‘กาแฟ’ ไม่ใช่เพียงแค่…คาเฟอีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/635793

วันที่ 19 ต.ค. 2563 เวลา 07:25 น.'กาแฟ' ไม่ใช่เพียงแค่...คาเฟอีนกาแฟไม่ใช่เพียงแค่คาเฟอีน…แต่คือความรื่นรมย์ และช่วยเพิ่มการเผาผลาญเพื่อหุ่นฟิตๆ “STAGE Cafe” โอเอซิสในฟิตเนสสุดอินเทรนด์ใจกลางเมือง คือวิถีคาเฟ่ใหม่ของสายกาแฟที่รักสุขภาพ

เมื่อกาแฟได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนไปจนถึงช่วงเย็น ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในวงจรชีวิตของเราไปแล้ว ทำให้ปัจจุบันมีคาเฟ่เปิดใหม่มากมาย ตามตึกออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า แม้แต่ในซอยเล็กๆ หรือติดถนนใหญ่ จนกระทั่งตามแหล่งสถานที่ออกกำลังกาย ทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่

จากเมื่อก่อนเราตื่นมาตอนเช้า ต้องกินกาแฟเข้มๆ ขมๆ เพื่อเรียกสติ เพิ่มความสดชื่นที่อดหลับ อดนอนจากการทำงาน นั่นคือสิ่งที่เคยรับรู้จากสมัยก่อนและคุ้นเคยแค่กับกาแฟโรบัสต้า เพราะเป็นกาแฟที่ปลูกง่าย ดื่มสะดวกในรูปแบบกาแฟกระป๋อง แต่ปัจจุบันผู้คนมีความรู้เรื่องกาแฟมากขึ้น มีตัวเลือกที่หลากหลาย และไม่จำเป็นต้องดื่มแบบเข้มๆ ขมๆ เพื่อที่จะเรียกสติแบบเดิมๆ กันอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้มีรสชาติของความเป็นผลไม้เข้ามา มีทั้งคั่วอ่อน-กลาง-เข้ม มีเมล็ดสายพันธุ์ต่างๆ มากมาย มีอาราบิก้าหลายสายพันธุ์ที่มีอยู่ทั่วโลกมาให้ได้เลือก รสชาติที่ต่างกันออกไป ถือว่ากาแฟยังเป็นช่วงที่ได้รับนิยมและยังขยายวงกว้างอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งด้วยคุณภาพของกาแฟ วิธีการผลิต การสกัด ทำให้ได้รสชาติแตกต่างกันออกไป และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การจัดตกแต่งร้าน บรรยากาศภายใน มุมที่นั่งสบายๆ ชิล ที่แต่ละร้านไม่เหมือนกัน ถือว่าเป็นข้อดีของลูกค้าในการเลือกสรรและยังบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของร้านอีกด้วย

ประโยชน์ของกาแฟ นอกจากมอบความดื่มด่ำและความรื่นรมย์แล้ว กาแฟยังมีประโยชน์เสริมด้านความสวยความงาม สำหรับคนที่ใส่ใจดูแลรูปร่าง รวมไปถึงคนที่กังวลเรื่องน้ำหนัก สาเหตุหนึ่งนั่นเป็นเพราะกลิ่นของกาแฟช่วยลดอาการอยากอาหารได้ และเนื่องจากกาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวย การดื่มกาแฟจึงสามารถช่วยเสริมให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น ช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย สำหรับคนที่ต้องการดูแลรูปร่างและมองหาตัวช่วยลดความอ้วน แนะนำให้ดื่มกาแฟร้อน ที่เป็นกาแฟดำแบบไม่ใส่นมและไม่ใส่น้ำตาล ในช่วงก่อนออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอัตราการเผาผลาญได้มากขึ้น

ล่าสุด STAGE Find The Real U ฟิตเนสสุดหรูใจกลางเมืองแห่งยุค New Normal ที่ใครๆกำลังต่างก็กล่าวถึงกันอย่างมากในขณะนี้! ขอเอาใจคอกาแฟ และเทรนด์กระแสคนที่รักสุขภาพ ใส่ใจในการเลือกของที่อร่อย มีประโยชน์ เลือกสรรขนมที่ดีต่อสุขภาพ เพราะการกินก็คือความสุขของคนไม่ว่ายุคนี้หรือยุคไหนๆ ด้วยการแนะนำ ร้านกาแฟสุดอินเทรนด์ ที่เหมาะกับ Lifestyle คนในยุค New Normal ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง 

STAGE Cafe เป็นองค์ประกอบสำคัญของตึก STAGE ที่มีฟิตเนสคลับ เป็น Sports Destination ครบวงจร ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคนที่สนใจการออกกำลังกาย การสร้าง Community ในการดูแลเรื่องสุขภาพ โดย STAGE Cafe จะอยู่บริเวณชั้น 1 ที่แยกส่วนออกมาให้เป็นเหมือนห้องรับรองแขก ด้วยบรรยากาศสบายๆ มีที่นั่งหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้านั่งได้สบายที่สุด และให้คนที่มาออกกำลังกาย ได้มานั่งพักผ่อนหลังจากออกกำลังกาย หรือมานั่งรอชิลๆ เตรียมตัวก่อนจะขึ้นไปออกกำลังกาย ถือเป็นจุดที่เติมพลังใจ พลังกาย พลังแห่งความสุข และพลังชีวิต รวมทั้งยังรองรับการนั่งทำงาน Work Anywhere นัดประชุม นัดสังสรรค์ ทางร้านมีความยินดีและพร้อมให้บริการ 

STAGE Cafe เป็นร้านกาแฟตกแต่งบรรยากาศที่โปร่งสบายๆ พื้นที่กว้างขวาง และมีมากกว่ากาแฟ เพราะมีเมนูของคาว แซนวิช ขนมเค้ก ช็อคโกแลต และ เบเกอรี่สุดอร่อยดีต่อสุขภาพ แถมยังมีเมนูเครื่องดื่มร้อน-เย็นให้เลือกมากมาย อีกความโดดเด่นของทางร้าน คือ กาแฟดริป ที่เป็น slow life coffee มีศิลปะอยู่ในนั้นต่างๆมากมาย ทั้งเรื่องเวลา น้ำหนัก ความร้อน ถือว่าเป็นความสนุกและเสน่ห์ของการดื่มกาแฟ ที่มีศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงคาแรคเตอร์ของบาริสต้า การให้ความรู้ การพูดคุยกับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน ก็ถือเป็นศิลปะ เป็นศาสตร์อีกแบบหนึ่ง ที่ได้ทั้งศาสตร์ ทั้งศิลป์ และสุนทรียภาพในเรื่องของกาแฟ โดยเราพยายามจะจับกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

โดยทางร้าน STAGE Cafe มีทั้งกาแฟแบบคั่วเข้ม สำหรับคนที่ต้องการกาแฟเข้มๆ คาเฟอีนเพียวๆ ต้องการเรียกสติในช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ก่อนออกกำลังกาย เช่น อเมริกาโน่ เอสเพรสโซช๊อต และสำหรับคนที่ต้องการความหลากหลาย ทางร้านก็มีกาแฟคั่วกลาง เช่น กาแฟดริป ไว้เสิร์ฟ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และมี STAGE Level Up คือการ น้ำส้มผสมกับเอสเพรสโซช๊อต ใส่ความซาบซ่าของโซดาเข้าไป เมนูนี้เหมาะกับช่วงบ่ายๆ ที่ร่างกายเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า จะได้ความสดชื่นของน้ำส้ม ความกระปรี้กระเปร่าของกาแฟ และความซาบซ่าเรียกสติให้กลับมาด้วยโซดา

ความรื่นรมย์จากกาแฟที่หอมอบอวล กลิ่นของกาแฟมอบความรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งกาแฟยังช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญ กระตุ้นการตื่นตัว และยังมีขนมอร่อยๆ ในบรรยากาศดีๆ เรียกได้ว่า ช่วงเวลาดื่มด่ำกับกาแฟถือเป็นการช่วยหยุดเวลาความรีบเร่งได้ชั่วขณะ เยียวยาตัวเราเองจากความเครียด ฟื้นฟูจิตใจ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เติมความผ่อนคลาย ให้เวลากับตัวเอง ราวกับเป็นการ รีทรีต (retreat) เล็กๆ เพื่อรีแลกซ์ (relax) แล้วคุณจะกลับมารีเฟรช (refresh) พร้อมอยู่กับปัจจุบัน และพร้อมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะพบได้…ในฟิตเนส ใจกลางเมือง

เอก กฤษณาวารินทร์ เจ้าของ STAGE Café, ผู้ร่วมก่อตั้งฟิตเนส STAGE Find The Real U, ดีเจตัวพ่อชี่อดังของเมืองไทย กล่าวว่า STAGE Cafe เรียกได้ว่าเป็นเวทีของเครื่องดื่ม ของขนม ของอร่อยๆ ของทุกคน เรามีความตั้งใจอยากให้ทุกคนมีประสบการณ์ร่วมกัน โดยการมีเมล็ดกาแฟจากหลายที่มาให้ลูกค้าได้ลองเลือก ลองทำ ลองชง และชิมฝีมือตัวเอง อีกทั้งยังมีคนคอยให้คำแนะนำ นี่คือจุดแตกต่างที่ทำให้เรามีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่ต่างจากฟิตเนสอื่น และยังเปิดกว้างให้คนอื่นๆที่มีความรู้ ความสามารถ มีไอเดีย โดยให้เราเป็นสื่อกลาง เป็น STAGE ให้มีความหลากหลายได้มาสร้างกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน

และคอนเซ็ปต์ร้านอีกอย่าง คือพยายามปรับเปลี่ยนเมล็ดกาแฟทุกเดือน มีเมล็ดกาแฟใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้ลิ้มลองตลอดเวลา ขนมก็เหมือนกัน ทางร้านก็จะมีขนมใหม่ๆ มาให้ได้ลองอยู่เรื่อยๆ สร้างความแปลกใหม่ตลอดเวลา ส่วนขนมที่ได้รับความนิยมมากๆก็ยังคงมีไว้ โดยทางร้านจะคัดสรรขนมที่ตอบโจทย์ของคนรักสุขภาพในระดับหนึ่ง และที่ดีต่อใจด้วยสำหรับคนที่ออกกำลังกาย รวมไปถึงกลุ่มคนที่รักสุขภาพแต่ไม่ได้จริงจังเรื่องการออกกำลังกายแบบนักกีฬาอาชีพ ก็ยังต้องการความอร่อยของการใช้ชีวิตอยู่ ทั้งเครื่องดื่มและขนม มีความสุขกับการกิน สิ่งเหล่านี้ทำให้เราพยายาม หาจุดตรงกลางให้เจอ นั่นก็คือ มีทั้งความอร่อยที่ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพและกินแล้วไม่รู้สึกผิดด้วย STAGE Cafe พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของความสุขเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเติมความรื่นรมย์ของการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุขที่ยืนยาว และ นั่นคือ ส่วนนึงของศิลปะในการใช้ชีวิตของคนในยุค New Normal ครับ”

STAGE Cafe ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของตึก STAGE ใจกลางเมืองย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ใกล้ CDC, The Crystal Park, Central EastVille 95 โยธินพัฒนา 11 แยก 7 คลองจั่น บางกะปิ แผนที่การเดินทาง คลิก https://goo.gl/maps/xzLJZRBipLd5NEgd7 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 19.00 น. โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 082 218 3194

ประสบการณ์ตรงจากคนกิน ‘วีแกน’ อร่อยดีมีอยู่จริง กินแล้วได้อะไรบ้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/635774

วันที่ 18 ต.ค. 2563 เวลา 12:25 น.ประสบการณ์ตรงจากคนกิน 'วีแกน' อร่อยดีมีอยู่จริง กินแล้วได้อะไรบ้างกินวีแกนได้อะไรบ้าง? เปิดความลับ “กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง” สาวสายบุญที่หันมาทานวีแกนอย่างเต็มตัวพร้อมแชร์ทุกแง่มุมจากประสบการณ์ตรง

กลับมาอีกครั้งแล้วกับเดือนแห่งเทศกาลกินเจ ที่หลายคนต้องลด ละ หยุด ห้ามใจจากเมนูเนื้อสัตว์ แล้วเปลี่ยนมาทานผักผลไม้ตลอดช่วงเทศกาล เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมเทศกาลนั้นมีเหตุจากความเชื่อทางศาสนา แต่ในขณะเดียวกันการทานเจยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญ ที่สามารถปูทางให้ผู้ที่เข้าร่วมเทศกาลได้เริ่มทดลองพัฒนาเปลี่ยนจากการทานเจตามช่วงเทศกาลมาทานวีแกน และหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างจริงจัง

ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานนัก แต่การเข้าร่วมเทศกาลเจอาจจะช่วยจุดประกายให้หลายๆ คนตัดสินใจหันมาทานวีแกนและดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านช่วงเวลาเจไปแล้ว การทานวีแกน คือ การบอกลาอาหารทุกอย่างที่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตรวมถึง เนย นม และน้ำผึ้ง จากชีวิตประจำวัน

สำหรับสาวๆ ที่สนใจอยากหันมารักตัวเองเริ่มดูแลสุขภาพไม่ควรพลาด เพราะจะได้สัมผัสกับเรื่องราวซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงจาก กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง ที่หันมาทานวีแกนอย่างเต็มตัวพร้อมแชร์ทุกแง่มุมของการทานวีแกน

กัณฑรัตน์ เล่าว่า เดิมเคยเป็นคนที่อยากทานวีแกนอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่สามารถทานได้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหลายเดือน และจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอหันมาทานวีแกนแบบเต็มตัวคือตอนที่คุณแม่ มีอาการของโรคหลอดเลือดในสมองและต้องเข้ารับการรักษาอยู่หลายครั้ง จึงทำให้เธออยากทำสิ่งดีๆ พร้อมสร้างบุญกุศลให้ทั้งตัวคุณแม่และตัวเธอเอง ผ่านการทานวีแกน เพราะนอกจากเป็นการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังทำให้เธอไม่ต้องไปเบียดเบียนสัตว์ที่ถูกนำมาประกอบอาหารอีกด้วย

หลังจากเริ่มทานวีแกนควบคู่กับการเดินออกกำลังกายได้ไม่นาน ก็เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงกับสุขภาพของตัวเองอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่ผลตรวจสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามินต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานทั้งหมด อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ารหันมาทานวีแกนช่วยปรับร่างกายให้เกิดความสมดุล มีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีสงบไม่ถูกรบกวนจากปัจจัยต่างๆ รอบตัวได้ง่าย

นอกจากสุขภาพที่ดีจากการทานวีแกนแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าการทานวีแกนนั้นลำบากและมีรสชาติที่ทานได้ยาก แต่ในความเป็นจริงการทานวีแกนในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่แค่เพียงการทานแต่ผักผลไม้แบบเดิมอีกต่อไป กัณฑรัตน์ เล่าว่า โดยปกติส่วนตัวเธอเป็นคนที่ชอบทานอาหารทุกชนิดอยู่แล้ว ทำให้การหันมาทานวีแกนนั้นทำได้ไม่ยาก การทานวีแกนของเธอนั้นปกติ จะเน้นการทานผักและถั่วเป็นหลัก เพื่อให้ได้รับโปรตีนและสารอาหารต่างๆ ในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย และนอกจากอาหารเจที่เธอทานทั่วไปแล้ว กัณฑรัตน์ยังชอบเสาะหาเมนูวีแกนที่หลากหลายมาลองอยู่ตลอด อีกหนึ่งในอาหารวีแกนที่เธอชื่นชอบก็คือ “อาหารแพลนต์เบสต์” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้รักสุขภาพ เป็นนวัตกรรมอาหารแปรรูปวัตถุดิบจากพืชและผักต่างนานาชนิดและให้รสสัมผัสที่มีความคล้ายคลึงกับการทานเนื้อสัตว์ ทำให้วัตถุดิบแพลนต์เบสต์มาช่วยให้การทานวีแกนมีความหลากหลายมากขึ้น

การทานเมนูแพลนต์เบสต์ นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังมีรสชาติถูกปาก ทานง่าย ไร้กังวล อีกทั้งยังมีหน้าตาน่ารับประทานอีกด้วย นับเป็นความสุขทางใจ ที่ได้ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ไม่เบียดเบียน และหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพของตนเอง อีกทั้งยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในร้านโปรดของคุณกัณฑรัตน์ที่เสิร์ฟเมนูแพลนต์เบสต์ คือ ซิซซ์เล่อร์ ซึ่งเป็นเครือร้านอาหารแรกที่นำอาหารแพลนต์เบสต์เข้ามาใส่ในเมนูเพื่อเสนอทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าสายสุขภาพ เหตุผลหลักที่คุณกัณฑรัตน์เลือกซิซซ์เล่อร์ให้เป็นหนึ่งในร้านโปรด ก็เพราะ สลัดบาร์ พร้อมตัวเลือกของเครื่องสลัดที่มีหลากหลาย ตอบโจทย์สายสุขภาพได้เป็นอย่างดี และ เมนูแพลนต์เบสต์ ที่หาทานได้ง่ายแม้เวลาเธอต้องเดินทางไปต่างจังหวัด สองเมนูแพลนต์เบสต์ที่เธอชื่นชอบจากทางซิซซ์เล่อร์คือ สเต๊ก ออมนิมีท กับสปาเกตตีซอสทรัฟเฟิล และ สเต๊ก บียอร์น ซอสบาร์บีคิว สองเมนูพิเศษในช่วงเทศกาลเจของซิซซ์เล่อร์ซึ่งให้รสสัมผัสที่คล้ายคลึงกับการทานเนื้อสัตว์ เพิ่มสีสันให้กับมื้ออาหารสไตล์วีแกนของเธอ รสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ทั้งซอสทรัฟเฟิลกลิ่นหอม และซอสบาร์บีคิวรสเข้มข้น แถมประโยชน์เน้นๆ จากผักและเนื้อแพลนต์เบสต์ ไม่พอราคาของสองเมนูนี้ยังถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะซิซซ์เล่อร์เค้าเน้นทั้งคุณภาพและปริมาณที่อิ่มท้องพร้อมอิ่มบุญอย่างแน่นอน

สุดท้าย กัณฑรัตน์ได้ทิ้งท้ายให้แก่ผู้ที่สนใจอยากเริ่มทานวีแกนว่า การเปิดใจทานวีแกนอาจจะท้าทายในช่วงแรก แต่การทานวีแกนอาจจะเริ่มจากการทานหนึ่งมื้อต่อวัน หรือหนึ่งวันต่อสัปดาห์ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนมื้อที่ทานตามลำดับ และ อีกหนึ่งทริคการเริ่มทานวีแกนคือการเริ่มศึกษาเรื่องประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารต่างๆ ที่ได้รับจากการทานวีแกน เพื่อเปลี่ยนการทานวีแกนให้มีสีสันสนุกสนานและเสริมกำลังใจในการทานวีแกนพร้อมหันกลับมาใส่ใจสุขภาพตัวเองในระยะยาวเพราะสุขภาพก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่ถูกหลายคนมองข้าม การเลือกทานแต่อาหารที่มีรสชาติถูกปากอาจจะสวนทางกันกับสารอาหารที่ร่างกายเราต้องการนำมาใช้ในแต่ละวัน ไม่เพียงแค่เท่านั้น การทานอาหารที่ให้โทษต่อร่างกายในปริมาณมากๆ สามารถนำไปสู่จุดเริ่มต้นของหลายโรคภัยไข้เจ็บที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะฉะนั้นหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินของตัวเองถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะนอกจากจะช่วยส่งผลที่ดีให้กับร่างกายของเราแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฯลฯ แถมยังช่วยบำรุงเรื่องผิวพรรณและรูปร่างอีกด้วย

How to ดูแลผิวให้สุขภาพดีไม่มีโทรม พร้อมอวดผิวสวยทุกทริป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/635322

วันที่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 11:05 น.How to ดูแลผิวให้สุขภาพดีไม่มีโทรม พร้อมอวดผิวสวยทุกทริปแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะ 3 เคล็ดลับการดูแลผิวพรรณให้สุขภาพดีไม่มีโทรม พร้อมอวดผิวสวยทุกทริปอย่างมั่นใจ

“วันหยุดนี้เที่ยวไหนดี” คำคุ้นชินติดหูใครหลายคนที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศดีๆ เพื่อออกไปพักผ่อน สูดอากาศสดชื่น รีเฟรชร่างกายจากความเหนื่อยล้า แน่นอนว่าหากมีเวลาพักผ่อนทั้งทีทุกคนก็ย่อมอยากมีรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งการเตรียมผิวพรรณและรูปร่างก่อนไปทริปท่องเที่ยวนั้น ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้รูปถ่ายออกมาสวยงามได้

ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปแนะนำ ‘เคล็ด (ไม่) ลับการดูแลผิวสวยแบบไม่มีโทรม’ สำหรับสายท่องเที่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาทิ Body Butter, Purifying Face Wash,  Hydrating Emulsion, Astrigent Toner, Revitalizing face mask และ Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA+++ โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมทำกิจกรรม

พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณให้สุขภาพดีไม่มีโทรม อวดผิวสวยทุกทริปอย่างมั่นใจ ว่า ‘สำหรับสาวๆ แล้ว สุขภาพผิวพรรณและความงามเป็นของคู่กันเสมอ ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดๆ แม้ในวันที่ต้องทำงาน วันพักผ่อนสบายๆ หรือแม้แต่ในวันที่มีทริป ท่องเที่ยว ก็ต้องใส่ใจดูแลผิวโดยมีหลักการง่ายๆ 3 ประการ ได้แก่

ประการแรก การป้องกัน (Prevent) ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดที่มีค่า SPF50 PA++++ เพื่อเป็นเกราะป้องกันรังสีต่างๆ ไม่ให้ไปทำลายดีเอ็นเอ (DNA) ของผิว เนื่องจากแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาผิว อาทิ ความหมองคล้ำ จุดด่างดำ ซึ่งอันตรายที่คาดไม่ถึงของแสงแดดประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

  1. รังสีที่มองไม่เห็น (Invisible Light) เป็นแสงที่มีพลังงานสูงอย่าง รังสี UVA และ UVB ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวแดงไหม้, คล้ำเสีย, ผิวแก่ก่อนวัย รวมถึงมะเร็งผิวหนัง
  2. แสงที่มองเห็น (visible light) มีปริมาณ 45 %ของแสงแดดทั้งหมด มีพลังงานต่ำกว่าแสงยูวีหลายพันเท่า แต่หากได้รับเป็นเวลานานก็สามารถทำให้ผิวอักเสบ กระตุ้นการสร้างเม็ดสีคล้ำ กระ ฝ้า รวมถึงกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ผิวเกิดการเสื่อมสภาพได้
  3. แสงอินฟราเรด (Infrared) มีปริมาณ 50% ของแสงแดดทั้งหมด เป็นรังสีความร้อนทำให้เกิดอาการผิวแก่ก่อนวัย (Photoaging) ริ้วรอย สูญเสียความยืดหยุ่น ผิวเหี่ยวย่น และผิวหมองคล้ำ หากสัมผัสเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

ประการที่สอง การดูแล (Treat) เพื่อไม่ให้ผิวเสื่อมสภาพ ไม่เกิดริ้วรอยได้ง่าย ช่วยคงสภาพเม็ดสีของผิวไม่ให้ถูกทำลายไป อย่างเช่นในวันที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือโดนความร้อนจากแสงแดดมากๆ ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าเพื่อลดความร้อนภายใต้ผิว ลดรอยแดง และฟื้นฟูสภาพผิวให้สว่างกระจ่างใสอย่างไร้ที่ติ

และประการสุดท้าย การรักษา (Lock) โดยเฉพาะการรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ไม่แห้งกร้าน และไม่เกิดการอักเสบได้ง่าย สิ่งสำคัญ คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิวของเรานั้นจะดีที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น คนที่ผิวมีความแข็งแรงก็อาจจะเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เป็นเนื้อครีมบางเบา ก็เพียงพอสำหรับการดูแลผิว แต่สำหรับคนที่ผิวแห้งก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้นมากขึ้น อย่างพวกบัตเตอร์ครีม นอกจากจะช่วยเติมความชุ่มชื้นสู่ผิวแล้วยังช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิวด้วย

ส่วนการปกป้องแสงแดดให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น ขึ้นอยู่กับความถี่และปริมาณครีมกันแดดที่เราทา  โดยหลักการวัดปริมาณของครีมกันแดดที่ใช้ด้วยเทคนิค ‘หนึ่งหน่วยปลายนิ้วมือ’ หรือ ‘Finger tip unit’ คือ การบีบครีมลงบนปลายนิ้วมือจากข้อนิ้วชี้ไปจนถึงปลายนิ้วชี้ โดย 1 figure tip unit เทียบเท่ากับปริมาณ 0.5 กรัมของครีม โดยปริมาณที่เหมาะสมสำหรับทาบริเวณใบหน้า คือ 2 figure tip unit ส่วนการทาครีมบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย สามารถปรับเพิ่มปริมาณได้ตามความเหมาะสม’

การสร้างผู้นำทีมงานที่เข้มแข็งบนฐานของความมั่นคงทางอารมณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/635267

วันที่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 10:15 น.การสร้างผู้นำทีมงานที่เข้มแข็งบนฐานของความมั่นคงทางอารมณ์โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ธรรมชาติของอารมณ์

ในการค้นหาธรรมชาติ ความหมาย และผลกระทบของอารมณ์ที่มีต่อภาวะผู้นำนั้น ผู้เขียนได้ศึกษานักคิด นักปรัชญาบางท่านและได้ข้อค้นพบว่า เรอเน เดการ์ต (René Descartes, 1596-1650) นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส เขาได้พูดประโยคสำคัญเอาไว้ว่า “I think, therefore I am” แปลว่า “ในขณะที่ฉันคิด ตัวตนฉันจึงมีอยู่” จากแนวคิดดังกล่าว ได้ข้อสรุปว่า กรอบความคิดของฉันนี้เองที่กำหนด “ตัวตน” ของฉัน

ฟรีดริช วิลเฮล์ม นิตเช่ (Friedrich Wilhelm Nietzsche : 1844 – 1990) นักปราชญ์ชาวเยอรมัน ผู้มีบทบาทสำคัญในแนวคิดอัตถิภาวนิยม (Existentialism) ได้เสนอแนวคิดต่อจากเรอเนเดการ์ตว่าตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น อารมณ์ที่สะท้อนออกมาในรูปพฤติกรรมต่างๆ นั้นมาจากกรอบความคิดกรอบ ความคิดกำหนดตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย 

ถึงตรงนี้พอสรุปได้ว่า อารมณ์ ภาวะผู้นำ ศักยภาพทีมงาน และการสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กร ทั้งหมดนี้ไม่อาจแยกออกจากกันได้ และต่างส่งผลสะท้อนซึ่งกันและกัน ดังนั้น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างองค์กรให้เป็นเอกภาพจึงต้องศึกษาถึงความสัมพันธ์ของประเด็นเหล่านี้

ความไม่มั่นคงทางอารมณ์

จากข้อสรุปข้างต้นบุคคลจึงแสวงหาคุณค่าและความหมายเพื่อความสุขและความมั่นคงของชีวิต แต่ในหลายกรณีบุคลลกลับซึมเศร้าถดถอยท้อแท้ ภายในอ่อนแอ ไม่มั่นคง หวั่นไหว ขาดภูมิต้านทาน นำไปสู่การขาดความมั่นคงทางอารมณ์ และสาเหตุหลักก็เพราะบุคคลไม่เห็นคุณค่าตนเอง

ภาวะดังกล่าวมักแสดงออกมาในรูปของขาดการความมั่นใจ ไม่กล้าแสดงออก กลัวผิด ทั้งๆ ที่มีความคิดดีๆ แต่กลัวว่ามันจะไม่เข้าท่า บ่อยครั้ง ชอบเปรียบเทียบ รู้สึกว่าตนเองด้อยกว่า สู้คนอื่นไม่ได้

บางครั้ง รู้สึกว่าตนไม่ได้รับการยอมรับ ทำไมไม่มีใครเข้าใจเลย บางครั้งแสดงความยินดีกับผู้ที่ประสบความสำเร็จ แต่ภายในกลับรู้สึกกัดกินใจตนเอง บางคนชอบคุยข่ม ตีตรา ตัดสินคนอื่น มองคนอื่นด้อยกว่า

บางคนติดความสมบูรณ์แบบ ทำอะไรต้องเป๊ะ เมื่อไม่ได้ดังใจ ก็หงุดหงิด บางคนคิดวิตกจริต คิดมาก ขี้โมโห ชอบเหวี่ยงใส่คนอื่น ใช้อารมณ์ตัดสิน บางคนประสบความสำเร็จอย่างสูงในหน้าที่การงาน แต่ต้องจ่ายด้วยราคาแพงที่บ้าน ชีวิตครอบครัวขาดสมดุล ไม่เข้าใจกัน ไม่มีความสุข กลับมาถามตนเองว่าคุ้มไหม แน่นอนว่าผลที่ตามมาคือ ศักยภาพในการทำงานย่อมลดลง อีกทั้งความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานก็เสียหาย และบ่อยครั้งก็ไประบายออกที่บ้าน สร้างปัญหาต่อเนื่อง ทำให้ที่บ้านไม่มีความสุข ตนเองก็รู้สึกเหนื่อยล้า ประเด็นทั้งหมดเหล่านี้ นอกจากจะทำร้ายตนเองแล้ว ยังทำลายในทุกความสัมพันธ์ด้วย นำไปสู่การขาดภาวะผู้นำ และไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ไปในแนวทางเดียวกันได้ และเป็นเหตุผลหลักต่อภาวะถดถอยของศักยภาพของบุคลากรในองค์กร ไม่สามารถผลักดันศักยภาพภายในตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ องค์กรก็เสียหาย ตนเองก็เสียโอกาส

ทางออกของปัญหาภาวะผู้นำ

เมื่อมองย้อนกลับไปว่าอะไรคือเหตุ เราพบว่ารากของปัญหาที่แท้จริงคือ การที่บุคคลไม่เห็นคุณค่าในตัวตนของตนเอง มันเป็นภาพเชิงลบที่ตนมีต่อตนเองที่สะท้อนออกมา เป็นความรู้สึกผิดที่เกาะกัดกินใจตนเองมายาวนาน ส่งผลเป็นภาวะขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ศักยภาพตนเองก็ถดถอยและไม่สามารถนำผู้อื่นและทีมงานได้ ดังนั้น ทางออกของปัญหาจึงต้องเริ่มต้นด้วยการเห็นคุณค่าในตนเอง มันคือการยอมรับตนเอง การให้อภัยตนเอง เข้าใจตนเอง เมื่อนั้นตนเองจึงเข้มแข็ง เมื่อตนเข้มแข็งจึงนำตนเอได้เมื่อนำตนเองได้ จึงมีภาวะผู้นำ จึงสามารถนำทีมงานและสร้างความเข้มแข็งของทีมงานได้ โดยพิจารณาถึงความจริงที่ว่าในขณะที่บุคคลกำลังมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันนั้น ที่แท้จริงแล้วตัวตนของทั้งสองกำลังโต้ตอบกันอยู่ และการที่ทีมงานจะเข้มแข็งได้ตัวตนต้องได้รับการยอมรับ 

การยอมรับที่ว่านี้ มันคือการยอมรับในคุณค่าและความหมายชีวิตของอีกฝ่ายหนึ่งนั่นเอง กล่าวคือ มันคือการเห็นคนมีชีวิตอย่างมีคุณค่า มิใช่เพียงแค่วัตถุ และ “ใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” นั่นคือ หากใครจะให้ฉันยอมรับ (เขามีภาะผู้นำ) เขาต้องเห็นคุณค่าและยอมรับในตัวฉันเสียก่อน เพราะที่สุดของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันคือ การสร้างความเจริญงอกงามให้เกิดขึ้นในคนที่เราสัมพันธ์ด้วย ภาวะนี้จึงจะนำไปสู่ความเข้าใจ ความไว้วางใจกัน เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธา การทำงานจึงมุ่งเป้าหมายเดียวกัน จึงทำงานอย่างสอดคล้องกัน สร้างการมีส่วนร่วม ยื่นมือ เกื้อกูล เสียสละ หลอมรวมให้ไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว เมื่อนั้นทีมงานก็จะเข้มแข็ง ดังนั้น ความเข้มแข็งของทีมงานที่พร้อมจะระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่จะเป็นจริงได้ ก็ด้วยการเห็นคุณค่าในคนที่เรามีสัมพันธ์ด้วย นั่นเอง

ท่านในฐานะผู้นำ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้มแข็ง ความเชื่อมั่น ความมั่นคงทางอารมณ์ให้กับตนเอง ด้วยการเห็นตนเองมีค่า เพื่อยกระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำทีงานให้สามารถระเบิดศักยภาพจากภายใน ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีส่วนร่วมและสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน อย่างเป็นหนึ่งเดียว มีเอกภาพ

IHOP แพนเค้กแบรนด์ดังกับเมนูเติมพลังสุดอร่อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/636451

วันที่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 08:25 น.IHOP แพนเค้กแบรนด์ดังกับเมนูเติมพลังสุดอร่อยIHOP เสิร์ฟสารพันความอร่อยทั้งคาวหวาน ส่งเมนูใหม่เอาใจสายหวานกับช็อกโกแลตเฮเซลนัท อร่อยฟินชิ้นเดียวไม่พอ พร้อมรังสรรค์เมนูพิเศษเขย่าขวัญรับฮาโลวีน Haunted WEB Kids Combo

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

เชื่อเลยว่าหนึ่งในร้านที่ครองใจเหล่าแพนเค้กเลิฟเวอ่ร์ต้องมีชื่อ IHOP (ไอฮอป) แพนเค้กแบรนด์ดังระดับโลกจากอเมริกาที่การันตีด้วยคุณภาพและรสชาติที่ครองใจนักชิมทั่วโลกมายาวนานกว่า 60 ปี รีวิวกินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ครั้งนี้ เราจึงขอมาเช็กอินฟินกับของอร่อยกันที่ร้าน IHOP ในศูนย์การค้าเมกาบางนา ที่สุดของแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์ของคนกรุงเทพฝั่งตะวันออก

ชื่อเรียกคุ้นปาก IHOP มาจากคำว่า International House Of Pancakes ก่อตั้งในปี 1958 สำหรับคนที่เคยไป Work&Travel ที่อเมริกาน่าจะรู้จักคุ้นเคยกับ IHOP เป็นอย่างดีเพราะมักเป็นสถานที่ฝากท้อง ไม่ว่าจะมื้อเช้า สาย บ่าย ดึก ส่วนเอกลักษณ์ของร้านคือความอบอุ่นแบบครอบครัว ด้านเมนูก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งแพนเค้กคาว-หวาน และอาหารอื่นๆ รวมทั้งเครื่องดื่มซาบซ่า ชา กาแฟ นมสด

เริ่มกันที่เมนูใหม่เอาใจแพนเค้กเลิฟเว่อร์และช็อกโกแลตเฮเซลนัทด้วย Chocolate Hazelnut Pancake (190 บาท) อร่อยกับช็อกโกแลตเฮเซลนัทแพนเค้กหนานุ่มสูตรเฉพาะของ IHOP สอดไส้ช็อกโกแลตเฮเซลนัทด้านในให้อร่อยเต็มคำ และ Mini Original Buttermilk Pancake  with Chocolate Hazelnut (190 บาท) บัตเตอร์มิลค์แพนเค้กขนาดพอดีคำเสิร์ฟพร้อมกับช็อกโกแลตเฮเซลนัทดิปครีมให้อร่อยกันตั้งแต่ชิ้นแรกถึงชิ้นสุดท้าย

ต่อที่เมนูพิเศษที่จะมาเขย่าความหลอนต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน (26 – 31 ตุลาคมนี้เท่านั้น) กับ Haunted WEB Kids Combo (195 บาท) แพนเค้กบัตเตอร์มิลค์เนื้อหนานุ่มลายสไปเดอร์เว็ป ท็อปด้วยวิปครีมแสนอร่อยสีพิเศษเฉพาะฮาโลวีนนี้  เสิร์ฟพร้อมสครัมเบิ้ลเอ้ก เบคอนกรอบ และไส้กรอก

ฟินกันต่อกับ CHOCOLATE CHOCOLATE CHIP เมนูที่นำเอาแพนเค้กช็อกโกแลตรสชาติเข้มข้นมาสอดแทรกด้วยช็อคโกแลตชังค์เม็ดโต เมื่อโดนความร้อนจะละลายและทำให้แพนเค้กฉ่ำด้วยซอสช็อกโกแลตที่ซ่อนอยู่  เสิร์ฟพร้อมวิปครีม ปิดท้ายด้วยซอสช็อกโกแลตเข้มข้นที่ราดมาอย่างสวยงาม Italian Cannoli เมนูอินเตอร์เนชั่นแนลแพนเค้กที่มีรูปทรงคล้ายเรือจึงถูกเรียกว่า Cannoli ที่นำบัตเตอร์มิลค์แพนเค้กแสนอร่อยมาในรูปแบบม้วนสอดไส้ด้วยริคอตต้าครีม ซ่อนความเปรี้ยว หอมแทนเจอรีไว้ แถมยังมีช็อกโกแลตชิพกรุบกรอบ  และ Strawberry Banana French Toast ขนมปังเฟรนช์โทสหนานุ่มหอมเนยที่เสิร์ฟมาพร้อมสตรอว์เบอร์รี่ กล้วยหอม ท็อปด้วยวิปปิ้งครีม

เติมพลังด้วยเมนู Breakfast Sampler ชุดอาหารเช้าแสนอร่อย เสิร์ฟมาทั้งไข่ดาว เบคอนทอดกรอบ ไส้กรอกหมู แฮม และแฮชบราวน์ มันฝรั่งทอดแสนอร่อยที่กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมกับบัตเตอร์มิลค์แพนเค้ก Country Omelette ออมเล็ตแผ่นนุ่มสูตรพิเศษที่นำมาห่อกับแฮม แฮชบราวน์ หัวหอม และเชดดาชีส แล้วท็อปซาวครีมด้านบน และเมนู Appetizer Sampler เซตรวมเมนูทอดแสนอร่อย ที่กรอบนอกนุ่มใน มีให้ได้ลิ้มรสทั้งไก่ทอดกรอบ มอนสเตอร์มอสซาสติ๊ก และออเนียนริงส์ หอมทอดชิ้นใหญ่ ทานคู่กับซอสฮันนี่มัสตาร์ด และซอสมารินารา

คนรักเส้นต้องชอบเมนูสปาเก็ตตี้พอร์คบอลซอสมะเขือเทศ (Thai Style Pork Ball Pasta) พาสต้าหมูก้อนหมักเครื่องเทศแบบไทยในซอสมะเขือเทศแบบโฮมเมดใส่กระเทียมและโหระพา และเมนูพาสต้าเบคอนกรอบผัดกระเทียม (Crispy Garlic and Bacon Pasta) พาสต้าเบคอนกรอบผัดกระเทียมและพริกแห้งในน้ำมันมะกอก กลิ่นหอมน่ารับประทาน กรุบกรอบไปด้วยเกล็ดขนมปัง

ส่วนบีฟเลิฟเว่อร์แนะนำเมนู Philly Cheese Steak Stacker แซนด์วิชสเต๊กเนื้อย่างสไตล์อเมริกันที่ใช้เนื้อสันนอกคุณภาพดีนำมาหมักกับเครื่องหมักสูตรพิเศษ เพื่อให้เนื้อนุ่มและรสชาติกลมกล่อมแล้วนำมาย่างจนสุกมาพร้อมกับหอมใหญ่และราดด้วยอเมริกันชีส ตามด้วย Sirloin Tips & Eggs สเต๊กเนื้อย่างสไตล์อเมริกันที่ใช้เนื้อสันนอกคุณภาพดีหั่นเป็นลูกเต๋า และนำไปผัดกับหอมใหญ่และเห็ด เสิร์ฟพร้อมไข่ แฮชบราวน์ และแพนเค้กสูตรเฉพาะของทางร้าน

เบอร์เกอร์แนะนำ Chicken Bacon Griller เบอร์เกอร์ไก่ย่างเนื้อแน่นที่มาพร้อมกับเบคอนแผ่นใหญ่ ชีส หอมแดง แตงกวาดอง ผักกาดหอมและมะเขือเทศ ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ และเมนู The Classic with Bacon เบอร์เกอร์เนื้อย่างที่มาพร้อมกับเบคอนแผ่นใหญ่ ชีส หอมแดง แตงกวาดอง ผักกาดหอมและมะเขือเทศ ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ

นอกจากนี้ IHOP ยังมีทีเด็ดเป็นอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน ถูกปากคนไทยสุดๆ อย่างเมนูข้าวผัดคลุกกะเพราเนื้อ (Fried Rice with Holy Basil and Thai Herb with Beef) ข้าวผัดกระเพรากลิ่นหอมแบบไทยที่จัดเต็มทั้งเครื่อง เนื้อสุดพรีเมี่ยม และรสชาติแซ่บ ที่มาพร้อมไข่ดาวเยิ้มๆ ด้านบน หรือจะลองเป็น เมนูข้าวหน้าหมูก้อนทอดกระเทียมพริกไทย (Thai Style Pork Ball with Pepper and Garlic) ข้าวหอมมะลิร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมหมูก้อนทอดสไตล์ไทย ที่คลุกเคล้าพริกไทยและกระเทียมจนได้รสชาติกลมกล่อม

ตบท้ายด้วยเครื่องดื่ม IHOP Splasher น้ำตระกูล Splashers ที่ผสมผสานความเปรี้ยวและหวานของน้ำผลไม้ได้อย่างลงตัว และยังผสมกับความซ่าของสไปร์ท พร้อมความอร่อยของเนื้อผลไม้ อาทิ Splash Berry น้ำสตอรว์เบอรี่พร้อมเนื้อผลไม้ที่ให้รสชาติของความ เปรี้ยวผสมกับความหวานของน้ำส้ม, Tropical island twist น้ำกลิ่นเลมอนที่ให้คิดถึงหน้าร้อนและความซ่าของสไปร์ทจะทำให้รู้สึกสดชื่นไปพร้อมกัน

*พิเศษสำหรับลูกค้าที่พาคุณหนูๆ (ส่วนสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร) มาด้วย เพียงสั่งอาหารเมนูใดก็ได้ครบ 200 บาทขึ้นไป รับ “Haunted WEB Kids Combo” ทันที

IHOP พร้อมเสิร์ฟแล้วที่ชั้น L1 โซน Foodwalk ศูนย์การค้าเมกาบางนา ตั้งแต่เวลา 10:00-21:00 น. สอบถามโทร. 06-5526-5584 หรือสั่งผ่าน ไอฮอป เดลิเวอรี่สโตร์ ทั้ง 2 สาขา ได้แก่ IHOP Delivery Store สาขาสุขุมวิท-อุดมสุข ตั้งแต่เวลา 08:00-17:00 น. โทร. 06-1423-6368 และ IHOP Delivery Store สาขาพระราม 4 ตั้งแต่เวลา 08:00-17:00 น. โทร. 06-1412-6881 เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ihopTH/

อบอุ่นกลางขุนเขา เคล้าลมหนาวทะเลหมอก @แกรนด์ กกกอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/636396

วันที่ 25 ต.ค. 2563 เวลา 09:50 น.อบอุ่นกลางขุนเขา เคล้าลมหนาวทะเลหมอก @แกรนด์ กกกอดรีวิวกินเที่ยวเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ รับลมหนาว ชมวิวทะเลหมอกบนสกายวอล์คกระจก ดูอาทิตย์ตก 360 องศา นั่งนับดาวในที่พัก 5 ดาว “แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท” สวรรค์บนดินถิ่นทะเลภูเขา

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ทริปนี้ เป็นอีกประสบการณ์ดีๆ ที่ให้เล่ากี่ทีก็ยังไหว เพราะความอบอุ่นริมเขาท่ามกลางทะเลหมอก @แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท (Grand KokKod Khaokho Resort) และเสน่ห์ของทิวเขาทอดยาวราวไม่มีที่สิ้นสุด บนจุดชมวิวที่เห็นได้จากในห้องพักทำให้ใครๆ ต่างก็หลงรักที่นี่ได้ง่ายๆ

เช่นเดียวกับคุณยุทธ ศิริยุทธ และคุณพอลล่า พรลไดน์ สิริยุทธพงศ์ สามีภรรยาที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของเขาค้อ แหล่งโอโซนที่เที่ยวได้ทั้งปีไม่มีฤดูร้อน และโอกาสเห็นทะเลหมอกกว่า 70% จนต่อยอดเป็นธุรกิจที่พักระดับ 5 ดาว ด้วยจุดแข็งของโลเคชั่นบนระดับความสูงจากน้ำทะเล 888 เมตร สำหรับ Grand Lobby ล็อบนี้ที่สะดวกสบายที่สุด ใหญ่ที่สุด และวิวดีที่สุดในเขาค้อ จุดเช็กอินแรกที่ประดับด้วยดอกไม้รับกับความแกรนด์ด้วยสีทอง และคลื่นพลิ้วไหวบนเพดานที่เปรียบดั่งคลื่นของทะเลหมอก ก้าวแรกของทุกก้าวแห่งความอบอุ่นต่อจากนี้

อบอุ่นเพราะแนวคิด

“กกกอด” คือการสวมกอดมอบความรักให้กันและกันในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น แค่ชื่อก็เผยความอบอุ่นกรุ่นไอรักให้นักเดินทางที่มาเยือนสัมผัสได้ เติมความ “แกรนด์” ด้วยวิวที่ยิ่งใหญ่ บวกกับห้องพักที่มีขนาดใหญ่เอาใจนักท่องเที่ยวซึ่งต้องการที่พักสะดวกสบาย พร้อมบริการระดับโรงแรม 5 ดาว แถมทุกห้องสามารถชมวิวทะเลหมอกจากระเบียง เรียกว่าทำมาเพื่อตอบสนอง Luxury Lifestyle ได้อย่างดีเลยทีเดียว

อบอุ่นเพราะความใส่ใจ 

เพราะทุกรายละเอียดผ่านการคิดและเลือกสรรโดยผู้หญิงเก่งอย่างคุณพอลล่า สิ่งที่ออกมาจึงกล่าวได้ว่าเพอร์เฟ็กต์ ที่แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท ปัจจุบันมีห้องพักให้บริการ 20 ห้อง ทุกห้องเป็นเตียง King Size เพียงเปิดประตูก็ประทับใจกับห้อง Executive Suite 4 ห้อง 4 สไตล์ ที่มีซาวน่าเติมความอบอุ่น ภายในห้องพักสุดหรูที่ตกแต่งด้วยโทนสี ดอกไม้ ของประดับ รวมถึงกลิ่นของห้องที่ให้อารมณ์แตกต่างกัน เพราะลูกค้าของที่นี่มักประทับใจและกลับมาใช้บริการซ้ำ ห้องพักจึงถูกคิดมาให้ไม่ซ้ำกันเพื่อเรียกความตื่นเต้นทุกครั้งที่มาใช้บริการ

อบอุ่นเพราะถูกโอบล้อม

นอกจากระดับความสูงที่ 888 เมตรจากน้ำทะเลแล้ว ที่แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท ยังมีจุดเด่นคือถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสีเขียว และหากยืนอยู่บนสกายวอล์คพื้นกระจกใส จากจุกนี้จะสามารถชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ตกดินได้แบบ 360 องศา และหากอยู่บน Rooftop Bar & Restaurant บนความสูง 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล จะมีฉากด้านหน้าเป็นหมอกลอยสีขาวสลับกับยอดเขาสีเขียว นั่งทานอาหารพร้อมมองวิวหลักล้าน สำราญสุดๆ

อบอุ่นอิ่มท้องเพราะมื้ออาหารสุดอร่อย

แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท พร้อมให้บริการมื้ออาหารสุดอร่อยบนดาดฟ้าที่ Grand KokKod Rooftop Bar & Restaurant ให้บริการอาหารเช้าในรูปแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติ และอาหารเย็นที่ครบครันทั้งอาหารไทยและอาหารอินเตอร์ รังสรรค์โดยเชฟต๋อง-วรพงศ์ แตงทอง เมนูอาหารไทย อาทิ ไก่ทอดซอสมะขาม ยำกุ้งฟู ต้มแซ่บซี่โครงหมูอ่อน บล็อคโคลี่ผัดกุ้ง พะแนงคอหมูย่าง ปลาหมึกผัดไข่เค็ม หมูสามชั้นทอดน้ำปลา อาหารฝรั่งแนะนำ สลัดอโวคาโด้ ชิกเก้นบอล  กุ้งค็อกเทล ซุปเห็ด สเต๊กปลากะพงราดซอสลูกแพร พร้อมทั้งมีเครื่องดื่มค็อกเทล ม็อกเทล และน้ำผลไม้ให้บริการ

นอกจากนี้ ยังมีคาเฟ่เก๋ๆ บริเวณ Grand Lobby อย่าง 80.8.8 คาเฟ่ (เอ็ดตี้เอ็ดเอ็ด คาเฟ่) ชื่อที่มาจากละติจูดความสูงจากระดับน้ำทะเล คาเฟ่น่ารักที่มีมุมถ่ายรูป พร้อมเครื่องดื่มร้อนเย็น และขนมเค้ก ในราคาน่ารักๆ อาทิ ชาเขียวลาเต้ 88 บาท มะนาวโซดาน้ำผึ้ง 88 บาท  และเค้กช็อกโกแลต 88 บาท!!

อบอุ่นใจเพราะระบบน้ำ-ไฟ และมาตรฐานความปลอดภัยแบบ New Normal

ไม่ว่าที่ไหนจะน้ำไม่ไหล ไฟไม่ติด แต่ที่แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท อุ่นใจได้เลยว่าไม่มีปัญหาเรื่องเหล่านี้อย่างแน่นอน เพราะเรื่องน้ำที่นี่มีระบบสำรองน้ำ ระบบกรองน้ำและวัดค่าคุณภาพน้ำ อีกทั้งยังมีเครื่องปั่นไฟและระบบสำรองไฟฟ้าเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้ไฟและน้ำอุ่นได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งความอุ่นใจด้วยบริการที่สอดรับกับยุค New Normal ด้วยมาตรฐาน “Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA)” เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งยังฟิตเนสให้ออกกำลังกายคลายหนาว

อบอุ่นเพราะใกล้ที่เที่ยว

นอกจากที่พักสบาย แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท ยังสะดวกในการเดินทางไปเที่ยวชมสถานที่ท็อปฮิตบนเขาค้อ ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ ทุ่งกังหันลมเขาค้อ พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว หรือแวะชิมของอร่อยขึ้นชื่อเมืองเพชรบูรณ์อย่างขนมจีน 7 สี ก็ไม่ไกลจากที่พัก

โปรโมชั่นห้องพัก

อยากสัมผัสความอบอุ่นเหล่านี้ ไปกันได้ที่ แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท เลขที่ 333 หมู่ 12 อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270 โทรศัพท์ 089-888-8838 ติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.GrandKokKodKhaokho.com เฟชบุ๊ค Grand KokKod Resort และอินสตาแกรม GrandKokKod

Wah Lok เสิร์ฟความอร่อยระดับตำนาน รสจัดจ้านสไตล์กวางตุ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/636052

วันที่ 21 ต.ค. 2563 เวลา 11:40 น.Wah Lok เสิร์ฟความอร่อยระดับตำนาน รสจัดจ้านสไตล์กวางตุ้งWah Lok (วาล็อค) ตำนานความอร่อยของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งจากสิงคโปร์ เปิดบริการแล้วที่โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท

โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท มุ่งสู่ความเป็นเลิศในเรื่องของอาหารด้วยการยกห้องหารชื่อดังคู่คาร์ลตัน สิงคโปร์ มาไว้ในโรงแรม เอาใจนักชิมทั่วฟ้าเมืองไทย ด้วยร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งชื่อดัง วาล็อค (Wah Lok) บรรยากาศภายในตกแต่งสไตล์ฮ่องกง รองรับแขกได้กว่า 200 คน รวมห้องวีไอพีสำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เหมาะทั้งประชุมทางธุรกิจหรือเลี้ยงสังสรรค์ทางสังคม นำทัพขุนพลชุดขาวที่จะมารังสรรค์ความอร่อยโดยเชฟ Lam Kok Weng (แลม ก๊ก เวง) Executive Chinese Chef ผู้ที่บุกเบิกและคิดค้นเมนูต้นตำรับของร้านอาหารวาล็อคที่โรงแรมคาร์ลตันสิงคโปร์ เมื่อ 30 ปีก่อน

ความแตกต่างของร้าน Wah Lok (วาล็อค) ในกรุงเทพฯ เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง กับแนวคิดการออกแบบและสไตล์การตกแต่ง เริ่มจากงานศิลปะลายน้ำสีซีเปียบนพื้นผนังบริเวณทางเข้าด้านหน้า ให้คุณได้สัมผัสถึงกลิ่นไอของเมืองเซี่ยงไฮ้ในอดีต ก่อนเข้าสู่บรรยากาศภายในที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถันแบบร่วมสมัย มีความกว้างขวาง โอ่โถง มีห้องวีไอพี 4 ห้อง ที่ผสมผสานการตกแต่งแบบแบบดั้งเดิมให้กลมกลืนกับความทันสมัย เหมาะสำหรับการเจรจาธุรกิจระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน การพบปะสังสรรค์กับเพื่อนและครอบครัว หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ทางสังคมที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

เมนูแนะนำ อาทิ เป็ดปักกิ่ง (1,600 ++ บาท) ปลาหิมะอบซอสสมุนไพร (780 ++ บาท) เต้าหู้วาล็อคซอสเอ็กซ์โอ (ราคา 360 ++ บาท) เกี๊ยวทะเลเนื้อปู กุ้ยช่ายเจี๋ยน ขนมปักกาดผัดซอสเอ็กซ์โอ หอยเชลล์และกุ้งผัดซอสทรัฟเฟิล เนื้อสันในออสเตรเลียผัดน้ำมันหอย มะเขือยาวไก่สับปลาเค็มซอสพริกเสฉวนหม้อดิน หนังปลากรอบผัดซอสไข่เค็ม ซึ่งบางเมนูมีเสิร์ฟเฉพาะ Wah Lok ที่กรุงเทพฯ เท่านั้น

นอกจากนี้ ที่ Wah Lok กรุงเทพฯ ยังมีติ่มซำรสเลิศที่โดดเด่นให้เลือกลิ้มลอง อาทิ ก๋วยเตี๋ยวหลอดฟองเต้าหู้กุ้งกรอบ (180++ บาท) ฮะเก๋ากุ้งบีทรูท (140++ บาท) เกี้ยวหูฉลามทรงเครื่อง (220++ บาท) เกี๊ยวไก่เนื้อปูดอกถั่งเช่า (120++ บาท) เกี้ยวเจนึ่งน้ำมันทรัฟเฟิล (120++ บาท) ฟองเต้าหู้ทรงเครื่องราดซอสเป๋าฮื้อ เปาะเปี๊ยะเนื้อปูซอสพริกสิงคโปร์ พายซีฟู้ดไก่ ซาลาเปาครีมไส้ไหล และอีกมากมายที่รังสรรค์โดยเชฟติ่มซำเชื้อสายจีนจากมณฑลกวางตุ้ง เชฟ ไว หลง หว่า (Wai Long Waa) ผู้มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการทำติ่มซำจากโรงแรมชั้นนำระดับนานาชาติมารังสรรค์สารพันเมนูติ่มซำให้ท่านได้สัมผัสความอร่อยในแบบฉบับของ Wah Lok

อยากสัมผัสรสชาติความอร่อยแบบนี้ มากันได้ที่ห้องอาหาร Wah Lok (วาล็อค) ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งขนานแท้ ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท เปิดบริการทุกวันพุธ–วันอาทิตย์ มื้อกลางวัน ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น. และมื้อเย็นตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02-090-7888

เมื่อวัตถุดิบออร์แกนิคจากทั่วโลกถูกส่งตรงสู่เมนูหรูใจกลางกรุง ณ ออกานิก้า คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/635952

วันที่ 20 ต.ค. 2563 เวลา 08:11 น.เมื่อวัตถุดิบออร์แกนิคจากทั่วโลกถูกส่งตรงสู่เมนูหรูใจกลางกรุง ณ ออกานิก้า คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองท์รื่นรมย์ใน Glass House สีเขียวใจกลางสุขุมวิท พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูสุขภาพครั้งใหม่ ภายในแนวคิด “Into The Woods” by ORGANIKA โดยศรีริต้า เจนเซ่น

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ครั้งนี้พามาที่ย่านสุขุมวิท แม้ภาพติดตาคือรถไฟฟ้ากับบรรดาตึกสำนักงาน โรงแรม ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรี แต่ใจกลางความศิวิไลซ์แห่งนี้ มี Glass House สวนสีเขียวในเรือนกระจกซ่อนอยู่บนชั้น 6 โครงการพิมาน 49 ให้คนกรุงไปปรุงแต่งความสุขแบบสุดแสนจะร่มรื่น พร้อมสัมผัสประสบการณ์ด้านความอร่อยใหม่ๆ ภายใต้ชื่อ ออกานิก้า คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองท์

จุดเด่นของที่นี่คือบรรยกาศที่หาได้ยากใจกลางเมือง เพราะเน้นให้ทุกคนได้รับสัมผัสครบถ้วน เริ่มจากการมองเห็นบรรยากาศสวนสีเขียวผสานความสบายตากับโทนสีขาวและเพดานสูงโปร่ง เปิดรับแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านกระจกใส คลอดเสียงดนตรีสุดไพเราะ พร้อมรับกลิ่นสัมผัสไปจนถึงรสชาติของอาหารและเครื่องดื่มที่ภูมิใจนำเสนอ

ร้านออกานิก้า คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองท์ มีว่าที่คุณแม่ ศรีริต้า เจนเซ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออกานิก้า เฮ้าส์ จำกัด เป็นผู้ก่อตั้งและบริหาร โดยสิ่งที่ใส่ใจมากที่สุดคือ “สุขภาพ” จึงจริงจังกับวัตถุดิบที่เลือกใช้ ซึ่งครั้งนี้ได้ที่ปรึกษาด้านอาหารชาวสิงคโปร์ที่ผ่านการทำงานกับร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์มาเป็นผู้ดูแลคิดค้น โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิกทั้งหมด ทั้งเพื่อความสดใหม่ คุณภาพของอาหาร และรสชาติที่ยังต้องอร่อยได้มาตรฐาน โดยทางร้านได้เลือกสรรวัตถุดิบออร์แกนิคชั้นเลิศที่ได้มาด้วยกรรมวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บรรจงปรุงอย่างพิถีพิถัน ทำให้เมนูอาหารของออกานิก้าได้รับคำชื่นชมจากผู้ที่เคยลิ้มลองเสมอมา 

สำหรับประสบการณ์ความอิ่มอร่อยด้วยเมนูสุขภาพครั้งใหม่ของออกานิก้า มาในแนวคิด “Into The Woods” by ORGANIKA เน้นความเป็นธรรมชาติของวัตถุดิบจากแหล่งผลิตทั่วทุกมุมโลก ให้รสชาติของวัตถุดิบพาผู้ที่ลิ้มลองหวนระลึกถึงดินแดนที่ไกลแสนไกล มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่ม

เมนูแนะนำ

Spicy Mixed Shrimp Pasta (450 บาท)

Roast Baby Chicken ( 520 บาท)

Beef Burger (300 บาท) 

เครื่องดื่ม

Yuzu Soda Espresso (145 บาท)

Charcol Milk Foam Latte (155 บาท)

Irish coffee (295 บาท) 

ของหวาน 

Whole Apple Crumbles (350 บาท)

Strawberry Vanilla Crepe (315 บาท)

ตามไปลิ้มลองอาหารรสเลิศที่ปรุงด้วยวัตถุดิบชั้นดีเพื่อสุขภาพ กับเมนู “Into The Woods” ได้ที่ ออกานิก้า คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองท์ ในโครงการพิมาน 49 (สุขุมวิท 49) ได้ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.organikahouse.com หรือที่ www.facebook.com/organikahouse , Instagramอินสตาแกรม organikahouse และ Line : @organikahouse

อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับส่งท้ายฤดูใบไม้ร่วง @ห้องอาหารยามาซาโตะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/635956

วันที่ 20 ต.ค. 2563 เวลา 08:10 น.อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับส่งท้ายฤดูใบไม้ร่วง @ห้องอาหารยามาซาโตะห้องอาหารยามาซาโตะ ชวนทุกคนมาลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับส่งท้ายฤดูใบไม้ร่วงที่ประเทศญี่ปุ่น

ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ห้องอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (MICHELIN Plate) จาก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2563 ฉบับกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และพังงาต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ชวนทุกคนมาลิ้มลองอาหารชุดพิเศษเพื่อส่งท้ายฤดูใบไม้ร่วงที่ประเทศญี่ปุ่น ให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ระหว่างวันที่ 1-22 พฤศจิกายน 2563

ช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นเดือนส่งท้ายฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวในประเทศญี่ปุ่น เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ห้องอาหารยามาซาโตะ ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีที่ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานช่วงฤดูกาลนี้ อาทิ ปลาแมคเคอเรล ปลาซันมะ ปลาเคปลิน เกาลัด และลูกพลับ นำมารังสรรค์เป็นอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับชุดพิเศษ ให้บริการทั้งมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ

โดยอาหารชุดมื้อกลางวันราคาชุดละ 1,600++ บาท อาหารน่ารับประทาน ได้แก่ ลูกพลับย่างรับประทานกับกุ้ง ปลาหมึก เห็ดไมทาเกะ ราดซอสน้ำส้มสายชูกับไข่แดง ซุปปลาแมคเคอเรล ใส่เห็ดชิเมจิ ซาชิมิชั้นดี 5 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาหางเหลือง กุ้งหวาน ปลาซันมะ หอยปีกนก) ปลากะพงขาวย่างซอสหอยนางรมผสมมิโซะ เนื้อปลาซันมะบดตุ๋นกับเห็ดชิทาเกะ แครอท หัวไชเท้าและขิง เทมปุระกุ้ง ปลาเคปลิน และผักญี่ปุ่น ข้าวญี่ปุ่นหุงด้วยใบชาคลุกเคล้ากับเนื้อปลาแซลมอน โรยด้วยไข่ปลาแซลมอน ใบโอบะ สาหร่ายทะเล เสิร์ฟพร้อมซุปมิโซะ ปิดท้ายมื้อกลางวันด้วยพุดดิ้งเกาลัดญี่ปุ่น ราดซอสถั่วแดงและชาเขียว เป็นขนมหวาน

ส่วนมื้อค่ำให้บริการเป็นอาหารชุด “ไคเซกิ” ซึ่งเป็นรูปแบบการให้บริการอาหารชุดแบบราชสำนักญี่ปุ่น ราคาชุดละ 4,700++ บาท ประกอบไปด้วยอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับหลายรายการ ได้แก่ ฟองเต้าหู้สดกับไข่หอยเม่น และดอกกระเจี๊ยบญี่ปุ่นราดซอสสูตรพิเศษ กุ้งและหอยเชลล์ตุ๋นสาเก มะเขือเทศ หัวไชเท้าดองหวาน เห็ดไมทาเกะและถั่วปากอ้าญี่ปุ่น ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ ซุปลูกชิ้นหอยนางรม สาหร่ายและเห็ด ปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด (ปลาทูน่า ปลาซันมะ ปลาหางเหลือง กุ้งหวาน) เนื้อปลาแมคคอเรลสเปนย่างกับซอสมิโซะมายองเนสเสิร์ฟกับเนื้อย่างซอสเทอริยากิ พริกหวานและผักญี่ปุ่น ตามด้วยเนื้อปลาแมคเคอเรลตุ๋นซอสมิโซะและผักญี่ปุ่นนานาชนิด เทมปุระปูหิมะ ปลาเคปลิน และผักต่าง ๆ แล้วจึงให้บริการเส้นหมี่น้ำญี่ปุ่นหน้าเนื้อปลาซาร์ดีนเสิร์ฟพร้อมกับข้าวห่อสาหร่ายไส้ผักดองญี่ปุ่น ก่อนที่จะเสิร์ฟขนมหวานเป็นพุดดิ้งรสเกาลัดญี่ปุ่น ราดซอสถั่วแดงและชาเขียว

อาหารชุดพิเศษเพื่อส่งท้ายฤดูใบไม้ร่วงที่ประเทศญี่ปุ่นให้บริการระหว่างวันที่ 1-22 พฤศจิกายน 2563 มื้อกลางวันให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 14.30 น. ราคาชุดละ 1,600++ บาท และมื้อค่ำให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. ราคาชุดละ 4,700++ บาท

ห้องอาหารยามาซาโตะ ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 687 9000 หรือ yamazato@okurabangkok.com

10 คาเฟ่เก๋ๆ ร่วมอิ่มบุญกับเครื่องดื่มเมนูเจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/635786

วันที่ 18 ต.ค. 2563 เวลา 13:20 น.10 คาเฟ่เก๋ๆ ร่วมอิ่มบุญกับเครื่องดื่มเมนูเจเอาใจสายชิล พาส่อง 10 คาเฟ่สุดชิค! ฟินไปกับเครื่องดื่มเมนูเจรังสรรค์ด้วยนมถั่วเหลืองไม่ผสมนมผง Benefitt Soy Barista

เทศกาลเจปีนี้ สายชิลที่ทานเจไม่ควรพลาดมา Check in “10 คาเฟ่สุดชิค” ผ่อนคลายไปกับคาเฟ่สวยๆ ถ่ายรูปเก๋ๆ พร้อมฟินกับเครื่องดื่มหลากหลายเมนูเจที่รังสรรค์ด้วย “นมถั่วเหลืองไม่ผสมนมผง Benefitt Soy Barista” ตามไปชิมกันได้เลย

1. Billybillies Cafe and Workshop Studio

พิกัด : BTS สถานีแบริ่ง ตกแต่งร้านแบบ countryside ในประเทศอังกฤษ นอกจากจะมีเครื่องดื่มอร่อยๆ แล้ว ที่ร้านยังมีจัด workshop ต่างๆที่น่าสนใจอีกด้วย

เมนูแนะนำ : “Double Espresso Matcha Soy Milk” ที่ชงด้วย Benefitt Soy Barista เป็นเมนูพิเศษในช่วงเจปีนี้ ใครอยู่ใกล้ๆอย่าลืมไปร่วมลิ้มลองความอร่อย ที่ร้าน Billybillies Cafe กันนะ

2. Chubby Coffee

พิกัด : ซอย ศรีสมุทร 6 สมุทรปราการ

เมนูแนะนำ : “Matcha Cafe Soy Latte” มัทฉะเข้มข้นผสมกับนมถั่วเหลือง Benefitt Soy Barista ความมันและกลิ่นถั่วเหลืองที่หอม ผสมกับเอสเพรสโซ่ ให้รสชาติที่แปลกใหม่แต่เข้ากันได้ดี และ “Soy Mocha” เอสเพรสโซ่ที่ชงผสมกับผงโกโก้ เพิ่มความนุ่มละมุนด้วยนมถั่วเหลือง Benefitt ที่สตรีมให้ร้อนจนเป็นนมที่เนียนนุ่ม ให้รสชาติเข้มข้นที่ผสมรสหวานนิดๆ จากนมถั่วเหลือง Benefitt Soy Barista ปิดท้าย

3. The Vegano Bistro

พิกัด : แยกอุทยานหลวงราชพฤกษ์-คลองชลประทาน ร้านกาแฟและขนมในคอนเซ็ปต์ Plant Base Food เมนูที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ คัดสรรวัตถุดิบทีมีคุณภาพ ใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน

เมนูแนะนำ : “Molton lava chocolate cake with vanilla ice cream” เมนู Recommend ที่ใช้ “Benefitt Soy Barista” เป็นวัตถุดิบหลักมาทำเค้ก เมื่อใช้มีดผ่าตรงกลางตัวเค้ก ช็อกโกแลตกานาชเข้มข้นจะค่อยๆ ไหลลงมา พร้อมเสริฟคู่กับไอศกรีมวานิลาสูตรพิเศษที่ทางร้านทำขึ้นมาเอง

4. กาฟง กาแฟ coffee

พิกัด : สนามฟุตบอล Mz Arena หน้าหมู่บ้านทรัพย์มั่นคง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ร้านกาแฟโครสร้างไม้ ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

เมนูแนะนำ : “ชาเขียวเย็นเจ” เมนูเครื่องดื่มยอดฮิตของทางร้าน ผสมด้วยนมถั่วเหลือง “Benefitt Soy Barista” ใช้แทนนมวัวเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ทานเจ ให้ความเข้มข้นและยังคงกลิ่นหอมๆ ของชาเขียวได้อร่อยลงตัวเหมือนเดิม

5. Li Bing Waffle Parlour

พิกัด : ตลาดน้อย MRT สถานีหัวลำโพง ร้านกาแฟเล็กๆ ที่อยู่ในย่านตลาดเก่า ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง

เมนูแนะนำ : “วาฟเฟิลเจ, เค้กกล้วยหอมเจ, ชาเขียวเย็น” ที่ทางร้านเลือกใช้นมถั่วเหลือง “Benefitt Soy Barista” แทนนมวัว ทอปด้านบนด้วยฟองนมถั่วเหลืองที่นุ่มละมุน

6.ร้านโมริคาเฟ่

พิกัด : ตลาดโคกมะลิ อ.นครหลวง จ.อยุธยา

เมนูแนะนำ บิงซูนมถั่วเหลืองจาก Benefitt Soy Barista

7. ร้าน Cup and Craft

พิกัด : ซอยลาดพร้าว71

เมนูแนะนำ “ลาเต้ คาเฟ่เจ” “แบล็กโกโก้”

8.ร้าน Cafe de Porto

พิกัด : เมืองท่า ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

เมนูแนะนำ “ICT (ไอซีที)”

9.ร้านแป๊ะแก้วชาเย็นมาเลย์

พิกัด : ขายออนไลน์

เมนูแนะนำ “ชามาเลย์สูตรเจ” ต้นตำรับฉบับก๋ง ตั้งแต่ปี 2551

10.ร้าน Stuffed Bistro

พิกัด : หมู่บ้านสัมมากรซอยรามคำแหง 112

เมนูแนะนำ “Matcha Soy coffee, brown sugar syrup” และ “Strawberry soy and coconut milk granola frappe”

ใครที่กินเจ รับรองได้ว่าเจไม่แตก ดื่มอร่อย อิ่มบุญ แถมยังดีต่อสุขภาพ กับเครื่องดื่มผสมน้ำนมถั่วเหลืองที่มีคุณภาพ เบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า ไม่ผสมนมผง ไม่มีกลิ่นถั่วเหลือง รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ให้รสสัมผัสที่นุ่มละมุน แคลลอรี่ต่ำ สำหรับชงกาแฟ ชา และเครื่องดื่มทุกชนิด เพิ่มความอร่อยอีกระดับให้กับเครื่องดื่มแก้วโปรดของคุณ ในช่วงเทศกาลเจปีนี้