17 สิงหาคม 2569 เวลา 17:13 น.

“เกาหลีใต้” ส่งเครื่องยนต์ใหม่ ถึง “ไทย” ทร. โชว์รับของ จ่อติดตั้งใน เรือฟริเกตภูมิพล หลังเครื่องยนต์เก่าเจ๊ง “กมธ. ทหาร” ติดตามความคืบหน้า แก้ไขจุดบกพร่อง ก่อนเคาะอู่ต่อเรือลำใหม่
วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร นำคณะกรรมาธิการตรวจเยี่ยม และศึกษาดูงานด้านกิจการทหารเพื่อความมั่นคง โดยมี พลเรือตรี สุมิตร ชอบสอาด เจ้ากรมแผนการช่าง กรมอู่ทหารเรือ ให้การต้อนรับ
นายเอกราช เปิดเผยว่า การเดินทางมาวันนี้เพื่อมาติดตามความคืบหน้าโครงการซ่อมบำรุงเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรับทราบว่า ผู้ปฏิบัติงานติดขัดการบริหารจัดการสิ่งใดบ้าง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการทหารก็ติดตามเรื่องฟริเกต ทั้งเรือใหม่ที่จะจัดหา และเรือที่ซ่อมบำรุงอยู่ แม้ว่า รายละเอียดแผนการซ่อมทำเป็น ความลับทางราชการ แต่ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ติดต่อมาเพื่อติดตาม ซึ่งพบว่า อยู่ในห้วงการดำเนินงานตามแผน และบางส่วนต้องรองบประมาณปี 2570 ส่วนสิ่งใดที่ติดขัดทางสภาก็พร้อมที่จะสนับสนุน และนำข้อมูลที่ได้รับจากทางหน่วย เพื่อนำไปผลักดันต่อไป
สำหรับสิ่งที่เป็นห่วงมากก็คือ ในเรื่องของการลงทุน ที่ตนอยากฝากไปถึงรัฐบาล และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า หากเราอยากเสริมสร้างศักยภาพประเทศ และผลประโยชน์ของชาติทางทะเลก็ควรจะสนับสนุนให้กรมอู่ทหารเรือ มีแผนเตรียม และรองรับวิธีการถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่องของการต่อเรือ ซึ่งสิ่งที่เราขาดตอนนี้คือ สถานที่ในการต่อเรือให้ได้ 100% ดังนั้นหากไม่เริ่มวันนี้ และไปเริ่มอีก 5-6 ปีข้างหน้าก็ช้าไปแล้ว จึงต้องวางแผนเรื่องสถานที่ แผนการลงทุน เพื่อให้อนาคตไทยต่อเรือฟริเกตเองได้ หากมอง 10 ปีข้างหน้า เพื่อให้เกิดการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ได้พาไปดูการตรวจรับเครื่องยนต์เอ็มทียู (MTU) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ส่วนกรณีอาวุธต่อสู้อากาศยานระยะประชิด หรือ Phalanx Close-In Weapon System (CIWS) ยังไม่สามารถใช้การได้นั้น ทางกรมสรรพาวุธ กองทัพเรือ รับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ อย่างไรก็ตามได้ซักถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และแนวทางแก้ไขปัญหา เพราะไม่อยากให้เกิดกับเรือฟริเกต ตามงบประมาณปี 2569 ที่กองทัพเรือจะคัดเลือก
ด้านพลเรือตรี สุมิตร ตอบคำถามกรณีอู่ราชนาวีฯ จะสามารถรองรับ Offset โครงการเรือฟริเกตที่กองทัพเรือจัดหา ลำที่ 1 ในปีงบประมาณ 2569 ได้หรือไม่ว่า ยังไม่ทราบว่า Offset เป็นอย่างไร จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าอู่พร้อมหรือไม่ แต่หากพูดถึงการสร้างเรือที่แห่งนี้เคยสร้างเรือมา 2 ลำ เรือหลวงกระบี่ และ เรือหลวงประจวบฯ ซึ่งเราก็มีองค์ความรู้พอสมควรในการสร้างเรือ













รศ.ดร.ดรุณี โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มข. กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนเห็นคุณค่าและร่วมอนุรักษ์วิถีเกษตรไทย โดยได้นำ “ข้าวพันธุ์ มข 60-2” ซึ่งเป็นข้าวที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์จากโครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมข้าวพื้นเมือง โดยข้าวพันธุ์นี้ได้รับการประกาศรับรองจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 จุดเด่นคือกอตั้ง ลำต้นแข็งแรง เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง คุณภาพการหุงต้มดี เมล็ดข้าวมีกลิ่นหอม เหนียวนุ่ม เหมาะแก่การนำมาให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกจนถึงคุณค่าทางโภชนาการ กิจกรรม “ดำนาสร้างสรรค์ ปั้นฝันเกษตรกรรุ่นใหม่” จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างความสนุกสนาน ให้แก่เด็กๆ แต่ยังเป็นการปลูกฝังความรักและความเข้าใจในอาชีพเกษตรกรรม สร้างความ ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรและอาหาร สืบสานภูมิปัญญาและวิถีเกษตรไทย ตลอดจนส่งเสริม การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อร่วมกันสร้างพื้นฐานที่ดีให้แก่เยาวชนและเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศต่อไป


นายสุวรงค์ กล่าวเปิดงานว่า NSM มีภารกิจหลักในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนและเยาวชนของชาติ ด้วยการเรียนรู้นอกห้องเรียนตามอัธยาศัยผ่านกิจกรรมและนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบต่างๆ ความร่วมมือกับ แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก ที่กำลังก้าวสู่การดำเนินงานครบรอบ 50 ปี ก็เช่นกันถือเป็นวาระสำคัญในการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของสองหน่วยงานโดยการผสานความเชี่ยวชาญระหว่างองค์ความรู้เชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ผิวพรรณที่มุ่งเน้นการยกระดับความรู้ให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพผิวและการดูแลตัวเองอย่างยั่งยืนจากแพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก กับศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการสื่อสารวิทยาศาสตร์ของ NSM ผ่านนิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริง ที่นำมาจัดแสดงในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ โดยจะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 23 ส.ค. นี้ “นิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริงมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้และแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ผ่านการเรียนรู้เรื่องผิวพรรณและความงามในมิติทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวัน ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการดูแลสุขภาพผิวอย่างถูกต้อง มีเหตุผลและยั่งยืนพร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นถึงโอกาสในสายอาชีพนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามของประเทศไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและมีมาตรฐานในระดับสากลต่อไป” นายสุวรงค์ กล่าว
ด้านนายอรรควุฒิ กล่าวว่า วิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริง เป็นนิทรรศการที่แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก ตั้งใจนำเสนอโดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ความงามและผิวพรรณอย่างสนุกสนาน ตลอดจนส่งเสริมทักษะอาชีพแห่งอนาคตให้กับน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ที่สนใจในสายงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางตลอดจนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของอุตสาหกรรม Wellness และ Beauty ของประเทศภายใต้คอนเซปต์สุดท้าทาย “TRUE BEAUTY ความงามที่แท้จริงต้องคำนวณได้” ที่จะเปลี่ยนภาพจำของวิทยาศาสตร์ความงามและสกินแคร์ ให้กลายเป็นเรื่องสนุก เข้าใจง่าย และจับต้องได้ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต นายอรรควุฒิ กล่าวต่อว่า นิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริง แบ่งเป็น 5 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 Introduction: รู้จักผิว จะมีการให้ความรู้ตั้งแต่โครงสร้างผิวหนัง ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ที่จะต้องเจอกับแสงแดด มลภาวะ การนอน ความเครียด อาหาร และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพผิว โซนที่ 2 เรื่องของTexture: ความเรียบเนียนใส กับภารกิจถอดรหัสสิว วิธีการดูแล โซนที่ 3 Complexion: ความสม่ำเสมอของผิว ถอดรหัสสีผิวของเรา (Decoding Skin Tone) โซนที่ 4 Aging: ความเสื่อมสภาพของผิว และโซนที่ 5 Good Appearance: เรื่องราวการเดินทางกว่า 50 ปีของแพน ราชเทวีฯ ที่นำเอาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับศาสตร์ความงามเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย
ขณะที่นายสุวรงค์ กล่าวปิดท้ายว่า จากนี้ NSM และ แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก พร้อมที่จะผนึกกำลังตามนโยบายของกระทรวง อว. ในการสร้างความตระหนักให้กับสังคมถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในทุกศาสตร์และชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรม Wellness และ Beauty ของประเทศไทยต่อไป
















