เช็กลิตส์อุ่นใจ ก่อนออกไปเที่ยวช่วงเทศกาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586308

  • วันที่ 12 เม.ย. 2562 เวลา 20:00 น.

เช็กลิตส์อุ่นใจ ก่อนออกไปเที่ยวช่วงเทศกาล

เพราะต้องทิ้งบ้านไว้หลายวัน การเช็กลิตส์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ควรทำก่อนออกเดินทาง

คงจะเตรียมนับถอยหลังให้กับวันหยุดยาวแล้วแน่ๆ เลยใช่ไหมล่ะ เพราะในอีกไม่กี่ช่วงโมงก็จะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทยบ้านเราแล้ว สำหรับคนที่ทำงานหนักมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ก็คงจะใช้โอกาสนี้เดินทางกลับบ้านเกิด รวมถึงไปเที่ยวพักผ่อนเพื่อชาร์ตพลังกับครอบครัวและคนที่คุณรัก แบบนี้ก็คงต้องทิ้งบ้านไว้หลายวันน่ะสิ งั้นก่อนจะออกจากบ้านลองเช็กลิตส์สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องทำก่อนจะไปเที่ยวกันดีกว่า

ค่าบิลต้องห้ามลืม ก่อนจะออกเดินทาง ควรตรวจสอบบิลค่าใช่จ่ายต่างๆ ก่อน ทั้ง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่ารถ ค่าบ้าน ฯลฯ ว่าแต่จะบิลมีกำหนดการชำระอยู่ในช่วงเวลาที่เราต้องเดินทางหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาให้กังวลใจในช่วงที่เรากำลังพักผ่อนอยู่นั้นเอง

รีบเคลียร์เรื่องความสะอาด เพราะต้องออกจากบ้านไปหลายวัน เรื่องความสะอาดจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย ไม่ว่าจะของสดหรือของเสียในตู้เย็นต้องรีบเคลียร์ให้สะอาด ซักเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว เช็ดทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย รวมถึงฉีดยากำจัดแมลงเพื่อไม่ให้มีขบวนพาเหรดแมลงมาสร้างความวุ่นวายในช่วงที่คุณไม่อยู่บ้าน

ฝากสัตว์เลี้ยงก่อนเดินทาง คงเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจอยู่ไม่น้อยสำหรับคนเลี้ยงสัตว์แต่กลับไม่สามารถนำไปเที่ยวด้วยได้ เนื่องจากไม่สะดวกในการดูแล การใช้บริการสถานที่รับฝากเลี้ยงจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับคุณ แต่เมื่อกลับมาแล้วก็อย่าลืมไปรับเขากลับมาด้วยล่ะ

เช็กประตูหน้าต่างทุกบานอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยก็ควรเช็คประตูหน้าต่างให้ละเอียด หากมีจุดไหนที่ชำรุดก็ควรซ่อมแซมก่อนออกเดินทาง และก่อนจะออกเดินทางก็ควรตรวจสอบดูอีกครั้งว่า ล็อคประตูและหน้าต่างครบทุกบานหรือไม่ เพื่อป้องกันความเสี่ยง อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ กันเอาไว้ก่อนจะดีกว่านะ

เช็กปลั๊กไฟและแก๊สหุงต้ม เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องเช็กให้ละเอียด ทั้งก่อนวันเดินทางและก่อนที่จะออกเดินทาง เนื่องจากเป็นเรื่องที่มักจะถูกลืมบ่อยๆ อย่างเรื่องลืมถอดปลั๊ก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรที่อาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นได้ในช่วงที่คุณไม่อยู่ เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้เลยล่ะ

เพื่อความปลอดภัยระบบไฟต้องตัด สำหรับใครที่รู้สึกว่าแค่การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้ายังไม่พอ ดังนั้นหลังจากที่เคลียร์ตู้เย็นและตรวจตราดูปลั๊กไฟแล้วก่อนจะออกจากบ้านก็สับสวิตซ์ลงเพื่อจะได้อุ่นว่าว่าจะไม่เกิดปัญหาไฟฟ้ารั่วหรือลัดวงจรให้กังวลใจ

ใช้กุญแจดีมีคุณภาพ ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยป้องกันอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยก็สามารถช่วยถ่วงเวลาให้เข้าโจรเข้ามาให้บ้านของคุณได้ช้าลง ดีกว่าที่จะไม่มีอะไป้องกันเลยนะ ดีไม่ดีอาจจะมีคนมาก่อนที่โจรจะเข้าบ้านคุณซะอีก

แนะสงกรานต์นี้อย่าเอาแต่สาดน้ำ ประเพณีดีงามเพียบร่วมใจให้ชาวโลกทึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586261

  • วันที่ 12 เม.ย. 2562 เวลา 15:07 น.

แนะสงกรานต์นี้อย่าเอาแต่สาดน้ำ ประเพณีดีงามเพียบร่วมใจให้ชาวโลกทึ่ง

Water Festival 2019 เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย ครั้งที่ 5 วันที่ 13-15 เม.ย.นี้ ณ ท่าน้ำริมเจ้าพระยา 9 ท่า

สงกรานต์ประเพณีดีงามของไทยกำลังถูกจับตามองจากชาวโลก ล่าสุดได้รับการเสนอให้เป็นเทศกาลเด่นของอาเซียนที่ชาวโลกควรมาสัมผัส นอกจากกิจกรรมดสาดน้ำแล้วยังมีอีกหลายประเพณีที่ดีงาม

นางสาวมงคลทิพย์ รุ่งงามฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายและชุมชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยภายในงานแถลงข่าว ภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยธุรกิจต่างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมใจจัดงาน Water Festival 2019 เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย ครั้งที่ 5 วันที่ 13-15 เม.ย.นี้ ณ ท่าน้ำริมเจ้าพระยา 9 ท่า แนวคิด อยู่เย็น เป็นสุข เชิญชวนแห่งนักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรม และคนไทยร่วมรักษาประเพณีอันดีงามให้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมในสายตาชาวโลก

“ใกล้เทศกาลสาดน้ำ แต่งตัวโป๊ แล้วก็ทะเลาะกัน!!!” นี่เป็นภาพความทรงจำของเด็กๆ เยาวชน หลังเครือข่าย #RESPECTSONGKARN จัดทำคลิปรณรงค์เพื่อรักษาประเพณีอันดีงามของเทศกาลสงกรานต์ไทย ที่นับวัน มนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมจะค่อยๆ เลือนหาย ทั้งที่เทศกาลสงกรานต์ถูกบรรจุให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก ดังนั้น เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์เอาไว้ ไม่อยากให้เสน่ห์ดีงามหลายๆ อย่างหายไป ก่อนสงกรานต์ สิ่งควรทำคืออะไร ??? เป็นหลักการและเหตุผลให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันจัดงานสงกรานต์วิถีน้ำ วิถีไทยขึ้น ภายในงานยังจัดพิธีรดน้ำดำหัว ขอพรผู้ใหญ่, เสริมสิริมงคล ทำบุญไหว้พระ, กิจกรรมจิตอาสา ทำความสะอาดบ้านและวัด ฯลฯ”

ด้าน นายกมลนัย ชัยเฉนียน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำจัดงานเผยว่า

“ประเพณีสงกรานต์มีคุณค่าสำคัญหลายด้าน อาทิ คุณค่าต่อชุมชน สร้างความ สมานสามัคคี ร่วมกันทำบุญ ให้ทาน สาดน้ำด้วยไมตรีจิต คุณค่าต่อสังคม เอื้ออาทรสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดบ้านเรือน วัดวาอาราม คุณค่าต่อศาสนา ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เลี้ยงพระ ฟังธรรม สรงน้ำ และ คุณค่าต่อเศรษฐกิจ จึงกลายเป็นประเพณีที่โดดเด่นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ จึงอยากให้รักษา มีความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยธุรกิจต่างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกันต้อนรับปีใหม่และอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ที่ดีงามให้ลูกหลานได้เห็น

ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้ทุกครอบครัวพลาดในเทศกาลสงกรานต์เชิงอนุรักษ์ วิถีน้ำ วิถีไทย กิจกรรม เที่ยว ๓ วัน ๙ ท่าน้ำวิถีไทย โดยมี เรือด่วนรับส่งฟรีที่เอเชียทีค สำหรับโปรแกรมที่น่าสนใจแต่ละแห่ง ดังนี้ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร (วัดอรุณ) วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร (วัดกัลยา) วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร (วัดประยูร) ท่ามหาราช ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค ล้ง 1919 สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ โดยทุกสถานที่ ทุกท่าน้ำ พร้อมใจกันจัด กิจกรรมมงคลรับปีใหม่ไทย สรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์, ซุ้มรดน้ำดำหัว, ถวายสังฆทาน ผ้าไตร-จีวร, การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม มาร่วมฉลองปีใหม่และสร้างความทรงจำที่ดีๆ ในเทศกาลของไทย”

ทั้งนี้หาข้อมูล เที่ยว ๓ วัน ๙ ท่าน้ำวิถีไทย โดยมี เรือด่วนรับส่งฟรี และโปรแกรมที่น่าสนใจแต่ละท่าน้ำได้ที่ http://www.waterfestivalthailand.com และ Facebook: Water Festival Thailand

ฉะนั้น …. อย่าเป็นคนไม่เข้าท่านะจ๊ะ

ฝุ่น PM 2.5 กับโรคสมองทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585908

  • วันที่ 12 เม.ย. 2562 เวลา 07:30 น.

ฝุ่น PM 2.5 กับโรคสมองทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

ความน่ากลัวของ PM 2.5 ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาเฉพาะที่ปอดหรือระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังสามารถซึมผ่านเข้าสู่เส้นเลือด ผ่านเข้าทางเส้นประสาทการรับกลิ่นที่อยู่ในโพรงจมูก และเข้าไปยังสมองโดยตรง

ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักฝุ่นขนาดจิ๋ว ที่เรียกว่า PM 2.5 ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมประมาณ 20-30 เท่า ฝุ่น PM2.5 นี้ไม่ใช่เป็นมลพิษทางอากาศชนิดเดียวที่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่ยังมีก๊าซพิษอีกหลายอย่าง อาทิเช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2), โอโซน (O3), ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) รวมทั้งยังพบว่ามีโลหะหนักปนเปื้อนอยู่ในอากาศที่เราหายใจอีกด้วย

มากกว่า 90% ของประชากรทั่วโลกได้รับมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งปัญหาของมลพิษทางอากาศนี้ไม่ได้มีเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังพบตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก ทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพกระจายเป็นวงกว้าง ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกหรือ WHO พบว่า ในทุกปีมีประชากรถึง 7 ล้านคนเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เนื่องจากการได้รับมลพิษทางอากาศ ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ และโรคสมอง (World Health Organization)

อันตรายจาก PM 2.5

ข้อมูลโดย เรืออากาศโท นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ ระบุว่า มลพิษที่เราหายใจเข้าไปไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาเฉพาะที่ปอดหรือระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ฝุ่น PM 2.5 ยังสามารถซึมผ่านเข้าสู่เส้นเลือด รวมทั้งผ่านเข้าทางเส้นประสาทการรับกลิ่นที่อยู่ในโพรงจมูก และผ่านเข้าไปยังสมองโดยตรง หลังจากที่ฝุ่นจิ๋วเข้าไปยังสมองจะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบในสมอง มีการหลั่งสารอักเสบชนิดต่างๆ ทำให้เซลล์สมองได้รับบาดเจ็บ เกิดภาวะสมองเสื่อมเร็วกว่าปกติ รวมทั้งยังพบว่าทำให้เกิดการก่อตัวของก้อนโปรตีนที่ผิดปกติในสมอง (β-amyloid, α-synuclein, tau protein) ที่มีลักษณะคล้ายกับคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์หรือโรคพาร์กินสัน (Calderón-Garcidueñas, 2015) (Calderón-Garcidueñas L., 2016) รวมทั้งยังทำให้สมองส่วนเนื้อขาว (White Matter) มีการฝ่อเหี่ยวมากกว่าคนปกติอีกด้วย (Chen J.-C., 2015)

การศึกษาในประเทศแถบยุโรปจำนวน 13 ประเทศ ติดตามประชากรจำนวนมากกว่า 3 แสนคนเป็นระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 14 ปี (ESCAPE Project) พบว่า ในกลุ่มคนที่ได้รับ PM 2.5 มากกว่า 15 μg/m³ จะมีอัตราการตายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ประมาณ 7% ต่อ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทุก 5 μg/m³ (Beelen, 2013)

PM 2.5 กับสมอง

ในเด็กมีหลายงานวิจัยที่ยืนยันถึงความสัมพันธ์ของระดับ PM 2.5 ต่อความผิดปกติทางด้านพัฒนาการทางสติปัญญา อาทิ มีสติปัญญาด้อยลง (Global Intelligence Quotient; IQ), การพัฒนาการช้าลง (ทั้ง Cognitive และ Psychomotor Development), มีปัญหาการได้ยินและการพูด รวมทั้งยังมีผลทำให้เกิดภาวะสมาธิสั้น (Attention Deficit) และภาวะออทิซึม (Autism) เพิ่มมากขึ้นถึง 68% (Suades-González, 2015) (Fu, 2019)

ในผู้ใหญ่พบว่า การได้รับฝุ่น PM 2.5 ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์เพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า และทำให้เกิดโรคพาร์กินสันเพิ่มได้ถึง 34% (Fu, 2019) รวมทั้งยังทำให้เกิดความเสี่ยงของโรคเส้นเลือดสมอง (Stroke) เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยทุก ๆ 10 μg/m3 ของระดับ PM2.5 ที่เพิ่มขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคเส้นเลือดสมองประมาณ 13% ถ้าได้รับฝุ่นจิ๋วในระดับความเข้มข้นที่เพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงก็จะเพิ่มมากขึ้น โดยในกลุ่มคนที่เป็นโรคเส้นเลือดสมองอยู่แล้ว การได้รับ PM 2.5 ยังเป็นการเพิ่มอัตราการตายในคนกลุ่มนี้อีกด้วย (Lin, 2017)

คนที่ออกกำลังกายในสถานที่ที่มีฝุ่น PM2.5 จำนวนมาก จะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพสมอง และเพิ่มอัตราการเกิดโรคเส้นเลือดสมอง การรับประทานผักและผลไม้ (มากกว่า 3.5 serving ต่อวัน) จะช่วยลดผลกระทบของฝุ่นจิ๋วต่อร่างกายได้ เนื่องจากผลของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในผักและผลไม้ (Lin, 2017) (Runhua, 2018)

ในกลุ่มคนที่เป็นโรคปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งสมองจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนปกติ ฝุ่น PM2.5 รวมทั้งมลพิษในอากาศชนิดอื่น ๆ สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงขึ้นมาได้ โดยพบว่าในช่วงเวลาที่มีฝุ่นขนาดจิ๋วอยู่ในระดับสูง เช่น ฤดูหนาว จะพบคนที่เป็นไมเกรนเกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง จนต้องไปพบแพทย์เพื่อฉีดยาที่ห้องฉุกเฉินเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงปกติประมาณ 4-13% (Chen C.-C., 2015)

จากข้อมูลทางการแพทย์ข้างต้นจะพบว่าฝุ่น PM 2.5 รวมทั้งมลภาวะในอากาศชนิดอื่นๆ มีผลกระทบต่อร่างกายในหลายระบบ การหลีกเลี่ยงเข้าไปในสถานที่ที่มีฝุ่นขนาดจิ๋วในปริมาณสูง การใช้เครื่องป้องกันอย่างเหมาะสม การรับประทานผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระในจำนวนที่เพียงพอ รวมถึงความตระหนักในการช่วยลดมลภาวะในอากาศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของตัวเราเองและคนที่เรารัก

ข้อมูล : เรืออากาศโท นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ

ภาพ : shutterstock, โรงพยาบาลกรุงเทพ

10 กฎพิชิตการสัมภาษณ์งาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586140

  • วันที่ 11 เม.ย. 2562 เวลา 13:05 น.

10 กฎพิชิตการสัมภาษณ์งาน

เทคนิคการไปสัมภาษณ์งานอย่างไรให้คุณมีความแตกต่างและโดดเด่นอย่างมืออาชีพ

เมื่อต้องขึ้นสังเวียนการเข้าสมัครงาน ด่านแรกหลังส่งประวัติเข้าคัดเลือกจนเข้าสู่รอบสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครจะต้องเจอกับผู้สัมภาษณ์..?

และอะไรคือ สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์คาดหวังที่จะได้รับจากผู้สมัคร ไม่ง่ายเลยสำหรับผู้สมัครที่จะทำให้ตัวเองโดดเด่นและสร้างความประทับใจให้กับผู้สัมภาษณ์ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป บริษัทผู้นำระดับโลกในธุรกิจการให้บริการการจ้างงาน จึงแนะนำเทคนิคที่จะช่วยให้คุณสามารถพิชิตใจผู้สัมภาษณ์และสร้างความประทับใจในการสัมภาษณ์

1.อย่าลืมหาข้อมูล ทั้งตัวงาน บริษัท และผู้ที่จะสัมภาษณ์เราก่อนที่จะไปสัมภาษณ์

พื้นฐานอันแรกที่สำคัญมากๆ รู้เขารู้เราก่อนที่จะเข้าสัมภาษณ์กับองค์ใดๆ ควรศึกษาข้อมูลขององค์กรเป็นด่านแรก เพราะแสดงให้เห็นถึงความสนใจและใส่ใจ ซึ่งอาจจะส่งผลให้การสัมภาษณ์ราบรื่นและไปในทางที่ดียิ่งขึ้น ถ้าหากคุณได้พูดในเรื่องหรือกิจกรรมที่ผู้สัมภาษณ์สนใจอยู่ในขณะนั้น

2.ถ้าคุณพอจะเดาออกว่าผู้สัมภาษณ์มองจุดอ่อนของคุณกับงานนี้ตรงไหนบ้างคุณควรพูดมันออกไป

จุดอ่อน ซึ่งไม่ใช่จุดบอด เพราะคุณสามารถหยิบสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของคุณขึ้นมาอธิบายให้ผู้สัมภาษณ์ฟัง เพื่อไขข้อข้องใจว่าทำไม มีเหตุผลอะไร และต่อให้คุณมีจุดอ่อนต่างๆ เหล่านี้แต่คุณถึงยังได้รับการคัดเลือกให้ทำงาน

3.วิธีการเรียกตัวเองก็สำคัญ

สรรพนามแทนตัวเอง เป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างบรรยากาศในห้องสัมภาษณ์ให้ไปในทางบวก เช่น ผู้ชาย จะค่อนข้างง่ายคือใช้แทนตัวเองว่า “ผม” ส่วนผู้หญิง อาจจะใช้เรียกชื่อจริงหรือชื่อเล่นแทนการพูดว่า ดิฉัน ซึ่งดิฉันสามารถใช้ได้แต่มันจะทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากเกินไป (แต่ถ้าจะใช้ชื่อเล่นควรออกตัวกับผู้สัมภาษณ์ก่อน เช่น ดิฉันสมศรี ขออนุญาตแทนตัวเองว่า ส้ม นะคะ

4.พูดให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกได้ว่าเราอยากทำงานนี้มากๆจนเนื้อเต้น

ในส่วนนี้เป็นการพูดเสริมให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกถึงความตั้งใจที่เรามีต่องานนี้ สร้างความประทับใจให้แตกต่างกับผู้สมัครคนอื่นๆ

5.การลงท้ายด้วยการขายความสำเร็จ

การปิดท้ายที่แอบซ่อนการขายความสำเร็จเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ ที่คุณจะสร้างความมั่นใจให้กับคุณ ซึ่งความมั่นใจนั้นดีมากๆ ทุกองค์กรมีความต้องการบุคลากรที่มีความมั่นใจ แต่ความมั่นใจต้องไม่มากจนเกินไป และควรอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต้องสุภาพและไม่ไปข่มคนอื่นๆด้วย

6.ไม่ตอบคำถามไปเรื่อย ถึงแม้ความคิดมันจะพรั่งพรูออกมามากแค่ไหนก็ตาม

การพูดตอบคำถามไม่กระชับไหลวนไปเรื่อย อาจจะทำให้เราพูดวกไปวนมา สะเปะสะปะไร้ทิศทางได้ คุณควรจะวางโครงสร้างการพูดและเตรียมการฝึกซ้อมในเนื้อหามาก่อน เช่น เริ่มด้วยการอ้างอิง (มีแหล่งที่มาจะช่วยให้เรามีความหนักแน่นขึ้น)

-ประโยชน์ (ประโยชน์ที่เขาจะได้จากตัวเรา )

-ตรงประเด็น (พูดให้เข้าเป้าเช่น Keyword , สิ่งที่ผู้ฟังอยากจะได้ยิน)

7.เน้นประโยชน์ที่บริษัทได้จากเรา ไม่ใช่เราได้ประโยชน์อะไรจากบริษัทบ้าง

ผู้สัมภาษณ์ต้องการคนที่จะมาเติมเต็ม หรือแก้ไขปัญหาที่อาจจะกำลังเกิดขึ้นในองค์กรและงานของเขามากกว่า ถ้าหากคุณทราบว่าขณะนั้นตำแหน่งที่คุณไปสัมภาษณ์กำลังเจอปัญหาอะไร คุณยิ่งมีชัยไปกว่าครึ่ง

8.ในหนึ่งคำถามไม่ควรใช้เวลาเล่าเกิน 2-3 นาที

ในการตอบคำถามทุกคำถามควรตอบให้กระชับ เข้าใจง่าย สามารถใช้กฎจับเวลา 90 วินาที (โดยประมาณ) ได้โดยเล่าจากภาพเชิงกว้างแล้วค่อยๆลงรายละเอียดมากขึ้น

9.ชมอะไรเขาสักหน่อยถ้ามีโอกาส

ควรพูดสิ่งที่คุณชอบหรือประทับใจเกี่ยวกับบริษัทที่คุณไปสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่ต้องชมมากเกินจริง ควรพูดบนพื้นฐานและเป็นธรรมชาติ

10.ให้ผู้สัมภาษณ์เป็นฝ่ายเล่าแทน

ถ้าเราไม่แน่ใจตรงไหนก็ไม่ควรพูดไปออกไปแบบไม่รู้ เพื่อเป็นการป้องกันตัวเราเองควรออกตัวไปว่า “ถ้าเราพูดตรงไหนเกี่ยวกับบริษัทผิดไป รบกวนช่วยแก้ไขข้อมูลที่ถูกต้องให้ด้วยนะคะ” เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าเราไม่รู้จริงแล้วมาพูดเพราะบางเรื่องข้อมูลก็ไม่ได้อัพเดตตลอดเวลาในเว็บไซต์

ทั้งนี้จาก 10 กฎที่นำมาแนะนำ อาจเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความโดดเด่นให้กับตัวเองในการสัมภาษณ์งาน อย่างไรก็ตามส่วนที่สำคัญที่สุดคือ ความเป็นตัวตน และความเป็นคุณ เมื่อต้องนำเสนอความเป็นคุณ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ ความคิด ทัศนคติและความเชื่อมั่นของตัวคุณเอง เพราะทั้งหมดจะแสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริง แล้วชัยชนะที่จะได้รับคือการพิชิตการทำงานอย่างที่คุณปรารถนา

10 ขั้นตอนเอาตัวรอด เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586129

  • วันที่ 11 เม.ย. 2562 เวลา 12:02 น.

10 ขั้นตอนเอาตัวรอด เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

กองปราบ แนะ 10 ขั้นตอนวิธีการเอาตัวรอด เมื่อเผชิญเหตุเพลิงไหม้

เพจเฟซบุ๊ก กองปราบปราม เผยแพร่ 10 วิธีเอาตัวรอด เมื่อเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่พักอาศัย หรือทำงานอยู่บนอาคารสูง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย

  1. หากเพลิงไหม้เกิดขึ้นภายในห้อง สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การตั้งสติ อย่าตื่นตะหนก
  2. ดึง หรือกดสัญญานแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่กล่องแดงข้างผนังทางเดินทันทีที่พบเหตุเพลิงไหม้ แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
  3. หากเพลิงไหม้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น พยายามดับเพลิงโดยการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงในอาคารให้ได้ภายใน 2 นาที อย่ามัวแต่รอความช่วยเหลือจากพนักงานดับเพลิง
  4. หากไม่สามารถดับเพลิงไหม้ได้ ให้ออกจากห้อง และปิดประตูให้สนิทเพื่อชะลอการลุกลามของเพลิงไหม้ จากนั้นรีบออกจากอาคารให้เร็วที่สุด
  5. แต่หากต้นเพลิงเกิดจากส่วนอื่นของอาคาร เมื่อทราบว่ามีเหตุเพลิงไหม้ ให้ตั้งสติ มองหาอุปกรณ์ส่องสว่าง ที่จะช่วยให้สามารถออกจากอาคารในความมืดได้ เช่น ไฟฉาย โทรศัพท์มือถือ
  6. หาผ้าชุบน้ำปิดปาก ปิดจมูก หรือหาผ้าห่มชุบน้ำแล้วห่มตัว เพื่อป้องกันการสูดควันไฟ และเพื่อป้องกันความร้อนจากเปลวไฟ
  7. ก่อนเปิดประตูให้แตะ หรือคลำลูกบิด หากร้อนจัดแสดงว่ามีเปลวเพลิงอยู่ด้านนอก อย่าตื่นตระหนกเปิดประตูทันทีเพราะจะถูกเปลวไฟพุ่งเข้าหาตัวได
  8. ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด เพราะหากติดอยู่ในลิฟต์ มีโอกาสสูงมากที่จะเสียชีวิตจากควันไฟ ให้ใช้บันไดหนีไฟ
  9. หากติดอยู่ในกลุ่มควันไฟ ให้ก้มตัวลงต่ำ และคลานไปกับพื้น เพราะออกซิเจนจะลอยอยู่ที่ต่ำ ควันไฟเป็นเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่เสียชีวิตมากกว่าเปลวไฟถึง 3 เท่าตัวกรณีที่ไม่สามารถออกจากห้องได้ เนื่องจากมีเปลวไฟอยู่บริเวณ
  10. กรณีที่ไม่สามารถออกจากห้องได้ เนื่องจากมีเปลวไฟอยู่บริเวณภายนอกห้อง ให้อยู่ภายในห้องพัก และปิดประตู ใช้ผ้าชุบน้ำอุดบริเวณขอบบานประตู และให้ขอความช่วยเหลือที่หน้าต่างหรือระเบียง

‼️ข้อสำคัญ‼️ หากสามารถออกมาจากอาคารได้แล้ว แต่พบว่ามีคนยังติดอยู่ในอาคาร ห้าม!! กลับเข้าไปเด็ดขาด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการช่วยเหลือ

ด้วยความห่วงใย เหตุเพลิงไหม้ในอาคารเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น ขอแนะนำให้ทุกท่านหมั่นเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้อยู่เป็นประจำ หากเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นมาเมื่อใด ท่านจะได้รู้วิธีการรับมือกับสถานการณ์นั้นได้อย่างปลอดภัย

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก กองปราบปราม

5 ไอเท็มฮอตที่สงกรานต์นี้ไม่มีไม่ได้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586064

  • วันที่ 11 เม.ย. 2562 เวลา 08:00 น.

5 ไอเท็มฮอตที่สงกรานต์นี้ไม่มีไม่ได้!

รวมไอเท็มสุดจี๊ดที่งัดออกมาสร้างสีสันให้สงกรานต์มันหลุดโลก ไปเช็กกันหน่อยว่ามีกันหรือยัง

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่หลายคนรอคอย ก็อากาศมันร้อนเหมือนซ้อมตกนรกแบบนี้ ใครๆ ก็อยากเล่นน้ำทั้งนั้นแหละจริงไหม? แต่จะให้เล่นน้ำอย่างเดียวมันจะสนุกได้ยังไงกันละ สงกรานต์ทั้งที่มันต้องมีไอเท็มเด็ดเอาไว้สร้างสีสันกันหน่อย ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

คีย์หลักของแฟชั่นไอเท็มประจำเทศกาลสงกรานต์บ้านเรา ยกให้เสื้อลายดอก เสื้อฮาวาย เสื้อมัดย้อม เสื้อคอกระเช้า หรือจะห่มสไบแบบออเจ้าย้อนยุคปลุกกระแสไทยฟีเว่อร์อีกครั้งก็ยังไม่เชย ยิ่งชวนเพื่อนมาแต่งให้ยกแก๊ง ครีเอททีมแบบไม่ซ้ำใครรับรองว่าทั้งชิคทั้งสนุกแน่นอน ว่าแล้วก็ไลน์ไปนัดเพื่อนดีกว่า

มีสไตล์ด้วยรองเท้าสุดชิค ทุกปีในช่วงสงกรานต์ก็มักจะมีรองเท้าแปลกๆ ออกมาให้เรามิกซ์แอนด์แมทช์ล้ำๆ อยู่เป็นประจำ ซึ่งความแปลกแบบนี้อาจจะทำให้เดินลำบากสักหน่อย จึงแนะนำให้ใส่เพื่อความสนุกเท่านั้นนะ อย่าใส่นานเกินไป เพราะอาจจะไม่ดีกับเท้าเราได้ เอาเป็นว่าพกรองเท้าสำรองไปเผื่อด้วยก็ดีเหมือนกัน

พร็อพต้องแน่น สำหรับใครที่รู้สึกว่าเสื้อผ้าหน้าผมยังจี๊ดไม่พอ เราขอแนะนำแอกเซสเซอรี่สุดแซ่บ ไม่ว่าจะเป็น แว่นตาดอกไม้ แว่นตากันน้ำ ต่างหูพวงมาลัย หมวกสีสันสดใส ประโคมใส่ร่างมาให้หมด เพราะมีแค่เทศกาลสงกรานต์เท่านั้นแหละที่จะแต่งตัวยังไงก็ดูไม่แปลก ก็คนจะชิคเรื่องมิกซ์แอนด์แมทช์ไม่จำเป็นหรอก

กองทัพปืดฉีดน้ำ อาวุธหลักสำหรับเหล่านักรบที่พร้อมบุกตะลุยพิชิตความสนุกในวันสงกรานต์ ซึ่งในปัจจุบันปืนฉีดน้ำมีให้เลือกสรรกันอย่างมากมายทั้งขนาดและราคา อ้อ…จะสู้รบกันมันหยดด้วยกระสุนน้ำยังไงก็อย่าเกินเลยจนเกิดอันตรายนะ เล่นกันแต่พองามจะดีกว่า

กระเป๋ากันน้ำ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ขาดไม่ได้ เพราะประโยชน์ของเจ้ากระเป๋ากันน้ำนั้นช่างมากมายเหลือคณานับ เอาเป็นว่าของมันต้องมี ไม่พูดเยอะ…เจ็บคอ คนพร้อมพร็อพพร้อมก็ไปเล่นน้ำกันเลย

5 วิธีช่วยป้องกัน “สิวเห่อ” ก่อนตะลุยสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586065

  • วันที่ 10 เม.ย. 2562 เวลา 15:05 น.

5 วิธีช่วยป้องกัน "สิวเห่อ" ก่อนตะลุยสงกรานต์

คนเป็นสิวห้ามพลาด 5 วิธีช่วยป้องกันสิวเห่อก่อนออกไปตะลุยแป้ง-น้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์ใกล้มาถึงแล้ว อากาศร้อนๆแบบนี้ใครก็อยากไปสาดน้ำให้เย็นชุ่มฉ่ำ แต่ก็อาจเจอกับปัญหาที่ตามมาหลังจากที่เล่นสงกรานต์นั่นคือ “ผดผื่น”และ “ผิวแห้งลอก” ที่ทำให้หลายๆคนกลัวที่จะออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะไม่อยากเผชิญกับ “ปัญหาสิว” “ผิวพัง” ที่ตามมา โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสิวและแพ้ง่ายอยู่แล้ว

แต่ทว่าหากรู้วิธีป้องกันและดูแลผิวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการเล่นน้ำสงกรานต์ โอกาสที่จะเกิดปัญหาผิวพังและสิวเห่อก็ลดน้อยตามไปด้วยโดย ดร.จิรวรรณ โอพรสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.เอ.เดอร์มาเทค จำกัด ผู้นำด้านการผลิต-วิจัยและพัฒนาเครื่องสำอางและเวชสำอางที่ได้รับรองมาตรฐาน จะมาแนะนำเคล็ดลับง่ายๆในการดูแลผิวหน้าให้ไกล “สิว” เพื่อพร้อมตะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ง่ายๆ ดังนี้

1.บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก่อนออกไปเผชิญแสงแดด

ผิวหน้าที่แข็งแรง ชุ่มชื้นจะช่วยให้ผิวบรรเทาการแห้งเสียจากการสูญเสียเหงื่อจากอากาศร้อน ดังนั้นการเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นก่อนไปเล่นน้ำสงกรานต์ เช่น การมาส์กหน้าที่ให้ความชุ่มชิ้น การใช้ moisturizer ครีมหรือเจลบำรุงหน้าก่อนนอน หรือก่อนออกไปสัมผัสแสงแดดจะช่วยเติมความชุ่นชื้นให้กับผิว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผิวแลดูอิ่มน้ำและสดใสแล้ว ยังช่วยลดความแห้งกร้านของผิวขณะเผชิญแสงแดดแรงหรือความร้อนจัดขณะเล่นน้ำสงกรานต์ และเพื่อดูแลผิวหน้าที่เป็นสิวจากสิ่งปลอมปนที่มาจากน้ำอาจสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าสำหรับผิวเป็นสิว แบบครีม หรือ สเปร์ย หรือรูปแบบอื่นๆในท้องตลาด ที่ไม่ทำร้ายผิว ก่อนและหลังเล่นน้ำสงกรานต์ โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผิวบางซึ่งส่วนใหญ่จะมีกรดเช่น AHA หรือ BHA อยู่ในสูตร หรือเลือกผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของสารลอกผิว ซึ่งจะทำให้ชั้นผิวบางส่งผลต่อความสามารถในการต้านทานต่อแสงแดดและความร้อนของผิว จะยิ่งทำให้ผิวแห้งลอก หรือแสบผิวขณะเผชิญกับแสงแดด

2.งดสครับผิวก่อนเล่นน้ำสงกรานต์

หากใครมีแผนจะออกไปตะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ ให้งดสครับผิวหน้า หรือ หยุดการทำพีลลิ่งพลัดเซลล์ผิว หรือแม้กระทั่งลอกสิว รวมถึงงดการทำเลเซอร์ก่อนจะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ เนื่องจากผิวยังอ่อนแอจากวิธีการดังกล่าว ซึ่งจะยิ่งทำให้ผิวอักเสบง่ายและเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงแดดและมลภาวะรวมทั้งสิ่งสกปรกที่มากับน้ำ แป้ง และน้ำอบ

อาการที่พบได้บ่อยคือ อาจทำให้เกิดผื่นคันเกิดผื่นต่างๆ มีอาการแสบร้อนที่ผิวหน้า เกิดรอยแดง ผิวแห้งลอก ผิวไหม้ ได้ง่ายนอกจากนั้นผิวที่บางอาจถูกเหนี่ยวนำให้เกิดทั้งสิวและฝ้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

3.เลือกใช้ “ผลิตภัณฑ์กันแดดให้เหมาะกับวิถีการเล่นน้ำ” ลดการอุดตันและสิวเห่อ

พฤติกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ของแต่ละคนแตกต่างกันไป การเลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับการเล่นน้ำต่างกันก็เลือกใช้ต่างกัน ยิ่งสำหรับคนที่ผิวมีปัญหาเรื่องสิวอยู่แล้วยิ่งต้องระมัดระวังในการเลือกโดยปกติ

สำหรับผิวที่มีปัญหาหรือผิวเป็นสิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดมักจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือซิลิโคนน้อย เพื่อลดการอุดตัดของรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมักจะเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่กันน้ำ ซึ่งเมื่อโดนน้ำก็จะหลุดลอกจากผิวได้ง่ายกว่าผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดนี้จึงเหมาะกับคนที่เล่นน้ำสงกรานต์แบบเบาๆในเวลาสั้นๆ หรือในเวลาที่แสงแดดไม่แรงจัด

สำหรับผลิตภัณฑ์กันแดดอีกชนิดหนึ่งคือผลิตภัณฑ์กันแดดแบบกันน้ำ มักจะมีส่วนผสมของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งทำให้ทำความสะอาดได้ยากกว่าผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดแรก อย่างไรก็ตามในสภาวะที่ต้องออกแดดแรงๆ หรือมีการเล่นน้ำสงกรานต์ต่อเนื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดกันน้ำจะช่วยปกป้องผิวได้ดีกว่า แต่อย่าลืมว่าเมื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดกันน้ำแล้วเราจะต้องมีขั้นตอนการทำความสะอาดผิวอย่างถูกต้องที่จะชำระล้างสารตกค้างที่อยู่บนใบหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่กลายเป็นตัวเพิ่มปัญหานอกจากเลือกประเภทกันน้ำไม่กันน้ำแล้ว

4.งดการเล่นแป้ง หรือหลีกเลี่ยงการถูกปะแป้ง

ผิวที่ถูกแผดเผาโดยแสงแดด ถูกน้ำสารพัดชนิดฉีดซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่ปรกติสำหรับผิวอาจทำให้ผิวอ่อนแอส่งผลให้ประสิทธิภาพในการปกป้องอนุภาคหรือสารต่างๆ ที่มาสัมผัสกับผิวลดลง ซึ่งสำหรับสงกรานต์แป้งจากแหล่งที่มาต่างๆกันซึ่งอาจมีการผลิตจากกระบวนการหรือมีความระมัดระวังด้านความปลอดภัยต่างกันเป็นสิ่งที่แปลกปลอมหลักที่จะมาสัมผัสกับผิวและอาจเป็นสาเหตุของการแพ้ระคายเคืองที่ผิวได้

ดังนั้นหากเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงแป้งหรืออนุภาคหรือสารต่างๆที่จะมาสัมผัสกับผิว เพื่อลดโอกาสของการเกิดผื่น คัน ลอก หรือเป็นสิวที่ใบหน้าได้

5.ทำความสะอาดผิวหน้าและอาบน้ำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

เวลาเล่นน้ำสงกรานต์ทั้งใบหน้าและตัวจะเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลาและน้ำที่เล่นสงกรานต์อาจปนเปื้อนด้วยเชื้อ อนุภาคต่างๆ ทั้ง แป้ง ดินสอพองและ น้ำอบ หากปล่อยให้ตัวเปียกชื้นเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อในร่มผ้าเกิดเป็นผดผื่น รุกลาม อาจก่อให้เกิดสิวอักเสบได้ง่ายดังนั้นควรล้างหน้าให้สะอาดและล้างตัวด้วยน้ำสะอาดหลังเลิกเล่นสงกรานต์ และเมื่อกลับถึงบ้านควรทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง และล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว เช่น เจลล้างหน้า หรือโฟมล้างหน้าชนิดไม่มีฟองซึ่งจะอ่อนโยนกว่า และอาจชโลมว่านหางจระเข้บนใบหน้า แล้วตามด้วยสกินแคร์อีกครั้ง นอกจากนั้นควรดื่มน้ำมากๆเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวที่เผชิญกับแสงแดดมาตลอดทั้งวัน

สำหรับผู้ที่กำลังมีผิวเป็นสิวหากนำทั้ง 5 ข้อดังกล่าวไปปฏิบัติ สงกรานต์ปีนี้ไม่ต้องคอยเก็บตัวไว้ในบ้านอีกต่อไป ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนๆให้สนุกสุดเหวี่ยง

มีอะไรต้องคิด ก่อนลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อสุขภาพของคนในครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585712

  • วันที่ 10 เม.ย. 2562 เวลา 13:00 น.

มีอะไรต้องคิด ก่อนลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อสุขภาพของคนในครอบครัว

เมื่อวิกฤติฝุ่นละอองยังไม่หมดไป คนที่ห่วงใยในสุขภาพต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่อง

ภาพจาก http://www.salika.co

ประเทศไทยกับวิกฤติฝุ่นละอองและฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่อาจนิ่งนอนใจ จนทำให้หลายบ้านที่มีเด็ก ผู้ป่วย หรือคนชรา ต้องมองหาตัวช่วยอย่าง “เครื่องฟอกอากาศ” แต่ก่อนจะลงทุนไปกับเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง เราควรศึกษาข้อมูลการใช้งานและเลือกสเปกของเครื่องให้เหมาะสม โดยพิจารณาได้ง่ายๆ ดังนี้

สำรวจพื้นที่ใช้งาน

เมื่อตัดสินใจอยากได้เครื่องฟอกอากาศสักตัว อย่าเพิ่งด่วนเลือกเครื่องที่ชอบ แต่ควรดูเครื่องที่ใช่ก่อน และสิ่งแรกคือความเหมาะสมกับขนาดพื้นที่ใช้งานจริง คุณต้องสำรวจห้องที่จะติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเสียก่อนว่ามีขนาดเท่าไร ไม่ต่างจากการเลือกเครื่องปรับอากาศ เพราะถ้าห้องมีขนาดเล็กก็ควรเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก สเปกไม่ต้องเท่ากับเครื่องที่ใช้ในห้องขนาดใหญ่ ทำให้จ่ายในราคาที่ถูกกว่า

เช็กคุณสมบัติของเครื่องฟอกอากาศ

เมื่อมองหาดีไซน์โดนใจและขนาดเหมาะสมได้แล้ว ต้องอย่าลืมดูค่าบอกพลังลมสะอาดด้วย ซึ่งมีอยู่ 2 ค่า อย่างแรกคือค่า CADR หรือ Clean Air Delivery Rate เป็นตัวบอกว่าเครื่องฟอกอากาศตัวหนึ่งสร้างปริมาณอากาศบริสุทธิ์ได้เท่าไรในเวลา 1 นาที ซึ่งตัวเลขยิ่งเยอะแสดงว่ามีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้ดี อีกหนึ่งค่าคือ Airflow หรือ Air Volume ใช้วัดความเร็วในการฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ถ้าตัวเลขสูงแปลว่าใช้เวลากรองอากาศได้เร็วนอกจากนี้ ลองสำรวจคุณสมบัติอื่นๆ ของเครื่องด้วยก็ได้ เช่น การรับประกันการใช้งานนานเท่าไร เวลาเปิดใช้งานแรงสุด มีเสียงดังขนาดไหน รบกวนการนอนหลับหรือไม่ มีฟังก์ชั่นพิเศษอะไรเพิ่มเติมไหม อย่างตั้งเวลาเปิดปิดเองได้ สั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่นได้ เปิดทำงานเองอัตโนมัติเมื่อมีระดับฝุ่นมากขึ้น ต้องเลือกให้คุ้มค่ากับการใช้งานจริงของคุณเอง

รู้จักแผ่นกรองอากาศ

แผ่นกรองอากาศ คืออุปกรณ์ชิ้นหลักในเครื่องฟอกอากาศที่เรามองข้ามไม่ได้ เพราะหากฟังเพียงคำโฆษณาจะพบว่ามีหลายรุ่นบอกว่าแผ่นกรองอากาศของเครื่องนั้นๆ สามารถป้องกันการแพ้อากาศ กรองฝุ่นจิ๋วขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 กรองก๊าซพิษ หรือแม้แต่ช่วยแก้ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ คุณภาพของแผ่นกรองนี้ แนะนำให้สอบถามผู้ขายให้ชัดเจน และต้องดูอายุการใช้งานของแผ่นกรองด้วยว่าใช้ได้นานกี่เดือน ต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน เครื่องฟอกอากาศบางรุ่นราคาไม่แพงนัก แต่อาจต้องเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศบ่อยๆ และราคาขายต่อแผ่นก็แพงมาก จึงต้องเลือกความคุ้มค่าในเรื่องรายจ่ายระยะยาวด้วย แต่ถ้าลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาแพง แล้วไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองบ่อย อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้นะ

กินไฟแค่ไหน ราคาเหมาะสมไหม

การลงทุนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าสักชิ้น สิ่งที่ละเลยไม่ได้คือการสำรวจอัตราการกินไฟ ความสมดุลกับราคาซื้อและค่าไฟที่ต้องจ่ายตามมา ซึ่งเครื่องฟอกอากาศมีกำลังวัตต์บอกไว้เช่นกัน ถ้ากำลังวัตต์สูงจะยิ่งกินไฟเยอะ แต่ถึงอย่างนั้นเราควรรู้เท่าทันด้วยว่าเครื่องฟอกอากาศที่มีกำลังวัตต์สูงไม่ได้แปลว่าประสิทธิภาพจะแรงกว่ากำลังวัตต์ต่ำเสมอไป ข้อนี้อาจต้องอาศัยการเปรียบเทียบจากการใช้งานจริง แต่แนะนำเบื้องต้นว่าเลือกเครื่องฟอกอากาศที่กินไฟน้อยไว้ก่อนดีที่สุด เพราะเราจำเป็นต้องเปิดใช้งานเป็นเวลานาน จึงไม่ควรกระทบค่าไฟให้ทรมานใจอีก

ส่อง 3 ทักษะตอบโจทย์อาชีพแห่งอนาคต (อันใกล้) รับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางตลาดทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585870

  • วันที่ 10 เม.ย. 2562 เวลา 08:30 น.

ส่อง 3 ทักษะตอบโจทย์อาชีพแห่งอนาคต (อันใกล้) รับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางตลาดทุน

สจล.เผย 3 ทักษะวิศวกรการเงินที่คนไทยต้องมี เพื่อสานฝันอาชีพแห่งอนาคต (อันใกล้) รับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางตลาดทุนภูมิภาค

สถานการณ์ของสถาบันทางการเงินช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์สถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ทยอยปิดสาขาและปรับลดพนักงานลงมากกว่า 4.6% (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2561 โดยธนาคารกลางแห่งประเทศไทย)

จากกระแสความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลกในปัจจุบัน และเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทางด้านเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีดิสรัปชั่น (Technology Disruption) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับสถาบันการเงินและนักลงทุน จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ของบริการทางการเงิน ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีความจำเป็นในการผลิตบุคลากรในสายงานวิศวกรรมทางการเงิน เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินในการขับเคลื่อนตลาดทุนและอุตสาหกรรมการเงินของประเทศ

ดร.นัทธพงศ์ จึงธีรพานิช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ในปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค (FinTech : Financial Technology) มาใช้พัฒนาบริการทางการเงินอย่างแพร่หลาย เช่น โมบายแบงค์กิ้ง (Mobile Banking) ระบบชำระเงินออนไลน์ การซื้อ-ขายกองทุนและการเทรดหุ้นผ่านระบบออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น แต่ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของอุตสาหกรรมการเงินในอนาคต การผลิตผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในด้านวิศวกรรมทางการเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาตลาดทุนประเทศ ซึ่งวิศวกรการเงินต้องสามารถผสมผสานความรู้ความเข้าใจในหลากหลายศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอ 3 ทักษะความรู้ของวิศวกรการเงิน สำหรับการพัฒนาตลาดทุนไทย ดังนี้

 

1.ทักษะการเรียนรู้เทคโนโลยีทางการเงินที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

ในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่อาจมองว่าเทคโนโลยีทางการเงินคือออนไลน์แบงค์กิ้ง (Online Banking) และระบบชำระเงินออนไลน์ แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลก เทคโนโลยีทางการเงินจะลดบทบาทของตัวกลางและผู้ให้บริการทางการเงินที่สำคัญในอดีต เช่น โบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ หรือแม้แต่ธนาคาร และนำไปสู่ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ เช่น โรโบแอดไวเซอร์ (Robo Advisor) สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้จะสร้างระบบธุรกรรมทางการเงินแบบไร้ขอบเขตและไม่จำกัดเฉพาะรูปแบบธุรกรรมที่กระทำผ่านสถาบันทางการเงินเท่านั้น ซึ่งจะผลักดันให้เกิดฟินเทคสตาร์ทอัพจำนวนมาก ที่นำเอาเทคโนโลยีทางการเงินไปพัฒนาเป็นบริการทางการเงิน ที่เข้าถึงมือผู้ใช้ทั่วโลกได้โดยตรง เป็นผลให้สถาบันหรือหน่วยงานที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันอาจต้องปิดตัวลง

 

2.ทักษะการนำข้อมูลทางการเงินที่มีมหาศาลมาใช้ประโยชน์

จากการที่ธุรกรรมทางการเงินจำนวนมากเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ และในอนาคตธุรกรรมออนไลน์จะมีมากขึ้นทวีคูณ เป็นผลให้เกิดการสั่งสมของข้อมูลทางการเงินปริมาณมหาศาล นอกจากข้อมูลทางการเงินโดยตรงแล้วข้อมูลอื่นๆ ในโลกออนไลน์ เช่น ข่าวสารต่างๆ และข้อมูลในโซเชียลมีเดีย (Social Media) มักจะมีความเกี่ยวข้องและความสำคัญในเชิงการเงิน หากหน่วยงานที่มีข้อมูลเหล่านี้สามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างประโยชน์และความได้เปรียบในการแข่งขันได้เป็นอย่างมาก วิศวกรการเงินจึงควรมีทักษะทางคอมพิวเตอร์และความรู้ทางคณิตศาสตร์และสถิติที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้เทคนิคทางปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อเขียนโปรแกรมที่สามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ของข้อมูล และสามารถทำนายข้อมูลในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

 

3.ทักษะการบูรณาการเทคโนโลยีควบคู่การตัดสินใจ

โลกการเงินในอนาคตอันใกล้ จะกลายเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและปราศจากข้อจำกัดด้วยนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบที่หลากหลาย ที่ทำให้คนทั่วไปในทุกชนชั้นทางเศรษฐกิจเข้าถึงความมั่งคั่ง การมีข้อมูลที่หลากหลายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ในโลกตลาดทุนต้องการการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดบนพื้นฐานการบูรณาการข้อมูล (High Understanding High Return) ซึ่งแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้การตัดสินใจง่ายและเด็ดขาดขึ้นมาจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมการวิเคราะห์ทางการเงินในรูปแบบใหม่ เช่น การเรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบเอไอ (AI Learning) การใช้ระบบปฏิบัติการเครือข่ายการลงทุนในโลกดิจิทัลสำหรับธุรกิจ (Cisco Digital Network Architecture System) เป็นต้น โดยวิศวกรทางการเงินจะเป็นคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเหล่านี้และเป็นนักปฏิวัติทางการเงิน (Financial Disruptor) เพื่อรับการเปลี่ยนแปลง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีทางการเงินจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราในทุกๆ กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่าย การลงทุน การซื้อขายในตลาดทุน ฯลฯ การเตรียมความพร้อมในการผลิตวิศวกรทางการเงินมืออาชีพเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อผลักดันประเทศไทยเข้าสู่การเป็นตลาดทุนใหม่ในภูมิภาค ผ่านการผสานความรู้ด้านเทคโนโลยีกับการเงินสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ และดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่ตลาดทุนไทยได้ ดังนั้น การพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมการเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญและเป็นการสร้างโอกาสให้ตลาดทุนไทยก้าวเป็นดิสรัปเตอร์ (Disrupter) หรือนักปฏิวัติทางการเงิน สร้างมูลค่าให้แก่ระบบเศรษฐกิจไทยในยุคเทคโนโลยี

 

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ล่าสุดได้ร่วมกันเปิดหลักสูตร “วิศวกรรมการเงิน (Financial Engineering)” ซึ่งเป็นหลักสูตรสองปริญญา (ตรีควบโท) นานาชาติ นักศึกษาในหลักสูตรจะได้เรียนและทำวิจัยกับทีมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองสถาบัน โดยใช้สถานที่เรียนทั้งที่สจล.และนิด้า ตั้งแต่ปีแรกจนจนตามแผนการศึกษาของหลักสูตร เมื่อเรียนจบปีที่ 4 นักศึกษาจะได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมการเงิน) จากสจล. และเมื่อเรียนจบปีที่ 5 จะได้รับปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมการเงิน) จากนิด้า เมื่อสำเร็จการศึกษามีสายงานรองรับมากมาย เช่น วิศวกรการเงินในสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ปรึกษาด้านการเงิน และผู้ประกอบการฟินเทค (Fintech Entrepreneurs) เป็นต้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://nida.kmitl.ac.th หรือ https://www.facebook.com/kmitl.nida

บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างกินเกินคุ้ม ระวังขาดทุนเรื่องสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585894

  • วันที่ 09 เม.ย. 2562 เวลา 17:30 น.

บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างกินเกินคุ้ม ระวังขาดทุนเรื่องสุขภาพ

ครึ่งเดือนแรกกระเป๋ายังตุงจัดมื้อใหญ่ไปบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ต้องกินแบบไหนถึงจะทั้งเอ็นจอยอร่อยคุ้ม แถมไม่ขาดทุนด้านสุขภาพ

วิถีคนเมืองเรื่องกินเรื่องใหญ่ ช่วงต้นเดือนจึงมักจัดมื้อใหญ่ไฟกะพริบเป็นบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างทั้งพรีเมี่ยม ไม่พรีเมี่ยม เพราะมันอิ่มอร่อยและคุ้ม!!!

ถ้าเป็นความคุ้มค่าทางด้านตัวเงินที่จ่ายกับปริมาณอาหารที่ได้กินละก็…คุ้มแน่ แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกลงไปถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่มากับไขมันและควันไฟ เมื่อรวมกับน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปด้วย อาจกลายเป็นส่วนผสมที่ไม่คุ้มเลย แล้วต้องกินปิ้งย่างแบบไหนถึงจะทั้งเอ็นจอย อร่อยคุ้มค่า และไม่ขาดทุนด้านสุขภาพ มาดูกัน

กินเนื้อคู่กับผักลดเสี่ยงมะเร็ง

ขั้นแรกคือ ตั้งเป้าหมายการกินด้วยการจับคู่โปรตีนกับไฟเบอร์ในสัดส่วนที่พอดี ปิ้งเนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ปลาหมึก หรือเนื้อไก่เสร็จแล้ว อย่าลืมห่อผักสดหรือกินผักตามไปด้วย เพื่อช่วยเพิ่มกากใยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น แถมยังแก้เลี่ยนได้อีกต่างหาก

บอกลาอาหารก่อมะเร็ง

สร้างความท้าทายให้มื้ออาหารด้วยการ Say No กับอาหารที่ไม่คุ้มค่าแก่การนำเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์แปรรูปอย่าง เบคอน ไส้กรอก ห้ามใจกับปริมาณการกินไขมันสัตว์โดยเฉพาะเนื้อติดมันที่ย่างจนไหม้เกรียมหอมกรุ่น ซึ่งแฝงด้วยสารก่อมะเร็งที่จะสะสมในร่างกาย เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์ จะช่วยรักษาสมดุลของการกินมื้อปิ้งย่างได้ดีเกินคาด

การวอร์มช่วยได้เยอะ

ก่อนกินมื้อใหญ่เข้าไปควรวอร์มเบาๆ ทั้งวอร์มร่างกายเบิร์นของเก่าที่สะสมออกก่อนเติมพลังงานใหม่เข้าร่างกาย เช่น คาร์ดิโอ แอโรบิก ปั่นจักรยาน ซึ่งความเหนื่อยจะทำให้ความอยากลดลง ส่วนอีกวอร์มคือการกินอะไรรองท้องไปก่อนกินมื้อหนัก ไม่ควรงดอาหารก่อนไปกินบุฟเฟ่ต์ เพราะจะทำให้เรากวาดหมดหน้าตักด้วยความหิวแล้วมารู้สึกผิดภายหลัง

 

เลือกร้านดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

นอกจากเรื่องบนเตาแล้ว รายละเอียดรอบๆ เตาก็ไม่ควรมองข้าม เช่น ความสดของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร ความสะอาดของร้าน ที่สำคัญคือควรเลือกร้านที่มีอากาศถ่ายเท จะได้ไม่ต้องสูดควันจากอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย