เปิดภาพล่าสุด เพชรา เชาวราษฎร์ หลังทำศัลยกรรม บอกเลยตะลึงทั้งโซเชียล

เปิดภาพล่าสุด เพชรา เชาวราษฎร์ หลังทำศัลยกรรม บอกเลยตะลึงทั้งโซเชียล

เปิดภาพล่าสุด เพชรา เชาวราษฎร์ หลังทำศัลยกรรม บอกเลยตะลึงทั้งโซเชียล

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.02 น.

เพชรา เชาวราษฎร์ นางเอกในตำนานวัย 84 ปี เปิดภาพล่าสุดหลังทำศัลยกรรม แฟนๆ แห่ชื่นชมความสวยอมตะ กาลเวลาทำอะไรไม่ได้

       10 กุมภาพันธ์ 2569 เรียกว่าเป็นกระแสร้อนที่ทำเอาวงการบันเทิงคึกคักขึ้นมาทันที เมื่อนางเอกในตำนานเจ้าของฉายา “นัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง” อย่าง เพชรา เชาวราษฎร์ ออกมาอัปเดตลุคใหม่ในวัย 84 ปี จนสร้างความตะลึงให้กับแฟนๆ ทั่วประเทศ สำหรับอดีตนางเอกชื่อดังแห่งยุค 70–80 ที่แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ชื่อของเธอก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยเสมอ

ล่าสุด เพชรา ได้ตัดสินใจดูแลตัวเองครั้งสำคัญ ด้วยการทำศัลยกรรมใบหน้าครั้งใหญ่ ทั้งการดึงหน้า ดึงคอ รวมถึงการดูแลรายละเอียดของใบหน้าในส่วนอื่นๆ อย่างพิถีพิถัน โดยเลือกใช้เทคนิคพิเศษเฉพาะทาง เพื่อซ่อนแผลผ่าตัดให้เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ และยังคงเอกลักษณ์ความงามแบบเพชรา เชาวราษฎร์ ไว้อย่างครบถ้วน

       จากนั้นได้มีการเผยภาพของ เพชรา เชาวราษฎร์ ที่แต่งหน้าโดย น้องฉัตร หลังใบหน้าเข้าที่ดีแล้ว ต้องบอกเลยว่า สวยเป๊ะสุดๆ ดูอ่อนวัยเหมือนเพิ่งอายุ 50 ต้นๆ

หลังจากภาพและข่าวการอัปเดตความสวยถูกเผยแพร่ออกไป แฟนคลับรวมถึงคนในวงการบันเทิงต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมกันอย่างล้นหลาม หลายคนยกให้เป็นความงามระดับตำนานที่กาลเวลาไม่อาจทำอะไรได้จริๆ

งดงามจับใจ ขวัญ อุษามณี อวดโฉมในชุดไทยสวยสง่าร่วมงานเดินแบบการกุศล

งดงามจับใจ ขวัญ อุษามณี อวดโฉมในชุดไทยสวยสง่าร่วมงานเดินแบบการกุศล

งดงามจับใจ ขวัญ อุษามณี อวดโฉมในชุดไทยสวยสง่าร่วมงานเดินแบบการกุศล

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.33 น.

10 กุมภาพันธ์ 2569 เรียกเสียงชื่นชมจากแฟนๆ และผู้ร่วมงานได้อย่างล้นหลาม สำหรับนางเอกสาว “ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์” ที่ปรากฏตัวในชุดไทยพระราชนิยมอันงดงาม ร่วมงานธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน เพื่อสมทบทุนสร้างอาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของไทย

“ขวัญขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้มีโอกาสสวมใส่ชุดอันทรงคุณค่าของ พระพันปี ซึ่งสะท้อนความงดงามของผ้าไทย และพระราชปณิธานในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของแผ่นดิน พร้อมร่วมเดินแบบแฟชั่นโชว์การกุศลงาน ธรรมศาสตร์รวมใจ รักษ์ผ้าไทยคู่แผ่นดิน เพื่อสมทบทุนสร้างอาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีรักษา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ”

ขอบคุณภาพจาก : @kwanusa9

‘กัน นภัทร’เคลียร์ชัดสถานะหัวใจกับ’ฐิสา’เปิดหมดเปลือก 16 ปีในวงการ

'กัน นภัทร'เคลียร์ชัดสถานะหัวใจกับ'ฐิสา'เปิดหมดเปลือก 16 ปีในวงการ

‘กัน นภัทร’เคลียร์ชัดสถานะหัวใจกับ’ฐิสา’เปิดหมดเปลือก 16 ปีในวงการ

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.39 น.

แฟน ๆ มีลุ้นหรือไม่? “กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ” เปิดใจแบบไม่มีกั๊ก ทั้งเส้นทางชีวิต 16 ปีในวงการบันเทิง สเตตัสหัวใจกับ “ฐิสา-วริฏฐิสา” หลังห่างกันเกือบ 10 ปี พร้อมเผยสเปกลูกสะใภ้ในฝันของคุณแม่ ผ่านพอดแคสต์ “ดวงใจ STORY” ซีซั่น 2 เอ็กซ์คลูซีฟที่แรกและที่เดียว

เดินทางมาถึง ซีซั่น 2 แล้ว สำหรับ ดวงใจ STORY รายการพอดแคสต์ ของ ช่อง 7HD ที่จะมานั่งพูดคุยกับบุคคลทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง ที่มี STORY อยู่ในดวงใจ พบกับ EP.Special ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งตอนที่ถูกจับตามอง เมื่อรายการได้ต้อนรับ “กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ” นักร้องและนักแสดงชื่อดัง มานั่งเปิดไทม์ไลน์ชีวิตแบบละเอียด ตั้งแต่ก้าวแรกในวงการ ช่วงใช้ชีวิตอยู่บ้าน เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร จนถึงเส้นทางการทำงานในวงการบันเทิงตลอด 16 ปีที่ผ่านมา

ไฮไลต์สำคัญที่แฟน ๆ รอคอย คือการอัปเดตสถานะหัวใจกับนางเอกสาว “ฐิสา-วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร” หลังจากทั้งคู่ห่างหายกันไปเกือบ 10 ปี และกลับมาเจอกันอีกครั้ง ความสัมพันธ์จะมีลุ้นรีเทิร์นหรือไม่ ซึ่งกันได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่า

“วันนี้ผมจะมาเปิดที่นี่ที่แรกและที่เดียวด้วย ถามว่ากับฐิสามีลุ้นไหม ก็ไม่ได้อยากตัดความหวังของทุกคนที่เขาเชียร์  แต่ผมรู้สึกว่าทุกวันนี้ เป็นเพื่อนกันแบบวันนี้มันดีมากเลย  ด้วยความที่โอเคหลายคนอาจจะคิดว่า เราเคยรู้จัก เคยคบกันมาแล้ว  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แล้วเราห่างหายกันไปเกือบ 10 ปี กลับมาครั้งนี้มันอาจจะกลับมาคบกันได้ไม่ยากนะ แต่ผมว่ายากมากเลย  ยากกว่าการที่เริ่มต้นใหม่กับใครสักคน  ผมรู้สึกว่าพอเรารู้ไส้รู้พุงกัน แล้วเรากลับมาเจอกันใหม่ในวันนี้ แต่ละคนไม่เหมือนเดิม  เขาไม่ใช่ฐิสาในวันนั้น  ผมก็ไม่ใช่กัน นภัทรใน 10 ปีที่แล้ว ทุกคนโตขึ้น ทุกคนมีหน้าที่การงาน มีชีวิตมีประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาต่างกันหมด  มันเหมือนเรามาเจอกันและกันในแบบคนที่มันไม่ใช่คนก่อน  

แล้วที่ผมบอกว่ากับใครคนใหม่  ที่ไม่รู้จักกันยังง่ายกว่า  เพราะเหมือนเรารู้จักวันนี้มันเหมือนศูนย์  แต่กับฐิสาเราดันรู้จักเขาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่เรารู้ไส้รู้พุงกันมาหมดแล้ว  มันก็เลยรู้สึกว่า ยากจังเลย  แต่ตอนนี้ผมว่าไม่ต้องคิดอะไรเยอะ  คือโมเมนต์ที่เขากลับมาเป็นเพื่อนเราได้  ผมก็ดีใจ และมันมีความสุขมาก ได้ปรึกษาหารือกัน  ให้คำแนะนำซึ่งกันและกันได้”

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งช่วงที่เรียกรอยยิ้ม เมื่อพิธีกรถามถึงสเปกลูกสะใภ้ในอนาคตของคุณแม่ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นคุณแม่ที่หวงลูกชายไม่น้อย โดยกันตอบอย่างอารมณ์ดีว่า

“แม่ไม่มีสเปกหรอก คือผมมาจับทางแม่ได้แล้วว่า  น่าจะไม่โอเคกับทุกคนที่เข้ามา  (หัวเราะ) นี่คือนิสัยของแม่ผม  แล้วผมก็มั่นใจ ว่าแม่หลายคนที่มีลูกชายต้องตั้งแง่ไว้ก่อน ว่าคนนี้จะดูแลลูกแม่ได้หรือเปล่า ซึ่งถ้าเกิดว่าคนที่เข้ามาสามารถทำในสิ่งที่ แม่โอเค  ดูแลลูกแม่ได้  ส่งเสริมซึ่งกันและกันดี  เข้ากับพ่อแม่ได้  ผมว่าพ่อแม่ทุกคนโอเค  ผมเลยตั้งกฎไว้ว่า ต่อไปนี้ต้องควบคุมทุกอย่างเอง ก็คือควบคุมแม่(หัวเราะ)  เพราะว่าเราดูแลแม่มาตลอดชีวิต  ส่งเงินให้ทุกเดือน  แม่ต้องเข้าใจได้แล้วครับว่า เราโตพอที่จะดูแลคนที่รักได้แล้ว เพราะเราดูแลแม่ได้แล้ว  แม่ไม่ถึงขั้นหวงอะไรขนาดนั้น คงเป็นอัตโนมัติของระบบการทำงานของแม่ว่า  ใจหาย ประมาณนี้มากกว่า”

 ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางช่วงของความสนุกในรายการ “ดวงใจ STORY” ซีซั่น 2 กับ EP.Special บอกเลยว่าเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ และยังมีเรื่องราวอีกมากที่ กัน ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน  และสามารถติดตามอัปเดต EP ใหม่กับแขกรับเชิญในดวงใจคนต่อไปได้ทุกวันพฤหัสบดีแรกของเดือน ทาง YouTube และ Facebook : Ch7HD

ลุ้น 10 โมงพรุ่งนี้ กกต.ถกทางออก ดรามาขอนับคะแนนที่ชลบุรี

ลุ้น 10 โมงพรุ่งนี้ กกต.ถกทางออก ดรามาขอนับคะแนนที่ชลบุรี

ลุ้น 10 โมงพรุ่งนี้ กกต.ถกทางออก ดรามาขอนับคะแนนที่ชลบุรี

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.07 น.

ลุ้น 10 โมงพรุ่งนี้ กกต.ถกทางออก ดรามาขอนับคะแนนที่”ชลบุรี” ย้ำการร้องต้องมีหลักฐานชัด ไม่ใช่อ้างฟัง”เขาเล่าว่า” ส่วนเหตุปทุมฯส่อให้นับใหม่ ชี้ปมสาวเสื้อแดงบุกเปิดหีบให้ กกต.เขต แจ้งความดำเนินคดีแล้ว เผยสั่งรับเรื่องไต่เหตุผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว 39 เรื่อง แนะหากคาใจต้องทำเอกสารร้องเรียนยื่นด้วยตัวเอง พร้อมหลักฐาน”อย่าพูดลอยๆ” แจงปมแดชบอร์ดรายงานยอดคนใช้สิทธิเขต-บัญชีรายชื่อไม่ตรงกันนับแสน อ้างเป็นรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ขอรอฉบับสมบูรณ์ ล่าสุดทยอยเปิดใบปิดหน้าหน่วยแล้ว

11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.แถลงข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ว่า วันนี้มีประชาชน มายื่นขอให้นับคะแนนใหม่ทางสำนักงาน กกต.ได้รับเรื่องแล้วอยู่ระหว่างรวบรวมเสนอคณะกรรมการ กกต.พิจารณาต่อไป สำหรับการยื่นขอนับคะแนนใหม่ในบางจังหวัด ซึ่งล่าสุด นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ได้มีการประชุมชี้แจงผู้อำนวยการการเลือกตั้งทั้ง 76 จังหวัด บวกกับกรุงเทพมหานคร ให้ทำความเข้าใจกับประชาชนที่สงสัยในประเด็นต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจ ส่วนถ้ายังมีข้อสงสัยและมีข้อร้องเรียนก็ให้เสนอมาตามกระบวนการเพื่อที่สำนักงานจะได้รวบรวมส่งเข้าที่ประชุม กกต.ต่อไป

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวต่อว่า ขณะนี้สำนักงาน กกต.จังหวัด เริ่มจัดทำประกาศ ผลการนับคะแนนรายหน่วย เพื่อเปิดเผยทางเว็บไซต์สำนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ 33 เขตของกรุงเทพฯ ได้ทยอยนำขึ้นแล้ว ประชาชนสามารถติดตามได้

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีพื้นที่จังหวัดชลบุรีนั้นวันนี้ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.และคณะ ได้ลงพื้นที่ไปพบกับผู้ร้องและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหลายแล้ว คาดว่า 12 ก.พ.นี้ จะนำเสนอ กกต.เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงความเป็นไปเป็นมาทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าว

นางสุทธดา คงเดชา ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวน 1 กกต.กล่าวว่า การยื่นคำร้องสามารถยื่นได้ 30 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งข้อมูลจนถึงขณะนี้มีผู้ยื่นแล้ว 99 เรื่อง สั่งความปรากฏอีก 14 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นเรื่องการซื้อเสียง 7 เรื่อง ดังนั้น รวมทั้งหมด 113 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการซื้อเสียง มาตรา 73 (1) จำนวน 31 เรื่อง นอกจากเป็นข้อกล่าวหาจะกระจายกันไป แต่ที่มากที่สุด คือ มาตรา 73 (5) คือการหาเสียงโดยหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ทั้งหมด 68 เรื่อง ขณะนี้มีการพิจารณาของ ผอ.กกต.จังหวัด และเลขาฯ กกต.เพื่อสั่งรับคำร้องให้ดำเนินการไต่สวนเป็นสำนวนแล้ว 39 เรื่อง

นางสุทธดา กล่าวว่า ขอย้ำว่าการยื่นคัดค้านการเลือกตั้ง ตามระเบียบนั้นจะมีหลักเกณฑ์ว่า คำร้องต้องทำเป็นหนังสือ จะโทรแจ้งด้วยวาจาทางโทรศัพท์ไม่ได้ หรือส่งคำร้องทางไปรษณีย์ไม่ได้ จะต้องทำเป็นหนังสือและยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงาน กกต.จังหวัด เท่านั้น โดยในคำร้องต้องระบุวัน เดือน ปี ที่ทำคำร้อง ระบุสถานะของผู้ร้องและผู้ถูกร้อง รวมถึงข้อเท็จจริงที่ร้องนั้นมีการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งเรื่องอะไรบ้าง อาทิ การให้เงิน การหาเสียงหลอกลวง หรือเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง เมื่อยื่นแล้วจะพิจารณา ตรวจคำร้องว่าถูกต้องตามระเบียบกำหนดหรือไม่ ภายใน 3 วัน หากไม่ถูกต้องจะประสานผู้ร้องเพื่อให้แก้ไข ในส่วนของพนักงานสืบสวนเมื่อได้รับคำร้องมาแล้ว จะตรวจสอบต่อไป

คำร้องที่เกี่ยวกับการนับคะแนนนั้น ระเบียบเขียนไว้ว่าให้ยื่นระหว่างการนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ หรือกรณีคำร้องเกี่ยวกับการรวมคะแนนให้ยื่นก่อนประกาศผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้เราจะเห็นว่าหลายจังหวัดจะมีผู้สมัครไปยื่นคำร้องที่จังหวัด เพื่อขอให้นักคะแนนใหม่ และตามระเบียบสืบสวนการยื่นคำร้องเกี่ยวกับการนับคะแนนต้องยื่นที่หน่วยเลือกตั้งระหว่าง ที่ยังนับคะแนนไม่เสร็จเท่านั้น อย่างไรก็ตามเราไม่ใช่ว่าจะตัดไปเลยบางกรณีกกต.ก็จะนำมาพิจารณา เพื่อสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ต้องอยู่ที่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป ถ้าเกินเวลา แต่หากพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงเพียงพอเราก็จะสามารถสั่งให้ดำเนินการไต่สวนกรณีความปรากฏได้ แต่ไม่ใช่ว่าพยานหลักฐานที่ท่านเข้าใจเอาเอง หรือเขาเล่าต่อๆ กันมา โดยไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัด

เมื่อถามถึงกรณีที่ชลบุรีมีการตีตกหลักฐาน จึงอยากถามว่าหลักฐานที่นำมาประกอบควรมีน้ำหนักแค่ไหนรวมถึงกรณีมีผู้เปิดหีบบัตรเลือกตั้ง จะมีความผิดอย่างไรหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของรองเลขาฯ กกต.ซึ่งท่านยังต้องประมวลข้อมูลในการสอบสวนกลับมาก่อนเพื่อจะเข้าสู่การพิจารณาดำเนินการ ส่วนกรณีที่มีน้องนักศึกษาเข้าไปในสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้นต้องบอกว่าบริเวณสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้ง อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ หากทำให้เกิดความเสียหาย หรือไปล่วงละเมิดทรัพย์สินที่เก็บรักษาไว้ ก็เป็นอำนาจของกกต.ประจำเขตที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีได้

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า สำหรับเขต 3 จังหวัดชลบุรี เรื่องการขนย้ายหีบบัตรมาเก็บบริเวณสำนักงานกกต.จังหวัดชลบุรีในเวลาค่ำคืน ซึ่งตนขอชี้แจงว่า กระบวนการเก็บรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งอยู่กระบวนการยุบรวมหีบบัตร จากข้อมูลทราบว่า ดำเนินการเสร็จสิ้นประมาณ 17.30 น.ออกเดินทางเวลา 18.00 น.มายังอาคารเก็บพัสดุของ กกต.ประจำจังหวัด โดยมีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงควบคุมกำกับกระบวนการขนส่งหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์จนถึงสถานที่เก็บรักษา ซึ่งมาถึงเวลาประมาณ 19.00 น.จึงขอให้สบายใจ

เมื่อถามว่า มีบางจังหวัดพบเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่เก็บหีบบัตรในเวลาเช้ามืด ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า บัตรเลือกตั้งเมื่อ ทุกหน่วยนำมารวม มีกระบวนการยุบรวมหีบบัตรแล้วนำไปเก็บรักษาในสถานที่ แต่ละแห่งจะมีกล้องวงจรปิด ถ้าใครเข้าไปทำอะไรโดยไม่ชอบ มีปัญหาแน่นอน สามารถตรวจสอบได้ และทุกที่จะมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้วไม่มีใครสามารถเข้าไปเปิดหรือยุ่งกับหีบบัตรได้

ส่วนกรณีหีบบัตรที่มีการโพสต์ว่ามีการซื้อขายใน shopeeได้ อาจมีข้อกังวลว่าจะมีการซื้อมาแล้วนำไปยุ่งกับ พยานหลักฐานได้ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เท่าที่ทราบว่าปรากฏผ่านสื่อโซเชียลเป็นการที่บางบริษัทได้กระทำโดยใช้การจำหน่ายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คือ อบต.หรือเทศบาล อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกต.กำลังตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงว่าบริษัทไหนเป็นผู้ดำเนินการและทำได้หรือไม่ เป็นการละเมิดสิ่งที่เป็นข้อมูลของสำนักงาน กกต.หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต่อให้ซื้อไปได้ ก็ไม่สามารถนำมาใช้กับการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ เพราะเรามีกระบวนการ มีสายรัดคล้องหีบบัตรซึ่งมีรหัสกำกับ เป็นมาตรการควบคุม นอกจากนี้ บริเวณหีบบัตรยังมีแบบปิดช่องใส่บัตร ซึ่งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยชั้นดีที่จะบอกว่าอันนี้เป็นหีบบัตรของหน่วยใด มีการลงลายมือชื่อของกรรมการคร่อมไว้ด้วย ดังนั้น ต่อให้ไปซื้อมาจากข้างนอกก็ไม่สามารถเอามาใช้กับการเลือกตั้งได้

เมื่อถามว่า กรณี จ.ปทุมธานี ที่เพิ่งนับคะแนนใหม่ไปแล้วอนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ กปน.เป็นผู้นับ และขานคะแนน ผอ.กกต.จังหวัด จะต้องรับผิดชอบหรือไม่ และไม่ได้เป็นบุคคลที่ถูกแต่งตั้งจาก กกต.ไปนับคะแนนจะมีความผิดหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เรากำลังประมวลเรื่องและเสนอ กกต.พิจารณาโดยเร็ว คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะส่ง กกต.ได้พิจารณาและทราบความคืบหน้าได้

เมื่อถามถึงแบบขีดคะแนน สส. 5/11 บางเขต บางจังหวัดมีการพิมพ์เบอร์ และชื่อผู้สมัครมาแล้ว แต่บางพื้นที่ใช้การเขียนด้วยปากกา ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า แบบขีดคะแนนแต่ละแห่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบเปล่า ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กปน.หรือ กกต.ประจำเขต เขียนหมายเลขของผู้สมัครให้สำหรับการอำนวยความสะดวก แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้บางเขตเขากังวลว่าเนื่องจากมีจำนวนพรรคการเมืองเยอะ หรือบางเขตมีผู้สมัครเยอะ จึงใช้วิธีการพิมพ์รายชื่อและหมายเลขให้เลย เพื่อป้องกันปัญหาในการเขียนของ กปน.ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของ กกต.ประจำเขต ที่จะดำเนินการได้ ทำให้แต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันได้ แต่ให้ท่านมั่นใจว่าทั้งแบบขีดคะแนนเปล่า และแบบจัดพิมพ์สามารถใช้ได้เหมือนกัน

เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้มีการพูดถึงการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการของ กกต.มีข้อสงสัยว่าทำไมจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์แบบแบ่งเขตกับแบ่งบัญชีรายชื่อต่างกันเป็นหลักแสน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า สิ่งที่อยู่ในเว็บไซต์เป็นการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ฉะนั้น ความคลาดเคลื่อนของการคีย์คะแนนของ กปน.มีโอกาสผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ แต่ขึ้นอยู่กับการประกาศผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการเมื่อมีการตรวจสอบจากกกต.ประจำเขต และอีกอย่างการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการเป็นเพียงการรายงานผลแค่ 95% ดังนั้น ตรงนี้ตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีกระบวนการในการรายงานครบ 100% แล้วและตรวจสอบแล้ว ดังนั้น สิ่งที่อยากให้ติดตามคือการประกาศผลการนับคะแนน สส. 6/1 ซึ่งจะเป็นประกาศที่มีการตรวจสอบ และลงลายมือชื่อโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีมวลชนมาอยู่ด้านหน้าสำนักงาน กกต.เพื่อกดดันและอยากสื่อสารกับประชาชนที่อยู่ด้านนอก กกต.หรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ฝากถึงพี่น้องที่อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนหรืออาจไม่ถูกต้อง ก็ต้องบอกว่ากรณีที่ท่านมีข้อสงสัย สามารถแจ้งมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ไหนอย่างไร อย่างชัดเจน กกต.จะได้ไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ถ้าท่านบอกว่าเกิดในภาพรวมเราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเหตุที่ไหน อย่างไร ทำให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถสอบถามได้ที่สำนักงาน กกต.จังหวัดได้ ซึ่งจะมีการชี้แจงในเบื้องต้นให้เข้าใจได้ว่าผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างไร ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการร้องเรียน

เมื่อถามว่า การยื่นคำร้องโดยใช้หลักฐานเท็จจะมีโทษอย่างไร และมีกระบวนการดำเนินการอย่างไรต่อไป นางสุทธดา กล่าวว่า คำร้องที่ยื่นต้องเป็นข้อเท็จจริง ถ้าปรากฏว่าเป็นการกระทำอันเป็นเท็จเพื่อจะเป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้สมัครคนใดหรือพรรคการเมืองใดถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งก็จะมีโทษตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12 ก.พ.นี้ กกต.จะมีการประชุมในเวลา 10.00 น.เพื่อรับทราบรายงานผลการตรวจสอบเหตุขอนับคะแนน ใหม่ที่จังหวัดชลบุรี แต่ตอนนี้พยานหลักฐานมีเพียงการกล่าวอ้าง และที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีการทักท้วงระหว่างการนับคะแนนแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อไม่มีการทักท้วง ซ้ำยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับความผิดปกติที่เข้าข่ายให้ กกต.สั่งให้นับคะแนนใหม่ได้ ส่วนกรณีจังหวัดปทุมธานีนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนให้ทางจังหวัดรายงานเหตุการณ์ขึ้นมา ซึ่งผลการนับคะแนนที่นักศึกษาเป็นผู้นับคะแนนนั้น ถือว่าเป็นผลคะแนนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะนำไปสู่การที่ กกต.สั่งให้มีการนับใหม่ หรือกลับไปใช้ผลคะแนนจากการนับในครั้งแรก

ด่วน! ทหารไทยเหยียบกับระเบิดเจ็บสาหัสขณะปฏิบัติหน้าที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

ด่วน! ทหารไทยเหยียบกับระเบิดเจ็บสาหัสขณะปฏิบัติหน้าที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

ด่วน! ทหารไทยเหยียบกับระเบิดเจ็บสาหัสขณะปฏิบัติหน้าที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.39 น.

ด่วน! ทหารไทยเหยียบกับระเบิดเจ็บสาหัสขณะปฏิบัติหน้าที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ด้าน ทบ.คาดอาจเป็นวัตถุระเบิดที่หลงเหลือจากการสู้รบในอดีต อยู่ระหว่างการเข้าพิสูจน์ทราบ

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569 เพจเฟซบุ๊ก “กองทัพบก ทันกระแส” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “พื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ทหารไทย เหยียบกับระเบิด ได้รับบาดเจ็บสาหัส (รายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป)”

ด้าน พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 16.40 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่าเกิดเหตุกำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 132 เหยียบทุ่นระเบิด ขณะปฏิบัติภารกิจเสริมความมั่นคงในพื้นที่วางกำลัง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ปัจจุบันได้นำกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้หน่วยในพื้นที่อยู่ระหว่างการควบคุมพื้นที่ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย และดำเนินการพิสูจน์ทราบชนิดของวัตถุระเบิด รายละเอียดเพิ่มเติมจะชี้แจงให้ทราบต่อไป

สำหรับทหารที่เหยียบกับระเบิด สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 132 ได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยขาซ้ายขาด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้สถาปนาความมั่นคงไว้แล้ว

เบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานว่า อาจเป็นวัตถุระเบิดที่หลงเหลือจากการสู้รบในอดีต แต่ก็ต้องรอผลการตรวจสอบ และลักษณะของวัตถุระเบิดอย่างละเอียด จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ

ดร.ส้ม น้อมรับผลเลือกตั้ง ขอบคุณปชช.เขต2 กทม. ให้สัญญาเดินหน้าเพื่อสังคมที่ดี

ดร.ส้ม น้อมรับผลเลือกตั้ง ขอบคุณปชช.เขต2 กทม. ให้สัญญาเดินหน้าเพื่อสังคมที่ดี

ดร.ส้ม น้อมรับผลเลือกตั้ง ขอบคุณปชช.เขต2 กทม. ให้สัญญาเดินหน้าเพื่อสังคมที่ดี

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.41 น.

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พัชรินทร์ ชำศิริพงษ์ อดีตผู้สมัครสส.เขต 2 กทม.พรรคภูมิใจไทย   ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก ดร.ส้ม พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เขต 2 กทม ปทุมวัน สาทร ราชเทวี พรรคภูมิใจไทย  ขอบคุณประชาชนในเขต2 ระบุว่า สำหรับส้ม การศึกษาอาจจะเป็นส่วนหนึ่งค่ะ ที่จะทำให้คนพิจารณาถึงคุณสมบัติ สิ่งสำคัญตลอดการเลือกตั้งที่ผ่านมา คือส้มพยายามนำเสนอให้กับพี่น้องประชาชน คือความทุ่มเท ตั้งใจอย่างเต็มที่ ที่จะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ 

ตลอดระยะ 7 ปี ที่ส้มทำงานการเมืองมา ส้มไม่เคยขัดแย้ง ไม่เคยโจมตีใคร สิ่งที่ส้มเลือกเดินคือการมุ่งมั่นขับเคลื่อนงานที่ตั้งใจให้สำเร็จ    ซึ่งพิสูจน์ได้จากผลงานที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น “กฎหมายคุกคามทางเพศ” “กฎหมายป้องกันกระทำผิดซ้ำ” ที่วันนี้บังคับใช้แล้ว และสำเร็จได้เพราะกฎหมายนี้ เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงกับพี่น้องประชาชนค่ะ  รวมทั้งเดินสายกลาง ไม่เสนออะไรที่สุดโต่งจนเกินไป  ทำให้กฎหมายทั้งสองฉบับนี้ ผ่านการเห็นชอบอย่างเอกฉันท์ ทั้งสส.ฝ่ายรัฐบาล สส.ฝ่ายค้าน    และ สว.รวมทั้งการผลักดันพัฒนาพื้นที่เขต 2 ที่ผ่านมาในหลายเรื่องไม่ว่าจะ Safety Zone และอีกหลายอย่าง ถ้าสนใจว่าส้มทำอะไรบ้าง ติดตามในโพสที่เพจได้เลยค่ะ

“สุดท้าย คือส้มน้อมรับผลการเลือกตั้งค่ะ วันนี้ประชาชนตัดสินใจแล้ว แต่สิ่งที่ส้มอยากพูดมากที่สุดคือ ขอบคุณประชาชน ในเขตสอง ทั้ง 15,949 คน และขอบคุณทุกคนทุกกำลังใจนอกพื้นที่ที่เชื่อมั่น มั่นใจในตัวส้ม รวมถึงพรรคภูมิใจไทย วันนี้ส้มไม่ได้รับเลือกตั้งค่ะ แต่สัญญาว่าจะทำตัวให้เป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม จะใช้กำลังที่มีผลักดันสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและ “ยังคงยึดมั่นในจุดยืนและอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง” ต่อไปค่ะ”ดร.พัชรินทร์ กล่าว

กกต.เคลียร์ชัด!!! ปมไฟดับพัดลมหมุน แค่มุมมืด ชี้ไม่ใช่ชลบุรี แต่เป็นที่นนทบุรี

กกต.เคลียร์ชัด!!! ปมไฟดับพัดลมหมุน แค่มุมมืด ชี้ไม่ใช่ชลบุรี แต่เป็นที่นนทบุรี

กกต.เคลียร์ชัด!!! ปมไฟดับพัดลมหมุน แค่มุมมืด ชี้ไม่ใช่ชลบุรี แต่เป็นที่นนทบุรี

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.02 น.

11 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ภาพและข้อความระบุว่า หน่วยเลือกตั้งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ขณะนับคะแนน มีการดับไฟ หรือไฟดับในสถานที่นับคะแนน แต่มีภาพถ่ายวิดีโอจับได้ว่าพัดลมที่ใช้ ในสถานที่นับคะแนน ยังมีการทำงานปกติ ไม่เป็นความจริง

โดยสำนักงานฯ ได้รับรายงานจากสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนนทบุรี ว่า กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวในสื่อออนไลน์ และรายการโทรทัศน์หลายแห่ง ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการกระทำที่ไม่โปร่งใส และต่อมามีการนำเสนอข่าวว่าผู้ถ่ายวิดีโอให้การยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งหน่วยหนึ่งของเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดนนทบุรี

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ความว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 18 เขตเลือกตั้งที่ 7 เขตเทศบาลเมืองไทรน้อย บริเวณประรำหน้าหมู่บ้านพฤกษา 10 ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยเหตุการณ์ตามภาพข่าวและวิดีโอ เกิดขึ้นจากการถ่ายวิดีโอจากสถานที่จริง แต่ได้รับการยืนยันจาก นายณัฐพงษ์ เกศพอง ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ว่าไฟส่องสว่างไม่ได้ดับแต่อย่างใด โดยในขณะนับคะแนน สถานที่ดังกล่าวมีหลอดไฟส่องสว่างในเต็นท์มีเพียงสองดวง ติดตั้งไว้ใกล้กันตรงจุดกึ่งกลาง ทำให้ไม่สามารถส่งแสงสว่างได้ทั่วถึงทุกจุดทีมีการนับคะแนน แต่มีแสงไฟฟ้าจากหมู่บ้านส่องเข้ามาช่วยให้สามารถมองเห็นและนับคะแนนได้โดยปกติ ทั้งในการนับคะแนนของหน่วยดังกล่าวก็ดำเนินไปได้ตามปกติ โดยไม่มีการทักท้วง และไม่มีเหตุจำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแต่อย่างใด ทั้งไม่พบปัญหาบัตรเขย่งแต่อย่างใด และมีความเห็นจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงสรุปได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีประเด็นการทุจริตหรือกระทำที่ไม่ชอบของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 18 แต่อย่างใด

– 006

เจษฎ์ แนะไม่มั่นใจ กกต. ให้ยื่นหลักฐานทุจริตส่ง ป.ป.ช. เตือนอย่าแตะหีบบัตร เพราะผิดกม.

เจษฎ์ แนะไม่มั่นใจ กกต. ให้ยื่นหลักฐานทุจริตส่ง ป.ป.ช. เตือนอย่าแตะหีบบัตร เพราะผิดกม.

เจษฎ์ แนะไม่มั่นใจ กกต. ให้ยื่นหลักฐานทุจริตส่ง ป.ป.ช. เตือนอย่าแตะหีบบัตร เพราะผิดกม.

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.59 น.

เจษฎ์ แนะไม่มั่นใจ กกต. ให้ยื่นหลักฐานทุจริตส่ง ป.ป.ช. พร้อมเตือนอย่าแตะหีบบัตร เพราะผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ไม่พอใจผลการเลือกตั้ง ระบุว่า คนที่ไม่พอใจกับผลการเลือกตั้ง หรือผลการนับคะแนนที่เกิดขึ้น ขออนุญาตเตือนครับ ทั้งในฐานะที่มีโอกาสเกี่ยวข้องกับการวางกฎกติกาเรื่องการเลือกตั้งมาหลายสิบปี และได้มีโอกาสเป็นผู้เล่น เข้าใจครับว่าทุก ๆ คนมีความไม่พอใจได้ จนถึงขั้นว่ากดดันก็อาจจะไม่แปลก แต่ทุกคนต้องอยู่ในกรอบอันควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านมองว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมไปถึงเลขาธิการ หรือผู้ทำหน้าที่ที่หน่วย หน้าที่ในส่วนของเขต หรือผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการนับคะแนน ไม่ได้ทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ท่านสามารถใช้กระบวนการตามกฎหมายในการดำเนินการได้

“หากท่านมีหลักฐานการทุจริต หรือพบว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ท่านสามารถนำพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ ซึ่งมีทั้งช่องทางของการให้ใบเหลืองและใบแดงตามขั้นตอน”นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ กล่าวเตือนด้วยว่า การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหีบบัตรหรือขัดขวางกระบวนการของ กกต. โดยตรง ถือเป็นการละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะมีความผิดแล้ว ยังจะทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ร้อง ถูกมองว่าเป็นพวก ‘ขี้แพ้ชวนตี’ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนทางการเมืองในระยะยาว ส่วนการชุมนุมย่อยเพื่อแสดงออกนั้นทำได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นสภาวะอนาธิปไตยที่ไม่สนกฎหมาย 

“วันนี้เริ่มมีคนพูดกันแล้วว่า ให้ลงถนนกันให้เต็มเมือง เพื่อที่จะได้เป็นเหตุให้ประกาศกฎอัยการศึกได้ทั่วประเทศ ซึ่งผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ดีทั้งกับคนที่คิดจะชุมนุมปลุกปั่น และคนที่รอจังหวะจะประกาศใช้กฎพิเศษ ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังพาบ้านเมืองไปสู่จุดที่อันตราย ภาวะการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านไป มันยังมีทางออกอีกมากมาย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพกฎหมาย ทำในสิ่งที่เหมาะที่ควร และบ้านเมืองจะเดินได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันหาจุดลงตัวได้ครับ แต่ทุกท่านต้องเข้าใจว่ามีกฎ กติกา มารยาทอยู่ และต้องถือตาม”นายเจษฎ์ กล่าว 

นายเจษฎ์  กล่าวว่าขอเน้นย้ำถึงบทบาทของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หากพบเห็นพฤติกรรม “ไม่ชอบมาพากล” เช่น การซื้อสิทธิ์ขายเสียง หรือการเคลื่อนย้ายหีบบัตรที่ผิดปกติ ให้รีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยกำชับว่าตำรวจต้องคุ้มครองพยานอย่างเต็มที่ พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่า หากมีการร้องเรียนแล้ว กกต. นิ่งเฉย ประชาชนมีสิทธิ์ดำเนินคดีตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต หรือแจ้งต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่โปร่งใส

นายเจษฎ์ ได้เรียกร้องไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนให้แสดง “น้ำใจนักกีฬา” โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่มีปัญหาทับซ้อนหรือมีข้อกังขาเรื่องคะแนน หากการ “นับคะแนนใหม่” จะช่วยให้เกิดความชัดเจนและยอมรับกันได้ทุกฝ่าย ก็ควรสนับสนุนเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องติดหล่มความขัดแย้งทางกฎหมายและคดีความที่อาจเกิดขึ้นกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในอนาคต

“เอาจริง ๆ นะ ในฐานะผู้เล่นด้วยกัน อยากจะร้องขอน้ำใจนักกีฬาจากผู้เล่นทั้งหลาย ถ้าเราไม่อยากให้น้อง ๆ เขาลุกลามบานปลาย โกรธขึ้นมากไปกว่านี้ ผมว่าน้ำใจนักกีฬาของพวกเรามันมีได้นะ ในพื้นที่ที่มีปัญหาจริง ๆ ในหน่วย ในเขต ที่มันมีประเด็นมากจริง ๆ นับใหม่ก็ต้องนับใหม่ หากเรารู้สึกว่าเราเล่นอย่างเป็นธรรม มันเป็นแฟร์เพลย์จริง นับใหม่ก็นับใหม่ น้ำใจนักกีฬา แสดงออกเถอะ มันระงับปัญหาได้ดีกว่าเอาไปผูกโยงกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระงับศึกในบ้าน ด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา บ้านเมืองจะได้ไม่อยู่ในภาวะยาก น้อง ๆ จะได้ไม่ลำบาก ต้องติดคดี ต้องมีปัญหากับกฎหมาย” นายเจษฎ์ กล่าว

ศาล รธน. มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง ‘สว.สำรอง’ ฟ้อง 92 สว.ปมยื่นสอบทวี-ภูมิธรรม

ศาล รธน. มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'สว.สำรอง' ฟ้อง 92 สว.ปมยื่นสอบทวี-ภูมิธรรม

ศาล รธน. มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง ‘สว.สำรอง’ ฟ้อง 92 สว.ปมยื่นสอบทวี-ภูมิธรรม

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องในคดีที่ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว และคณะ (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่าการที่พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร และคณะรวม 92 คน (ผู้ถูกร้อง) ในฐานะสมาชิกวุฒิสภายื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ของพ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และร่วมกันเข้าชื่อเสนอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ. ทวี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ เป็นการใช้สถานะหรือตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานในหน้าที่ ประจำของข้าราชการเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 185 (1)

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการถูกละเมิด สิทธิหรือเสรีภาพจากการกระทำของผู้ถูกร้องอย่างไร กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตาม 2561 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 กำหนดกระบวนการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงหรือไม่ เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (3) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

ทนายอั๋น ยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ ชี้สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

ทนายอั๋น ยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ ชี้สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

ทนายอั๋น ยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ ชี้สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.47 น.

‘ทนายอั๋น’ ยื่น กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ‘เลือกตั้งโมฆะ’ ชี้สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ จี้พรรคการเมืองร่วมวงด้วย ปลุกคนไทยร่วมลงชื่อเอาผิด 7 กกต.-เลขาฯ เข้าคุก เชื่อมีกลไกดีดนิ้วช่วยคำนวณคะแนน เจ็บปวดคนมองขี้แพ้ชวนตี คาดคนเขากระโดง-ขั้วอำนาจเก่า-กลุ่มอนุรักษ์ เป็นคนพูด ตอกหน้า ‘เสี่ยหนู’ อ่านหนังสือให้ครบ ปมแก้ผ้าวิ่ง ระบุ เพิ่มเงื่อนไขแล้ว สส.บุรีรัมย์ต้องสาบาน  

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์  เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกกต. ถึงกลไก องคาพยพตั้งแต่ก่อนและหลังเลือกตั้ง ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้กกต.ไต่สวน สืบสวน ทำความเห็นส่งศาลรัฐธรรมนูญูวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

นายภัทรพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่าการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด สวนทางกับงบประมาณที่กกต.ใช้มากกว่าทุกๆ ปี แต่ผลกลับไม่เป็นไปตามที่เราต้องการให้เป็นการเลือกตั้ง เที่ยงธรรม เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน จึงสมควรที่กกต.จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า การเลือกตั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 224 หรือไม่ เป็นการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรมหรือไม่ แล้วให้ประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่พร้อมกันทั้งประเทศ ทั้งนี้ จะเห็นว่า บริบทการเมืองเชี่ยวกรากแบบนี้ แต่นายแสวง บุญมี และกกต.ทั้ง 7 คน กลับไม่ลงไปเผชิญสืบข้อเท็จจริงเลย ที่ชลบุรีก็ส่งเตมีใบ้อย่างร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขากกต.ลงไป ซึ่งตนก็บอกแล้วว่า สถานการณ์แบบนี้จะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว แต่รองชนินทร์กลับบอกว่าถ้าเปิดหีบจะยิ่งทำให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ซึ่งตนตั้งคำถามว่าถ้าเปิดแล้วความลับจะแตกอย่างนั้นหรือ คล้ายกับการเลือกสว.ก็ไม่เปิดหีบ ทั้งที่กฎหมายบอกว่าการเลือกตั้งต้องสุจริตเที่ยงธรรม แต่กกต.กลับทำไม่ได้ 

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. จะเป็นอะไรอื่นไม่ได้ นอกจากเป็นโมฆะ การนับคะแนนใหม่ไม่ได้ ต้องไปไกลถึงขั้นเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ แล้วการเมืองที่พี่น้องตื่นตัวทั้งประเทศ พรรคการเมืองมีหน้าที่สร้าง และส่งเสริมประชาธิปไตยในหมู่สังคม แต่แปลก การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตแบบนี้ สกปรกแบบนี้ ทุกพรรคเห็นหมด รับรู้ รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มีบางพรรคการเมืองไปเปลี่ยนโลโก้ เอาสีตัวเองออก เอาสีน้ำเงินมาใส่ แทนที่จะมาเรียกร้องด้วยกันว่า ให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะสิถึงจะถูกต้อง อย่างไรก็ตาม วันนี้ก็ยังไม่สาย จึงขอเรียกร้องทุกพรรคการเมือง หยุดตั้งพรรคร่วมข้ามค่าย หรืออย่างนั้น อย่างนี้ หยุดเลย ออกมาช่วยตน สังคม พี่น้องประชาชนว่าการเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะ
 
“ผมประกาศตรงนี้ว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับกกต.ทั้ง 7 คน ในฐานะที่ผมมีส่วนได้เสียโดยตรง 1 สิทธิ์ 1 เสียงของผมมีค่า จึงอยากให้ประชาชนออกมาร่วมลงชื่อกับผมเอานายแสวง และกกต. 7คน ติดคุกให้ได้” นายภัทรพงศ์ กล่าว และว่า การยื่นวันนี้คาดหวังอะไรหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า สิ้นหวัง หมดหวังแต่ตนไม่ยอมแพ้ และประชาชนที่ตื่นตัวครั้งนี้มากกว่าการเลือกตั้งปี 2566 

เมื่อถามว่า มีการมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นการปั่นกระแสทางโซเชียลมีเดีย นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ไม่ เพราะมันปรากฎว่าการเลือกตั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่สกปรก มีคะแนนโดดจำนวนมาก เช่น คะแนนของพรรคเพื่อไทย ต่ำในระนาบคล้ายกันหมด เช่น ที่บุรีรัมย์ ซึ่งตนเชื่อว่า มีกลไกทางอิเล็กส์ทรอนิกส์บางอย่าง ที่สามารถดีดตัวเลขได้เอง และตนขอตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์แบบนี้ เหมือนว่าประเทศไทยมีระบบสแกมเมอร์เข้ามาช่วยคิดคำนวณตัวเลขหรือไม่ 

เมื่อถามถึงการที่ทนายอั๋น ลงพื้นที่ชลบุรี เจอข้อมูลอะไรหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เจอเจอะแยะ ใบคะแนน สส.5/11 ถูกทิ้งเกลื่อนถังขยะ ซึ่งกระดาษใบนี้มีอีกแบบที่ถูกจำลองไว้ มีการเซ็นชื่อไว้ แต่ยังไม่กรอกคะแนน ซึ่งตนเชื่อว่าทำโดยบ้านหลังใหญ่ๆ ที่ชลบุรีหรือไม่ หลักฐานมีหมด และสื่อก็นำเสนอหมด 

เมื่อถามว่าการมายื่นกกต.ให้เลือกตั้ง เพราะเคยไปท้าทายเกี่ยวกับผลเลือกตั้งไว้ นายภัทรพงศ์  กล่าวว่า ขอบคุณนายกฯ เสี่ยหนู ที่ถึงขั้นไปคอมเมนต์ในเพจข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนคิดว่าท่านเป็นถึงนายกฯ เป็นผู้นำประเทศ ควรเป็นหลักให้ประชาชน ในเรื่องการรณรงค์อ่านหนังสือให้ครบถ้วน ตนเขียนหมด และต่อมาตั้งกติกาว่า ต้องมีการสาบาน ให้ผู้สมัคร สส.ในบุรีรัมย์มาสาบานที่วัดแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ท่านนายกฯ ทำไมไม่อ่านให้ครบ ดังนั้นเมื่อตนเสนอแล้วเขาไม่สนอง ก็จบสิ 

เมื่อถามว่า ถ้านับคะแนนใหม่แล้ว ผลออกมาเป็นเหมือนเดิม ใครจะรับผิดชอบ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า  มีแล้ว คือหมอของขวัญ ถ้าไม่ติดเรื่องสาบานไว้ ตนก็จะพูดคำเดิม แต่เชื่อว่าคะแนนจะไม่เหมือนเดิม เพราะสถิติมันบ่งบอก ที่ศรีสะเกษ  ปทุมธานี ที่เป็นข่าวจากแพ้ กลายเป็นชนะ จากชนะกลายเป็นแพ้ ทั้งนี้หลังจากนี้จะลงพื้นที่อีกแน่นอน ส่วนที่มีการบอกว่าเป็นการปลุกกระแสนั้น ตนก็ไม่รู้ว่าพูดถึงใคร แต่ตนต่อสู้ในภาคของนักกฎหมาย แต่จะไปห้ามประชาชน นักศึกษาที่ตื่นตัวที่ไม่ยอมรับกับกติกาที่ออกมาแบบนั้น แล้วผลการเมืองออกมาแบบนี้ ซึ่งเป็นความชอบธรรมตามเจตจำนงในการเลือกคนที่เขาอยากให้มาเป็นสส. ซึ่งตนไม่ได้ว่ากลไกลตั้งแต่แรก จนถึงท้ายสุด แม้จะเห็นว่าเกิดความผิดปกติ กกต.ก็ยังนิ่งเฉย 

“วันนี้กกต.ทำอะไรอยู่ นักข่าวก็ไม่ทราบ แต่ผมทราบ วันนี้กกต.เชคลิสต์แล้วว่า เขตไหนนะที่ทำสำเร็จก็ติ๊กไว้” นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า 

เมื่อถามต่อว่ามีการมองว่า สถานการณ์เช่นนี้เป็นการขี้แพ้ชวนตี นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เจ็บปวด ใครพูดแบบนี้ ตนก็เชื่อว่าเป็นองคาพยพเขากระโดงซึ่งมีอยู่น้อยนิด และพี่น้องการเมืองขั้วเก่าๆ กลุ่มอนุรักษ์ที่มีนิดๆ นั่นแหละ แต่วันนี้คนไทยออกมาแสดงหลักฐานเสนอต่อสื่อ โซเชียลฯ ก็ตอบมาสิว่ามันสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ 

นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า ประมาณ คืนวันนี้ตนจะเปิดเผยคลิปวิดีโอว่าที่ สส.ไปกับหัวคะแนนเพื่อนำแจกเงิน ไปกัน 3 คน ทุเรศไหม ส่วนจะเป็นพรรคไหนขอให้เดาไปก่อน แตตนคิดว่าไม่ใช้พรรคสีส้มๆ ไม่ออกขาวๆ นวนๆ แต่ออกไปทางมืดๆ