Miss Universe hopefuls visit Hua Hin for photoshoot #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Miss Universe hopefuls visit Hua Hin for photoshoot

Health & BeautySep 22. 2020Photos By Tanachai PramarnpanichPhotos By Tanachai Pramarnpanich 

By The Nation

All 30 Miss Universe Thailand contestants graced Prachuap Khiri Khan’s Hua Hin district with their style and beauty on Tuesday (September 22).

They were at the charming seaside resort town to pose for photographs as well as interact with locals and learn of their way of life.The beauties posed for a photoshoot with vintage Rolls Royce and Mercedes Benz cars, and attractions like the iconic Hua Hin Railway Station.

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 1422 กันยายน 2563 – 18:34 น.

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ มอบรางวัลแก่ผู้ชนะโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ (องค์การมหาชน) หรือ จีไอที จัดพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 (GIT’s 14th World Jewelry Design Award 2020) โดยผู้ชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่รางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมี นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอญณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีร่วมด้วยนายสุเมธ ประสงค์พงศ์ชัย รองผู้อำนวยการสถาบัน รักษาการแทน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ณ ห้อง รีเจนซี่บอลรูม 2 โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท เมื่อวันก่อน

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

นันทวัลย์ ศกุนตนาค

โครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Beyond Jewelry: Artistic Elegance of Gems โดยเปิดกว้างให้นักออกแบบได้ใช้จินตนาการสร้างสรรค์แบบวาดเครื่องประดับแบบไร้ขีดจำกัด ไม่มีการกำหนดชนิดของอัญมณี ซึ่งได้รับการความสนใจและการตอบรับอย่างดีมากจากนักออกแบบทั้งไทยและต่างชาติ ส่งผลงานเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก มีผลงานส่งเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 352 ผลงาน แบ่งเป็นผลงานนักออกแบบชาวไทย 169 ผลงาน และผลงานของนักออกแบบต่างชาติ 183 ผลงาน จาก 28 ประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจัดประกวดในครั้งนี้เป็นการต่อยอด และ ยกระดับความสามารถของนักออกแบบไทย และ ต่างชาติ ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในยุคปัจจุบัน ที่เครื่องประดับเป็นมากกว่าแค่ความสวยงาม
         

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

สุเมธ ประสงค์พงศ์ชัย

การประกวดครั้งนี้ สถาบันมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ให้เข้ามาในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อีกทั้งผลักดันให้นักออกแบบเหล่านี้ได้มีเวทีนำเสนอผลงานอันสร้างสรรค์ ซึ่งเห็นได้ว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดนี้เป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลงานการออกแบบที่เข้ารอบนั้น มีความร่วมสมัย และ มีความโดดเด่นเฉพาะตัว สามารถยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ นอกจากนี้สถาบันยังมีแผนที่จะต่อยอดและผลักดันนักออกแบบที่ได้รับรางวัลจากการประกวดสู่เวทีการประกวดออกแบบระดับโลกต่อไป
          

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

ผู้ชนะการประกวด

ภายในงานมีการแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องประดับจากผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 4 ผลงาน ถ่ายทอดความงดงามผ่านเหล่านางแบบในแฟชั่นโชว์เครื่องประดับสุดพิเศษ นำทีมโดย ดารานักแสดงชื่อดัง น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของผู้เข้ารอบการตัดสินคัดเลือกแบบวาดจำนวน 30 ผลงาน ให้ผู้ร่วมงานได้ชื่นชมความงามของผลงานการออกแบบของผู้เข้าประกวดอีกด้วย
        

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

สำหรับผลการตัดสินการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14  รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานชุด SCAN ME ออกแบบโดย นายกิติศักดิ์ หมายเจริญ ประเทศไทย ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางค วัฒนวรขัตติยราชนารี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานชุด BRUT_LIST (Eastern European) ออกแบบโดย Mrs. Gerda Liudvinaviciute ประเทศลิทัวเนีย ได้รับเงินรางวัล 3,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงานชุด Smart Jewelry High Fashion ออกแบบโดย นางสาวภาพทิพย์ กุลวุฒิ ประเทศไทย ได้รับเงินรางวัล 1,500 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ รางวัลชมเชย ผลงานชุด Ant and Amber ออกแบบโดย Ms. Melika Aghili ประเทศอิหร่าน ได้รับเงินรางวัล 1,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ

จีไอที มอบรางวัลผู้ชนะออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูผลการตัดสินผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14  ได้ที่เว็บไซต์ http://www.gitwjda.com

จิตอาสานครพนม รวมใจทำความสะอาดเมืองเตรียมรับนักท่องเที่ยวร่วมงานไหลเรือไฟ 63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จิตอาสานครพนม รวมใจทำความสะอาดเมืองเตรียมรับนักท่องเที่ยวร่วมงานไหลเรือไฟ 63

จิตอาสานครพนม รวมใจทำความสะอาดเมืองเตรียมรับนักท่องเที่ยวร่วมงานไหลเรือไฟ 6322 กันยายน 2563 – 12:33 น.

จิตอาสานครพนม รวมใจทำความสะอาดเมืองเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวร่วมงานไหลเรือไฟ 63 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานนำคณะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนจิตอาสาฯ ร่วมกันแสดงพลังเราทำความดีด้วยหัวใจ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำความสะอาดเมือง

วันที่ 22 กันยายน 2563 ที่บริเวณลานตะวันเบิกฟ้า ริมฝั่งแม่น้ำโขง เทศบาลเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานนำคณะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนจิตอาสาฯ ร่วมกันแสดงพลังเราทำความดีด้วยหัวใจ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำความสะอาดและปรับแต่งภูมิทัศน์เมืองนครพนมตามจุดต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่บริเวณแลนด์มาร์คพญาศรีสัตตนาคราช เรื่อยไปตามเส้นทางริมแม่น้ำโขงที่มีการจัดสร้างเรือไฟและพื้นที่ที่จะมีการไหลเรือไฟเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่าทุกพื้นที่มีความสะอาด ปราศจากเชื้อโรค มีความสวยงาม ทั้งเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการนั่งรับชมการไหลเรือไฟของนักท่องเที่ยวที่ต้องมีการเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยที่ห่างไกลโควิด – 19 เป็นการสร้างความประทับใจสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนมให้ยากกลับมาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะยังคงมีผู้ที่มาชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของเรือไฟมากเช่นทุกปี

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ได้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบออกเป็นโซน เพื่อให้การทำความสะอาดและปรับแต่งภูมิทัศน์ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ตลอดความยาวริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งทิศเหนือจะยาวไปจนถึงโบสถ์นักบุญอันนา หนองแสง ที่มีการสร้างเรือไฟลำสุดท้ายขณะที่ทิศใต้จะยาวไปจนถึงลานสวรรค์ชายโขงซึ่งเรือไฟจะไหลไปสิ้นสุด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่บริเวณอื่น ๆ ที่ใช้ในการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2563 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 กันยายน – 4 ตุลาคม 2563 ซึ่งในปีนี้จังหวัดนครพนมได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ  ทั้ง 12 อำเภอสร้างขึ้น

เพื่อเป็นประทีปพุทธบูชารอยพระพุทธบาทในวันออกพรรษา ตามความเชื่อที่ว่าเมื่อครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมเทศนาโปรดพญานาคที่เมืองบาดาล ได้ทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทา มหานที โดยในปีนี้จังหวัดได้มีการปรับเปลี่ยนวันไหลเรือไฟแข่งขันให้มากขึ้นเป็น 3 วันจากเดิมที่มีเพียง 1 วัน คือวันที่ 30 กันยายน จำนวน 2 ลำ เป็นเรือไฟประเภทความคิดสร้างสรรค์ จากอำเภอนาหว้าและอำเภอวังยาง และวันที่ 1 ตุลาคม จำนวน 3 ลำ เป็นเรือไฟจากอำเภอบ้างแพง อำเภอปลาปากและอำเภอนาแก ส่วนวันที่ 2 ตุลาคม จำนวน 7 ลำ เป็นเรือไฟประเภทสวยงามจากอำเภอศรีสงคราม อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอนาทม อำเภอท่าอุเทน อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนครและอำเภอธาตุพนม ส่วนวันอื่นๆ จะเป็นเรือไฟโชว์ที่ปล่อยไหลพร้อมกับกระทงสาย

ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครพนม

วธ.พิจิตร หลังชนฝานิมนต์รองเจ้าคณะจังหวัดแถลงเคลียร์เงินอุดหนุนวัด ทำถุงยังชีพแจกจริง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วธ.พิจิตร หลังชนฝานิมนต์รองเจ้าคณะจังหวัดแถลงเคลียร์เงินอุดหนุนวัด ทำถุงยังชีพแจกจริง

วธ.พิจิตร หลังชนฝานิมนต์รองเจ้าคณะจังหวัดแถลงเคลียร์เงินอุดหนุนวัด ทำถุงยังชีพแจกจริง

22 กันยายน 2563 – 12:33 น.

วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรทัวร์ลง หลังถูกแฉโอนเงินอุดหนุนเข้าบัญชีวัดแล้วขอคืน อ้างทำถุงยังชีพเป็นภาพรวม แจงเจตนาบริสุทธิ์ อาจผิดหลักการแต่วิธีการและการดำเนินการโปร่งใสตรวจสอบได้ ถุงยังชีพแจกถึงมือชาวบ้าน เหตุรวมงบเพราะเป็นช่วงโควิด19 เป้าหมายอำนวยความสะดวกให้

วันที่ 22 ก.ย. 2563 วัดบึงสีไฟภัทราราม อ.เมือง จ.พิจิตร นางสาวณัณธิญาจ์ มังคละคีรี วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยทีมงานสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ร่วมชี้แจงกรณีมีผู้ร้องเรียนประเด็นเงินโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศิลจาริณีภาคฤดูร้อน ประจำปี 2563 ที่มีการโอนเงินอุดหนุนให้กับวัดต่างๆ 31 แห่ง เป็นเงิน 330,000 บาท เพื่อจัดทำถุงยังชีพแจกผู้ประสบวิกฤตโควิด 19 ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ แต่ไปขอทวงเงินคืนจากวัด แล้วนำมาดำเนินการจัดหาถุงยังชีพให้ แต่ถูกร้องเรียนว่า ทำเกินหน้าที่ วันนี้จึงขอชี้แจงซึ่งจากกรณีดังกล่าว นางสาวณัณธิญาจ์ มังคละคีรี วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ได้ชี้แจงว่า ในช่วงเดือนเมษายน 2563 ได้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้ปรับโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศิลจาริณีภาคฤดูร้อน ประจำปี 2563 เป็นกิจกรรมการมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค งบประมาณ 330,000 บาท

โดยมีวัดเข้าร่วมโครงการ จำนวน 31 วัด เพื่อให้ถุงยังชีพตามโครงการมีรูปแบบและสิ่งของในถุงเหมือนกันทุกชิ้น และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร กำหนดหลักเกณฑ์ของถุงยังชีพ ประกอบด้วย ข้าวสารเสาไห้ 5 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง, ไข่ไก่ 1 แผง จำนวน 30 ฟอง, ปลากระป๋อง จำนวน 6 กระป๋อง, นม 1 แพ็ค จำนวน 6 กล่อง, น้ำมันพืชขวดใหญ่ 1 ลิตร จำนวน 1 ขวด, น้ำพริก จำนวน 2 กระปุก รวมมูลค่าถุงยังชีพ 1 ถุง เท่ากับเงิน 500 บาท จำนวน 660 ถุง ช่วยเหลือประชาชนได้ 660 ครอบครัว โดยบรรจุในถุงผ้าที่มีตรา กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และคณะสงฆ์จังหวัดพิจิตร นอกจากนี้ วัดท่าหลวง พระอารามหลวง ได้มอบถุงยังชีพสมทบเพิ่มเติม นอกเหนือจากโครงการอีก 50 ถุง  นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบวิกฤตโควิด 19 ในช่วงนั้นอย่างครบถ้วน

ในส่วนของพระพิศาลสาธุกิจ รองเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เจ้าอาวาสวัดบึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ก็มาร่วมเป็นสักขีพยาน และร่วมยืนยันว่า หลายวัดที่เข้าร่วมโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่สะดวกในการจัดทำถุงยังชีพตามที่กำหนดได้ จึงเห็นชอบให้ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำ เพื่อความเป็นเอกภาพในการจัดทำถุงยังชีพ ประชาชนได้สิ่งของครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของถุงยังชีพ ที่ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรกำหนด นอกจากนี้นางทิพวรรณ์ จันทรสุกรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงสีไฟ ก็พาเด็กๆ ที่ได้รับถุงยังชีพมายืนยันกับผู้สื่อข่าว ว่าถุงยังชีพที่ได้รับจาก สนง.วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ถึงมือประชาชนและมีสิ่งของครบถ้วนตามรายการอย่างที่เห็นเหมือนกันทุกถุง อีกทั้งผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 ก็ได้รับผลประโยชน์จากถุงยังชีพดังกล่าวอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

วธ.พิจิตร หลังชนฝานิมนต์รองเจ้าคณะจังหวัดแถลงเคลียร์เงินอุดหนุนวัด ทำถุงยังชีพแจกจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการชี้แจงของ วธ.พิจิตร จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำการดังกล่าวน่าจะเข้าข่ายที่ว่าเป็นการจัดการงานนอกสั่ง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของตน แต่เอาความรู้สึกหรือเจตนาส่วนตัวมาดำเนินการ ซึ่งผิดหลักการตามระเบียบการจัดซื้อ-จัดจ้าง แต่วิธีการหรือการทำงานถึงเป้าหมาย ชาวบ้านได้ประโยชน์ ซึ่งก็คงต้องรอผลการสอบสวนจากผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมที่มี นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ตั้งขึ้น ว่าจะมีธงในการพิจารณาอย่างไรต่อไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาค

รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานเสวนาถอดรหัสโต๊ะกลมการท่องเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานเสวนาถอดรหัสโต๊ะกลมการท่องเที่ยว

รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานเสวนาถอดรหัสโต๊ะกลมการท่องเที่ยว

22 กันยายน 2563 – 09:20 น.

นายพิพัฒน์ รมต.ท่องเที่ยวและกีฬาเปิดงานเสวนาถอดรหัสโต๊ะกลมการท่องเที่ยวมุ่งเน้นการเป็นเมืองมรดกโลกและเมืองสร้างสรรค์ อย่างยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว อาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยร่วมเสวนาหัวข้อ สุโขทัยได้ประโยชน์อย่างไรจากการเป็นเมืองมรดกโลก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการประชุมเสวนาผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวมรดกวัฒนธรรมและเมืองสร้างสรรค์ ระดับประเทศและระดับนานาชาติ “Sukhothai 2020 Roundtables on Tourism, Heritage and Creative City สุโขทัย ถอดรหัสโต๊ะกลม การท่องเที่ยว มรดกวัฒนธรรม และเมืองสร้างสรรค์” มุ่งเน้นการเป็นเมืองมรดกโลกและเมืองสร้างสรรค์ อย่างยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว และอาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยร่วมเสวนาหัวข้อ สุโขทัยได้ประโยชน์อย่างไรจากการเป็นเมืองมรดกโลกและเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก และสุโขทัยที่น่าจะเป็นกับการวางผังเมืองเฉพาะเมืองมรดกโลกเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งจัดโดย อพท.ร่วมกับ ยูเนสโก และอิโคโมสสากล ระหว่างวันที่ 21 – 23 กันยายน 2563 ณ สุโขทัยเทรเชอร์ รีสอร์ตแอนด์สปา จังหวัดสุโขทัย

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว และร่วมแสดงความยินดีกับแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่ผ่านการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากกรมการท่องเที่ยว ณ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนหนองอ้อ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสุชาติ ทีคะสุข พร้อมด้วยผู้นำชุมชนให้การต้อนรับ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาและออกมาตรการต่างๆ กระตุ้นการท่องเที่ยว พยุงเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยหดตัวลงไปมากกว่านี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เช่น นโยบายส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวเมืองไทย กระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ

พร้อม กล่าวว่า จังหวัดสุโขทัย ถือเป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน อย่างอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกร่วมกันกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงพชร แต่นอกจากความเป็นเมืองมรดกโลกแล้ว วีถีชีวิตของผู้คนในจังหวัดสุโขทัยที่คลุกคลีเติบโตมาพร้อมกับงานศิลปะ หัตถกรรม ถือเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือน ทั้งการทอผ้าตีนจก การทำเครื่องสังคโลก ศิลปะปูนปั้น งานไม้ และงานลวดลายเครื่องทองและเครื่องเงินสุโขทัย ซึ่งทุกอย่างล้วนมีอัตลักษณ์ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เป็นชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอย่างมาก อีกทั้ง สุโขทัย ยังได้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) ซึ่งเป็นการยกระดับจังหวัดสุโขทัยให้มีชื่อเสียงระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้เดินทางมาเยือนเพิ่มมาก

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/444011/47979/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/444011/47980/news

Many scientists think coronavirus is airborne, regardless of what CDC says #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Many scientists think coronavirus is airborne, regardless of what CDC says

Health & BeautySep 22. 2020

By The Washington Post · Ben Guarino, Chris Mooney · NATIONAL, HEALTH, POLITICS, HEALTH-NEWS 
WASHINGTON – The Centers for Disease Control and Prevention on Monday removed language from its website that said the novel coronavirus spreads through airborne transmission, the latest example of the agency backtracking from its own guidance.

The agency said the guidance, which went up Friday largely without notice until late Sunday, should not have been posted because it was an early draft.

“Unfortunately an early draft of a revision went up without any technical review,” said Jay Butler, the CDC’s deputy director for infectious diseases. “We are returning to the earlier version and revisiting that process. It was a failure of process at CDC.”

Evidence that the virus floats in the air has mounted for months, with an increasingly loud chorus of aerosol biologists pointing to super-spreading events in choirs, buses, bars and other poorly ventilated spaces. They cheered when the CDC seemed to join them in agreeing that the coronavirus can be airborne.

Experts who reviewed the CDC’s Friday post had said the language change had the power to shift policy and drive a major rethinking on the need to better ventilate indoor air.

Jose-Luis Jimenez, a chemistry professor at the University of Colorado at Boulder who studies how aerosols spread the virus, told The Washington Post before the CDC reversed its guidance that “this is a good thing, if we can reduce transmission because more people understand how it is spreading and know what to do to stop it.”

Although CDC officials said Friday’s post was a mistake, Democratic lawmakers were incredulous. Rep. Raja Krishnamoorthi, D-Ill., tweeted Monday afternoon that he would investigate why the language to airborne transmission had been scrubbed.

The change on Monday was the third time the CDC provided coronavirus guidance or recommendations only to reverse its stance. In the spring, it revised information about contact transmission within days of publishing it. The White House coronavirus task force had directed the agency to change those guidelines in August, stating that asymptomatic people did not need to be tested. Last week the CDC changed its position again, encouraging anyone at risk to get tested.

The agency had posted information Friday stating that the virus can be transmitted over a distance beyond six feet, suggesting that indoor ventilation is key to protecting against a virus that has now killed nearly 200,000 Americans. Whereas the agency previously warned that the virus mostly spreads through large drops encountered at close range, on Friday, it said “small particles, such as those in aerosols,” were important vectors.

“Airborne transmission is plausible and, I would say, possible,” Butler said. But he said data did not suggest that the coronavirus is spread primarily through the air, unlike diseases such as tuberculosis.

Butler said the Friday guidance overstated the agency’s stance on airborne spread. “If I did not know any better, I would think that we were saying that airborne transmission is very important, if not the main mode of transmission,” he said. “That does not reflect our current state of knowledge.”

If airborne spread were the main route, Butler said he would have expected the disease to travel even faster around the globe than it did. “The epidemiology seems pretty clear that the highest risk is in household contexts,” he said, meaning through the proximity of one family member or roommate to another.

Sudden flip-flops on public guidance is antithetical to the CDC’s rules for crisis management. After disastrous communications during the 2001 anthrax attacks – when white powder in envelopes sparked widespread panic – the agency created a 450-page manual outlining how U.S. leaders should talk to the public during crises.

Protecting vulnerable people from a virus that is infecting millions depends on U.S. leaders issuing clear public-health instructions and the public’s trust to follow directions that could save their lives.

It was also the latest disorienting turn in a scientific debate with enormous public consequences for how we return to schools and offices. The debate is over whether the extreme infectiousness and tenacity of the coronavirus is due to its ability to spread well over six feet, especially indoors, in small particles that result from talking, shouting, singing or just breathing.

Many experts outside the agency say the pathogen can waft over considerably longer distances to be inhaled into our respiratory systems, especially if we are indoors and air flow conditions are stagnant.

“Poor ventilation can play a major role in super spreading events when individuals unaware that they are shedding virus, and are highly contagious, spend a long time in a crowded indoor environment where most people are not wearing masks,” said Shelly Miller, a professor of mechanical engineering at the University of Colorado at Boulder who focuses on the quality of indoor air.

“There was a lot of confusion early on because WHO said adamantly that the disease is not airborne. There’s also, somehow, a higher bar of proof required for a disease to be officially considered to transmit through the air,” added Virginia Tech civil and environmental engineering professor Linsey Marr. “That’s due to historical bias, I think, and the fact that you can’t see aerosols.”

Jimenez said a default assumption exists among public health experts that airborne transmission is rare in the world of pathogens. For other diseases, it required decades of research to overcome that assumption, he said, as was the case with measles and tuberculosis, both of which were originally assumed to be passed by large droplets. Experiments with sneezing guinea pigs, conducted by Richard Riley and his colleagues at Johns Hopkins University in the 1950s, ultimately helped persuade the medical field that tuberculosis was airborne.

In July, Marr, Miller, Jimenez and more than 200 of their colleagues sent a letter about airborne coronavirus transmission to the World Health Organization, which responded by acknowledging the “emerging evidence” that the pathogen can spread through the air.

“To the general public, airborne can evoke fear and panic. People think of the movie ‘Contagion,’ which is like ‘Jaws’ but for infectious diseases,” Marr said at a workshop on airborne transmission held in late August sponsored by the National Academies of Sciences. She cited a report by public-health experts in Hong Kong who concluded that a fear of “panic and political blame” caused a reluctance among officials to label the first SARS virus as airborne.

But she emphasized that there are important differences in the environments that might alter how an airborne virus might spread – indoors vs. outdoors, a clinical setting vs. not.

She described a theoretical exhalation of coronavirus akin to the plume of smoke from a cigarette. “Once you get beyond that plume, anything that small enough to stay floating in the air can travel, you know, quite far all the way across the room,” Marr told The Post. “Even if you’re in a room where the air seems still, there’s actually movement of the air that can carry things all the way across the room.”

Unlike ballistic droplets from a cough, which arc like cannonballs launched from a nose or mouth until they splash against a person or drop to the ground, aerosols float on the wind and can be unwillingly inhaled.

– – –

Scientists are trying to understand how some of the biggest virus super-spreading events can be explained by not only the assumption of airborne viral particles but also the conditions of particular indoor spaces, including their ventilation systems and how much they allow for the circulation of fresh air.

In one of the most startling scientific offerings, Bjorn Birnir, a mathematician at the University of California at Santa Barbara, studies three well-documented cases in which the coronavirus spread rapidly and widely in an enclosed or indoor environment – a restaurant in Guangzhou, China; a bus traveling in China’s Zhejiang province; and a call center in Seoul.

Constructing a model of how virus particles from our breath flow through indoor air when ventilation is low, Birnir found that the popular six-foot rule for social distancing can be insufficient in these circumstances. People much farther away from an infected individual can breathe in levels of the virus that might be expected only if they were standing or sitting right next to that person.

In the case of the restaurant, for instance, where one sick person infected nine others. Birnir’s model, which has not yet been published in a peer-reviewed journal, found that thanks to poor ventilation, the virus’s concentration away from the sick person grew so high that within seven minutes, it was as if many others in the space were sitting directly next to that person.

On the bus, a single person infected 24 others over the course of two 50-minute rides, but people sitting near open windows were spared. In the call center, where 97 people were ultimately infected, one individual appears to have infected several others through close contact, and then as the group worked together, the virus spread through the air thanks to the presence of several sick people in a large indoor work area.

“The SARS-CoV-2 Coronavirus attacks in two steps,” Birnir wrote. “The first step is a linear spread between individuals with a couple of days delay. The second step is an exponential spread effected by the air-conditioning system affecting a much larger number of people. Thus in the second step, the ventilation becomes the super-spreader.”

Several experts consulted by The Post offered technical critiques of Birnir’s model, but did not disagree with the main conclusion: Viral particles can build up high concentrations in spaces where the air is not adequately changed.

“It makes sense the concentration of droplets increases over time and if they are not removed by the HVAC system, they stay in the space and increase the probability of infection,” said building engineer Raj Setty, the principal of Setty Associates and a member of the Epidemic Task Force at ASHRAE, an international society focused on building standards.

The model “highlights the need that if you are in an enclosed space – a range of different types of spaces, from a building to a public transit or vehicle – that there’s an importance for outdoor air in moving out that contaminated air stream,” said Krystal Pollitt, an environmental health sciences expert at Yale University, who was not involved with this research.

Much remains unknown. It’s not clear precisely what the infectious dose of the coronavirus is – and it probably varies for different individuals. It is clear that the duration of time that one spends in an infectious space matters, but no one can give precise guidelines on how long is too long. Nor is it entirely clear to what extent there are real “super-spreading” individuals who, for some reason, carry extremely high viral loads that they expel into the air – something Birnir says he doubts – as opposed to particularly stuffy indoor spaces, which allow the virus to accumulate.

What’s clear from such cases is that while the virus surely spreads slowly in households among family members, it also spreads rapidly in indoor events that bring lots of people together.

Perhaps most telling of all is the infamous March choir practice in Skagit Valley, Wash., where 53 out of 61 attendees are suspected to have been infected by a single sick individual over roughly 2 1/2 hours of practice. The participants did not interact much socially, except to sing – making this a difficult-to-dispute case of airborne transmission over large distances in a space where the air was not changing often enough to clear out the virus, and where someone was propelling the virus over extra long distances due to the exertion of singing.

The Skagit choir case is “the most damning” of the superspreading events he’s examined, Jimenez said. He and his colleagues, in a study in review and submitted for publication to the journal Indoor Air, modeled the likely spread of the virus through the church hall based on the behavior of the one choir member who infected dozens of others.

That person, the “index case,” arrived just as the rehearsal began and did not mingle. Because the singers remained in fixed positions in the hall, “there were no opportunities for large droplets to travel from person to person,” Jimenez said. “It becomes extremely implausible it was anything but aerosol transmission.”

In the meantime, many experts are racing ahead with plans to make indoor spaces safer by improving their ventilation.

Pollitt and Sten Vermund, the dean of the Yale school of public health, are working with public and private schools in Connecticut to prevent the spread of coronavirus. Pollitt and her colleagues created a flowchart to guide schools, which, she said, could apply to offices and other public spaces.

Recommendations include: disable sensor-based ventilation to ensure the air in a room is constantly flushed. Reverse the blades of ceiling fans to draw air up and away from the plumes. And open windows.

But industrial hygiene only works if human behavior rises to meet it. “If you’re not having individuals wearing masks, physical distancing, having good hand hygiene, then you can’t engineer yourself out of a bad situation,” Pollitt said.

กู้ภัยใจดีโพสต์ ตามหาเจ้าของแผ่นป้ายทะเบียน ที่หลุดหายหลังขับรถลุยน้ำท่วม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กู้ภัยใจดีโพสต์ ตามหาเจ้าของแผ่นป้ายทะเบียน ที่หลุดหายหลังขับรถลุยน้ำท่วม

กู้ภัยใจดีโพสต์ ตามหาเจ้าของแผ่นป้ายทะเบียน ที่หลุดหายหลังขับรถลุยน้ำท่วม

21 กันยายน 2563 – 09:16 น.

ป้ายใครมารับด้วย พิษโนอึลป้ายทะเบียนรถหลุด หน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน โพสต์เฟซบุ๊กตามหาเจ้าของป้ายทะเบียน ที่หลุดหายระหว่าง เส้นชัยภูมิ- นครสวรรค์

วันที่ 20 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กหน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์โพสต์ข้อความ ประกาศใครที่ทะเบียนรถหลุดหายระหว่าง เส้นชัยภูมิ- นครสวรรค์ หรือจากสี่แยกราหุลไปซับสมพงษ์ สอบถาม กู้ภัยสว่างบึงสามพันได้นะครับ โทร.056732206 พร้อมกันนี้ได้โพสต์ภาพป้ายทะเบียนรถซึ่งส่วนมากเป็นป้ายทะเบียนรถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋ง ที่มีทั้งจากจังหวัดพิษณุโลก นครสวรรค์ กรุงเทพฯมหานคร พะเยา เชียงใหม่ รวมทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยนายศิริชัย พิริยโภคัย หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน เปิดเผยว่าจากกรณีที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบึงสามพัน ทำให้มีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่รวมทั้งถนนสายชัยภูมิ – นครสวรรค์ ช่วงระหว่างแยกราหุล -บ้านซับสมพงษ์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีปริมาณรถที่ค่อนข้างมาก เมื่อน้ำท่วมขังวิ่งสวนกันทำให้เกิดการคลื่นน้ำกระแทกกับป้ายทะเบียนรถ โดยเฉพาะป้ายที่อยู่ด้านหน้ารถ ได้หลุดจมหายไปกับสายน้ำ เมื่อน้ำลดเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ทำการเก็บมาไว้ที่ที่ทำการหน่วยเพื่อรอให้เจ้าของมารับต่อไป

หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างบึงสามพันธรรมสถาน เปิดเผยอีกว่าป้ายทะเบียนที่เก็บน้ำเมื่อวานซึ่งเป็นช่วงที่นำยังไม่ลดลงทั้งหมดมี 100 กว่าป้าย ขณะนี้ได้มีเจ้าของนำหลักฐานมารับไปแล้วหลายป้าย ยังคงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ตนจะได้ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยฯไปสำรวจหาบริเวณดังกล่าวอีกครั้งหลังน้ำลด เพราะอาจจะมีบางป้ายที่ลอยไปกับน้ำและติดค้างอยู่ตามจุดต่างๆ และจะนำมาโพสต์ในเฟซบุ๊กเพื่อให้เจ้าของทราบและมารับคืนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผู้ที่ขับรถลุยน้ำและป้ายทะเบียนได้สูญหาย กรมการขนส่งทางบกได้ทำคลิปวีดีโอแนะนำสำหรับการดำเนินการขอป้ายทะเบียนใหม่ โดยจะต้องค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาทและจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 15 วันทำการ โดยระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ข้อควรรู้ ก่อนปลูกผม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข้อควรรู้ ก่อนปลูกผม

ข้อควรรู้ ก่อนปลูกผม19 กันยายน 2563 – 00:00 น.

ข้อควรรู้ ก่อนปลูกผม “นพ.ธิติวัฒน์ วีรโรจน์รัชกุล” แนะปลูกผมก่อนวัย ระวัง ผลเสียระยะยาว

มีคำกล่าวที่ว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง เชื่อเหลือเกินว่าถ้าคนเราได้รับการแต่งเติมให้ดูดีย่อมทำให้เสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น ปัญหาเรื่องผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คนไทยพบเจอ ไม่ว่าคุณผู้หญิง หรือคุณผู้ชาย ก็มีโอกาสเป็นได้เช่นกันหมด ทำให้บางคนสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไป แต่หากท่านใดที่คิดว่าไม่เป็นไรก็ถือว่าดีไป แต่คนที่คิดว่าทำให้สูญเสียความมั่นใจก็มักจะหาวิธีในการรักษา และทำให้ดีขึ้นด้วยวิธีการปลูกผม หรือวิธีอื่น ๆ ที่ตัวเองเห็นว่าอยากลองทำ โดยปัญหาดังกล่าวอาจมาจากเรื่องของกรรมพันธุ์ หรือจากปัญหาสิ่งแวดล้อมภายนอกที่ทำให้ผมร่วงจนกลายเป็นศีรษะล้านในที่สุด

เลือกคลินิกปลูกควรอิงเว็บต่างประเทศ
เรื่องนี้ นพ.ธิติวัฒน์ วีรโรจน์รัชกุล นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการปลูกผม แห่ง Million Hair Transplant Center หรือ MHC จะมาให้ความรู้คนที่กำลังคิดจะปลูกผม หรือคนที่กำลังหาข้อมูลในการปลูกผมว่า ควรหาความรู้ หรือทำการบ้านให้ดีก่อนที่จะเลือกตัดสินใจเลือกรักษากับคลินิกปลูกผมที่ใดที่หนึ่ง เพราะหากทำแล้วเสียหายจะทำให้เกิดผลกระทบกับลูกค้าในระยาว หรือจะต้องใช้เวลาในการแก้ไขที่ยาก เสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น โดยแนะนำว่าให้หาความรู้เรื่องคลินิก และตัวคุณหมอที่จะรักษาเราผ่านเว็บไซต์หน่วยงานที่น่าเชื่อถือได้ และเป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นจากต่างประเทศ หรือในประเทศ อย่างเช่น สมาคมปลูกผมนานาชาติ( International Society Hair Restoration Surgery, ISHRS ) หรือองค์กรที่ให้ความรู้เรื่องการปลูกผมที่เป็นกลางพอสมควร หรือสมาคมศัลยแพทย์ปลูกผมแห่งประเทศไทย, หรือจากโรงเรียนแพทย์ เช่น ศิริราช หรือ จุฬาฯ เป็นต้น 

คิดปลูกผมอย่าดูแค่รีวิว
ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ไปศึกษาข้อมูลจากคลินิกโดยตรงเสียทีเดียว เพราะบางที่อาจมีการโฆษณาเกินจริง โอ้อวดสรรพคุณเกินไป ทำให้ลูกค้าเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือบางที่ใช้รูปคนดังมารีวิว จุดนี้ต้องคิดว่าบางทีอาจมีการรีทัชภาพ หรือตกแต่งรูปเยอะเกินความเป็นจริง และจงจำขึ้นใจว่าแต่ละคนการรักษา และวิธีการจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ของแต่ละคนก็จะได้ไม่เหมือนกัน

ปลูกผมตั้งแต่เด็กระวังเจอปัญหาระยะยาว
นอกจากนี้คุณหมอ ยังมีคำแนะนำว่า เด็กที่อายุน้อย ต่ำกว่า 30 ปี ที่มีภาวะผมร่วง ศีรษะล้านไม่ควรที่จะทำการปลูกผมเร็วเกินไปเพราะจะส่งผลเสียในระยะยาวหากเป็นที่กรรมพันธุ์ยังไงก็จะกลับมาเกิดขึ้นอีก แพทย์ควรที่จะให้ความรู้ว่าการปลูกผมไม่ได้ช่วยให้จบแค่ครั้งเดียว เพราะหากเป็นเรื่องกรรมพันธุ์ก็จะทำให้มีโอกาสที่ผมจะกลับมาร่วงได้อีก ผมในส่วนที่ไม่ได้ปลูกก็มีโอกาสร่วง ทำให้ปัญหากลับมาอีก หรือแม้แต่การให้ความรู้ เรื่องการปลูกผมแนวต่ำเกินไป หรือใช้จำนวนกราฟปลูกผมครั้งแรกมากเกินไป จนทำให้ผมที่จะสามารถนำมาใช้ในครั้งต่อไปเหลือน้อย และจะทำให้แก้ไขในครั้งต่อไปได้ยาก ประเด็นนี้หากเจอคนไข้คุณหมอต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจ

จำนวนกราฟเยอะไม่ได้หมายความว่าดี
ทั้งนี้หากใครที่จะปลูกผม แนะนำให้ศึกษาข้อมูลให้ดี รอบด้าน ไม่ควรปลูกผมในแนวต่ำเกินไป ไม่ควรทำจำนวนกราฟที่มากจนเกินไป แล้วจงจำไว้เสมอว่าปัญหาผมร่วงที่เกิดจากกรรมพันธุ์ทำให้เรามีโอกาสผมร่วงไปตลอดชีวิต ยกเว้นวันหนึ่งมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่มี ไม่เพียงเท่านี้หมอต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจด้วยว่าการปลูกเป็นการย้ายรากผมมา  อาจมีการทิ้งร่องรอยไว้เยอะพอสมควร จะแตกต่างจากการทำศัลยกรรมอื่นๆ

จรรยาบรรณของศัลยแพทย์สำคัญ    
อย่างไรก็ตามการทำการปลูกผมต้องปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ และให้คำนึงถึงเรื่องความเป็นธรรมชาติ คุณหมอจะต้องอธิบายผลระยาวให้คนไข้ฟังด้วย คำนึงจริยธรรมของแพทย์ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง จะต้องบอกถึงว่าถ้าทำแล้วจะส่งผลอย่างไรกับลูกค้าในอนาคต สำหรับวิธีการเลือกคลินิกปลูกผมก็ให้ดูเป็นคลินิกที่มีความรู้ มีประสบการณ์เฉพาะด้านจริง ๆ มีคนไข้มารักษามากพอสมควร หากเป็นไปได้อยากให้คนไข้ไปคุยถึงปัญหากับคุณหมอโดยตรง ไม่ค่อยแนะนำซื้อผ่านเซลล์เพราะกลุ่มนี้จะเน้นขายเป็นหลักทั้งที่ยังไม่รู้ปัญหา และอาการของคนไข้ที่แท้จริง ดังนั้นต้องไปขอคำปรึกษาคุณหมอประจำคลินิกว่าคุณหมอมีความคิดเห็นอย่างไร 

เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์
ต่อมาท้ายสุดสิ่งสำคัญคือจะต้องไปศึกษาว่าคุณหมอมีประสบการณ์ยังไงมาบ้าง มีอะไรมารองรับความเชี่ยวชาญของคุณหมอหรือไม่ เช่น วุฒิบัตรต่างๆ ควรหาความรู้หลาย ๆ ที่แล้วไปคุยกับคุณหมอ ดูผลงานของคลินิกนั้น ๆ จากที่ผ่านมา ข้อควรระวังคือ บางคลินิกอาจใช้รูปภาพโปรโมทของต่างประเทศที่เกินจริง เราต้องตรวจสอบให้ดี หากทำแล้วก็ต้องมีการติดตามผลต่อเนื่อง อยู่ในความดูแลของคุณหมอตลอด

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก18 กันยายน 2563 – 19:28 น.

Vivo V20 ซีรีส์ ยกระดับนิยามของความบางเบา พร้อมเก็บภาพความสุขทุกอารมณ์ได้ตรงใจ เร็วๆ นี้

สมาร์ตโฟนเปี่ยมสไตล์ ในดีไซน์ที่บางและเบาอย่างเหลือเชื่อ สมาชิกใหม่ล่าสุดของครอบครัว Vivo V ซีรีส์ พร้อมยกระดับความบางเบาของสมาร์ตโฟนขึ้นไปอีกขั้น ทีมดีไซน์ของ Vivo เสาะแสวงหาการออกแบบเพื่อสร้างสรรค์สมาร์ตโฟนที่เหล่าคนยุคโซเชียลสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบายและเพียบพร้อมด้วยดีไซน์เก๋ในขณะเดียวกัน ด้วยแรงบันดาลใจจากข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวันและจากธรรมชาติ เพื่อนำเสนอดีไซน์ที่ท้าทายกับกรอบนิยามของ ‘ความบาง’ จะบางได้สักแค่ไหน เท่าชิ้นพิซซ่า เท่าใบว่านหางจระเข้ หรือเท่าเลนส์แว่นกันแดด? ด้วยความบางเพียง 7.39 มิลลิเมตร สมาร์ตโฟน V20 Pro เป็นโมเดลใหม่เอี่ยมจาก V20 ซีรีส์ จึงขึ้นแท่นเป็นสมาร์ตโฟนที่เพรียวบางที่สุดในปี 2563 นี้ และหนักเพียง 170 กรัม ตอกย้ำการออกแบบสมาร์ตโฟนสุดล้ำสมัยที่ควรค่าแก่การเป็นรุ่นเรือธงอย่างแท้จริง


ด้านสมาร์ตโฟน V20 Pro พร้อมสื่อตัวตนของผู้ใช้และนำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยของ Vivo ด้วยความบางเพียง 7.39 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 170 กรัม ครองตำแหน่งสมาร์ตโฟน 5G ที่เพรียวบางที่สุดในโลก

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก

ภายใต้ดีไซน์บางเฉียบของสมาร์ตโฟน V20 ซีรีส์ มาพร้อมนวัตกรรมการถ่ายภาพบนมือถือสุดล้ำสมัยของ Vivo อย่างกล้องหน้าคู่พร้อมฟีเจอร์ Eye Autofocus เพื่อโฟกัสติดตามดวงตาอัตโนมัติ ในแง่การออกแบบเพื่อยกระดับความโฉบเฉี่ยว Vivo ยังได้พัฒนาดีไซน์ Dual Tone Step ที่เพิ่มมิติความลึกแต่ยังคงความเพรียวบางในสมาร์ตโฟน V20 ซีรีส์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกล้องที่นูนออกมาให้เทอะทะเหมือนสมาร์ตโฟนเรือธงด้านการถ่ายภาพรุ่นก่อนๆ โดยส่วนบนมีเลนส์กล้องหลักสีดำ ในขณะที่ส่วนล่างดีไซน์มาในรูปแบบวงแหวนพร้อมโทนสีเดียวกันกับฝาหลัง เมื่อนำมาประกอบรวมกันจึงเป็นดีไซน์ที่เพียบพร้อมทั้งประโยชน์ใช้สอยและสุนทรียศาสตร์ เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพกับแฟชั่น วิทย์กับศิลป์ และเทคโนโลยีกับมนุษย์ นับเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถในการประดิษฐ์และพัฒนาของ Vivo อย่างแท้จริง

Vivo เตรียมเผย Vivo V20 ซีรีส์ สมาร์ตโฟน 5G เพรียวบางที่สุดในโลก

สมาร์ตโฟน Vivo V20 ซีรีส์ จะเปิดตัวในไทยใน 21 กันยายน 2563 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.vivo.com/th/about-vivo/news

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “realme7 Pro” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “realme7 Pro”

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"18 กันยายน 2563 – 18:29 น.

realme เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “realme7 Pro” หลังครองแชมป์แบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 4 ในไทย

realme (เรียลมี) เปิดเกมรุกบุกตลาดในไทย คึกคักรับปลายปี เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด realme7 Pro “65W สู่การชาร์จที่เหนือขั้น” เจาะกลุ่ม Digital Natives รักษาตำแหน่งแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 4 ในเมืองไทย โดยมี ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ เรียลมี ประเทศไทย เป็นตัวแทนสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัยและชื่นชอบแฟชั่นไลฟ์สไตล์

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"


คุณชัยรัตน์ เศารยะโศภิต  รองประธานกรรมการ ฝ่ายธุรกิจลูกค้า เรียลมี ประเทศไทย กล่าวว่า“realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก การันตีด้วยยอดส่งออกสมาร์ทโฟนทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านเครื่อง และได้เริ่มเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ปัจจุบันสามารถขยายช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ได้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยปัจจุบัน realme มีแบรนด์ช็อปทั้งหมด 50 สาขา พร้อมตั้งเป้าขยายอีก 100 สาขาภายในปีนี้  และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและดีลเลอร์กว่า 7,000 แห่ง ด้วยศักยภาพและความพร้อมทำให้ เรียลมี ประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานใหญ่ ประเทศจีน ให้เป็นประเทศแรกในอาเซียนที่จัดงานเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดกับ “realme7 Pro” สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ตอบโจทย์กลุ่ม Digital Natives คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัล รวมทั้งมีพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์เป็นสื่อหลักในชีวิตประจำวัน ทั้งเพื่อเปิดรับข้อมูลข่าวสารและเพื่อกิจกรรมความบันเทิงต่างๆ ด้วยเหตุนี้ realme จึงได้สร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดผ่าน “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ที่นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เรียลมี ประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมควบตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด  “realme7 Pro” เพื่อตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “Dare to Leap” หรือ “กล้าที่จะก้าวกระโดดให้ไกลขึ้นและไปให้ไกลกว่าที่เคยยืน” ซึ่งเราเชื่อว่าจะสามารถสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกภาพของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ได้อย่างชัดเจน”

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"


คุณศิรศร เบญจาธิกุล  ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ เรียลมี ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “สำหรับ realme 7 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในวันนี้ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมประสิทธิภาพทรงพลังในทุกด้านทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีชาร์จเร็ว กล้องระดับโปร เป็นรุ่นแรกที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานระดับโลก TüV Rheinland (ทูฟไรน์แลนด์หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยทางเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมระดับโลก) โดยจะต้องทำการตรวจสอบคุณภาพกว่า 22 รายการ รวมถึงการตรวจสอบย่อยอีกกว่า 38 รายการ โดยครอบคลุมทั้งด้านการใช้งานทั่วไป และด้านอื่นๆ ซึ่ง realme ได้อัพเกรดคุณภาพหลังจากผ่านการตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าสมาร์ทโฟนของเรามีคุณภาพและสามารถมอบความสุขและประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ผ่านการออกแบบ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"


นับเป็นอีกปีแห่งความสำเร็จของ realme หลังเข้ามาทำการตลาดในเมืองไทยเพียงไม่ถึง 3 ปี แต่สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่อันดับ 4 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้บริโภค โดยการเปิดตัว realme7 Pro ในครั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นมอบสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทรงพลังรอบด้านในราคาที่คนรุ่นใหม่จับต้องได้ สำหรับความพิเศษของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด “realme 7 Pro” นั้นมาพร้อมสโลแกน “65W สู่การชาร์จที่เหนือขั้น” สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมที่สุดของนวัตกรรมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว “65W SuperDart Charge” ที่สามารถชาร์จได้ถึง 13% ในเวลาเพียง 3 นาที และชาร์จเต็ม 100% ภายในเวลา 34 นาที พร้อมคุณสมบัติถ่ายภาพได้คมชัดยิ่งขึ้นด้วยกล้องหลัก 4 เลนส์ ความละเอียดกว่า 64 ล้านพิกเซล ซึ่งอัพเกรดประสิทธิภาพความละเอียดในโหมด Starry ModePro Nightscape Mode และ Ultra NightscapeMode ทำให้ realme 7 Pro กับการถ่ายภาพและวิดีโอเป็นเรื่องสนุก ด้วยเซ็นเซอร์ Sony IMX682 ขนาดใหญ่ 1/1.73 นิ้ว และรูรับแสง f/1.8 มาพร้อมกล้องหน้า In-display ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ผ่านโหมด AI Beauty และ Super Nightscape ช่วยให้รูปเซลฟี่สวยคมชัดทุกองศาแม้ถ่ายในที่มืด

realme เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด "realme7 Pro"

realme 7 Pro อีกขั้นของการดีไซน์สุดล้ำสมัยจากแรงบันดาลใจของแสงสะท้อนธรรมชาติรอบตัว ผ่านแสงเงาบนฝาหลังของสมาร์ทโฟนที่ผลิตด้วยกรรมวิธีเทคโนโลยี AG มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว กับประสิทธิภาพที่คมชัด และยังมาพร้อมกับ realme UI ที่มีระบบประมวลผลสุดล้ำและรวดเร็ว ขุมพลังชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 720G ขนาด 8nm ความเร็วที่ 2.3Hz พร้อม RAM 8GB + ROM128GB ที่สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยการ์ด microSD ได้สูงสุดถึง 256GB ตอบสนองการใช้งานได้อย่างเต็มที่อีกทั้งรองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-Res ลำโพงสเตอริโอคู่ กระจายเสียงรอบทิศ realme มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Mirror Blue และ Mirror Sliver ในราคาเพียง 10,990 บาท วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 25 กันยายนนี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

พิเศษเปิดให้ Pre – order แล้วตั้งแต่วันนี้ – 24 กันยายนนี้เท่านั้น พร้อมรับฟรี VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี และ realme 7 Pro Jet Black Bag รวมมูลค่า 5,890 บาท realme วางจำหน่ายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ realme ได้ทั้งทางออนไลน์ที่IG: @realme_thailand, Facebook : https://www.facebook.com/realmeTH, เว็บไซต์ : https://www.realme.com/th/ และrealme แบรนด์ช็อปทุกสาขา