นายกฯ ขึงขัง! ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯ เรียกรัฐมนตรีถกด่วน สถานการณ์น้ำมัน

นายกฯ ขึงขัง! ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯ เรียกรัฐมนตรีถกด่วน สถานการณ์น้ำมัน

นายกฯ ขึงขัง! ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯ เรียกรัฐมนตรีถกด่วน สถานการณ์น้ำมัน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.22 น.

นายกฯ ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯ เรียกรมต.ถกด่วนสถานการณ์น้ำมัน 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยเวลา 10.40 น. นายกฯเรียกหารือสถานการณ์น้ำมัน พร้อมรับฟังรายงานผลการตรวจสอบคลังน้ำมัน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าร่วม
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ นายกฯได้ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯตลอดทั้งวัน โดยเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีมอบหมาย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงานวันน้ำโลก ประจำปี พ.ศ. 2569 ในหัวข้อ “Water and Gender” (น้ำและความเท่าเทียมทางเพศ) ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จังหวัดนนทบุรี

ขณะที่เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรี มอบหมายนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในกิจกรรมการรำบวงสรวงท้าวสุรนารี งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา และเวลา 19.30 น.  นายกรัฐมนตรี มอบหมาย นางสาวซาบีดา เป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 

สาธิตได้ทีโว! ชี้ถ้าประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำรัฐบาล ภาพต่อคิวเติมน้ำมันจะไม่เกิดขึ้น

สาธิตได้ทีโว! ชี้ถ้าประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำรัฐบาล ภาพต่อคิวเติมน้ำมันจะไม่เกิดขึ้น

สาธิตได้ทีโว! ชี้ถ้าประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำรัฐบาล ภาพต่อคิวเติมน้ำมันจะไม่เกิดขึ้น

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.08 น.

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ภาพพร้อมข้อความเฟซบุ๊ก “สาธิต ปิตุเตชะ” ซึ่งเป็นภาพรถต่อคิวยาวเพื่อเติมน้ำมัน พร้อมข้อความระบุว่า “ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลตอนนี้ ภาพและเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น”

-นำ้มันดีเซลถูกลง ประมาณ 9 บาทจะช่วยตรึงราคาหน้าปั๊มให้ยังไม่เกิน 30 ก็ได้ และกองทุนนำ้มันไม่ติดลบมาก

-เมื่อไม่มีส่วนต่างของการอุดหนุนจากรัฐ ไปที่หน้าปั๊ม กับ จ๊อบเปอร์ทั่วไปนำ้มันดีเซลภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ต้องไปแย่งเติมนำ้มันจากประชาชนทั่วไป 

-ใช้วิกฤติเป็นโอกาส ทะลายทุนผูกขาดพลังงาน ด้วยการสนับสนุน พลังงานทางเลือก พลังงานสะอาดต่างๆ โดยรัฐจูงใจซับซิไดท์ค่าใช้จ่ายบางอย่าง แก่ผู้ผลิตรายย่อย รายกลาง หรือภาคประชาชน 

ที่ทำได้เพราะ ไม่ต้องเกรงใจ ทุนต่างๆที่มีประโยชน์ จากห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานต่างๆ เช่นโรงกลั่นนำ้มัน เป็นต้น เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา เน้นเรื่องการเมืองสุจริต นโยบายชัดเจนไม่ให้ สส ซื้อเสียง เงินที่พรรคใช้ในการหาเสียง ก็เป็นไปตาม กฏหมายกำหนด จึงทำเรื่องนี้ได้อย่างจริงจัง โดยไม่คิดเรื่องการถอนทุนที่ใช้ไปในการหาเสียง

คิดทำเพื่อประชาชนอย่างเดียวเต็มที่ เพราะคะแนนเสียงที่ได้ ไม่มีราคาต้นทุน 

จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ในสถานการณ์สงคราม ให้เข้าใจยอมรับ ช่วยกันประหยัด แต่รัฐจะเข้ามาดูแลอย่างเต็มที่ให้มีผลต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

น้ำมันแพง สงครามจริง เกมการเมืองซ้ำเติมสถานการณ์!

น้ำมันแพง สงครามจริง เกมการเมืองซ้ำเติมสถานการณ์!

น้ำมันแพง สงครามจริง เกมการเมืองซ้ำเติมสถานการณ์!

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.45 น.

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและเริ่มมีสัญญาณขาดแคลนในบางช่วงเวลา ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย หากเป็นแรงกระแทกระดับโลกที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายประเทศ โดยมีต้นตอจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อระบบพลังงานโดยตรง

จุดสำคัญอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันหลักของโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความรุนแรง เมื่อการขนส่งสะดุด อุปทานในตลาดโลกลดลงทันที และราคาน้ำมันจึงขยับขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาค

น้ำมัน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมัน ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ราคาหน้าปั๊มจึงขยับตามต้นทุนโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพการต่อคิวเติมน้ำมันที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่จึงมีเหตุรองรับ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นลอย ๆ

อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวม ระบบสำรองน้ำมันและการบริหารจัดการยังคงทำงานได้ตามปกติ สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นขาดแคลนทั้งระบบตามที่มีการพูดถึงในบางกระแส

สิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับปัญหาพลังงาน คือการขยายภาพของสถานการณ์ผ่านข้อมูลข่าวสารที่ไหลเร็วและขาดการกลั่นกรอง ภาพการต่อคิวหรือข่าวการขาดแคลนในบางจุด ถูกนำไปขยายจนกลายเป็นภาพแทนของทั้งประเทศ

ข้อมูลบางส่วนถูกนำเสนอโดยตัดบริบท บางส่วนเป็นภาพเก่าหรือภาพจากต่างประเทศ แต่เมื่อถูกแชร์ซ้ำหลายครั้ง ก็กลายเป็นความเชื่อในวงกว้าง และสร้างบรรยากาศที่กดดันมากกว่าความเป็นจริง

ลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงโควิด-19 เมื่อข้อมูลจริงปะปนกับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน จนสังคมเต็มไปด้วยความกังวลเกินระดับของสถานการณ์ในหลายช่วงเวลา

เมื่อความรู้สึกนำหน้าข้อเท็จจริง พฤติกรรมของผู้คนก็เปลี่ยนไป การเร่งเติม การกักสำรอง และการส่งต่อข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมดูรุนแรงขึ้นไปอีก

อีกด้านที่เห็นชัด คือการที่วิกฤตน้ำมันถูกฝ่ายการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลนำมาใช้โจมตีโดยตรง สถานการณ์ที่เป็นผลจากสงครามและตลาดพลังงานโลก ถูกบิดให้กลายเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลในประเทศ

น้ำมัน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

มีการพูดในทำนองว่า รับเงินมาในช่วงเลือกตั้ง แต่วันนี้กลับต้องมาจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น เพื่อโยงให้เห็นว่าการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชนในวันนั้น คือสาเหตุของความเดือดร้อนในวันนี้

การเอาสองเรื่องนี้มาผูกเข้าด้วยกันแล้วชี้ว่าเป็นความผิดของรัฐบาล จึงเป็นการบิดตรรกะเพื่อสร้างอารมณ์ทางการเมือง ไม่ใช่การอธิบายข้อเท็จจริง เพราะราคาน้ำมันขึ้นจากปัจจัยภายนอก ขณะที่ประเด็นเรื่องซื้อเสียงถูกหยิบมาเชื่อมโยงให้ดูเกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นคนละเรื่อง

ข้อเท็จจริงคือ ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน ก็ต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันในลักษณะเดียวกัน ไม่มีใครสามารถกำหนดราคาน้ำมันโลกได้ตามต้องการ

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นการโหนวิกฤตน้ำมันเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล และยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้หนักขึ้น ทั้งในระดับความรู้สึกของสังคมและการรับมือของประเทศ มากกว่าการช่วยคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

ประเทศไทยใช้กลไกหลายด้านในการชะลอผลกระทบจากราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การปรับภาษี หรือมาตรการดูแลค่าครองชีพ ซึ่งถูกใช้ต่อเนื่องมาหลายยุคหลายรัฐบาล

น้ำมัน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก เอไอ

กลไกเหล่านี้ช่วยลดแรงกระแทกได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถต้านทิศทางของตลาดโลกได้ทั้งหมด เพราะต้นทุนหลักยังคงผูกอยู่กับราคาพลังงานในระดับสากล

สถานการณ์ปัจจุบันจึงมีสองชั้นซ้อนกัน ชั้นแรกคือวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจริงและกระทบทั้งโลก อีกชั้นคือบรรยากาศในประเทศที่ถูกขยายผ่านข้อมูลและการเมือง จนทำให้ความรู้สึกของผู้คนรุนแรงกว่าสถานการณ์จริงในบางช่วง

ในช่วงเวลาที่แรงกดดันเพิ่มขึ้น การยึดข้อเท็จจริงและประเมินสถานการณ์ตามข้อมูลที่ครบถ้วน จึงมีความสำคัญมากกว่าการไหลไปตามกระแส เพราะวิกฤตพลังงานต้องอาศัยความเข้าใจที่ตรงกับความเป็นจริง จึงจะรับมือได้อย่างมีสติ.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

เริ่มแล้ว! รัฐคุมเข้มฉลากรถ EV ต้องแจ้งสเปก-เงื่อนไขประกันแบตเตอรี่

เริ่มแล้ว! รัฐคุมเข้มฉลากรถ EV ต้องแจ้งสเปก-เงื่อนไขประกันแบตเตอรี่

เริ่มแล้ว! รัฐคุมเข้มฉลากรถ EV ต้องแจ้งสเปก-เงื่อนไขประกันแบตเตอรี่

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.40 น.

รัฐกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก เพื่อให้ประชาชนได้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่21มีค.69

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดให้ “รถยนต์ไฟฟ้า” เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

รองโฆษกฯ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเปรียบเทียบสินค้าได้อย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงฉลากเป็นภาษาไทย หรือมีภาษาไทยกำกับ พร้อมระบุข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจน ได้แก่ ยี่ห้อ รุ่น ระบบขับเคลื่อน ราคา วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ ข้อแนะนำในการใช้งาน และข้อควรระวังด้านความปลอดภัย โดยต้องมีข้อความเตือนที่เห็นได้ชัด

สำหรับข้อมูลเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า ต้องระบุเพิ่มเติมอย่างน้อย ได้แก่

ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า เช่น HEV, PHEV, BEV หรือ FCEV

กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และกำลังต่อเนื่อง

ประเภทและความจุแบตเตอรี่

ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ (หากไม่มีต้องระบุชัดเจน)

อัตราการใช้ไฟฟ้า

มาตรฐานความปลอดภัยระบบไฟฟ้า


นอกจากนี้ หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ต้องระบุประเทศผู้ผลิต และข้อมูลผู้นำเข้าอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้

“มาตรการนี้จะช่วยให้ประชาชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วน เข้าใจคุณสมบัติของรถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเข้าใจผิด และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน” นางสาวลลิดา กล่าว

บวรศักดิ์ ไม่ได้ไปต่อ ครม.อนุทิน 2 สะพัด ปกรณ์ เสียบแทน

บวรศักดิ์ ไม่ได้ไปต่อ  ครม.อนุทิน 2 สะพัด ปกรณ์  เสียบแทน

บวรศักดิ์ ไม่ได้ไปต่อ ครม.อนุทิน 2 สะพัด ปกรณ์ เสียบแทน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.17 น.

วันที่ 23 มีนาคม 2569 รายงานข่าวภายในพรรคภูมิใจไทย ภายหลังแกนนำ มอบเอกสารให้ว่าที่รัฐมนตรีกรอกประวัติ นำมาส่งกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ในวันพรุ่งนี้ 23 มี.ค. 2569 ปรากฎชัดเจนว่า ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ไม่มีชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แต่อย่างใด  ก่อนที่จะมีข่าวว่า เจ้าตัวได้ปฏิเสธกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี  ไม่ขอรับตำแหน่งรองนายกฯ และตำแหน่งอื่นทั้งหมด  

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ในครม.อนุทิน 2 จะมีนักกฎหมายมือฉมัง ที่อาจไขก็อก ลาออกจากราชการ มาร่วมหัวจมท้ายกับรัฐบาลอนุทิน โดยมีรายงานข่าว ปรากฎชื่อของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา คนปัจจุบัน  ศิษย์ก้นกุฎิ “มีชัย-วิษณุ” ส่งตรวจคุณสมบัติ 

หมอวรงค์ ชี้ ภาวะเช่นนี้ น้ำมันแพงเป็นเรื่องปกติ แต่ขาดแคลนถือว่าผิดปกติ

หมอวรงค์ ชี้ ภาวะเช่นนี้ น้ำมันแพงเป็นเรื่องปกติ แต่ขาดแคลนถือว่าผิดปกติ

หมอวรงค์ ชี้ ภาวะเช่นนี้ น้ำมันแพงเป็นเรื่องปกติ แต่ขาดแคลนถือว่าผิดปกติ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.51 น.

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ภาวะเช่นนี้ น้ำมันแพงขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่การขาดแคลน ถือว่าผิดปกติ

ในวันที่ โควตาน้ำมัน หมดก่อนเวลา! กรวีร์ จี้ ก.พลังงาน เติมของด่วน ก่อนศรัทธาละลาย

ในวันที่ โควตาน้ำมัน หมดก่อนเวลา! กรวีร์ จี้ ก.พลังงาน เติมของด่วน ก่อนศรัทธาละลาย

ในวันที่ โควตาน้ำมัน หมดก่อนเวลา! กรวีร์ จี้ ก.พลังงาน เติมของด่วน ก่อนศรัทธาละลาย

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.11 น.

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย(ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ในวันที่ “โควตาน้ำมัน” หมดก่อนเวลา อย่าปล่อยให้ความหวังเหือดแห้งพร้อมกับน้ำมัน”

​ผมมีโอกาสลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการเจ้าของปั๊มน้ำมัน และได้รับรู้ถึงความกังวลที่สะท้อนผ่านตัวเลขโควตายอดขายต่อเดือน (120,000 ลิตร/เดือน)

​ตัวเลขนี้คือปริมาณที่เคย “เพียงพอ” ในสถานการณ์ปกติ แต่ในความเป็นจริงวันนี้ น้ำมันหยดสุดท้ายถูกจำหน่ายหมดไปตั้งแต่หลานวันที่ผ่านมา ในขณะที่กำหนดการส่งรอบใหม่คือวันที่ 1 เมษายน

​คำถามที่น่ากังวลสำหรับเจ้าของปั๊มคือ… แล้วอีก 10 วันที่เหลือนี้ เขาจะเอาน้ำมันที่ไหนมาบริการประชาชน?

และคำถามที่น่ากังวลกว่าสำหรับประชาชนคือเขาจะเอาน้ำมันที่ไหนมาเติม?

​ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นเป็นโจทย์ใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้ เมื่อหน้าปั๊มไม่อาจปฏิเสธการขาย แต่คลังน้ำมันกลับไม่มีของส่งเพิ่ม สิ่งที่ตามมาคือความเดือดร้อนที่ลามไปถึงการใช้ชีวิตและการทำมาหากินของทุกคน

ปลดล็อควิกฤต ด้วย “การจัดการ” และ “ความเชื่อมั่น”

​นี่คือภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานต้องรีบแก้ปัญหาก่อนจะลุกลามบานปลายมากกว่านี้

​เติมน้ำมันเข้าระบบ: ผลักดันมาตรการจัดสรรน้ำมันสำรองเข้ามาเสริมโดยเร็วที่สุด ทำให้คนสัมผัสได้จริงว่าน้ำมันเพียงพอจริงๆ

​กระจายให้ทั่วถึง: วางระบบการจัดส่งที่ทั่วถึง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันถึงมือประชาชนให้มากที่สุด

​หยุดการกักตุน: ควบคุมและตรวจสอบจุดเสี่ยง เพื่อไม่ให้ใครฉวยโอกาสบนความเดือดร้อนของประชาชน จัดทีมตรวจสอบทั้ง

ต้นทาง ระหว่างทางว่ามีใครฉวยโอกาสหรือไม่ แล้วถ้ามีต้องลงโทษให้สังคมได้รับทราบ

​แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ปริมาณน้ำมันและน่าจะสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือ “ความเชื่อมั่น”

​ในยามวิกฤต ข้อมูลที่ชัดเจนและจริงใจคือยาดีที่สุดที่จะช่วยคลายความกังวลให้ประชาชน ต้องทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า “ทางออกมีอยู่จริง” ต้องทำให้เห็นว่าน้ำมันเพียงพอจริงๆ แบบสัมผัสได้

อย่าลืมว่า “วิกฤตความเชื่อมั่น” แก้ยากกว่า “วิกฤตน้ำมัน” หลายเท่าตัว เชื่อว่าประชุมสภาวันพุธนี้ ทุกพรรคการเมืองจะหยิบยกเรื่องนี้มาประชุมในสภาผู้แทนฯแน่นอน

เทพไท ชวนจับตา ครม.อนุทิน2 ฝุ่นตลบ! เขี่ยเทคโนแครตพ้นโควตา เซฟเก้าอี้ให้บ้านใหญ่

เทพไท ชวนจับตา ครม.อนุทิน2 ฝุ่นตลบ! เขี่ยเทคโนแครตพ้นโควตา เซฟเก้าอี้ให้บ้านใหญ่

เทพไท ชวนจับตา ครม.อนุทิน2 ฝุ่นตลบ! เขี่ยเทคโนแครตพ้นโควตา เซฟเก้าอี้ให้บ้านใหญ่

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.50 น.

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ครม.อนุทิน2 ฝุ่นตลบ

หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งในขณะนี้กำลังมีการตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ ทั้งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย จะเห็นความเคลื่อนไหว หรือแรงกระเพื่อม แย่งชิงกันเป็นรัฐมนตรีในพรรคการเมือง2พรรค คือพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย

แต่ที่มีการแย่งชิงตำแหน่งกัน หรือวิ่งเต้นกันอย่างฝุ่นตลบ น่าจะเป็นในส่วนของพรรคเพื่อไทย เพราะมีแคนดิเดตที่จะเป็นรัฐมนตรีหลายคน แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งส.ส.จำนวนน้อย ทำให้โควตารัฐมนตรีลดน้อยลงตามจำนวนส.ส. จึงมีการแย่งชิงกันเพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี วิ่งเต้นกัน ถือว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมือง

ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้ดูดบ้านใหญ่ บ้านเล็ก และควบรวมหรือดูดยกพรรคเข้ามาเป็นส.ส.พรรคภูมิใจไทยหลายกลุ่ม หลายก๊วน แต่ภายใต้การบริหารจัดการของครูใหญ่ ทุกอย่างก็เรียบร้อยโรงเรียนครูใหญ่ แต่จะมีคลื่นใต้น้ำหรือไม่ ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และโควตารัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทยก็มีจำกัด จึงเห็นได้ว่าเทคโนแครต หรือบุคคลภายนอกมืออาชีพ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลเคยเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ในยุคสมัยรัฐบาลอนุทิน1 จำนวน5คน ซึ่งมากินโควตาของพรรคภูมิใจไทย

ในที่สุดจะเห็นท่าทีของพรรคภูมิใจไทยเมินเฉย จนเทคโนแครตหรือบุคคลภายนอก ที่เคยมาช่วยรัฐบาลในสมัยรัฐบาลอนุทิน1 คือ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่เป็น1ใน5 และปัจจุบันรักษาการตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังทำหน้าที่แก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันอยู่ในขณะนี้ แต่เป็นที่รู้กันว่า รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคนใหม่ คือนายเอกนัฎ พร้อมพันธ์ ซึ่งนายอรรถพลคงรู้ตัวว่า ไม่ได้ไปต่อกับรัฐบาลชุดนี้ กับอีกหนึ่งคน คือนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกระแสข่าวว่าได้แสดงความจำนงไปยังนายอนุทินเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะไม่รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายในรัฐบาลชุดต่อไป แม้ว่านายอนุทินขอร้องให้รับตำแหน่งอื่นที่สำคัญ นายบวรศักดิ์อ้างว่าอายุมากแล้ว

แต่เป็นที่น่าสังเกต ระหว่างการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ฟอร์มรัฐมนตรีอยู่ ไม่มีใครพูดถึงนายบวรศักดิ์มาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเลย เหมือนกับกรณีของนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ซึ่งผิดกับตอนสมัยการเชิญเข้าร่วมรัฐบาลในอนุทิน1 ที่นายอนุทินเป็นผู้โทรศัพท์ไปเชื้อเชิญเอง แต่วันนี้แค่คำขอบคุณ ยังฝากขอบคุณนายบวรศักดิ์ผ่านคนอื่นไป ซึ่งก็เป็นความรู้สึกที่ทั้ง2คน สามารถรับรู้ได้ว่า มาด้วยกัน5คน คือนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑประภาส นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ และนายบวรศักดิ์ สุวรรณโณ แต่เพื่อประหยัดโควตารัฐมนตรี เซฟโควตาให้กับกลุ่มการเมืองในพรรคภูมิใจไทย จึงจัดเก้าอี้รัฐมนตรีไว้ให้แค่3คน ตามที่ได้โฆษณาหาเสียงไว้ ตัดทิ้งไป2คน

จึงเป็นที่มาของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้ครูใหญ่ ต้องเซฟเก้าอี้ของบุคคลภายนอกไว้ให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อจะนำเก้าอี้เหล่านี้ไปแจกจ่ายให้กับบ้านใหญ่บ้านน้อย และกลุ่มก๊วนต่างๆในพรรคภูมิใจไทย เพื่อเสถียรภาพของรัฐบาลอนุทิน2ต่อไป

สงครามจ่อลากยาว 9 เดือน อัษฎางค์ แฉ แผนลับเพนตากอน ปักหลักถล่ม IRGC

สงครามจ่อลากยาว 9 เดือน อัษฎางค์ แฉ แผนลับเพนตากอน ปักหลักถล่ม IRGC

สงครามจ่อลากยาว 9 เดือน อัษฎางค์ แฉ แผนลับเพนตากอน ปักหลักถล่ม IRGC

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.50 น.

วันนี้ 23 มีนาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังระอุถึงขีดสุด ภายใต้หัวข้อ #อัษฎางค์ยมนาค #อ่านเกมอำนาจ โดยระบุว่าสงครามครั้งนี้อาจจะไม่จบลงง่าย ๆ และมีแนวโน้มลากยาวไปถึง 9 เดือน โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “สงครามจะลากยาวถึง 9 เดือน #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

ซาอุดีอาระเบียอนุญาตให้สหรัฐฯใช้ฐานทัพอากาศคิงฟาฮัด (King Fahd) ในไทฟ์ (Taif) สำหรับปฏิบัติการต่ออิหร่าน เนื่องจากอยู่ห่างจากขีปนาวุธอิหร่านมากกว่า และเจดดาห์เป็นฮับโลจิสติกส์หลัก. UAE ส่งสัญญาณสนับสนุนสหรัฐฯ-อิสราเอลเช่นกัน แม้ก่อนหน้านี้ (ม.ค.-ก.พ.) จะปฏิเสธไม่ให้ใช้ดินแดนโจมตีเพื่อหลีกเลี่ยงการลากเข้าสงคราม แต่การอพยพเจ้าหน้าที่สหรัฐฯออกจากซาอุฯเมื่อ 9 มี.ค. ยังคงดำเนินเพื่อลดความเสี่ยง UAE ยืนยันพร้อมสำหรับสงครามยืดเยื้อยาวนานถึง 9 เดือน ท่ามกลางการโจมตีโครงสร้างพลังงานในอ่าวเปอร์เซียจากอิหร่าน

เอ็ดดี้ อัษฎางค์

เพนตากอนเตรียมแผน CENTCOM สำหรับปฏิบัติการอย่างน้อย 100 วันหรือจนถึงก.ย. (ราว 6-9 เดือน) โดยขอเพิ่มกำลังข่าวกรองและงบประมาณ แม้ประเมินเริ่มต้น 4-6 สัปดาห์จะใกล้เสร็จ แต่ไม่มีกรอบเวลาชัดเจนเพื่อรับมือสถานการณ์ยืดเยื้อ

จากข้อมูลและบทวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงระดับโลก ทิศทางค่อนข้างชัดเจนว่า สงครามมีแนวโน้มสูงที่จะยืดเยื้อและมีความเสี่ยงบานปลายอย่างมีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์และสถาบันระดับโลก (เช่น Middle East Eye, สถาบันวิเคราะห์ความมั่นคง, และผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง) ได้ประเมินสถานการณ์ไว้ดังนี้

นักวิเคราะห์มองว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การโจมตีทางอากาศระยะสั้น แต่มีเป้าหมายเชิงลึกในการบั่นทอนโครงสร้างผู้นำและทำลายขีดความสามารถของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ซึ่งเป็นโครงข่ายขนาดใหญ่และทรงอิทธิพล การจะบรรลุเป้าหมายนี้จึงต้องใช้เวลาและแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ UAE ส่งสัญญาณเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจลากยาวถึง 9 เดือน เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนว่าคนในพื้นที่เองก็ประเมินว่านี่จะไม่ใช่แค่ “ปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบ” การที่ซาอุดีอาระเบียยอมเปิดฐานทัพอากาศ “คิง ฟาฮัด” (King Fahd) ที่เมือง Taif ให้สหรัฐฯ ใช้งาน เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่สะท้อนว่าภัยคุกคามกำลังขยายตัว การย้ายฐานลอจิสติกส์ไปทางตะวันตก (ใกล้ทะเลแดงและเจดดาห์) มีจุดประสงค์เพื่อถอยร่นให้พ้นรัศมีขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน พร้อมรองรับกองกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐฯ ที่กำลังเดินทางมาสมทบ

ความเสี่ยงบานปลายที่น่ากลัวที่สุดคือ “สงครามเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ” อิหร่านได้ประกาศเตือนอย่างชัดเจนว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตนถูกโจมตี อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีแหล่งพลังงานและโรงกลั่นน้ำทะเลของพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาค (รวมถึงซาอุฯ และ UAE) ทันที

เอ็ดดี้ อัษฎางค์

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

นักวิเคราะห์ทางการเงิน (เช่น จาก Goldman Sachs และบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน) กังวลถึง “Doomsday Scenario” ปัจจุบันความขัดแย้งทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และมีการคาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาอาจพุ่งไปถึง 150–200 ดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในแง่ยุทธวิธีทางทหารบางส่วน แต่ในภาพรวมระดับภูมิภาค สถานการณ์กำลัง “ควบคุมได้ยาก” และยังมองไม่เห็นฉากทัศน์ในการยุติสงครามที่เป็นไปได้จริงในระยะเวลาอันใกล้นี้”

หลังจากโพสต์ของ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระชื่อดัง ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยความกังวลใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับปากท้องและสันติภาพของโลก เช่น

“น่าห่วงพวกเราตัวเองกันมากเลยครับ สงครามทำให้เดือดร้อนกันทั่วไลก แม้ประเทศเล็กๆ คนตัวเล็กตัวน้อยต้องนับผลสงครามทั้งสิ้น”

“อิร่านประกาศจะโจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก อ้าว แบบนี้สร้างความชอบธรรมให้อเมริกาบุกเลย เป็นภัยคุกคามตามที่อเมริกาหาเรื่องไปเองทีแรก”

“นโยบาย อเมรกุ้ยอะเกนครับ”

“ทุกอย่างก็พังพินาศ”

“มันก็มีรัสเซียได้ประโยชน์ ครับ”

“ไม่ชอบอเมริกาเลย  สร้างปัญหาให้คนอื่นได้รับผลกระทบไปด้วย”

“ซาอุ ฯคิดสั้นแล้ว ตอนนี้ฉิบหายไม่พอ ว่างั้นเถอะ”

“ตัวทำลายล้างโลก”

เอ็ดดี้ อัษฎางค์
เอ็ดดี้ อัษฎางค์
เอ็ดดี้ อัษฎางค์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์

พท.มั่นใจโผ8รมต.ผ่านฉลุย นัดเคาะ24มี.ค.

พท.มั่นใจโผ8รมต.ผ่านฉลุย  นัดเคาะ24มี.ค.

พท.มั่นใจโผ8รมต.ผ่านฉลุย นัดเคาะ24มี.ค.

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พท.มั่นใจโผ8รมต.ผ่านฉลุย นัดเคาะ24มี.ค. เชื่อไม่เกิดแรงกระเพื่อม เท้งกู้หน้าขู่จัดหนักงูเห่า

“เท้ง” ลั่น “สส.งูเห่า” ต้องได้รับบทลงโทษหนักที่สุด รุนแรงที่สุด จ่อประชุมพิจารณา 24 มีนาคม ชี้ต้องแก้ที่ระบบการเมือง-รัฐธรรมนูญ หวังรัฐบาลจะผลักดันตามเจตจำนงของประชาชน ไม่ได้หวังเข้ามาครอบงำองค์กรอิสระให้อยู่กับพวกพ้องตนเอง ‘เพื่อไทย’รอความชัดเจน24มี.ค.นี้ เคาะชื่อ 8รมต.เชื่อไม่มีปัญหา มั่นใจไม่เกิดแรงกระเพื่อมในพรรค ชี้สุดท้ายทุกคนต้องเคารพมติพรรค

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี สส. ในพรรคประชาชนออกมาเปิดเผยว่า นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรคประชาชน งูเห่าของพรรคได้เป็น สส. เพราะซื้อเสียง ว่า เรื่องที่คนของพรรคออกมาสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการตรวจสอบเบื้องหลัง บางอย่างอาจมีความเข้าใจผิด ที่ผ่านมาอาจมีข่าวลือจากการพูดคุยภายในพรรค แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไทม์ไลน์ที่มาที่ไปเบื้องหลังของปัญหา ตนในฐานะทีมบริหารได้มีการพูดคุยกับฝ่ายบริหารของพรรค จะมีการสื่อสารกับ สส. และองคาพยพของพรรคประชาชนเร็วๆ นี้ เพื่อที่จะเล่าถึงเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อทุกคนจะได้มีข้อมูลข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน แต่การดำเนินการไปข้างหน้า ยืนยันว่าพรรคพร้อมที่จะลงโทษ อย่างเด็ดขาด ให้ สส. งูเห่า ได้รับบทลงโทษที่หนักที่สุดที่สามารถได้รับในการกระทำนี้ แต่ขอหารือที่ประชุม สส. ภายในพรรคว่าจะลงโทษในรูปแบบใด จากนั้นจะมีการแถลงแถลงข่าวเร็วๆนี้ พร้อมเน้นย้ำว่าการซื้อเสียงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ 

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนจากข่าวที่ออกไปว่าพรรคมีการรับรู้ก่อนหน้านี้หรือไม่ว่าบุคคลดังกล่าวมีการซื้อเสียงเข้ามา ตนคิดว่าบางส่วนอาจเป็นความเข้าใจผิดหรือข่าวลือที่เกิดขึ้น โดยในพรรคมีระบบรับฟังความเห็น ผ่านคณะกรรมการสรรหา

ลงโทษในบทสูงสุด

“ตอนนี้เราตรวจสอบข้อเท็จจริงไปเบื้องหลังว่าตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบัน ผ่านกระบวนการสรรหาอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างการเปิดระบบรับฟังความเห็นจากประชาชน จากที่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้สมัคร สส. ให้ประชาชนในพื้นที่และทั้งประเทศส่งเสียงสะท้อนเข้ามาถึงข้อกังวลห่วงใย เมื่อตรวจสอบย้อนหลังพบว่า กรณีนายสุริยาไม่มีการร้องเรียนเข้ามา บางทีเราอาจจะได้ยินข่าวลือ ตัวแทนของพรรคบางส่วนอาจจะได้ยินข่าวลือ ว่าพรรครับรู้มาแล้วหรือไม่แต่เหตุใดยังให้ลงสมัครต่อ ขอเรียนว่าบางส่วนอาจเป็นความเข้าใจผิด ดังนั้น ขอทำความเข้าใจภายในพรรคให้เป็นที่สิ้นสุดข้อเท็จจริงเดียวกัน ส่วนบนลงโทษยืนยันว่าจะลงโทษให้หนักที่สุดเท่าที่คนเป็นงูเห่าจะต้องได้รับ” นายณัฐพงษ์กล่าว 

รู้ล่วงหน้ามี”งูเห่า”

นายณัฐพงษ์  กล่าวว่า กรณีวันโหวตนายกฯ ซึ่งก่อนโหวตให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีงูเห่า แต่พอโหวตเสร็จสิ้นบอกว่ารู้อยู่แล้ว ว่า ก่อนโหวตนั้น ตนยืนยัน เชื่อว่าจะไม่มีงูเห่าเกิดขึ้น เพราะบริบทในขณะนี้รัฐบาลเสียงข้างมากมีเสถียรภาพ และไม่มีมีความจำเป็นใดต้องทำเช่นนี้ และการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายความเชื่อมั่นในภาพรวมต่อระบบการเมืองไทย การที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้กับ สส. คนใด ไม่ว่าพรรคการเมืองใดไม่ควรเกิดเหตุการณ์หนักดังกล่าวขึ้น ที่มีการซื้อตัว สส. ข้ามขั้วหรือการโหวตสวนมติพรรค แบบนี้ได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำลายความคิดของตนเองที่คิดว่าไม่ควรจะเกิดขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชน อยากให้ตั้งคำถามกลับไปว่าคนที่ทำเช่นนี้ทำไปเพื่ออะไร 

“ขณะเดียวกันวันนั้นที่ให้สัมภาษณ์แบบนั้นไป ในฐานะหัวหน้าพรรคอย่างไรก็ตาม หากเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นมีแค่เสียงลือเสียงสะท้อนมา ในฐานะหัวหน้าพรรคก็ต้องยืนยันว่าเราจะต้องเชื่อมั่น เพื่อน สส. ร่วมพรรค หากหัวหน้าพรรคยังมอบความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกไม่ได้ หากเขาไม่ได้เป็นงูเห่าจริงเท่ากับว่า ผมในฐานะผู้นำไปทำลายความเชื่อมั่นเชื่อใจเราระหว่างเพื่อนร่วมงานหรือไม่” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จากที่สัมภาษณ์ช่วงหลังโหวต ว่าได้ทราบมาก่อนหรือไม่ ยอมรับว่ารับทราบ เป็นเหตุผลที่ชี้แจงว่าเราฟังหูไว้หู เราต้องมีน้ำหนักแม้จะได้รับเสียงสะท้อนมาแต่การให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะไม่สามารถที่จะกล่าวหาเพื่อนร่วมได้ จนกว่าจะมีการกระทำเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นจริง 

นายณัฐพงษ์ ยังเปิดเผยว่ามีตัวแทนในพรรคได้พูดคุยกับนายสุริยามาโดยตลอด แต่จะขอความชัดเจนหลังมีการพูดคุยสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะตอนนี้อาจยังมีความเข้าใจกันอยู่บ้าง จะชี้แจงในพรรคว่ากระบวนการสรรหาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ส่วนบทลงโทษในหลักการเห็นตรงกัน ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหนต้องทำให้เกิดบทลงโทษที่หนักและรุนแรงที่สุดที่จะทำให้เกิดเกิดขึ้นกับนายสุริยา 

จะแก้รธน.ที่บิดเบี้ยว

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหางูเห่าจะต้องแก้ไขที่ระบบการเมือง หากสุดท้ายรัฐธรรมนูญยังออกแบบบิดเบี้ยว เปิดช่องให้คนที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาขาย ตัวเองให้พรรคการเมืองอื่นเอาเงินมาซื้อไปได้ หรือการขายอุดมการณ์ตัวเองได้ เพราะนอกจากเกิดเหตุการณ์กับพรรคประชาชนแล้ว ชี้ว่ายังเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันกับพรรคการเมืองอื่นด้วย จึงมองว่า สส. งูเห่าก็จะไม่หมดไปจากการเมืองเมืองไทย ดังนั้นหากจะแก้ไขเรื่องนี้นอกจากกระบวนการตรวจสอบในพรรคที่ต้องมีความเข้มข้นมากขึ้นแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญและกติกาการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ ที่ประชามติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบแล้วให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน ไม่ได้หวังเข้ามาครอบงำองค์กรอิสระหรือกลไกทางการเมืองให้อยู่กับพวกของตัวเองอย่างเดียว. 

รอโฉมหน้ารัฐมนตรี

. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่มีรายชื่อออกมาในขณะนี้ซึ่งหลายคนมีปัญหาในเรื่องคดีความ  พรรคฝ่ายค้านจะยื่นตรวจสอบจริยธรรมหรือไม่ ว่า คงต้องรอความชัดเจนก่อนว่า โฉมหน้า ครม.จะออกมาอย่างไร และใครนั่งในเก้าอี้ใดบ้าง ซึ่งยอมรับว่า ว่าที่รัฐมนตรีหลายคนมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติ เมื่อมีความชัดเจนในเรื่องการแต่งตั้ง ครม.แล้ว พรรคปชน.จะมีการหารือกันในเรื่องนี้อีกครั้งว่า จะดำเนินการอย่างไร

ส่วนกรณีการตรวจสอบ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต7 พรรคประชาชน ที่สวนมติพรรคโหวตหนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า พรรคกำลังเรียกตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในการประชุมพรรควันอังคารที่ 24มี.ค.นี้จะพิจารณาว่าจะดำเนินการกับนายสุริยาอย่างไร ซึ่งพรรคจะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาแน่นอน

ชาดาชี้ทุกคะแนนยิ่งใหญ่

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ” Chada Thaised ” โดยระบุ ว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงตอนที่เลือกคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ผมอภิปรายวันนั้นปี 66 ชีวิตผมเปลี่ยนไป แต่วันนั้นเป็นช่วงที่ปวดคอมากแทบตั้งคอไม่ได้ มีสื่อเอารูปผมไปทำท่าสะบัดคอ เอาไปล้อว่าเมาของ เมายา ผมก็สวนไปบ้าง แต่ความจริงมันก็ยึกยักจริง  ที่ผ่านมา 2 ปี กว่า 3 ปี เลือกนายกฯ หมาแก่อย่างเราไร้ความหมายนั่งดู แต่วันนี้ไม่ยึกยักแล้ว แต่คอแข็งหันไม่ได้เลย เวลาหันต้องหันทั้งตัวทรมานมากหนักกว่าปี 66 เยอะ แต่ไม่โดนแซว วันนี้อยากบอกว่าผมหนักจริงๆ ไม่รู้ว่าจะได้เห็นปี 70 หรือไม่   แต่สิ่งสำคัญคือภาระหน้าที่ และคะแนนที่ทุกท่านมอบให้นั้นมันยิ่งใหญ่ และมันเป็นสิ่งพูดไม่ออก มันจุกในหัวอก มันตื้อไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ คิดได้ แต่บอกมึงตายไม่ได้ ดา เอ้ย ภาระต่อพี่น้องประชาชนยังมีอีกมากมาย สู้หน่อยสู้นะจ๊ะ (ปวดคอนอนบ่หลับ)  ทั้งนี้ มีบรรดาแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจกันล้นหลาม อาทิ  สู้ๆ  ขอให้หายไวๆ  ขอให้สุขภาพแข็งแรง เป็นต้น

สำรองรมต.กันเหนียว

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าเป็นที่รับรู้กันว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่มีจำนวน 35 คน แต่ได้ส่งรายชื่อให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติถึง 40 คน เพื่อต้องการให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด ถ้าหากไม่ผ่านคุณสมบัติ ก็สามารถที่จะคัดออก ถือว่าเป็นรายชื่อสำรอง5คน แสดงให้เห็นว่า นายอนุทินพยายามเร่งรัดจัดให้มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้เร็วที่สุด  อย่างน้อยเป็นการกดดันการพิจารณาคดีการเลือกตั้งว่า เป็นโมฆะหรือไม่ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกระบวนการในศาลรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง จะต้องเปิดโอกาสให้คณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต. ยื่นเอกสารชี้แจงภายใน 15วัน ซึ่งอาจจะมีการขยายวันเวลาออกไปอีกก็เป็นไปได้  แต่ตนเชื่อว่า ไม่ว่าฝ่ายการเมืองจะกดดันการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญมากน้อยเพียงใด ก็ไม่สามารถโน้มน้าวหรือกดดันคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างแน่นอน

ได้ครม.ใหม่ไม่เกิน9เมย.

นายยุทธนา ศรีตะบุตร ส.ส.หนองคายและโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พรรค พปชร.พร้อมทำงานร่วมรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ภายหลังพรรคได้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และประชุมหารือกันแล้ว จากนี้พรรคเตรียมนำ 3 นโยบายสำคัญของพรรคไปขับเคลื่อนและให้สอดรับเพื่อนำเสนอนโยบายต่อรัฐบาล ได้แก่ 1.นโยบายขับเคลื่อนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มจากคนละ 300 เป็น 700 บาท 2.แรงงานไทยสู่ตลาดโลก ที่จะขับเคลื่อนแรงงานไทยในสถานการณ์โลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และ 3.ทหารเกณฑ์ก้าวหน้า ที่จะทำให้คนที่ตัดสินใจสมัครทหารเกณฑ์ได้สิทธิพิเศษที่จูงใจอื่น มองว่าขั้นตอนการตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ล่าสุดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ออกมายอมรับก่อนหน้าว่าต้องเข้มงวด จึงต้องใช้เวลานานหน่อย ซึ่งรายชื่อ ครม.ชุดใหม่กว่าครึ่งน่าจะเป็นคนเดิม จึงคาดว่าน่าจะได้ ครม.ชุดใหม่ ไม่เกิน วันที่ 9เม.ย.นี้ ในส่วนของพรรค พปชร.เมื่อได้รับการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาล เนื่องจากมีการแถลงร่วมกันกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นไปแล้ว จะได้รับจัดสรรในตำแหน่งไหน ต้องรอการแจ้งมาอีกครั้งหนึ่ง

พท.เชื่อรมต.ผ่านด่านหิน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงรายชื่อโควต้ารัฐมนตรี 8 คนของพรรคเพื่อไทยที่ส่งให้พรรคภูมิใจไทย บางคนอาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติที่มีคดีถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งข้อกล่าวหา ว่า คิดว่ารายชื่อที่ส่งไปไม่น่าจะมีปัญหา แต่คงต้องรอความชัดเจนจากการประชุมสัมมนาพรรคในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค น่าจะมีการแจ้งให้ทราบถึงรายชื่อผู้ได้เป็นรัฐมนตรี ตอนนี้หลายคนยังสับสนอยู่ว่าอันไหนจริงหรือปลอม

ผู้สื่อข่าวถามว่ารายชื่อ ครม.ที่พรรคเพื่อไทยส่งไปอาจมีปัญหาในส่วน น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องจากถูกดีเอสไอเรียกไปรับทราบข้อหาคดีบุกรุกที่ดินรัฐหาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ไม่แน่ใจจะมีปัญหากระทบต่อการรับตำแหน่งหรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่เป็นปัญหา ถ้ามีปัญหาจริงก็เชื่อว่าอาจส่งชื่อคนในเครือข่ายมาดำรงตำแหน่งแทน ทุกอย่างเป็นไปได้หมด

เมื่อถามว่า ความรู้สึก ส.ส.ส่วนใหญ่รับได้กับรายชื่อ ครม.ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า มีหลายฝ่าย ต่างคนก็คิดกันไปคนละทาง การที่มีคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะพอใจหรือไม่พอใจในรายชื่อที่ออกมาถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง สุดท้ายทุกคนต้องเคารพมติพรรค ไม่น่าจะมีแรงกระเพื่อมใดๆ เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่กลุ่มนิวเจนในพรรคเพื่อไทยได้โควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีรอบนี้หลายคน นายวิสุทธิ์กล่าวว่า อาจเป็นเพราะมีความสามารถมาก คนเก่าๆ อาจมือไม่ถึง ขึ้นอยู่กับมติพรรคจะเห็นอย่างไร ไม่มีปัญหา