ชิมอาหารไทยรสจัดสไตล์คุณจั๊ก กับเมนูที่ปรุงด้วยใจรักการทำอาหาร @Up To Jug Kitchen #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653443

วันที่ 03 มิ.ย. 2564 เวลา 10:55 น.

ชิมอาหารไทยรสจัดสไตล์คุณจั๊ก กับเมนูที่ปรุงด้วยใจรักการทำอาหาร @Up To Jug Kitchen“จั๊กเป็นแค่คนที่มีใจรักการทำอาหาร ทำจาก Passion ล้วนๆ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำและมีความสุขกับมันทุกวัน” …คุณจั๊ก-กรกนก เชาว์ปรีชา Owner Chef ร้านอาหาร Up To Jug Kitchen (ครัวแล้วแต่จั๊ก)

โพสต์ทูเดย์ พาไปชิมรสมือผู้บริหาร คุณจั๊ก-กรกนก เชาว์ปรีชา หญิงสาวผู้รักในการทำอาหาร ที่ร้าน Up To Jug Kitchen (ครัวแล้วแต่จั๊ก) ตั้งอยู่ใกล้กับแยกเกษตร เป็นร้านอาหารบรรยากาศน่านั่งที่ให้อารมณ์สวนสุดร่มรื่น ตกแต่งในสไตล์คาเฟ่ ให้บริการครบครันทั้งอาหารไทยรสจัด เครื่องดื่ม ของหวาน เบเกอรี่ และทีเด็ดที่ซ่อนอยู่อย่าง Chef’s Table กับเมนูที่คุณจั๊กครีเอทขึ้นมาไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน

สำหรับที่มาของชื่อ Up To Jug Kitchen เกิดจากในทุกๆ ครั้งที่คุณจั๊กถามคนอื่นว่าอยากรับประทานอาหารอะไรเป็นพิเศษ ก็มักได้คำตอบกลับมาว่า “แล้วแต่จั๊ก” จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน ส่วนความชอบในการทำอาหาร คุณจั๊กเล่าว่า รู้สึกหลงรักการทำอาหารให้คนที่รักทาน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัว ตั้งแต่ยังเด็กก็ได้เข้าครัวช่วยคุณยายและคุณแม่ทำอาหาร ชอบเล่นทำอาหาร มีความฝันว่าอยากทำอาหาร และชอบการทำอาหารมาก จนหลายคนคิดว่าน่าจะจบทางด้านสายอาหารมาโดยตรง ซึ่งความจริงแล้วเรียนจบบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ และปริญญาโท บริหารธุรกิจ จากศศินทร์ (SASIN) จากนั้นก็ทำงานมาหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งก่อนจะมาเปิดร้าน Up To Jug Kitchen ก็เคยเปิดร้านร้านอาหารไทยมาก่อน และยังเป็นผู้บริหารบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ยังมีร้านดอกไม้ Flora’s Story ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้านอาหาร Up to Jug Kitchen แห่งนี้อีกด้วย

“จั๊กเป็นแค่คนมีใจรักการทำอาหารแค่นั้น ทำจาก Passion ล้วนๆ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ และมีความสุขกับมันทุกวัน”

ด้วยความที่เป็นคนจริงจังเรื่องอาหารตั้งแต่ตอนเด็ก ทำให้ในตอนนี้คุณจั๊กทำตามความฝันด้วยการเป็น Owner Chef ให้กับร้าน @uptojugkitchen และเข้าสู่วงการอาหารอย่างจริงจัง เมนูอาหารที่ร้านส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยภาคกลางรสจัด เลือกใช้ของดี วัตถุดิบอย่างดี สะอาด ซึ่งผ่านการเลือกสรรจากคุณจั๊กทุกเมนูและดูแลตลอดทุกขั้นตอน

เมนูแนะนำ

ชุดขนมจีนน้ำยาปู (380 บาท) จัดเป็นเมนูเด็ด Signature และเป็นเมนู Best Seller ตลอดกาล ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่การใส่เนื้อปูเน้นๆ น้ำยารสกลมกล่อมให้ความเผ็ดกำลังดี มาพร้อมผักเคียงครบรส แถมซ่อนทีเด็ดอย่างไชโป๊วราชบุรี เพิ่มดีกรีความอร่อยและช่วยตัดความเผ็ดของน้ำยาปู

ผัดกะเพราเนื้อน่องลายตุ๋น (320 บาท) เมนูรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน ถึงใจ เลือกใช้เนื้อน่องลายตุ๋นสูตรเฉพาะจนได้ความนุ่มหนึบ ผัดกับซอสกะเพราสูตรพิเศษของทางร้าน ใครเป็นสายเนื้อ  เลิฟกะเพรา บอกเลยว่าพลาดไม่ได้จริงๆ

ข้าวผัดปลาสลิด (220 บาท) เมนูใหม่ที่คุณจั๊กรังสรรค์มาเพื่อเอาใจคนชอบกินปลาสลิด เลือกปลาสลิดตัวใหญ่ที่เลี้ยงในแหล่งน้ำสะอาด ไม่มีกลิ่นดิน ตากให้แห้งสนิทก่อนนำมาทอดกรอบในน้ำมันใหม่ ได้ความกรอบและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ บีบมะนาวฝานสดๆ ก่อนคลุกเคล้าข้าวผัด อัพความอร่อยจัดจ้านให้จานนี้ได้เป็นอย่างดี 

กุ้ยช่ายทอด (120 บาท) กุ้ยช่ายออแกนิคปลูกเองจากบ้านสวนริมน้ำที่ จ.นครสวรรค์ ทอดกรอบนอก หนึบใน แบบที่หาทานที่ไหนไม่ได้ พร้อมน้ำจิ้มเคี่ยวสูตรเฉพาะของร้าน

หมูทอดเบรกแตก (280 บาท) เป็นเมนูยอดฮิตของทางร้าน ใช้ส่วนของคอหมูที่มีมันน้อยมาก ทานเคียงกับผักสดและน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ดเคล็ดลับของคุณยายที่เป็นคนชัยภูมิ  ได้รสชาติแจ่วอีสานถึงใจ ทานคู่กันแล้วหยุดไม่ได้

ของหวานและเครื่องดื่ม

แนะนำท๊อฟฟี่เค้กเครื่องแน่นที่ใช้วัตถุดิบอย่างดี  ทำสดๆ ใหม่ๆ อย่าง ท๊อฟฟี่เค้กหน้าเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (กล่องละ 250 บาท)  และ ท๊อฟฟี่เค้กหน้าถั่วแมคคาดาเมีย (กล่องละ 450 บาท) อีกเมนูขนมเด็ดอีกเมนูหนึ่งของร้านคือ Soft Cookie Chocolate Chip ได้ลองชิมแล้วบอกได้เลยว่ากัดไปตรงไหนก็เจอแต่เครื่อง ทั้งถั่วแมคคาดาเมีย ช็อคโกแลตชิพ

เติมความสดชื่นด้วย Kiss Me Signature Coffee ของที่ร้าน เป็นเครื่องดื่ม Cofftail สูตรเฉพาะ จุดเด่นอยู่ที่การนำกาแฟอเมริกาโน่เกรดพรีเมี่ยม มาผสมกับน้ำส้มซันคิสที่ให้ความเปรี้ยวหวานลงตัว เพิ่มความกลมกล่อมด้วยคาราเมลซอส และวนิลาไซรัปหอมๆ เสิร์ฟในน้ำแข็ง cube ก้อนใหญ่ละลายช้า ทำให้รสชาติเครื่องดื่มอยู่ได้นาน เวลาดื่มอย่าลืม “KISS” ที่ปากแก้วเพื่อให้ได้กลิ่นของส้มซันคิสและโรสแมรี่

ปิดท้ายที่ Lychee Honey Lemonade และ Very Berry Smoothies หอม หวาน ให้ความสดชื่น เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ใครอยากลิ้มลองความอร่อยแบบนี้ มากันได้ที่ร้าน ร้าน Up to Jug Kitchen ใกล้แยกเกษตร จุดสังเกตติดกับ KFC บริเวณตอม่อที่ 18 ติดถนนใหญ่ถนนประเสริฐมนูกิจ ให้บริการแบบนั่งทางในร้าน, chef’s table, catering และ delivery ร้านเปิดทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 11.00-21.00 น. (ร้านปิดทุกวันจันทร์) สอบถามโทร : 061-542-6666 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook, Instagram, Line : @uptojugkitchen

Virtual Tour ประติมากรรมเป่าแก้วระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/654519

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 12:45 น.

Virtual Tour ประติมากรรมเป่าแก้วระดับโลกสิงคโปร์พาทัวร์ประติมากรรมเป่าแก้วระดับโลกครั้งแรกในเอเชีย กับศิลปินระดับโลก เดล ชิฮูลี จัดเต็มผลงานสุดอลังการ

สิงคโปร์ พาชมประติมากรรมเป่าแก้วขนาดยักษ์สุดอลังการ จากศิลปินชาวอเมริกันชื่อก้องโลกอย่าง เดล ชิฮูลี (Dale Chihuly)ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการประติมากรรมเป่าแก้วกว่า 46 ปี และได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ปฏิวัติงานหัตถกรรมให้กลายเป็นวิจิตรศิลป์ ด้วยพรสวรรค์ในด้านศิลปะตั้งแต่วัยเยาว์ผนวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะขยายกรอบความคิดสร้างสรรค์ด้วยการออกแบบแก้วที่เป็นวัสดุพื้นฐานมาขึ้นรูปด้วยเทคนิคการเป่ารูปแบบใหม่ ทำให้เกิดชิ้นงานประติมากรรมแก้วเป่าที่วิจิตรตระการตาหาใครเลียนแบบได้ยาก

ถือเป็นครั้งแรกของเอเชียที่ เดล ชิฮูลี ได้ขนทัพงานประติมากรรมเป่าแก้วขนาดยักษ์มาจัดแสดงถึงประเทศสิงคโปร์แบบจัดเต็ม เนรมิตให้ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) กลายเป็นสวนสวรรค์ด้วยแนวคิด “Glass in Bloom” ที่อบอวลไปด้วยประติมากรรมแมกไม้ดอกไม้แก้วหลากสีนานาพันธุ์ โดยแบ่งการจัดแสดงตัวผลงานออกเป็น 6 โซน แยกเป็น2 ส่วน คือภายในอาคารได้แก่ฟลาวเวอร์ โดม(Flower Dome) และ คลาวด์ฟอเรสต์ (Cloud Forest) และส่วนภายนอกอาคารซึ่งจัดแสดงยาวไปถึงเดือนสิงหาคมเลยทีเดียว

เริ่มต้นที่ส่วนฟลาวเวอร์ โดม (Flower Dome) และคลาวด์ฟอเรสต์ (Cloud Forest)ซึ่งเป็นโซนภายในอาคารประกอบไปด้วย 2 โซนการจัดแสดง ได้แก่

· โซนฟลาวเวอร์ โดม (Flower Dome)กับประติมากรรมWhite Towerเป็นงานประติกรรมที่พัฒนาปรับรูปทรงของโคมไฟระย้าแบบเวเนเชียน (Venetian) ให้มีความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ขึ้นยิ่งกว่า ด้วยการดัดแปลงให้วางในแนวตั้งแทน สำหรับประติมากรรมชิ้นต่อมา Erbium Reeds, Trumpet Flowers and Neodymium Reedsได้ทดลองนำเอาธาตุโลหะนีโอไดเมียมและเออร์เบียมมาผสมเข้ากับแก้วจนเกิดสีม่วงแดง และสีม่วงเข้มแวววาวสะท้อนแสง โดยประติมากรรมทั้งหมดตั้งอยู่รายล้อมเหล่าบุปผาชาตินานาพันธุ์ ได้แก่ ดอกบีโกเนีย ดอกกุหลาบ ดอกไฮเดรนเยีย และต้นปาล์ม ซึ่งเมื่อแสงตกกระทบแล้วยิ่งเสมือนหลุดเข้าสู่ป่ายามค่ำคืน บนดาวแพนโดร่า ในภาพยนตร์เรื่องอวตารอย่างไรอย่างนั้น

· โซนคลาวด์ฟอเรสต์ (Cloud Forest) มีประติมากรรมชิ้นเด่นอย่าง Cloud Forest Persianได้ปรับเปลี่ยนสีและการเรียงตัวของรูปทรงชิ้นงานให้สอดคล้องกับน้ำตกในโดมของโยนนี้ โดยใช้สีฟ้าที่สื่อถึงสายน้ำของน้ำตก และการจัดเรียงทรงให้ทอดยาวไปตามทิศทางการไหลของสายน้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกสวยงามตระการตา

สำหรับส่วนที่สองซึ่งมีอาณาเขตบริเวณกว่า 70% ของพื้นที่คือส่วนภายนอกอาคาร ประกอบไปด้วย 4 โซนการจัดแสดง ได้แก่

· โซนทะเลสาบ Dragonfly Lake ที่กว้างใหญ่กับประติมากรรม Float Boat and Floats เกิดขึ้นโดยบังเอิญขณะทดลองเป่าแก้วแล้วโยนลงไปในแม่น้ำนูตาโจกิ (Nuutajoki)ในประเทศฟินแลนด์ เพื่อดูการกระจายตัวของชิ้นงานกลับพบว่า ชิ้นงานแก้วเป่าทรงกลมเข้ากันได้อย่างน่าประหลาดกับภูมิทัศน์ของแม่น้ำ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มเป่าแก้วเป็นทรงกลมหลากสีหลายขนาดลงในเรือไม้ ซึ่งเหมาะเจาะอย่างน่าอัศจรรย์กับโซนทะเลสาบแห่งนี้

· โซน Serene Garden) กับประติมากรรม Red Bamboo Reedsที่ทดลองเป่าแก้วให้มีรูปทรงยืดขยายออกไปเป็นทรงยาว โดยใช้เทคนิคเฉพาะด้วยการเป่าลมผ่านท่อของเครื่องเป่าแก้วที่ถูกยกขึ้นด้วยลิฟต์จึงออกมามีลักษณะคล้ายกับต้นกกที่สูงแหลมแทงยอดขึ้นเหนือท้องฟ้าและมีข้อปล้องเหมือนกับลำต้นไผ่ และประติมากรรม Ethereal White Persians ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นผิวผนังบนเพดาน และองค์ประกอบในโคมไฟระย้าของหอคอย ผสมผสานกับศิลปะแบบชาวเปอร์เซียนโบราณที่ทำให้หวนระลึกถึงศิลปวัฒนธรรมในตะวันออกไกล 

· โซน World of Plants มีประติมากรรมที่เด่นอย่าง Orange Hornet Chandelier ที่ปรับเปลี่ยนรูปทรงของโคมไฟระย้าในแบบโบราณให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น จากการจำลองเอารูปลักษณ์ที่เป็นข้อปล้องของต่อและแตนมารังสรรค์ให้เหมือนช่อดอกทองกวาวสีแสดซึ่งประติมากรรมชิ้นนี้ถูกจัดแสดงโดยห้อยอยู่ตรงบริเวณซุ้มประตูของโซน

· และโซน Meadow ซึ่งเป็นโซนสุดท้ายที่มีประติมากรรมที่แปลกตาอย่าง Setting Sun หรือ “สุริยัน” ด้วยรูปทรงที่เป็นเปลวเพลิงสีเหลืองและแดงขนาดยักษ์อันสื่อถึงความกล้าหาญ โชติช่วง ร้อนแรง ดุจเปลวสุริยะที่แผดเผา โดยเป็นผลงานคู่ตรงข้ามกับ Moon หรือ “จันทรา” ที่นำเอาแก้วเป่าทรงแบนหลากหลายขนาดมาเชื่อมต่อกันด้วยโครงเหล็กทรงกลม ชวนให้นึกถึงหลุมบ่อที่อยู่บนดวงจันทร์ พร้อมทั้งเลือกใช้สีขาวโอปอลและสีน้ำเงินเข้ม ที่สื่อถึงความสงบ ความเรียบง่าย และความเยือกเย็น

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนิทรรศการประติมากรรมเป่าแก้วจากศิลปินระดับตำนาน “เดล ชิฮูลี: กลาส อิน บลูม” (Dale Chuhuly: Glass in Bloom) ซึ่งการท่องเที่ยวสิงคโปร์อยากจะขอเชิญชวนคนไทยที่มีใจรักในงานด้านศิลปะร่วมติดตามรับชมภาพสวยๆ ของงานประติมากรรมเป่าแก้วในครั้งนี้ ที่สามารถรับชมในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Tour) ได้ด้วยโดยจัดแสดงถึงวันที่ 1 ส.ค. นี้ ผู้สนใจรับชมได้ที่ www.chihulyinbloom.com

Ventisi-The Thai รังสรรค์สารพันเมนูใหม่จากราชาแห่งผลไม้ ที่สุดของความหอมหวานมันที่คนรักทุเรียนต้องลอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/654364

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 08:33 น.

Ventisi-The Thai รังสรรค์สารพันเมนูใหม่จากราชาแห่งผลไม้ ที่สุดของความหอมหวานมันที่คนรักทุเรียนต้องลองเรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เอาใจคนรักทุเรียนไปเต็มๆ ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ พาทุกคนไปหอมหวนชวนฟินกับขนมหวานมากมายหลายเนื้อสัมผัสของทุเรียนพันธุ์ดี ที่ Ventisi-The Thai หนึ่งในห้องอาหารประจำโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งครั้งนี้นำราชาแห่งผลไม้ ของดีประจำฤดูร้อนของประเทศไทยอย่าง “ทุเรียน” สายพันธุ์หมอนทอง และสายพันธุ์ชะนี มาเนรมิตเป็นของหวานผ่านการรังสรรค์โดยหัวหน้าพาสทรี้ เชฟธวัช และทีมงานที่มีประสบการณ์อันโชกโชน

โดย Ventisi-The Thai นำเสนอเมนูทุเรียนน้องใหม่ที่หอมหวานยั่วใจคนรักทุเรียนขั้นสุด ด้วย 11 เมนูแสนอร่อยสุดน่ากินที่พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสความอร่อยของรสทุเรียนในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ชูครีมทุเรียน, พิตาชิโอเอแคลร์ครีมทุเรียน, แยมโรลทุเรียน, โอเปร่าช็อกโกแลตทุเรียน, ดับเบิ้ลชีสเค้กทุเรียน, มันหวานครีมทุเรียน, มูสทุเรียนและมะพร้าว ในราคาเพียง 140 บาท++ ต่อชิ้น

ต่อด้วย ทีรามิสุทุเรียนเนื้อเนียนหอมหวานมันลงตัว ในราคาเพียง 155 บาท++ ต่อชิ้น ตามด้วย ไอศกรีมรสทุเรียนหมอนทอง ในราคาเพียง 90 บาท++ ต่อชิ้น

สุดท้ายพลาดไม่ได้กับ โรเช่ช็อกโกแลตทุเรียน และไวท์ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลทุเรียน ในราคาเพียง 30 บาท++ ต่อชิ้น รับรองใครได้กินเป็นต้องติดใจ

นอกจากนี้ ยังมี “Durian Afternoon Tea” ที่มีเมนูทุเรียนในแบบสโคน พร้อมแยมทุเรียน และเครื่องดื่มร้อนบริการที่ Ventisi – The Café ในราคาเพียง 888 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน

อยากลิ้มรสความอร่อยแบบนี้ แวะมาได้ที่ห้องอาหารเวนตีซี และซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2564 เปิดให้บริการทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งออเดอร์ที่ 02-100-6255 หรืออีเมล : diningcgcw@chr.co.th และสามารถสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันแกร๊บฟู้ด คลิ๊ก https://bit.ly/3fdHssV

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมแต่ละแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654771

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 08:30 น.

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมแต่ละแบบมะเร็งเต้านม : แพทย์หญิงพรพรหม ตั้งคติขจรกิจ รังสีแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัยขั้นสูงด้านเต้านมและรังสีร่วมรักษาของเต้านม โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมมาตรฐาน และการทำแมมโมแกรมดิจิทัล 3 มิติ

ยังคงครองสถิติการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทยติดต่อกันหลายปี สำหรับโรคมะเร็งเต้านม การตรวจคัดกรองด้วยเครื่องแมมโมแกรม (Mammogram) ร่วมกับอัลตราซาวน์เต้านมด้วยเครื่องที่มีความคมชัดสูง จึงมีความสำคัญ ทำให้พบเจอโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และมีโอกาสรักษาหายขาด

แพทย์หญิงพรพรหม ตั้งคติขจรกิจ รังสีแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัยขั้นสูงด้านเต้านมและรังสีร่วมรักษาของเต้านม โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่เป็นมาตรฐาน มีดังนี้

1. การคลำเต้านมด้วยตัวเอง เดือนละ 1 ครั้ง หลังจากประจำเดือนมาวันแรก 5-10 วัน

2. การทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ คัดกรองมะเร็งเต้านมปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป

สำหรับการทำแมมโมแกรม เป็นการตรวจที่ช่วยทำให้เห็นหินปูนที่มีความผิดปกติในเนื้อเต้านมได้ ขนาดเล็กถึงระดับมิลลิเมตร ซึ่งไม่สามารถเจอได้จากการคลำหรืออัลตราซาวน์ ดังนั้นการทำแมมโมแกรมจะมีประโยชน์ในการเห็นมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก และลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้มากถึง 30 %

ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรมให้เป็นแบบ 3 มิติ (Digital breast tomosynthesis) ใช้เวลาถ่ายภาพเอกซเรย์เพียง 3.7 วินาทีต่อท่า และสามารถแยกก้อนเนื้อออกมาจากการทับซ้อนกันของเนื้อเต้านมได้ โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีเนื้อเต้านมที่แน่น (dense breast) ส่งผลให้เห็นก้อนเนื้อหรือหินปูนที่ผิดปกติได้ชัดเจนขึ้นและยังได้ภาพที่ละเอียดมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังสามารถพบมะเร็งเต้านมได้ดีกว่าเครื่องแมมโมแกรม 2 มิติ

ส่วนการทำอัลตราซาวน์ จะทำให้เห็นก้อนเนื้อหรือถุงน้ำในเต้านมได้ หากพบว่ามีก้อนเนื้อจะสามารถบอกขนาดและขอบเขตของก้อนเนื้อได้ว่าเรียบร้อยดี หรือค่อนไปทางมะเร็ง ซึ่งจะช่วยให้วินิจฉัยได้ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น

หากพบว่ามีความผิดปกติในเต้านม สามารถเจาะชื้นเนื้อเพื่อการวินิจฉัยได้ทันที โดยการฉีดยาชา ไม่ต้องดมยาสลบ มีแผลขนาดเล็กเท่ากับเข็ม เจ็บตัวน้อย และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล การเจาะชิ้นเนื้อด้วยเข็ม (Core Needle biopsy) ในเต้านมสามารถทำได้ 2 วิธี คือ

1. Ultrasound-guided core needle biopsy คือ การเจาะโดยสอดเข็มผ่านผิวหนัง เพื่อไปยังก้อนที่เต้านม โดยแพทย์มองเห็นเข็มและก้อนเนื้ออย่างชัดเจน ผ่านทางจอภาพอัลตราซาวน์ ทำให้มั่นใจได้ว่าเจาะตรงตำแหน่งก้อนที่ต้องการ

2. Stereotactic-guided vacuum-assisted core needle biopsy คือการเจาะความผิดปกติที่เห็น ได้จากแมมโมแกรม เช่น หินปูนขนาดเล็ก โดยใช้คอมพิวเตอร์กำหนดพิกัดแบบ 3 มิติ ทำให้ได้พิกัดที่แม่นยำสูง และใช้เครื่องมือเจาะดูดชิ้นเนื้อแบบสุญญากาศ

การวินิจฉัยมะเร็งเต้านมนั้น ถ้ารู้ไว ก็สามารถรักษาได้ไว การตรวจเต้านมที่ โรงพยาบาลเวชธานีนั้น สามารถรู้ผลตรวจได้ภายในวันที่ทำการตรวจ สามารถเจาะชิ้นเนื้อได้ทันที ทำให้สะดวก และลดความกังวลใจของคนไข้ได้

“มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย ยังไม่มีวิธีการป้องกันเหมือนมะเร็งบางชนิด ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือ การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ” แพทย์หญิงพรพรหม กล่าว

ภาวะอ้วนในไทย ส่งผลโควิดระลอกใหม่รุนแรงขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654770

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 07:30 น.

ภาวะอ้วนในไทย ส่งผลโควิดระลอกใหม่รุนแรงขึ้นโควิด 19 ระลอกใหม่ พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีภาวะโรคอ้วนและมีอายุเฉลี่ยน้อยลงกว่าทุกรอบ แซงกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มโรค NCDs สาธารณสุขเตือนคนไทยลดความอ้วน ลดป่วยรุนแรง เมื่อเป็นโรคโควิด 19

กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่โดยภาพรวมในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา (เมย.-มิย.2564) พบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีน้ำหนักตัวมากจนถึงภาวะโรคอ้วนหลายรายและมีอายุน้อยยังอยู่ในวัยทำงานโดยเฉลี่ยอายุ 29 ปี ต่างจากระลอกที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและยังเป็นกลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อหรือพาหะนำโรค แต่เกิดจากการเสื่อมสภาพของร่างกาย โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่นิยมการบริโภคอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม และดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าคนปกติทั่วไปถึง 7 เท่า หากเป็นโรคโควิด 19

โดยคนอ้วนหรือผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินมีโอกาสเป็นโรคเหล่านี้มากกว่าปกติ 2-3 เท่า นอกจากนี้ ภาวะโรคอ้วนในประเทศไทยมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต จากผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายพบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปหรือมากกว่า 1 ใน 3 อยู่ในภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มขึ้นสองเท่าตัวเมื่อเทียบกับในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และหากเปรียบเทียบในระดับภูมิภาคอาเซียนพบว่าคนไทยอ้วนสูงสุดเป็นอันดับ 2 จากทั้งหมด 10 ประเทศอาเซียน รองจากประเทศมาเลเซียเท่านั้น โดยมีคนไทยอ้วนถึงร้อยละ 8.5 (ประมาณ 5.6 ล้านคน) และพบว่าคนไทยร้อยละ 0.9 เข้าเกณฑ์เป็นโรคอ้วนที่พึงได้รับการผ่าตัด (ประมาณ 6.7 แสนคน)

ดังนั้น ในสถานการณ์โควิด 19 ที่รุนแรงระลอกนี้ ทุกเพศทุกวัยไม่เฉพาะวัยทำงานต่างมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโควิด 19 หากประมาท การ์ดตก โดยเฉพาะวัยทำงานที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิต (lifestyle) ที่มักรับประทานอาหารรสจัด เน้นหวาน มัน และเค็ม ประกอบกับไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ก็จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อความปลอดภัย จึงมีข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพ 2 เรื่องคือ พฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกาย ดังนี้

1. พฤติกรรมการบริโภคอาหาร เพื่อสุขภาพเสริมสร้างร่างกาย และปลอดภัยจากโรค

– ควรทานอาหารที่หลากหลาย ไม่ซ้ำซาก จำเจ

– เน้นทานผักหลากหลายสีและผลไม้สด

– กินอาหารไม่หวานจัด ไม่เค็มจัดและไม่มีไขมันสูง

– กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสารเคมี

2. พฤติกรรมการออกกำลังกายเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและจิตใจ

– ควรเคลื่อนไหวออกแรง/ออกกำลังระดับปานกลางที่ทำให้หายใจแรงขึ้น (ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นหายใจหอบ) ทำให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน อาจออกกำลังต่อเนื่อง 30 นาทีหรือแบ่งเป็นช่วง ๆ ช่วงละ 10-15 นาที เป็นต้น

D-M-H-T-T-A คือ เว้นระยะห่าง-สวมหน้ากากทุกครั้ง-ล้างมือบ่อยๆ-ตรวจวัดอุณหภูมิ-ตรวจเร็วควบคุมไว-ไปไหนสแกนไทยชนะ ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ที่สายด่วน สบส.คอลเซ็นเตอร์1426 และเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ https://hss.moph.go.th

แหล่งข้อมูล

ผศ. นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์” หัวหน้าสาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

การผ่าตัดในยุค COVID-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654617

วันที่ 03 มิ.ย. 2564 เวลา 14:01 น.

การผ่าตัดในยุค COVID-19โดย นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

จากสถานการณ์บ้านเมืองที่นับวันผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในทางกลับกันโรคอื่น ๆ ก็ยังไม่ห่างหายไป ทางหน่วยงานของโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนยังคงต้องรักษาโรคทั่วไปอยู่ รวมไปถึงการผ่าตัดในผู้ป่วยที่เร่งด่วน เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหรือโรคที่ต้องได้รับการผ่าตัดโรคอื่น ๆ

นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า การผ่าตัดแต่ละครั้งต้องใช้บุคลากรค่อนข้างมากตั้งแต่แพทย์ผ่าตัด แพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด แพทย์ดมยา วิสัญญีพยาบาล พยาบาลห้องผ่าตัดและทีมงานอื่น ๆ ที่มีส่วนร่วมแต่ไม่ได้กล่าวถึง ดังนั้นการคัดกรองนับเป็นสิ่งที่สำคัญในยุคโควิด-19 ผู้ป่วยทุกรายควรต้องได้รับการผ่าตัดตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อนผ่าตัดทุกราย ถึงแม้จะไม่มีอาการใด ๆ หรือเข้าพื้นที่เสี่ยงก็ตาม เพื่อป้องกันทั้งบุคลากรและผู้ป่วยรอบข้างติดเชื้อ ผู้ป่วยทุกคนที่จะเข้ารับการผ่าตัดควรได้รับการคัดกรองความเสี่ยง โดยแนวปฏิบัติการทำหัตถการและการผ่าตัดในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้แนะนำว่า

กลุ่มที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยง

ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีประวัติมีไข้ หรือ วัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และ มีประวัติในช่วง 14 วันก่อนวันเริ่มมีอาการ โดยมีประวัติดังนี้

1.เดินทางไปมา หรือ อาศัยในพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง

2.สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือ สารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยสงสัย หรือ ยืนยันโรคติดเชื้อ COVID-19 โดยไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่เหมาะสม

3.เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีโอกาสใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ป่วย COVID-19

4.เป็นผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัด หรือ ติดต่อกับคนจำนวนมาก

ซึ่งผู้ป่วยทุกคนควรต้องตรวจคัดกรองโดยทำ nasopharyngeal และ throat swab โดยวิธี rRT-PCR ถ้าผู้ป่วยได้รับวินิจฉัยว่าพบเชื้อ แนะนำให้เลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อน จนกว่าจะหายอย่างน้อย 1 เดือนนับจากวันที่ตรวจโดยทางแนวทางการรักษาสามารถได้แบ่งเป็นกลุ่มผ่าตัดที่รีบด่วนกับกลุ่มผ่าตัดแบบไม่รีบด่วน

กลุ่มผ่าตัดแบบไม่รีบด่วน

แบ่งเป็นกลุ่มที่มีประวัติความเสี่ยง และไม่มีประวัติความเสี่ยง

1.กลุ่มที่มีประวัติความเสี่ยง ถ้าไม่มีอาการ และ ความผิดปกติ แนะนำให้เลื่อน และ รอดูอาการที่บ้านจนครบอย่างน้อย 1 เดือน แล้วประเมินเพื่อทำการผ่าตัดใหม่

2.กลุ่มที่มีประวัติความเสี่ยง แต่มีอาการหรือ มีความผิดปกติ ( อาการ หมายถึง ไข้หรือประวัติไข้ หรือมีอาการไอ น้ำมูกเจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจเร็ว ได้กลิ่นลดลงหรือรับรสผิดปกติ โดยไม่สามารถอธิบายได้ด้วยสาเหตุอื่น ส่วนความผิดปกติหมายถึง ตรวจร่างกายพบติดเชื้อในทางเดินของระบบหายใจ ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดน้อยกว่า 95% หรือ ภาพรังสีวิทยาปอดเข้าได้กับปอดอักเสบ) แนะนำให้ไปปรึกษาทีมแพทย์

3.กลุ่มที่ไม่มีประวัติความเสี่ยงและไม่มีอาการและความผิดปกติ ต้องได้รับการตรวจโดยการทำ COVID-19 PCR ถ้าตรวจไม่พบสามารถผ่าตัดได้การปกติ

4.กลุ่มที่ไม่มีประวัติความเสี่ยง แต่มีอาการ หรือ ความผิดปกติ แนะนำให้เลื่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์หลังจากหายป่วยกรณี มีอาการสงสัยติดเชื้อจากทางเดินหายใจส่วนบนและแนะนำให้เลื่อนผ่าตัด 4 สัปดาห์ในผู้ป่วยที่สงสัยติดเชื้อจากทางเดินหายใจส่วนล่าง

กลุ่มผ่าตัดแบบรีบด่วน

แบ่งเป็นกลุ่มที่มีประวัติความเสี่ยงและไม่มีประวัติความเสี่ยง ถ้ารอผลได้ให้รอผลก่อน ถ้ารอไม่ได้ให้ผ่าตัดในห้องที่ใช้ผ่าตัดเฉพาะ COVID-19 และทั้งหน่วยงานต้องใส่ชุดป้องกันอย่างครบครันอย่างไรก็ตามการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแต่ละครั้งต้องปรึกษาหลายทีมทั้งทีมผ่าตัด ทีมวิสัญญีและ หน่วยงานต่างๆ เพื่อเข้ามาดูแลและป้องกันให้บุคลากรและบุคคลรอบข้างได้รับความเสี่ยงจากโรคนี้น้อยที่สุด สำหรับผู้ป่วยที่จะเข้ารับการผ่าตัดในยุคนี้ ควรต้องระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ไปสถานที่เสี่ยง และเวลาออกจากบ้านรักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันไม่ให้ติดจากโรคนี้

ได้ภูมิก่อนคือกำไร วัคซีน = ตัวช่วยลดความเสี่ยงโรคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654421

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 19:10 น.

ได้ภูมิก่อนคือกำไร วัคซีน = ตัวช่วยลดความเสี่ยงโรคโควิดแพทย์โรคหัวใจ ไขข้อสงสัยการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและผู้สูงวัย

เรื่อง : ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

“ป่วยโรคหัวใจ” ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ไหม : นี่คงเป็นคำถามที่ผู้ป่วยหรือญาติกังวลก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพราะจากข้อมูลที่ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์มักคิดว่าฉีดแล้วอาจทำให้ลิ่มเลือดอุดตันและเสียชีวิต

โพสต์ทูเดย์ มีโอกาสพูดคุยกับ นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์ด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ถึงข้อสงสัยที่หลายคนกังวล รวมถึงการเตรียมตัวก่อนและหลังฉีด เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะไปฉีดวัคซีนเตรียมตัวและคลายกังวล

นพ.ระพีพล กุญชร ณ อยุธยา อายุรแพทย์ด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ภูมิคุ้มกันที่ประโยชน์มหาศาล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ เริ่มต้นอธิบายถึงประโยชน์ของการฉีดวัคซีคป้องกันโควิด-19 ว่า มีประโยชน์มากมายมหาศาล เพราะการได้รับวัคซีนจะเป็นการช่วยลดความรุนแรงของโรค ป้องกันอาการป่วยที่ต้องเข้านอนรับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งหากไม่ได้รับวัคซีนอาการอาจอยู่ในระยะต้องรักษาในไอซียู แต่ถ้าได้รับวัคซีนแล้วอาจเพียงแค่นอนรักษาตัวห้องปกติก็เป็นได้ และที่สำคัญคือยังช่วยป้องกันการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้

ฉะนั้นการได้รับวัคซีนไม่ว่ายี่ห้ออะไร ประโยชน์ของมันช่วยทั้งลดความรุนแรงและการเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน หรือหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด วัคซีนป้องกันโควิดช่วยทำให้อาการสำหรับผู้ได้รับเชื้อจากหนักเป็นเบา

สำหรับการฉีดวัคซีนในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือกลุ่มเสี่ยง นพ.ระพีพล ยืนยันไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจหรือมีโรคกลุ่มเสี่ยง อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ความดันโลหิตสูง ฯลฯ. สามารถฉีดวัคซีนป้องโควิด-19ได้ปกติ พร้อมแนะนำว่าจำเป็นต้องฉีดอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มโรคนี้มักพบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งหากได้รับเชื้อทั้งที่ยังไม่ได้รับวัคซีนนั้นมีโอกาสเสียชีวิตสูงมากขึ้น

1 ในล้าน ผลข้างเคียงทางตรงจากวัคซีน

สำหรับการเตรียมตัวของผู้ป่วยโรคหัวใจหรือกลุ่มที่มีความเสี่ยงก่อนไปฉีดวัคซีน นพ.ระพีพล แนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ เพียงปฏิบัติตามคําแนะนำทั่วไป อาทิ พักผ่อนให้เพียงพอ งดออกกำลังกายหนักๆ งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และไม่จำเป็นต้องหยุดรับประทานยาโรคประจำตัว ให้ใช้ชีวิตเหมือนปกติ

ขณะภายหลังการรับวัคซีนไม่แตกต่างจากบุคคลทั่วไป ซึ่งอาการเบื้องต้นหลังการฉีดวัคซีนอาจมีปวดบริเวณจุดที่ฉีดหรือไข้ต่ำ ซึ่งเป็นอาการปกติไม่ต้องกังวล กินเพียงยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการก็สามารถช่วยได้

ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ที่หลายคนกังวล คือปฏิกิริยาแพ้ชนิดรุนแรง เช่น ความดันโลหิตต่ำ หน้าหรือริมฝีปากมีการบวม หายใจลำบาก เป็นต้น นั้นพบได้น้อยมาก จากรายงานพบว่าโอกาสมีอาการหลอดเลือดอุดตันจากวัคซีนมีเพียง 1 ถึง 4 ในล้านคน หรือฉีดไปล้านคนจะพบเพียงแค่ 1 คน และที่พบเจอนั้นก็คือในกลุ่มพิเศษมีอาการหลอดเลือดอุดตันร่วมกับอาการเกล็ดเลือดต่ำ

แต่ถึงอย่างไร ภายหลังการฉีดวัคซีนแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จะมีการให้รอสังเกตอาการซึ่งเวลามาตรฐานราว 10-15 นาที แต่ประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้นถึง 30 นาที ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมที่บุคลากรทางการแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดหากเกิดปัญหาได้ทันท่วงที

ได้ภูมิก่อนคือกำไร 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ทิ้งท้ายว่า อยากแนะนำให้คนทั่วไปโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครบ โดยไม่ต้องกังวลว่ายี่ห้ออะไร เพราะโควิดเป็นโรคที่รุนแรงและน่ากลัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หากเกิดได้รับเชื้อในขณะที่ยังไม่ได้รับวัคซีนก็สุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการหนัก แต่ถ้าหากได้รับวัคซีนแล้วก็ลดความเสี่ยงไปได้มาก

“ควรฉีดดีกว่าครับ แทบไม่มีข้อห้ามอะไรเลยในการรับวัคซีน ได้ภูมิก่อนก็มีกำไร ได้ภูมิก่อนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความรุนแรงของโรคได้”

LAZADA 6.6 ลดสูงสุดในรอบปี ห้ามพลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/468968

LAZADA 6.6 ลดสูงสุดในรอบปี ห้ามพลาด

2 มิถุนายน 2564 – 18:36 น.

LAZADA 6.6 ลดสูงสุดในรอบปี ห้ามพลาด!

หลังจากหายไปนาน กลับมาอีกครั้งกับ “Lazada 6.6” ลดกระหน่ำตลอด 3 วัน 6 – 8 มิถุนายน บอกได้เลยว่าพลาดไม่ได้ ลดราคาหมดทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆมากมายให้เลือกสรร และยังมีโปรโมชั่นส่วนลดมาให้กดกันเพลินๆตลอดทุกวัน ทาง คมชัดลึก จึงได้นำข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับขาช้อปทั้งหลายมาแชร์กัน

โปรโมชั่นลด 6 ต่อ

  1. สินค้าโดนใจลดสูงสุด 90 %
  2. โบนัสลดเพิ่ม (Lazada bonus) สูงสุด 3,600 บาท
  3. คูปองส่งฟรีทั่วไทย
  4. คูปองส่วนลดจาก Lazda สูงสุด 666 บาท เมื่อใช้จ่ายขั้นต่ำ 6,999 บาท
  5. คูปองส่วนลดจากร้านค้าและแบรนด์ สูงสุด 666 บาท
  6. คูปองส่วนลดจาก partners สูงสุด 666 บาท

ที่สำคัญลาซาด้าใจดีแจกคูปอง ส่วนลดค่าน้ำค่าไฟ 666 บาท ในแคมเปญ LAZADA 6.6 MEGA MID YEAR SALE วันที่ 6 มิถุนายนนี้วันเดียวเท่านั้น เวลา 10.00 น. และ 18.00 น. เก็บได้ง่ายๆ แค่เข้าแอปลาซาด้า หาไอค่อน ‘คูปองลดเพิ่ม’ กดเข้าไป จะเห็นคูปองส่วนลดค่าน้ำค่าไฟ ก็เก็บคูปองได้เลย โดยคูปองนี้สามารถใช้ได้วันที่ 6-8 นี้เท่านั้น “เก็บคูปองได้เลย! คลิกที่นี่

4 สินค้าลดราคาแนะนำ

1. iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว ปี 2020

มีหน้าจอขนาด 12.9 นิ้ว มีความบาง 5.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียงแค่ 641 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ Liquid Retina เทคโนโลยี IPS มาพร้อมกับรูไมโครโฟนมากถึง 5 ตัว เป็นรุ่นแรกที่ใช้งานกล้องคู่ โดยใช้ไฟแฟลช LED แบบ True Tone รวมอยู่ในชุดเลนส์ที่มีดีไซน์เหมือนกับ iPhone 11 Pro Max

ราคา 34,900 บาท พิเศษเหลือเพียง 27,900 บาท สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่นี่

2. Logitech G Pro X Gaming Headset

โครงหูฟังแข็งแรงและมีน้ำหนักเบาทำจากอลูมิเนียมและเหล็ก จุดเด่นอยู่ที่ระบบเสียงที่ชัดเจน ตัดเสียงรบกวนได้ดี 

มาพร้อมเทคโนโลยีไมโครโฟนที่ชื่อว่า BLUE VO! CE ซึ่งเป็นตัวช่วยกรองเสียงแบบเรียลไทม์ ระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 เอาใจเกมเมอร์ทั้งหลาย และยังสามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เสียงดูมีมิติ แล้วช่วยเติมเต็มอารมณ์ความรู้สึกในการฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

ราคา 5,390 บาท พิเศษเหลือเพียง 3,390 บาท สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่นี่

3. Oral-B ออรัลบี แปรงสีฟันไฟฟ้า Pro2 2000

แปรงสีฟันที่จะช่วยให้คุณแปรงเป็นเวลา 2 นาที ด้วยตัวจับเวลามืออาชีพที่จะแจ้งให้คุณทราบทุก ๆ 30 วินาที เพื่อเปลี่ยนทิศทางการแปรงฟัน สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ได้มากขึ้นถึง 100% และยังช่วยปกป้องเหงือกที่บอบบางด้วยเทคโนโลยีควบคุมแรงทำให้สุขภาพเหงือกดีขึ้น และฟอกสีฟันให้ขาวมากยิ่งขึ้น

ราคา 2,490 บาท พิเศษเหลือเพียง 1,999 บาท สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้ที่นี่

4.SHOKUBUTSU ครีมอาบน้ำ โชกุบุสซึ โมโนกาตาริ

ครีมอาบน้ำสูตรผิวนุ่ม ให้ความรู้สึกชุ่มชื่นเหมือนอาบด้วยน้ำนม ผิวนุ่มขึ้นจนรู้สึกได้หลังการอาบน้ำ พร้อมกลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้ เหมาะที่สุดสำหรับผิวบอบบาง และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ปกป้องผิวจากแสงแดด ลม และความร้อน

คลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติ ที่นี่ 

Fear of Covid infection has reduced alcohol consumption in Thailand, study shows #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40001665

Fear of Covid infection has reduced alcohol consumption in Thailand, study shows


Thais have generally cut down their consumption of alcohol in a bid to protect themselves from Covid-19, a recent survey conducted by the Centre of Alcohol Studies shows.

Fear of Covid infection has reduced alcohol consumption in Thailand, study shows

The centre’s director Prof Dr Sawitri Assanangkornchai said a telephone survey was conducted on 1,555 samples aged 18 and above in 15 provinces from April 24 to 28.

In the survey, 41.9 per cent said they had consumed alcohol regularly for a year before the survey, 32.4 per cent said they drink at least once a week, while 21.3 per cent said they drink large amounts.

However, 28.4 per cent said they had stopped drinking a month before the survey, 41.9 per cent had cut down their drinking, 28.1 per cent were drinking as usual and 1.6 per cent had started drinking more.

“Those who have stopped or reduced their drinking say they are afraid of contracting Covid-19 and want to save money. Those who are drinking as usual or have increased their consumption say they can either not give up drinking or are being pushed to drink by their peers,” the professor explained.

She added that 59 per cent of the respondents said they suffered financial difficulties due to the economic fallout of Covid-19, 6 per cent said they were worried and 8 per cent said they were depressed.

“This survey also showed that measures to control drinking, such as the temporary closure of entertainment venues and banning alcohol at restaurants have affected people’s drinking behavior,” Sawitri said.

Meanwhile, Dr Khamnuan Ungchoosak, an adviser with the Department of Disease Control, added that cutting down on the consumption of alcohol can cut down the risk of Covid-19 infection, violence and unnecessary expenses.

Published : June 04, 2021

By : The Nation

Run, Recover, Rejuvenate: New Global Study From Westin Hotels & Resorts #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40001662

Run, Recover, Rejuvenate: New Global Study From Westin Hotels & Resorts


New Global Study From Westin Hotels & Resorts Reveals Heightened Interest in Fitness Recovery for the Body, Mind & Soul, as Post-Pandemic Self-Care Reigns Supreme To Coincide with Global Running Day on June 2, Westin to Unveil Partnership with Run Recovery Technology Leader Hyperice

Run, Recover, Rejuvenate: New Global Study From Westin Hotels & Resorts

Westin Hotels & Resorts, part of Marriott Bonvoy’s 30 extraordinary brands and the global hospitality leader in wellness for more than a decade, unveils a new global study that shows the impact of running and recovery during the pandemic as a means for self-care, just in time for Global Running Day. With 45% of respondents saying that focusing on their well-being has given them a new lease on life, Westin is evolving its industry-leading well-being program to bring world-class recovery solutions to travelers’ fingertips as travel starts to resume.

Run, Recover, Rejuvenate: New Global Study From Westin Hotels & ResortsRun, Recover, Rejuvenate: New Global Study From Westin Hotels & Resorts

Westin has joined forces with Hyperice, the expert in recovery technology that strives to provide the innovation to help people move better and feel their best, to debut bespoke Hypervolt recovery stations in the 24-hour WestinWORKOUT® fitness studios at select Westin hotels across the U.S. beginning July 1 . This first-ever exclusive hotel offering features a complimentary, state-of-the-art recovery system using Hypervolt percussion devices to help guests warm up or recover after a workout, long flight or meeting, and to massage away stress and tension. The Hypervolt is a handheld percussion massage device that delivers targeted pulses of pressure to care for muscles, accelerate warmup and recovery, and help maintain flexibility and range of motion. Westin guests can also download the Hyperice App to tap into guided warm up, recovery and body maintenance routines, and follow along with sessions led by top athletes, trainers and wellness professionals.

“The pandemic was a wake-up call around the importance of taking care of the mind, body and soul. In fact, more than half of people we surveyed (52%) said they are putting more emphasis on self-care now compared to before the pandemic, and more than a third (39%) believe run recovery is as important for mental health as it is for physical health,” said Jennie Toh, Vice President, Brand Marketing and Brand Management, Asia Pacific. “When it comes to feeling your best, we know that the way you move is just as important as the way you recover. With this in mind, we partnered with Hyperice to help travelers accelerate their recovery and optimize their well-being in a holistic way.”

Good for Your Muscles, Great for Your Mind: New Global Study Finds that Run Recovery & Self-Care Are the New Non-Negotiables for a Healthy Wellness Routine

In the past year, there has been a resurgence of interest in running. Since the onset of the pandemic, 47% of global respondents said they went running or jogging more than they did previously, and more than half of respondents (50.9%) said that running or jogging helped with their mental well-being during the pandemic.

What has also emerged from the pandemic is new interest in recovery and self-care. Increasingly, people are discovering and prioritizing recovery and self-care – from stretching, meditating, eating healthy and sleep – as an essential step in their integrative wellness regimen. The study found that:

● More than a third (36%) of respondents said that the pandemic has made them realize the importance of mental health and well-being

● Nearly two-thirds of respondents (65%) plan to continue to focus on self-care post-pandemic

● More than 22% of respondents have seen a positive impact on their running capability since incorporating recovery into their routine, and nearly one fourth of respondents (23.9%) said they want to continue to focus on rest and recovery after exercising once the pandemic has passed

● Nearly one fifth of respondents (18%) said they would make more time for recovery after running if they had the right tools

● More than two-thirds (71.6%) of respondents believe a good night’s sleep is important for physical and mental well-being

Furthermore, as life and travel resume, more than 15% of respondents are planning to maintain their pandemic fitness/wellness regimen when on the road again.

“The Hypervolt is engineered to the standards of the world’s best athletes, found in the training centers and sidelines of major professional sports leagues and relied on by elite trainers around the globe,” said Jim Huether, CEO, Hyperice. “We’re excited to now bring this premium wellness experience to Westin hotels through a new one-of-a-kind partnership, designed to help guests feel their best, recover and travel well.”

Westin Let’s Rise Campaign in Asia-Pacific

In APAC, Westin Hotels & Resorts recently unveiled a wellness focused campaign “Let’s Rise” to motivate locals and travelers alike to regain control and enhance their wellbeing. 59 Westin hotels in Asia-Pacific are taking the initiative in addressing the increasing importance of true mind and body wellness through its signature brand experiences, especially after the challenges and demands of the past year. Through the campaign, Westin hopes to motivate everyone, no matter where they may be, to rise up, Move by staying active with WestinWORKOUT® and the brand’s signature RunWestin programs and Be Moved by the Westin’s Sleep Well and Heavenly Spa experiences.

Westin created an inspiration campaign video that embrace the brand’s foundational well-being pillars Move Well and Sleep Well. In celebration of Global Running Day and deliver a wellness experience with focus on the Move Well pillar, a special video was created featuring a Riser stretching her body, lifting her spirit by staying active while exploring the surroundings.

This Global Running Day, Westin is Calling on Runners Around the World to Go the Extra Mile for a Chance to Win a Westin Run Recovery Kit Featuring a Hypervolt

This Global Running Day, Westin wants to hear what motivates runners of all levels to rise and move well each day – from getting to explore a new destination on-foot, connecting with others on a group run or the sense of achievement that comes from going that extra mile. On June 2, Westin is encouraging people to nominate a person who motivates them to move well on the brand’s global Instagram and Facebook channels for a chance to win a Westin Run Recovery Kit featuring a Hyperice Hypervolt (valued at US$349) and items from the Westin Store to help support healthy recovery after a workout, including their signature Westin Lavender Balm, a Westin-branded water bottle, and more. For sweepstakes details, please visit: http://westinglobalrunningday.dja.com/

Westin’s Run Concierges will Pump Up Your Pace, While RunWESTIN Maps will Help You Run Like a Local

As hospitality’s leader in wellness, Westin empowers guests to maintain their wellness routines on the road. Westin boasts more than 225 Run Concierges globally who provide travelers of all running levels with the opportunity to have a running partner for individual runs and also host group runs. Since running in a new city can be difficult, RunWESTIN™ Maps were created to help travelers run like a local, with curated scenic routes based on preferred distance. On Global Running Day this year, Westin Hotels around the world will be hosting socially distanced runs, complemented by on-property activations that speak to the brand’s three key pillars to Move Well, Sleep Well and Eat Well, promoting a 360-degree approach to well-being.

To learn more about wellness at Westin, please visit https://westin.marriott.com/ Join the conversation @westin and #runwestin.

Published : June 04, 2021