ส่งชื่อ ครม.เช็กประวัติแล้ว อนุทิน ย้ำ 18 หน่วยงานตรวจเข้ม

ส่งชื่อ ครม.เช็กประวัติแล้ว อนุทิน ย้ำ 18 หน่วยงานตรวจเข้ม

ส่งชื่อ ครม.เช็กประวัติแล้ว อนุทิน ย้ำ 18 หน่วยงานตรวจเข้ม

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.18 น.

“อนุทิน”ชี้ส่งรายชื่อ ครม.สอบประวัติเรียบร้อยแล้ว แต่เปิดเผยไม่ได้ หลังสื่อถามมีชื่อ”ปกรณ์”ติดโผ รับหากใครมีปัญหาคุณสมบัติ ทำกระบวนการล่าช้าต้องยืดเวลาอีก 5 วัน เผยวิกฤตตะวันออกกลางอยู่ในร่างแถลงนโยบายรัฐบาล

24 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ว่า ได้กำชับให้ สส.ทุกคนให้ความสำคัญกับงานสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ โดยในวันพรุ่งนี้ สส.พรรคภูมิใจไทย จะยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ซึ่งตนเองไม่มีเรื่องต้องเข้าไปชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ แต่รัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะ คำแนะนำ คำวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกทุกฝ่าย สิ่งไหนทำแล้ว เกิดการปรับปรุงแก้ไขไปในทิศทางที่ดีก็ต้องรับฟัง

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกฎหมายอะไรที่จะเสนอผลักดันเร่งด่วนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีกฎหมายหลายฉบับที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้ว ที่ต้องนำมาปัดฝุ่น และปรับปรุง เพื่อเสนอกลับเข้าไป

ส่วนไทม์ไลน์การตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากนี้ ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้รายชื่อของบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นรัฐมนตรี ได้ถูกส่งไปให้ตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือมีใครที่ คุณลักษณะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เท่าที่ทราบจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งไปตรวจสอบ 18 หน่วยงาน แต่ละหน่วยงานเป็นองค์กรอิสระ จะไปกำหนดว่าจะต้องตอบมาภายในกี่วันไม่ได้ และเมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจะส่งกลับมาที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนจะส่งต่อให้เลขากฤษฎีกา ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ทั้งหมดได้ยื่นไป 35 รายชื่อ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุ เอาเป็นว่าตนยื่นรายชื่อไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับกระแสข่าวที่มีชื่อ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นรองนายกรัฐมนตรี นั้น นายอนุทิน ถามกลับทันทีว่า “ใครเห็น” ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะตอบว่าเป็นกระแสข่าว จากนั้นนายกฯ ระบุต่อว่า ปกติการแต่งตั้งรัฐมนตรีไม่ควรเปิดเผยก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา เพราะฉะนั้นถามมาก็เป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้

ส่วนคนที่มีปัญหาจะทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ก็ส่งชื่อบุคคลอื่น และหากมีปัญหาจริง อาจจะทำให้กระบวนการยาวขึ้น เพราะเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่าจะต้องใช้เวลาบวกอีก 5 วัน ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ได้ส่งรายชื่อสำรองไปด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้บริหารจัดการ ส่วนพรรคการเมืองอื่นไปก้าวก่ายไม่ได้

ส่วนรายชื่อของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่มีคดีอยู่ใน DSI นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า ในกรณีที่อาจมีการแจ้งข้อกล่าวหา จะต้องมีการเพล์เซฟหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอบไปแล้วว่าต้องให้เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกาทำความเห็น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีกำหนดไว้อยู่แล้ว ว่าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี แต่ละคนมีคุณสมบัติอย่างไร ซึ่งก็ต้องมาพิจารณาอีกที โดยเฉพาะที่มีข้อกังวล ต้องมาพิจารณากันอีกที

ส่วนขณะนี้ ได้ร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพูดคุย ในส่วนของกระทรวงที่ดูแล มาใส่นโยบายที่เขาตั้งใจจะทำ โดยเฉพาะนโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำหากเป็นรัฐบาล ซึ่งตนก็เปิดโอกาสให้ทุกพรรคนำเสนอในการประชุมร่วมกัน ส่วนประเด็นวิกฤตตะวันออกกลางจะอยู่ในร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็รวมอยู่ในนั้น

นายกฯย้ำชัด! ราคาดีเซลฝืนไม่ได้ ปล่อยตามกลไกตลาด

นายกฯย้ำชัด! ราคาดีเซลฝืนไม่ได้ ปล่อยตามกลไกตลาด

นายกฯย้ำชัด! ราคาดีเซลฝืนไม่ได้ ปล่อยตามกลไกตลาด

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.13 น.

“นายกฯ”ชี้ราคาดีเซลฝืนไม่ได้ ปล่อยตามกลไกตลาด ลั่นไม่มีตรึงราคาก็ไม่ชนเพดาน บอกปริมาณความตื่นตระหนกทำความต้องการใช้น้ำมันพุ่งขึ้น 20 ล้านลิตร/วัน ยันรัฐบาลออกมาตรการประหยัดพลังงาน หวังดึงสถานการณ์กลับก่อนเกิดสงคราม ย้ำราคาสินค้าตรึงไว้เท่าที่ทำได้

24 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลระบุว่าจะไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลเกิน 33 บาทต่อลิตร ว่า ไม่มีคำว่าตรึง เมื่อไม่มีคำว่าตรึงก็ไม่มีชนเพดาน โดยต้องดูกลไกตลาด ซึ่งรัฐบาลจะดูมาตรการสำหรับผู้ใช้น้ำมัน รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่จะฝืนกลไกตลาดไม่ได้ ส่วนกองทุนน้ำมันจำเป็นจะต้องกู้เงินเพิ่มหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า เรื่องนี้ขอให้ไปถาม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินหรือไม่ว่าราคาน้ำมันจะไปสิ้นสุดที่กี่บาท นายกฯ หัวเราะแต่ไม่ได้ตอบคำถาม โดยนายกฯ ยอมรับว่า สถานการณ์ทุกคนเป็นทุกข์กับสถานการณ์ ซึ่งมาจากปัจจัยทางสงคราม รัฐบาลจะมีมาตรการต่างๆ ออกมา เช่น การประหยัดพลังงาน ประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งทุกวันนี้รัฐบาลพยายามให้ความมั่นใจว่า ก่อนที่จะมีสถานการณ์สงครามความต้องการใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่ละเราผลิตได้ 77 ล้านลิตรต่อวัน และขายให้ประเทศประเทศลาวและประเทศเมียนมา รวม 5 ล้านลิตร ซึ่งกำลังการผลิตถือว่าเกินความต้องการ แต่เมื่อมีปัจจัยความตื่นตระหนก ความกังวล จึงเพิ่มความต้องการเป็น 80 กว่าล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเกินกำลังการผลิต จึงต้องพยายามดึงสถานการณ์การใช้น้ำมันกลับมาให้ได้ โดยรัฐบาลจะพยายามกลับไปจุดเดิมก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หรือก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ถ้าหากกลับไปได้จะบอกว่าน้ำมันไม่เพียงพอเป็นไปไม่ได้ เพราะถือว่าขณะนั้นการต้องการใช้เป็นไปอย่างปกติ

พร้อมย้ำว่า ปริมาณน้ำมันที่อยู่ในระบบหากไม่รวมความตื่นตระหนกที่เพิ่มปริมาณขึ้น 20 กว่าล้านลิตร ก็จะสามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้คือราคา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในช่วงสงคราม ซึ่งหากมีแนวโน้มที่ดีราคาก็จะลดลง

นายกฯ กล่าวต่อว่า เมื่อเช้าได้รับรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันของไทยที่จะเข้ามา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาลไทย ได้ประสานอย่างเต็มที่กับสถานทูตอิหร่าน ซึ่งเรือน้ำมันสัญชาติไทยก็สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายทุกด้านทั้งการทูต การค้า เพื่อให้ทุกอย่างกลับไปสู่สภาวะปกติ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หมายความว่ามีโอกาสที่น้ำมันดีเซลจะพุ่งทะลุลิตรละ 50 บาท ใช่หรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ไม่ทราบ หากใช้อย่างประหยัด อีกทั้งกองทุนน้ำมันก็ยังดูแลอยู่ และการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์สู้รบบริเวณตะวันออกกลาง (ศบก.) ทุกหน่วยงานก็ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีในเรื่องการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีกลไกในการทำงานอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นตามกลไกตลาด เรื่องการควบคุมราคาสินค้าจะเป็นอย่างไร นายกฯ ระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ รัฐบาลก็ตรึงราคาเท่าที่เราจะทำได้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศในการตรึงราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค เพื่อไม่ให้เกิดการเสียโอกาสและค้ากำไรเกิน

ภท.จ่อชงญัตติด่วนถกปมร้อนน้ำมัน-มีมติให้สส.ทั้งพรรค ดูแลตัวเอง ปมอาหารวันประชุมสภาฯ

ภท.จ่อชงญัตติด่วนถกปมร้อนน้ำมัน-มีมติให้สส.ทั้งพรรค ดูแลตัวเอง ปมอาหารวันประชุมสภาฯ

ภท.จ่อชงญัตติด่วนถกปมร้อนน้ำมัน-มีมติให้สส.ทั้งพรรค ดูแลตัวเอง ปมอาหารวันประชุมสภาฯ

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.49 น.

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! ภูมิใจไทย พรึ่บมีมติ ดูแลตัวเอง ทั้งพรรค รับประทานอาหารวันประชุมสภาฯ ยก สส.อาสพลธ์ เคยเสนอมาตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว รับยังไม่คุยถึง ลดผู้ช่วยฯ-ตัดบำนาญฯ เตรียมชงญัตติด่วนถกปมร้อน น้ำมัน ปัดตอบ ติวเข้มสส.รอแต่งตัวเป็นรมต.-ไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่ 

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมสส.ของพรรคฯว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพรุ่งนี้(25 มี.ค.) ได้รับการประสานว่าจะเป็นการหารือเพื่อกำหนดกรอบการทำงาน วันประชุม และเทอมการประชุมสภาฯ จากนั้นจะมีการยื่นญัตติด่วนเพื่อพูดคุยในประเด็นเรื่องของน้ำมัน ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะยื่นญัตติด่วนเรื่องนี้เช่นกัน รวมถึงจะมีตัวแทนสส.ของพรรคอภิปรายในเรื่องนี้ด้วย

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้รับหนังสือจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ส่งไปยังทุกพรรคการเมือง เพื่อสอบถามข้อคิดเห็นจากการที่มีสมาชิกหารือในที่ประชุมสภาฯเรื่องของการจัดเลี้ยงอาหารสส.ทั้งหมด เรื่องนี้เคยมีการพูดคุยกันมาแล้ว โดยสส.ของพรรคภูมิใจไทย ที่เคยเสนอ คือนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เคยเสนอเอาไว้ตั้งแต่สภาฯชุดที่แล้ว วันนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจึงหยิบยกประเด็นดังกล่าวหารือ โดยมีมติยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะดูแลตัวเองในเรื่องของการรับประทานอาหารในช่วงการประชุม เราไม่ติดขัดในเรื่องของการยกเลิก และพร้อมดูแลตัวเองอยู่แล้ว 

“ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทย ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้เลย เพราะส่วนใหญ่สมาชิกพรรคจะมีการนำอาหารมารับประทานกันเองอยู่เรื่อยๆ ส่วนประเด็นลดจำนวนผู้ช่วยสส. และตัดบำเหน็จบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภานั้น ไม่ได้มีการพูดคุยในที่ประชุม” น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าว

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวของสส. ที่จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ แต่เป็นการพูดคุยกันในเรื่องของงานสภาฯเท่านั้น และในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่แต่อย่างใด

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! ภูมิใจไทยพรึ่บมีมติดูแลตัวเอง ปมอาหาร สส.

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! ภูมิใจไทยพรึ่บมีมติดูแลตัวเอง ปมอาหาร สส.

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! ภูมิใจไทยพรึ่บมีมติดูแลตัวเอง ปมอาหาร สส.

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! “ภูมิใจไทย”พรึ่บมีมติ”ดูแลตัวเอง”ทั้งพรรค รับประทานอาหารวันประชุมสภาฯ ยก”สส.อาสพลธ์”เคยเสนอมาตั้งแต่สภาฯชุดที่แล้ว รับยังไม่คุยถึง”ลดผู้ช่วย-ตัดบำนาญ” เตรียมชงญัตติด่วนถกปมร้อน”น้ำมัน” ปัดตอบติวเข้ม สส.รอแต่งตัวเป็น รมต.-ไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่

24 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุม สส.ของพรรคฯ ว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.) ได้รับการประสานว่าจะเป็นการหารือเพื่อกำหนดกรอบการทำงาน วันประชุม และเทอมการประชุมสภาฯ จากนั้นจะมีการยื่นญัตติด่วนเพื่อพูดคุยในประเด็นเรื่องของน้ำมัน ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะยื่นญัตติด่วนเรื่องนี้เช่นกัน รวมถึงจะมีตัวแทน สส.ของพรรคอภิปรายในเรื่องนี้ด้วย

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้รับหนังสือจาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ส่งไปยังทุกพรรคการเมือง เพื่อสอบถามข้อคิดเห็นจากการที่มีสมาชิกหารือในที่ประชุมสภาฯ เรื่องของการจัดเลี้ยงอาหาร สส.ทั้งหมด เรื่องนี้เคยมีการพูดคุยกันมาแล้ว โดย สส.ของพรรคภูมิใจไทย ที่เคยเสนอ คือ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เคยเสนอเอาไว้ตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว วันนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจึงหยิบยกประเด็นดังกล่าวหารือ โดยมีมติยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะดูแลตัวเองในเรื่องของการรับประทานอาหารในช่วงการประชุม เราไม่ติดขัดในเรื่องของการยกเลิก และพร้อมดูแลตัวเองอยู่แล้ว

“ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทย ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้เลย เพราะส่วนใหญ่สมาชิกพรรคจะมีการนำอาหารมารับประทานกันเองอยู่เรื่อยๆ ส่วนประเด็นลดจำนวนผู้ช่วย สส.และตัดบำเหน็จบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภา นั้น ไม่ได้มีการพูดคุยในที่ประชุม” น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าว

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวของ สส.ที่จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ แต่เป็นการพูดคุยกันในเรื่องของงานสภาฯ เท่านั้น และในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่แต่อย่างใด

สีหศักดิ์ โทร.หารือเจ้าชายฟัยศ็อล ซึ้งน้ำใจขอบคุณที่ช่วยดูแลคนไทย

สีหศักดิ์ โทร.หารือเจ้าชายฟัยศ็อล ซึ้งน้ำใจขอบคุณที่ช่วยดูแลคนไทย

สีหศักดิ์ โทร.หารือเจ้าชายฟัยศ็อล ซึ้งน้ำใจขอบคุณที่ช่วยดูแลคนไทย

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.18 น.

23 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับเจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน อาล ซะอูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

ฝ่ายไทยแสดงความขอบคุณฝ่ายซาอุดีอาระเบียที่อำนวยความสะดวกให้คนไทยสามารถเดินทางกลับประเทศไทยผ่านทางซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ฝ่ายซาอุดีอาระเบียแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยทั้งสองฝ่ายแสดงจุดยืนร่วมกันที่หวังให้สถานการณ์ความขัดแย้งสิ้นสุดโดยเร็วโดยการดำเนินการทางการทูตและการเคารพต่อกฎบัตรสหประชาชาติ
 
การหารือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงการสนับสนุนของไทยต่อมิตรประเทศในการรับมือกับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและการดำเนินความพยายามทางการทูตเพื่อลดระดับความตึงเครียดและนำสันติภาพกลับสู่ภูมิภาคโดยเร็ว ก่อนหน้านี้ ไทยและประเทศอาเซียนได้มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569

อยู่ต่อได้อีกถึง 100 ปี ซาบีดา เผยอาการป่วย ชาดา ดีขึ้น-กำลังใจดี

อยู่ต่อได้อีกถึง 100 ปี ซาบีดา เผยอาการป่วย ชาดา ดีขึ้น-กำลังใจดี

อยู่ต่อได้อีกถึง 100 ปี ซาบีดา เผยอาการป่วย ชาดา ดีขึ้น-กำลังใจดี

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

“ซาบีดา”เผยอาการป่วย”ชาดา”ดีขึ้น แต่ยังต้องรักษาด้วยการดามคอ ยิ้มรับตอนนี้กำลังใจดี

24 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงอาการป่วยของบิดา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายชาดา โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อถึงอาการป่วยของตัวเองว่า “ปวดคอไม่รู้จะอยู่ถึงปี 2570 หรือไม่” ว่า ตอนนี้อาการของคุณพ่อดีขึ้นแล้ว รักษาไปตามอาการ ขณะนี้ได้ทำการรักษาด้วยการดามคอ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เป็นอาการป่วยหนักเลยใช่หรือไม่ น.ส.ซาบีดา ระบุว่า หากสังเกตเวลาหันคอจะต้องหันทั้งตัว จะไม่หันแค่คอ แต่ตอนนี้ดีขึ้น เพราะกำลังใจดีมาก เมื่อถามว่า สามารถสบายใจได้ ไม่อันตรายเหมือนที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กใช่หรือไม่ น.ส.ซาบีดา ยอมรับว่าไม่อันตราย สามารถอยู่ต่อได้อีกถึง 100 ปี

เปิดโผ 10 อันดับ โรงเรียนมัธยม กทม. เขต 1 แข่งขันเข้า ม.1-ม.4 สูง

เปิดโผ 10 อันดับ โรงเรียนมัธยม กทม. เขต 1 แข่งขันเข้า ม.1-ม.4 สูง

เปิดโผ 10 อันดับ โรงเรียนมัธยม กทม. เขต 1 แข่งขันเข้า ม.1-ม.4 สูง

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

วันที่ 25 มี.ค.2569 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร (กท.1) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ สพม.กท 1 เปิดเผยข้อมูลโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงสุด 10 อันดับ ปีการศึกษา 2569 ดังนี้

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ห้องเรียนปกติ)

อันดับ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:5.82

อันดับ 2 โรงเรียนเทพศิรินทร์ อัตราการแข่งขัน 1:4.28

อันดับ 3 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:3.98

อันดับ 4 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:3.04

อันดับ 5 โรงเรียนสตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:2.79

อันดับ 6 โรงเรียนโยธินบรูณะ อัตราการแข่งขัน 1:2.64

อันดับ 7 โรงเรียนโพธิสารพิทยากร อัตราการแข่งขัน 1:2.59

อันดับ 8 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน อัตราการแข่งขัน 1:2.44

อันดับ 9 โรงเรียนสวนกุหลายวิทยาลัย ธนบุรี อัตราการแข่งขัน 1:2.06

อันดับ 10 โรงเรียนบางปะกองวิทยาคม อัตราการแข่งขัน 1:1.93

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ห้องเรียนปกติ)

อันดับ 1 โรงเรียนสตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:13.87

อันดับ 2 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:10.13

อันดับ 3 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:10.08

อันดับ 4 โรงเรียนวัดราชบพิธ อัตราการแข่งขัน 1:8.75

อันดับ 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:8.26

อันดับ 6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ อัตราการแข่งขัน 1:8.25

อันดับ 7 โรงเรียนโพธิสารพิทยากร อัตราการแข่งขัน 1:7.77

อันดับ 8 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน อัตราการแข่งขัน 1:7.52

อันดับ 9 โรงเรียนศึกษานารี อัตราการแข่งขัน 1:6.90

อันดับ 10 โรงเรียนบางปะกองวิทยาคม อัตราการแข่งขัน 1:5.75

สดร.พัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ ชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์’69

สดร.พัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ ชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์’69

สดร.พัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ ชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์’69

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) (NARIT) เชิญชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ ประจำปี 2569 มอบกล้องโทรทรรศน์ชนิดดอปโซเนียน และสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ พร้อมฝึกอบรมการใช้งานฟรี เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 21 เมษายน 2569

โดยโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อสนับสนุนกล้องโทรทรรศน์ชนิดดอปโซเนียน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว พร้อมสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ สำหรับนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน ให้ครูและนักเรียนนำไปจัดกิจกรรมสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าและปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ ต่อยอดสู่การทำโครงงานดาราศาสตร์ รวมถึงสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ดาราศาสตร์ในโรงเรียนและชุมชน

สำหรับกล้องโทรทรรศน์ชนิดดอปโซเนียน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว ที่มอบให้แก่โรงเรียน สดร. ออกแบบ สร้างและพัฒนาร่วมกับบริษัทผู้ผลิตคนไทย เป็นกล้องฯ คุณภาพสูง ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการใช้งานในโรงเรียน สามารถสังเกตการณ์ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ (ผ่านฟิลเตอร์ดูดวงอาทิตย์) รวมถึงวัตถุท้องฟ้าในห้วงอวกาศลึก เช่น กาแล็กซี เนบิวลา กระจุกดาว เป็นต้น มีอุปกรณ์เสริม อาทิ ชุดเลนส์ใกล้ตา อุปกรณ์เพิ่มกำลังขยายพิเศษ และสามารถนำกล้องถ่ายภาพดิจิทัลมาเชื่อมต่อเพื่อบันทึกภาพวัตถุท้องฟ้าต่าง ๆ ได้ ใช้เก็บข้อมูลทำโครงงานดาราศาสตร์ จัดกิจกรรม และเป็นสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ได้ นอกจากนี้ หากกรณีชำรุดเสียหาย สดร. ยินดีซ่อมให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยมุ่งหวังให้ครูและนักเรียนนำไปใช้จริงให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในโรงเรียนและชุมชน

สำหรับปี 2569 สดร. มีเป้าหมายมอบกล้องโทรทรรศน์และสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์แก่โรงเรียน จํานวน 50 โรงเรียน กําหนดจัดพิธีมอบ พร้อมฝึกอบรมการใช้งานกล้องโทรทรรศน์และมอบสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ให้กับโรงเรียน ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569 ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม และโรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 เมษายน 2569 ได้ที่ https://www.narit.or.th/index.php/dobsoniantelescopeforschool สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 088-5477834 หรือ 053-121-269 ต่อ 305 (ในวันและเวลาราชการ)

​‘สพฐ. – กสศ.’ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน ลดเด็กหลุดนอกระบบ

​‘สพฐ. - กสศ.’ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน ลดเด็กหลุดนอกระบบ

​‘สพฐ. – กสศ.’ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน ลดเด็กหลุดนอกระบบ

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 10/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอาทิตยา ปัญญา และนางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งได้เชิญ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาการศึกษาในหลายมิติ ทั้งการลดปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ ยังมีการสนับสนุนเครื่องมือบริหารจัดการโรงเรียน เช่น โปรแกรม Q-Info สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อสร้างความต่อเนื่องของกำลังครูในพื้นที่ห่างไกล และอาจต่อยอดสู่แนวคิด ผู้บริหารรัก(ษ์)ถิ่น” เพื่อช่วยลดปัญหาการโยกย้ายบ่อยในโรงเรียนที่ขาดแคลนบุคลากร

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องงบประมาณอุดหนุนรายหัวสำหรับครูและนักเรียน รวมถึงค่าอาหารกลางวันและอาหารเสริมต่างๆ โดย สพฐ. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือกับ กสศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนงานผ่านกระบวนการวิจัยและการทำงานเชิงระบบ ก่อนนำเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสู่ระดับกระทรวงและคณะรัฐมนตรี

ในด้านการสื่อสารภายในองค์กร สพฐ. เตรียมพัฒนาระบบ OBEC Channel ให้เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ครอบคลุมทั้ง 245 เขตพื้นที่ และโรงเรียนกว่า 29,000 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับแนวทางการใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารในห้องเรียน เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนใหม่ สพฐ. เปิดโอกาสให้แต่ละโรงเรียนกำหนดแนวปฏิบัติให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดยครูและผู้บริหารสามารถกำหนดได้ทั้งรูปแบบฝากเครื่อง ปิดเครื่อง หรือใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ในชั้นเรียน ทั้งนี้เน้นการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างโรงเรียน ครู และผู้ปกครองให้ชัดเจนก่อนเปิดภาคเรียน

ส่วนมาตรการ Work from Home กำหนดให้ดำเนินการตามความเหมาะสมของภารกิจ โดยสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ไม่เกิน 50% เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน ขณะที่ผู้บริหารทุกระดับยังคงปฏิบัติงานตามปกติ เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้มีการรายงานตัวและติดตามงานผ่านระบบออนไลน์อย่างเข้มงวด

ด้านงบประมาณปี 2569 สพฐ. ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายของภาครัฐ พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาและมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยล่าสุดได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว 75% และยืนยันการจ่ายเงินเดือนบุคลากรได้ครบถ้วน พร้อมบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน

เปิดม่านศึกฟุตบอลประเพณี ‘วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569’ เชื่อมพลังศิษย์เก่า–ปัจจุบัน สร้างโอกาสเยาวชน

เปิดม่านศึกฟุตบอลประเพณี ‘วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569’ เชื่อมพลังศิษย์เก่า–ปัจจุบัน สร้างโอกาสเยาวชน

เปิดม่านศึกฟุตบอลประเพณี ‘วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569’ เชื่อมพลังศิษย์เก่า–ปัจจุบัน สร้างโอกาสเยาวชน

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.41 น.

24 มีนาคม 2569 สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วปอ.) ร่วมกับนักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 (วปอ.68) จัดงานแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลประเพณี “วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการ ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พลโท ทักษิณ สิริสิงห์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ ประธานนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 รวมถึงผู้แทนทีมฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 6 ทีม ได้แก่ ทีม NDC1, ทีม NDC2, ทีม NDC3, ทีม วปอ.66, ทีม วปอ.67 และทีม วปอ.68 ตลอดจนศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาหลักสูตรรุ่นต่าง ๆ สร้างความคุ้นเคยและความร่วมมือ ซึ่งจะนำไปสู่การบูรณาการการทำงานเพื่อประเทศชาติในอนาคต พร้อมทั้งใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนในภูมิภาคต่าง ๆ ผ่านโครงการเพื่อสังคม (CSR) ของนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68

สำหรับรูปแบบการแข่งขัน ปีนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 6 ทีม ใช้กติกาที่ประยุกต์จากหลักสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 3 ครึ่ง ครึ่งละ 25 นาที และสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ไม่จำกัดจำนวน

การแข่งขันรอบแรกจะเป็นแบบพบกันหมด (Round-robin) ในระบบเหย้า–เยือน เก็บคะแนนสะสมรายสัปดาห์ โดยใช้สนามแข่งขัน 2 แห่ง ได้แก่ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) และสนามกีฬาบุณยะจินดา เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ทีมอันดับ 1 และ 2 จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ทีมอันดับ 3 และ 4 ชิงอันดับ 3 และทีมอันดับ 5 และ 6 ชิงอันดับ 5 โดยหากเสมอกันในเวลาปกติจะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

พิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธี พร้อมประเดิมสนามการแข่งขันนัดแรก 3 คู่ ได้แก่

                •             เวลา 16.15 น. ทีม วปอ.66 พบ ทีม NDC2

                •             เวลา 18.15 น. ทีม วปอ.68 พบ ทีม NDC3

                •             เวลา 20.20 น. ทีม วปอ.67 พบ ทีม NDC1

ส่วนพิธีปิดและการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น. ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

นอกจากถ้วยรางวัลชนะเลิศแล้ว ยังมีรางวัลพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรตินักกีฬา ได้แก่

                •             รางวัลดาวซัลโวสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์

                •             รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ประจำทัวร์นาเมนต์

                •             รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม (Man of the Match) ประจำแต่ละแมตช์

ผู้สนใจสามารถร่วมติดตามและรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน “วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม ประจำปี 2569” ได้ผ่าน Facebook Page และ YouTube: NDC LEAGUE 2569