เวนติซี เดลิเวอรี่ ส่งพิซซ่าโฮมเมดสไตล์อิตาเลียนขนานแท้ WFH ก็อิ่มเอมได้ไม่จำเจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653179

วันที่ 19 พ.ค. 2564 เวลา 10:33 น.

เวนติซี เดลิเวอรี่ ส่งพิซซ่าโฮมเมดสไตล์อิตาเลียนขนานแท้ WFH ก็อิ่มเอมได้ไม่จำเจเวนติซี เดลิเวอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเสิร์ฟโปรพิซซ่าโฮมเมดแป้งบางหน้าแน่นๆ เครื่องเน้นๆ สไตล์อิตาเลียนขนานแท้ ส่งตรงถึงบ้านคุณให้คุณอิ่มเอมแบบไม่จำเจ

ห้องอาหารน้องใหม่ “เวนติซี” ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้บริการเดลิเวอรี่ส่งความอร่อยล้นปรี่ถึงทุกที่แล้ว กับหลากหลายเมนูอาหารคุณภาพ ปรุงสด สะอาด และปลอดภัย ด้วยอาหารอิตาเลียนมากมาย

พลาดไม่ได้กับความอร่อยของพิซซ่าสูตรโฮมเมด ราคาเริ่มต้นที่ 290 บาท โดยสามารถลิ้มลองพิซซ่าซีฟู้ด พิซซ่าฮาวายเอียน หรือพิซซ่า 4 ฤดู ทั้งยังมีเมนูพิซซ่าอัดแน่นความอร่อยเต็มเครื่องอีกหลากหลายรายการ อาทิ พิซซ่าแอนเดรีย เอ พาร์มาแฮม เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศ มอสซาเรลล่าชีส เบซิล ใบร็อคเก็ต น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ และพาร์มาแฮม พิซซ่าเวนติซี เสิร์ฟพร้อมชีสมาสคาโปน พาร์มาแฮม และผักร็อคเก็ต

ต่อด้วยพิซซ่ามาร์การิต้า ความอร่อยที่เสิร์ฟมาพร้อมซอสมะเขือเทศ มอสซาเรลล่าชีส พาร์เมซานชีส น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ และใบโหระพา, พิซซ่าฟรุตตี้ ดิ แมร์ ซีฟู้ด เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศ มอสซาเรลล่าชีส กุ้ง หอยแมลงภู่ ปลาหมึกและเบซิล, พิซซ่าฮาวายเอี้ยน ซอสมะเขือเทศ มอสซาเรลล่าชีส สัปปะรด และแฮมหมู และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอร่อยแบบปลอดภัยและเมนูซิกเนเจอร์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน พร้อมสัมผัสประสบการณ์อาหารอิตาเลียนให้คุณเลือกลิ้มลอง และอีกหลากหลายเมนูได้แล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้นเพียง 190 บาท

ฟินกับความสุขแบบสุดๆได้แล้ววันนี้ สั่งเลยผ่านแอปพลิเคชั่น Grab , Robinhood ได้แล้ววันนี้ ห้องอาหาร “เวนติซี” เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 – 20.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล : diningcgcw@chr.co.th

ติดตามข่าวสารห้องอาหารของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เฟสบุ๊ก : Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld อินสตาแกรม : Centaragrand_Centralworld

เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก “อร่อยดี” มีเมนูไก่โห่จัดเสิร์ฟทั้งวัน อร่อยได้ทุกเวลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653207

วันที่ 19 พ.ค. 2564 เวลา 09:40 น.

เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก “อร่อยดี” มีเมนูไก่โห่จัดเสิร์ฟทั้งวัน อร่อยได้ทุกเวลาตื่นสายก็ได้ฟิน “อร่อยดี” ส่งเมนู เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก… เริ่มต้นยามเช้ากับด้วย “เมนูไก่โห่” คัดสรรเมนูเด็ดจาก 3 ร้านดัง #อร่อยดี #เจ๊เกียงหมูทอดข้าวเหนียวนุ่ม #เจ๊เกียงโจ๊กกองปราบ

ใครๆ ก็รู้ว่ามื้อเช้าสำคัญมากๆ ร้าน “อร่อยดี” เตรียมความพร้อม เสิร์ฟความอร่อยให้ทุกท่าน ตั้งแต่ยามเช้าของวัน ด้วยสารพัดเมนูยอดนิยม ที่สร้างความอิ่มอร่อย อุ่นท้อง แถมราคาพิเศษเบาใจ ช่วงโควิดให้ผ่านไปด้วยกัน

เริ่มต้นยามเช้ากับร้านอร่อยดีด้วย “เมนูไก่โห่” เตรียมพร้อมเสิร์ฟให้ลูกค้าเลือก คัดสรรเมนูเด็ดจาก 3 ร้านดัง #อร่อยดี #เจ๊เกียงหมูทอดข้าวเหนียวนุ่ม #เจ๊เกียงโจ๊กกองปราบ ผนึกกำลัง ยกขบวนเมนูยอดนิยมควรค่าแก่การหม่ำในตอนเช้า อาทิ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ + ข้าวสวย ราคา 79 บาท (ปกติ 109 บาท) โจ๊กไข่ข้นหมูสับ 65 บาท โจ๊กกะเพราหมูสับ 65 บาท โจ๊กไข่ข้นกุ้งสับ 85 บาท โจ๊กหมูกระเทียมพริกไทยเห็ดหอม+ ไข่ดาวน้ำ 85 บาท โจ๊กเครื่องใน 55 บาท โจ๊กหมู 45 บาท โจ๊กเด็ก 30 บาท โจ๊กเปล่า 20 บาท

นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษให้อิ่มจุใจ ไล่ตั้งแต่ ชุดพออิ่มหมูตุ้มจิ๋ว ราคา 50 บาท ชุดหมูพออิ่ม (หมูทอดน้ำปลา) ราคา 60 บาท ชุดหมูพออิ่ม (หมูสามชั้นทอดน้ำปลา) ราคา 60 บาท ชุดหมูพออิ่ม (หมูทอดสามเกลอ) ราคา 60 บาท

สามารถสั่งแบบกลับบ้าน (Take Away) และ Delivery ได้ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ร้านอร่อยดีทุกสาขา

เมนูแนะนำประจำเดือน พ.ค. เพิ่มความกะทัดรัดแต่ความอร่อยยังเหมือนเดิม ให้กับ “ชุดพออิ่ม ราคา 49 บาท” นำทีมโดย หมูตุ้มจิ๋วที่มีทั้งแบบสูตรทอดน้ำปลาและแบบสูตรสามเกลอ ตามมาด้วยสูตรหมูป๊อบสามเกลอ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวร้อน ๆ และน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ด แบ่งเป็น ชุดพออิ่มหมูตุ้มจิ๋ว-ทอดนํ้าปลา ราคา 49 บาท ชุดพออิ่มหมูตุ้มจิ๋ว-สนามเกลอ ราคา 49 บาท ชุดพออิ่มหมูป๊อบ-สามเกลอราคา 49 บาท บอกได้คำว่าเดียวว่า อร่อยเหาะ กล่องเดียวไม่เคยพอ!

ชวนลองความอร่อยแบบใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ อิ่มอร่อย คีย์ออส 2 สาขาแรก ได้แก่ ปตท.วิภาวดี 11 และปตท.พหลโยธิน 25 หรือสั่งแบบกลับบ้าน (Take Away) ได้ตั้งแต่วันนี้ และ ผ่าน Delivery ได้ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

สั่งอาหารร้าน “อร่อยดี” ผ่าน GrabFood : https://bit.ly/2uMaSu

Lineman : https://lineman.onelink.me/1N3T/f3c71a8

Foodpanda : http://foodpanda.co.th/chain/cy2jz

Gojek : https://bit.ly/2E4OcL2

FoodHunt : www.foodhunt.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook : https://web.facebook.com/CRGAroiDeeRestaurant/

Line OA : @aroideerestaurant

Instagram : crgaroideee

Call Center : 1312

8 เมนูซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653125

วันที่ 18 พ.ค. 2564 เวลา 12:45 น.

8 เมนูซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกงฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน แนะนำ 8 เมนูซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกง พร้อมให้บริการเดลิเวอรี่

เพราะการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ย่อมนำมาซึ่งสุขภาพที่ดี ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ขอแนะนำ 8 ซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกง เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทุกท่านในการดูแลสุขภาพ ตลอดจนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง ที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 15 ปี ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพียบพร้อมด้วยความอร่อยชั้นเลิศจากฝีมือเชฟฮ่องกง เพียบพร้อมด้วยเมนูอาหารให้เลือกสรรกว่า 200 เมนู ทั้งติ่มซำและอะลาคาร์ต ขอแนะนำ 8 เมนูซุปที่ช่วยบำรุงร่างกายและมากล้นด้วยคุณประโยชน์มากมาย รวมทั้งเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันการเจ็บป่วย

เมนูแนะนำทั้ง 8 เมนู ได้แก่ “ซุปปลาช่อนกับเนื้อน่องหมูตุ๋นมะละกอ” ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายหลังคลอดบุตร ทั้งยังช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหารและปรับภาวะสมดุลในร่างกาย “ซุปซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นกับสาลี่จีน ข้าวโพดเก๋ากี้ และหล่อฮังก๊วย” ที่ช่วยบำรุงหัวใจและลำไส้ พร้อมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย 

“ซุปเนื้อน่องหมูตุ๋นกับแอปเปิ้ล แครอท และสาหร่ายคอมบุ” ช่วยบำรุงกระดูก ลำไส้ และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ตามด้วย “ซุปซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นกับดอกถังเช่า ลำไยแห้งและพุทราจีน” ช่วยบำรุงปอด ตับ ไต

นอกจากนี้ยังมี เมนู “ซุปปลาช่อนกับไก่ตุ๋นพุทราจีนและตังกุย” ที่มีสรรพคุณช่วยสมานแผลในร่างกาย บรรเทาอาการปวดประจำเดือน และช่วยปรับภาวะความสมดุลทางโภชนาการ “ซุปไก่ตุ๋นกับโสมอเมริกาและพุทราจีน” ที่ช่วยป้องกันมะเร็งและยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

ตามด้วย “ซุปไก่ตุ๋นไข่มุกดอกท้อกับพุทราจีนและเก๋ากี้” ที่ช่วยเรื่องการนอนหลับและบำรุงสมอง ปิดท้ายด้วย “ซุปซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นกับรากบัว ถั่วลิสง และพุทราจีน” ราคา 1,200 บาท ที่มีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต บำรุงผิวพรรณ เส้นผม และสมอง

ห้ามพลาดความอร่อยที่ดีต่อใจและสุขภาพ รับประทานได้  4–5 ท่าน สั่งความอร่อยกับ 8 เมนูซุปเพื่อบำรุงสุขภาพกันได้ (เพียงสั่งล่วงหน้า 1 วัน) ตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป  ณ  ร้าน “ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน” ตั้งอยู่ บริเวณล็อบบี้  อาคาร 12  อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำรองความอร่อย โทร. 02-833-5434-5 พร้อมอำนวยความสะดวกด้วยบริการเดลิเวอรี่ผ่านระบบ ไลน์: @hongkongfisherman ทางร้านพร้อมให้บริการส่งฟรี ระยะทางจากร้านไม่เกิน 5 กิโลเมตร ติดตามอัปเดตข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.hkfisherman.com และเฟซบุ๊ก Hong Kong Fisherman

เซฟกระดูกและข้อ ให้อยู่ต่อตลอด Work from Home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653658

วันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 08:10 น.

เซฟกระดูกและข้อ ให้อยู่ต่อตลอด Work from Homeแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ กระดูกสันหลัง เผยความไม่สบายและความเจ็บป่วยที่กระดูกและข้อที่เกิดจากการ Work from Home มีอะไรได้บ้าง และเราจะป้องกันได้อย่างไร

ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโรค Covid-19 ที่กำลังระบาดในขณะนี้ มีหลายคนต้องปรับตารางการทำงาน เพื่อรองรับกับสถานการณ์การระบาด และจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกกันว่า Work from Home ซึ่งการที่ต้องเปลี่ยนสถานที่จากที่ทำงานมาเป็นที่บ้านก็มีบางปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความไม่สบาย หรือเกิดความเจ็บป่วยของโรคทางกระดูกและข้อได้

การแก้ปัญหาจากการ Work from Home

• ทำงานให้เป็นเวลา กำหนดเวลาการทำงาน และการพักผ่อนที่ชัดเจน พยายามจบงานให้ได้ตามกำหนด ไม่ทำงานล่วงเวลา เพื่อมีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

• ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการทำงาน เช่น จัดที่นั่งบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ หาเก้าอี้นุ่ม ๆ มีพนักพิง ใครมีทุนหน่อยจะจัดหาเก้าอี้ทำงานดีๆก็ไม่ว่ากัน

• ปรับความสูงของจุดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับร่างกายและท่านั่ง ความสูงของจอที่เหมาะสมนั้น ขอบบนของจออยู่ใกล้ระดับสายตา กลางจอควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 10-20 องศา เพื่อลดการก้มหรือเงยคอที่มากเกินไป หากใครใช้โน๊ตบุ๊คอาจใช้แท่นวาง เพื่อปรับความเอียงของแป้นพิมพ์และความสูงของจอก็ได้

• กำหนดระยะเวลาการทำงานต่อเนื่อง จัดเวลาให้มีการพักปรับอิริยาบทและยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี ทั้งกล้ามเนื้อบริเวณ ศีรษะ คอ บ่า ไหล่ และหลัง

• หาเวลาออกกำลังกาย เพื่อให้กระดูกและกล้ามเนื้อได้ขยับทำงาน ฝึกกล้ามเนื้อคอ หลัง และไหล่ ที่ต้องใช้งานขณะนั่งทำงานให้เกิดความแข็งแรง ยืดเส้นยืดสาย การออกกำลังเป็นประจำยังทำให้ความเครียดลดลงด้วย ถ้าจะให้ดี การออกกำลังกายกลางแจ้งทำให้ได้รับแสงแดด ก็จะได้รับวิตามินดีเพิ่มด้วยอีกด้วย

• ตั้งเกณฑ์ควบคุมการทาน ไม่ว่าจะเป็นขนม ของว่าง ชา กาแฟ ก็ไม่ให้เยอะจนเกินไป กาแฟร้อนไม่ควรเกิน 2 แก้ว กาแฟเย็น ไม่ควรเกิน 1 แก้ว

Covid-19 ยังไม่จบง่าย ๆ พวกเรายังจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้านกันไปอีกสักพัก ดังนั้น เรามาทำให้การ Work from Home เป็นการทำงานที่ดีต่อสุขภาพกันดีกว่า เพียงปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ก็จะทำให้ลดความเครียดจากการทำงาน และมีความสุขมากขึ้น

อยู่ใกล้กันมากขึ้น อย่ารักกันน้อยลง ช่วง Covid-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653628

วันที่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 11:12 น.

อยู่ใกล้กันมากขึ้น อย่ารักกันน้อยลง ช่วง Covid-19เมื่อต้องอยู่ด้วยกันมากขึ้นช่วง Covid-19 ณ จุดนี้ … Quality Time หรือมะเร็งที่ลุกลามความสัมพันธ์

ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 คู่รักและครอบครัวจำนวนมากมีโอกาสได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น บางคู่จำเป็นต้องลดเวลาการทำงานลงหรือทำงานจากที่บ้าน บางคู่จำเป็นต้องเดินทางกลับไปอยู่ด้วยกันที่ภูมิลำเนาเดิม หลายคนมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี เป็น Quality Time แห่งความสุขที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบัน แต่ก็มีคู่รักหลายคู่กลับประสบปัญหาขัดแย้งจนเครียดและเริ่มมีความคิดที่จะยุติความสัมพันธ์ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ใดที่หนึ่งแต่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

ความขัดแย้งช่วง COVID-19

ร้อยละ 12 ของชาวอเมริกันยอมรับว่าพวกเขามีปากเสียงกับคู่รักมากขึ้นในช่วง COVID-19 จากการสำรวจของสมาคมจิตแพทย์อเมริกา (American Psychiatry Association) พบว่าคู่รักในสหรัฐอเมริกามีความสุขมากขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของการ Lockdown แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกิน 1 เดือน พวกเขากลับรู้สึกเครียด กดดัน และเริ่มคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไปไม่รอด 

ในสหราชอาณาจักรและประเทศตุรกีพบสถิติการใช้ความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) และการขอความช่วยเหลือจากความรุนแรงผ่านทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นในช่วง COVID-19 ระบาด สำหรับในประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศแรกของการ Lockdown อย่างเข้มงวดพบสถิติการหย่าร้างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนมีนาคมพบจำนวนคู่สมรสที่ยื่นเรื่องขอหย่าร้างในเมืองซีอาน (Xi’an) และต้าโจว (Dazhou) เพิ่มสูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเมืองเซี่ยงไฮ้ก็มีจำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการหย่าร้างเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 

ในขณะที่กฎและแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชนจากรัฐบาลเพื่อให้ทุกคนรอดชีวิตในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ค่อนข้างชัดเจน แต่แนวทางการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปโดยที่ไม่เลิกกันไปเสียก่อนนั้นกลับคลุมเครือ ดังนั้นการหาคำอธิบายว่า ทำไมคู่รักถึงทะเลาะกันมากขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ชิดกันในช่วง COVID-19และเรียนรู้วิธีจัดการไม่ให้ชีวิตคู่พังทลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

หมดอารมณ์ความรัก

ช่วง COVID-19 ไม่ใช่ช่วงฮันนีมูนของคู่รัก แต่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของมนุษยชาติ ทุกคนบนโลกล้วนได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทุกคนกำลังเครียด กดดัน และไม่รู้ว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติเมื่อไร การที่อยู่ในสภาวะเครียดและวิตกกังวลเรื้อรังส่งผลต่อร่างกายและอารมณ์ สุขภาพอาจจะแย่ลงเรื่อย ๆ การนอนเริ่มผิดปกติ อารมณ์หงุดหงิดง่าย โมโหง่าย ยิ่งไปกว่านั้นไม่สามารถใช้วิธีผ่อนคลายจิตใจอย่างที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะเพื่อนฝูงหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง  ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทุกคนรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่บ้านกับคู่รักในช่วงนี้ แม้แต่ความสุขทางเพศที่หลาย ๆ คนคิดจะใช้เวลาว่างช่วงนี้กับคู่รักอย่างเต็มที่ แต่ในความเป็นจริง COVID-19 กลับทำให้หมดอารมณ์ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ

เทคนิคจัดการชีวิตคู่ให้มีความสุขช่วง COVID-19

การปฏิบัติตัวของคู่รักที่อยู่ด้วยกันในช่วง COVID-19 ให้มีความสุขสามารถจัดการได้ ดังนี้

1) Manage Anxiety เรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงในปัจจุบัน

ขั้นตอนแรกของการจัดการปัญหา คือการยอมรับว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกกังวลและประสบความยากลำบากในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ความกังวลเป็นเพียงสัญชาตญาณการต่อสู้เพื่อที่จะเอาตัวรอดจากวิกฤติครั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกังวลกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่จำเป็น การเสพข่าวเรื่องเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาตลอดทั้งวันย่อมไม่เกิดผลดี 

2) Communication is King การสื่อสารสำคัญที่สุด

เพราะตัวเรายังมีความเครียดและความกดดันอย่างมากในช่วง COVID-19 คู่รักของเราก็เป็นมนุษย์อีกคนที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน เพียงแต่วิธีจัดการปัญหาของเขาหรือเธออาจจะแตกต่างกับคุณ คุณจำเป็นต้องคอยสังเกตว่าคู่รักของคุณต้องการพื้นที่ส่วนตัวหรือต้องการการดูแลเอาใจใส่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางไหน การสื่อสารเพื่อบอกความต้องการ ความรู้สึกหรือความคิดของคุณให้คู่รักฟังเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าในช่วงเวลาปกติเสียอีก

หลักการสื่อสารที่ดีของคู่รัก ประกอบไปด้วย

i-Message ใช้ประโยคที่ผู้พูดสื่อสารความรู้สึกและความต้องการของตนเอง หลีกเลี่ยงการใช้ you-message ซึ่งเป็นการพูดถึงการกระทำของคู่รักโดยตรง การสื่อสารลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะแฝงน้ำเสียงตำหนิและอารมณ์ทางลบเข้าไปด้วย เช่น “เธอทำตัวติดกับฉันตลอดเวลาเลย ตั้งใจจะไม่ให้ฉันมีเวลาว่างเลยหรือไง” คำกล่าวนี้อาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกถูกตำหนิและนำไปสู่ความบาดหมางได้ ในทางกลับกันการกล่าวว่า “ฉันรักเธอนะ แต่ช่วงนี้ฉันต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อที่จะพักผ่อนทั้งร่างกายและเติมพลังจิตใจของฉันในแต่ละวัน” การใช้ i-Message เป็นการหลีกเลี่ยงการต่อว่าและปะทะอารมณ์กับคู่รัก รวมถึงส่งเสริมอารมณ์ทางบวก ความรัก และความห่วงใยระหว่างกัน

เลี่ยงการดูถูกซึ่งกันและกัน ฟังดูเหมือนไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่แท้จริงแล้วรูปแบบการสื่อสารแบบดูถูกคู่รักเป็นตัวแปรที่มีผลต่อการหย่าร้างของคู่สามีภรรยาสูงที่สุด เราอาจจะแสดงความดูถูกคู่รักได้ผ่านคำพูดที่ไม่ให้เกียรติ พูดจาประชดประชัน เยาะเย้ย หรือแม้แต่การแสดงสีหน้าท่าทาง หลาย ๆ คนไม่รู้ตัวว่าการดูถูกรุนแรงกว่าการต่อว่าเสียอีก ผู้ที่โดนคู่รักดูถูกจะรู้สึกไร้ค่าและรู้สึกต่ำต้อย บางคนอาจจะพูดและแสดงท่าทีดูถูกโดยที่ไม่รู้ตัว เช่น การพูดทำนองว่า “อ้อ…อย่างนั้นเหรอ คุณคงเหนื่อยจากการทำงานมากสินะ แต่ชั้นเนี่ยต้องอยู่กับลูกทั้งวัน สอนการบ้านลูกช่วงที่โรงเรียนปิด ทำอาหารให้ทั้งลูกและสามีที่กลับบ้านมาก็นั่งเล่นแต่มือถือตลอด นี่เหมือนมีลูกสองคนเลยนะ” 

ชมให้มากกว่าต่อว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่ชีวิตคู่จะมีแต่ความสุขตลอดเวลา แต่ผลวิจัยพบว่าคู่สมรสที่แต่งงานกันได้ยืนยาวมักจะมีช่วงเวลาแห่งความสุขเทียบกับช่วงเวลาที่ทะเลาะกันในอัตราส่วนอย่างน้อย 5 ต่อ 1 สำหรับในช่วง COVID-19 ระบาด ทั้งตัวคุณและคู่รักต่างต้องเผชิญการความกดดันเรื่องต่าง ๆ มากพอแล้ว การตัดสินเรื่องใหญ่ ๆ ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งควรถูกเลื่อนไปก่อนหากเป็นไปได้ คุณควรหันมาให้ความสนใจกับช่วงเวลาดี ๆ ในแต่ละวัน หากมีเรื่องใดที่คู่รักของคุณทำให้คุณประทับใจก็อย่าลืมชมและให้กำลังใจกัน

3) Adjust to the ‘new’ normal จัดระเบียบชีวิตใหม่

ช่วงนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ หากยังใช้วิถีชีวิตอย่างไม่เตรียมพร้อมมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดปัญหาชีวิตคู่ คู่รักจำเป็นที่จะต้องรับบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม ลองหาเวลาที่คุณทั้งคู่สบายใจ แล้วนั่งไล่เรียงภาระหน้าที่ที่จำเป็นต้องทำรวมถึงความคาดหวังจากทั้งสองฝ่าย หากมีลูกหรือผู้สูงอายุที่ต้องดูแลในบ้านก็จำเป็นจะต้องแบ่งเวลากันดูแลลูกและผู้สูงอายุด้วย อย่ากดดันตนเองมากเกินไป คุณไม่ใช่ครู Home School หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุระดับโลก บางอย่างไม่จำเป็นต้องทำให้ดีเลิศก็ได้ อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะมองข้ามได้ก็ให้ปล่อยผ่านไปก่อนเพื่อให้คุณทั้งคู่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในช่วง COVID-19 ได้อย่างยั่งยืน

หลังจากจัดการตารางเวลาเพื่อทำงานบ้านและแบ่งหน้าที่กันแล้ว อย่าลืมจัดสรรเวลาส่วนตัวด้วย เราทุกคนจำเป็นต้องมีเวลาส่วนตัวที่ไม่ใช่เวลาทำงาน อาจจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาพักจากงานที่คุณทำอะไรคนเดียวอยู่มุมหนึ่งของห้อง การใช้เวลาส่วนตัวนอกจากจะเป็นการเติมพลังชีวิตแล้วยังทำให้แต่ละคนได้เสพข้อมูลตามที่แต่ละคนสนใจ ซึ่งสามารถนำมาพูดคุยกันภายหลังได้ แน่นอนว่าต้องจัดให้มีเวลาใกล้ชิดกันของคู่รักด้วย นอกจากเรื่องเซ็กส์แล้วยังมีอีกหลายกิจกรรมที่คุณสามารถทำร่วมกันได้ ควรมีช่วงเวลาตอนเช้าหรือตอนก่อนนอนที่คุณจะห้ามพูดถึงอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 เพื่อจะได้มีเวลาใส่ใจเรื่องอื่น ๆ รอบตัวและใส่ใจคนสำคัญข้าง ๆ คุณให้มากขึ้น

แม้จะอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ การจัดแบ่งพื้นที่ในบ้านหรือคอนโดมิเนียมให้เป็นสัดเป็นส่วนย่อมส่งผลดีต่อจิตใจ หากเป็นไปได้ควรจัดสรรห้องหนึ่งให้เป็นห้องทำงาน หากไม่สามารถแบ่งห้องได้ การลากเส้นจำลองเพื่อแบ่งพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนในห้องเดียวกันก็ได้ผลเช่นเดียวกัน การใช้หูฟังอาจจะช่วยให้เขตแดนจำลองนั้นชัดเจนมากขึ้น การหลบไปอยู่ในห้องน้ำหรือไปนั่งในรถเพื่อที่จะคิดงานหรือคุยโทรศัพท์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากคุณมีพื้นที่สวนนอกบ้าน การออกมานั่งทำงานนอกบ้านในวันที่อากาศไม่ร้อนเกินไปก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศได้ดีทีเดียว

4) It’s okay to ask for help ตัวช่วยมีอยู่เสมอ        

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ลำบากของคู่รักทุกคู่ แต่การจัดการกับความกังวลที่เกิดขึ้น เรียนรู้วิธีการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ และการปรับวิถีชีวิตใหม่จะทำให้คู่รักก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ง่ายขึ้น แต่หากคุณรู้สึกว่าปัญหาช่างหนักหนาและยังมองไม่เห็นทางแก้ไขปัญหา หรือรู้สึกว่าความทุกข์ทรมานมากเกินปกติ การปรึกษาผู้ชำนาญการ อาทิ จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตหรือปัญหาความสัมพันธ์ได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก bangkok hospital

สัญญาณเตือนร่างกายติดสมาร์ทโฟน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 10:11 น.

สัญญาณเตือนร่างกายติดสมาร์ทโฟนเปลี่ยนจากผู้เล่นมาเป็นผู้สังเกตการณ์ ฟังสัญญาณเตือนเมื่อร่างกายติดสมาร์ทโฟน เช็กลิสต์เบื้องต้นนั่งหลังค่อมไหล่ห่อ คอยื่น ปวดเมื่อยบ่า ก้านคอ สะบัก นิ้วล็อกมือชา มือไม่มีแรง แม้แต่อาการมึนๆ ตึงๆ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ตาพล่ามัว หาวนอนบ่อยๆ หายใจไม่อิ่ม ฯลฯ

ปวดมือ ปวดคอ ปวดแขน มือชา ถ้ามีอาการเหล่านี้แสดงว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยจากการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว โดยเฉพาะอาการที่เรียกว่า “ติดสมาร์ทโฟน” ในโลกยุคปัจจุบันที่มีความเจริญก้าวหน้ามากในด้านการสื่อสารแบบไร้สาย ผู้คนต่างมีโลกส่วนตัวอยู่กับเครื่องมือสื่อสารของตน มองไปทางไหนก็ต่างก้มหน้าก้มตามองมือถือ ผู้คนพูดคุยกันน้อยลง เป็นยุคที่ผู้คนกำลังถูกมอมเมาด้วยภาพและเสียงที่มาล่อตาล่อใจ จะมีสักกี่คนที่สนใจกับร่างกายว่า ตอนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง เกือบทั้งหมดจะรู้สึกตัวก็ต่อเมื่อเงยหน้าขึ้นจากจอเล็กๆ ในมือนั่นแหละ

แล้วเสียงเตือนแบบไหนที่บอกว่าคุณกำลังเป็นโรคติดสมาร์ทโฟน คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้มาให้ข้อมูลว่า คนที่เป็นโรคติดสมาร์ทโฟนจะได้รับเสียงเตือนจากร่างกายบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเมื่อยบ่า ก้านคอ สะบัก ปวดข้อศอก ปวดแขน นิ้วล็อค มือชา มือไม่มีแรง ปวดฝ่ามือ มือแข็ง เวลาใช้แรงกำหรือหยิบของ จะรู้สึกกำได้ไม่ถนัด และแม้แต่อาการมึนๆ ตึงๆ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ตาพล่ามัว หาวนอนบ่อยๆ หายใจไม่อิ่ม ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่านี้ มีต้นตอมาจากการเล่นเกมส์ การเพลิดเพลินไปกับโรคออนไลน์ สื่อสารแบบต้องพิมพ์ถึงกัน ด้วยการใช้สมาร์ทโฟนนั่นเอง หากคุณลองเปลี่ยนจากเป็นผู้เล่นเป็นผู้สังเกตการณ์ คุณอาจเห็นภาพตัวเองนั่งหลังค่อมไหล่ห่อ คอยื่น ซึ่งเป็นลักษณะท่าทางที่กำลังทำร้ายร่างกายอยู่นั่นเอง

การจัดการกับร่างกายหรือกับอาการต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมานั้นไม่ยากเลยค่ะ ถ้าดูจากต้นเหตุของอาการก็พูดให้เข้าใจได้ง่ายๆว่า เป็นการขาดความสมดุลของระบบโครงสร้างร่างกายนั่นเอง ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ทุกหน่วยเซลล์ของร่างกาย ได้รับอาหาร และขับของเสียต่างๆ ผ่านทางหลอดเลือดและน้ำเหลือง หลอดเลือดเหล่านี้ก็ทอดผ่านกล้ามเนื้อในทุกส่วนของร่างกายเราจึงสรุปได้ว่า เมื่อมีความบกพร่องของโครงสร้างร่างกาย ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนด้วยการแสดงอาการต่างๆ ดังที่ได้กล่าวนั่นเอง

1. เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เส้นใยกล้ามเนื้อหดสั้นมากกว่าปกติ ทั้งบริเวณกล้ามเนื้อคอด้านหน้า กล้ามเนื้อใต้ฐานกะโหลกศีรษะ กล้ามเนื้อช่วงอก กล้ามเนื้อระหว่างกระดูกชายโครงด้านหน้า กล้ามเนื้อในการงอศอก กล้ามเนื้อในนิ้วมือและฝ่ามือ เกิดการยืดยาวมากกว่าปกติของกล้ามเนื้อด้านหลังช่วงก้านคอ กล้ามเนื้อบ่า กล้ามเนื้อรอบสะบักด้านใน และกล้ามเนื้อหลังช่วงบน

2. การที่เส้นใยกล้ามเนื้อมีการหดสั้นมากกว่าปกติ จะมีผลกับหลอดเลือดและเส้นประสาท ที่ทอดผ่านเส้นใยกล้ามเนื้อนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคอซึ่งเป็นส่วนที่ผ่านไปเลี้ยงสมอง บริเวณอกซึ่งเป็นส่วนที่ระบบเลือด-ระบบน้ำเหลือง-ระบบเส้นประสาท ผ่านไปที่แขน ที่ข้อมือและนิ้วมือทั้งสองข้าง ด้านหน้าอกก็เป็นส่วนที่ช่วยในการขยายตัวของปอด ช่วยในการหายใจ แต่เมื่อถูกกดรัดอยู่ ก็ทำให้การไหลเวียนของระบบเหล่านี้สูญเสียไปด้วย และนั่นก็ส่งผลให้มีอาการต่างๆ ดังที่กล่าวมา

3. จากข้อ 2 และ ข้อ 3 จะเกิดกลุ่มอาการที่เรียกว่า Muscle Imbalance คือในภาวะปกติ กล้ามเนื้อด้านหน้ากับด้านหลังจะทำงานร่วมกันและสมดุลกันเพื่อพยุงให้กระดูกสันหลังช่วงบน และช่วงคอของเราอยู่ในแนวความโค้งที่ปกติ แต่เมื่อเกิดความไม่สมดุลขึ้น จะมีผลทำให้หลังค่อม หลังโก่งมากกว่าปกติ จากการผิดรูปของกระดูกสันหลังช่วงบนกับช่วงคอนั้น มีผลทำให้การรับน้ำหนักของกระดูกคอมากกว่าปกติ เป็นที่มาของโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมที่เสื่อมเร็วกว่าวัย และมีผลต่อเนื่องทำให้เส้นประสาทที่คอถูกกดทับ เกิดอาการปวดร้าวตามแนวของเส้นประสาท ซึ่งอาการปวดจากการกดทับนี้จะไม่เหมือนปวดกล้ามเนื้อธรรมดา จะเป็นอาการปวดล้า ๆ เมื่อย ๆ ลึกๆ ตลอดทั้งศีรษะ คอ บ่า สะบัก หรือแขน บางเคสร่วมกับอาการอ่อนแรง ซึ่งหากปล่อยไว้นาน รักษาไม่ตรงต้นตอของอาการที่เป็นก็อาจทำให้ไม่มีแรง หรือที่เราชอบเรียกว่าอัมพฤกษ์ อัมพาตก็เป็นได้

ฉะนั้น เราสามารถเลือกได้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร การใช้เครื่องมือที่ทันสมัยตามเทคโนโลยีนั้น เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความสะดวก แต่หากใช้ผิดวัตถุประสงค์ ปล่อยให้ตัวเองอยู่กับหน้าจอนานๆ คงเป็นผลเสียมากกว่าผลดีเป็นแน่

6 เรื่องควรรู้ เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653242

วันที่ 19 พ.ค. 2564 เวลา 11:05 น.

6 เรื่องควรรู้ เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ไทยรู้สู้โควิด เผยข้อแนะนำการเตรียมตัวก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

1. ตรวจสอบร่างกาย

• ไม่อดนอน หลับให้เพียงพอ

• เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และชา-กาแฟ

• ต้องไม่มีอาการไข้หรืออาการเจ็บป่วย

• สองวันก่อนฉีด และหลังงดออกกำลังกายหนัก

2. แจ้งแพทย์ก่อนฉีด

• โรคประจำตัว

• ประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีน

• การตั้งครรภ์

• ข้อมูลอื่น ๆ ที่แพทย์ควรทราบ

3. สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียม

• ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมบัตรประชาชน

• วันเวลานัดการฉีด

• รักษามาตรการป้องกันพื้นฐานอย่างเคร่งครัดคือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง พกเจลแอลกอฮอล์

4. ข้อแนะนำในการฉีดวัคซีน

• วันที่ฉีดควรกินน้ำอย่างน้อย 500 – 1,000 ซีซี

• ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัด และหลังฉีดสองวันอย่าใช้แขนนั้น อย่าเกร็งยกของหนัก

• หลังฉีดแล้วเจ้าหน้าที่จะให้รอดูอาการในบริเวณที่ฉีด 30 นาที

5. ข้อควรระวังหากมีไข้ต้องทำอย่างไร

• ถ้ามีไข้หรือปวดเมื่อยมาก ทนไม่ไหว สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มก. ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ถ้าจำเป็น แต่ให้ห่าง 6 ชั่วโมง

6. ยาที่ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด

• ห้ามกินยาพวก Brufen, Arcoxia, Celebrex เด็ดขาด

Preparing for your Covid-19 jab #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40001225

Preparing for your Covid-19 jab


Many people have been wondering about what they can or cannot consume before they get their Covid-19 shot.

Preparing for your Covid-19 jab

Here’s some advice from the Health Department:

What you CAN take before the shot:

• Prescribed medication for chronic diseases like respiratory disorder, heart and blood vessels, kidney disease, stroke, cancer, diabetes and weight-loss drugs.

• Blood thinners

• Paracetamol (can only be taken after the vaccine for pain)

What you CANNOT take before the shot:

• Cafergot or Relpax for migraine: It will make the heart palpitate, resulting in the contraction of blood vessels and a rise in blood pressure.

• Caffeinated drinks such as tea and coffee: Caffeine will cause the same symptoms as above.

• Non-steroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs) such as Ibuprofen, Arcoxia and Celebrex: Taking these drugs after the jab will reduce the efficacy of the vaccine.

Precautions

• Inform the medic if you have a fever before you get your jab

• The second jab should be taken at least a month later

• People with immune system disorders should consult a doctor before getting a jab

• Do not refrain from eating or drinking fluids before the jab

Preparing for your Covid-19 jabPreparing for your Covid-19 jab

Published : May 24, 2021

By : The Nation

G20 leaders pledge support for Access to Covid-19 Tools Accelerator as crisis grows #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40001188

G20 leaders pledge support for Access to Covid-19 Tools Accelerator as crisis grows


World leaders on Saturday met at the Global Health Summit, co-hosted by the European Commission and Italy as part of its G20 presidency, to adopt an agenda to overcome the Covid-19 pandemic, and develop and endorse a Rome Declaration of principles.

G20 leaders pledge support for Access to Covid-19 Tools Accelerator as crisis grows

The meeting came at a time when the virus is surging and spreading uncontrollably in many parts of the world.

With nine people losing their lives to Covid-19 every minute on average, and as the risk of even more transmissible and dangerous variants increases, the Global Health Summit comes at a critical juncture. The future of the pandemic is in the hands of the G20 leaders.

The Access to Covid-19 Tools Accelerator (ACT-Accelerator) was launched just over a year ago in response to the G20’s call for a global mechanism to accelerate the development of tests, treatments and vaccines and to ensure their equitable distribution.

Hosted by the World Health Organization, the ACT-Accelerator offers the only end-to-end multilateral solution to speeding up an end to the acute phase of the Covid-19 pandemic.

The ACT-Accelerator welcomes the commitments made at the Global Health Summit and will work with countries to operationalise rapidly these pledges, both financial and – crucially – for over 100 million doses of scarce vaccine, the WHO said.

Current financial commitments are reflected in the ACT-Accelerator interactive funding tracker. However, a significant funding gap remains.

Speeding up an end to the pandemic through the ACT-Accelerator would cost less than 1 per cent of what governments are spending on stimulus packages to treat the consequences of the pandemic.

As the economic and social costs of the pandemic continue to escalate, the case for global solidarity grows even stronger.

The Rome Declaration, released at the end of the summit, reaffirmed leaders’ support for the ACT-Accelerator and underlined the necessity to share the financial burden and close the funding gap, in order for the ACT-Accelerator to fulfil its mandate for the equitable allocation and delivery of tests, treatments and vaccines to defeat the pandemic.

The group also emphasised its support for global sharing of vaccine doses approved for emergency use by the WHO and through Covax.

Carl Bildt, special envoy for the ACT-Accelerator and former prime minister of Sweden, said: “Today’s commitments are welcome – but more action is needed now, not in weeks or months, to change the course of the pandemic. While some countries have moved beyond just words, by donating vaccines and pledging to fully finance the ACT-Accelerator, further action is needed from G20 and G7 leaders if we are to stop this virus from spreading and mutating further. We all have substantial work ahead of us.”

Published : May 23, 2021

By : The Nation

Covid vaccines approved in Thailand explained #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40001145

Covid vaccines approved in Thailand explained


People across the world are hoping the vaccines will help reduce fatalities and finally bring the Covid-19 crisis to an end.

Covid vaccines approved in Thailand explained

Like other countries, Thailand has also been working on inoculating 70 per cent of its population to achieve herd immunity. To get a jab in Thailand, people can either register through the “Mor Phrom” (Doctors Ready) application or at medical facilities nationwide. However, people are still concerned about which brand of vaccine they will get.

As of May 14, the Thai Food and Drug Administration (FDA) had approved four vaccines:

Sinovac

The inactivated vaccine, manufactured by a private Chinese company, was approved by the Thai FDA on February 22.

According to the World Health Organisation, this vaccine effectively protects people below the age of 60.

Dr Nakhon Premsri, director of the National Vaccine Institute, said the vaccine offers 50.7 per cent protection against infection and cuts down the chance of developing moderate symptoms by 83.7 per cent and severe symptoms by 100 per cent. This is a two-dose vaccine.

AstraZeneca

This adenovirus type vaccine, developed jointly by the Swedish firm AstraZeneca and UK’s Oxford University, was approved in Thailand in late January.

This vaccine has been found to offer 54.1 per cent protection against infection and cuts down the chance of developing moderate symptoms by 70.4 per cent and 100 per cent against severe symptoms.

Recent studies show that the vaccine is more effective if the second dose is delivered within an eight to 12-week interval.

Johnson & Johnson

This adenovirus type vaccine was approved by the Thai FDA on March 25.

It offers 66.9 to 85.4 per cent protection against moderate and severe infection through just one dose of the vaccine.

Moderna

This mRNA type vaccine was approved on May 13 and has been categorised as an alternative vaccine that can be procured by the private sector.

Dr Norraphat Pisirikarn, acting director at the Government Pharmaceutical Organisation, said this vaccine can stimulate immunity against Covid-19 3.4 times higher than plasma therapy.

“Fourteen days after the second jab, the vaccine offers 94.1 per cent protection to people below 65 and 86.4 per cent to those older than 65,” Norraphat said. “It reduces the severity of infections and mortality by 100 per cent.”

Recent tests show that it is effective against the UK B117 and South African B1351 mutations, he said.

Covid vaccines approved in Thailand explainedCovid vaccines approved in Thailand explained

Published : May 21, 2021

By : The Nation