เตือนภัยจากการใช้คอนแทคเลนส์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/635314

วันที่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 17:07 น.เตือนภัยจากการใช้คอนแทคเลนส์กรมการแพทย์ โดยรพ.เมตตาฯ เตือนภาวะผิดปกติและโรคที่อาจเกิดจากการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกต้อง ใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกัน เสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย เยื่อบุตาอักเสบ เอดส์ หรืออาจถึงขั้นตาบอดถาวร

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) เตือนภาวะผิดปกติ หรือโรคที่อาจเกิดจากการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกต้อง ใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกัน ทำให้กระจกตาเป็นแผลถลอกอักเสบ ติดเชื้อแบคทีเรีย เยื่อบุตาอักเสบ และอาจติดเชื้อไวรัสเอดส์ โรคตับอักเสบ หรืออาจถึงขั้นตาบอดถาวร

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การใส่คอนแทคเลนส์เพื่อความสวยงาม ทำให้มีดวงตาโตหรือดวงตามีสีสันเป็นที่นิยมในกลุ่มเด็กนักเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้ใหญ่ เนื่องจากสามารถซื้อหาได้ง่าย มีราคาถูก

ปัจจุบันคอนแทคเลนส์มีหลายสีสันแตกต่างกัน กลุ่มที่นิยมจึงแลกกันใช้ในหมู่เพื่อน หรือหาซื้อคอนแทคเลนส์มือสองทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคอนแทคเลนส์เป็นของใช้ที่ควรใช้เฉพาะตัวไม่ควรใช้ปะปนกับคนอื่น เพราะเสี่ยงต่อกระจกตาเป็นแผลถลอก การอักเสบของกระจกตา และเยื่อบุตา

ดังนั้น หากมีความจำเป็นต้องใช้ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อให้ได้คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับดวงต าและได้รับคำแนะนำในการใช้และการดูแลรักษาที่ถูกต้อง หรือหากมีอาการผิดปกติจากการใช้คอนแทคเลนส์ ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที

ทางด้าน นายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้คอนแทคเลนส์ควรปรึกษาจักษุแพทย์และตรวจติดตามทุกปี พบจักษุแพทย์เพื่อตรวจดวงตาและวัดค่าสายตา ผู้ใช้คอนแทคเลนส์ควรทราบถึงวิธีใช้ที่ถูกต้องตามชนิดของคอนแทคเลนส์

เช่น คอนแทคเลนส์รายเดือน ต้องถอดคอนแทคเลนส์แช่น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง คอนแทคเลนส์รายวันใช้ครั้งเดียวทิ้ง และควรพบจักษุแพทย์ทันที หากมีอาการเจ็บ ปวด เคือง ตาแดง มองไม่ชัด มีขี้ตา น้ำตาไหลมาก ตาไม่สู้แสง และไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกับผู้อื่นโดยเด็ดขาด

การใส่คอนแทคเลนส์ร่วมกันอาจเป็นการได้รับเชื้อโรค โดยไม่รู้ตัว เชื้อไวรัสเอดส์ โรคตับอักเสบที่อาจแฝงอยู่ในน้ำตาที่ติดอยู่ในคอนแทคเลนส์ และที่สำคัญไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นานเกิน 8 ชั่วโมง และไม่ควรใส่นอน ไม่ควรใส่ว่ายน้ำ ทั้งนี้หากจะใช้คอนแทคเลนส์ผู้สวมใส่ควรดูตามความเหมาะสม ข้อบ่งชี้ในการใช้ และการดูแลคอนแทคเลนส์อย่างถูกต้อง ถูกหลักทางการแพทย์ เมื่อมีอาการผิดปกติจากการใส่คอนแทคเลนส์ควรปรึกษาจักษุแพทย์ทันที

J Lifestyle กินเจ ไม่จำเจ 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/635300

วันที่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 16:17 น.J Lifestyle กินเจ ไม่จำเจ 2020กินเจแบบมีสไตล์ เซเลบริตี้รุ่นใหม่กลุ่ม ‘New J Lifestyle’ ร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์การกินเจ “แบบไม่จำเจ” ให้ได้อิ่มบุญอิ่มใจกันตลอดเทศกาลกินเจปีนี้

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับเทศกาลกินเจ 2563 ซึ่งเริ่มต้นในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม และสิ้นสุดในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม รวมระยะเวลา 9 วัน เทศกาลถือศีลกินผัก หรือการกินเจ เป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อละเว้นจากการบริโภคเนื้อสัตว์ งดเว้นการเบียดเบียนชีวิตอื่น งดเว้นการกระทำรวมทั้งคำพูด รักษาศีล นอกจากนี้ การกินเจยังมีประโยชน์ด้านสุขภาพอีกด้วย

ซึ่งในปีนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และเซ็นทรัล วิลเลจ ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ จัดแคมเปญ “กินเจ ไม่จำเจ 2020” ระหว่างวันที่ 15-26 ต.ค. 2563 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 33 สาขาทั่วประเทศ เต็มอิ่มกับทัพอาหารเจกว่า 5,000 เมนู ทั้งอาหารเจต้นตำรับ อาหารเจฟิวชั่น ร้านดังระดับตำนาน ร้านสตรีทฟู้ด และวัตถุดิบอาหารเจคุณภาพดี พลาดไม่ได้กับ ‘J Lifestyle’ แนวใหม่ในกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟและโปรโมชั่นพิเศษที่จะมาเพิ่มความเก๋ เท่ ในสไตล์คลีนๆ ให้ J Festival ปีนี้ “ไม่จำเจ” อีกต่อไป

ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์สาวสวยหุ่นเป๊ะ เซเลบริตี้รุ่นใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็นกลุ่ม ‘New J Lifestyle’ ตัวจริง ได้ร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์การกินเจแบบไม่จำเจ ว่า “การกินเจของปอนด์ เราไม่ได้เป็นสายเคร่งอยู่แล้ว จะชอบเลือกทานเมนูใหม่ๆ มากกว่า อย่างเวลามาเดินงานเจที่เซ็นทรัลจะเห็นเลยว่ามีบูธอาหารเจให้เลือกเยอะมาก ทั้งของคาว ของหวาน ขนมทานเล่น ไม่ได้มีแต่เมนูเดิมๆ ที่อาจจะหนักแป้งและไขมัน ปอนด์ว่ามันทำให้เราสนุกที่ได้เลือกเมนูเจกินได้แบบไม่ซ้ำ บางทีอาจจะลืมไปเลยด้วยว่ากำลังทานอาหารเจอยู่ และยิ่งปีนี้ทางเซ็นทรัลก็มีโปรโมชั่นดีๆ White Items จากแบรนด์ชั้นนำมาให้เลือกช้อปด้วย ปอนด์ว่าเป็นอะไรที่สะดวกสบาย มาที่เดียวได้ทำอะไรหลายอย่างเลยค่ะ”

ส่วนทางด้านเทรนเนอร์หนุ่มอารมณ์ดีที่ใส่ใจการดูแลตัวเอง พีเจ-จิรวุฒิ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา กล่าวว่า “ปกติที่บ้านทานเจอยู่แล้ว แต่ตัวพีเจเองจะเลือกทานตามความสะดวก อย่างเราเป็นเทรนเนอร์ก็เลยจะใส่ใจกับการคำนวณแคลอรี่เป็นพิเศษ อย่างปีนี้ที่เซ็นทรัลจัด 10 เมนูไฮไลท์ที่คำนวณแคลอรี่มาให้เลย สะดวกมากๆ เมนูน่าสนใจอย่างเช่น ปลาอินทรีย์ผัดพริกแกง ผมว่าทำได้ออกมาสะดุดตาต่างจากเมนูเจแบบเดิมๆ ซึ่งก็ดูน่าทานมากๆ แม้ว่าจะไม่ใช่ปลาอินทรีย์จริงๆ ก็ตาม ส่วนตัวมองว่าอาหารเจสมัยนี้หาทานไม่ยาก แต่ถ้ามาที่เซ็นทรัลก็จะสะดวกมากกว่า เพราะรวมร้านดังๆ มาไว้ให้แล้ว แถมยังได้เดินดูสินค้า Sports จากแบรนด์ดังๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าครบในแบบ New J Lifestyle เลยครับ”

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า การกินเจของคนรุ่นใหม่จะเป็นการเสพไลฟ์สไตล์มากขึ้น มีการใส่ไอเดีย ความครีเอทีฟต่างๆ เข้าไปทำให้การกินเจเป็นการทำบุญและยังได้ดูแลสุขภาพ ดังนั้น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลในฐานะที่เราเป็น J Lifestyle Destination จึงได้พลิกโฉมให้การกินเจเป็นไลฟ์สไตล์ 360 องศารอบด้านทั้ง Food, Fashion, Sport, และ Home Cooking ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วย Vegan Food เก๋ๆ, อาหารคลีน, อาหารเจฟิวชั่น, แฟชั่นไอเท็มสีขาว รวมไปถึงอุปกรณ์ทำครัวให้เลือกซื้อไปพร้อมกับวัตถุดิบคุณภาพดีเพื่อประกอบอาหารเจที่บ้านก็ยังได้ และสำหรับสายเจดั้งเดิม เราก็ได้ขนทัพอาหารเจต้นตำรับ เมนูเจจากร้านชื่อดังระดับตำนานจากย่านต่างๆ อย่างถนนเจริญกรุง, ตลาดเยาวราช หรือตลาดดังๆ ประจำจังหวัด, รวมถึงกิจกรรมสักการะขอพรพระโพธิสัตว์กวนอิมและบูชาวัตถุมงคลจากศาลเจ้าชื่อให้ได้อิ่มบุญอิ่มใจกันตลอดเทศกาลกินเจปีนี้

4 ไฮไลท์ห้ามพลาดให้กินเจปีนี้ “ไม่จำเจ” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล

1) เซ็ตเมนูเจเพื่อสุขภาพที่ศูนย์อาหาร Central FoodPark ทุกสาขา ซึ่งผ่านการคำนวณแคลอรี่โดยนักโภชนาการ ให้ผู้บริโภคได้เลือกอย่างหลากหลาย อาทิ ลาบเจ 180 กิโลแคลอรี่, ชุดข้าวแกงจืดเต้าหู้ผักกาดขาว 250 กิโลแคลอรี่, ชุดข้าวกับผัดหน่อไม้ฝรั่ง 397 กิโลแคลอรี่ และ ชุดข้าวกะเพราหมูสับเจ 403 กิโลแคลอรี่ เป็นต้น พร้อมตอบรับเทรนด์รักษ์โลกกับส่วนลด 6 บาททันทีเมื่อนำปิ่นโตหรือกล่องใส่อาหารมาซื้ออาหารเจที่ศูนย์อาหารเซ็นทรัล

2) White Fashion Mini Exhibition นำโดยแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ อาทิ Topshop, Uniqlo, Lyn Around, Fred Perry ที่จะมาปฏิวัติการแต่งกายชุดขาวแบบเดิมๆ เปิดประสบการณ์ Fashionista สายเจรูปแบบใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ และเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่

3) โปรโมชั่นพิเศษตอบโจทย์ J Lifestyle เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กลดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาทที่ Power Buy, ช้อปเพลินกับส่วนลด10% หนังสืออาหารเจและอาหารเพื่อสุขภาพจากสำนักพิมพ์แสงแดดและอมรินทร์ Cuisine ที่ B2S, และพบกับ Picked Up Items เสื้อกีฬาและรองเท้า NIKE ที่ Supersports เป็นต้น

4) กิจกรรมกับพันธมิตรธุรกิจ เวิร์คช้อปพิเศษเมนูเจ จาก “ภูเขาทอง” กับ เชฟ “เป่าเป้-เจสสิก้า หวัง” แชมป์คนล่าสุดจากรายการ MasterChef All Stars Thailand เฉพาะที่เซ็นทรัลพลาซา บางนา วันที่ 17 ต.ค. 63 เวลา 14.00 น. และเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 วันที่ 24 ต.ค. 63 เวลา 16.00 น. ร่วมด้วยบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) พบกับบูธจำหน่ายเครื่องดื่ม มินิทเมด สแปลช และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในเครือ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในงาน เพื่อลุ้นรับ Gift Set สุดพิเศษ ที่เซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ และเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี

พลาดไม่ได้เมนูเจและกิจกรรมไฮไลท์ อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ Central Foodhall จัดงาน World of Vegetarian รวมเมนูเจจากร้านดังระดับตำนาน พร้อม Exclusive Menu มากกว่า 100 เมนู พบกับร้านหลงโถว คาเฟ่, เจ๊เอ็งตลาดพลู, เจ๊ทิพย์เต้าหู้ทอดสามย่าน เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 เมนูเจแบบ Street Style และโซนร้านดังระดับตำนานกว่า 10 ร้านที่หากินได้ที่นี่ที่เดียว อาทิ ร้านคั้นกี่น้ำเต้าทอง ถนนเจริญกรุง, ร้านเลี่ยวเลี่ยงเซ้ง ภัตตาคารจีนแต้จิ๋ว 6 แผ่นดิน, ร้านลิ้มอ่วงซุย ติ่มซำสูตรแต้จิ๋ว จากตลาดเยาวราช เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เต็มอิ่มไปกับอาหารเจคาวหวานกว่า 100 เมนูจากร้านค้าชื่อดังเชียงใหม่ ซึ่งจะมารังสรรค์เมนูพิเศษเจฟิวชั่นมากมาย พบกับเมนูไฮไลท์ในงาน อาทิ ข้าวผัดโฮลเกรย์, สไปซีสแปนิชพาสต้า, ผัดไทยดีท็อกซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ เนรมิตสำนักเทพเจ้าสักการะเจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้าต่างๆ ให้ได้ไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี พบกับเมนูไฮไลท์ในงาน อาทิ เต้าหู้ทอดทรงเครื่อง ราดหน้าเจ ส้มตำเจสุดแซ่บ ยำเห็ดเจรสเด็ด เมนูพิเศษที่รังสรรค์โดยเชฟจากโรงแรม เซ็นทารา เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 พบกับเมนูอาหารเจหลากหลาย อาทิ ผัดหมี่เจ ขนมจุ๋ยก๊วยเจ้าเก่าจากเยาวราช ชมการสาธิตวิธีทำขนมหนวดมังกรที่สืบทอดมาแต่โบราณ เซ็นทรัลพลาซา บางนา พบกับร้านอาหารเจชื่อดัง อาทิ ร้านมังกรหลวง, ภัตตาคารจีนฮองมิน, เกาลัดเยาวราช ,ร้านเจต้นผล, กุ้ยช่ายตลาดพลู และสุดเอ็กซ์คลูซีฟเวิร์คช้อปเมนูเจกับภูเขาทองกับ เชฟ “เป่าเป้-เจสสิก้า หวัง” วันที่ 17 ต.ค. 2563 เวลา 14.00 น.

ปรับไลฟ์สไตล์ให้หัวใจแข็งแรงในยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/635291

วันที่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 13:58 น.ปรับไลฟ์สไตล์ให้หัวใจแข็งแรงในยุค New NormalEvery Beat Matters “เพราะทุกจังหวะมีความหมาย” แพทย์แนะการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว สอดรับวิถีชีวิต New Norma

ในยุค New Normal หรือความปกติใหม่ ณ เวลานี้คงเป็นคำที่คุ้นชินกันโดยทั่วไป กับแนววิถีการใช้ชีวิตแบบใหม่ที่พ่วงท้ายมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2019 (โควิด-19) โรคอุบัติใหม่ที่ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและฉับพลันให้กับประชาคมโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในด้านชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องสุขอนามัยและการดูแลสุขภาพที่ยิ่งได้รับความสนใจ และเน้นย้ำให้ผู้คนต้องดูแลใส่ใจในเรื่องนี้กันอย่างเคร่งครัดกว่าที่เคยมีมา

และสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและมีภาวะเสี่ยงต่ออาการหัวใจล้มเหลวแล้วซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นื้ ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลการใช้ชีวิตให้เหมาะสมในยุคความปกติใหม่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและหัวใจแข็งแรง

โครงการ Every Beat Matters “เพราะทุกจังหวะมีความหมาย” ได้ร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจัดทำวิดีโอ เพื่อให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้เหมาะสมในยุคความปกติใหม่ ที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจล้มเหลว ที่จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อดูแลตนเองและป้องกันตนเองและสมาชิกในครอบครัวให้ปลอดภัย ทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงในการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทยอีกด้วย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาตร์โรคหัวใจ คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำว่า “สำหรับคนไข้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว จำเป็นต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับแนวทางยุคความปกติใหม่ เพื่อให้ปลอดภัยจากการเจ็บป่วยและมีสุขภาพที่ใกล้เคียงกับคนปกติให้มากที่สุด เนื่องจากผู้ที่มีโรคประจําตัวเป็นโรคหัวใจจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าคนธรรมดาถึง 5 เท่า หากติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้”

โดยวิธีการดูแลง่าย ๆ เบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด คือการเลือกวิธีการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ (Telemedicine) เพื่อช่วยลดความแออัด และการสัมผัสกันของผู้มาใช้บริการที่สถานพยาบาล อันเป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริมบริการทางการแพทย์ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษา และติดตามสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง และด้วยการจำกัดการเดินทาง และการรักษาระยะห่างทางสังคมที่กลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม โดยผู้ป่วยและผู้ที่มีภาวะเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดสามารถใช้ช่วงเวลาที่อยู่ในที่พักอาศัย ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงได้ เช่น หมั่นออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินออกกำลังกาย ยืนแกว่งแขวน อย่างน้อย 20 นาที ต่อครั้ง แค่นี้ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และความดันโลหิต ได้เป็นต้น

นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดนับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะเสริมสร้างสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงขึ้นได้ ยิ่งเวลานี้การสั่งอาหารพร้อมรับประทานผ่านบริการจัดส่งที่เป็นที่นิยมขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงยิ่งต้องเพิ่มความใส่ใจในการเลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์ รวมทั้งความสะอาดถูกสุขลักษณะ เช่น เลี่ยงอาหารทอด มัน เค็ม ให้เน้นการรับประทานผัก ผลไม้ อาทิ พืชตระกูลถั่ว ผักโขม มะเขือเทศ องุ่น ทับทิม แอปเปิ้ล ฯลฯ

การดูแลอารมณ์ให้ปกติ โดยการผ่อนคลาย หรือฝึกสมาธิ เพื่อคลายความกังวลและวุ่นวายจิตใจ หรือแม้กระทั่งการการเลี่ยงการบริโภคข่าวสาร โดยเฉพาะจากช่องทางออนไลน์จนมากเกินไป ก็สามารถลดการเกิดอาการได้ ในทางกลับกันควรจะทำกิจกรรมหรือสื่อสารกับคนในครอบครัวให้มากขึ้น เพื่อเติมเต็มความต้องการในการเข้าสังคมในช่วงที่ต้องถอยห่างจากสังคมภายนอกระหว่างการระบาดของโรคเช่นนี้

และเมื่อต้องออกจากที่พักไปพบปะกับผู้คนภายนอก ก็ไม่ควรละเลยการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าที่มีมาตราฐาน และหมั่นทำความสะอาดมืออยู่เสมอ ที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับควันบุหรี่ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จะเป็นการดูแลหัวใจของเราให้แข็งแรงในยุคความปกติใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ กล่าวเสริม

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEveryBeatMatters.in.th%2Fvideos%2F318616085926555%2F&show_text=false&width=560

วิดีโอเผยแพร่ความรู้ฯ จากโครงการ Every Beat Matters: วิถีชีวิต New Normal กับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว

ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Every Beat Matters “เพราะทุกจังหวะมีความหมาย” ได้ โดยสามารถเข้าไปรับชมวิดีโอและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งข้อมูลความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวได้ที่ facebook : Every Beat Matters

การปลูกผมในผู้ชายแปลงเพศเป็นหญิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447127

การปลูกผมในผู้ชายแปลงเพศเป็นหญิง

การปลูกผมในผู้ชายแปลงเพศเป็นหญิง

26 ตุลาคม 2563 – 09:29 น.

การปลูกผมในผู้ชายแปลงเพศเป็นหญิง ผู้ชายที่แปลงเพศเป็นผู้หญิงก็สามารถปลูกแนวผมใหม่ เพื่อให้รูปหน้าเป็นแบบผู้หญิงได้

การผ่าตัดแปลงเพศนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดทางด้านร่างกายจากอวัยวะเพศชาย เป็นอวัยวะเพศหญิง ซึ่งนอกจากจะเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว การปลูกผมให้กับผู้ชายที่เป็นเพศที่ 3 ก็มีความจำเป็นเนื่องจากบางคนไปทำศัลยกรรมดึงหน้า ยกกระชับใบหน้า (FACELIFT SURGERY) แล้วเกิดรอยแผลเป็นแนวผมตรงผม ก็สามารถปลูกผมเพื่อปิดบังรอยแผลเป็นได้   ผู้ชายที่แปลงเพศเป็นผู้หญิงก็สามารถปลูกแนวผมใหม่ เพื่อให้รูปหน้าเป็นแบบผู้หญิงได้ ทั้งนี้ผู้ชายที่ต้องการรูปลักษณ์เป็นหญิง ทั้งที่แปลงเพศแล้วหรือยังไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศ จะมีแนวผมผู้ชาย หน้าผากกว้าง เว้าเป็นรูปตัวเอ็ม หรืออาจมีผมบางทางพันธุกรรมร่วมด้วย มักต้องการแนวผมแบบผู้หญิง จึงต้องการเข้ารับการรักษาเพื่อปลูกผมให้เป็นแนวผมแบบผู้หญิง ซึ่งมีหลายแบบ โดยผู้ชายที่เปลี่ยนเพศมักไม่ชอบแนวผมสี่เหลียมหรือเว้าลึกเข้าไป ต้องการรูปโค้งวงรี บางคนแนวผมสูง ก็ต้องการแนวผมที่ต่ำลง โค้งรับกับขมับ ปรับให้ดูอ่อนโยนขึ้น และสามารถเกล้าผมหรือมัดผมได้ดูมั่นใจขึ้น แต่อย่างไรก็ดีรูปร่างใบหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงควรปรับแนวผมให้เข้ากับใบหน้าจะเหมาะที่สุด

ข้อพิจารณาในการปลูกผมผู้ชายแปลงเพศ
ภาวะผมบางหรือแนวผมของผู้ชายแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนผมบางมากหรือศีรษะล้านและผมด้านหลังก็ไม่พอที่จะย้ายมาปลูก อาจแนะนำให้ใส่วิกผมอาจจะดีกว่า  ซึ่งแพทย์จะวิเคราะห์ว่ามีผมบางทางพันธุกรรมร่วมด้วยหรือไม่ เพราะอาจมีโอกาสผมบางมากขึ้นในอนาคต ถึงแม้บางคนผ่าตัดแปลงเพศไปแล้วและทานหรือฉีดฮอร์โมนเพศหญิง ก็ยังต้องทานยารักษาผมร่วงคือ Finasteride หรือ Dutasteride เพื่อลด DHT ที่ทำให้ผมร่วงหรือเพิ่มการรักษาอย่างอื่น พวกยาทา เกล็ดเลือดเข้มข้น(PRP) หมวกเลเซอร์ เข้ามาช่วยด้วย  การพิจารณาปลูกผมผู้ชายแปลงเพศ ควรดูผมที่จะย้ายมาปลูกว่ามีเพียงพอหรือไม่ และพื้นที่ ที่ต้องการปลูกกว้างแค่ไหน แนวผมใหม่ที่ต้องการ ทรงผม และจะวางแผนการปลูกผมกี่ครั้ง จึงจะสร้างความพึงพอใจให้กับตนเอง

การเลือกปลูกผมผู้ชายแปลงเพศแบบไหนดี 
จริง ๆ สามารถปลูกได้ทั้ง 2 แบบ คือแบบมีแผลเย็บ (strip FUT)  และ แบบเจาะ(FUE) ขึ้นอยู่กับความต้องการในการเลือกปลูกผม ทั้งนี้ลำดับการทำ ต้องดูองค์ประกอบอย่างอื่นด้วยว่า ผู้ที่มาปลูกผมจะมีการผ่าตัดอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่   เช่น  การทำศัลยกรรมดึงใบหน้า   เสริมหน้าผาก   ซึ่งบางครั้งอาจทำให้แนวผมหรือผมบางส่วนหายไปหรือมีแผลเป็น จึงแนะนำให้เข้ามาปลูกผมหลังจากทำอย่างอื่นมาก่อนจะดีกว่า เพราะจะได้แก้ไขในครั้งเดียวจะดีที่สุด 
  

นพ.ก้องเกียรติ ลออวงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผม

ชาวอำเภอหนองไผ่ ร่วมทอดกฐินสามัคคี เพื่อสืบสานวัฒนธรรม และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447070

ชาวอำเภอหนองไผ่ ร่วมทอดกฐินสามัคคี เพื่อสืบสานวัฒนธรรม และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

ชาวอำเภอหนองไผ่ ร่วมทอดกฐินสามัคคี เพื่อสืบสานวัฒนธรรม และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

25 ตุลาคม 2563 – 12:10 น.

นายสมพงษ์ มหาวังษ์ นายอำเภอหนองไผ่เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2563 ณ วัดหนองไผ่พิทยาราม มีชาวบ้านร่วมทำบุญและจัดโรงทานเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน

วันที่ 24 ตุลาคม 2563 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 12 ที่วัดหนองไผ่พิทยาราม ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายสมพงษ์ มหาวังษ์ นายอำเภอหนองไผ่ เป็นประธาน ในพิธีทอดกฐินสามัคคี พร้อมด้วยนางยุพิน แซ่ลิ้ม ประธานคณะกฐิน ในปีนี้มีผู้ มีจิตศรัทธา ในพระพุทธศาสนา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี โดยมี พระครูวาปีพัชรานุกูล รองเจ้าคณะอำเภอหนองไผ่ เจ้าอาวาสวัดหนองไผ่พิทยาราม และคณะกรรมการวัดหนองไผ่ ให้การต้อนรับ มีพุทธบริษัท ที่ใจบุญ พ่อค้าแม่ค้าชาวตลาดและประชาชนในเขตอำเภอหนองไผ่และเขตอำเภอใกล้เคียงร่วมจัดโรงทาน เพื่อแจกจ่ายเครื่องดื่ม พร้อม อาหารคาวหวาน แจกจ่ายให้กับประชาชน ผู้มาร่วมงานกฐินของทางวัด

จนกระทั่งถึงเวลา 12.00 น ได้จัดให้มีขบวน พร้อมนางรำ แห่ผ้าพระกฐิน รอบอุโบสถของวัดหนองไผ่ จำนวน 3 รอบ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา จากนั้น ขบวนผ้าพระกฐิน และบริวารกฐิน ได้ขึ้นยังศาลา การเปรียญวัดหนองไผ่ พิทยาราม คณะชาวอำเภอหนองไผ่ และชาวบ้านได้ร่วมกันถวาย ผ้ากฐิน และผ้าป่าสามัคคี ให้แด่พระสงฆ์ ของทางวัด หนองไผ่พิทยาราม เพื่อทำการทอดถวายแก่ทางวัดต่อไป สำหรับยอดกฐิน ในปีนี้มียอดทำบุญนับได้เป็นจำนวนเงิน 535,720 บาท

อานิสงส์ของการทอดกฐิน เป็นบุญใหญ่ บุญน่าอัศจรรย์ จะกระทำได้ปีละ 1 ครั้ง หลังจากออกพรรษาแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงการทอดกฐิน จะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 จึงถือว่ากฐินเป็นบุญเฉพาะการไม่เหมือนการทอดผ้าป่า การทอดกฐินจึงถือเป็นสังฆทานชนิดหนึ่ง หลายคนยังไม่ทราบเรื่องอานิสงส์ของกฐิน จะทำให้เป็นผู้ มั่งมีทรัพย์สินมากและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้เป็นอย่างดี ทำให้เป็นผู้มีจิตใจแจ่มใส บริสุทธิ์ และผ่องใสอยู่เสมอ ทำให้เป็นผู้มีจิตใจตั้งมั่นเป็นสมาธิเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย ได้ชื่อว่าเป็นผู้สามารถใช้ทรัพย์สมบัติให้เกิดเป็นบุญกุศลติดตามตัวไปในภพเบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่เต็มกำลัง ได้รูปงามผิวพรรณงามเป็นที่รักของบุคคลทั่วไป และมีชื่อเสียงเกียรติคุณน่ายกย่องสรรเสริญ เป็นที่ เคารพนับถือของบุคคลทั่วไป บุญกฐินจึงเป็นบุญเฉพาะกาล ใน 1 ปี ทอดได้เพียงครั้งเดียว ในแต่ละวัด

นิติพงษ์ ศรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ตื่นตา ไก่ป่าแสนเชื่อง นับพันออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวดูแบบใกล้ชิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447034

ตื่นตา ไก่ป่าแสนเชื่อง นับพันออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวดูแบบใกล้ชิด

25 ตุลาคม 2563 – 11:14 น.

ไก่ป่าแสนเชื่องนับพัน ออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวดูแบบใกล้ชิด ในเดียวกันก็สามารถทำกิจกรรมครอบครัว  “ให้อาหารไก่ป่า ตามหานกยูง ยลดูปลาใหญ่” เรียกว่าได้ทั้งบุญได้ทั้งชื่นชมธรรมชาติอันบริสุทธิ์

วันที่  24 ต.ค. 63 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สำนักสงฆ์วัดป่าแสวงบุญ บ้านผาฮาว ม.3 ต.ทุ่งผาสุก อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อไปดู ไก่ป่าธรรมชาตินับพันตัวที่ออกมาหากินอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวดู โดยไม่รู้สึกตกใจหรือหวาดกลัวนักท่องเที่ยวเลย ในขณะเดียวกันก็สามารถทำกิจกรรมครอบครัว

นายถนอม อิ่นคำ นายก อบต.ทุ่งผาสุข เผยว่า บริเวณสำนักสงฆ์วัดป่าแสวงบุญ แห่งนี้ เป็นที่ปฏิบัติของของพระภิกษุที่จำวัดเพียง 1 รูป และด้วยความเมตตาจากพระคุณท่าน เศษอาหารจากญาติโยมที่เหลือจากการฉัน ท่านก็เอามาให้สัตว์ต่างๆที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ซึ่งเริ่มเดิมที่ก็จะมี ไก่บ้านเข้ามาหากินก่อน จากนั้นไก่ป่า ที่มีอยู่มากมายหลายร้อยตัวทั่วภูเขาแห่งนี้ เริ่มทยอยกันเข้ามาหาเศษอาหารที่เคยได้กินทุกๆเช้า และยังชักชวนเพื่อนฝูงไก่ป่ามากินกันเพิ่มขึ้นอีกเกือบพันตัว ทั้งนี้ไก่ป่ายังได้ผสมพันธุ์กับไก่บ้านออกลูกออกหลานเป็นไก่สายผสมอีกนับพันตัว

นายถนอม กล่าวต่อไปว่า การสังเกตว่าเป็นไก่ป่าหรือไก่บ้านนั้น ชาวบ้านจะสังเกตจาก ขาไก่ที่มีลักษณะเป็นสีดำ นิสัยจะตื่นคน สำรับตัวที่ออกจากป่ามาใหม่ๆ ถ้าไก่ที่มี ขามีสีขาวนวล จะเป็นไก่บ้าน ส่วนไก่พันธุ์ผสม จะมี ขาสีเทา นอกจากไก่ป่าแล้วบางครั้งก็ยังมีนกยูงไทย ที่อาศัยในป่าแถบนี้ลงมาหากินร่วมด้วย หากจะดูนกยูงต้องมาดูแต่เช้าตรู่และต้องมาแอบดูห้ามส่งสียงดัง เพราะนกยูงมักจะตื่นคนง่ายกว่าตามนิสัยสัตว์ป่าในธรรมชาติ ส่วนทางบริเวณด้านหน้าของสำนักสงฆ์วัดป่าแสวงบุญ จะมีอ่างเก็บน้ำเล็กๆชื่อว่า อ่างเก็บน้ำน้ำจำ ซึ่งทางชาวบ้านกับทางวัดได้ปล่อยปลาไว้เป็นจำนวนมาก และทำเป็นเขตอภัยทาน ห้ามจับปลาโดยเด็ดขาด จึงทำให้ปลาในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ มีขนาดใหญ่โตมาก โดยส่วนมากจะเป็นปลาดุก ปลาจีน ปลาตะเพียน ปลานิล ตามลำดับ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถ นำอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ มาให้ปลาและไก่ป่า กินได้ หรือจะนำข้าวสาร เมล็ดธัญพืช เข้ามาร่วมบริจาคสบทบให้กับทางวัดได้จะเป็นกุศลยิ่ง สำหรับท่านที่ต้องการเข้ามาเที่ยวชม  พร้อมทำกิจกรรม  “ให้อาหารไก่ป่า ตามหานกยูง ยลดูปลาใหญ่” สามารถเข้ามาดูได้ โดยเข้าพื้นที่แล้วสอบถามทางกับชาวบ้านพาเข้ามาดูได้ตามสะดวก 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

แนะหลังออกเจ เน้นกินเมนูปลาผัก ผลไม้ ช่วยย่อยง่าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447057

แนะหลังออกเจ เน้นกินเมนูปลาผัก ผลไม้ ช่วยย่อยง่าย

แนะหลังออกเจ เน้นกินเมนูปลาผัก ผลไม้ ช่วยย่อยง่าย

25 ตุลาคม 2563 – 11:00 น.

กรมอนามัย แนะหลังออกเจ เน้นกินเมนูปลา ผัก ผลไม้รสไม่หวานจัดช่วยย่อยง่าย ควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี ชี้หากบริโภคอาหารที่ย่อยยากในช่วงแรก อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อยได้

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในช่วงกินเจติดต่อกันเป็นเวลา 9 วันส่งผลให้ร่างกายมีการปรับระบบการย่อยอาหารจากที่ย่อยเนื้อสัตว์มาเป็นพืชผักแทน ดังนั้น เมื่อร่างกายต้องกลับมากินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ตามปกติ จึงต้องมีการปรับสภาพร่างกายด้วยการ กินอาหารชนิดที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา ผักและผลไม้

หลีกเลี่ยงอาหารประเภทเนื้อสัตว์สีแดง เนื่องจากย่อยยาก เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื่องจากระยะแรกร่างกายอาจจะต้องมีการปรับระบบการย่อยอาหารจากพืชผัก มาเป็นเนื้อสัตว์ ซึ่งหากมีการบริโภคอาหารที่ย่อยยากในช่วงแรกอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด จุกเสียด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อยได้ 

และยังมีข้อแนะนำเรื่องการดื่มนม โดยแนะนำให้เริ่มดื่มนมวัวครั้งละน้อย ๆ ประมาณครึ่งแก้ว และสามารถเพิ่มเป็นครั้งละ 1 แก้วได้ในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือดื่มนมในช่วงสายหรือช่วงบ่าย ในมื้ออาหารว่าง

หรือกินผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านการย่อยน้ำตาลแลกโตสบางส่วนโดยจุลินทรีย์ เช่น โยเกิร์ต หรือ อาจดื่มนมถั่วเหลืองทดแทนไปก่อน แต่หลังจากที่ร่างกายสามารถปรับสภาพการย่อยอาหารสู่ภาวะเดิม ก็สามารถกินอาหารและดื่มนมได้ตามปกติ โดยควรกินอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงอาหารรสจัด ลดหวาน มัน เค็ม และ ปรุงสุกใหม่ สะอาดปลอดภัย

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่าทั้งนี้ การกินอาหารที่ทำให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนนั้น ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ และควบคุมอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็น โดยกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ และกินให้หลากหลาย ในปริมาณที่เหมาะสม ควบคุมอาหารกลุ่มข้าว แป้ง

“เลือกกินข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา กินไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง และดื่มนมเป็นประจำ เน้นกินผักให้มากและกินผลไม้ควบคู่กับอาหารหลักทุกมื้อดื่มน้ำเปล่าให้วันละ 8-10 แก้ว หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพดีในระยะยาว” นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าว

Trump campaign flouted agreement to follow health guidelines at Duluth rally, documents show #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Trump campaign flouted agreement to follow health guidelines at Duluth rally, documents show

Health & BeautyOct 25. 2020President Donald Trump throws hats to the crowd as he arrives for a campaign event at the Duluth International Airport on Sept. 30, in Duluth, Minn. MUST CREDIT: Washington Post photo by Jabin BotsfordPresident Donald Trump throws hats to the crowd as he arrives for a campaign event at the Duluth International Airport on Sept. 30, in Duluth, Minn. MUST CREDIT: Washington Post photo by Jabin Botsford 

By The Washington Post · Shawn Boburg · NATIONAL, HEALTH, POLITICS, WHITEHOUSE, HEALTH-NEWS 
The start of President Donald Trump’s rally was still hours away when it became clear his campaign would not keep its promise.

In the days leading up to the Sept. 30 event in Duluth, Minn., local officials had privately pressed the campaign to abide by state public health guidelines aimed at slowing the spread of the novel coronavirus, documents show. In response, the campaign signed an agreement pledging to follow those rules, limiting attendance to 250 people.

On the day of the rally, however, Trump supporters flooded onto the tarmac at Duluth International Airport. They stood shoulder to shoulder, many without masks. 

“We have been notified that the 250 person limit has been exceeded,” an airport representative emailed a campaign official late that afternoon. “This email serves as our notice of a contract violation and we are requesting you remedy the situation.”

The warning went unheeded – and unanswered.

Held two days before Trump was diagnosed with covid-19, the rally was attended by more than 2,500 people, airport officials estimated.

The Duluth event shows the dilemma local officials face as Trump turns to his signature rallies in the closing weeks of the campaign: They can enforce local guidelines intended to protect the public, and risk antagonizing the campaign and its supporters, or they can look the other way as the campaign holds massive gatherings at a time when coronavirus cases are surging in many states.

Emails and other documents obtained by The Washington Post through open-records requests show that Duluth officials insisted on adherence to the rules, and the campaign responded by making commitments it ultimately did not keep. The documents also show that local officials suspected the campaign would violate the agreement, but shied away from enforcing public health orders for fear of provoking a backlash.

“We will not incite an incident by unilaterally taking physical action to close the event,” the airport’s executive director, Tom Werner, wrote to the airport’s appointed board members the morning before the event.

Minnesota public health officials have traced 19 coronavirus cases to a pair of Trump rallies held in the state in September, three of them to the event in Duluth. 

A spokesman for the Trump campaign did not respond to a request for comment.

In a statement, the Duluth Airport Authority said it takes state health mandates seriously. “It was made clear to the Trump Campaign, in the lead up to the event, that compliance with the State of Minnesota’s current public health executive orders was an expectation of the DAA,” the statement said.

In the early months of the pandemic, Trump refrained from holding large gatherings. That changed in June, when he hosted an indoor rally in Tulsa against the advice of local public health officials. With the novel coronavirus raging, Trump has now resumed daily campaign rallies. As of Friday, he had held 14 events in the previous 12 days, often defying limits on crowd size and requirements for social distancing – and sometimes mocking those rules.

Airports are the campaign’s venue of choice for these campaign stops. Because airports are often run by local government entities, their public records provide a window into the private negotiations that take place before the events.

In early September, the Reno-Tahoe Airport Authority told one of its tenants it could not hold a planned 5,000-person Trump rally in a hangar leased at Reno-Tahoe International Airport, citing the state’s 50-person crowd limit, according to a letter obtained by The Post.

Airport officials in Reno publicly said at the time that the decision had nothing to do with politics, but the Trump campaign hit back, saying “Democrats are trying to keep President Trump from speaking to voters.” Trump rescheduled at another Nevada airport that agreed to host the event.

In late September, emails show, the campaign approached Duluth airport officials about holding a rally there. Local officials in the Democratic stronghold almost immediately expressed concerns.

The region was already beginning to see a spike in coronavirus cases. And Minnesota Gov. Tim Walz, D, had issued an executive order in June limiting outdoor gatherings to 250 people.

The campaign initially told city officials it expected up to 9,000 people, according to a Sept. 25 email the local fire chief, Shawn Krizaj, sent to his deputies. Krizaj wrote that he was trying to work with airport officials and the campaign to ensure the rally complied with the governor’s cap on public gatherings.

The following day, City Council member Joel Sipress emailed the city’s Democratic mayor, Emily Larson. “Whether the event is indoors or outdoors, under the law the attendance must be limited to 250 people,” he wrote.

Larson responded that she was still getting more information about the event but added: “We have been explicit and clear on this with them.”

Sipress, a Democrat, also wrote to two airport authority board members that he believed the airport was “legally obliged” to ensure the campaign obeyed the state’s limit. The Duluth Airport Authority, or DAA, has a seven-member board appointed by the mayor.

As airport officials fielded emails and calls, Werner, the airport’s executive director, sought to assure the members of the DAA. He wrote that he would require the campaign to sign a written agreement pledging to follow public health orders.

“That’s all DAA can do,” he said in an email on Sept. 27. “We do not have the resources for enforcement at the event. We will rely on the City’s emergency management and police for strict enforcement.”

The emails show that city officials looked to the state to step in and enforce the governor’s order.

Krizaj, the city’s fire chief, spoke to state officials about the rally but was told they were “not going to actively enforce” the 250-person cap and were “washing their hands of it,” according to a Sept. 28 email Werner sent to airport board members. 

In an interview with The Post, Krizaj confirmed that officials in the state’s Department of Public Safety said they would not enforce the governor’s order.

“The message was, ‘It was going to be up to local jurisdictions,’ ” he said.

The Minnesota Department of Public Safety said in a statement that it did not have the authority to enforce the governor’s order. A spokesman for the state’s Department of Public Health said it when it has learned about plans for large events it has “worked to make sure the organizers understand both the executive order requirements and the public health guidance.” The agency also has limited authority to enforce the state guidelines at rallies, said spokesman Doug Schultz.

In his email to board members, Werner wrote that the state balked at enforcing the crowd limit partly because of a provision exempting federal workers conducting official business.

“They said, practically we’ll have a hard time proving POTUS is not acting in his official capacity during his visit, even though we know it’s a campaign. . . . Bottom line, the State will not provide any help here,” Werner wrote.

The following day, Werner and the campaign signed an agreement, a copy of which was released to The Post. It shows the airport was to provide space for the rally, parking, circulation and staging and support facilities for a $20,000 fee. It includes a clause citing the state’s public health emergency and specifying that compliance with the governor’s executive orders is required.

Werner informed the airport’s board members that he had also signed a nondisclosure agreement that would prevent him from discussing details of the agreement with board members or others. “All airports have had to sign them who have seen rallies at their facilities,” he wrote. 

Werner declined to comment on the nondisclosure agreement for this story. A clause in the contract he signed prohibited him from disclosing the campaign’s “confidential information” but includes few details about the parameters. There was no separate nondisclosure agreement, according to the DAA’s attorney, Steven Hanke.

The morning of the rally, Werner told the airport’s board that he would reinforce his plea to the campaign to keep the crowds small.

“I will make another appeal to the campaign, this morning, asking for their plan to comply with the 250 person cap on crowds,” he wrote. The records do not show whether the campaign responded. 

“If they violate the cap, the security guard will inform DAA senior staff and move on to other duties,” Werner wrote to board members.

Airport personnel would then inform the campaign by email, Werner explained. He also said the airport would later send a formal letter to the campaign, but he said he couldn’t elaborate on that due to the nondisclosure agreement. 

“Of course, it is possible things will go just fine,” he wrote. “However, I want to outline the steps in case things go a certain way.”

That afternoon, an airport board member wrote to Werner asking how many people were expected at the rally that night.

Werner said the most recent estimate from the campaign was 1,000. “Perhaps the rain will keep folks home,” he added.

That evening, the crowd filtered in, triggering the contract violation notification from the airport.

Airport officials estimated that between 2,500 and 3,000 people showed up, according to emails. 

Krizaj told The Post that city officials expected that the campaign would encourage social distancing and masks. “We were kind of under the impression that there would be a little bit more enforcement from campaign staff and volunteers, which we did not see,” he said.

“It’s really hard to stand up to a president who insists on holding an event that puts the health of your community at risk because presidents have a lot of power,” said Sipress, the city council member.

A little more than 30 hours after the rally, Trump’s diagnosis prompted a flood of media inquiries about the rally and the airport’s decision to host it, records show. Airport officials said nothing about the contract requirement or the violation, only issuing the same statement provided to The Post for this story.

Documents show that the DAA had prepared a public statement before the rally, for possible release afterward, saying: “We are disappointed the Trump campaign did not comply.” That line was ultimately not included in DAA’s statements to the media.

On Oct. 5, Hanke, the attorney for the airport, sent the campaign a formal letter asserting that it had breached the agreement’s 250-person limit. The letter also said the Trump campaign had not paid the airport the $20,000 fee for hosting the event. 

Two weeks later, officials won’t say whether that fee has been paid. “That information is covered under our nondisclosure agreement and cannot be released,” a spokeswoman for the airport said in an email.

WHO report: Tuberculosis is a huge worldwide threat. The pandemic could make it worse. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

WHO report: Tuberculosis is a huge worldwide threat. The pandemic could make it worse.

Health & BeautyOct 25. 2020

By Special to The Washington Post · Erin Blakemore · NATIONAL, HEALTH, HEALTH-NEWS 
In 2019 alone, an estimated 10 million people worldwide got tuberculosis, a deadly bacterial disease that usually affects the lungs. An estimated quarter of the world’s population has a TB infection. Most aren’t actively sick – yet.

People with TB have a 5% to 15% risk of getting ill. Still, the highly contagious disease was one of the top 10 causes of death worldwide last year and is the leading infectious killer worldwide, according to the World Health Organization, the United Nations’ public health agency. 

In a new report, WHO provides a global update on the state of TB and the fight against the disease, which is both preventable and curable.

The report paints a dire picture of a disease that remains a public health crisis. Just eight countries – India, Indonesia, China, the Philippines, Pakistan, Nigeria, Bangladesh and South Africa – account for two-thirds of the world’s TB cases. And because many carriers of the disease are not yet ill, it can go untreated until it’s too late.

Tuberculosis incidences are falling, the agency says – between 2015 and 2019, cases were reduced by about 9 percent. But that still falls short of WHO’s targets.

The coronavirus pandemic is expected to make things worse. 

Large drops occurred in TB diagnoses between January and June. Due to the economic effects of the pandemic, WHO models predict that cases could annually increase by more than 1 million in the next five years if resources continue to be diverted to covid-19, the disease caused by the coronavirus.

The stark report has positive news however. Funding for TB prevention, diagnosis and treatment has doubled since 2006, and seven high-burden countries reached their death reduction milestone. And people living with HIV are more likely than ever to be given preventive treatment for tuberculosis, which is the leading killer of people with HIV worldwide.

นมแม่ดีน๊า..กรมอนามัย ย้ำชัดทารกวัย 0-6 เดือน กินนมแม่เพียว ๆ อย่างเดียวดีที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447001

นมแม่ดีน๊า..กรมอนามัย ย้ำชัดทารกวัย 0-6 เดือน กินนมแม่เพียว ๆ อย่างเดียวดีที่สุด

นมแม่ดีน๊า..กรมอนามัย ย้ำชัดทารกวัย 0-6 เดือน กินนมแม่เพียว ๆ อย่างเดียวดีที่สุด24 ตุลาคม 2563 – 13:15 น.

นมแม่ดีน๊า…กรมอนามัย ย้ำชัดทารกวัย 0-6 เดือน กินนมแม่เพียว ๆ อย่างเดียวดีที่สุด เพราะมีสารอาหารกว่า 200 ชนิด โดยไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น ช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง ส่งเสริมเรื่องสติปัญญา และอารมณ์

วันที่ 24 ตุลาคม 2563  ​นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)กล่าวว่า จากกรณีที่มีการแชร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกลุ่มคุณพ่อคุณแม่บางกลุ่มเลี้ยงลูกด้วยนมเปรี้ยวตั้งแต่แรกเกิด โดยคิดว่าลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าการกินนมแม่นั้น ความจริงแล้วสิ่งที่เด็กทารกวัย 0-6 เดือนควรได้รับและ ดีที่สุดคือนมแม่

“และควรได้รับเพียงอย่างเดียวติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน โดยไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น หลังจากนั้นกินนมแม่ควบคู่กับการเริ่มอาหารตามวัย เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับทารก มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางกาย พัฒนาสมอง จอประสาทตา และระบบภูมิคุ้มกันแบบที่นมผงหรือนมเปรี้ยวไม่สามารถให้ได้” นพ.สุวรรณชัยกล่าว 

นพ.สุวรรณชัย  กล่าวอีกว่า รวมทั้งเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและถูกสร้างมาให้เหมาะสมที่สุดกับสภาพร่างกายของทารกในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งนมเปรี้ยวใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กโตได้ แต่ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้เลี้ยงทารกเนื่องจากมีสารอาหารหรือแร่ธาตุบางอย่างไม่เหมาะสมกับทารก

​“ทั้งนี้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นอกจากจะเป็นการให้ลูกได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแล้ว ยังทำให้เกิดสายสัมพันธ์ที่ดี เนื่องจากแม่และลูกได้สัมผัสกัน ก่อให้เกิดความผูกพันผ่านการกระตุ้น ทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทั้งการมองเห็นแม่ ได้ยินเสียงหัวใจแม่ ได้กลิ่นนมแม่ รับรสนมแม่ มือสัมผัสและ ได้รับการโอบกอดจากแม่ ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขอีกด้วย” นพ.สุวรรณชัย กล่าวในที่สุด