“BLOOMS NATURE’S LOVE” ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“BLOOMS NATURE’S LOVE”  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  

"BLOOMS NATURE'S LOVE"  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  18 กันยายน 2563 – 09:15 น.

เพราะความสวยรอไม่ได้  BLOOMS NATURE’S LOVE ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และ ผิว คืนความสวยด้วยพลังธรรมชาติ  


“BLOOMS NATURE’S LOVE” ผลิตภัณฑ์ใหม่ดูแลเส้นผมและผิว  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  ส่วนผสมออร์แกนิคจากพืชพรรณนานาชนิด  ไม่มีส่วนผสมของสารพาราเบน  , ซิลิโคน, กลูเตน, แฮลกอฮอลล์  และสารเคมีอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอันตราย จึงปลอดภัยไม่ทำลายเส้นผมและผิวหนัง   ตอบโจทย์เรื่องความงามและความต้องการที่แตกต่างกัน นอกจากคุณสมบัติที่อัดแน่นแล้ว Blooms Nature’s Love ยังมาพร้อมบรรจุภัณฑ์เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม ทุกขวดสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ 100% เรียกได้ว่าใส่ใจทั้งคุณภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้เลือกช้อป ได้แก่ 

"BLOOMS NATURE'S LOVE"  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  


“BLOOMS NATURE’S LOVE”  แชมพูและครีมนวด  มีให้เลือก  2 สูตร ได้แก่ 
•Detox & Repair : Orange Butterfly Scent  ช่วยทำความสะอาดและฟื้นฟูหนังศีรษะ พร้อมเสริมสร้างรากผมให้แข็งแรง มีสารสกัดจากคาโมมายล์ ออร์แกนิค100% และอาร์แกนออยล์ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เอ, ซีและอี  ให้ความรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ใช้ 

•Flourishing : Cherry Blossom Scent  ผมสะอาด เงางาม เพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมปกป้องสีผม
ด้วยส่วนผสมจากน้ำมันดอกทานตะวันออร์แกนิค 100 %  และอัลไพน์โรสจากสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยดูแลปกป้องสีผมและยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผมแห้งเสียจากการดัด ย้อม และสารเคมีให้เงางาม ดูเป็นธรรมชาติ 

"BLOOMS NATURE'S LOVE"  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  

“BLOOMS NATURE’S LOVE”  ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย มีให้เลือก  2 สูตร ได้แก่
•Moisturising : Cherry Blossom Scent  ครีมอาบน้ำและโลชั่นบำรุงผิวกาย เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยสารสกัดจากน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิค และอัลไพน์โรสจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก พร้อมปกป้องผิว  

•Brightening : Orange Butterfly Scent  ครีมอาบน้ำและโลชั่นบำรุงผิวกาย เผยผิวกระจ่างใส ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติและออร์แกนิค 100 % ของดอกสายน้ำผึ้งจากยุโรปตอนใต้ และสารสกัดจากรากชะเอมเทศ ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ให้ผิวมีออร่า 
พิเศษ! โปรโมชั่นสุดคุ้ม ซื้อผลิตภัณฑ์ Blooms Nature’s Love ทุกชนิด 2 ขวด ในราคาเพียง 269 บาท จากปกติขวดละ 179 บาท ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 22 กันยายน 2563  สินค้ามีจำหน่ายเฉพาะ ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, ท็อปส์ เดลี่, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ออนไลน์ 

"BLOOMS NATURE'S LOVE"  ตอบโจทย์ความงามด้วยพลังธรรมชาติ  


ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tops.co.th, เฟซบุ๊ค TopsThailand, หรือ แอพพลิเคชั่นไลน์ : @TopsThailand, @Topsonline 

แทนคำขอบคุณจากใจ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี “มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แทนคำขอบคุณจากใจ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี “มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ17 กันยายน 2563 – 19:19 น.

แทนคำขอบคุณจากใจ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี ” มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ  แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์  ฟู้ดสโตร์ชั้นนำของไทย  ฉลองครบรอบ 15 ปีแห่งความสำเร็จ จัดงาน   “Central Food Hall 15th Anniversary” มอบประสบการณ์ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ คุณภาพดีที่สุด ที่ทุกคนชื่นชอบ มาจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งสุดยอดเนื้อวากิว- เนื้อแกะคุณภาพจากออสเตรเลีย, คาเวียร์จากอิตาลี, ล็อบสเตอร์จากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ,องุ่นเขียวชายน์มัสแกตจากญี่ปุ่น และ ผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมจากทุกมุมโลกอีกมากมาย ในราคาที่ทุกคนต้องหลงรักและพลาดไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 9-22 กันยายน 2563 ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา พร้อมเชื้อเชิญเหล่าเซเลบริตี้ที่เป็นแฟนเหนียวแน่นมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ช้อปสินค้าเกรดพรีเมี่ยม ที่เมื่อเห็นป้ายราคาแล้วถึงกับร้องว้าวอดใจไม่ไหวต้องช้อปกันกระหน่ำ อาทิ   ปวิตา โตทับเที่ยง,กันต์ รตนาภรณ์,วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์ และ รินทร์รตา อินทามระ ณ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาชิดลม 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


สุจิตา  เพ็งอุ่น  Chief Operating Officer Large Format บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า  “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ “ดำเนินนโยบายด้านการคัดสรรสินค้า อาหาร วัตถุดิบ ของดีมีคุณภาพจากแหล่งผลิตชั้นเลิศทั่วโลก พร้อมยืนหยัดอยู่เคียงข้างชาวไทยมาครบ 15 ปี  จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้นำด้านการพัฒนาที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เรามุ่งสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่ดีที่สุด พร้อมมอบบริการเหนือระดับให้กับลูกค้าของเราทุกคน  ในโอกาสฉลองครบรอบ 15 ปี  เพื่อแทนคำขอบคุณจากใจให้กับลูกค้า จึงได้จัดแคมเปญพิเศษ   “Central Food Hall 15th Anniversary” เปิดประสบการณ์ช้อปครั้งใหม่ในรูปแบบเหนือความคาดหมาย ที่สุดของการลดราคาสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยม คุณภาพดีที่สุด แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  พบกับ สินค้าลดราคา 60 % ได้แก่ สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ AUSTRALIAN RICO PEAR, ลดราคา 50 % อาทิ GIAVERI BELUGA&SIBERIAN CAVIAR ขนาด 100 กรัม , MARENNES OLÉRON OYSTER No.3,CINCO JOTAS ACORN-FED 100% IBERICO HAM,  ลดราคา 40 % อาทิ LIVE CANADIAN LOBSTER, ลดราคา 30 % อาทิ JAPANESE SHINE MUSCAT GRAPE แพค 350 กรัม, AUSTRALIAN CHILLED PREMIUM NATURAL LAMB CUTLET และ AUSTRALIAN CHILLED 400-DAY GRAIN FED WAGYU SIRLOIN MBS 4 TO 5, มะม่วงน้ำดอกไม้คัดพิเศษเกรดพรีเมี่ยม 6 ลูกบรรจุในกล่องสวยหรู ฯลฯ  

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


2 สัปดาห์แห่งความพิเศษที่ทุกคนไม่ควรพลาด และ รับฟรี บัตรของขวัญ มูลค่า 200 บาท เมื่อช็อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 9-22 กันยายน 2563 ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์  11 สาขา ได้แก่ สาขาชิดลม, เซ็นทรัลเวิลด์, บางนา, อีสต์วิลล์, เดอะคริสตัล, เชียงใหม่, พัทยาบีช, ภูเก็ตเฟสติวัล, ภูเก็ตฟลอเรสต้า, ภูเก็ตป่าตอง และปอร์โต เดอภูเก็ต นอกจากนั้นยังจัด Food Event  รวบรวมผลิตภัณฑ์และอาหารชั้นเลิศมาให้ลูกค้าได้ร่วมฉลองไปด้วยกัน ภายใต้คอนเซปต์ Celebrate the finest flavours ตั้งแต่วันที่ 9-15 กันยายน 2563 ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ทุกสาขาในกรุงเทพฯ,เซ็นทรัล เฟสติวัลเชียงใหม่ และ ภูเก็ตฟลอเรสต้า 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ

และอีกหนึ่งความพิเศษที่ถูกรังสรรค์โดยเชฟมืออาชีพจาก CENTRAL EATERY เพื่อร่วมฉลองเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ครบรอบ 15 ปี มอบโปรโมชั่น HAPPY HOUR ตลอดเดือนกันยายน เลือกลิ้มลอง 9 เมนูทาปาสสไตล์สเปนในราคาเพียง 95 บาท/2 ชิ้น พิเศษ Tapas Happy Hour ทุกวัน เวลา 17.00-21.00 น. เลือกอร่อยครบเซตแบบไม่อั้น 90 นาทีกับทาปาสและเครื่องดื่มสุดพิเศษ ในราคา 995.-/ท่าน  ที่เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ สาขาชิดลม, เซ็นทรัลเวิลด์, พัทยาบีช, ภูเก็ตฟลอเรสต้า และปอร์โต เดอภูเก็ต ด้านเซเรบริตี้ขาช็อปที่มาร่วมแสดงความยินดีกับการฉลองครบรอบ    15 ปี ได้แก่ 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


ปวิตา โตทับเที่ยง คุณแม่ยังสาวและสวยผู้พิถีพิถันในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวและลูกๆ ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” “ มาที่นี่ทีไรได้ของสดกลับไปทุกครั้งทั้งเนื้อ ซีฟู้ด โดนใจ ทั้งคุณภาพ และราคา มาที่เดียว เหมือนเดินช็อปปิ้ง ในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในต่างประเทศ เพราะมีสุดยอดผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมจากทั่วโลก ทำให้เพลิดเพลินและมีความสุขทุกครั้งที่ได้มา จับจ่ายเลือกซื้อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในครอบครัว  ” 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


กันต์ รตนาภรณ์ ชายหนุ่มผู้มีไลฟ์สไตล์และรสนิยมเท่หรูไม่เหมือนใคร เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องหนัง บอกว่า “ตั้งแต่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ มีการปรับโซนทานอาหารแบบไดนิ่ง ทำให้สะดวกมากขึ้น เพราะนอกจากจะมาซื้อของใช้จำเป็นแล้ว ยังสามารถนั่งทานอาหาร และนัดพบเพื่อน ๆ อีกทั้งอาหารก็มีวาไรตี้มาก วัตถุดิบคุณภาพดี รสชาติอร่อย  นั่งทานไป คุยกับเชฟไปรู้สึกสนุกและบรรยากาศเป็นกันเอง โดยเฉพาะครบรอบ 15 ปี บอกเลยว่าต้องไม่พลาดมาอุดหนุน  ส่วนตัวชอบอาหารซีฟู้ดทุกอย่าง  โดยเฉพาะชอบทานปลามากแล้วที่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ก็ตอบโจทย์เรื่องนี้ให้ผมได้ดังใจจริงๆครับ  ”

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


นอกจากนี้ยังมี เมษา -วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์ คุณแม่ลูกสองมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การช้อปปิ้ง “ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์แล้วค่ะ เมษาเป็นคนเลี้ยงลูกอย่างพิถีพิถัน เราก็อยากให้ลูกได้ของที่ดีที่สุด “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” จึงเป็นที่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสินค้าที่นี่เค้ามีคุณภาพ โดยเฉพาะล็อบสเตอร์ที่เราสามารถเลือกได้เลยว่าต้องการตัวไหน และเชฟจับปรุงให้ทานสดใหม่ในทันที แล้วก็ปลื้มมากกับขนมทานเล่นสารพัดชนิดถูกใจลูกมากๆเลยคะ” 

แทนคำขอบคุณจากใจ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ฉลองครบรอบ 15 ปี "มอบประสบการณ์ใหม่ ช้อปสินค้าระดับเวิลด์คลาส ในราคาสุดพิเศษ


ปิดท้ายด้วย คุณเบลล์ -รินทร์รตา อินทามระ “ปกติเบลล์เป็นคนไม่ยึดติดกับสถานที่ ซื้อของที่ไหนก็ได้ แต่พอได้มีโอกาสมาใช้บริการที่ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” ต้องยอมจริงๆค่ะ มีทุกอย่างที่เบลล์อยากได้ รวมไปถึงการบริการของพนักงานทุกคนที่ใส่ใจลูกค้าอย่างมาก มาทุกครั้งจะได้ เชอรี่ และสตรอเบอร์รี กลับบ้านทุกครั้ง มั่นใจในคุณภาพและความ สด ใหม่ ปลอดภัยแน่นอน เบลล์เลยมาช็อปที่นี้ตั้งแต่เรียนที่โรงเรียนมาแตร์เดอี จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นลูกค้าอย่างเหนียวแน่น  ”
ห้ามพลาด สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งสินค้าเกรดพรีเมี่ยมชั้นนำ ในราคาสุดพิเศษแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่วันที่ 9-22 กันยายน  2563 ที่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา ติดตามรข้อมูลข่าวสาร เพิ่มเติมได้ที่ FaceBook FanPage: Central Food Hall  

เพชรบูรณ์เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก “อุ้มพระดำน้ำ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เพชรบูรณ์เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก “อุ้มพระดำน้ำ”

เพชรบูรณ์เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก "อุ้มพระดำน้ำ"17 กันยายน 2563 – 19:11 น.

เพชรบูรณ์เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก “อุ้มพระดำน้ำ” เพื่อความสงบร่มเย็น ความอุดมสมบูรณ์ ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาลความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ การจัดงานมีกำหนดรวม 6 วัน 6 คืน ระหว่างวันที่ 15-20 กันยายน 2563

จังหวัดเพชรบูรณ์เปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2563 อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อเวลา 18.30 น.ของวันที่ 16 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ณ บริเวณหอโบราณคดีเพชรบูรณ์อินทราชัย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2563 และมีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน โดยมีนายชูศักดิ์ ชุนเกาะ ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ,นายอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ ,พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ,พ.ต.อ.อารักษ์ อ่อนแย้ม ,พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ,นายประทิน นาคสำราญ นายก อบต.สะเดียง ร่วมพิธีเปิด อีกทั้งนายเสกสรร นิยมเพ็ง ให้การต้อนรับ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่างานประเพณีอุ้มพระดำน้ำของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทยและแห่งเดียวในโลกโดยได้มีการจัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปีในเทศกาลสารทไทยทุกวันแรม 15 ค่ำ เดือน10 มีกิจกรรมการรำถวายพระพุทธมหาธรรมราชาโดยชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 2,563 คน

มีพิธีบวงสรวงเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเพชรบูรณ์ มีพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาแห่รอบเมืองฯ และพิธีอุ้มพระดำน้ำ ณ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร เพื่อความสงบร่มเย็น ความอุดมสมบูรณ์ ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาลความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ การจัดงานมีกำหนดรวม 6 วัน 6 คืน ระหว่างวันที่ 15-20 กันยายน 2563 งานนี้มีมหรสพสมโภช มีการแสดงแสง สีเสียง ตำนานประเพณีอุ้มพระดำน้ำตั้งแต่วันที่ 17 จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2563 ณ พุทธอุทยานเพชะบุระ

งานนี้ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดเพชรบูรณ์ อบจ.เพชรบูรณ์ กระทรวงวัฒนธรรม เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ และภาคธุรกิจ เอกชน สำหรับผู้ประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ในปี 2563 ฝ่ายกรมเวียง ได้แก่ นายปริญญา วิชาโครต ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเพชรบูรณ์, ฝ่ายกรมวัง ได้แก่นายนิเวศน์ หาญสมุทร รอง ผวจ.เพชรบูรณ์, ฝ่ายกรมคลัง ได้แก่นายชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์, ฝ่ายกรมนาได้แก่นายนายยชญ์สุธา วิชัยธนพัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบูรณ์, เทวดาผู้อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ได้แก่ นายพิชิฏฏ์ ชิดไพฑูรย์ ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ,ดร.ภูวนาท มูลเขียน ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์, ผู้โปรยดอกไม้ได้แก่นางจรัสนภา เอี่ยมวิจารณ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์, นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ทำหน้าที่เจ้าเมืองเพชรบูรณ์ ประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นประเพณีที่สำคัญที่สุดของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ได้ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลา 500 ปี นับว่าเป็นประเพณีคู่บ้านคู่เมืองซึ่งนอกจากจะมีความศักดิ์สิทธ์และความงดงามของพิธีกรรมต่างๆแล้ว ยังเป็นประเพณีอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่แฝงด้วยภูมิปัญญาของประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ต้องการทำให้ผู้คนรักษาธรรมชาติแม่น้ำ นอกจากนั้นยังเป็นประเพณีที่มีพิธีกรรมในการสร้างขวัญกำลังใจในการประกอบอาชีพของชาวเพชรบูรณ์ ที่จะทำให้มั่นใจถึงความอุดมสมบูรณ์และดินฟ้าอากาศ ตกต้องตามฤดูกาลนำความสุขร่มเย็นและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่บ้านเมือง

ประชาชนทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นประเพณีอุ้มพระดำน้ำของพวกเราชาวจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีของคนทั่วประเทศไทยและในต่างประเทศ ผู้คนจึงกล่าวขานกล่าวขวัญจากการกล่าวถึงความเป็นหนึ่งเดียวในโลกและความงดงามในพิธีกรรม และการจัดงานรวมทั้งความเป็นมหามงคลของผู้ที่มาร่วมงาน จนปัจจุบันนี้ได้เป็นประเพณีที่สำคัญในระดับประเทศ ขอให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ในฐานะเจ้าเมืองเพชรบูรณ์และคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพิธีกรรมของประเพณีอุ้มพระดำน้ำปีนี้ และขอชื่นชมชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ช่วยกันบำรุงรักษาประเพณีอุ้มพระดำน้ำไว้เป็นอย่างดี และขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนที่ได้จัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่และงดงามเป็นประจำทุกปีตลอดมา

นายศุภเดช คำพุฒ, นายสมชาย คำพุฒ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เพชรบูรณ์

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G17 กันยายน 2563 – 18:37 น.

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

     
ปัจจุบัน เราอยู่ในยุคนวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมทั้งยังเป็นตัวเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอีกด้วยทำให้ธุรกิจก็ต้องปรับตัวตามให้ทัน ดังนั้น การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้องค์กรธุรกิจได้ อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการบริหารจัดการ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เรียกได้ว่าเป็นอาวุธที่สำคัญในการทำธุรกิจในยุคนี้ ใครใช้เทคโนโลยีเป็น หรือเข้าถึงเทคโนโลยีได้มาก คนนั้นได้เปรียบแน่นอน เราจึงเห็นผู้ประกอบการหลายราย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งส่งเสริม สนับสนุนให้ธุรกิจหันมาใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น


สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA คือหนึ่งในหน่วยงานที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำธุรกิจ โดยได้ผนึกกับพันธมิตรเดินหน้าเพิ่มองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับเทคโนโลยีเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้ร่วมกับ หัวเว่ย ประเทศไทย ผู้จัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ชั้นนำระดับโลก จัดการอบรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพเทคโนโลยีเชิงลึก ด้าน 5G (Deep Tech Startup) ขึ้นเป็นปีที่ 2 ใน “โครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G”  
    

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

นายปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม NIA กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยร่วมกับทาง หัวเว่ย ประเทศไทย พัฒนาด้าน IoT Cloud มาแล้ว แต่ขณะนี้ 5G เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาและสามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ได้ เช่น ด้านการแพทย์ การท่องเที่ยว และเอนเตอร์เทนเมนท์  นับเป็นการเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพที่หน้าใหม่นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ทำผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้แก่ลูกค้ามากขึ้น  
    

วันนี้จะพาไปรู้จักกับ 5 ผู้บริหารที่เข้าร่วมในโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G  และเป็นองค์กรที่มีความพร้อมด้านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมนำความรู้ไปต่อยอดได้จริง เริ่มกันที่ผู้บริหารท่านแรก “ดร.สกล  กงแก้ว” CEO บริษัท แอคทีฟ อินเทลลิเจนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเกิดจากการวมตัวของวิศวกรด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์  เพื่อพัฒนาเทคนิคด้าน IOT ที่ยกเอาทุกโหมดมานำเสนอผ่านหน้าจอเดียว ลูกค้าส่วนใหญ่คือองค์กร บริษัทที่ต้องการนำระบบ IOT ไปใช้ลดต้นทุนในการดำเนินงาน หรือนำไปประยุกต์กับผลิตภัณฑ์เดิมทำให้เกิดสินค้านวัตกรรมใหม่

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G


ส่วนการเข้าร่วมโครงการกับ NIA เพื่ออัพเดทความรู้เรื่อง 5G ที่กำลังจะมาในเร็วๆ นี้ เพื่อนำความรู้มาพัฒนาธุรกิจในยุคดิจิทัล เพราะส่วนตัวแล้วเชื่อว่าโลกเปลี่ยนไปธุรกิจต้องเปลี่ยนตาม สิ่งหนึ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ นอกจากความรู้แล้ว ยังได้มาพบเจอกับนักธุรกิจจำนวนมากที่มีแนวธุรกิจเดียวกัน เกิดการแลกเปลี่ยนต่อยอดในธุรกิจ

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G


ด้าน “ธีระเดช  กุศลธรรมรัตน์” COO and Co-Founder บริษัท เวริลี วิชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจระบบอ่านหมายเลขทะเบียนรถ และอ่านเลขตู้คอนเทนเนอร์อัตโนมัติโดยเทคโนโลยี AI  บอกว่า ความรู้ทางด้าน 5G เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ กับบริษัทเพราะหากได้ 5G เข้ามาจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนในการติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่อยู่หน้าไซต์งานจำนวนมาก สามารถบริหารจัดการได้ที่ส่วนกลางแบบรวดเร็ว ประหยัดต้นทุนได้ ทำให้เรียลไทม์ สะดวก รวดเร็ว ขึ้นด้วย ที่สำคัญ บริษัทเตรียมตัวขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศด้วยจึงเข้าร่วมโครงการกับ NIA เพื่อเสริมความรู้ก่อนขยายธุรกิจจริง


“สิ่งที่เราตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเพราะอยากรู้ว่า 5G มีหลักการทำงานอย่างไร มีอะไรดีขึ้นกว่า 4G เราจะนำความรู้มาต่อยอดงานของบริษัท ผมเชื่อว่ามันเป็นประโยชน์อย่างมากกับธุรกิจเพราะทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป ดังนั้น ธุรกิจต้องพร้อม ทำการบ้านก่อนที่ 5G จะมาในเร็วๆ นี้ ผมเชื่อว่าใครพร้อม ใช้ประโยชน์เป็น จะทำให้แข่งขันได้” ธีระเดช กล่าว

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

มุมมองต่อไปกับ “ศรายุทธ์  ศุภโชคภากร”  Managing Director บริษัท บลูชาร์ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทคือ tech company ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน software  development ลูกค้าคือผู้ให้บริการมือถือ และอินเทอร์เน็ต และโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มพลังงาน ได้กล่าวเสริมว่า 5G จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมมากขึ้น มินิเตอร์ได้ง่ายขึ้น  IOT แพลตฟอร์มสามารถดึงข้อมูลอื่นๆ จากหลายที่มารวมไว้ที่ส่วนกลางได้ สามารถวิเคราะห์ พยากรณ์กระบวนการผลิตต่างๆ ล่วงหน้าได้ อย่างเช่นประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ดังนั้น 5G มีส่วนสำคัญมากๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจทำงานง่ายขึ้น จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการกับ NIA

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G


ส่วน “ดร.คุณานนต์  กิตติพุฒิ” Chief  Operating Officer บริษัท เรบุส จำกัด ให้ข้อมูลว่า บริษัทคือผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์ เทคสตาร์ทอัพ สาเหตุที่มาเข้าร่วมโครงการเพราะว่าต้องการหาแนวร่วมลงทุนเครื่องตรวจจับโควิด-19 แบบเรียลไทม์ รวมถึงการพัฒนาเลเซอร์ห้ามเลือด และเลเซอร์ให้ยาชา ต้องการความรู้โซลูชั่นใหม่ๆ เพิ่ม ด้วย และอยากนำความรู้เรื่อง 5G ไปพัฒนาธุรกิจให้เรียลไทม์ขึ้น

จับเข่าคุย 5 ผู้บริหารสตาร์ทอัพ ที่ NIA ปลุกปั้นพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G


ปิดท้ายกันที่ “ อนวัช  โชคดีเป็นเลิศ” Product Owner จากบริษัทบิลค์ วันกรุ๊ป จำกัด กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทให้บริการซอฟต์แวร์ในงานก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบริการแบบ B2B ด้วย โดยใช้โปรแกรมที่เรียกว่า Pojjaman2 (พจมาน 2) ในการบริหารจัดการ ข้อดีของการมาเติมความรู้ 5G กับโครงการของ NIA คือ ช่วยหน้าง่ายในการอัพเดทความคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเดินไปตรวจงานที่หน้างานสารมารถใช้ 5G ในการตรวจงานผ่านวิดีโอคอลได้เลย รวมถึงใช้ในการเก็บข้อมูลออนไลน์ได้ บริหารต้นทุนได้ บัญชี การเงิน เป็นต้น

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ17 กันยายน 2563 – 17:02 น.

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2563 หวังเป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

วันที่ 17 ก.ย. 63 ที่ บริเวณลำเหมืองร้องขี้ควาย หมู่ 3 ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2563 โดยมีนายอุดม อิ่นคำ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่คือ และนายชุมพล ชัยรุ่งเรือง กำนันตำบลแม่คือ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่ และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากชาวประมง และประชาชนทั่วไปงดจับสัตว์น้ำทุกชนิดเป็นเวลา 1 วัน ในวันที่ 21 กันยายน ของทุกปี

ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับอำเภอดอยสะเก็ด เทศบาลตำบลแม่คือ และผู้นำท้องที่ตำบลแม่คือได้คัดเลือกลำเหมืองร้องขี้ควาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของลำน้ำแม่ลาย ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เขต 1 เชียงใหม่ ประกอบด้วยปลาบ้า และปลาสวาย จำนวน 500,000 ตัว และนอกจากการปล่อยพันธุ์ปลาบริเวณพื้นที่แห่งนี้แล้วจะมีการนำพันธุ์ปลาไปปล่อยในแหล่งน้ำต่างๆของตำบลแม่คือ ก่อให้เกิดเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ เป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป.

เชียงใหม่ ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 500,000 ตัว เนื่องในวันประมงแห่งชาติ

ฟงหวิน  ศักดิ์อัสวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

Vaccine companies reveal their study designs, even as Trump sows confusion #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Vaccine companies reveal their study designs, even as Trump sows confusion

Health & BeautySep 18. 2020President TrumpPresident Trump 

By The Washington Post · Carolyn Y. Johnson · NATIONAL, HEALTH, SCIENCE-ENVIRONMENT, HEALTH-NEWS 
WASHINGTON – President Donald Trump stood before a televised audience Wednesday and proclaimed that “results are very good” for vaccines targeting the novel coronavirus. A day later, Moderna and Pfizer, two front-runner drug companies developing a shot, released the full rule books for their studies, revealing that no one yet knows conclusively whether a vaccine is safe and effective – not even company executives.

Trump’s imprecise, extemporaneous comments about vaccines have frequently clashed with messages from government officials, outside scientists and companies. That discord has intensified concerns that political pressure will force a vaccine to be prematurely approved but also has sown public confusion as important public health messages have become entangled with politicians’ appeals to voters and companies’ communications to shareholders.

“We need trust as much as we need efficacy,” said Andrew Pavia, an infectious-diseases specialist at the University of Utah School of Medicine. “We can’t afford to do anything that reduces the trust. It’s not just the trust of the public. Experts in the field have to see enough of the data to feel comfortable to recommend it.” 

Leaders of Moderna and Pfizer cited the need for greater transparency than usual in covid-19 clinical trials as the reason behind their decision to release the full documents describing how their studies will measure safety and effectiveness.

The documents confirm that study participants, physicians running the trials and the companies are “blinded,” unable to tell who received a real vaccine and who received a placebo.

Moderna’s trial contains preprogrammed milestones – when there are 53, 106 and 151 cases of covid-19, the illness caused by the coronavirus, among all participants – that allow an independent committee to analyze data to assess if there’s a signal of effectiveness. A key metric in vaccine studies involves examining who falls ill during the course of a trial and whether that person received a shot of protection or a placebo. It’s only then that anyone will know how well the vaccine is protecting people from becoming sick.

After reviewing the infection findings, the data committee will then make recommendations to an oversight group on whether to continue the trial. According to Moderna’s document, the first analysis is projected to be completed by the end of the year, but the timeline will vary depending on how many people get sick while participating in the trial.

“I have seen no data since the Phase 3 [trial] started,” Moderna chief executive Stéphane Bancel said in an interview. He predicted the company may have enough cases to detect whether the vaccine is effective in November, and it is possible but unlikely there could be a signal in October. Bancel predicted it would take a week or two to analyze and clean up data and submit it to regulators.

“We really have to wait for the data,” Bancel said. “We need to wait for the science to cook in the oven.” 

Trump predicted Wednesday a vaccine would probably be available by mid-October, an apparent reference to the Pfizer vaccine.

Pfizer chief executive Albert Bourla said he expects there will be enough data for a “conclusive result by the end of October” during an event reviewing the company’s research portfolio, although he told CNBC he did not expect the data to come before a scheduled Oct. 22 meeting of a vaccine advisory committee for the Food and Drug Administration.

But experts have said they believe at that time, the most advanced trials in the United States will be administering the second booster shot needed to trigger immunity to the last participants – or waiting for participants’ immune systems to muster a response before they can begin to count cases.

“Mid-October – that all defies the math of the enrollment, the follow-up, the second booster shots. It doesn’t even compute, if it’s done right,” said Eric Topol, a cardiologist at Scripps Research Translational Institute.

Pfizer spokeswoman Amy Rose said the company traditionally does not share the full protocol of its trials until results are published but is doing so now in recognition that “the covid-19 pandemic is a unique circumstance and the need for transparency is clear.” 

Pfizer’s trial protocol shows that interim analyses of data are planned at regular intervals, when there are 32, 62, 92, 120 and 164 cases of covid-19 among study participants.

Late-stage testing of an experimental vaccine from AstraZeneca is paused in the United States after a possible adverse event in a British trial, even as other countries have restarted their trials. Physicians have been calling for transparency about that event to shore up public trust in the vaccine.

Trump’s comments have often made it appear that people already know the vaccine works and getting it approved is a formality that could occur at any time.

But as the documents provided by both companies show, the reasons for stopping a trial early have been carefully delineated. The data analyses by independent committees allow those panels to recommend whether to stop the trial early – because the vaccine is so effective it would be unethical to continue or because it is clearly not working or it is harmful.

The possibility that the vaccine trials will be stopped early has been endlessly examined by politicians and the media, but experts said it is important to remember that stopping a trial early is a rare outcome, not the norm.

David DeMets, a University of Wisconsin at Madison biostatistics expert who has served on data safety and monitoring committees for nearly half a century, said the overwhelming majority of trials are not stopped.

“If we stop too soon, we won’t have as reliable an answer as we set out for,” DeMets said. “If you stop early, not because the data are mature enough but because of other pressures, then you might not have the same confidence in the answer you want to know or needed.” 

While the criteria for stopping a trial are heavily dependent on statistics, that should not be the only factor, Topol said.

“If you stop a trial early, it’s not just a statistical assertion; it’s saying it’s unethical to proceed because of overwhelming efficacy,” Topol said. “You sure want to know it works, and you could say it’s unethical not to proceed, to get more compelling and complete data.” 

Approving or authorizing any vaccine on incomplete data would spark a cascade of follow-on questions, including whether the people in the placebo arm of the trial should be given the vaccine right away and how future vaccine trials should be structured. Most experts say multiple vaccines will be needed to end the pandemic, but it might become harder to recruit volunteers, or even unethical, to test a vaccine against a placebo if another has been deemed safe and effective by regulators.

Trump indicated the vaccine would be available to the general public right away after it is authorized. His coronavirus adviser, Scott Atlas, said high priority groups would probably be vaccinated by January.

Prioritizing the people who need the first doses of the vaccine is a huge part of the planning process, and those guidelines have not even been finalized. Discussions have focused on prioritizing doses for those at greatest risk for infection, including front-line health-care workers and older people with conditions that increase their risk for serious illness.

Peter Hotez, dean of the National School of Tropical Medicine at Baylor College of Medicine, said the only way to convince the public of the safety and effectiveness of vaccines that utilize new technologies and are likely to get a form of authorization that is short of full approval is through clear and open communication.

“The world is littered with very good vaccines that never get used due to public perception. It could easily happen here,” Hotez said. “We still don’t know if these vaccines are going to work, we have no evidence they’re going to work [yet]. . . . The only way you’ll be able to sell this to the scientific community is through complete transparency.” 

ส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632982

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 13:30 น.ส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟพาส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟ แชะและแชร์รูปแบบจอย! จอย! ที่อุโมงค์ Art Gallery ตลอดกันยายนนี้

หากนึกถึง LINE STICKERS หลายคนคงนึกถึงตัวแทนคำพูดและความรู้สึกดีๆ ที่กดส่งผ่านแชทกันทุกวี่ทุกวัน ไม่ว่าจะห้องแชทครอบครัว เพื่อนฝูง คนพิเศษ หรือเพื่อนร่วมงาน LINE STICKERS ก็ตอบโจทย์ทุกบทสนทนาได้อยู่หมัด แต่อีกความโดดเด่นจากบริการ LINE STICKERS ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือการเปิดกว้างทางความคิดสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่บนแพลตฟอร์มระดับโลกให้เหล่าครีเอเตอร์ทั้งมือใหม่และมือโปรมาปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างไม่รู้จบ ทั้งลายเส้น สีสัน คาแรกเตอร์ ไปจนถึงงานแอนิเมชัน จนออกมาเป็นสติกเกอร์หลายร้อยหลายพันชุดให้ทุกคนเลือกใช้กัน

อุโมงค์ Art Gallery ครั้งแรกของ LINE STICKERS และ LINE MELODY ภายใต้คอนเซ็ปต์ JOIN THE JOY สร้างปรากฏการณ์ชมงานศิลป์บนผนังทางเดิน ณ ทางออกที่ 3 ของ MRT พหลโยธิน ด้วยการนำเสนอสติกเกอร์ถึง 150 ชุดและโมโลดี้อีก 30 เพลง ในบรรดาผลงานเด็ดๆ โดนๆ เหล่านี้ก็มีสติกเกอร์ฝีมือ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราขอยกมาเล่าให้ฟังและรู้จักกันมากขึ้น ลองไปดูกันเลยว่ามีครีเอเตอร์คนโปรดของคุณรวมอยู่ด้วยหรือเปล่า!

1. shhuunns (อภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “ดึ๊บ ดึ๊บ”

คาแรกเตอร์มนุษย์ตัวขาวหัวกลมน่าตียียวนกับข้อความสุดกวนสะกิดต่อมฮา เดาไม่ยากเลยว่าสติกเกอร์นี้คือ “ดึ๊บ ดึ๊บ” (Dueb Dueb) ผลงานของคุณอภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์ หรือ shhuunns กราฟิกดีไซเนอร์ผู้ลาออกจากงานประจำมาเป็น ครีเอเตอร์อย่างจริงจัง สำหรับคาแรกเตอร์ดึ๊บ ดึ๊บ นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากท่าทางการเต้นกวนๆ ของวัยรุ่นหน้าเวทีหมอลำทางภาคอีสาน พอนำข้อความมาใส่ให้เข้ากับบริบทก็ยิ่งโดนใจผู้ใช้สุดๆ

2. Koranan (กรนันท์ ชื่นพิชัย) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “Animal Addict”

นอกจากจะเป็นนักเขียน Story Board และช่างภาพฝีมือดีแล้ว คุณกรนันท์ ชื่นพิชัย หรือ Koranan ยังเป็นนักวาดมากความสามารถผู้สร้างสรรค์ลายเส้นละเอียดๆ เบื้องหลังคาแรกเตอร์ก๊วน “Animal Addict” บอกเล่าไอเดียเมื่อผู้คนเสพติดสรรพสัตว์ แทนยานพาหนะที่เคยขับขี่ ความโหด มันส์ ฮา จึงบังเกิด นอกจากนี้สติกเกอร์ชุด “จ่าแอ๊ด” และ “ป่าโฉด” ก็เป็นผลงานของคุณกรนันท์เช่นกัน

3. POORBOYLIFE (เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “POORBOY”

คาแรกเตอร์เจ้าลิงละม้ายคล้ายบิ๊กฟุตสีขาวขนฟูไถสเก็ตบอร์ดตัวนี้ เป็นผลงานของคุณเกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ หรือ POORBOYLIFE ที่ตั้งใจสะท้อนเรื่องราวชีวิตของตัวเองโดยตรง ตัวคุณเกษมวิทย์ชื่นชอบงาน Graffiti และเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามาสู่เมืองใหญ่ เหมือนกับเจ้า “POORBOY” ที่ต้องลาจากป่ามาสู่เมืองใหญ่เช่นกัน

4. B&B Design ครีเอเตอร์เบื้องหลัง บุบบิบ

สาวน้อยน่ารักผู้มาพร้อมกับความสดใสเกินต้าน จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากน้อง “บุบบิบ” (Boobib) ซึ่งมีคู่เป็นหนุ่ม “บู้บี้” (Boobie) ผลงานของ B&B Design ครีเอเตอร์ที่มีสติกเกอร์ให้เลือกสรรสำหรับทุกสถานการณ์และทุกไลฟ์สไตล์ นับรวมกันแล้วมากกว่า 100 ชุดเลยทีเดียว

5. nualtong (นวลตอง ประสานทอง) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “helloladyfinger”

หากใครที่ติดตามวงการศิลปะอยู่แล้วน่าจะคุ้นชื่อของคุณนวลตอง ประสานทอง หรือ nualthong นักวาดภาพประกอบผู้โลดแล่นอยู่ในวงการมามากกว่าทศวรรษ ทั้งภาพประกอบนิตยสารดัง หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค ฯลฯ รวมถึงสติกเกอร์ชุด “helloladyfinger” นี้ที่มาพร้อมกับลายเส้นเอกลักษณ์ของการวาดคาแรกเตอร์ผู้หญิงในแบบฉบับของตนเอง พร้อมข้อความภาษาอังกฤษแบบฟีลกู๊ด ส่งให้ใครก็แฮปปี้

6. cartoonmunin (มุนินทร์ สายประสาท) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง มุนินฺ

คุณมุนินทร์ สายประสาท หรือ cartoonmunin นักวาดการ์ตูนมืออาชีพคนเก่งที่มีผลงานหนังสือรวมกว่า 10 เล่ม และสร้างสำนักพิมพ์ของตัวเองในชื่อ 10 มิลลิเมตร (10mm. Studio) ซึ่งตัวละครจากหนังสือของเธอก็ได้ต่อยอดมาเป็นสติกเกอร์ไลน์ “มุนินฺ” ผู้หญิงที่จริงจังกับทุกเรื่อง ทั้งเรื่องรัก เรื่องเล่น เรื่องสนุกๆ รวมถึงคาแรกเตอร์อื่นๆ เช่น “คุณปลาวาฬ” และสมาชิกครอบครัว “บ้านโลมา” ด้วยเช่นกัน

7. กิตติ รุจิเรกานุสรณ์ ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “ขิงขิง”

เด็กสาวผมสั้นสไตล์การ์ตูนหัวโต มาพร้อมแอคติ้งใบหน้าสุดดราม่า คาแรกเตอร์นี้ก็คือสาวน้อย “ขิงขิง” ผลงานของคุณกิตติ รุจิเรกานุสรณ์ นั่นเอง ตัวการ์ตูนของเธอมาพร้อมความน่ารัก สีสันหวานสดใส แต่ที่ต้องยกนิ้วให้คือใบหน้าสื่ออารมณ์ ทั้งเบ้ปาก มองบน มองแรง ก็สื่อสารออกมาได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้น้องขิงขิงยังมีเพื่อนๆ คาแรกเตอร์สไตล์เดียวกันคือ “น้องขนุน” และ “น้องน้อยหน่า” อีกด้วยนะ

หากเดินแชะภาพกับผลงานของศิลปินและครีเอเตอร์คนโปรดกว่า 180 รายการจนจุใจแล้ว ก็สามารถยกมือถือขึ้นมาสแกน QR Code ผ่าน Virtual LINE Store เพื่อดาวน์โหลด LINE STICKERS และ LINE MELODY ที่ถูกใจได้ทันที สร้างประสบการณ์การใช้งานแบบง่ายๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปิดให้ชมแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563 ทุกวัน เวลา 06.00-00.00 น. ที่ MRT พหลโยธิน ทางออก 3 ติดตามอัปเดตความเคลื่อนไหวของ LINE STICKERS และ LINE MELODY ได้ที่ LINE Official Account @linestickersth และ @linemelodyth

ดีไซเนอร์สาวเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632979

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 11:12 น.ดีไซเนอร์สาวเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดีดีไซเนอร์สาว ‘ขนิษฐา ดรุณเนตร’ จากแบรนด์ CANITT ร่วมเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดีกับ THANN Body Care

เป็นดั่งที่สุภาษิตกล่าวไว้ “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” เพราะบุคลิกภาพที่ดีสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ การดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ใช่แค่เพียงการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามเท่านั้น การมีผิวพรรณที่ดีก็สามารถสร้างจุดเด่น และเพิ่มความมั่นใจให้เราได้

ด้วยเหตุนี้แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จึงร่วมกับดีไซเนอร์สาวจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) ขนิษฐา ดรุณเนตร จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป พร้อมแนะเคล็ดลับเลือกชุดสวยให้ดูดีอย่างมั่นใจควบคู่ไปกับการดูแลผิวพรรณ

“แฟชั่นสไตล์การแต่งตัว รวมถึงการใช้สีสันนั้นสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้หญิง ในฐานะดีไซเนอร์เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีคำจำกัดความแบบตายตัวสำหรับการเลือกเสื้อผ้า สำคัญต้องรู้ว่าควรเลือกเสื้อผ้าแบบไหนให้เหมาะกับผิวพรรณ ซึ่งสมัยก่อนเชื่อกันว่าต้องผิวขาวเท่านั้นถึงจะสวย แต่เทรนด์ในปัจจุบันจะเน้นแบบผิวสวยสุขภาพดี ทำให้การดูแลผิวนั้นมีสำคัญไม่น้อยไปกว่าการใช้เมคอัพและการเลือกชุดเลย ผู้หญิงทุกคนสามารถมีผิวสวยสุขภาพดีได้เพียงแค่ดูแลผิวอย่างถูกวิธี โดยให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวกายไม่น้อยไปกว่าการบำรุงผิวหน้า เพื่อให้ผิวมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัส

การเลือกครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ครีมที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ครีมที่แพงที่สุด แต่ต้องเหมาะกับผิวเราที่สุด ส่วนตัวมีเคล็ดลับการดูแลผิว คือทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ 5 -10 นาที เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนกำลังเปิด ทำให้ผิวได้รับคุณค่าการบำรุงอย่างเต็มที่ เมื่อผิวสวยสุขภาพดีแล้วจะช่วยเสริมให้ชุดที่เราเลือกใส่ดูดีไปด้วย

นอกจากนี้ การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่าง สาวๆ ที่มีรูปร่างอวบ แนะนำให้เลือกใช้สีเอิร์ธโทน เช่น สีเบจ หรือสีน้ำตาล จะช่วยพรางสัดส่วนได้ดีกว่าสีอ่อนทำให้รูปร่างดูเพรียวขึ้น ด้านซิลลูเอทถ้าเลือกเสื้อที่มีลักษณะเป็นคอวีจะช่วยให้คอดูเพรียวยาว และเทคนิคเล็กๆ สำหรับสาวรูปร่างอวบ คือไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่พอดีกับรูปร่างจนเกินไป เพราะจะเป็นการเน้นให้เห็นสัดส่วนชัดขึ้น ควรจะเลือกสวมชุดที่หลวมนิดหน่อยจะช่วยให้ไม่ดูฟิตมาก สำหรับสาวตัวเล็ก ควรเลือกชุดที่มีความพอดีตัวเพื่อโชว์ให้เห็นสัดส่วน ส่วนสาวรูปร่างสูงควรเพิ่มแอคเซสซารี่อย่างเข็มขัดเข้ามาเพื่อช่วยให้เห็นส่วนโค้งเว้า และดูบาลานซ์ขึ้น

การเลือกเสื้อผ้าเพื่อเสริมจุดเด่นและปิดจุดด้อย สำหรับสาวๆ หน้าอกเล็ก อาจจะเลือกสวมใส่ชุดที่ตกแต่งเพิ่มฟองน้ำบริเวณช่วงหน้าอกเพื่อช่วยเสริมให้หน้าอกไม่แบนราบและดูมีทรวดทรงได้มากขึ้น ส่วนสาวๆ หน้าอกใหญ่ ก็สามารถเลือกสวมชุดที่มีเลเยอร์อย่างเช่น ถ้าหากอยากใส่สายเดี่ยวก็สามารถเพิ่มเสื้อคลุมเข้ามา หรือสามารถเลือกชุดแบบปาดไหล่จะช่วยดึงดูดความสนใจในภาพรวมแต่ไม่เน้นบริเวณช่วงหน้าอกจนเกินไปได้

ส่วนเทคนิคการเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผิว สามารถแบ่งได้ดังนี้ สำหรับผิวสีซีด สีเหลือง หรือขาวเหลือง สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีเข้ม เช่น ดำ น้ำเงินเข้ม แดง และชมพูเข้ม เพราะช่วยขับสีผิวให้ดูผิวผ่องยิ่งขึ้น แต่อาจไม่เหมาะกับสีขาว ชมพูอ่อน เหลือง ฟ้าอ่อน สีเบจ (น้ำตาลอ่อน) ส้ม และทอง เพราะทำให้สีผิวดูกลืนไปกับชุด

ถัดมาที่สาวผิวขาวใส หรือขาวอมชมพู สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงิน ชมพูอ่อน ม่วงซีด (สีดอกลาเวนเดอร์) ม่วงแดง สีลูกพลัม และสีเหลืองซีด แต่อาจไม่เหมาะกับเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง และสีเอิร์ธโทน (Earth tone) เช่น ดำ และส้ม ด้านผิวสีโทนน้ำตาล สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าสีโทนอบอุ่น เช่น น้ำตาลอ่อน สีเบจ เขียวผลมะกอก ส้ม ทอง เทาเข้ม และน้ำตาลเข้ม แต่อาจไม่เหมาะดำ ขาว หรือโทนน้ำตาลอ่อน เพราะจะดูกลมกลืนไปกับสีผิว และผิวสีแทน หรือสีเนื้อ (ขาวอมส้ม) สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีซีด และสีอ่อนๆ เช่น ส้มพีช น้ำตาลอ่อน เหลืองอ่อน น้ำตาลทอง ฟ้าน้ำทะเล เขียวอ่อน แดงเข้ม ฟ้า และแสด แต่อาจไม่เหมาะคือดำ และขาว ซึ่งเป็นสีที่ตัดกับสีผิว

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงตอนเลือกซื้อชุด คือ เนื้อผ้า หรือชนิดของผ้าว่าเป็นแบบไหน ยับง่ายมั้ย ใส่แล้วคันมั้ย มีการระคายเคืองกับผิวหนังหรือเปล่า เนื้อผ้าชำรุดง่ายหรือเปล่า ในส่วนของซิลลูเอท ควรจะลองสวมเสื้อผ้าก่อนซื้อเพื่อดูว่าเมื่อใส่แล้วการเคลื่อนไหวสะดวกไหม บางชุดอาจจะซิลลูเอทสวยแต่พอมาสวมใส่แล้วอาจไม่เหมาะกับการใส่ในชีวิต ประจำวัน ส่วนการเลือกชุดสำหรับออกงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญ คือ ต้องเลือกชุดให้เข้ากับธีมของงานว่าธีมเป็นแบบไหน หลังจากนั้นก็ดูชุดที่มีสไตล์เข้ากับเรา บางคนอาจเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวด้วยการแมทช์สีสันให้เข้ากับบุคลิกตัวเองได้ หากคนที่ชอบความเรียบหรูก็สามารถเพิ่มเครื่องประดับอย่างต่างหู สร้อยคอ และแหวน เพื่อช่วยให้ดูโดดเด่นขึ้นได้ไม่ยาก หากเป็นงานกลางคืนสำหรับสาวๆ ที่มีจุดเด่นบริเวณช่วงขาที่เรียวยาว ก็สามารถเลือกชุดเดรสผ่าข้างเผยโชว์ผิวบริเวณขา และสวมรองเท้าส้นสูง เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับตนเองได้”  ขนิษฐา ดรุณเนตร ดีไซเนอร์สาวจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) กล่าว

ส่วนทางด้านเซเลบริตี้สาวสวยก็ได้ร่วมเผยเคล็ดลับเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยสุขภาพดี เริ่มที่สาวยิ้มสวย แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผยว่า ‘การมีผิวสวยสุขภาพดีมีความสำคัญต่อการแต่งตัวของเรา เพราะผิวสวยจะช่วยสร้างความมั่นใจให้การแต่งตัวไม่ว่าเราจะสวมใส่ชุดไหน ดังนั้นมายด์จึงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวกายไม่น้อยไปกว่าผิวหน้าเลย จริงๆแล้วมายด์เป็นคนผิวแห้ง ดังนั้นเวลาเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจะเลือกที่มีส่วนผสมของน้ำมันออแกนิค และส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ เพื่อบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอยู่เสมอ ไม่อย่างงั้นระหว่างวันผิวเราจะแห้งเป็นขุยได้ โดยจะทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะมีผิวพรรณที่เนียนนุ่มแบบสุขภาพดี ด้วยความที่มายด์เป็นคนสรีระช่วงบนเล็ก ช่วงสะโพกใหญ่ และขายาวก็มักจะเลือกสวมชุดที่โชว์เรียวขาอย่างเดรสผ่าหน้า หรือบางครั้งก็โชว์ช่วงบนอย่างเดรสสายเดี่ยวหรือชุดที่เข้ารูป ส่วนกางเกงก็จะเป็นกางเกงเอวสูงช่วยให้เอวดูเล็กลง’

ถัดมาที่สาวมั่นใจ เอมษิกา โชติวิจิตร เล่าว่า ‘จินนี่เป็นคนผิวแห้ง จึงต้องบำรุงและดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ โดยเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ที่มีความเป็นเข้มข้นพิเศษอย่างบอดี้บัตเตอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอยู่เสมอ เวลาออกงานก็จะชอบใส่ชุดเดรส โดยเน้นโชว์ผิวบริเวณช่วงไหล่ และแขนเป็นพิเศษ ส่วนโทนสีที่จินนี่ชอบนั้นจะเน้นโทนสีเบจ ดำ ขาว หรือถ้าท่อนบนเป็นสีๆ ท่อนล่างก็จะยังคงสีขาวหรือสีดำไว้ หรือว่าช่วงไหนที่รู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นก็จะเลือกสวมชุดที่ปิดมิดชิดบริเวณช่วงแขนและหัวไหล่เพื่อพรางรูปร่าง สำหรับจินนี่แล้วการที่มีผิวสวยสุขภาพดีก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองได้ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดไหนก็ดูดีค่ะ’

ปิดท้ายที่สาวยิ้มสวย พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ เผยว่า ‘จริงๆแป้งเป็นคนมีปัญหาเรื่องผิวเพราะว่าเป็นคนชอบตากแดด ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องการดูแลผิวเลย ทำให้ผิวแห้งและเป็นกระ พอช่วงที่โตขึ้นก็รักสวยรักงามมากขึ้นจึงหันมาดูแลสุขภาพผิวตังเอง การทาครีมบำรุงผิวก็ช่วยให้สุขภาพผิวของเราดีขึ้น จริงๆ แล้วเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณให้มากๆ เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะดูแลเฉพาะผิวหน้าแล้วลืมดูแลผิวกาย แป้งเองก็มีช่วงที่ผิวขาวบ้างผิวเข้มบ้าง บางช่วงที่เราไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งเท่าไหร่ผิวก็จะขาวขึ้น เราก็สามารถแต่งกายด้วยชุดที่มีสีสันสดใส ส่วนช่วงที่มีกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยๆ ผิวก็จะเข้มขึ้น แป้งก็จะเน้นการแต่งตัวด้วยโทนสีขาว หรือดำค่ะ’

Riedel พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่เอาใจคนรักเส้นด้วย Pasta e Basta 5 เส้น 5 ซอส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633174

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 08:11 น.Riedel พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่เอาใจคนรักเส้นด้วย Pasta e Basta 5 เส้น 5 ซอสอิ่มอร่อยง่ายๆ ตอบโจทย์คนกรุงไลฟ์สไตล์ยุ่งๆ ในช่วงเวลารีบๆ “Riedel Restaurant & Wine Cellar” รังสรรค์เมนู Pasta e Basta เนรมิตมื้ออร่อยง่ายสไตล์อิตาเลียน

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ พามาที่เกษร วิลเลจ ไลฟ์สไตล์เออร์บันใจกลางเมือง พร้อมกับการนำเสนอเรื่องของความอร่อยครั้งใหม่ของ “Riedel Restaurant & Wine Cellar” ร้านที่เหล่าคนรักไวน์ตัวจริงต่างคุ้นหูกันดีในฐานะผู้ผลิตแก้วไวน์ระดับเวิลด์คลาส อีกทั้งยังเป็น Artisan Wine Bar แห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่เสิร์ฟไวน์ด้วยแก้วและอุปกรณ์จากแบรนด์ Riedel

สำหรับความพิเศษของ Pasta e Basta ที่ Riedel Restaurant & Wine Cellar รังสรรค์มาในครั้งนี้ คือโฮมเมดพาสต้าสไตล์อิตาเลียนที่เชฟโชว์ความสดใหม่แบบทำให้เห็นกันกลางร้านที่ Pasta Station โดยมีเส้นมาให้เลือกกันถึง 5 แบบ ได้แก่ เส้นสปาเก็ตตี้, ลิงกวินี่, เฟตตูชินี่, บีโกลี่ และโปเตโต้ น็อคคี ซึ่งลูกค้าสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เส้นพาสต้ากับซอสในแบบที่ตัวเองชอบ โดยมีให้เลือกด้วยกัน 5 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นซอสโบโลเนส, คาโบนาร่า, เพสโต้, อากริโย เอะ โอริโย หรือจะเป็นซอสอาราเบียตต้า

เมนูแนะนำ

Spaghetti Carbonara (320 บาท) สปาเก็ตตี้เส้นเหนียวนุ่มคลุกเคล้ากับมากับครีมซอสรสชาติเข้มข้นจากส่วนผสมของชีสเพโกริโนและไข่แดงออร์แกนิก กลมกล่อมถึงขีดสุด อัพความฟินด้วยเบคอน ก่อนโรยด้วยชีสอีกที จานนี้เผลอแป๊บเดียวหมดไม่รู้ตัว

Aglio e Olio Seafood  (320 บาท) อากริโย เอะ โอริโย เมนูเรียกยากที่ตัวซอสมีส่วนผสมของกระเทียมและน้ำมันมะกอก ผัดมากับซีฟู้ดทั้งกุ้ง หมึก เพิ่มความแซ่บด้วยพริกแห้ง ส่วนทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่การใช้น้ำปลาปลากะตักนำเข้าจากอิตาลีที่มีความเป็นมาเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ทำให้มีกลิ่นและรสชาติเอกลักษณ์ที่ไม่มีเหมือนใคร ด้านเส้นพาสต้าสีเขียวทำจากผักเคล หรือผักคะน้าใบหยัก ซูเปอร์ฟู้ดฉายา “ราชินีผักใบเขียว“ ทำสดใหม่ อร่อย เหนียว นุ่ม ประโยชน์เต็มๆ

Basil-Pesto (320 บาท) ซอสเพสโต้ที่มีส่วนผสมของใบโหระพาฝรั่ง ถั่วไพน์นัท พาร์เมซานชีส และน้ำมันมะกอก ใครสั่งจานนี้การันตีความเข้มข้น

ยังมี Creamy Bolognese (320 บาท) ซอสโบโลเนสที่มีส่วนผสมของเนื้อ 3 ชนิด ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ และความอร่อยที่ได้ใจไปเต็มๆ Spicy Arrabbiata (320 บาท) เมนูพาสต้าซอสอาราเบียตต้ารสเผ็ด มีส่วนผสมของมะเขือเทศสดและพริกแดง อร่อยครบรส

คนรักเส้นสามารถตามไปลิ้มลองความอร่อยของเมนู Pasta e Basta ได้แล้ววันนี้ ที่ Pasta Station ร้าน Riedel Restaurant & Wine Cellar ตั้งอยู่ที่ เกษร วิลเลจ ชั้น 2 (ช่วงเวลา 11:00–15:00 น.) ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00–24.00 น. สอบถามโทร. 02 656 1133, Line ID : @riedelbkk, เฟซบุ๊ก : Riedel Restaurant & Wine Cellar

How to ล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/632981

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 19:30 น.How to ล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่การล้างหน้าที่ถูกวิธีเป็นจุดเริ่มต้นของการมีผิวสุขภาพดี แล้วมั่นใจแค่ไหนว่าที่เราล้างหน้าอยู่ทุกวันทำถูกต้องแล้ว 100%

คนเราล้างหน้ากันทุกวันเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่รู้หรือไม่ ว่าการล้างหน้าที่ถูกวิธีเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้ผิวมีสุขภาพดี ซึ่งการล้างหน้าดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่มีหลายท่านล้างหน้าไม่สะอาด ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลทำให้ผิวมีริ้วรอย ใบหน้าไม่สดใส สิ่งเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็มาจากการล้างหน้า พญ.พนิดา จรรย์ศุภรินทร์ แพทย์ประจำแอดไลฟ์ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) แนะนำวิธีการล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่ ดังนี้

โดยทั่วไปแนะนำให้ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น การล้างหน้าบ่อยเกินไป อาจทำให้มีการทำลายสมดุลผิวที่เป็นเกราะป้องกันผิว ทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้

หนึ่งในความสำคัญของการล้างหน้าคือ การทำความสะอาดผิวเพื่อเตรียมพร้อมที่จะบำรุงผิวหน้าในขั้นตอนถัดไป นั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราจึงควรล้างหน้าให้สะอาด เพื่อให้ครีมบำรุงต่างๆ สามารถซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างเต็มที่

แนะนำการล้างหน้าเบื้องต้น คือการล้างหน้าต้องล้างให้สะอาด เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป ปกติแล้วควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือเช้าและเย็น โดยมีขั้นตอนการล้างหน้าคือ

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการล้างหน้าโดยเฉพาะ เช่น ผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ผสมพาราเบน แอลกอฮอล์ หรือสารทำความสะอาดที่มีความรุนแรงเกินไป ส่วนผิวมัน ผิวผสม หรือคนที่มีปัญหาสิว อาจเลือกเจลล้างหน้าที่อ่อนโยน แต่ผสมสารที่ช่วยลดความมัน ลดการอุดตันของสิว เช่น salicylic acid เป็นต้น

2. เริ่มล้างหน้าโดยเริ่มจากการทำผิวหน้าให้เปียกด้วยน้ำสะอาดเล็กน้อย หลังจากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้า นวดผิวหน้าให้ทั่วนานประมาณ 15-20 วินาที ไม่ควรนวดแรงจนเกินไป พยายามนวดขึ้นเพื่อเป็นการต้านแรงโน้มถ่วง หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด อย่าใช้น้ำร้อนจัด เพราะจะทำให้ผิวแห้งเกิดริ้วรอยได้ เช็ดหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูที่สะอาดหรือกระดาษเช็ดหน้าซับเบาๆ อย่าถูแรงเกินไป

3. สำหรับในตอนเย็นจะเพิ่มขั้นตอนการเช็ดครีมกันแดดและครีมล้างหน้าก่อนการล้างหน้า

  • ขั้นตอนแรก ล้างมือให้สะอาด ในกรณีที่มีการแต่งหน้า ทามาสคาร่า เราควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับล้างเช็ดตาโดยเฉพาะ โดยการเทผลิตภัณฑ์ที่จะเช็ดตาลงบนสำลีให้ชุ่ม หลังจากนั้นทาบนเปลือกตา เช็ดออกเบาๆ จากหัวตาไปหางตาจนกว่าจะสะอาด
  • ใช้คลีนซิ่งน้ำนมหรือออย หลักการก็คือผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ทาผิวหน้าตอนกลางวันมักจะมีเบสเป็นน้ำมัน เช่น ครีมกันแดด และเครื่องสำอาง มักมีลักษณะ กันน้ำ ดังนั้นการล้างหน้าเพียง step เดียวเหมือนตอนเช้า จึงไม่เพียงพอ ดังนั้น ขั้นตอนแรกเราจึงควรเช็ดเอาครีมกันแดด และเครื่องสำอางออกก่อน โดยผลิตภัณฑ์ที่ให้เช็ดเครื่องสำอางในท้องตลาดมีมากมาย แบ่งได้เป็นกลุ่ม cleansing milk, oil เช็ดเครื่องสำอาง และกลุ่มที่เป็น micellar water การเลือกใช้ หากแต่งหน้าจัดๆ cleansing milk หรือ cleansing oil จะทำความสะอาดเครื่องสำอางกันน้ำได้ดีกว่า ขั้นตอนเริ่มจากบีบใส่ผิวนวดลงบนผิวหน้าที่แห้งเพื่อล้างครีมหรือครีมกันแดด จากนั้นนำสำลีชุบน้ำเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมด จากนั้นจึงเริ่มล้างหน้าตามปกติ

สิ่งสำคัญที่สุด คือล้างหน้าให้สะอาด เช็ดเครื่องสำอางทุกครั้ง เลือกผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าให้เหมาะกับผิว รวมถึงไม่ควรใช้น้ำร้อนจัดหรือนำสบู่อาบน้ำมาล้างหน้าด้วย เพราะจะทำให้ผิวหน้าแห้ง เกิดเป็นริ้วรอยได้ เมื่อหน้าสะอาดแล้ว การบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไปก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น