‘ปลาร้า คาเฟ่’ มื้อหน้าขอให้ปลาร้าเยียวยาทุกสิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594909

  • วันที่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 11:30 น.

‘ปลาร้า คาเฟ่’ มื้อหน้าขอให้ปลาร้าเยียวยาทุกสิ่ง

เอาใจสาวกรสแซ่บแบบนัวๆ อร่อยยั่วๆ ด้วยเมนูปลาร้า ที่ร้าน ‘ปลาร้า คาเฟ่’

คอปลาร้าห้ามพลาดกับร้านที่เสิร์ฟเมนูปลาร้านัวๆ เน้นๆ อย่าง ‘ปลาร้า คาเฟ่’ คัดของดีของอร่อยมาอ่อยคนเมือง สูตรเด็ดตัวนำยกให้ปลาร้าที่สรรหามาจาก จ.กาฬสินธุ์ และนำมาปรุงรสชาติในสูตรของตัวเอง เพราะที่กรุงเทพฯ หาปลาร้าที่รสชาติถูกใจเจ้าของร้านไม่ได้ โดยทุกเมนูรสชาติจัดจ้านตามสไตล์อาหารอีสาน แต่ถ้าใครกินเผ็ดมากไม่ได้ สามารถบอกแม่ครัวขอให้ลดความเผ็ดลงได้  หรือใครที่ติดรสชาติแบบคนกรุงเทพฯ เวลาสั่งก็ให้บอกว่าขอรสชาติเปรี้ยวหวาน

สตาร์ทความแซ่บกันด้วยออเดิฟร์ แจ่วบอง ที่ร้านเสิร์ฟให้ลูกค้าฟรีทุกโต๊ะ แล้วไปเริ่มพบความจริงจังกันที่ ตำปลาร้าคาเฟ่ เมนูที่เจ้าของร้านเลือกแต่ของที่ชอบมาเสิร์ฟรวมกับส้มตำปูปลาร้า ไม่ว่าจะเป็น หมูยอ กากหมู เห็ดหูหนู เห็ดหิมะ หน่อไม้ และชะอม

ตำหลวงพระบาง ที่ฝานมะละกอเป็นเส้นบางๆ รสชาติกลมกล่อมลงตัว อีกเมนูที่ขายดี ตำไหลบัวกุ้งสด ได้รสชาติกรุบกรอบของไหลบัวรวมกับน้ำปลาร้าสุดนัวและกุ้งสด และ ตำเกาเหลาหอยโข่ง

แก้เผ็ดด้วย ซี่โครงหมูย่าง และชุด หมูปลาร้า ที่ร้านคัดเอาส่วนคอหมูมาตัดส่วนมันออกเพื่อไม่ให้มันมากเกินไป กินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า และซีฟู้ด เสิร์ฟมาพร้อมผักเคียงและข้าวเหนียว

ยังมี แหนมหมกไข่ใบตอง ไข่เจียวใส่แหนมหมูหอมกลิ่นใบตอง และปิดท้ายด้วย กวยจั๊บญวน ที่ทั้งหมูยอและเส้นส่งตรงจาก จ.อุบลราชธานี พร้อมน้ำซุปหอมๆ รสชาติกลมกล่อม

ร้าน ‘ปลาร้า คาเฟ่’ ตั้งอยู่ในโครงการสวนดอกลำเจียก ถ.พระราม 5 ติดกับห้างโฮมโปร เปิดให้บริการวันพฤหัสบดี-อังคาร (ร้านปิดทุกวันพุธ) เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. เบอร์โทรศัพท์ 08-1557-8828

สุขยาวๆ แบบคนมีคู่ จะสู้ #โสดแล้วสุข ได้หรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/595155

  • วันที่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

สุขยาวๆ แบบคนมีคู่ จะสู้ #โสดแล้วสุข ได้หรือไม่

ศูนย์ Customer Insights by TMB Analytics เผยผลการศึกษาคนมีครอบครัวมีความสุขมากกว่าคนโสด แม้แบกภาระทางการเงินอ่วม แต่ถ้ามีการวางแผน บริหารจัดการหนี้ เตรียมความพร้อมให้ชีวิต ก็สามารถมีความสุขได้ยาวๆ

“อัตราการเพิ่มขึ้นของคนโสดมีเยอะก็จริง แต่กลุ่มคนแต่งงานยังเป็นโครงสร้างหลักของครอบครัวไทย” จากรายงาน UNFPA ล่าสุดพบว่ากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมาโครงสร้างครอบครัวไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั้งขนาดของครอบครัวที่เล็กลง และลักษณะครอบครัวอยู่คนเดียวหรือที่กลุ่มคนโสดมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่โครงสร้างที่อยู่เป็นครอบครัวยังมีถึง 84% ในขณะที่คนโสดมีเพียง 13.9%

“แต่งงานหรือมีครอบครัวแล้วต้องแบกภาระหนัก ทำให้ไม่มีความสุข” เป็นคำกล่าวที่เราได้ยินคุ้นหูโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ปักธงอยู่ฝั่งคนโสด เหตุมองคนแต่งงานมีครอบครัวแล้ว มักไม่ค่อยมีความสุขในชีวิตเพราะมีภาระทางการเงินสูง ไม่สามารถใช้ชีวิตแบบสายช็อป สายเที่ยว สายกิน ได้เต็มที่ ต้องใช้ชีวิตตามแบบแผนตลอด

 

แต่จากการศึกษากลุ่มคนที่มีระดับรายได้ใกล้เคียงกัน พบว่า “คนแต่งงานแล้ว มีความสุขมากกว่าคนโสด” โดยพบว่า 60% ของคนแต่งงานบอกรู้สึกมีความสุขในชีวิต ในขณะที่คนโสดทั้งแท่งมีความสุขแค่ 45% นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่าร้อยทั้งร้อย คนจะมีความสุขได้ต้องมีความสุขทางการเงินมาก่อน เราจึงมาเจาะดูว่าคนแต่งงานที่มีความสุขและไม่มีความสุข มีพฤติกรรมทางการเงินแตกต่างกันอย่างไร

เริ่มจากพฤติกรรมการใช้จ่าย พบว่ากลุ่มที่มีความสุขและไม่มีความสุข มีค่าใช้จ่ายพื้นฐาน และค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น อย่างท่องเที่ยว ช็อปปิ้งที่ไม่แตกต่างกัน แต่กลุ่มคนที่ไม่มีความสุขพบว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากภาระเลี้ยงดูและค่าเล่าเรียนบุตร และค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เป็นสัดส่วนที่สูงกว่า

แต่ไม่ใช่ว่ามีหนี้แล้วจะมีความสุขไม่ได้ เพราะจากผลสำรวจพฤติกรรมการเป็นหนี้ พบว่า กลุ่มคนที่มีความสุขก็มีการก่อหนี้เช่นกัน แต่มีการบริหารจัดการหนี้ที่ดีกว่า เช่น เลือกวิธีการผ่อนชำระที่ไม่มีดอกเบี้ย หรือจ่ายหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงๆก่อน อีกทั้ง ส่วนใหญ่ยังมีรายการผ่อนที่โดนคิดดอกเบี้ยเพียง 1-2 รายการ ขณะที่เกือบครึ่งของคนที่ไม่มีความสุข มีรายการที่ต้องผ่อนชำระแบบเสียดอกเบี้ยมากกว่า 3 รายการขึ้นไป และมักเลือกวิธีการชำระหนี้แบบจ่ายแค่ขั้นต่ำ แถมยังมีบางส่วนจ่ายหนี้ช้ากว่ากำหนดด้วย

พฤติกรรมการออม พบว่าในกลุ่มคนที่มีความสุข มีสัดส่วนคนที่มีเงินออม สูงกว่าในกลุ่มคนที่ไม่มีความสุขถึง 3 เท่า อีกทั้งยังมีรูปแบบในการเก็บออมบางอย่างที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ทั้งสองกลุ่มมีการออมสำหรับพอไว้ใช้ยามฉุกเฉินเป็นพื้นฐาน แต่เราพบว่ากลุ่มคนมีความสุขมีรูปแบบการออมเพื่อวัยเกษียณกับการเก็บออมเพื่อลงทุนเป็นสัดส่วนสูงกว่ากลุ่มคนที่ไม่มีความสุขถึง 2 เท่า

คนมีความสุขมีการเตรียมความพร้อมในชีวิตที่ดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล แม้ทั้งสองกลุ่มจะเลือกใช้ เงินตัวเองจ่ายก่อนเป็นพื้นฐาน แต่ในกลุ่มมีความสุขจะมีการซื้อประกันสุขภาพไว้มากกว่ากลุ่มไม่มีความสุข ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มมีความสุขมีการป้องกันความเสี่ยงในด้านค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วยไว้รองรับ โดยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับประกันสุขภาพและประกันอื่นๆเฉลี่ยต่อปีอยู่ 24,100 บาท มากกว่ากลุ่มไม่มีความสุขสองเท่า และกลุ่มที่มีความสุขเกือบทั้งหมดก็มีการวางแผนเกี่ยวกับเงินที่จะใช้ยามเกษียณแล้ว ขณะที่กลุ่มไม่มีความสุขเป็นจำนวนกว่า 11% สารภาพว่ายังไม่รู้จะเอาเงินจากที่ไหนมาใช้ในยามเกษียณ

“ศูนย์ Customer Insights by TMB Analytics เป็นศูนย์วิเคราะห์มุมมองใหม่ๆด้านการพฤติกรรมทางการเงิน เพื่อสร้างการตระหนักรับรู้ ความเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการเงินส่วนบุคคลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น” นำเสนอผลการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงินของคนไทยตลอดเส้นทางทั้งการออม การใช้จ่าย การลงทุน ตลอดจนการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งสามารถสะท้อนอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อพฤติกรรมในด้านต่างๆ

ปวดหัวแบบไหน…เข้าข่ายไมเกรน?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/595151

  • วันที่ 17 ก.ค. 2562 เวลา 19:50 น.

ปวดหัวแบบไหน...เข้าข่ายไมเกรน?

เป็นคำถามที่น่าจะถูกเสิร์ชหามากที่สุดสำหรับคนที่มีอาการปวดหัว ว่าอาการอย่างไรที่เข้าข่ายเป็นปวดหัวไมเกรน เพราะอาการปวดหัวมีหลายแบบ หลายสาเหตุ และหลายวิธีการรักษา

ส่วน “ไมเกรน (Migraines)” เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงชนิดหนึ่ง ที่จะทำให้รู้สึกปวดตุบๆ รุนแรง โดยมักปวดบริเวณศีรษะข้างเดียว หรือปวดข้างเดียวก่อนแล้วจึงปวดสองข้าง ในขณะที่ปวดก็มักมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย และอาจมีความรู้สึกไวต่อเสียงและแสงสว่างมากกว่าปกติ

ปวดหัวอย่างไร เข้าข่ายไมเกรน

1.ปวดข้างเดียว สองข้าง หรือสลับข้าง

ไมเกรนเป็นโรคปวดหัวที่เป็นได้ทั้ง ข้างเดียว หรือสองข้าง แต่เมื่อใดก็ตามมีการปวดหัวสลับข้าง คือบางครั้งซ้าย และก็อาจมีบางครั้งขวา ก็มีแนวโน้มเป็นไมเกรน

2.อาการค่อยๆ ปวด แล้วก็ค่อยๆ หาย

ไมเกรนเป็นโรคเรื้อรังทีจะเป็นๆ หายๆ แล้วแต่ว่าใครจะเป็นบ่อยแค่ไหน แต่หากเป็นแล้วหาย แล้วก็มาเป็นเหมือนเดิมอยู่อย่างนั้น โอกาสเป็นไมเกรนก็จะสูง เพราะถ้าเป็นโรคปวดหัวชนิดอื่นส่วนใหญ่ไม่เป็นแล้วหาย ไม่กลับมาเป็นบ่อยๆ

3.ปวดมากๆ จนอาจคลื่นไส้อาเจียน

ไมเกรนจะมีกลไกไปกระตุ้นศูนย์อาเจียน ขึ้นกับอาการปวดหัวว่ามากหรือน้อย ดังนั้น หากปวดหัวมากจนอาเจียนก็มีความเป็นไปได้จะเป็นไมเกรน เมื่ออาเจียนแล้วอาการจะดีขึ้น

4.ปวดทุกครั้งเมื่อมีสิ่งกระตุ้นจำเพาะ

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่หมอจะถามว่า ก่อนปวดหัวมีอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้ปวดหัว เพราะไมเกรนมีสิ่งกระตุ้นได้หลากหลาย เช่น กลิ่น ความร้อน ความเครียด อดนอน ซึ่งอาจเป็นสิ่งกระตุ้นเฉพาะแต่ละคน

สาเหตุของไมเกรน

ไมเกรนเป็นผลจากความผิดปกติชั่วคราวในการทำงานของสมองที่มีผลกระทบต่อเส้นประสาท สารเคมี และหลอดเลือดในสมอง แต่สาเหตุที่แท้จริงของไมเกรนนั้นไม่เป็นที่แน่ชัด ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยตามสิ่งกระตุ้น ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ผู้หญิงอาจเป็นไมเกรนในช่วงที่มีประจำเดือน (Menstrual Migraine) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย เช่น เอสโทรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) โดยไมเกรนชนิดนี้ มักเกิดในช่วง 2 วันก่อนมีประจำเดือน ไปจนถึงวันที่ 3 ของการมีประจำเดือน ในบางรายพบว่าเป็นไมเกรนแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยเพศหญิงบางราย ก็จะพบว่าเป็นไมเกรนในช่วงเวลาอื่่นที่ไม่ได้เป็นประจำเดือนได้เช่นกัน และในผู้หญิงหลายคนก็พบว่าอาการไมเกรนที่เกิดขึ้นนั้นมาจากหลังวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อันส่งผลต่ออารมณ์และร่างกาย และสามารถกระตุ้นไมเกรนได้ หรืออาจทำให้เกิดอาการที่รุนแรงได้ในบางราย

ตัวกระตุ้นที่เกี่ยวกับอารมณ์

  • ความเครียด ภาวะตึงเครียด
  • ความวิตกกังวล
  • อาการตกใจ หรือช็อก
  • ภาวะซึมเศร้า
  • ความตื่นเต้น

ตัวกระตุ้นทางกายภาพ

  • ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
  • นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ทำงานเป็นกะ ไม่เป็นเวลาปกติ
  • มีความตึงที่คอหรือไหล่
  • อาการอ่อนเพลียจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานาน (Jet Lag)
  • ภาวะเลือดมีน้ำตาลน้อย (Hypoglycaemia)
  • ออกกำลังกายที่ต้องใช้พละกำลังมาก

ตัวกระตุ้นเกี่ยวกับอาหาร

  • รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา
  • ภาวะขาดน้ำ
  • ดื่มแอลกอฮอล์
  • อาหารที่มีสารไทรามีน (Tyramine) ซึ่งเป็นส่วนประกอบธรรมชาติของอาหาร เช่น เนยแข็ง
  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา หรือกาแฟ
  • อาหารบางประเภท เช่น ช็อกโกแลต ผลไม้ตระกูลส้ม และชีส

ตัวกระตุ้นที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

  • แสงสว่างจ้า
  • แสงจากจอโทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์
  • การสูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่ โดยเฉพาะในห้องแบบปิด
  • เสียงดัง
  • สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ความชื้น หรืออุณหภูมิที่เย็นจัด
  • ได้รับกลิ่นที่รุนแรง
  • บรรยากาศที่อบอ้าว

การใช้ยารักษาโรค

  • การใช้ยานอนหลับบางชนิด
  • การใช้ยาคุมกำเนิด
  • การใช้ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy) ในสตรีวัยหมดประจำเดือน

 

ภาพ freepik

‘ครัวกลางกรุง’ ปรุงรสชาติความเป็นไทยตำรับพื้นบ้าน เสิร์ฟความอร่อยมานาน 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594987

  • วันที่ 17 ก.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

'ครัวกลางกรุง' ปรุงรสชาติความเป็นไทยตำรับพื้นบ้าน เสิร์ฟความอร่อยมานาน 20 ปี

เพราะไม่อยากเห็นร้านอาหารไทยสูตรต้นตำรับถูกดิสครัปต์ด้วยเทรนด์การบริโภคอาหารนานาชาติที่เป็นกระแสในโลกโซเชียล ทั้งอาหารญี่ปุ่น เกาหลี กระทั่งอาหารฝรั่ง

คุณแม่คนึงนิจ ละออ เจ้าของร้านอาหารไทยที่ปรุงเมนูพื้นบ้านมานาน จึงมีไอเดียนำเสนอเมนูอาหารไทยในห้าง สร้างคาแรกเตอร์ใหม่จากเดิมที่เปิดเป็นร้านข้าวแกงและอาหารตามสั่งเมื่อ 20 ปีก่อนในชื่อร้าน “โอชารส” ที่สุขาภิบาล 3 จากตึกแถวสองห้อง แล้วจึงย้ายร้านมาเปิดที่กลางเมืองย่าน RCA พร้อมรีแบรนด์ใหม่ให้เข้ากับสถานที่ตั้งด้วยชื่อร้าน “ครัวกลางกรุง”

และล่าสุดกับสาขาใหม่ที่พลิกโฉมหน้าอีกครั้งด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนออาหารไทยในห้าง สร้างความแตกต่างด้วยบรรยากาศความเป็นไทยที่คุ้นเคย ตกแต่งแบบเรียบง่าย เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ที่เป็นงานสาน ประดับด้วยเครื่องจักสานฝีมือภูมิปัญญาคนไทย เข้ากันดีกับโทนสีเขียวและต้นไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งล้อมวงกินข้าวอยู่ที่บ้าน

ด้านเมนูเน้นเป็นอาหารไทยแบบไทยพื้นบ้านที่รสชาติกลมกล่อมถึงเครื่องเทศแบบไทยๆ มีให้เลือกกว่า 50 เมนู ส่วนที่มาแล้วไม่อยากให้พลาดเมนูแรกต้อง เปาะเปี๊ยะสด ใช้แป้งโรตีสดใหม่วันต่อวัน ด้านในจัดเต็มทั้งหมูแดง กุนเชียง เต้าหู้ เห็ดหอม แตงกวา ถั่วงอก ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดรสเปรี้ยวหวานจากน้ำมะเปียก น้ำตาลมะพร้าว หอมรากผักชี พริกไทย

สำหรับเมนูขึ้นชื่อของร้านนี่ยกให้ ข้าวคลุกกะปิสูตรชาววัง สูตรลับความอร่อยคือการใช้กะปิอย่างดีจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ให้กลิ่นหอมหวนชวนรับประทาน ต่อด้วยเมนูที่อร่อยไม่แพ้กันอย่าง กรรเชียงปูผัดพริกเหลือง เนื้อปูหวานแน่นขนาดกำลังดีส่งตรงจากสุราษฎร์ธานี เข้ากันดีกับพริกเหลืองและโหระพา

ตามมาด้วยเมนูคั่วพริกเกลือ อย่างปูนิ่มคั่วพริกเกลือ กัดปูนิ่มทอดกรอบเคลือบความอร่อยครบรส หวาน เผ็ด เค็ม ยังมี หมูกรอบคั่วพริกเกลือ กระดูกอ่อนคั่วพริกเกลือ เต้าหู้อ่อนคั่วพริกเกลือ อีกความอร่อยที่แนะนำคือ แกงส้มปลากระพง ยำถั่วพู มัสมั่นเนื้อน่องลาย แกงคั่วหอยหวานใบชะพลู ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน น้ำพริกกะปิปลาทูทอด ทอดมันปลากราย ต้มแซบซี่โครงอ่อน ผัดพริกขิงปลาดุกฟู ข้าวผัดปลาสลิด และอื่นๆ

ตบท้ายด้วยของหวานแบบไทยๆ อย่าง ข้าวเหนียวทุเรียน ใช้น้ำกะทิสูตรใสอร่อยกลมกล่อมหวานกำลังดี ลูกตาลลอยแก้ว กล้วยไข่เชื่อม ด้านเครื่องดื่มมีน้ำผลไม้และน้ำสมุนไพร อาทิ น้ำแตงโมปั่น น้ำส้มปั่น ลิ้นจี่โซดา อัญชันมะนาว กระเจี๊ยบ ลำไย เก็กฮวย

แวะไปชิมอาหารไทยที่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ได้ที่ร้านอาหาร “ครัวกลางกรุง”ที่ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ อาคาร B ชั้น G เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 20.30 น. โทรศัพท์ 02 108 6152 และ 093 519 2599

ฟังเสียงเตือนจากอาการปวดเข่า 3 แบบที่แตกต่างกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/594902

  • วันที่ 17 ก.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

ฟังเสียงเตือนจากอาการปวดเข่า 3 แบบที่แตกต่างกัน

อาการ “ปวดเข่า” มีหลายแบบ แต่ที่พบบ่อยคืออาการปวดเข่าจากเข่าเสื่อม กล้ามเนื้อไม่สมดุล และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งลักษณะอาการจะแตกต่างกัน และไม่ได้เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น เพราะทั้งวัยกลางคน นักกีฬา ผู้ที่บาดเจ็บจากการออกกำลังกายก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน

โดยจุดเริ่มต้นอาการอาจเริ่มจากปวดหลัง ปวดก้น และลุกลามทำให้เกิดอาการปวดที่เข่า อาการปวดเข่าเช่นนื้จึงเกิดจากกล้ามเนื้อก้นอ่อนแรง หรือกล้ามเนื้อที่สะโพกไม่สมดุล

อาการปวดเข่ามีหลายแบบ แต่ที่พบบ่อยคืออาการปวดเข่าจากเข่าเสื่อม กล้ามเนื้อไม่สมดุล และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งลักษณะอาการจะแตกต่างกัน คือ

1.อาการปวดเข่าจากเข่าเสื่อม มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงวัยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่พบในผู้มีน้ำหนักตัวมาก ลักษณะอาการที่แสดงว่าเป็นโรคเข่าเสื่อม คือ

– มีอาการปวดเข่า โดยปกติจะปวดเมื่อมีการเคลื่อนไหว หรือมีการเดินลงน้ำหนัก เมื่อพักจะดีขึ้น หากเป็นมากจะปวดตลอดเวลา

– ข้อติดแข็ง ส่วนมากจะพบในตอนเช้าเมื่อตื่นนอนใหม่ๆ หรือเมื่อพักในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ต่อเนื่องโดยไม่ได้ขยับ

– บวมรอบข้อ อาจพบร่วมกับอาการแดงและร้อนเมื่อลองคลำบริเวณรอบเข่า

– มีการผิดรูปของข้อเข่า ซึ่งเกิดจากผิวข้อบางลง แล้วตัวของกระดูกมีการเสียดสีกันจน เกิดกระดูกงอก ทำให้เข่าผิดรูปและขยาย ซึ่งพบว่าผู้ที่มีเข่าเสื่อมอย่างรุนแรง รอบข้อเข่าจะใหญ่ขึ้น

– มีเสียงดังภายในข้อเข่า ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นอาจมาจากการเสียดสีของผิวข้อภายในข้อเข่า

2. อาการปวดเข่าจากกล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุลกัน มักจะเกิดขึ้นกับนักกีฬาบางประเภทที่ต้องใช้เข่ารับน้ำหนักมาก เช่น นักวิ่ง นักปั่นจักรยาน นักบาสเกตบอล นักฟุตบอล นักกอล์ฟ ฯลฯ ลักษณะอาการ คือ

– อาการปวดจะปวดเสียวแปลบๆ ด้านนอกหรือด้านในของข้อ หรือไม่ก็ด้านหน้าเข่าใต้ลูกสะบ้า ไม่ได้ปวดลึกๆ ลงไปในข้อเข่า

– อาการปวดมักร่วมกับอาการตึงร้าวจากต้นขา หรือข้อสะโพก

– อาการปวดจะชัดเจน หลังจากที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายมา

3. อาการปวดเข่าจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย ทำงานอยู่ในท่าเดิมซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน และอยู่ในอิริยาบถเดิมๆ เช่น นั่งต่อเนื่องนานๆ และหากอยู่ในอิริยาบถที่ผิดแล้วด้วยก็มักทำให้เกิดอาการปวดได้ง่าย อาการจะดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ มีอาการปวดแบบล้าๆ เมื่อยๆ ไปทั้งขา มักเกิดร่วมกับอาการปวดกล้ามเนื้อก้น ปวดข้อเท้าหรือน่อง

การดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวดเข่าไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ทำได้ด้วยวิธีนี้ดังต่อไปนี้

1. เมื่อเริ่มมีอาการปวดเข่า ให้สังเกตว่ามีอาการบวมแดงร้อนหรือไม่ หากมี ในวันแรกของอาการปวดควรประคบด้วยแผ่นเย็น และวางพาดขาให้สูง

2. ท่าทางใดที่ทำให้ปวดควรหยุดทำท่านั้นๆ ก่อน จนกว่าอาการจะหายดี

3. หลีกเลี่ยงการยืน เดินนานๆ เพราะจะทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักตัวตลอดเวลา และเพิ่มอาการบาดเจ็บมากขึ้น ทั้งนี้ หากภายใน 3-5 วัน อาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อนที่อาการจะลุกลาม

 

ภาพ freepik

3 เดือน “งดเหล้าเข้าพรรษา” แล้วได้อะไร?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/594935

  • วันที่ 17 ก.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

3 เดือน "งดเหล้าเข้าพรรษา" แล้วได้อะไร?

“งดเหล้าเข้าพรรษา” ตัวเรา-ครอบครัว-สังคมได้อะไรบ้าง?

จากการเก็บสถิติผลการสำรวจสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในช่วงปี 2544-2560 พบคนไทยมีแนวโน้มการดื่มลดลง จากร้อยละ 32.7 ในปี 2544 เหลือร้อยละ 28.4 ในปี 2560 ผลคือมีคนไทย 15.9 ล้านคนที่ยังคงดื่มอยู่ และจากข้อมูลการสำรวจภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทยโดยวิธีการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 ปี 2557 มีผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ในระดับอันตรายลดลงเหลือร้อยละ 3.4 ลดจากปี 2547 ที่อยู่ที่ ร้อยละ 9.1

ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มการดื่มของคนไทยโดยรวมลดลง สอดคล้องกับข้อมูลค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ลดลงเหลือ 142,230 ล้านบาท ในปี 2560 จาก 151,607 ล้านบาท ในปี 2548

นอกจากนี้ จากการประเมินผลจากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาต่อการลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากทุกสาเหตุและการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ พบว่าในเดือนที่มีการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากทุกสาเหตุลงร้อยละ 9 และการเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ลดลง ร้อยละ 25 และยังส่งผลให้การดื่มลดลง ร้อยละ 10 อีกด้วย

ส่วนผลด้านสุขภาพ เมื่อดื่มเหล้า เซลล์ตับจะกำจัดสารพิษจากแอลกอฮอล์ทำให้ตับสูญเสียการทำงานเกิดไขมันสะสมในตับ เมื่อได้ออกกำลังกายจะดึงไขมันสะสมไปใช้ทำให้ตับทำงานได้ดีขึ้น ยิ่งดื่มมาก เซลล์ตับยิ่งทำงานหนักและถูกทำลายมากขึ้น สารพิษถูกกำจัดได้น้อยลง เอนไซม์สูงขึ้น กลายเป็นตับอักเสบและไขมันแทรกตับ ทุกครั้งที่ดื่ม เซลล์ยิ่งทำงานหนัก จนเกิดภาวะพังผืดและเป็นแผลในเนื้อเยื่อตับ และเป็นตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด

4 ได้…ใน 3 เดือน ท่องไว้เตือนตัวเอง

ช่วงเข้าพรรษา 3 เดือนถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนแปลงตนเอง แน่นอนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นย่อมส่งผลดีที่จากตอนแรก แค่ตั้งใจงดเหล้า 3 เดือน คุณอาจตัดสินใจงดเหล้าตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้

  1. ได้รักษาสุขภาพ – เข้าพรรษาถือเป็นช่วงพักดื่ม พักตับ เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้น และให้ตับฟื้นฟู ซ่อมสร้างตัวเอง สร้างเซลล์ใหม่และกำจัดสารพิษจากร่างกาย
  2. ได้ความรักจากคนรอบข้าง – คนรอบข้างมักห่วงใยสุขภาพของผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การงดดื่มเป็นการแสดงออกความรู้สึกที่มีต่อคนรอบข้าง เชื่อมความสัมพันธ์และให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น
  3. ได้เงินเก็บ – การดื่มคนเดียวหรือหลายคน ก็มีค่าใช้จ่ายสูงในแต่ละเดือน การงดดื่มช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเป็นการเก็บรักษาให้มีเงินเหลือออมมากขึ้น
  4. ได้ความปลอดภัย – อุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มแล้วขับส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น การงดดื่มช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุและการทะเลาะวิวาทกับคนรอบข้าง

ทางด้าน ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ได้เผยประโยชน์ของการงดเหล้าเข้าพรรษาไว้ 3 ด้าน ได้แก่

  1. คนที่ลด ละ เลิกได้เอง จะทำให้สุขภาพดีขึ้น ตับได้พักผ่อน แต่ความจริงแล้วตับเป็นเพียงตัวแทนอวัยวะของร่างกาย เพราะแอลกอฮอล์ทำลายทุกอวัยวะ ซึ่งแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุกว่า 200 โรค เข้าพรรษานี้นอกจากพักตับแล้ว ยังพักทุกอวัยวะทำให้สุขภาพดีขึ้น
  2. ครอบครัว เงินจากการซื้อเหล้าก็เปลี่ยนไปเป็นอาหารที่รับประทานได้ทั้งครอบครัว และซื้อของจำเป็นอื่นๆ นอกจากนี้ก็ยังมีเวลาเหลือ เพราะเวลาที่อยู่ในวงเหล้าเปลี่ยนมาให้ครอบครัว ซึ่งหลายครอบครัวบอกว่าช่วงสามเดือนแห่งการเข้าพรรษาถือเป็นเวลาที่มีความสุขที่สุด
  3. สังคม พบว่าสถิติทางอุบัติเหตุและอาชญากรรมลดลงชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพระยะยาวไม่ใช่แค่การออกกำลังกายเพียงเท่านั้น ยังมีปัจจัยเล็กๆ น้อ ๆ ทั้งการรับประทานอาหาร การงดเหล้า การไม่สูบบุหรี่ การพักผ่อน สสส.อยากให้ทุกคนใช้โอกาสในวันเข้าพรรษา เป็นก้าวแรกของการดูแลสุขภาพ มางดเหล้า เข้าพรรษา เปลี่ยนเวลาเสี่ยงมาเป็นเวลาสร้างเสริมสุขภาพที่ดี หากใครไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ทางทีมเว็บไซต์ขอเชิญชวนทุกท่านมาเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ งดเหล้า เข้าพรรษา

รู้วิธีบริโภคให้ปลอดภัย ป้องกันพยาธิตืดฝังลิ้นเพราะการกินอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/594996

  • วันที่ 16 ก.ค. 2562 เวลา 17:50 น.

รู้วิธีบริโภคให้ปลอดภัย ป้องกันพยาธิตืดฝังลิ้นเพราะการกินอาหาร

กรมควบคุมโรค แนะประชาชนให้สังเกตตัวเองหากสงสัยว่ามีตัวพยาธิในร่างกาย เช่น มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย น้ำหนักตัวลดผิดปกติ ถ้าไม่แน่ใจสามารถไปพบแพทย์ให้ตรวจวินิจฉัย เพื่อให้ยาฆ่าพยาธิที่มีประสิทธิภาพ

จากกรณีที่มีรายงานข่าวหญิงรายหนึ่งมีซีสต์หรือถุงตัวอ่อนพยาธิตืดหมูฝังอยู่ในลิ้น  น.พ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า พยาธิตืดสามารถพบได้ทั้งในคนและในสัตว์เลี้ยงที่สามารถติดต่อมาสู่คนได้ เช่น หมู สุนัข แมว วัว ควาย รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

ส่วนพยาธิตืดหมูที่พบในคนจะมีหมูเป็นตัวนำกึ่งกลางกินอาหารที่ปนเปื้อนไข่พยาธิ หรือในอุจจาระคน แล้วเกิดเป็นถุงตัวอ่อนในหมูเรียกกันว่าพยาธิเม็ดสาคูในเนื้อหมู เมื่อคนกินเม็ดสาคูในเนื้อหมูเข้าไป จะเจริญเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้เล็ก และพยาธิตืดมีอายุในคนได้นานถึง 25 ปี ซึ่งสามารถกินยาถ่ายพยาธิตืดออกมาได้

หากคนเรากินอาหารที่มีไข่พยาธิตืดหมูที่ปนเปื้อนมากับอาหารหรือน้ำดื่ม หรืออาเจียนขย้อนพยาธินี้มาที่กระเพาะ พยาธิตัวอ่อนจะฟักจากไข่แล้วไชทะลุลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดหรือน้ำเหลืองไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น สมอง ตา กล้ามเนื้อ กระพุ้งแก้ม และลิ้น เป็นต้น ซึ่งการเกิดโรคมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตำแหน่ง จำนวน และอายุของถุงตัวอ่อนที่เข้าไปฝังอยู่ที่อวัยวะใด เช่น ฝังที่สมองอาจทำให้เกิดอาการชัก ความดันในสมองสูง เคลื่อนไหวผิดปกติ หากฝังที่ตาทำให้บวม เลือดออก มองเห็นมัว หากฝังที่กล้ามเนื้ออาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบรุนแรงในระยะแรก และบวมแดง ดังนั้น การที่ถุงตัวอ่อนพยาธิตืดเข้าไปฝังอยู่ในลิ้นตามที่เป็นข่าว จึงต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และผ่าเอาถุงตัวอ่อนพยาธิออก

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคหนอนพยาธิและโปรโตซัวในลำไส้ของประเทศไทย ในปี 2552 เก็บตัวอย่างอุจจาระ 15,555 ตัวอย่าง ตรวจพบพยาธิตืดหมู-วัว 113 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 0.73 และในปี 2557 เก็บตัวอย่างอุจจาระ 10,140 ตัวอย่าง พบพยาธิตืดหมู-วัว 43 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 0.42

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ได้จัดให้พยาธิตืดหมู และซิสติเซอร์โคซิส เป็นกลุ่มโรคเขตร้อนที่ไม่ได้รับความสำคัญ (เป็นโรคที่ถูกละเลย) แต่ในปี 2553 แผนงานโรคเขตร้อนที่ไม่ได้รับความสำคัญ (โรคที่ถูกละเลย) ได้จัดทำกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่เป้าหมายในการควบคุมและกำจัดโรคพยาธิตืดหมู และซิสติเซอร์โคซิส ในประเทศที่ได้รับการเลือกจากองค์การอนามัยโลก ภายในปี 2563

กรมควบคุมโรค แนะประชาชนให้สังเกตตัวเองหากสงสัยว่ามีตัวพยาธิในร่างกาย เช่น มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย น้ำหนักตัวลดผิดปกติ ถ้าไม่แน่ใจสามารถไปพบแพทย์ให้ตรวจวินิจฉัย เพื่อให้ยาฆ่าพยาธิที่มีประสิทธิภาพ เพราะอาจเป็นหนอนพยาธิชนิดอื่นๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบสุขาภิบาลและระบบสุขภาพของไทยดีขึ้นมาก การขับถ่ายอย่างเป็นระบบ ทำให้ปัญหาโรคหนอนพยาธิลดลงไปมาก

มาตรการในการป้องกันโรคพยาธิตืดหมู

  • ควรเลือกซื้อเนื้อหมู ผัก และผลไม้ ที่สด สะอาด จากแหล่งที่ถูกสุขลักษณะ
  • กรณีเนื้อหมูจะต้องล้างทำความสะอาด หรือแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า –5 ๐C หรือ 23 ๐F (การแช่แข็งนานติดต่อกัน 4 วัน สามารถฆ่าตัวอ่อนในถุงหุ้มซีสต์พยาธิตืดได้)
  • ควรปรุงให้สุกด้วยความร้อน
  • ดื่มน้ำสะอาด
  • ส่วนผัก ผลไม้ต้องล้างผ่านน้ำหลายๆ รอบให้สะอาดก่อนรับประทาน เพราะผักบางชนิดต้องกินสดๆ
  • ควรขับถ่ายอุจจาระลงส้วม และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ก่อนปรุงอาหาร และหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้ง เพราะในสิ่งแวดล้อมทั่วไปก็มีหนอนพยาธิชนิดต่างๆ ด้วยเช่นกัน

คุณแม่ตั้งครรภ์ กินซูชิ ซาชิมิ ได้หรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/594901

  • วันที่ 16 ก.ค. 2562 เวลา 11:40 น.

คุณแม่ตั้งครรภ์ กินซูชิ ซาชิมิ ได้หรือไม่

สำหรับว่าที่คุณแม่ที่เป็นสาวกอาหารญี่ปุ่น ผู้คลั่งไคล้ซูชิ ปลาดิบ ซาชิมิ แต่กำลังกังวลว่าตัวเองสามารถกินอาหารเหล่านั้นได้หรือต้องงดกินเพราะจะเป็นอันตรายกับลูกในครรภ์ มาดูคำตอบกัน

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนที่เป็นสาวกอาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิหรือปลาดิบ อาจกังวลว่าตัวเองสามารถกินอาหารตามเดิมก่อนหน้าจะอุ้มท้องได้หรือไม่ ซึ่งบางคนก็เข้าใจผิดคิดว่าจำเป็นต้องงดกินซูชิ แต่จริงๆ แล้วซูชิที่ผ่านการปรุงสุกอย่างถูกวิธีนั้นไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพครรภ์ แล้วคุณแม่ตั้งครรภ์ควรเลือกหรือควรเลี่ยงกินซูชิประเภทไหนบ้างนั้น มาดูกันเลย

เพราะเหตุใดคนท้องถึงไม่ควรกินปลาดิบ?

คนที่กำลังตั้งครรภ์ต้องพิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารเป็นพิเศษ เพราะผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มักมีภูมิคุ้มกันลดลงจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการเกิดภาวะอาหารเป็นพิษได้ง่าย แม้คนท้องจะกินซูชิได้ก็ควรเลือกซูชิแบบที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น เพราะปลาดิบรวมถึงอาหารทะเลดิบๆ เป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง ด้วยเหตุผลดังนี้

  1. เสี่ยงต่อการปนเปื้อนพยาธิและเชื้อจุลินทรีย์ ปลาดิบ รวมถึงกุ้งดิบ หอยดิบ หรือปูดิบ ล้วนเสี่ยงต่อการปนเปื้อนปรสิต เชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย เช่น พยาธิชนิดต่างๆ โนโรไวรัส เชื้ออหิวาต์ เชื้อซาลโมเนลลา และเชื้อลิสทีเรีย เป็นต้น ทั้งนี้ แม้ปลาดิบน้ำจืดมีโอกาสปนเปื้อนพยาธิสูง แต่ก็ใช่ว่าปลาดิบน้ำเค็มจะปลอดภัยเสมอไป ปลาน้ำเค็ม โดยเฉพาะแซลมอน เสี่ยงต่อการปนเปื้อนพยาธิอะนิซาคิส หากกินอาหารที่มีพยาธิชนิดนี้เข้าไปจะทำให้มีอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือเกิดอาการแพ้ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แม้มีโอกาสค่อนข้างน้อยก็ตาม  นอกจากพยาธิแล้ว เชื้อลิสทีเรียก็เป็นแบคทีเรียอีกชนิดหนึ่งที่มักปนเปื้อนมากับปลาดิบในระหว่างกระบวนการผลิต ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าคนท้องมีโอกาสติดเชื้อลิสทีเรียสูงกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า อีกทั้งเชื้อชนิดนี้ยังสามารถแพร่กระจายสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรกได้ แม้ว่าแม่จะไม่แสดงอาการป่วยเลยก็ตาม โดยแม่ที่ติดเชื้ออาจเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด การแท้งบุตร รวมถึงภาวะทารกตายในครรภ์ด้วย
  2. เสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารปรอท โลหะหนักชนิดหนึ่งที่เป็นพิษต่อร่างกาย มักปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำต่างๆ รวมถึงในทะเล หากร่างกายได้รับสารปรอทในปริมาณมาก อาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน และไต อีกทั้งอาจทำให้เด็กในท้องบกพร่องทางพัฒนาการ แพทย์จึงแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงการบริโภคปลาที่เสี่ยงมีสารปรอทปนเปื้อนสูง อย่างปลาอินทรี ปลาฉลาม ปลากระโทงดาบ และปลาทูน่า

แม้คนท้องบางคนอาจผิดหวังที่ต้องงดกินอาหารจานโปรดอย่างซูชิหน้าปลาและอาหารทะเลดิบ แต่อย่าลืมว่าซูชินั้นก็มีอีกหลายหน้าให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้เลือกกิน อีกทั้งการกินซูชิที่ปรุงสุกและไม่มีสารหรือเชื้อโรคปนเปื้อนนั้น นอกจากไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ แล้ว ยังทำให้ร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับสารอาหารที่สำคัญมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของตนเองและพัฒนาการของลูกน้อยในท้องด้วย

สุดท้ายแล้ว คนท้องควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสมเสมอ และควรกินปลาประมาณสัปดาห์ละ 2-3 หน่วยบริโภค แต่หากคุณแม่ตั้งครรภ์ท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักการกินอาหารที่ถูกต้องในระหว่างที่อุ้มท้อง ควรไปพบแพทย์เพื่อขอรับคำแนะนำเพิ่มเติม

จากความคิดถึงจึงเป็น ‘กลับนครฯ’ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ที่หมายยกนครศรีธรรมราชมาไว้ในกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/594957

  • วันที่ 16 ก.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

จากความคิดถึงจึงเป็น 'กลับนครฯ' ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ที่หมายยกนครศรีธรรมราชมาไว้ในกรุง

“กลับนครฯ” ร้านข้าวแกงกินง่ายสไตล์คนนครฯ ที่พร้อมสานฝันยกบ้านเกิดมาไว้ในกรุง พร้อมปรุงเมนูอาหารใต้รสจัดจ้านเหมือนทำให้คนในบ้านกิน

ก่อนหน้านี้เป็นขวัญใจคนทำงานย่านร่มเกล้า และศรีนครินทร์ จนคนถิ่นนั้นรู้จักกันดีในชื่อ “กลับนครฯ” สุดยอดร้านข้าวแกงกินง่ายสไตล์คนเร่งรีบ ที่เปิดบริการอาหารปักษ์ใต้รสจัดจ้านมานานกว่า 4 ปี ซึ่งตอนนี้ “กลับนครฯ” ได้ขยายสาขาต่อยอดสานฝันอีกสาขาที่ถนนสุขาภิบาล 2 พร้อมรับรองความอร่อย คุณภาพ และบริการเหมือนกันทุกสาขา เพราะเจ้าของออกโรงมาบริหารจัดการด้วยตัวเองทุกขั้นตอน

ร้านนี้มีจุดกำเนิดจากสองหุ้นส่วนที่ขยันขันแข็ง หนึ่งเก่งด้านบริหารจัดการวางแผน อีกหนึ่งเก่งด้านการเงินการบัญชี แต่ที่ทั้งสองมีเหมือนกันคือความเป็นชาวนครศรีธรรมราช ผู้รักในถิ่นฐานบ้านเกิดและอาหารรสจัดจ้านที่หาทานได้ยากในกรุงเทพฯ เมื่อบวกความคิดถึงบ้านที่ต้องห่างมานานเพราะหน้าที่การงาน จึงเกิดเป็นไอเดียนำบ้านเกิดมาไว้ใกล้ๆ ตัว เริ่มจากสิ่งที่คุ้นเคยอย่าง “อาหารปักษ์ใต้”

สำหรับความตั้งใจในการทำธุรกิจ คุณเกรียง และคุณบี สองหุ้นส่วนร้าน “กลับนครฯ” เผยว่า แรกเริ่มเราแค่อยากเห็นคนกรุงเทพฯ ได้กินอาหารเช้า อาหารกลางวันแบบอิ่มๆ เพราะด้วยไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทำงาน ด้วยความเร่งรีบทำให้หลายคนก็ไม่ได้กินมื้อเช้า บวกกับสองคนเราเป็นคนใต้ที่คุ้นเคยกับอาหารรสจัดจ้านสไตล์ปักษ์ใต้ เราจึงนำเสนอความเป็นเราใส่ลงไปในธุรกิจ ส่วนความตั้งใจคืออยากขยายสาขาของร้านข้าวแกงนี้ให้ครบ 23 สาขา เท่ากับจำนวนอำเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกระจายไปหลายๆ มุมทั่วกรุงเทพฯ ทุกครั้งที่อยากกินอาหารใต้จะได้นึกถึงเรา ซึ่งเราจะขอทำหน้าที่เหมือนเป็นครัวที่สองของบ้านท่านที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยใกล้บ้าน ส่วนกิมมิกที่เราอยากนำเสนอคือการเนรมิตร้านในแต่ละสาขาให้ออกมาเป็นสถานที่สำคัญในแต่ละอำเภอ อย่างที่ผ่านมาเรามีกลับนครฯ ที่เป็นภาพรวมของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สาขาศรีนครินทร์ มี อ.เมือง ที่สาขาร่มเกล้า และล่าสุด ณ ปากพนัง ที่สาขาสุขาภิบาล 2

ด้านเมนูอาหารร้านนี้มีให้เลือกกว่า 40 เมนูในแต่ละวัน สลับสับเปลี่ยนกันให้ลูกค้าได้กินอะไรที่หลากหลาย การันตีความสดใหม่วันต่อวัน เพราะผัดแกงกันเห็นๆ ตักเสิร์ฟกันแบบร้อนๆ มาแล้วห้ามพลาดเมนูซิกเนเจอร์อย่าง หมูผัดเคย หรือหมูผัดกะปิ เด็ดตรงที่กะปิพิเศษส่งตรงจากนครฯ ต่างกับร้านอื่นตรงความหอมและกลมกล่อม ไม่เหม็น ไม่เค็ม ใช้หมูเนื้อแดงสะโพกผัดกับเครื่องแกงและกะปิอย่างดี มีสะตอเพิ่มมิติความเป็นภาคใต้ได้อย่างชัดเจน

ตามด้วย คั่วกลิ้ง มีทั้งแบบหมูสับ หมูชิ้น และกระดูกหมู ผัดมาพอขลุกขลิก จัดจ้านกันต่อกับ แกงไตปลา และ อื้อไตปลา ทีเด็ดรสเผ็ดดุ กินคู่ผักแกล้มสดๆ ที่มีบริการฟรีคู่กับน้ำพริก ทั้งยอดมันปู ยอดมะม่วงหิมพานต์ มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว และผักนานาชนิด

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ อีกเพียบในแต่ละวัน อาทิ ขนมจีนน้ำยาปู น้ำยาปลาทู สูตรกะทิเข้มข้น แกงส้มใต้ปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน แกงเนื้อมะเขือพวง ปลาช่อนทะเลผัดพริกไทดำ ใบเหลียงผัดไข่ หมูหวาน แกงคั่วกระดูกหมู ไข่พะโล้ ผัดขิงไก่ ผัดหอยลาย ปลาทูต้มเค็ม ห่อหมก หมี่ผัดกะทิ ปลาทอด ไข่ดาวเค็ม ไข่ต้ม ส่วนข้าวมีให้เลือกทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่

สนนราคาเริ่มต้นมื้อละ 40 บาท (ราดกับข้าว 1 อย่าง) 50 บาท (ราดกับข้าว 2 อย่าง) สามารถอัพเพิ่มได้ตามใจชอบ  ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มและของหวานที่มีบริการเช่นกัน

ตามไปชิมความจัดจ้านของข้าวแกงร้าน “กลับนครฯ” ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมง หรือสั่งเดลิเวอรี่ได้ที่ โทร.097 078 5885 (คิดค่าส่งตามระยะทาง)

Work&Life บริหารจัดการอย่างไรให้สมดุล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/594945

  • วันที่ 16 ก.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

Work&Life บริหารจัดการอย่างไรให้สมดุล

3 สิ่งที่ควรโฟกัสก่อนสัมผัสกับคำว่า “ความสุข” เคล็ดลับง่ายๆ ในการเริ่มต้นสร้างสมดุลให้ชีวิต

ความสุข คือสิ่งที่ใครๆ ต่างแสวงหา บ้างก็ค้นจนเจอ บ้างก็ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต โดยเฉพาะคนทำงานที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับหน้าที่จนเหนื่อยล้าและไม่มีเวลาทำสิ่งอื่น โดยไม่เคยรู้เลยว่าความสุขที่แท้จริงเป็นสิ่งที่ทุกคนสร้างเองได้ แค่รู้จักใช้ชีวิตอย่างสมดุล หรือจัดสรรชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ก็มีหลายคนบ่นว่าเป็นเรื่องยากจะทำได้ เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ในการเริ่มต้นสร้างสมดุลให้ชีวิตมาแบ่งปันกัน

1 บริหารเวลาให้เป็น

ไม่ว่าจะรวยหรือจน แต่ทุกคนบนโลกนี้ล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เท่าเทียมกันก็คือเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน ใครจะสามารถใช้ได้คุ้มค่าที่สุดก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ บางคนใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันหมดไปกับการทำงาน ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าใช้เวลาได้คุ้มค่าที่สุด เพราะการใช้เวลาที่เหมาะสมนั้นคือคนที่สามารถจัดสรรเวลา ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องทำให้ลงตัวได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนและปรับกันไปให้เข้ากับรูปแบบของการใช้ชีวิต โดยอาจจะเริ่มจากการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำแต่ละวันในทุกๆ เช้า และพยายามทำให้ได้ตามแผนที่วางไว้

2 ชีวิตนี้ไม่ได้มีแต่งาน

จริงอยู่ที่งานสร้างคุณค่าให้กับคน แต่หลายๆ คนทุ่มเทเวลาที่มีแทบทั้งหมดให้กับการทำงาน โดยมักมองว่าการมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับงานจะนำมาซึ่งความสำเร็จในชีวิต จนลืมไปว่าชีวิตของคนเรายังมีสิ่งอื่นที่มากกว่านั้น ทั้งครอบครัว เพื่อน คนรัก และเวลาส่วนตัว จะดีกว่ามั้ยหากเราสามารถสร้างความสุขในชีวิตได้ และประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านของชีวิต ทั้งการมีครอบครัวที่มีความสุข การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรัก มีเพื่อนที่เข้าใจ ลองแบ่งเวลาที่มีให้กับคนรอบข้าง ใช้เวลาร่วมกันพบปะพูดคุย และสุดท้ายไม่ลืมที่จะแบ่งเวลาให้ตัวเองได้อยู่กับพื้นที่ส่วนตัว ใช้เวลาทำในสิ่งที่รัก เป็นการสร้างความสุขเล็กๆ ให้กับตัวเอง นี่แหละคือความสำเร็จที่แท้จริง ที่จะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

3 สุขภาพดีไม่มีขาย

ทุกวันนี้มีคนมากมายให้ความสำคัญกับเงิน และมองว่าเงินคือตัวแปรสำคัญในการดำเนินชีวิต พยายามทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อเงินจนลืมใส่ใจสุขภาพ จงอย่าลืมว่าร่างกายคือต้นทุนอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิต หากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ก็จะช่วยให้สามารถทำหลายๆ สิ่งที่อยากทำได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้น อย่ามัวแต่ทำงานหนักจนลืมหันมารักตัวเอง ให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารดีๆ ให้ตัวเองได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ และสุดท้ายให้ตัวเองได้มีสุขภาพที่แข็งแรง พยายามสร้างระเบียบวินัยด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งฟังแล้วอาจจะดูยากสักหน่อย แต่ลองปรับทัศนคติต่อการออกกำลังกาย ให้มองว่าเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเอง เพื่อจะมีร่างกายที่แข็งแรง เพื่อได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัว และเพื่อที่ตัวเองจะได้มีแรงทำสิ่งดีๆ ต่อไป

 

ภาพ freepik