคุ้มกันที่เกิดจากโครงการฉีดวัคซีนในจีนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น ยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันคลื่นการระบาดของเชื้อโอมิครอนได้ และจะทำให้เกิดภาวะล้นทะลักเตียงผู้ป่วยวิกฤต มากกว่าศักยภาพที่มีถึง 16 เท่าเนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นยังต่ำอยู่ และไวรัสดังกล่าวสามารถเล็ดรอดภูมิคุ้มกันของวัคซีนได้

ผลวิจัยนี้เพิ่มน้ำหนักให้กับรัฐบาลจีนที่ยืนยันหนักแน่นว่าต้องยึดมั่นในนโยบายผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ต่อไป เพราะหากไม่มีมาตรการควบคุมเข้ม เช่น การตรวจหาเชื้อขนานใหญ่และการล็อกดาวน์เข้มข้น การระบาดของโอมิครอนจะทำให้จีนมีผู้ติดเชื้อแบบแสดงอาการ 112.2 ล้านคน โดยจะมีผู้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 5.1 ล้านคน และเสียชีวิตสูงถึง 1.6 ล้านคน หากเกิดการระบาดใหญ่ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม พร้อมกับชี้ว่า จีนจำเป็นที่จะต้องตัดสินด้วยตนเอง ว่าจะรับมืออย่างไร เพราะท้ายที่สุด รัฐบาลจีนต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเสียชีวิต ในขณะที่ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ก็ไม่ได้เสนอแนวทางที่มีประสิทธิภาพหรือยั่งยืนใดๆ ให้