ปักวันรอเลย! โขนศิลปาชีพฯ ตอน สีดา ปี 2569 ตระการตา 2 องค์ 8 ฉากใหญ่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมฯ

4 กันยายน 2569 เวลา 20:50 น.

โขน

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เปิดตัวการแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี 2569 ตอน “สีดา”ร่วมสัมผัสเรื่องราวความรัก การพลัดพราก การรอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี

วันที่ 4 กันยายน 2569 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี่พันปีหลวง แถลงข่าวเปิดตัว การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรต์ตอน “สีดา” ณ โรงละคร สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า เขตดุสิต

โดยมี นายเมทนี บุรณศิริ พิธีกรนำเข้าสู่งานแถลงข่าว เริ่มด้วย นางนฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง กล่าวถึง พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อ “โขน” นาฏกรรมคู่แผ่นดินไทย และความเป็นมาของการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่ง การแสดงโขงจัดมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่อยากให้คนไทยและต่างชาติได้ดูโขนของประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในปี 2561 ถือเป็นมรดก ที่ท่านทิ้งไว้ให้พวกเราที่จะต้องสืบสารต่อไป แล้วในปี 2569 นี้จะจัดการแสดงโขน ตอน “สีดา”

ต่อด้วย นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึง กระทรวงวัฒนธรรมมีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และความสำคัญของการเผยแพร่ศิลปะการแสดง “โขน” มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และการสนับสนุนบุคลากรทางด้านการแสดง นักแสดง ครูฝึกสอน ตลอดจนครูผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ
“กระทรวงวัฒนธรรมสืบสานพระราชดำริและการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เห็นความสำคัญและการรักษาต่อยอดโดยในปีนี้กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนงบประมาณจำนวน 6 ล้านบาทในการจัดการแสดงโขนที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมอำนวยความสะดวกเหมือนที่ผ่านมา“
นายประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) ที่ปรึกษาการแสดง กล่าวถึง ภาพรวมการจัดทำบทและคำพากย์ เจรจาการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สีดา”

“การจัดแสดงโขนจัดทำขึ้นด้วยความปราณีต “สีดา” เป็นตัวเอกในเรื่อง เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่มีคุณธรรม มีความจงรักภักดีต่อสามี มีความซื่อสัตย์ต่อสามี ถึงแม้ตกไปอยู่เมืองยักษ์ก็ยังมีความซื่อสัตย์และความรักที่มีต่อลูก ซึ่งปีนี้สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ มีพระชนมายุครบ 4 รอบ 48 พรรษา จึงใช้เป็นตัวแทนของความจงรักภักดี และสนองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงสืบสานต่อยอดในเรื่องของการจัดแสดงโขน เพราะถ้าไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์โขนก็ไม่มีความรุ่งเรืองเหมือนปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงจูงใจให้พวกเราพยายามที่จะสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม และปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งการเลือกแต่ละตอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จ พระพันปีหลวง” ที่พระองค์ทรงเริ่มแรกให้มีโขนพระราชทานขึ้นมา ให้มีโขนมูลนิธิศิลปชีพฯขึ้นมา นอกจากนี้ในการแสดงที่เราเลือกตอน ”สีดา“ จะมีความสนุกสนานและมีบทบาทมาก จะเห็นถึงความจงรักภักดีของ “สีดา” ความรักที่มีต่อลูกที่เป็นฉากสุดท้าย รับรองว่าการแสดงโขนตอน “สีดา” ไม่ย่อหย่อนจากตอนที่ผ่านผ่านมา“
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้กำกับการแสดง กล่าวถึง ความพิเศษ และภาพรวมของการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สีดา” ว่า สำหรับการเล่าเรื่องปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วที่ตนได้รับมอบหมายและทุกปีที่ผ่านมาจะสร้างความกดดันเพราะผลงานคนก่อนทำเอาไว้และมูลนิธิศิลปชีพฯทำไว้มาตรฐานสูงมาก บวกกับความคาดหวังของประชาชนที่ตั้งตารอว่าปีนี้จะมีอะไรที่จะนำมาเสนอ จึงเป็นเรื่องที่กดดันพอสมควร ซึ่งตอน “สีดา” คล้ายกับตอน “อวตาร” เราจะทำอย่างไร จะเล่ายังไง เนื่องจากเนื้อเรื่องยาวก็ต้องปรับให้เชื่อมโยงแต่ละตอน ซึ่งเรื่องสีดามีสององค์ หนึ่งองค์มีสี่ฉากใหญ่ ซึ่งฉากสำคัญคือฉากอภิเษกสมรสระหว่างพระรามกับนางสีดา และมีฉากนางสีดาลุยไฟหลังเสร็จศึกสงครามแล้วซึ่งฉากลุยไฟจะโชว์ให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ของนางสีดา องค์ที่สอง มีตลกเข้ามาแทรก และมีสื่อสายใยรักและมีม้าจริงขึ้นแสดงบนเวทีด้วยและนายวิชัย รักชาติ ผู้กำกับศิลป์ (จิตรกรรม) กล่าวถึง ความพิเศษของฉากการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯตอน “สีดา”

ทั้งนี้ การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา มีกำหนดจัดการแสดงขึ้น ในระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน – วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี การแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา จึงเป็นมากกว่าการแสดงนาฏศิลป์ แต่เป็นการแสดงเพื่อร่วมสืบสานมรดกทาง วัฒนธรรมไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสริกิติ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางรากฐาน และสมเด็จพระนางเจ้า ๆ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญสนองพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เพื่อรักษาศิลปะชั้นสูงของชาติให้คงอยู่อย่างงดงามจากรุ่นสู่รุ่น นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ๆ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา เป็นการแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่มีใช่เพียงความงดงามบนเวทีเท่านั้นที่สะกดสายตาตรึงใจผู้ชม หากแต่เป็นผลจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งฟื้นฟู อนุรักษ์ และสืบสานศิลปะโขนของชาติ ควบคู่กับการอนุรักษ์งานช่างศิลป์ไทยอันประณีต ให้กลับมามีชีวิตและเปล่งประกายอีกครั้ง ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จนก่อให้เกิดเวทีแห่งการเรียนรู้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างศิลปินรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องรวมถึงการจัดสร้างฉากและอุปกรณ์การแสดง เครื่องประกอบฉาก หัวโขน ตลอดจน เครื่องพัสตราภรณ์อันงดงามประณีตมาร่วมกันอนุรักษ์ สนับสนุน และส่งต่อโขนให้คงอยู่คู่สังคมไทย เพื่อให้ศิลปะการแสดงอันทรงคุณค่านี้ยังคงเปล่งประกาย สู่คนรุ่นต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

การแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตอน “สีดา” ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ถ่ายทอดเรื่องราวของมหากาพย์ รามเกียรติ์ สีดา…สตรีผู้ถือกำเนิดมาพร้อมความบริสุทธ์ จากปฐมบทแห่งความรักและด้วยความงาม ก่อให้เกิดสงครามมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ ร่วมสัมผัสเรื่องราวของความรัก การพลัดพราก การรอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ด้วยความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี เต็มอิ่มครบ ทุกอรรถรส

สำหรับการแสดงเปิดตัวโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตอน “สีดา” ในงานแถลงข่าว นำตัวอย่างการแสดงใน ชุดหนุมานพลาดท่าเสียที มาแสดงให้สื่อมวลชนได้รับชมกัน จับตอนจาก เมื่อหนุมานตามไปเห็นพระมงกุฎพระลบจับ ม้าขี่เล่น หนุมานเข้าจับก็ถูกสองกุมารมัดและสักหน้า ท้าทายไปถึงเจ้าของ พระราม พระลักษมณ์ พระพรต พระสัตรุด จึงยกทัพมา พระรามรบกับพระมงกุฎ พระลบ แต่ไม่อาจทำอันตรายกันได้ พระมงกุฎแผลงศรเป็นพวงมาลัย พระรามแผลงศรเป็นขนมนมเนย จึงรู้ว่าเป็นเชื้อสายกัน พระรามงอนง้อพระมงกุฎ นางสีดาออกมาหาโอรส ทั้งหมดจึงได้พบกัน

ติดตามรับชมได้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท,
1,000 บาท, 800 บาทและ 600 บาท (สำหรับรอบนักเรียน บัตรราคา 200 บาท ไม่เปิดจำหน่ายบัตรทางออนไลน์)จำหน่ายบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. 0-2262-3456 www.thaiticketmajor.com

5 เด็กไทยคว้ารางวัลระดับโลก World Peace Youth Ambassador Awards 2026 ที่สวีเดน

4 กันยายน 2569 เวลา 18:12 น.

ข่าวการศึกษา

World Peace International Committee Award จัดงานสันติภาพโลก Sweden World Peace Award 2026 ณ ประเทศสวีเดน เป็นงานที่จัดขึ้นทุกปีต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ.2561 ปีนี้ 2569 เป็นปีที่ 9 มอบรางวัลพิเศษครั้งแรกให้กับทีมยุวทูตสันติภาพจากประเทศไทย 5 คน ที่มีผลงานโดดเด่นในการร่วมสร้างสันติภาพ พร้อมรางวัลผู้นำสันติภาพด้านต่างๆ โดยมีผู้นำจากหลากหลายประเทศทั่วโลกรับรางวัลและเข้าร่วมงาน

รางวัลยุวทูตสันติภาพโลก 2026 สวีเดน World Peace Youth Ambassadors Awards 2026 มอบให้แก่ผู้แทนเยาวชนไทย 5 คนที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ ได้แก่

1.ด.ช.นราวิชญ์ บุญฤทธิ์ โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก

  -ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ 2026 กองทุน ป.ป.ช.

  -ยุวฑูตสันติภาพ สู่นครรัฐวาติกัน 2025 เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

  -ยุวฑูตสันติภาพ สู่นครรัฐวาติกัน 2026 เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14

  -ยุวทูตสันติภาพ สู่แดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล 2026

2.ด.ช.กฤตเพชร ตราชู โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น

  -ยุวฑูตสันติภาพ สู่นครรัฐวาติกัน 2026 เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14

  -ยุวทูตสันติภาพ สู่แดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล 2026

3.ด.ญ.ชญาภา อุปมากาญจน์ โรงเรียนโรงเรียนเลิศหล้าถนนกาญจนาภิเษก

   -ยุวฑูตสันติภาพ สู่นครรัฐวาติกัน 2026 เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14

   -ยุวทูตสันติภาพ สู่แดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล 2026

4.เด็กชาย ภูดิศ ตันเจริญ โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

   ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ 2026 กองทุน ป.ป.ช.

5.ด.ช.จักรีเพชร ตราชู โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายนานาชาติ

   ยุวทูตสันติภาพ สู่แดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล 2026

รางวัลพิเศษสำหรับผู้สนับสนุนโครงการ Sweden World Peace Award 2026

1.นางสาวศรวรรณ ศิริสุนทรินทร์ Specker,Sweden World Peace Award 2026

2.นางสาวนิมิต ตราชู World Peace Leader Awards 2026 Sweden

3.นายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ World Peace Leader Awards 2026 Sweden

รางวัล Sweden World Peace Award 2026 ซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่ประจำปี ผู้ได้รับรางวัลที่มีชื่อเสียงโด่งดังปีนี้ เช่น

Venerable Bhikkhu Pannakara พระภิกษุชาวเวียดนาม ผู้นำการเดินเพื่อสันติภาพ ผู้โด่งดังจากประเทศสหรัฐอเมริกา Walk for Peace USA

sweden-008

พระวิเทศปุญญาภรณ์ ดร. , ประธานจัดงานสันติภาพโลกสวีเดน ,รองประธานสภาพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และ เจ้าอาวาสวัดพุทธารามประเทศสวีเดน กล่าวว่า “การจัดงาน Sweden World Peace Award 2026 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 แล้ว คณะกรรมการ World Peace International Committee Award มีจุดประสงค์อย่างชัดเจนในการจุดประกายการสร้างสันติภาพแก่โลก โดยความร่วมมือจากกัลยาณมิตรนานาชาติ อีกทั้งยังเน้นเรื่องการศึกษาเพื่อส่งเสริมและบ่มเพาะสันติภาพ และการแลกเปลี่ยนระหว่างศาสนาเพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและคุณค่าของมนุษยชาติในการค้ำจุนสันติภาพ นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลด้านสันติภาพให้กับผู้ที่มีผลงานด้านสันติภาพดีเด่นจากทั่วโลก เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและเป็นแบบอย่างที่ดีในการร่วมกันสร้างสันติภาพให้กับโลกต่อไป โดยในแต่ละปี จะมีผู้เสนอชื่อบุคคล องค์กรที่ทำงานสร้างสันติภาพโลกในด้านต่างๆ จากทั่วโลก คณะกรรมการจะได้คัดสรรบุคคล องค์กรที่มีความเหมาะสมในแต่ละปีเพื่อให้เกิดความหลากหลายและเกิดประโยชน์หลังจากการได้รับรางวัลก็จะสามารถนำไปต่อยอดทำงานของตนเพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสันติภาพให้กับโลกของเราต่อไป ปีนี้มีการมอบรางวัลทูตสันติภาพโลก World Peace Ambassador ให้กับด้านเยาวชน เช่น MR.SABA ZAKARALA เยาวชนจากประเทศจอร์เจีย , MR.MARTIN KWEKU เยาวชนจากประเทศกาน่า ในส่วนของผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับรางวัล ทูตสันติภาพโลก World Peace Ambassador ได้แก่ นายรัชพล สุวรรณโชติ ในฐานะผู้ก่อตั้งศูนย์ข่าวเยาวชนไทย นับว่ามีผลงานโดดเด่นด้านการสร้างเด็กเยาวชน ให้เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ โดยปลูกฝังเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิต ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์สื่อ อันเป็นสิ่งที่เด็กเยาวชนชอบ สนใจ แปลเปลี่ยนมาเป็นสิ่งที่สามารถสร้างสรรค์จิตใจให้เด็กๆ ได้เติบโตมาแบบมี inner peace สันติภาพภายในใจด้วยการสร้างสรรค์สื่อดีดีที่เกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวเด็กเอง เพื่อนๆ ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วประเทศ ทั่วโลก ที่รับสื่อจากช่องทางต่างๆ เช่น โซเซียลมีเดีย และยังได้ทำโครงการสร้างสรรค์เยาวชนไทย กว่า 77 จังหวัดทั่วประเทศและใน 10 ประเทศอาเซียน เพราะกรรมการพิจารณาว่า การสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจ เข้าถึงการทำงานเพื่อสันติภาพจะเป็นต้นกล้าสันติภาพที่ส่งต่อคุณธรรมอันดีงามในการช่วยสร้างสรรค์โลก์ของเราในรุ่นต่อๆไปได้ นับว่าเป็นการจุดประกายการสร้างสันติภาพให้กับเด็กเยาวชนผู้จะเติบโตมาเป็นอนาคตของประเทศและของโลกนี้ต่อไปได้เป็นอย่างดี

รางวัลเกียรติยศ จำนวน 4 รางวัล ได้แก่

ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประเทศไทย

HON.LYSANDRE C. SERAIDARTS ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

MR.TEO CHOO GUAN ประเทศมาเลเซีย

นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน ประเทศไทย

รางวัล Sweden World Peace Award 2025 จำนวน 5 รางวัล ได้แก่

VENERABLE DR.KABOCCOZA BUDDHARAKKHITA ประเทศอูกันด้า

DR.PALITHA KOHONA ประเทศศรีลังกา

ดร.ธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประเทศไทย

MR.ARSEN GVENETADZE ประเทศจอร์เจีย

รางวัล AMBASSDOR OF PEACE 2025 จำนวน 10 รางวัล ได้แก่

1.MR.SABA ZAKARALA ประเทศจอร์เจีย

2.นายรัชพล สุวรรณโชติ นายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ประเทศไทย

3.MR.MARTIN KWEKU ประเทศกาน่า

4.DR.DIKPAL K. BAIDYA ประเทศแคนาดา

5.BHADHANT DHAMMNAC ประเทศอินเดีย

6.MR.MANOJ DIVITURACAMA ประเทศจอร์แดน

7.MR.SIDNEY MCNAIRY ประเทศศรีลังกา

8.นางสาวพิฐรา นวรัตน์ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานทูตไทยประจำสวีเดน

9.รศ.ดร.นายแพทย์ กำพล ศรีวัฒนากุล ประเทศไทย

10.VEN.DO TAN AN ประเทศเวียดนาม

นอกจากนี้ยังมอบรางวัลพิเศษให้กับนายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการละครสร้างสรรค์เยาวชนไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชัน สนับสนุนโดยกองทุน ป.ป.ช.

ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศ รางวัล World Peace Awards 2025 ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีมอบรางวัล Sweden World Peace Award 2025 กล่าวตอนหนึ่งว่า “สันติภาพ ในความรู้สึกของผมคือ ความสงบ ตามหลักพระพุทธศาสนาที่ได้สอนไว้แล้วเรื่องจิตที่สงบ ต้องมีเมตตา กรุณา หากจิตสงบ เต็มเปลี่ยมไปด้วยความเมตตา ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการเกิดสันติสุขตั้งแต่ตัวเราเอง ไปถึงสันติสุขระดับโลกได้ในที่สุด ”

ดร.ธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (นายภูมิธรรม เวชยชัย) ผู้ได้รับรางวัล รางวัล Sweden World Peace Award 2025 กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับเลือกให้เข้ารับรางวัลในครั้งนี้ จากการที่ได้ทำงานในรัฐบาลนี้ จะเห็นว่าทางรัฐบาลเองให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างสันติภาพในทุกระดับของไทย

รวมถึงการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้มีความกินดีอยู่ดีมีความสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกภาคส่วนอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสันติภาพสันติสุขอย่างแท้จริง

รัชพล สุวรรณโชติ นายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้รับรางวัลทูตสันติภาพโลก ในการประกาศรางวัล Sweden World Peace Award 2025 ที่ประเทศสวีเดน ซึ่งนับว่าเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่มอบให้กับผลงานโครงการของเยาวชนไทยที่ทำงานด้านสันติภาพไปในระดับโลก โดยในปี 2567 สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทยร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำโครงการยุวทูตสันติภาพ สู่นครวาติกัน ทีมยุวทูตสันติภาพเด็กไทย เดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่กระทรวงศึกษาธิการ ส่งผู้แทนเด็กเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกันอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ในฐานะผู้ก่อตั้งและนายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ยังทำโครงการต่างๆ กว่า 30 โครงการต่อเนื่อง 25 ปี ซึ่งเป็นโครงการสื่อเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิตให้กับเด็กๆ ไทยกว่า 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงก่อตั้งศูนย์ข่าวเด็กและเยาวชนในอีก 10 ประเทศอาเซียน ซึ่งการให้สื่อในทางสร้างสรรค์ เป็นอีกวิธีการในการสร้างสันติสุขให้กับสังคม รวมถึงการสร้างเด็ก

เยาวชนให้เติบโตมาเป็นคนมีคุณภาพ มีทักษะชีวิตที่ดี มีความคิดในทางสันติสุข นับเป็นผลงานโดดเด่นจนทำให้ได้รับรางวัลในครั้งนี้อีกด้วย

DR.PIYARATNA MAHARJAN ประเทศเนปาล ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการจัดงาน Sweden World Peace Award 2025 กล่าวว่า “ดีใจที่เห็นความสำเร็จของงานมอบรางวัลสันติภาพระดับโลก ที่ได้ทำต่อเนื่องมาถึง 8 ปี

มีผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆจากทุกภูมิภาคทั่วโลก มาเข้าร่วมงาน ทำให้เกิดเครือข่ายการทำงานสร้างสันติภาพไปทั่วโลก ทั้งนี้มีแนวคิดจะย้ายสถานที่จัดงานจากสวีเดนไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกต่อไป”

จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน กล่าวว่า ขอบคุณคณะกรรมการจัดงานสันติภาพโลก 2025 สวีเดน ที่ให้โอกาสโครงการผลิตละครสร้างสรรค์เยาวชนเพื่อร่วมปลูกฝังการต่อต้านการทุจริต คอรัปชัน ตั้งแต่เป็นเด็กเยาวชน เพื่อที่เมื่อเขาเติบโต จะได้ช่วยกันต่อต้าน ลดการทุจริต คอรัปชัน ซึ่งแน่นอนว่า หากประเทศไม่มีทุจริต ไม่มีคอรัปชัน ประเทศก็จะสงบสุข ประชาชนได้รับการพัฒนาเต็มที่ ประเทศชาติพัฒนายั่งยืนได้ การต่อต้านทุจริต คอรัปชั่น จึงเป็นอีกแนวทางในการสร้างสันติสุขให้กับโลกของเรา”

ทั้งนี้การจัดงาน สันติภาพโลก Sweden World Peace Award 2025 แบ่งกิจกรรมเป็น 2 ส่วนคือการจัดพิธีมอบรางวัล

และการจัดกิจกรรมสันติภาพสวีเดน-ฟินแลนด์-เดนมาร์ก โดยการจัดพิธีมอบรางวัล จัดขึ้น ณ Stockholm Concert Hall ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีมอบรางวัลโนเบล โดยมี ลีซองดร์ เซแรดารี ( Mr.Lysandre Séraïdaris) บุตรของนายเกลอง เซแรดารี (Mr.Cléon Séraïdaris) พระอาจารย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ขณะทรงศึกษาที่เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 2 ประเภท ได้แก่ รางวัล Sweden World Peace Award 2025 และ รางวัล AMBASSDOR OF PEACE 2025 นอกจากนี้ยังมีการกล่าวสุนทรพจน์ด้านสันติภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ จากทุกศาสนา การแสดงวัฒนธรรมจากจอร์แดนและชุมชนชาวไทยในสวีเดน ส่วนกิจกรรมรณรงค์สันติภาพ มีการเดินทางไปยังประเทศฟินแลนด์ และเดนมาร์ก เพื่อร่วมเดินรณรงค์และทำกิจกรรมสันติภาพร่วมกันทั้งที่ประเทศฟินแลนด์ และบนเรือระหว่างการเดินทางอีกด้วย

งาน สันติภาพโลก Sweden World Peace Award 2025 มีผู้เข้าร่วมงานจากนานาชาติ อาทิ แคนาดา ,สหรัฐอเมริกา , สหราชอาณาจักร์ ,นอร์เวย์ ,ฟินแลนด์ ,เยอรมัน , สวิสเซอร์แลนด์ , เนปาล ,โมซัมปิค ,มาเลเซีย ,ใต้หวัน ,มองโกเลีย ,อินเดีย ,จอร์แดน ,กาน่า, โรมาเนีย ,อัฟกานิสถาน ,อูกันด้า ฯลฯ ร่วมทั้งเครือข่ายชาวไทยในยุโรป โดยในส่วนประเทศไทยมีผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน เช่น ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(นายชูศักดิ์ ศิรินิล) , ดร.ธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (นายภูมิธรรม เวชยชัย) , นายรัชพล สุวรรณโชติ นายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย , นายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการละครเยาวชนต้านทุจริต เป็นต้น ในส่วนของพระผู้ใหญ่ที่เคยมาร่วมงานนี้ เช่น พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. อธิบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย(มจร.) , ศาสตราจารย์ ดร. พระเมธีวัชรบัณฑิต (หรรษา ธมฺมหาโส) เจ้าอาวาสวัดใหม่ (ยายแป้น)

พระธรรมวชิราธิบดี เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ,พระราชวิเทศปัญญาคุณ (ท่านเจ้าคุณเหลา) เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประธานพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ,พระวิจิตร​ธรรม​ภาณี​ เจ้าอาวาส​วัด​ฟลอริดา​ธรรม​าราม​ รัฐฟลอริด้า​ รองประธาน​คณะกรรมการ​บริหาร​คณะ​ธรรมยุต​ใน​สหรัฐอเมริกา​ เจ้าคณะภาค​ 1 โซนตะวันออก , พระครู​วิทูร​ธรรม​ประกาศ​ (ถวิล​ อตฺตคุตฺโต)​ เจ้าอาวาส​วัด​พุทธไทยถาวร​ นิวยอร์ก​ และพระครูศรีรัตนธรรมวิเทศ เจ้าอาวาส วัดศรีรัตนาราม เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, พระราชวชิรศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประธานคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป , พระครูใบฎีกาอำนาจ โอภาโส ประธานมูลนิธิปฏิจจสมุปบาท และประธานสงฆ์วัดเพื่อพระนิพพาน ปราสาทดิลลิกซ์ประเทศเยอรมนี , พระสายันต์ ติขิโน วิมุติธรรมสถาน สวิสเซอร์แลนด์ เป็นต้น โดยการสนับสนุนการจัดงานจากหลายภาคส่วน เช่น พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าวาสวัดสระเกศ , เจ้าคุณเหรียญ วัดอานันเมตยารม สิงคโปร์ , บริษัท Waki , ผลิตภัณฑ์ป้าเช้งและผู้บริจาคทั้งในสวีเดนและต่างประเทศ

โดยในงานมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยในหลวงและราชินีทั้งสองประเทศด้วย

กองทุน ป.ป.ช.พิสูจน์ความสำเร็จบนเวทีโลก ส่งยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ คว้ารางวัลระดับโลก World Peace Youth Ambassador Awards 2026 ที่สวีเดน

2 เด็กไทยเจ้าของตำแหน่งยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ คว้ารางวัล World Peace Youth Ambassador Awards 2026 ที่สวีเดน จากผลงานการผลิตสื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริต ในโครงการอบรมยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ สนับสนุนโดย กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ได้แก่ ด.ช.นราวิชญ์ บุญฤทธิ์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และ ด.ช.ภูดิท ตันเจริญ โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขึ้นรับรางวัลระดับโลก ณ หอประชุมคอนเสิร์ตสตอกโฮล์ม สถานที่จัดพิธีมอบรางวัลโนเบล กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน 

นายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ผู้จัดการโครงการยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่เด็กไทยได้ขึ้นรับรางวัลระดับโลกในเวทีอันศักดิ์สิทธิเวทีเดียวกับรางวัลโนเบล ณ ประเทศสวีเดน โดยรางวัลนี้มอบให้แก่เยาวชนที่มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมความซื่อสัตย์สุจริต และร่วมขับเคลื่อนสังคมตามแนวคิดการป้องกันความขัดแย้งเชิงรุก โดยคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า  การทุจริตคือจุดเริ่มต้นของความอยุติธรรม การต่อต้านคอร์รัปชันสร้างรากฐานความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน  ปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งสันติภาพ โครงการอบรมยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบทำหน้าที่เป็นสื่อกลางส่งต่อค่านิยมความซื่อสัตย์และคุณธรรมในสถานศึกษาและชุมชน สอดคล้องกับแนวทางของ UNESCO ในการพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง  สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีความซื่อสัตย์ และเป็นแบบอย่างในการต่อต้านการทุจริตตั้งแต่ระดับเด็กเยาวชน  การได้รับมอบรางวัล ณ Stockholm Concert Hall ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีมอบรางวัลโนเบล สะท้อนให้เห็นว่านานาชาติให้การยอมรับบทบาทของเยาวชนไทยในฐานะตัวแทนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศนำโดย กองทุน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมและการต่อต้านคอร์รัปชันในเด็กและเยาวชน  ภายในงานมอบรางวัลเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายสันติภาพ เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้นำจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายในการขับเคลื่อนสังคมที่ปราศจากการทุจริตและความขัดแย้งในอนาคต ร่วมสร้างพลเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริตให้กับประเทศของเราและโลกของเราต่อไปครับ”

ด.ช.นราวิชญ์ บุญฤทธิ์ ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ โรงเรียนอัสสัมชัญ ผู้คว้ารางวัล World Peace Youth Ambassador Awards 2026  กล่าวว่า ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยขึ้นรับรางวัลบนเวทีระดับสากล ณ หอประชุมคอนเสิร์ตสตอกโฮล์ม ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีมอบรางวัลโนเบล  จากผลงานการเข้าร่วมโครงการอบรมยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ผมได้พบปะกับผู้นำจากนานาประเทศ ช่วยเปิดโลกทัศน์ ปลูกฝังความมั่นใจ และสร้างพลังใจในการกล้าลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อสังคม  ขอบคุณโครงการของ กองทุน ป.ป.ช.ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ร่วมโครงการดีดี สร้างยุวฑูตต้านทุจริต สร้างกิจกรรมที่มีคุณค่าและประโยชน์ต่อตัวผม ต่อผู้เข้าอบรม ร่วมถึงประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ และวันนี้ก็ได้รับการยอมรับในเวทีระดับสากล ผมดีใจและภูมิใจมากครับ”

ด.ช.ภูดิท ตันเจริญ ยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้คว้ารางวัล World Peace Youth Ambassador Awards 2026 กล่าวว่า “ผมดีใจและตื่นเต้นมากๆ ครับ รู้สึกถึงตัวแทนการเปลี่ยนแปลงเรื่องค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เราเป็นเด็กตัวเล็กๆ เสียงเล็กๆ แต่เมื่อได้เป็นยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องโทษและผลเสียของการทุจริต เราในฐานะยุวฑูตต้านทุจริตก็จะไม่ทำสิ่งที่ไม่ได้ไม่โกงอย่างแน่นอนครับ และพร้อมจะเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่จะสร้างสื่อต้านทุจริตรณรงค์ให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้ตระหนักรู้ถึงโทษของการทุจริตและสร้างแนวร่วมในการต่อต้านทุจริตกันด้วยนะครับ”

การได้รับรางวัล World Peace Youth Ambassador Awards 2026 ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดแก่ตัวแทนเยาวชนไทย แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่สามารถนำไปต่อยอดและสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับประเทศไทยในหลายมิติ  ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศบนเวทีโลก ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมและปราบปรามการทุจริตเชิงรุกตั้งแต่ระดับเด็กและเยาวชน  วางรากฐาน “สังคมไร้ทุจริต” ในระยะยาว การพัฒนาเยาวชนให้มีจิตสำนึกต่อต้านคอร์รัปชันตั้งแต่เยาว์วัย จะช่วยสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดปัญหาคอร์รัปชัน และเพิ่มดรรชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศในอนาคต  พิสูจน์ความสำเร็จของโครงการอบรมยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าโครงการสนับสนุนจาก กองทุน ป.ป.ช. สามารถผลักดันศักยภาพเด็กไทยให้โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้อย่างแท้จริง  การได้รับรางวัลครั้งนี้เป็นการการันตรีถึงความสำเร็จและเป็น “จุดเริ่มต้น” ของการสร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริตที่จะส่งผลดีต่อโครงสร้างสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป 

คปภ. แท็กทีม 2 กองทุน อีกครั้ง ‘ประกันวินาศภัย – ประกันชีวิต’ ชวนคนไทยรู้ทันประกันภัย ณ ระยอง

5 กันยายน 2569 เวลา 11:04 น.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับ กองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) และ กองทุนประกันชีวิต (กปช.) เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงาน Money Expo Rayong 2026 งานมหกรรมการเงินระยอง ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง

ทั้งนี้ การจัดงานเพื่อร่วมเปิดมุมมองใหม่ด้าน “การประกันภัย” ที่ใกล้ตัว ภายในบูธ คปภ. และทั้งสองกองทุน ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ถึงเรื่องการประกันภัยและการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของชีวิตที่ครอบคลุมทั้งสุขภาพ การเงิน ทรัพย์สิน และอนาคตของครอบครัว พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและอุ่นใจให้กับผู้เอาประกันภัย ด้วยกลไกการคุ้มครองสิทธิประโยชน์จากทั้งฝั่งประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ในกรณีที่บริษัทประกันภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาต

นอกจากนี้ยังจะได้ศึกษาหลักการพื้นฐานของประกันภัย วิธีเลือกซื้อประกันภัยและประกันชีวิตให้เหมาะสมกับช่วงวัย บทบาทหน้าที่ของทั้งสองกองทุนในการเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้กับผู้เอาประกันภัย พร้อมการบรรยายสิทธิที่ควรได้รับอย่างชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางป้องกันความเสี่ยงทางการเงินในยุคปัจจุบัน รวมถึงกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟและเกมสนุกๆ พร้อมรับของที่ระลึก ที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องประกันและกองทุนคุ้มครองได้ง่ายขึ้น เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้จริง

คปภ. กองทุนประกันวินาศภัย และกองทุนประกันชีวิต มุ่งหวังให้ประชาชนทุกคนมีภูมิคุ้มกันทางการเงิน รู้สิทธิ-เข้าใจหน้าที่ และตัดสินใจเลือกประกันได้อย่างมั่นใจ จึงขอเชิญชวนชาวระยองและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมชมบูธ คปภ. และสองกองทุนประกันภัย “เพราะความรู้วันนี้ อาจปกป้องคุณในวันข้างหน้า”

Life เปิดตัว 3 นวัตกรรมโภชนเภสัชเขย่าตลาดสุขภาพ

5 กันยายน 2569 เวลา 11:00 น.

Date taken : 2026-08-28. Events : . Life Supplements .Venue : One Bangkok.

บริษัท บูสท์ อัพ ไลฟ์ เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานใหญ่แห่งปี “THE FORCE OF LIFE Nutraceutical Innovation Launch” โชว์วิสัยทัศน์การเติบโตระดับปรากฏการณ์ จากจุดเริ่มต้นโรงงานผลิตยอดขายหลักแสน พุ่งทะยานทะลุ 200 ล้านบาทต่อปีภายในเวลาเพียง 3 ปี พร้อมเดินหน้าปฏิวัติวงการสุขภาพไทยด้วย “Nutraceutical Science” เปลี่ยนภาพจำของอาหารเสริมตามกระแส สู่โภชนเภสัชเชิงลึกที่มีงานวิจัยวิทยาศาสตร์รองรับ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้มีสุขภาพยืนยาวอย่างยั่งยืน (Longevity)

เส้นทางความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Life มีจุดเริ่มต้นจากประสบการณ์ตรงของผู้ก่อตั้ง คุณชัญญานุช ขำเปรื่องเดช ผู้บริหาร บริษัท บูสท์ อัพ ไลฟ์ เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เคยทำงานในสายงานการบินทั้งลูกเรือและนักบิน การใช้ชีวิตข้ามเขตเวลา (Time Zone) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นาฬิกาชีวภาพผิดเพี้ยน ร่างกายทรุดโทรม ภูมิคุ้มกันตก และป่วยบ่อยจนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมหาศาล จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อตระหนักได้ว่า “การรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษาด้วยยา ไม่ใช่คำตอบของชีวิตที่ยั่งยืน”

Date taken : 2026-08-28. Events : . Life Supplements .Venue : One Bangkok.

ชัญญานุช ขำเปรื่องเดช ได้กล่าวถึงเส้นทางการเติบโตของ บริษัท บูสท์ อัพ ไลฟ์ เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ว่า “จากการเดินทางท่องโลก ทำให้ได้สัมผัสอุตสาหกรรมสุขภาพระดับสากลที่เน้น Science-Backed Innovations หรือนวัตกรรมที่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ จึงนำมาศึกษา ค้นคว้า และทดลองฟื้นฟูสุขภาพตนเองจนเห็นผลลัพธ์ชัดเจน นำไปสู่การวางรากฐานระบบสุขภาพมาตรฐานสากลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยบริษัทฯ ได้ทุ่มงบลงทุนสร้างโรงงานผลิตของตนเองที่ได้รับรองมาตรฐานระดับโลก FSSC 22000 โดย Bureau Veritas ครอบคลุมทั้งการวิจัยและพัฒนา (R&D) การคัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียม กระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพเข้มงวด 100%”

“เราไม่ได้มองแค่การผลิตสินค้าเพื่อวางจำหน่าย แต่มุ่งมั่นที่จะวางรากฐานระบบสุขภาพที่ได้มาตรฐานสากล ทุกสูตรของเราต้องมีงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้จริงรองรับ เพื่อเปลี่ยนภาพจำจากสินค้าตามกระแส สู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Preventive Healthcare) ที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน”

เปิดตัว 3 นวัตกรรมชูโรงแห่งปี เสริมทัพ 3 ผลิตภัณฑ์ Signature ยอดนิยมตลอดกาล

“เพื่อตอบรับเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงรุกจากภายใน ภายในงาน THE FORCE OF LIFE แบรนด์ได้เปิดตัว 3 นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชูโรงแห่งปี ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากในตลาดออนไลน์ Life Magnesium Bisglycinate: แมกนีเซียมรูปแบบที่ดูดซึมได้ดีเยี่ยม อ่อนโยนต่อระบบทางเดินอาหาร ตอบโจทย์การฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ปรับสมดุลระบบประสาท และยกระดับคุณภาพการนอนหลับให้หลับสนิทลึกยิ่งขึ้น  , Life Gaba Plus: ตัวช่วยดูแลสุขภาพจิตและระบบประสาท ช่วยลดความตึงเครียด ผ่อนคลายสมอง และส่งเสริมสมดุลอารมณ์เพื่อความสดชื่นพร้อมรับทุกวัน , Life Plus Probio 18: นวัตกรรมโพรไบโอติกส์เข้มข้น 18 สายพันธุ์ เสริมสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ดูแลระบบขับถ่าย ภูมิคุ้มกัน และฟื้นฟูสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมอย่างตรงจุด”

“พร้อมตอกย้ำความสำเร็จด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ Signature ยอดนิยมตลอดกาล ที่การันตีความไว้วางใจด้วย ยอดจำหน่ายรวมกว่า 2.6 ล้านชิ้น ได้แก่ Life Zinc Plus Vitamin C: คู่หูทรงพลังเสริมเกราะภูมิคุ้มกัน ดูแลปัญหาสิว และบำรุงผิวแข็งแรงจากภายใน , Life L-Gluta Plus Collagen: นวัตกรรมฟื้นฟูผิวพรรณล้ำลึก คืนความกระจ่างใส ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น , Life Vitamin B Complex: วิตามินบีรวมสูตรครบถ้วน เสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง บรรเทาความเหนื่อยล้า”

Date taken : 2026-08-28. Events : . Life Supplements .Venue : One Bangkok.

เบื้องหลังการพุ่งทะยานจากยอดขายหลักแสนสู่กว่า 200 ล้านบาทต่อปี

“เกิดจากกลยุทธ์การตลาดที่แม่นยำและการขับเคลื่อนองค์กรด้วย 2 หัวใจหลัก พลังแห่งการผสานงานแบบ Cross-Functional (One Team, One Vision): เชื่อมโยงทีมงานทุกฝ่ายให้เห็นภาพรวมธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้การประสานงานรวดเร็ว คล่องตัว และทรงประสิทธิภาพ การอัปเดตองค์ความรู้ไร้ขีดจำกัด (Continuous Learning & Innovation Mindset): ผสานวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ (Science) เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ (Innovation) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ให้ทันเทรนด์โลก”

“ปัจจุบัน บริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่งผ่าน 3 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ Life Supplements, Life Plus, และ Life Nutrition รวมกว่า 30 SKUs โดยอาศัยความแข็งแกร่งบนสมรภูมิ E-Marketplace ควบคู่กับการเร่งรุกกลยุทธ์ Omni-Channel กระจายสินค้าสู่ออฟไลน์ชั้นนำทั่วประเทศ ได้แก่ Modern Trade, ร้านสะดวกซื้อ และร้านขายยา”

“ก้าวต่อไปของ บูสท์ อัพ ไลฟ์ เซ็นเตอร์ คือการเดินหน้าขยายกำลังการผลิตของโรงงานมาตรฐานสากล เพื่อรองรับตลาดสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมรุกตลาด อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ (Special Purpose Foods) ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งเน้นการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ (Responsible Communication) ให้ความรู้ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง ผนึกกำลังพันธมิตรเติบโตอย่างโปร่งใส และมุ่งมั่นผลักดันแบรนด์สุขภาพฝีมือคนไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างภาคภูมิ”

สำหรับงาน THE FORCE OF LIFE Nutraceutical Innovation Launch นอกจากเผยให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ทิศทางธุรกิจแล้ว ยังมีไฮไลต์สุดพิเศษ ทั้ง Exclusive Performance จาก “แอลลี่” อชิรญา นิติพน , การร่วมเจาะลึกนวัตกรรมโภชนเภสัชโดย “หมอกอล์ฟ” น.พ.สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านความรู้ จากช่อง TikTok คุณหมอสตอรี่ ร่วมเปิดมุมมองสุขภาพกับ “ครูพี่ป็อป” ดร.ณัฐพงศ์ นำศิริกุล ผู้ประกาศข่าวและคอนเทนต์ ครีเอเตอร์สายสุขภาพ รับฟังแรงบันดาลใจในหัวข้อ “The Wealth of Health”

Date taken : 2026-08-28. Events : . Life Supplements .Venue : One Bangkok.

เปิดม่านโขนศิลปาชีพ ตอนสีดา สุดอลังการ สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน “พระพันปีหลวง”

4 กันยายน 2569 เวลา 23:15 น.

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สีดา” เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการนี้มี นฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) ที่ปรึกษาการแสดง, รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้กำกับการแสดง และ วิชัย รักชาติ ผู้กำกับศิลป์ (จิตรกรรม) ร่วมให้รายละเอียดการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สีดา” เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ โรงละคร สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า เขตดุสิต

นฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดการแสดงโขน มาตั้งแต่ปี 2550 และมีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่นั้นมา   ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้โขนไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งมวลมนุษยชาติจากยูเนสโก เมื่อปี 2561 ถือเป็นมรดกที่พระองค์ท่านทิ้งไว้ให้เรา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มีหน้าที่ในการสืบสานพระราชปณิธาน และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญสนองพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เพื่อให้การแสดงโขนอันเป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติอันทรงคุณค่ายังคงอยู่สืบไป

“การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปีนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระราชเสาวนีย์ให้จัดทำแผ่นพับเรื่องย่อการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางสีดา เป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้รับชมการแสดงโขนมีความเข้าใจและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น และในโอกาสที่เดือนธันวาคมนี้ยูเนสโกจะพิจารณาชุดไทยพระราชนิยมขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาการจัดแสดงโขนจึงขอเชิญชวนผู้เข้าชมสวมใส่ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ หรือสวมใส่ผ้าไทยเข้าชมการแสดงกันทุกท่านนะคะ”

ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ทั้งในการสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร และสถานที่ โดยในปีนี้กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนงบประมาณจำนวน 6 ล้านบาทในการจัดการแสดงโขนที่จะเกิดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้

ประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) ที่ปรึกษาการแสดง กล่าวถึง ภาพรวมการจัดทำบทและคำพากย์ เจรจา กล่าวว่า การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ หรือเดิมทีรู้จักกันในนามโขนพระราชทาน ซึ่งครูบาอาจารย์และศิลปินจัดทำด้วยความประณีต สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปชีพฯ ในปีนี้ ได้คัดเลือกตอน สีดา มาจัดแสดง ซึ่งนางสีดา เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อสามี แม้ถูกลักพาไปอยู่กรุงลงกา ก็คงยึดมั่นในความซื่อสัตย์  อีกทั้งยังเป็นแม่ที่รักลูกมาก    เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  48 พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จึงคัดเลือก ตอน สีดา   เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติแสดงความจงรักภักดี สนองพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด การแสดงโขน จนทำให้โขนกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง  

รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ได้รับหน้าที่กำกับการแสดง ยอมรับว่ามีความกดดันเพราะโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มีมาตรฐานสูง รวมถึงประชาชนผู้รอชมก็มีความคาดหวังและตั้งตารอชมว่าปีนี้จะมีอะไรมาให้ชม สำหรับการแสดงโขน ตอนสีดา จะดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 1 โดยจะเล่าเรื่องให้มีความกระชับ แต่ยังคงความเข้มข้น ความสนุกสนาน  แบ่งการแสดงเป็น 2 องค์ องค์ละ 4 ฉาก  รวม 8 ฉากหลัก เปิดด้วยฉากพระอิศวรมีรับสั่งให้พระลักษมีอวตารเป็นนางสีดาคู่บุญพระราม ฉากเปิดตัวนางสีดา ฉากอภิเษกสมรสระหว่างพระรามกับนางสีดา ไปจนถึง ทศกัณฐ์ลักนางสีดา พระรามออกติดตาม พร้อมพลวานร ยกรบ เสร็จศึกพระรามรับนางสีดาคืนกรุงอโยธยา และฉากสำคัญที่เชื่อว่าผู้ชมจะต้องอยากเห็นมากที่สุดคือฉากสีดาลุยไฟ เพราะเป็นการแสดงที่ทำให้เห็นถึงความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์ของนางสีดาที่มีต่อพระรามผู้เป็นสวามี

วิชัย รักชาติ ผู้กำกับศิลป์ (จิตรกรรม) กล่าวถึงความพิเศษของฉากการแสดงตอน “สีดา” ว่า การแสดงโขนแต่ละปีจะมีการจัดทำฉาก เทคนิค แสง สี เสียงที่อลังการ ส่วนใหญ่จะจัดทำขึ้นใหม่เพื่อการแสดงในปีนั้นๆ สำหรับตอนสีดานี้ เรื่องฉากต่างๆ ก็มีการจัดเต็มอย่างเช่น ม้า เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่อง ก็อยากให้มาชมด้วยตาว่าทีมงานอาจจะใช้ม้าจริงมาร่วมฉากหรือไม่ รวมถึงฉากสำคัญสีดาลุยไฟมีการใช้เทคนิคพิเศษที่จะทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความร้อนของเปลวไฟ รวมถึงดอกบัวที่ผุดขึ้นมารองรับฝ่าพระบาทของนางสีดาจะวิจิตรตระการตาเพียงใด

           การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา เป็นการแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่มีใช่เพียงความงดงามบนเวทีเท่านั้นที่สะกดสายตาตรึงใจผู้ชม หากแต่เป็นผลจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งฟื้นฟู อนุรักษ์ และสืบสานศิลปะโขนของชาติ ควบคู่กับการอนุรักษ์งานช่างศิลป์ไทยอันประณีต ให้กลับมามีชีวิตและเปล่งประกายอีกครั้ง ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จนก่อให้เกิดเวทีแห่งการเรียนรู้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างศิลปินรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องรวมถึงการจัดสร้างฉากและอุปกรณ์การแสดง เครื่องประกอบฉาก หัวโขน ตลอดจน เครื่องพัสตราภรณ์อันงดงามประณีตมาร่วมกันอนุรักษ์ สนับสนุน และส่งต่อโขนให้คงอยู่คู่สังคมไทย เพื่อให้ศิลปะการแสดงอันทรงคุณค่านี้ยังคงเปล่งประกาย สู่คนรุ่นต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

การแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตอน “สีดา” ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ถ่ายทอดเรื่องราวของมหากาพย์ รามเกียรติ์ สีดา…สตรีผู้ถือกำเนิดมาพร้อมความบริสุทธ์ จากปฐมบทแห่งความรักและด้วยความงาม ก่อให้เกิดสงครามมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ ร่วมสัมผัสเรื่องราวของความรัก การพลัดพราก การรอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ด้วยความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี เต็มอิ่มครบ ทุกอรรถรส

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สีดา”  จัดแสดงระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน – วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2569 บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาท และ 600 บาท (สำหรับรอบนักเรียน บัตรราคา 200 บาท ไม่เปิดจำหน่ายบัตรทางออนไลน์) จำหน่ายบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. 0-2262-3456 http://www.thaiticketmajor.com

จากคาแรกเตอร์สู่กลิ่นหอม ‘KNOT’เปิดตัว PHEROMONE COLLECTION น้ำหอม Merchandise ที่ถ่ายทอดโลก Omegaverse สู่ชีวิตจริง

4 กันยายน 2569 เวลา 17:19 น.

เมื่อ “ฟีโรโมน” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในโลกของเรื่องราว แต่สามารถถูกถ่ายทอดออกมาเป็นกลิ่นที่สัมผัสได้จริง KNOT ขยายจักรวาลของซีรีส์ออกไปอีกขั้น ด้วยการร่วมมือกับ MORA Maison de Parfum เปิดตัว MORA x KNOT PHEROMONE COLLECTION คอลเลกชันน้ำหอม Official Merchandise ที่นำหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของโลก Omegaverse อย่าง “ฟีโรโมน” มาตีความใหม่ผ่านกลิ่นหอม พร้อมถ่ายทอดบุคลิก อารมณ์ เสน่ห์ และแรงดึงดูดของตัวละครออกมาในรูปแบบที่แฟน ๆ สามารถสัมผัสและพกติดตัวไปได้ในทุกวัน

ภายใต้แนวคิด “BOUND BY FATE. TIED BY US.” คอลเลกชันนี้เกิดขึ้นจากคำถามง่าย ๆ ว่า “หากตัวละครใน KNOT มีกลิ่น กลิ่นนั้นจะเป็นอย่างไร?”

เพราะในจักรวาล Omegaverse ของ KNOT “ฟีโรโมน” ไม่ใช่เพียงกลิ่น หากเปรียบเสมือนภาษาที่มองไม่เห็นของสัญชาตญาณ ความรู้สึก ความปรารถนา และแรงดึงดูดที่เชื่อมโยงตัวละครเข้าหากัน การนำฟีโรโมนออกมาตีความเป็นน้ำหอมจึงเป็นมากกว่าการสร้าง Merchandise จากซีรีส์ แต่คือการนำส่วนหนึ่งของโลกในเรื่องราวออกมาสู่โลกจริง

MORA x KNOT PHEROMONE COLLECTION ถ่ายทอดตัวตนของตัวละครผ่าน 6 กลิ่น 6 คาแรกเตอร์ ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งความสุขุม ลุ่มลึก อ่อนโยน สดชื่น น่าค้นหา และโรแมนติก เพื่อให้แต่ละกลิ่นทำหน้าที่เสมือนอีกหนึ่งมิติของตัวละครที่แฟน ๆ เคยทำความรู้จักผ่านหน้าจอ

เริ่มจาก MIDNIGHT DISTILLERY กลิ่นที่สะท้อนบรรยากาศของค่ำคืนอันสุขุม ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยเสน่ห์ ผ่าน Lavender และ Geranium ก่อนเข้าสู่ความอบอุ่นของ Mahogany และ Teak และทิ้งความเข้มของ Smoky Amber และ Tonka Bean ไว้บนผิว

ต่อด้วย NOCTURNE EN FLEUR ที่ผสมผสานความสดชื่นของ Citrus และ Neroli เข้ากับความอ่อนโยนของ White Floral และ Pink Rose ก่อนโอบล้อมด้วย Musk, Woody Notes และ Vanilla ให้ความรู้สึกนุ่มนวล แต่ยังคงมีแรงดึงดูดซ่อนอยู่

QUIET HEART ถ่ายทอดเสน่ห์ของความนิ่งที่มีความรู้สึกซ่อนอยู่ภายใน ผ่าน Jasmine และ Saffron เชื่อมเข้าสู่ Amberwood, Ambergris และ Hedione ก่อนปิดท้ายด้วยกลิ่นที่มีมิติจาก Cedarwood, Ambroxan, Fir Resin และ Oakmoss          

ในขณะที่ SILENCE ZONE นำเสนออีกด้านของความสงบ สุขุม และน่าค้นหา ด้วยความสดของ Violet Leaf, Bergamot และ Basil เสริมด้วย Pink Pepper และ Nutmeg ก่อนลงบนฐานของ Vetiver และ Patchouli

สำหรับ LUMINOUS SHOWER คือความสดใสและโปร่งเบาราวกับละอองน้ำ ผ่าน Sicilian Lemon และกลิ่นผลไม้ ผสาน Floral และ Ozone ก่อนจบอย่างนุ่มนวลด้วย Musk และ Amber

ปิดท้ายด้วย BARE PETALS กลิ่นที่ถ่ายทอดความโรแมนติกและความอ่อนโยนผ่าน Pear และ Fruity Notes ก่อนเผยหัวใจของ Floral และ Jasmine และทิ้งสัมผัสละมุนจาก Patchouli, Woody Notes, Musk และ Powdery Notes

ความพิเศษของ PHEROMONE COLLECTION จึงไม่ได้อยู่เพียงการนำชื่อหรือภาพของตัวละครมาใช้บนผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการหยิบ “ตัวตน” ของแต่ละคาแรกเตอร์มาถอดรหัสผ่านศาสตร์ของกลิ่น ตั้งแต่บุคลิก อารมณ์ ไปจนถึงบรรยากาศและความสัมพันธ์ที่แฟนซีรีส์คุ้นเคย

ขณะเดียวกัน “กลิ่น” ยังเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่เชื่อมโยงกับความทรงจำและความรู้สึกได้อย่างทรงพลัง เพียงกลิ่นหนึ่งกลิ่นอาจพาผู้สัมผัสย้อนกลับไปนึกถึงตัวละคร ฉากหนึ่งในเรื่อง หรือช่วงเวลาบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นระหว่างการรับชมซีรีส์ได้อีกครั้ง

นั่นทำให้ Official Merchandise ครั้งนี้ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นของสะสม เพราะน้ำหอมสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่แฟนเลือกสวมใส่ และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการพาโลกของ KNOT ออกจากหน้าจอมาอยู่ใกล้ตัวมากขึ้น

สำหรับแฟนซีรีส์ที่อยู่ในประเทศไทยและแฟนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก คอลเลกชันนี้ยังสะท้อนอีกหนึ่งความหมายของคำว่า “การเชื่อมโยง” เพราะแม้แต่ละคนจะอยู่ต่างประเทศ ต่างภาษา หรือห่างกันคนละทวีป แต่เมื่อได้สัมผัสกลิ่นเดียวกัน ทุกคนสามารถเชื่อมโยงกลับไปยังตัวละคร ความทรงจำ และจักรวาลเดียวกันของ KNOT ได้ในแบบของตัวเอง

MORA x KNOT PHEROMONE COLLECTION จึงไม่ใช่เพียงน้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ แต่คือการขยายประสบการณ์ของ KNOT จาก “สิ่งที่มองเห็น” ไปสู่ “สิ่งที่สัมผัสได้” และเปลี่ยนแนวคิดเรื่องฟีโรโมนที่เคยมีอยู่ในโลก Omegaverse ให้กลายเป็นกลิ่นที่มีตัวตนอยู่จริง

จากคาแรกเตอร์บนหน้าจอ สู่กลิ่นที่สามารถอยู่ใกล้คุณได้ในทุกวัน และไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก กลิ่นเดียวกัน อาจพาทุกคนกลับเข้าสู่โลกเดียวกันของ KNOT ได้อีกครั้ง

#KNOTseries #BoatYongyut #OatPasakorn #BoatOat #MFlowEntertainment

ฟอร์จูนทาวน์ จัดมหาเทศกาลแห่งศรัทธาฉลอง ‘คเณศจตุรถี’ ปีที่ 5

4 กันยายน 2569 เวลา 14:38 น.

ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ครบวงจรย่านรัชดา–พระราม 9 ภายใต้การบริหารของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ชวนชาวมูเตลูและผู้เลื่อมใสร่วมมหาเทศกาลแห่งศรัทธา สัมผัสความเป็นสิริมงคล ความเชื่อ และงานศิลปะอันทรงคุณค่า ในงาน “Ganesh Chaturthi 2569” มหาเทศกาลรับความปังต้อนรับวันคเณศจตุรถี ระหว่างวันที่ 9 – 18 กันยายน 2569 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ณ ฟอร์จูนทาวน์  รัชดา-พระราม 9

มหาเทศกาลบูชาพระพิฆเนศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี ถือเป็นวันคล้ายวันประสูติขององค์พระพิฆเนศ เทพแห่งความสำเร็จ สติปัญญา และการขจัดอุปสรรคทั้งปวง  ชาวฮินดูและผู้ศรัทธาเชื่อว่า ในช่วงเวลาของเทศกาลนี้ องค์พระพิฆเนศจะเสด็จลงมาจากเทวโลกเพื่อประทับอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด การขอพรและประกอบพิธีกรรมในช่วงนี้จึงถือว่าศักดิ์สิทธิ์และได้รับพรอย่างเต็มเปี่ยม

พิธีเฉลิมฉลองคเณศจตุรถีตามตระกูลพราหมณ์โบราณ (17 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานฟอร์จูนสตรีท) : ร่วมเปิดรับพลังบุญและบารมีในพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ประกอบพิธีโดยพราหมณ์ส่งตรงจากประเทศอินเดีย พร้อมร่วมพิธีสรงน้ำปัญจอมฤต และตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงสุดพิเศษตระการตาในบรรยากาศแห่งความศรัทธา

นิทรรศการประติมากรรมพระพิฆเนศ (9 – 18 กันยายน 2569 ณ Fortune Event Space ชั้น 4)  ตื่นตาไปกับความงดงามของงานพุทธศิลป์ ผ่านผลงานประติมากรรมองค์พระพิฆเนศหลากหลายปางอันทรงคุณค่า ที่ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งศรัทธาผ่านมุมมองทางศิลปะได้อย่างพิถีพิถัน

โปรโมชันพิเศษ “ช้อปครบปั๊บ รับมงคล องค์คเณศฟรี” (1 – 30 กันยายน 2569) ช้อปเพลินรับโชคตลอดทั้งเดือน เพียงสะสมยอดช้อปภายในศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ครบ 4,000 บาทขึ้นไป รับฟรีทันที! องค์พระพิฆเนศ ปางประทานพร (ขนาด 2 × 2.5 × 1.5 นิ้ว มูลค่า 899 บาท) เพื่อนำไปบูชาเสริมสิริมงคล (สินค้ามีจำนวนจำกัด รับสิทธิ์ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1)

ครบจบในที่เดียว ขอเชิญชวนผู้ศรัทธาร่วมงาน “Ganesh Chaturthi 2569” ระหว่างวันที่ 9 – 18 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 ทางออก 1

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ http://www.fortunetown.co.th  FB : fortunetown  / IG : fortunetown

Youtube : fortunetown / Line : FortuneTown หรือ https://lin.ee/tNWLAG / Application : Fortune Town

พม. มอบโล่เชิดชูองค์กรที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว

4 กันยายน 2569 เวลา 14:24 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มอบโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรที่สนับสนุนการขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว และรับข้อเสนอสมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569  พร้อมผลักดันสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรที่สนับสนุนการขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว จำนวน 30 องค์กร พร้อมรับข้อเสนอเชิงนโยบาย และเป็นประธานปิดการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว” โดยมี นางจตุพร โรจนพาณิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาวสุดา  สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้แทนทุกจังหวัด และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร

นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของกล่าวว่า สืบเนื่องจากตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานสถาบันครอบครัวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 กำหนดให้มีการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับจังหวัดและสมัชชาครอบครัวระดับชาติ      ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยค.) และคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว (กสค.) กำหนด ซึ่งในปี พ.ศ. 2569 นี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์            โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ดำเนินการจัดการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สานพลังสร้างสุขในครอบครัว” ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่สาธารณะทางสังคมอย่างกว้างขวางและหลากหลาย การมีส่วนร่วม   การระดมความคิดเห็น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ระหว่างผู้แทนครอบครัว ผู้แทนภาคประชาชน ผู้แทนจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนของสังคม อันนำไปสู่การจัดทำและพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการ และแนวทาง  การขับเคลื่อนงานด้านครอบครัวที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

“แนวคิดการ ‘สานพลังสร้างสุขในครอบครัว’ เป็นการมองภาพครอบครัวแบบองค์รวมไม่แยกส่วนการทำงาน ทั้งการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อครอบครัวเพิ่มศักยภาพความรู้ความสามารถของสถาบันครอบครัวเชิงเศรษฐกิจ ตลอดจนเสริมสร้างครอบครัวให้มีภูมิต้านทานทางสังคมต่อภัยคุกคามสมัยใหม่ ซึ่งข้อเสนอที่ได้เสนอมาแน่นอนว่าย่อมไม่พ้นนโยบายและพันธกิจเหล่านี้ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่มุ่งเน้นให้คนไทยมีความมั่นคงในชีวิตและสวัสดิการที่เหมาะสม อันนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย และการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนตามบริบทของประเทศ”

ทั้งนี้ ผลการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 มีข้อเสนอ 4 ประเด็นหลัก โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้   1. สานพลังสร้างสุขในครอบครัว ส่งเสริมการพัฒนาทักษะพ่อแม่ เตรียมความพร้อมก่อนมีครอบครัว ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดูแลบุตรระยะไกล ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรม จัดวิชาการอารมณ์ เสริมศักยภาพการเป็น           นักจิตบำบัดในชุมชน

  1. สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการดูแลสมาชิกในครอบครัว ในที่ทำงาน ให้มีความยืดหยุ่น สร้างพื้นที่กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้เวลาร่วมกัน พัฒนาระบบตอบแทนและชดเชยการทำหน้าที่ผู้ดูแลในครอบครัว สนับสนุนท้องถิ่นและภาคเอกชนในการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกลางวัน (Day Care) และบูรณาการฐานข้อมูลข้ามหน่วยงาน (One Data for All)
  2. เสริมสร้างพลังเศรษฐกิจครอบครัว สร้างตลาดรับซื้อสินค้า/บริการให้แก่ครัวเรือนเปราะบาง ภาครัฐพิจารณาการกำหนดแนวทางสนับสนุนสินค้า/บริการที่ผลิตโดยครัวเรือนยากจนหรือเปราะบาง สร้างรายได้เสริมให้แก่เยาวชนและผู้สูงอายุ พัฒนาวินัยการเงิน โค้ชการเงิน การออมสำหรับฉุกเฉิน ส่งเสริมตลา
  3. Cyber Safe Family ครอบครัวปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ พัฒนาทักษะความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence) การรู้เท่าทันสื่อ จัดทำระบบตรวจสุขภาพการใช้มือถือ ลดการติดจอและสนับสนุนการทำกิจกรรมร่วมกันและพื้นที่สร้างสรรค์ข้ามช่วงวัยในชุมชน ผลักดันระบบคุ้มครองความปลอดภัยไซเบอร์ และออกข้อกำหนดทางกฎหมายเพื่อให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียคำนึงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบต่อประชาชน

“ผมขอแสดงความยินดีกับองค์กรที่สนับสนุนการขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว จำนวน 30 หน่วยงาน ที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในวันนี้ และขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาและใช้ความรู้ในการเสนอข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ ทั้งนี้ ผมขอเป็นตัวแทนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรรมการในคณะกรรมการนโยบานและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ รับข้อเสนอจากการประชุมสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2569 และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกข้อเสนอต่อครอบครัว จะถูกผลักดันในเชิงนโยบายและการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” นายอเนกชัย กล่าว

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ชวนมองให้ลึกกว่าคำว่า ‘ไข่ไก่อารมณ์ดี’ ชี้ ‘ไข่ไก่ปลอดกรง’ คือก้าวแรกสู่สวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้น

4 กันยายน 2569 เวลา 14:22 น.

เมื่อคำว่า “ไข่ไก่อารมณ์ดี” เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นบนผลิตภัณฑ์และในบทสนทนาเรื่องอาหารในประเทศไทย คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่าไข่ฟองนั้นมาจากไหน แต่คือ แม่ไก่ที่อยู่เบื้องหลังไข่ฟองนั้นมีชีวิตอย่างไร ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล องค์กรพิทักษ์สัตว์ระหว่างประเทศ ชวนผู้บริโภคทำความเข้าใจเรื่องสวัสดิภาพแม่ไก่ พร้อมชี้ว่าการเปลี่ยนจากระบบกรงสู่ระบบปลอดกรง (Cage-Free) เป็นหนึ่งในก้าวแรกที่ช่วยให้แม่ไก่มีพื้นที่และโอกาสแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติมากขึ้น

ความสนใจเรื่องสวัสดิภาพแม่ไก่ไม่ได้เป็นเพียงกระแสในภาคธุรกิจหรือผู้ผลิตเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับความสนใจของผู้บริโภคไทย ข้อมูลจากงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Frontiers in Animal Science  ซึ่งสำรวจผู้บริโภค 4,292 คน ใน 14 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย สะท้อนว่าประเด็นสวัสดิภาพแม่ไก่ไม่ได้ไกลตัว โดย 74.6% ของผู้ตอบแบบสำรวจในไทยเชื่อว่าแม่ไก่ไข่ส่วนใหญ่ในประเทศถูกเลี้ยงในระบบกรง ขณะที่ 68.6% มีแนวโน้มเลือกซื้อไข่จากแม่ไก่ที่ไม่ได้ถูกเลี้ยงในกรง

“คำว่า ‘ไข่ไก่อารมณ์ดี’ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจชีวิตของแม่ไก่มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือการมองให้ลึกกว่าชื่อเรียก ว่าแม่ไก่ได้รับการเลี้ยงดูในระบบแบบไหน การเปลี่ยนจากระบบกรงสู่ระบบปลอดกรงจึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของแม่ไก่ได้อย่างเป็นรูปธรรม” ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าว

แล้ว “ปลอดกรง” สำคัญอย่างไร?

หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของระบบกรง คือการจำกัดการเคลื่อนไหวและโอกาสในการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของแม่ไก่ เช่น การกางปีก เกาะคอน อาบฝุ่น ทำรัง และคุ้ยเขี่ยหาอาหาร ขณะที่ระบบปลอดกรงที่มีการจัดการอย่างเหมาะสมเปิดโอกาสให้แม่ไก่แสดงพฤติกรรมเหล่านี้ได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Cage-Free ไม่ได้หมายความว่า ปัญหาด้านสวัสดิภาพทั้งหมดจะหมดไป คุณภาพชีวิตของแม่ไก่ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความหนาแน่นในการเลี้ยง สุขภาพของฝูง คุณภาพอากาศ การเข้าถึงอาหารและน้ำ รวมถึงการจัดการโรงเรือนและการดูแลจากผู้เลี้ยง

การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นในภาคธุรกิจ

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาหารที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในระดับผู้บริโภค แต่กำลังขยายไปสู่ภาคธุรกิจในประเทศไทย โดยซิเนอร์เจีย แอนนิมอลทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำหลายแห่งเพื่อผลักดันนโยบายไข่ไก่ปลอดกรง (Cage-Free Egg Policy) อาทิ Chatrium Hospitality, Banyan Tree, ZEN Group, Sukishi, Minor Food และ Minor Hotels

ขณะเดียวกัน ONYX Hospitality Group ได้เปลี่ยนมาใช้ไข่ไก่ปลอดกรง 100% แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของระบบอาหาร และการยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านความร่วมมือระหว่างผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และผู้ผลิต

สำหรับผู้บริโภค “ไข่ไก่อารมณ์ดี” อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถาม แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มมองไปไกลกว่าคำบนบรรจุภัณฑ์ และให้ความสำคัญกับ ชีวิตของสัตว์ที่อยู่เบื้องหลังอาหารที่เราเลือกในแต่ละวัน

อายิโนะโมะโต๊ะ เปิดเวที ‘Young Chef 2026’ ปีที่ 2 พลิกโฉมอาหารสุขภาพแบบไทย ต่อยอดโภชนาการยั่งยืน

4 กันยายน 2569 เวลา 14:18 น.

บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค เปิดตัวโครงการ “Ajinomoto Young Chef Thailand 2026” ชวนนิสิต-นักศึกษาทั่วประเทศ ประชันฝีมือทำอาหารสุขภาพ รสเลิศ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท บูรณาการทักษะด้านการประกอบอาหาร วิทยาศาสตร์การอาหาร และโภชนาการ มุ่งบ่มเพาะเยาวชนสู่การเป็นผู้นำด้านอาหารสุขภาพเพื่อสร้างสังคม “กินดี มีสุข” อย่างยั่งยืน

โรอาน โค กรรมการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพ รสชาติ และคุณภาพชีวิตมากขึ้น อายิโนะโมะโต๊ะจึงนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้าน “AminoScience” มาต่อยอด เวที Ajinomoto Young Chef Thailand 2026 จึงไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันทำอาหาร แต่เป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะและสร้างสรรค์มื้ออาหารสุขภาพที่ทั้งอร่อยและรับประทานได้อย่างเพลิดเพลินในทุกๆ วัน

“ในปีนี้ เรานำแนวคิด ‘โภชนาการที่มุ่งมั่นอย่างไม่ลดละ’ หรือ ‘Nutrition without Compromise’ มาเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินโครงการ เพราะเชื่อว่าอาหารสุขภาพที่ดีจะต้องไม่ละเลยองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่Taste (รสชาติ): อาหารจะต้องอร่อย ชวนรับประทาน Access (การเข้าถึง): ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายในชีวิตประจำวัน Local Way of Life (วิถีชีวิตท้องถิ่น): ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์และวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น”

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันคือการนำระบบ NPS-M (Nutrient Profiling System for Meals) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การประเมินสารอาหารของมื้ออาหาร พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย และอายิโนะโมะโต๊ะ มาเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการตัดสินมื้ออาหารสุขภาพ ผ่านการสร้างสมดุลโภชนาการทั้ง 6 ด้าน ได้แก่: พลังงาน (Energy): ให้ปริมาณพลังงานที่เหมาะสมต่อมื้อ, โปรตีน (Protein): มีสัดส่วนโปรตีนคุณภาพดีเพียงพอ, ไขมัน (Fat): ควบคุมปริมาณไขมันอย่างเหมาะสม, ผัก (Vegetables): เพิ่มปริมาณใยอาหารและวิตามินจากผัก, น้ำตาล (Sugar): ควบคุมปริมาณน้ำตาลไม่ให้เกินเกณฑ์สุขภาพ, โซเดียม (Sodium): ลดปริมาณโซเดียมลง ด้วยรสอูมามิและเทคนิคทางวิทยาศาสตร์การอาหาร โดยไม่เสียรสชาติแบบไทย

โครงการฯ ยังส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างสาขาวิชา (Cross-functional Team) ร่วมกับ วิทยาลัยดุสิตธานี ในโจทย์ “Re-design” สำรับอาหารไทยให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมจับมือกับ คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผ่านโครงการ “Ajinomoto Young Creator” ปั้นคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ให้ผู้เข้ารอบสร้างสรรค์ผลงานผ่านสื่อ TikTok

การแข่งขัน  รอบที่ 1 : Individual Challenge (1 สิงหาคม – 15 กันยายน 2569) – เปิดรับสมัครไอเดียเมนูสุขภาพผ่าน TikTok คัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบ 60 คน รอบที่ 2 : Intensive Camp (17-18 ตุลาคม 2569) – แคมป์ติวเข้ม 2 วัน เจาะลึกศาสตร์แห่งกรดอะมิโน “AminoScience” กับเชฟ นักวิทยาศาสตร์การอาหาร และนักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญ เฟ้นหา 10 ทีมสุดท้ายสู่รอบชิงชนะเลิศ รอบที่ 3 : Final Competition (12 ธันวาคม 2569) – ประชันฝีมือรอบชิงชนะเลิศ รังสรรค์สำรับอาหารไทยเพื่อสุขภาพ ณ วิทยาลัยดุสิตธานี กรุงเทพฯ

คุณสมบัติผู้สมัครและช่องทางการสมัคร อายุ 17-25 ปี กำลังศึกษาในสาขาโภชนาการและการกำหนดอาหาร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร คหกรรมศาสตร์ และศิลปะการประกอบอาหาร สมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม – 15 กันยายน 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fan Page: Ajinomoto Young Chef Thailand และเว็บไซต์ http://www.ajinomoto.co.th

YoungChef2026, อายิโนะโมะโต๊ะ