CASETiFY ชวนแต่งแต้มทุกโมเมนต์กับสัตว์เลี้ยง ผ่าน Pets Collection และ Custom Stickers Studio

CASETiFY ชวนแต่งแต้มทุกโมเมนต์กับสัตว์เลี้ยง  ผ่าน Pets Collection และ Custom Stickers Studio

CASETiFY ชวนแต่งแต้มทุกโมเมนต์กับสัตว์เลี้ยง ผ่าน Pets Collection และ Custom Stickers Studio

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.23 น.

CASETiFY แบรนด์แอ็กเซสซอรีสายเทค-ไลฟ์สไตล์ระดับโลก เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ที่ไม่ได้เป็นแค่ดีไซน์น่ารัก แต่คือการหยิบเอา “โมเมนต์ในชีวิตประจำวัน” กับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด มาถ่ายทอดลงบนไอเท็มที่ใช้ทุกวันได้อย่างมีสไตล์

CASETiFY มาพร้อมลวดลายอุปกรณ์เทคหลากหลาย พร้อมอัปเกรดประสบการณ์การคัสตอมด้วย Custom Stickers Studio ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้ออกแบบเคสหรือไอเท็มต่าง ๆ ในแบบของตัวเอง ตั้งแต่รูปถ่ายสุดรัก ไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ ที่สะท้อนตัวตน โดยต่อยอดจากฟีเจอร์ Custom Studio Filters ที่เปิดตัวไปก่อนหน้า แบรนด์ยังคงพัฒนาฟีเจอร์การคัสตอมให้มีลูกเล่นและสะท้อนตัวตนมากยิ่งขึ้น ด้วย Custom Stickers ได้แก่

-CUTOUTS: เปลี่ยนภาพสัตว์เลี้ยงให้กลายเป็นสติกเกอร์ได้ทันที จัดวาง ขยับ หรือปรับขนาดได้อย่างอิสระ

-MOTIFS: เติมลูกเล่นด้วยสติกเกอร์สุดน่ารักที่ช่วยให้ดีไซน์ดูมีชีวิตชีวาขึ้นในพริบตา

-FRAMES: เลือกเฟรมที่ใช่ แล้วอัปโหลดโมเมนต์โปรด เปลี่ยนความทรงจำธรรมดาให้กลายเป็นไอเท็มชิ้นพิเศษ

คอลเล็กชันนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่า “สัตว์เลี้ยงคือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์” ไม่ว่าจะเป็นภาพตอนพาไปเดินเล่น โมเมนต์ขี้เล่นในบ้าน หรือช่วงเวลาน่ารักในทุก ๆ วัน ก็สามารถกลายเป็นดีไซน์ที่พกติดตัวไปได้ทุกที่

เพื่อให้การใช้ชีวิตคล่องตัวยิ่งขึ้น CASETiFY ยังแนะนำ Rope Cross-body Straps สายคล้องโทรศัพท์ที่ทั้งแข็งแรงและแมตช์กับลุคได้ง่าย ช่วยให้ใช้งานแบบแฮนด์ฟรี เหมาะสำหรับวันที่ต้องออกไปข้างนอกกับสัตว์เลี้ยง และอยากมีมือว่างไว้ดูแลพวกเขาได้เต็มที่

เปิดตัวรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง International Pet’s Day ในวันที่ 11 เมษายน Pets Collection พร้อมให้ช้อปแล้ววันนี้ที่ casetify.com และติดตามแรงบันดาลใจเพิ่มเติมได้ทาง InstagramFacebookTikTok และ Twitter

วัตสัน จับมือพันธมิตรการศึกษา เดินหน้าปั้น “คน” สู่สายบริหารค้าปลีกยุคใหม่

วัตสัน จับมือพันธมิตรการศึกษา เดินหน้าปั้น “คน” สู่สายบริหารค้าปลีกยุคใหม่

วัตสัน จับมือพันธมิตรการศึกษา เดินหน้าปั้น “คน” สู่สายบริหารค้าปลีกยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.20 น.

วัตสัน ประเทศไทย ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่ง เดินหน้าพัฒนาบุคลากรคนรุ่นใหม่ ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการศึกษา จัดกิจกรรม Watsons Education Partnership MOU Signing & Graduation Ceremony 2026” พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และเครือข่ายสถาบันการศึกษาพันธมิตร 20 แห่ง เพื่อยกระดับสมรรถนะวิชาชีพและสร้างเส้นทางอาชีพที่มั่นคงให้กับนักศึกษาในระบบทวิภาคีสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงในอนาคต โดยได้รับเกียรติจาก จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล วัตสัน ประเทศไทย ร่วมด้วยตัวแทน สอศ. ตัวแทนเครือข่ายสถาบันการศึกษา พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิ และนักศึกษาทวิภาคีที่สำเร็จหลักสูตรเข้าร่วมพิธี ณ โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน

โครงการนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา สร้างการมีงานทำ และมีรายได้ระหว่างการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการเรียนควบคู่การทำงานจริง (Work-Integrated Learning) โดยเปิดพื้นที่ร้านวัตสันเป็นศูนย์ฝึกทักษะจริงทุกมิติ เพื่อผลิตบุคลากรให้ตรงความต้องการของธุรกิจค้าปลีก จุดเด่นคือการบ่มเพาะนักศึกษาในฐานะ “ว่าที่หัวหน้างาน” ตลอดหลักสูตร 2 – 4 ปี ตามเกณฑ์ของสถาบันการศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมสู่ตำแหน่งบริหาร โดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ ปวส ที่มีศักยภาพจะได้รับการบรรจุเป็นหัวหน้าพนักงานขาย และผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี จะได้รับการบรรจุเป็นผู้ช่วยผู้จัดการสาขา และพร้อมต่อยอดสู่ตำแหน่งผู้จัดการสาขาฝึกหัดในอนาคต

จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสันมอบโอกาสและให้ความสำคัญกับ ‘คน’ (People) ในฐานะหัวใจขององค์กร เราเชื่อว่านักศึกษาทวิภาคีคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจทั้งในวันนี้และในอนาคต จึงร่วมมือกับ สอศ. และ 21 สถาบันพันธมิตร สร้าง Career Path ที่ชัดเจนและมั่นคง พร้อมพัฒนาทักษะทั้งวิชาชีพและการบริหาร เพื่อเตรียมเยาวชนไทยสู่โลกการทำงานด้วยประสบการณ์จริง และเปิดโอกาสทางการศึกษาและอาชีพในระยะยาว”

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และผู้บริหารจากสถาบันการศึกษาพันธมิตรทั้ง 21 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก มหานคร, วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก สมุทรปราการ, วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี, วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี, วิทยาลัยเทคนิควังน้ำเย็น, วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ, วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร, วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม, วิทยาลัยเทคโนโลยี อีอีซี เอ็นจีเนียแหลมฉบัง, วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัลสนิทวงศ์, วิทยาลัยเทคโนโลยีชนะพลขันธ์ นครราชสีมา, วิทยาลัยเทคโนโลยีทักษิณาบริหารธุรกิจ, วิทยาลัยเทคโนโลยีทางทะเลแห่งเอเชีย, วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน, วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ สะพานใหม่, วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ, วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี, วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา, วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี, วิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก และ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ร่วมลงนามและร่วมแสดงความยินดีในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษาที่สำเร็จโครงการทวิภาคี (DVT) และโครงการ Work-integrated Learning (WiL) ประจำปี 2569 จำนวนทั้งสิ้น 106 คน เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่นักศึกษาที่ประสบความสำเร็จผ่านกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์การทำงานจริง

สำหรับโครงการ Watsons Education Partnership ดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 7 ปี รับนักศึกษาทวิภาคีมาแล้ว 12 รุ่น จำนวนมากกว่า 1,000 คน และให้การสนับสนุนทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีเกือบ 100 คน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนในมิติ ‘คน’ และสังคม (People) ของเอเอส วัตสัน (AS Watson) ที่มุ่งสร้างโอกาสให้เยาวชนทั่วโลกกว่า 200,000 คน พร้อมมอบประสบการณ์ผ่านการฝึกอบรมรวมกว่า 5 ล้านชั่วโมงภายในปี 2030 เพื่อยกระดับทักษะและศักยภาพของคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวัตสันในการขับเคลื่อนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์องค์กรที่มุ่ง “เติบโตเคียงข้างสังคม” และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

บริษัทในเครือ มิราเคิล กรุ๊ป สืบสานประเพณีรดน้ำขอพรในวันสงกรานต์

บริษัทในเครือ มิราเคิล กรุ๊ป สืบสานประเพณีรดน้ำขอพรในวันสงกรานต์

บริษัทในเครือ มิราเคิล กรุ๊ป สืบสานประเพณีรดน้ำขอพรในวันสงกรานต์

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.02 น.

เนื่องในเทศกาลสงกรานต์และวันขึ้นปีใหม่ไทย บริษัทในเครือ มิราเคิล กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีรดน้ำดำหัว ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความผูกพัน โดยมี ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป พร้อมด้วย อนัคพล อิงคะกุล ลักษมีกานต์ อิงคะกุล คณะผู้บริหาร ครอบครัว และพนักงาน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ที่ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

ภาพแห่งความเคารพรักและความกตัญญูที่ปรากฏในงาน สะท้อนถึงสายใยแห่งความผูกพันขององค์กรที่สืบสานวัฒนธรรมไทยอันงดงาม ควบคู่กับการส่งต่อกำลังใจและความปรารถนาดีซึ่งกันและกันในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ทั้งนี้ ดร.อัศวิน อิงคะกุล ได้มอบคำอวยพรเนื่องในปีใหม่ไทย ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีความสุข ความอบอุ่นในครอบครัว และมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมฝากข้อคิดอันทรงคุณค่าว่า“ความขยัน ความซื่อสัตย์ และความกตัญญู จะนำพาทุกท่านไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริงและยั่งยืน”บรรยากาศของงานจึงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข และความเป็นสิริมงคล ต้อนรับศักราชใหม่ไทยอย่างงดงามและน่าประทับใจ

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เริ่มพิธีด้วยการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เริ่มพิธีด้วยการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

     อนัคพล อิงคะกุล รองประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป รดน้ำขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

อนัคพล อิงคะกุล รองประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป รดน้ำขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

        จันทจิตา อิงคะกุล รดน้ำขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

จันทจิตา อิงคะกุล รดน้ำขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    นันทนัทนิดา อิงคะกุล เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

นันทนัทนิดา อิงคะกุล เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

ด.ช.ดวิน อิงคะกุล - ด.ช.อาร์วิน อิงคะกุล เข้ารดน้ำขอพรคุณปู่

ด.ช.ดวิน อิงคะกุล – ด.ช.อาร์วิน อิงคะกุล เข้ารดน้ำขอพรคุณปู่

อนัคพล อิงคะกุล-จันทจิตา อิงคะกุล เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

อนัคพล อิงคะกุล-จันทจิตา อิงคะกุล เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

ลักษมีกานต์ อิงคะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

ลักษมีกานต์ อิงคะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

   ปริญญา หงส์เลิศลักษณ์ เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

ปริญญา หงส์เลิศลักษณ์ เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

มร.คอลิน คีย์เล ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนา - มร.ไมเคิล เมอร์ฟี่ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น - นาถวีณา ล้อมทรัพย์ ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารการตลาด มิราเคิล กรุ๊ป - วัชราภรณ์ ทองพูน ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น - มร.อังเดร บรัวฮาร์ท ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

มร.คอลิน คีย์เล ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนา – มร.ไมเคิล เมอร์ฟี่ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น – นาถวีณา ล้อมทรัพย์ ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารการตลาด มิราเคิล กรุ๊ป – วัชราภรณ์ ทองพูน ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น – มร.อังเดร บรัวฮาร์ท ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

มร.เจค เดสแปร์ เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

มร.เจค เดสแปร์ เข้ารดน้ำขอพร ดร.อัศวิน อิงคะกุล

ฮาฟเนอร์ กรุ๊ป จับมือ รพ.วิภาวดี ขับเคลื่อนแนวคิด ‘Prevention’ ป้องกันการป่วย ชะลอการเสื่อม ส่งเสริมประสิทธิภาพการรักษา

ฮาฟเนอร์ กรุ๊ป จับมือ รพ.วิภาวดี ขับเคลื่อนแนวคิด ‘Prevention’  ป้องกันการป่วย ชะลอการเสื่อม ส่งเสริมประสิทธิภาพการรักษา

ฮาฟเนอร์ กรุ๊ป จับมือ รพ.วิภาวดี ขับเคลื่อนแนวคิด ‘Prevention’ ป้องกันการป่วย ชะลอการเสื่อม ส่งเสริมประสิทธิภาพการรักษา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ฮาฟเนอร์ กรุ๊ป (Hafner Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากประเทศเยอรมนี พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ โรงพยาบาลวิภาวดี เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในมิติของ “Prevention” อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของคนไทยในระยะยาว

ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของทั้งสององค์กรในการผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับนวัตกรรมระดับสากล ภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้าง “Real Keys of Healthspan” หรือกุญแจสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

สุภาพร แฮฟเนอร์ และ ณัชชา กิจจริยภูมิ

สุภาพร แฮฟเนอร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮาฟเนอร์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Made in Germany ในรูปแบบ Medical Nutraceutical ที่สามารถสร้างผลลัพธ์จริงในด้าน “Prevention” โดย Hafner Group ได้นำนวัตกรรม Advanced Delivery System ไม่ว่าจะเป็น Liposomal ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมทั้งในน้ำและไขมัน และ Nano Encapsulation ที่ช่วยนำพาสารสำคัญไปออกฤทธิ์ได้อย่างตรงจุด เพื่อยกระดับ Healthspan ของคนไทยให้ยาวนานขึ้น เรามุ่งหวังให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการออกแบบไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพ และสะท้อนวิสัยทัศน์ของเราที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต”

ด้าน ณัชชา กิจจริยภูมิ Chief Strategic Advisor for Nutraceutical Innovation Products โรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวว่า “ภายใต้แนวคิด ‘Power of Prevention’ โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมเดินเกมรุกสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างจริงจัง โดยความร่วมมือกับ Hafner Group ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถดูแลทั้งคนไข้และบุคคลทั่วไปได้ตั้งแต่ที่บ้าน ก่อนที่จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เราต้องการให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพเห็นผลจริง และเหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมเสริมอาหารไทยให้เป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคสามารถเชื่อถือได้อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์วิภาวดี ซึ่งมีมาตรฐานการผลิตระดับ World Class จากประเทศเยอรมนี จะถูกพัฒนาด้วยองค์ความรู้ทางการแพทย์ พร้อมงานวิจัยรองรับทั้งในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย เพื่อให้สามารถบริโภคได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ทั้งสององค์กรยังได้ร่วมกันสื่อสารแนวคิดสำคัญผ่านแนวทาง “ป้องกันการป่วย ชะลอการเสื่อม และส่งเสริมประสิทธิภาพการรักษา” โดยผลิตภัณฑ์จะครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพด้วยตนเองที่บ้าน และการใช้ควบคู่กับการรักษาในโรงพยาบาล เพื่อสร้างระบบการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร

ความร่วมมือระหว่าง Hafner Group และโรงพยาบาลวิภาวดีในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการต่อยอดธุรกิจ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนแนวคิด “Prevention” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย พร้อมวางรากฐานสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคนในอนาคต

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ผนึกกำลังภาครัฐ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ผนึกกำลังภาครัฐ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’  ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ผนึกกำลังภาครัฐ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี นำโดย นางวิภาดา ดวงรัตน์ กรรมการบริษัทและกรรมการบริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี และ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบิ๊กซี เป็นผู้แทนเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน และสนับสนุนการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาที่เหมาะสม

เพื่อขานรับนโยบายดังกล่าว กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี จึงได้คัดเลือกสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมาปรับลดราคาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อมุ่งหวังในการบรรเทาค่าครองชีพประชาชน โดยแบ่งสัดส่วนการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ

บีเจซี ในฐานะผู้ผลิต ได้ส่งผลิตภัณฑ์ทางเลือกเข้าร่วมโครงการรวม 11 รายการ เน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย (Personal Care) และกลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษทิชชู/กระดาษชำระ (Tissue & Household Paper) โดยมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 50% พร้อมโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1   

บิ๊กซี ในฐานะห้างค้าปลีก ได้จัดโปรโมชันสินค้าจำเป็นกว่า 32 รายการ ครอบคลุมหมวดอาหาร เครื่องปรุงรส และของใช้ในครัวเรือน ทั้งในกลุ่มแบรนด์ทั่วไปและสินค้าที่จำหน่ายเฉพาะที่บิ๊กซี (House Brand) โดยมอบส่วนลดสูงสุดกว่า 40% เพื่อเป็นทางเลือกในการประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้บริโภค

ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย” เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ห้างค้าปลีกค้าส่ง (Modern Trade) และผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค รวมกว่า 19 องค์กร โดยนำสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันกว่า 1,000 รายการมาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนทั่วประเทศ โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ร่วมรายการได้ที่บิ๊กซี และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ

การเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในการเป็นองค์กรภาคเอกชนที่พร้อมเคียงข้างสังคมไทย โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับภาครัฐและพันธมิตรธุรกิจ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่ยุติธรรม พร้อมมุ่งสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เชื่อถือได้เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมอย่างยั่งยืนในทุกสถานการณ์

ยืน เดิน นั่ง นอน ระวัง 4 ท่านี้อาจก่อโรคแบบไม่รู้ตัว!!

ยืน เดิน นั่ง นอน ระวัง 4 ท่านี้อาจก่อโรคแบบไม่รู้ตัว!!

ยืน เดิน นั่ง นอน ระวัง 4 ท่านี้อาจก่อโรคแบบไม่รู้ตัว!!

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คุณเคยสังเกตตัวเองไหมว่า ท่าที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง ท่า ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นท่าที่เราเคยชินทำอยู่ทุกวัน เป็นท่าที่ทำถูกต้องแล้วหรือยัง??  ท่าเหล่านี้ถ้าทำอยู่ในท่าที่ผิดๆ ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี มีส่วนทำให้เกิดอาการปวด บาดเจ็บเรื้อรัง และอาจส่งผลก่อโรคแบบไม่รู้ตัวได้เหมือนกัน

เพ็ญพิชชากร  แสนคำ นักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 4 อิริยาบถในชีวิตประจำวัน ท่ายืน เดิน นั่ง นอน เป็นท่าพื้นฐานที่หลายคนมักทำท่าผิดโดยไม่รู้ตัว และท่าเหล่านั้นส่งผลอะไรบ้าง

ท่ายืน หากเป็นผู้ที่ต้องยืนทำงานนานๆ มักมีอาการปวดเข่า ปวดหลัง ฯลฯ หากใส่รองเท้าที่ผิดจะเกิดแรงกระทำต่อข้อต่อข้อเท้า ข้อเข่า อาจส่งผลถึงคอ ทำให้คอเสื่อม กระดูกทับเส้นประสาท ปวดศีรษะรุนแรง ซึ่งต้นเหตุอาจมาจากการยืนลงน้ำหนักขาไม่เท่ากันก็เป็นได้

ปรับเปลี่ยนใหม่ : เริ่มจากการเลือกรองเท้า ถ้าสามารถเป็นรองเท้าหุ้มส้นได้จะทำให้การยืนมั่นคง และลดแรงกระแทกที่ข้อต่อในร่างกายได้ หากต้องใส่ส้นสูงควรใส่สูงไม่เกิน 2 นิ้วครึ่ง เพราะหากสูงมากกว่านั้น จะพบว่ามีแรงกระแทกที่ข้อเข่า และมีผลทำให้กระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ นั่นหมายถึง อาจส่งผลต่อแรงกดที่กระดูกสันหลัง ทำให้เสี่ยงต่อการปวดเข่าและปวดหลังได้

หากต้องยืนทำงานนานๆ ให้พยายามอยู่ในท่ายืนที่วางเท้าทั้งสองข้าง ห่างๆ พอๆ กับความกว้างของสะโพก ยืนแขม่วท้องเล็กน้อย ร่วมกับการเกร็งกล้ามเนื้อก้นหรือขมิบก้นเล็กน้อย ตลอดเวลาที่สามารถนึกได้ อาจมีการสลับพักขาซ้าย-ขวาบ้างหากรู้สึกเมื่อย แต่ส่วนใหญ่ให้เน้นลงน้ำหนักขาสองข้างเท่าๆ กัน

หากต้องยืนทั้งวัน ควรมีการยืดเหยียดลำตัวหรือหัวไหล่เป็นช่วงๆ เพราะเวลายืนนาน ร่างกายต้องเกร็งตลอดเวลาเพื่อต้านกับแรงโน้มถ่วง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขยับบ่อยๆ  เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย ไม่เกร็งมากเกินไป

ท่าเดิน บุคลิกการเดินของแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป มักมาจากพฤติกรรมที่เคยชิน บวกกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความมั่นคงของข้อต่อ การเดินที่ปกติจะส่งผลต่อข้อสะโพก กระดูกเชิงกราน หลัง การเดินผิดต่อเนื่องนาน จะส่งผลให้สะโพกจะบิดหมุน ทำให้ขาผิดรูป ข้อเสื่อมเสี่ยงต่อการเคลื่อนของข้อสะโพก

ปรับเปลี่ยนใหม่ : การเดินที่มั่นคงและไม่กระทบต่อข้อต่อต่างๆ ในร่างกายนั้น จำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อก้น ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อสำคัญในการพยุงร่างกายตลอดการก้าวเดิน เพื่อให้มีแรงกระแทกที่ข้อต่อต่างๆ ในร่างกาย และที่สำคัญอีกมัดคือกล้ามเนื้อแกนกลางกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่พยุงร่างกายเราไว้ตลอดเวลาที่เรายืนเดินนั่นเอง

ในการก้าว ลองก้าวให้สั้นกว่าปกติที่เคยก้าว ทุกครั้งที่ก้าวเท้าเหยียบพื้น ให้ลองเกร็งก้นเบาๆ แขม่วท้องนิดๆ ตอนโน้มตัวก้าวเดิน พยายามยืดหลังตรง และดึงสะบักผลักไหล่ ไปด้านหลังนิดๆ ที่รู้สึกว่าทำแล้วร่างกายไม่เกร็งจนเกินไป ลองฝึกทีละอย่างจนร่างกายเคยชิน ร่างกายจะเรียนรู้ในการใช้กล้ามเนื้อมากขึ้น ทั้งนี้ อาจต้องออกกำลังกายกล้ามเนื้อก้นเพิ่มถ้ารู้สึกว่า เวลาเดินมากแล้วปวดหลังหรือปวดเข่า การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก้นจะช่วยให้การเดินอยู่ในรูปแบบที่ถูกต้องได้

ท่านั่ง เกือบ 90% เรามักอยู่ในท่านั่งต่อเนื่องหลายชั่วโมง เช่น ชับรถ ทำงาน ใช้คอมพิวเตอร์ เราชินกับท่าเดิมๆ นั่งผิด แต่รู้สึกสบาย เช่น นั่งไขว่ห้าง หลังค่อม คอยื่น ตัวเอียง ส่งผลเสียต่อโครงสร้างร่างกาย ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดความพิการหรือเป็นโรคร้าย เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังคด บางรายส่งผลถึงการหายใจ หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยง่าย เป็นต้น

ปรับเปลี่ยนใหม่ : ที่นั่งไม่ควรนุ่มเกินไป ที่นั่งแล้วก้นไม่จมลงกับพื้น นั่งให้เต็มก้น นั่งแบบชิดพนักและเท้าไม่ลอยจากพื้น แต่หากเท้าลอย ควรหากล่องหรือเก้าอี้เตี้ยๆ เพื่อวางให้เต็มเท้า นั่งลงน้ำหนักที่ตรงกลางก้นทั้ง 2 ข้างเท่าๆ กัน เพื่อนั่งลงน้ำหนักกลางก้นถูกตำแหน่งแล้วลำตัวจะสามารถยืดได้เต็มที่ หากยืดหลังตรงยาก อาจเกิดจากที่นั่งลงน้ำหนักไม่ถูกที่ก็เป็นได้ เพื่อยืดลำตัวตรง จะสามารถดึงสะบัก ผลักไหล่ไปด้านหลังได้ง่ายขึ้น หากต้องใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อวางมือบนคีย์บอร์ด สะบักยังคงดึงค้างได้ หากรู้สึกไหล่งุ้มด้านหน้ามากเกินให้เลื่อนตัวเข้าใกล้คีย์บอร์ดมากขึ้น ความสูงของคีย์บอร์ด ต้องไม่ไม่ทำให้วางมือแล้วไหล่เกร็ง ข้อมือต้ำกว่าข้อศอก มีพื้นที่ให้ข้อมือวางได้เต็มที่พื้นที่ เพื่อลดแรงกดที่ข้อมือ หากต้องนั่งต่อเนื่องนาน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปลี่ยนท่านั่ง หรือขยับตัว บิดลำตัว หมุนหัวไหล่ หมุนคอ เพื่อให้ร่างกายได้มีการยืดเหยียดและไม่เกิดการเกร็งค้างต่อเนื่องของกล้ามเนื้อ

ในหลายงานวิจัยพบว่า ไม่ว่าจะเลือกเก้าอี้ หรือโต๊ะที่ผ่านการออกแบบเพื่อการนั่งที่ถูกต้องแล้ว หากไม่เปลี่ยนอิริยาบท ก็มีผลทำให้เกิดการบาดเจ็บของร่างกาย และเกิดอาการปวดได้เช่นกัน ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องเปลี่ยนอิริยาบท อย่างน้อยทุกๆ 1 ชั่วโมง ต้องลุกขึ้นมาเดิน และขยับร่างกายบ้าง

ท่านอน เป็นช่วงเวลาที่ทำให้โครงสร้างร่างกายเสียมากที่สุด เพราะใน 6-8 ชั่วโมง หากนอนในท่าที่ผิด มีผลต่อกระดูก กล้ามเนื้อ ข้อต่อ การไหลเวียนเลือด เส้นประสาท น้ำเหลือง ระบบไหลเวียน ส่งผลทำให้ อาการปวดหัวไหล่ ปวดคอ ปวดศีรษะ ชามือ ชาเท้า ปวดหลัง รู้สึกเพลียไม่สดชื่น และง่วงบ่อยทั้งที่นอนมาก

ปรับเปลี่ยนใหม่ :  เริ่มจากการเลือกที่นอนที่ไม่แข็งเกิน หรือไม่นุ่มเกินไป  นอนแล้วตัวไม่ยวบ หรือจมลงไปกับที่นอน สำหรับหมอน เมื่อนอนลงไปแล้ว คอต้องอยู่ในระนาบเดียวกันกับลำตัว ท่านอนที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายไม่ทำให้โครงสร้างร่างกายเสียสมดุล คือ ท่านอนหงาย มีหมอนข้าง รองใต้เข่า หมอนข้างไม่สูงเกิน เอาความรู้สึกสบายๆ เมื่อได้ระดับพอดี บั้นเอวจะราบกับพื้นเตียง หลังจะไม่แอ่น หมอนหนุนศีรษะต้องเลื่อนลงรองใต้หัวไหล่เล็กน้อย เพื่อซัพพอร์ตช่วงความโค้งของคอได้พอดี

หากการนอนหงายสำหรับบางท่านอาจไม่สบาย หรือรู้สึกหายใจไม่ออก ทำให้นอนไม่หลับ อาจเป็นเพราะกระดูกสันหลังโค้งนูนมากไป หน้าอกยึดแน่นมากกว่าปกติเลยทำให้นอนแล้วไม่สบายหรือหายใจไม่ออก อาจใช้ท่านอนตะแคง หากทำให้นอนไม่หลับ การนอนตะแคงควรมีหมอนข้างก่ายไม่ให้สะโพกบิด และหมอนหนุน ต้องดันให้เต็มบริเวณซอกคอ ไม่เอาหัวไหล่ทับใต้หมอน ซัพพอร์ตเฉพาะใต้ซอกคอเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่นอนหลับ ร่างกายจะปรับเปลี่ยนท่าทางเองโดยอัตนโมัติ เป็นกลไกของร่างกายที่ต้องการทำให้ระบบหมุนเวียนได้ ในขณะที่นอนต่อเนื่องนาน ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติของร่างกาย เพียงเราเซ็ทตอนนอนให้ถูกต้องก็พอ เมื่อร่างกายเรียนรู้แล้วส่วนใหญ่ของท่านอนจะเป็นท่าที่ถูกต้องเอง

เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ภาวะ “เครียดจนป่วย” ได้กลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งบ่อยครั้งการป่วยจากความเครียดไม่ใช่การแกล้งทำหรือการเรียกร้องความสนใจอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

แพทย์หญิง เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จิตแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวช ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรค Conversion Disorder เพื่อตอกย้ำให้สังคมเข้าใจว่าโรคทางจิตใจก็ทำให้เกิดความผิดปกติทางร่างกายได้ พร้อมแนะนำแนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคนี้

แพทย์หญิง เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์

Conversion Disorder โรคทางจิตที่ทำให้เกิดอาการทางกาย

Conversion Disorder เป็นโรคที่เกิดจากปัญหาสุขภาพจิตไปขัดขวางการทำงานของสมอง พบได้บ่อยในแผนกผู้ป่วยทั่วไป โดยคนไข้มักมาพร้อมกับความผิดปกติทางกาย ทั้งด้านการเคลื่อนไหวและด้านประสาทสัมผัส แต่เมื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดด้วยการตรวจเลือดหรือการตรวจทางรังสีกลับไม่พบความผิดปกติ จึงไม่สามารถอธิบายโรคนี้ได้ด้วยผลการตรวจร่างกาย แต่อาการทั้งหมดเกิดขึ้นจริงโดยที่ผู้ป่วยไม่ได้ตั้งใจ

เครียด กดดัน ประสบการณ์ไม่ดี ปัจจัยกระตุ้น Conversion Disorder

Conversion Disorder มักเกิดจากความเครียด ความกดดัน และประสบการณ์ที่มีผลกระทบต่อจิตใจจนแสดงอาการออกมาทางกาย เช่น ตัวชา ชัก พูดไม่ได้ ตาพร่า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินไม่ได้ หรือไม่ได้ยินเสียง พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ ยกตัวอย่างกรณีที่น่าสนใจว่า “มีวัยรุ่นทะเลาะกับแม่แล้วกรี๊ดออกมา หลังจากนั้นก็พูดไม่ได้เลย แต่ยังไอและทำเสียงอืออาได้ปกติ หลังจากนั้น 2-3 วันก็กลับมาพูดได้ นอกจากนี้ สมัยก่อนเราอาจได้ยินชื่อโรคฮิสทีเรีย ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์ได้จัดให้อยู่ในกลุ่ม Conversion Disorder โดยส่วนใหญ่มีอาการการคล้ายกัน อย่างการพูดหรือเดินไม่ได้แบบฉับพลัน อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือทหารในช่วงสงครามโลก เพราะต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันในสนามรบสูงมากจนเกิดอาการทางกายจากโรคนี้”

หัวใจสำคัญในการรักษา Conversion Disorder คือความเข้าใจ

การวินิจฉัยกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับ Conversion Disorder จะประเมินด้วยเจตนาและเป้าหมายของผู้ป่วย โดยสามารถจำแนกได้คือ Conversion Disorder เป็นภาวะที่ผู้ป่วยไม่มีเจตนาในการแสดงอาการ และอาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอาการจริงที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยผลการตรวจร่างกาย Factitious Disorder เป็นภาวะที่ผู้ป่วยแกล้งป่วยโดยเพื่อเรียกร้องความสนใจ และสุดท้ายคือ Malingering ภาวะที่ผู้ป่วยเจตนาแกล้งป่วยเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงภาระหน้าที่ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยการตรวจร่างกายและการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าเป็น Conversion Disorder จริงหรือไม่ เพราะหากวินิจฉัยผิดพลาดอาจรักษาไม่ถูกวิธีและทำให้ผู้ป่วยอาการแย่ลงได้

การรักษาโรค Conversion Disorder สามารถทำได้ทั้งวิธีจิตบำบัด กายภาพบำบัด หรือการใช้ยา โดยปรับให้เหมาะสมกับแต่ละคน โดยระหว่างการรักษาก็ต้องอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจผู้ป่วยว่าอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนหายดี นอกจากนี้ อาจต้องระวังคำพูดอย่าง “ตรวจร่างกายแล้วก็ปกติ” หรือ “คิดไปเองหรือเปล่า” เพราะอาจกระทบจิตใจผู้ป่วยจนอาการแย่ลงได้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการที่ดีขึ้น จิตใจมั่นคงขึ้น เราจะค่อย ๆ ให้ผู้ป่วยทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของอาการ และหาวิธีรับมือกับสิ่งที่มากระทบจิตใจจนทำให้แสดงอาการ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากคนรอบตัวด้วย

“อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า Conversion Disorder ทำให้เกิดความผิดปกติทางกายได้จริง ไม่ใช่การแกล้งทำหรือการเรียกร้องความสนใจ ตัวผู้ป่วยเองก็มักจะสับสนและกังวลกับอาการที่เกิดขึ้นมากอยู่แล้ว เราก็ควรช่วยผู้ป่วยด้วยการให้กำลังใจและรับฟังผู้ป่วยให้มาก ๆ และไม่กดดันหรือเร่งให้ผู้ป่วยหาย แต่ควรให้เวลาในการรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเราสร้างเซฟโซนให้ผู้ป่วย จิตใจพวกเขาก็จะดีขึ้น และอาการทางกายก็จะหายดี” พญ. เพ็ญชาญา กล่าวทิ้งท้าย

หากสงสัยหรือต้องการปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ ศูนย์สุขภาพใจ ชั้น 18 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 18:00 น. โทร. 0-2079-0078 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

คุณแหน : 16 เมษายน 2569

คุณแหน : 16 เมษายน 2569

คุณแหน : 16 เมษายน 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • บจ.หนังสือพิมพ์แนวหน้า และ มูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญกุศลและพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันเสาร์ 18 เม.ย.14.30 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท..
  • คล้ายวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ มูลนิธิร่วม น้ำใจต้านภัยเอดส์ ,น้อยอัมพวา วัตถุโบราณ จัดงาน “คาวบอย…คอยน้ำใจให้น้อง”  10 พ.ค.  14.00 น. ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพ งานนี้เชิญชวนแต่งกายสไตล์ คาวบอย … รายได้จากการจัดงานทุกบาททุกสตางค์ มอบให้กับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ ฯ ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ..
  • กุญชริกา กุญชร ณ อยุธยา ขอเชิญสมาชิกราชสกุลกุญชรร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระเพลประจำปี ณ วังบ้านหม้อ วันอาทิตย์ 19 เม.ย. เวลา 10.00 น..
  • พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ รศ.ดวงใจ วีสกุล  16 เม.ย.17.00 น.ศาลา 6 ชวลิตธำรง วัดธาตุทอง สวดถึง18 เม.ย.18.30 น. พระราชทานเพลิงศพ 19 เม.ย.17.00 น.เมรุหน้า..
  • ลูกๆ หลาน ครอบครัวเผอิญโชค ส่งดวงวิญญาณคุณแม่ ดร.ปราณี เผอิญโชค อดีตประธานกก.บริหาร กลุ่ม บมจ.ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ ไปสู่สุคติในสัมปรายภพเรียบร้อยแล้ว..
  • เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลตรวจสุขภาพบ่อยครั้ง แต่สงกรานต์นี้ ลูกๆ ธภัทร-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ พา คุณพ่อปรีชา ยุวบูรณ์ ออกมาสังสรรค์เปลี่ยนบรรยากาศกับครอบครัวโดยมีคุณแม่ยาจิตร เป็นพยาบาลคนสวยคอยดูแลใกล้ชิด..
  • ครบรอบ 91 ปี ท่านทูตมนัสพาสน์ ชูโต น้องๆ อดีตทูต อาทิ  อดิศักดิ์-สิริพร ภาณุพงษ์,อัจฉรา เสรีบุตร   ไปกราบขอพรด้วยความเคารพรัก ดีใจที่เห็นท่านไม่มีโรคประจำตัว สมองและความจำแจ่มใส ใช้ชีวิตประจำวันด้วยการเฝ้าจอทีวีดูข่าวและจดโน๊ตจากสำนักข่าวต่างประเทศทุกวันเพื่อประมวลและวิเคราะห์ข่าวทำรายงานให้กระทรวงการต่างประเทศ ปัจจุบันท่านยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทยต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน..
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญลงทะเบียนรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 ผ่านทางเว็บไซด์ http://rice.moac.go.th ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เม.ย.โดยสามารถรับซองพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.-16 มิ.ย.ณ จุดให้บริการที่ได้ลงทะเบียนไว้..
  • ศิษย์เก่าแนวหน้าอดีตผู้สื่อข่าวหน้าภาพข่าวสังคมที่โด่งดังมากเมื่อ 40 ปีที่แล้ว วิภาวรรณ-กฤษดา  มหาดำรงค์กุล เชิญพี่ๆ อาทิ  ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา,อ่อนอุษา ลำเลียงพล สังสรรค์ที่ห้องอาหารจีนหลงฟ่ง รร.จูบิลี่เพรสทีจ รัชดา โดยมี ผาณิต พูนศิริวงศ์  ผู้บุกเบิกหน้าภาพข่าวฯ เป็นศูนย์รวมความรักและคิดถึงของน้องๆ 17 เม.ย.12.00 น…

น้อง

เปิดแล้ว ALM x Impact Tennis & Sport Center สนามเทนนิสแห่งใหม่มาตรฐานโลก

เปิดแล้ว ALM x Impact Tennis & Sport Center  สนามเทนนิสแห่งใหม่มาตรฐานโลก

เปิดแล้ว ALM x Impact Tennis & Sport Center สนามเทนนิสแห่งใหม่มาตรฐานโลก

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

บริษัท เคเอฟยู จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าแบรนด์ คริสปี้ ครีม, ซินนาบอน, บูลโกกิ บราเธอร์ส, พาย เฟสซ์, ซีส์ แคนดีส์ เปิดตัวธุรกิจแบรนด์ใหม่ในเครือ “เอแอลเอ็ม เอ็กซ์ อิมแพ็ค เทนนิส แอนด์ สปอร์ต เซ็นเตอร์” (ALM x Impact Tennis & Sport Center) สนามเทนนิสและกีฬาครบวงจรแห่งใหม่ พร้อมแล้วที่จะส่งมอบความสุข ความสนุกสนาน และร่างกายที่แข็งแรงสำหรับแฟนคลับนักหวดลูกสักหลาด โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดสนาม ณ เมืองทองธานี

ภราดร ศรีชาพันธุ์, ชาร์ล็อตต์ แวน ดีเมิน , ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา, ด.ร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, สุวิมล – ประยุทธ มหากิจศิริ, ด.ร.ก้องศักด ยอดมณี, พรียาพัณฑ์ พงษ์สนาม, ปรียามล ธนวิสุทธิ์ และ แม็กซิมัส ภราพล โจนส์

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานบริษัท เคเอฟยู จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจากคุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ให้พัฒนาสนามเทนนิสแห่งนี้ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ได้ทำตามความฝัน เพราะย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ทุกสถานที่ ทุกกิจกรรมล็อกดาวน์กันหมด และเราไม่รู้เลยว่า วิกฤตนั้นจะสิ้นสุดเมื่อไร แต่มีสิ่งที่ได้เรียนรู้คือ การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงในภาวะที่มีโรคระบาดคือสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นจึงชวนสามี คุณลอภ์เรนฆ์ ลีโอณีโอ อดีตนักเทนนิสเยาวชนทีมชาติของฟิลิปปินส์ นำทีมลูกๆ มาฝึกเล่นเทนนิสกันอย่างจริงจัง ซึ่งการเล่นแบบต่อเนื่องทำให้ค้นพบมนต์เสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้ ที่ไม่ได้มีแค่ร่างกายที่แข็งแรงขึ้น แต่ได้ฝึกสมาธิกับใจที่จดจ่อกับลูกกลมๆ ได้ฝึกไหวพริบโต้ตอบกับฝ่ายตรงข้ามที่พร้อมจะส่งลูกมาในทิศทางที่เราอาจคาดไม่ถึง ได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหากับ การแก้มือในแต่ละแมตช์ และที่สำคัญการเล่นกีฬาในครอบครัวทำให้ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอยู่แล้วให้ผูกพันกันมากขึ้น จึงฝันไว้ว่า หากมีโอกาสอยากแบ่งปันความรู้สึกดีเหล่านี้ให้กับครอบครัวอื่น รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบในกีฬาประเภทนี้”

ดร.อุษณีย์ และลูกๆ อทิตา -ปิยม์พัชรษ์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

 สำหรับ เอแอลเอ็ม เอ็กซ์ อิมแพ็ค เทนนิส แอนด์ สปอร์ต เซ็นเตอร์ (ALM x Impact Tennis & Sport Center) ได้มีการพัฒนาพื้นเดิมให้กลายเป็นพื้นที่ได้มาตรฐานสากล ครอบคลุมพื้นผิวหลักของการแข่งขันระดับแกรนด์สแลม (Grand Slam) ประกอบด้วยสนามเทนนิสมาตรฐานระดับสากล 14 สนาม ได้แก่ สนามแข่งขันหลัก (Center Court) 1 สนาม, สนามในร่ม (Indoor Courts) 10 สนาม, สนามกลางแจ้ง (Outdoor Court) 1 สนาม, สนามดิน (Clay Courts) 2 สนาม และในเดือนกรกฎาคม จะมีการเปิดให้บริการสนามหญ้า (Grass Court) 1 สนาม เพื่อรองรับทั้งการฝึกซ้อม การแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงการจัดอีเวนต์และทัวร์นาเมนต์ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไฮไลต์สำคัญคือ สนามดิน (Clay Courts) 2 สนาม ใช้วัสดุดินแท้นำเข้าจากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับการแข่งขันระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นที่ใกล้เคียงการแข่งขันจริงมากที่สุด และล่าสุดเราได้จับมือกับสหพันธ์เทนนิสเอเชีย (Asian Tennis Federation: ATF) ยกระดับสนามแห่งนี้ให้เป็นศูนย์ฝึกซ้อมมาตรฐานระดับเอเชีย เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาจากทั่วภูมิภาคเข้ามาฝึกซ้อมและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่

สลิลลา อติการบดี, ยอดฤดี สันตติกุล และเข็มอัปสร สิริสุขะ มาร่วมยินดีกับ ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน อาทิ เทนนิสโปรช็อป, ห้องกายภาพบำบัด, Ice Bath, Leo Academy Lounge, ร้านทำผมและเล็บ  ฯลฯ และมีร้านคริสปี้ ครีม โดนัทที่ทำคอนเซ็ปต์ให้เข้ากับสถานที่ และในอนาคตอันใกล้จะมีแบรนด์อื่นๆ ในเครือมาเปิดเพิ่มเติมด้วย และแน่นอนว่า จะมีแมตช์ระดับโลกหมุนเวียนมาให้แฟนๆ เทนนิสได้ร่วมเข้าชมการแข่งขันแบบใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง

ในพิธีเปิดสนามได้มีกิจกรรมสำหรับคนรักเทนนิสมากมาย อาทิ คลินิกเทนนิส โดย Rafa Nadal Academy Training สถาบันฝึกเทนนิสระดับโลก ก่อตั้งโดย ราฟาเอล นาดาล แบ่งออกเป็น 3 ฐานหลัก ได้แก่ ฐานแรก Build a Champion นำเสนอแนวคิดและแนวทางการพัฒนานักกีฬาเทนนิสสู่การเป็นแชมเปี้ยน ตามมาตรฐานของ Rafa Nadal Academy ฐานที่สอง Physical preparation มุ่งเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายและความแข็งแรงที่จำเป็นสำหรับกีฬาเทนนิส และฐานสุดท้ายคือ Tennis Training ซึ่งเป็นการฝึกทักษะเทนนิสภาคปฏิบัติผ่าน 4 ฐานย่อย ได้แก่ Forehand, Backhand, Volley และ Serve และผู้ที่ผ่านการเทรนนิ่งจะได้รับใบประกาศนียบัตรจาก Rafa Nadal Academy ไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

ประยุทธ มหากิจศิริ โชว์ลีลาการหวดลูกสักลาด

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Thailand Hero Training สำหรับผู้โชคดีที่จะได้ฝึกเทคนิคต่างๆ กับนักเทนนิสชาวไทยระดับแชมป์โลกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คือ ภราดร ศรีชาพันธุ์, ดนัย อุดมโชค, วริศ สอนบุตรนาค และแม็กซิมัส ภราพล โจนส์ พร้อมตื่นตาตื่นใจกับแมตช์ประวัติศาสตร์ Thai Legends VS Rising Stars ระหว่างภราดร ศรีชาพันธุ์และดร.ธนากร ศรีชาพันธุ์ VS วริศ สอนบุตรนาค และแม็กซิมัส ภราพล โจนส์ และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก ธนชัย อุชชิน “ป๊อด โมเดิร์นด็อก” กลางสนาม Center Court ที่สร้างความรู้สึกประทับใจจนอดไม่ได้ต้องคว้าแร็กเกตมาประลองฝีมือกับแฟนเพลง

มาสนุกกับ “เอแอลเอ็ม เอ็กซ์ อิมแพ็ค เทนนิส แอนด์ สปอร์ต เซ็นเตอร์ (ALM x Impact Tennis & Sport Center) ได้แล้ววันนี้ ณ เมืองทองธานี (ใกล้โรงแรมไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค) พร้อมจองคิวและติดตามกิจกรรมดีๆ ได้ที่ เว็บไซต์ www.almximpacttennis.com, Facebook: almximpacttennis และ Instagram: almximpacttennis

บดินทร์ เสรีโยธิน, ชาร์ล็อตต์ แวน ดีเมิน, ปรียามล – ธรรมะ ธนวิสุทธิ์

พัฒน์พงษ์ ธนวิสุทธิ์, จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, อรุโณชา ภาณุพันธุ์, ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์, วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, จินดาภา ชาญวิทยารมณ์ และธนวัฒก์ เทพวงศ์ศิริรัตน์

AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส

AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต  เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส

AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.01 น.

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย (AIDSID) ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส ในโครงการ “ฉีดวัคซีนปอดบวมแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส 1,000 ราย” ระดมทุน 2,347,000 บาท ภายในปี 2569 เพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยเปราะบางที่ด้อยโอกาสได้ฉีดวัคซีนป้องกันนิวโมคอคคัส (PCV-20) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ เป็นโรคติดเชื้อที่อาจลุกลามรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล เข้าห้องไอซียู หรือเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมาก

ในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยโรคปอดอักเสบสูงถึงประมาณ 200,000–250,000 ราย และเชื้อไม่ได้ก่อโรคเพียงที่ปอดเท่านั้น แต่ยังอาจลุกลามสู่กระแสเลือดและเยื่อหุ้มสมองจนเป็นภาวะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งมีผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันได้

ทุกการให้ = โอกาสหายใจอย่างปลอดภัยอีกครั้ง ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญได้ที่ www.donationhub.or.th/project/155/detail  ลดหย่อนภาษีได้2เท่า  รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www AIDSID.or.th หรือโทร.02-2516711-5