วันเกิดสุดอบอุ่น ‘ติ๊ก กัญญารัตน์’ ถวายผ้าไตร สังฆทาน พระ 51 รูป เณร 255 รูป

15 กันยายน 2569 เวลา 15:31 น.

นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคลอันประเสริฐเมื่อ“ติ๊กกัญญารัตน์จิรรัชชกิจ”ผู้จัดฯคนสวยมากความสามารถแห่งค่าย NorthStar Entertainment ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดในการนี้ได้รับเมตตาธรรมจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) เมตตารับถวายไทยธรรมและเป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลความเจริญรุ่งเรืองและเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตและการทำงาน

ภายในงานมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายผ้าไตรสังฆทานและภัตตาหารเพลแด่พระผู้ใหญ่จำนวน 51 รูปพระเณรจำนวน 255 รูปท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความอบอุ่นโดยมีเหล่านักแสดงนำจากซีรีส์ Girl Love “Third Person ถ้อยรัก…คำลวง” อาทิกานต์ณัฐชา, มีมี่ภาพัชร, พิกเล็ทชาราภา, บีมจิรัชญา, ชมพูชุติมณฑน์, พลอยเอวรินทร์, เมขเมขลาและบูมฐานัตถ์พร้อมด้วยนักแสดงในสังกัดอาทิเรเน่เวโรนิก้าปากาโน, เฟมพัชร์สิตาและแป้งสหัสยาตลอดจนครอบครัวและเพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการเดินทางมาร่วมทำบุญและอวยพรวันเกิดกันอย่างพร้อมหน้า

สำหรับพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นวันดีๆของผู้จัดฯคนเก่งเท่านั้นแต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นความรักและความผูกพันระหว่างติ๊กกัญญารัตน์เหล่าศิลปินนักแสดงในสังกัด NorthStar Entertainment และกัลยาณมิตรทุกคนที่มาร่วมส่งมอบพลังบวกคำอวยพรและกำลังใจให้อย่างอบอุ่นนำมาซึ่งความสมัครสมานสามัคคีและสร้างขวัญกำลังใจในการขับเคลื่อนผลงานคุณภาพสู่วงการบันเทิงต่อไป

เปิดใจ 2 นักแสดง ‘แต้ว–เคน’ เกือบ 10 ปี คืนจอ ยอมรับตื่นเต้น ทำการบ้านหนัก

15 กันยายน 2569 เวลา 15:11 น.

กลับมาปลุกตำนาน “เจ้าแม่นาคี”  อีกครั้ง สำหรับ “แต้ว–ณฐพร พรประภา” กับบทบาทครั้งสำคัญในภาพยนตร์มหากาพย์ฟอร์มยักษ์ “นาคี 3 ครุฑา นาคี” (The Cursed War) จาก MONO ORIGINAL โดยผู้กำกับมากฝีมือ “อ๊อฟ–พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” พร้อมการกลับมาประกบคู่กันอีกครั้งของ “แต้ว ณฐพร” และ “เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค” กับ “นาคี” ในรอบเกือบ 10 ปี ท่ามกลางเรื่องราวบทใหม่ที่พาผู้ชมก้าวเข้าสู่มหากาพย์สงครามระหว่าง “ครุฑ” และ “นาค” สองเผ่าพันธุ์ที่ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

ซึ่งการกลับมาของ “นาคี 3 ครุฑานาคี” ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการสานต่อตำนานเดิมแต่เป็นการเปิดปฐมบทใหม่ของจักรวาลนาคีมาชวนรู้ 3 เรื่องที่จะทำให้การรับชมครั้งนี้น่าติดตามยิ่งขึ้น

เริ่มจากเรื่องราวที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องดู “นาคี” ภาค 1 และ 2 มาก่อนก็สามารถติดตามเรื่องราวได้ต่อด้วยการเปิดฉากมหาสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์ครั้งแรกในจักรวาลนาคีซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเรื่องและอีกหนึ่งความพิเศษคือการยกระดับงานภาพด้วย CG ที่จัดเต็มยิ่งกว่าครั้งไหนๆโดยได้ “Fatcat Studios” ทีมงาน CG แถวหน้าของไทยมาร่วมสร้างสรรค์โลกของครุฑและนาคให้ปรากฏขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บนจอภาพยนตร์

ขณะที่การกลับมาพบกันอีกครั้งของ “แต้วณฐพร”และ“เคนภูภูมิ” ก็เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้

โดย “เคนภูภูมิ” เผยถึงการกลับมาร่วมงานกับ“แต้วณฐพร” อีกครั้งว่า “รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้กลับมาทำงานร่วมกันพร้อมยอมรับว่ารู้สึกอุ่นใจเพราะแต้วเป็นนักแสดงที่มีฝีมือและมีประสบการณ์อยู่แล้วอีกทั้งยังได้กลับมาร่วมงานกับทีมงานที่คุ้นเคยทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นส่วนการทำความเข้าใจตัวละครครั้งนี้ได้รับคำแนะนำจาก “พี่อ๊อฟ” ที่ช่วยถ่ายทอดมุมมองและรายละเอียดของตัวละครทำให้สามารถเข้าถึงบทบาทได้ดียิ่งขึ้น”

ขณะที่ “แต้วณฐพร” เผยว่า “การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายเพราะทุกฉากมีรายละเอียดและความหนักหน่วงจึงต้องเตรียมตัวและทำการบ้านอย่างหนักยิ่งการกลับมารับบท “เจ้าแม่นาคี” ในครั้งนี้ยอมรับว่าแตกต่างจากบทบาทที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงเพราะครั้งนี้ตัวละครไม่ได้เป็นเพียงนางพญาแต่ยังเป็น “สัญลักษณ์ของการต่อสู้กับโชคชะตา” ต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งและการตัดสินใจครั้งสำคัญซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้เห็นอีกหลายมิติของตัวละครและสัมผัส “เจ้าแม่นาคี” ในมุมที่แตกต่างออกไปจากภาพจำเดิม” 

นอกจากนั้น “นาคี 3 ครุฑานาคี” ที่จะเข้าโรงภาพยนตร์วันที่ 22 ตุลาคมนี้ยังเตรียมฉายบนจอยักษ์ IMAX ในสัดส่วนภาพ 1.90:1 ซึ่งเป็นสัดส่วนภาพพิเศษสำหรับ IMAX พร้อมระบบเสียง 12-CHANNEL SOUND อีกด้วย

‘บัลลังก์หมอลำ’ ระเบิดความม่วน ! 2 วัน 2 โชว์ใหญ่’นกน้อย อุไรพร-บอย ศิริชัย’ร่วมค้นหาหนุ่มเสียงดี ลุ้นไปต่อสู่ ‘หมอลำบอยกรุ๊ป’

15 กันยายน 2569 เวลา 14:25 น.

จัดเต็มความม่วนแบบไม่พัก ! “บัลลังก์หมอลำ” สัปดาห์นี้พบโชว์พิเศษจาก “แม่นกน้อย อุไรพร” ราชินีหมอลำตลอดกาล และ“บอย ศิริชัย” หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย พร้อม “แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง” ร่วมเสริมทัพกรรมการ “สุนารี-เบิ้ล-แบงค์” จับตา 6 หนุ่มผู้มีความฝัน ลุ้นใครจะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ความม่วนกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับรายการ บัลลังก์หมอลำ  ที่สัปดาห์นี้จัดเต็ม 2 วัน 2 โชว์ใหญ่ เปิดเวทีต้อนรับ2 ศิลปินระดับแถวหน้าของวงการหมอลำ  คุณแม่นกน้อย อุไรพร  ราชินีหมอลำตลอดกาล และเป็นผู้นำคณะหมอลำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคณะหนึ่งของประเทศไทย โดยเป็นทั้งครู เป็นทั้งแม่ และเป็นศิลปิน ขวัญใจมหาชน ที่อยู่ในหัวใจคนไทยทั้งประเทศ.และบอย ศิริชัย หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย พร้อมด้วย แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง  (บุญช่วง ดาเหลา)  ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง  และปรมาจารย์ผู้สืบสานและถ่ายทอดศาสตร์แห่งกลอน มาร่วมทำหน้าที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  2 วันเต็ม ๆในสัปดาห์นี้ ร่วมเติมความเข้มข้นในการค้นหาหนุ่มมากความสามารถ ความถูกต้องของทำนองและกลอนลำ บอกเลยว่าแม่ครูตรวจละเอียดไม่มีพลาดแน่นอนนำทีมโดยพิธีกรสุดหล่อ ยูโร ยศวรรธน์ พร้อม  3 กรรมการประจำรายการ  สุนารี ราชสีมา, เบิ้ล ปทุมราช, แบงค์-รัฐวิชญ์ อนันต์พรสิริ ที่พร้อมจับตาทั้งเสียงร้อง ท่วงทำนอง และลีลาการแสดง เพื่อเฟ้นหาหนุ่มมากความสามารถที่จะได้ไปต่อบนเส้นทาง “หมอลำบอยกรุ๊ป”

 เริ่มความม่วน พฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พบโชว์พิเศษจาก คุณแม่นกน้อย อุไรพร  ราชินีหมอลำตลอดกาล  ส่วนผู้เข้าแข่งขันบอกเลยว่า 3 หนุ่มวันนี้โชว์สนุกเข้มข้นมาก เริ่มที่  เปียว-เอกราช จากจ.ขอนแก่น อดีตนักกีฬาที่ค้นพบจุดเปลี่ยน ช่วงโควิด หลังติดตามชมวงหมอลำ LIVE จนเกิดความฝันอยากเป็นศิลปิน ด้าน แทน-ถิรวัฒน์ จากจ.ขอนแก่น  หนุ่มผู้เดินตามฝันอยากเป็นศิลปิน เคยทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมถึงมีโอกาสแสดงความสามารถด้านการร้องหมอลำในต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ ครั้งนี้จึงกลับมาพิสูจน์ศักยภาพอีกครั้งบนเวที “บัลลังก์หมอลำ”   ปิดท้ายด้วย พิวเตอร์-พัชรพล จากจ.อุดรธานี ที่ขอใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่พิสูจน์ตัวเองพร้อมความตั้งใจอยากสืบสานวัฒนธรรมหมอลำในฐานะลูกอีสาน ให้หมอลำยังคงอยู่ งานนี้ทั้ง 3 หนุ่มจะสามารถโชว์ศักยภาพจนเข้าตากรรมการได้หรือไม่ ต้องรอลุ้นกัน

ต่อเนื่อง วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พบโชว์สนุก ๆ จาก บอย ศิริชัย หัวหน้าคณะหมอลำใจเกินร้อย ส่วน 3 ผู้เข้าแข่งขันวันนี้ แต่ละคนมีความฝันและตั้งใจกันสุด ๆ เริ่มที่  รพไทย  ถวิลวงษ์ จากจ.ขอนแก่น  หนุ่มที่ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย และมาร่วมแข่งขันครั้งนี้เพื่อทำตามความฝันของคุณยายที่อยากเห็นเขาออกทีวี ต่อด้วย อาร์ท-วงศกร  จากจ.บุรีรัมย์ ผู้รักการร้องเพลงตั้งแต่เด็กตามรอยคุณพ่อที่เป็นนักร้อง และอยากใช้เวทีนี้เป็นโอกาสพิสูจน์ตัวเองในรายการประกวดใหญ่   ปิดท้ายด้วยหนุ่มน้อยวัย 16 ปี  กร-ธนากร  จากจ.ขอนแก่น  ที่ตั้งใจมาหาประสบการณ์บนเวที  เพราะยังไม่เคยออกทีวี พร้อมความฝันอยากพิสูจน์ความสามารถ สร้างฐานแฟนเพลง และทำให้ครอบครัวได้เห็นตัวเองผ่านหน้าจอ

6 หนุ่ม 6 ความฝัน สัปดาห์นี้ใครจะสามารถคว้าใจกรรมการและคว้าสิทธิ์ไปต่อบนเส้นทาง “หมอลำบอยกรุ๊ป” ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้พวกเขาไปพร้อมกัน

ติดตามความม่วนแบบเต็มเวทีใน รายการ “บัลลังก์หมอลำ” วันพฤหัสบดีที่ 17 และวันศุกร์ที่ 18 กันยายน เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35  พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการได้ที่  Facebook: บัลลังก์หมอลำ  

เตรียมพบกับ ‘กงยู’ อบอุ่น สุดใกล้ชิด กับเรื่องราวตลอดเส้นทางกว่า 20 ปี 10 ตุลาคมนี้ ที่กรุงเทพฯ

15 กันยายน 2569 เวลา 13:28 น.

สิ้นสุดการรอคอยของแฟนๆ ชาวไทย! เมื่อ “Gong Yoo (กงยู)” นักแสดงเกาหลีชื่อดังระดับโลก เตรียมเดินทางมาพบกับแฟนๆ ชาวไทยอย่างเป็นทางการ ในงาน “2026 GONG YOO ASIA FANMEETING TOUR〈THE LONG TAKE〉IN BANGKOK” จัดโดย กลุ่มธนบุรี และเหล่าพันธมิตรผู้สนับสนุน ชวนทุกคนมาร่วมเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุข และบันทึกความทรงจำครั้งสำคัญไปพร้อมกับ Gong Yoo ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ วัน แบงค็อก ฟอรัม (ONE BANGKOK FORUM)

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “THE LONG TAKE” ที่เปรียบเสมือนการบันทึกเรื่องราวตลอดเส้นทางกว่า 20 ปีของ Gong Yoo ในวงการบันเทิง ผ่านบทบาทและผลงานมากมายที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลก โดยชื่อของงานยังสะท้อนถึงช่วงเวลาต่างๆ ที่ถูกบันทึกและเก็บไว้ในความทรงจำ ก่อนจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวบทใหม่ที่ Gong Yoo และแฟนๆ ชาวไทยจะได้ร่วมสร้างไปด้วยกัน

สำหรับแฟนคลับชาวไทย การมาเยือนครั้งนี้ของ Gong Yoo จึงไม่ใช่เพียงการพบกันบนเวที แต่เป็นช่วงเวลาที่หลายคนเฝ้ารอ ภายในงานเตรียมพบกับบรรยากาศที่อบอุ่น ใกล้ชิด และเป็นกันเอง พร้อมโมเมนต์สุดพิเศษที่จะทำให้ค่ำคืนแห่งการพบกันครั้งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่น่าจดจำ เตรียมพบกับค่ำคืนแห่งความสุข รอยยิ้ม และความประทับใจ ในงานแฟนมีตติ้งขนาดใหญ่ 4,500 ที่นั่ง พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับแฟนๆ ในแต่ละประเภทบัตร

โดยบัตรเข้าชมมีทั้งหมด 6 ราคา ได้แก่ 2,900 / 3,900 / 4,900 / 5,900 / 6,200 และ 6,700 บาท โดยบัตรราคา 6,700 บาท และ 6,200 บาท มาพร้อมสิทธิประโยชน์สุดพิเศษทุกที่นั่ง อาทิ Hi-Bye, Polaroid, Photo Card และ Poster พร้อม Digital Signature จาก Gong Yoo พร้อมลุ้นรับสิทธิ์ถ่ายภาพร่วมกับศิลปินแบบ Group Photo 

ทั้งหมดนี้จัดเตรียมขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณจาก Gong Yoo ถึงแฟนๆ ที่ได้ให้การสนับสนุนและติดตามผลงานของเขามาโดยตลอด ทั้งนี้เหล่าแฟนๆ สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับงาน รวมถึงข่าวสาร กิจกรรมพิเศษ เซอร์ไพรส์ต่างๆ และ สิทธิประโยชน์พิเศษของบัตรแต่ละประเภท ผ่านทาง Facebook: Benz Thonburi Group และ The DND 

ข้อมูลการจัดงาน:

2026 GONG YOO ASIA FANMEETING TOUR〈THE LONG TAKE〉IN BANGKOK

•    จัดงานวันที่ 10 ตุลาคม 2569

•    วัน แบงค็อก ฟอรัม (ONE BANGKOK FORUM)

•    (Door Open) ประตูเปิด 17.00 น. | (Show Time) เริ่มการแสดง 18.00 น.

•    เปิดจำหน่ายบัตรสำหรับลูกค้าทั่วไป (General Sales) ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

ส.ว.วิวรรธน์ โอดคนดีอยู่ยาก ปัดเอี่ยวคดีฮั้ว ลั่นถูกใส่ร้าย งง กกต. เชื่อพยานคนเดียว

15 กันยายน 2569 เวลา 16:17 น.

‘วิวรรธน์’ ปัด ‘ฮั้ว สว.’ ยันถูกใส่ร้ายมีเส้นเงินลามโยงซื้อเสียงผู้สมัคร โอด ‘อนุฯไต่สวนชุด26’ เชื่อปากคำพยานปากเดียวใส่ร้าย เผย ‘กกต.’ ไม่เคยเรียกไปชี้แจง ยังงงโดนได้ไง น้อยใจประเทศนี้คนดีอยู่ยาก ยันทำประโยชน์มามาก แต่กลับถูกทำร้ายไร้เหตุผล ขอต่อสู้ในกระบวนการเต็มที่

วันที่ 15 กันยายน 2569 นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สมาชิกวุฒิสภา(สว.) 1ใน 26สว. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งเรื่องต่อศาลฎีกา ในคดีฮั้วสว. กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีฮั้วสว. ตนเป็นสว.เชียงใหม่ แต่ถูกพาดพิงมีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับนายวิเชียร ชัยสถาพร อดีตสว.ลำพูน ที่เป็นน้องชายของตน ที่พ้นตำแหน่ง สว. เพราะผิดเรื่องแจ้งเท็จคุณสมบัติผู้สมัครสว. แต่กกต.ไปจับโยงสำนวนคดีของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 โดยไปเชื่อมโยงคำให้การของพยานคนหนึ่งชื่อ “อาทร”ใส่ร้ายว่า ตนและน้องชายมีการจ่ายเงินให้พยานรายนี้ นำไปจ่ายให้ผู้สมัครสว.รายอื่นๆ เพื่อล็อบบี้คะแนนเลือกสว. อนุฯชุดที่26 พยายามเชื่อมโยงตนมีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับน้องชาย ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

“ถ้าน้องชายทำผิด ถามว่าพี่ชายต้องผิดด้วยหรือ เรื่องนี้พร้อมไปชี้แจงต่อศาลฎีกาว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นเงินใดๆในคดีนี้ แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่26 ไปเชื่อคำให้การของพยานแค่คนเดียวที่อ้างชื่อผม และที่ผ่านมากกต. ก็ไม่เคยเรียกไปชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องนี้ ก็ยังงงอยู่ว่ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร ดูแล้วเรื่องนี้เล่นการเมืองมากเกินไป รู้สึกน้อยใจที่คนดีอยู่ยากในประเทศนี้ ในฐานะประธานกมธ.พาณิชย์ วุฒิสภา ทำประโยชน์ให้ประเทศมากมาย ทำงานอย่างเต็มที่ เช่น แก้ปัญหาเรื่องนอมินีข้ามชาติ แต่กลับถูกทำร้ายโดยไม่มีเหตุผล พร้อมไปต่อสู้ชั้นศาลฎีกา มั่นใจว่า ศาลพร้อมให้ความยุติธรรม” นายวิวรรธน์ กล่าว

อนุทิน ส่งทนายฟ้อง เป๋า ไอ ลอว์ ปมพาดพิงฮั้ว สว. ย้ำไม่ได้เป็นการฟ้องเพื่อปิดปาก

15 กันยายน 2569 เวลา 16:01 น.

“นายกหนู” ส่งทนายฟ้อง “ เป๋า ไอ ลอว์ ” หมิ่น เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ทนายปัดไม่เกี่ยวกับมติกกต.ที่ไม่สั่งฟ้อง 20 กก.บห.ภูมิใจไทย – เนวิน ย้ำไม่ได้เป็นการฟ้องเพื่อปิดปาก ส่วนบุคคลอื่นอยู่ระหว่างพิจารณาของทีมกฎหมาย ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง14ธ.ค.เช้า

เวลา 14.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัสเซีย.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)มอบอำนาจให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมอบหมายให้นายสิทธิโชค สิงหเสนี ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือเป๋า ไอลอว์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณากรณีที่นายยิ่งชีพให้สัมภาษณ์ทำนองว่า พรรคภูมิใจไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.

นายสิทธิโชค เปิดเผยหลังการยื่นฟัอง ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้มอบอำนาจแต่งตั้งตนในฐานะทีมทนายความ ยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw กรณีเมื่อวันที่ 21 ก.ค.69นายยิ่งชีพให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา โดยพาดพิงไปถึงนายกรัฐมนตรี ทำนองว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องฮั้วสว.โดยคดีนี้ยื่นฟ้องในนามนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ในนามพรรคภูมิใจไทย โดยศาลรับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำอ2672/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 14 ธ.ค. นี้ เวลา 09.00 น.
นายสิทธิโชค ระบุว่า เหตุที่ต้องฟ้อง เนื่องจากนายยิ่งชีพให้ข้อเท็จจริงที่รัฐสภา โดยกล่าวถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องของนายกรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายนายกรัฐมนตรีเห็นว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง จึงต้องใช้สิทธิทางกฎหมายและขอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าข้อความดังกล่าวเป็นจริงหรือเท็จ รวมถึงพิจารณาเจตนาสุจริตหรือไม่
ส่วนกรณีที่การยื่นฟ้องเกิดขึ้นหลัง กกต. มีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา นั้นตนขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เนื่องจากทีมทนายจัดทำร่างฟ้องไว้ก่อนแล้ว เพียงรอว่านายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ดำเนินการเมื่อใด พร้อมย้ำว่าไม่ควรนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกันมาเชื่อมโยงกันโดยไม่มีข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น ส่วนจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายด้วยหรือไม่ ทนายความระบุว่า คดีนี้ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย และปฏิเสธว่าไม่ใช่การฟ้องเพื่อปิดปาก โดยมองว่าหากบุคคลใดถูกกล่าวหาในเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ก็มีสิทธิใช้กฎหมายปกป้องตนเองเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือประชาชนทั่วไป
ส่วนกรณีฝ่ายผู้ถูกฟ้องเตรียมนำพยานหลักฐานเกี่ยวกับประเด็น สว. มาแสดงต่อศาล นายสิทธิโชคขอไม่ให้ความเห็น เนื่องจากเกินหน้าที่ของตน โดยระบุว่า วันนี้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเฉพาะคดีหมิ่นประมาทเท่านั้น
สำหรับการไต่สวนมูลฟ้อง เบื้องต้นพยานหลักจะเป็นผู้รับมอบอำนาจและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยนายศุภชัย ใจสมุทร หัวหน้าทีมกฎหมาย จะต้องมาในกระบวนการดังกล่าว ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้มอบอำนาจแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าจะเดินทางมาด้วยตนเองหรือไม่
ส่วนจะมีการดำเนินคดีกับบุคคลอื่นหรือสส.ฝ่ายค้าน เพิ่มเติมหรือไม่ ทนายความระบุว่า วันนี้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเฉพาะนายยิ่งชีพเท่านั้น ขณะที่บุคคลอื่นจะดำเนินคดีหรือไม่ เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล และไม่สามารถตอบแทนกันได้

สำหรับการเจรจาไกล่เกลี่ย ทนายความระบุว่า เพิ่งเริ่มต้นกระบวนการในวันนี้ จึงต้องรอดูท่าทีของแต่ละฝ่ายก่อน

รัฐบาลเดินหน้า 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา สกัดจุดเสี่ยงทุจริต 24 หน่วยงานนำร่อง เห็นผลภายใน 6 เดือน

15 กันยายน 2569 เวลา 15:33 น.

15 กันยายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศพร้อมกับโจทย์สำคัญด้านการแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยประเทศไทยมีคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี พ.ศ.2568 ที่ 33 คะแนน ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนพบว่า ร้อยละ 89.1 เห็นว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก รัฐบาลจึงเร่งวางกลไกป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการติดตาม ป้องกัน และปราบปรามการรับสินบน

ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ มุ่งแก้ปัญหาความเสี่ยงต่อการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง โดยให้หน่วยงานของรัฐคัดเลือกงานบริการหรือกระบวนการทำงานที่มีความเสี่ยงสูงมาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและติดตามผลการดำเนินงาน

สำหรับระยะแรก กำหนด 24 หน่วยงานนำร่อง ให้คัดเลือก 1 – 5 งานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตมาดำเนินการ อาทิ การอนุมัติ อนุญาต การตรวจสอบ การจัดซื้อจัดจ้าง การจัดเก็บภาษี และการต่ออายุใบอนุญาต โดยวิเคราะห์จุดเสี่ยง กำหนดมาตรการป้องกัน และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ

หัวใจสำคัญของโครงการฯ คือ ปิดช่องว่างก่อนเกิดการทุจริต โดยให้หน่วยงานปรับกระบวนการทำงาน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ นำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้รับบริการ และเปิดให้ติดตามสถานะงานออนไลน์ ปรับปรุงกฎระเบียบและขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้ ตลอดจนพัฒนาระบบร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยเปิดให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหา

“รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง โดยมุ่งให้ การอนุมัติ อนุญาต และการให้บริการภาครัฐ ลดขั้นตอน ลดการใช้ดุลพินิจ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ หวังผลให้คะแนน CPI ปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย” นายเอกภพ กล่าว

อลงกต ยืดอกรับมติ กกต. ส่งฟ้องศาล 26 สว.เอี่ยวคดีฮั้ว ยันว่าไปตามกฎหมาย เผยปรับทุกข์ผูกมิตร-ให้กำลังใจกัน ไร้ปัญหาหากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

15 กันยายน 2569 เวลา 15:18 น.

“อลงกต”ยืดอกรับมติ”กกต.” ส่งฟ้องศาล 26 สว.เอี่ยวคดีฮั้ว ยันว่าไปตามกฎหมาย เผยปรับทุกข์ผูกมิตร-ให้กำลังใจกัน ไร้ปัญหาหากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ลั่นอายุ 62 แล้วผ่านอะไรมาเยอะ เฉยๆ แต่ไม่ใช่ไม่กลัว ขอยึดตามระเบียบกฎหมาย

15 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 1 ใน 26 สว.ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ในคดีฮั้ว สว.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ว่า ตนยอมรับผลการตัดสินของ กกต.ว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ไม่ได้มีอะไรมากมาย

เมื่อถามว่า จะมีกระบวนการต่อสู้อย่างไรในชั้นศาล นายอลงกต กล่าวว่า ย้ำว่าเป็นไปตามระเบียบของกฎหมาย ว่าไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เรายอมรับคำวินิจฉัยของ กกต.ให้เป็นไปตามกระบวนการของชั้นศาล

เมื่อถามว่า เสียกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายอลงกต กล่าวว่า เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ นายอลงกต กล่าวว่าไม่ใช่ความมั่นใจหรือไม่มั่นใจ ย้ำว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ระเบียบกฎหมายว่าไปอย่างไรก็ว่ากันตามนั้น ถ้า กกต.สั่งมาแล้ว ก็ต้องส่งไปยังศาลฎีกา

เมื่อถามว่า มีข้อสงสัยหรือไม่ในส่วนที่ กกต.สั่งฟ้อง สว.ที่ปฏิบัติหน้าที่ปัจจุบันเพียงแค่ 26 คน นายอลงกต กล่าวว่า เป็นไปตามหน้าที่ของ กกต. ตนยอมรับในการตัดสินของ กกต. จะส่งกี่คนก็เป็นเรื่องของ กกต. เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย

เมื่อถามว่า พร้อมเข้าไปชี้แจงหรือไม่ นายอลงกต ถามย้อนกลับว่า เป็นคุณจะละเมิดอำนาจศาลหรือ พร้อมระบุว่า เป็นไปไม่ได้ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากมีคำสั่งให้ตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ให้เป็นไปตามอำนาจของศาล ย้ำว่าตนไม่ได้เป็นผู้สูงศักดิ์ เราอยู่ใต้คำวินิจฉัยของ กกต.อยู่แล้ว ตนไม่ได้มีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ สว.ที่เหลือหรือไม่ นายอลงกต ย้ำว่า มีการปรับทุกข์ผูกมิตร พร้อมกล่าวว่า “คุณจะให้ผมหัวเราะเขาหรือ ก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน” ตนเป็นเพียง สว.ตัวเล็กๆ ไม่ได้เป็นประธานกรรมาธิการ (กมธ.) แล้ว

“สื่อลงข่าวให้เป็นนะ ว่าผมปฏิบัติตามกฎหมาย ยึดถือตามกฎหมายที่กำหนดไว้ และยอมรับการวินิจฉัยของ กกต.และต้องยอมรับสภาพว่า ต้องโดนดำเนินการส่งฟ้องศาลตามกระบวนการ” นายอลงกต กล่าว

เมื่อถามว่า คดีนี้เป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยหรือไม่ นายอลงกต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยมีม็อบไล่ที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่สำหรับเคสนั้น ตนฟ้องแกนนำม็อบกลับไปหมดแล้ว ชีวิตนี้ตนทั้งโดนสอบวินัย มีทั้งโดนม็อบไล่ แต่ทุกอย่างก็เคลียร์ เป็นไปตามกฎหมาย เราทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ย้ำว่า ตนไม่เคยพูดว่าตนอยู่เหนือกฎหมาย

“ถามว่าสะทกสะท้านมั้ย ผมไม่สะทกสะท้าน คือยอมรับคำตัดสินของ กกต.และปฏิบัติตามที่มีคำวินิจฉัย ถามว่าดีใจมั้ยเสียใจมั้ย เฉยๆ ชีวิตผมผ่านมาเยอะแล้ว อายุ 62 แล้ว เจออะไรมาเยอะ ถามว่าหนักมั้ย 62 แล้วก็เฉยๆ แต่เฉยๆ ไม่ได้หมายความว่าไม่กลัว แต่ว่าตามระเบียบกฎหมาย” นายอลงกต กล่าว

DSI จ่อขอสำนวน กกต. ลุยสอบคดี ฮั้ว สว.  ชี้ ‘เอกราช’พยานปากสำคัญ กลับคำ ส่อโดนข้อหาให้การความเท็จ

15 กันยายน 2569 เวลา 15:10 น.

‘DSI’ เตรียมถกอัยการลุยคดีฮั้ว สว. จ่อขอสำนวน กกต. เผย’เอกราช ช่างเหลา’พยานปากสำคัญ ส่อโดนข้อหาให้การความเท็จ

วันที่ ​15 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.67) หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจำนวน 77 ราย ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 (คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน) เตรียมทำหนังสือขอคำวินิจฉัยฉบับเต็มจาก กกต. ภายใน 60 วัน เพื่อนำมาประกอบสำนวน

​จากนั้น DSI จะนัดประชุมร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อกำหนดประเด็นสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษ อาทิ การรวมสำนวนผู้ต้องหา 8 รายแรกเข้ากับกลุ่มผู้ร่วมกระทำผิดอื่น และการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เนื่องจากอัยการมองว่าพฤติการณ์มีลักษณะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ทำกันเป็นกระบวนการเพื่อดึงอำนาจนิติบัญญัติโดยฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ จึงต้องสอบสวนให้สิ้นกระแสความและไม่สามารถสรุปสำนวนฟ้องเพียง 8 รายเดิมได้

​สำหรับประเด็นจำนวนผู้ถูกร้องเรียนคดีฮั้ว สว. ที่แท้จริงมีถึง 427 ราย ไม่ใช่ 229 รายตามที่คณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 26 สรุปตัวเลขแรกเริ่ม เนื่องจากมีการนำคำร้องคัดค้านในสำนวนอื่นมารวมพิจารณาด้วย

ส่วนกรณีที่ประธาน กกต. ตัดพยานรหัส 16 /26 หรือ นายเอกราช ช่างเหลา ออกจากสำนวน โดยอ้างว่าเคยต้องคำพิพากษาคดียักยอกทรัพย์ และมีการกลับคำให้การไปมาจนขาดความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ กกต.ไม่สามารถดำเนินคดีกับระดับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้นั้น ทางแหล่งข่าว DSI ระบุว่า นายเอกราชเคยให้ปากคำสอดคล้องกันทั้งในชั้น DSI ซึ่งมีอัยการร่วมฟัง และชั้นอนุกรรมการ กกต. แต่กลับส่งหนังสือขอแก้ไขคำให้การในภายหลัง ซึ่งพฤติการณ์กลับคำไปมาจนทำให้ผลคดีเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิงนี้ เข้าข่ายความผิดฐานให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งต้องจับตาดูว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีอาญากับนายเอกราชหรือไม่อย่างไร

​นอกจากนี้ แหล่งข่าวกระทรวงยุติธรรมยังโต้แย้งกรณีประธาน กกต. ระบุว่า กกต. ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่จะส่งทุกเรื่องให้ศาลโดยไม่กลั่นกรอง เพราะเกรงพยานไม่ยอมไปให้การในชั้นศาลนั้น แนวคิดดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะ กกต.มีหน้าที่ติดตามพยานเข้าสู่กระบวนการ ศาลจะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากพนักงานสอบสวนคดีอาญาทั่วไปใช้แนวเดียวกันนี้ ว่ากลัวพยานไม่มาศาล แล้วไม่นำคำให้ การเข้าสำนวน คดีอาญาคงไม่ต้องสั่งฟ้องใครเลย

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ ที่ได้มีการสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษก่อนหน้านี้ จำนวน 8 ราย เทียบกับรายชื่อซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติไต่สวนในคดีคดีฮั้วเลือก สว.67 โดยมีการวินิจฉัยส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จำนวน 77 ราย พบว่ามีจำนวน 6 ราย ที่ถูก กกต. ส่งดำเนินคดีด้วย ได้แก่ 1.น.ส.นิสิตา หมั่นชัย (เครือข่ายของพรรคภูมิใจไทย) 2.นายสุบิน ศักดา (นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช) 3.นายวรพจน์ ตั้งพันธุ์เพียร (ผู้บริหาร) 4.น.ส.อัจฉราพรรณ หอมรส (สมาชิกวุฒิสภาตัวจริง จังหวัดสุราษฎร์ธานี) 5.นายวงศกร ชนะกิจ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย 6.น.ส.มาเรีย เผ่าประธาน (สมาชิกวุฒิสภาตัวจริง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)

อัจฉรพรรณ แจงแล้ว ภาพเพื่อนสมาชิกกอดในสภาฯ ทำเป็นปกติ เผย 26 สว.ยังไม่ได้คุยกัน ยันไม่รวมกลุ่มต่อสู้คดีฮั้ว

15 กันยายน 2569 เวลา 15:07 น.

15 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 1 ใน 26 สว.ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งคำฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ในคดีฮั้ว สว.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ว่า “ไม่กังวล” เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่าไม่มีมีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และเคยมีการชี้แจงกับ กกต.แล้วหรือไม่ น.ส.อัจฉรพรรณ กล่าวว่า “มีแล้วค่ะ” ก่อนบอกว่า “ขออนุญาตก่อน”

เมื่อถามว่า เมื่อช่วงเช้ามี สว.เดินเข้าไปก่อนเป็นการให้กำลังใจกันหรือไม่ น.ส.อัจฉรพรรณ กล่าวว่า “กอดกันทุกวันอยู่แล้ว” เมื่อถามว่า ใน 26 สว.ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ น.ส.อัจฉรพรรณ กล่าวว่า “ไม่ได้คุย แล้วแต่” เมื่อถามย้ำว่า จะแยกการต่อสู้คดีไม่รวมกลุ่มกันสู้คดีใช่หรือไม่ น.ส.อัจฉรพรรณ กล่าวว่า “ใช่ค่ะ”