6 ภาคี สสธวท ตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงพม. หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และสอดย. จัดอบรมโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ปีที่11

21 กันยายน 2569 เวลา 16:24 น.

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในราชินูปถัมภ์ (สสธวท) ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานอบรม “โครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน 6 ภาคี” ได้แก่ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในราชินูปถัมภ์ (สสธวท) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  หอการค้าไทย  สมาคมธนาคารไทย และสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี    เป็นปีที 11  อย่างต่อเนื่อง โดยมี วรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย  โกวิท ผกามาศ รองประธานกรรมการพัฒนาพัฒนาสังคม และcsrหอการค้าแห่งประเทศไทย   ฐิตินันท์ วัธนเวคิน ประธานดำเนินงานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ลัดดาวัลย์ จงวิศาล รองประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สอ.ดย.)   วัชรี ศรีตระกูล รองประธานดำเนินการโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ร่วมงาน

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในราชินูปถัมภ์ (สสธวท)

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในวันแรกของการอบรม มี ชยุต ปริญญาธนกุล เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อบรมหลักสูตร ก้าวสู่คัมภีร์พี่เลี้ยงการเงิน  ด้วยเนื้อหา : ทำไมต้องวางแผนการเงิน / ชี้เป้าหมายเป็น เห็นทางสว่าง / ติดอาวุธการเงิน /Happy Money สร้างง่าย ๆ ได้อย่างไร

ชนก จันทาทอง   ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

วันที่สอง นฤมล บุญสนอง เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อบรมต่อยอดความรู้การลงทุน หัวข้อ “อัปเดตเทรนด์ 2H2026 สร้างพอร์ตแกร่ง รับมือความผันผวน”เนื้อหา : ชีวิต คือการลงทุน / รู้จักตลาดและผลิตภัณฑ์การลงทุน / รู้จักตัวเอง รู้จักเลือกหลักทรัพย์ / ทิศทางการ ลงทุนตลาดหุ้น ช่วงครึ่งปีหลัง 2026 / ธีมการลงทุน (Thematic Investing) ที่น่าสนใจ  เน้นการสอนที่ไม่เครียด สร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน มีการร่วมมือ ปรบมือ และมีส่วนร่วมตลอดการบรรยาย มีผู้ร่วมรับฟัง ขณะเดียวกันก็ยังมีการเสวนาจากนายกองค์กรสมาชิก สสธวท ซึ่งในปีที่ผ่านมาทุกคนลุกขึ้นจัดโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ในแต่ละจังหวัด กว่า 16 องค์กรใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ ขยายผลกระจายไปในทุกหน่วยงานองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดของตนเองรวมทั้งทหารตำรวจในวันอบรมก็ได้เชิญแต่ละท่านมา เสนอผลการแนวคิดและผลลัพธ์จากการดำเนินการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมภายในงานในครั้งนี้  โดยมีผู้ร่วมเข้าร่วมงานอบรมจำนวนกว่า  200 คน  ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์สังเวียน  อินทรวิชัย   ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย รัชดาภิเษก

วัชรี ศรีตระกูล  รองประธานโครงการฯ, วรกฤต จารุวงศ์ภัค  ลขาธิการสมาคมธนาคารไทย , พนิดา  ชอบวณิชา ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ, โกวิท ผกามาศ รองประธานกรรมการพัฒนาพัฒนาสังคม และcsrหอการค้าแห่งประเทศไทย, ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย (สสธวท), ชนก จันทาทอง   ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จรรย์สมร วัธนเวคิน ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ, ฐิตินันท์ วัธนเวคิน ประธานดำเนินงานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน 6 ภาคี, พรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา และลัดดาวัลย์ จงวิศาล รองประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

มอบรางวัลเกียรติคุณนำร่อง ให้กับ ผู้นำหน่วยงานที่เข้าอบรม และนายกสธวท ซึ่งในปีที่ผ่านมา จัดโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงินในแต่ละจังหวัดของตน

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล เปิดเผยว่า สำหรับปีนี้ ปัญหาหนี้สินและความมั่นคงทางการเงินยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของคนไทย ท่ามกลาง  ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของสังคม   การสร้างความมั่นคงทางการเงิน ไม่ใช่เพียงการช่วยแก้ปัญหาหนี้ แต่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้คนสามารถบริหารชีวิตและอนาคตของตนเองได้  และวันนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ ปีที่ 11 จึงเป็นจังหวะสำคัญของการรสร้างสังคมไทยที่มีวินัยทางการเงิน และร่วมกันก้าวไปสู่  “ประเทศแห่งความมั่นคงทางการเงินและ   ปลอดหนี้อย่างยั่งยืน”    โดยทางสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในราชินูปถัมภ์ (สสธวท) และ องค์กรสมาชิก24 จังหวัด ทั่วประเทศ ยังคงร่วมจัดงานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่องในปีต่อไป เพื่อขยายผลไปยังองค์กร และชุมชน ในวงกว้าง

ภาพรวมผู้นำองค์กร 6ภาคี ประธานที่ปรึกษา คณะกรรมการ ประธานดำเนินโครงการ วิทยากรพี่เลี้ยง และผู้ร่วมเข้าร่วม จำนวน 210 คน

20 ปี ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พลิกโฉมเวชศาสตร์นิวเคลียร์ไทย สืบสานพระปณิธานองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สู่ความเป็น “Frontier” แห่งบริการสุขภาพระดับสากล

21 กันยายน 2569 เวลา 16:14 น.

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ฉลองวาระครบรอบ 20 ปีแห่งการก่อตั้ง ตอกย้ำการเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์ระดับสูงของประเทศไทย ทั้งนี้ศูนย์แห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นจากรากฐานแห่งพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยทรงมุ่งหวังให้ศูนย์แห่งนี้เป็นที่พึ่งทางสุขภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคซับซ้อน เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ทันสมัยทัดเทียมระดับสากลได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องเดินทางไปรักษาตัวยังต่างประเทศ ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ได้ดำเนินงานตามแนวพระดำริจนก้าวสู่หมุดหมายสำคัญในการเป็น “Frontier” แห่งบริการสุขภาพ และผู้นำด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ของไทยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ผ่านความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมสำคัญ ได้แก่:

  1. ยกระดับมาตรฐานสู่ระดับโลก (EARL & QUANUM Accreditation) ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้รับการรับรองเป็นศูนย์ความเป็นเลิศระดับสากล ทั้งในด้านกระบวนการสร้างภาพจากเครื่อง PET/CT และ PET/MRI รวมถึงกระบวนการให้บริการ Theranostics (นวัตกรรมการบูรณาการสารเภสัชรังสีเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาโรคอย่างจำเพาะเจาะจง) ตามมาตรฐานสมาคมเวชศาสตร์นิวเคลียร์แห่งยุโรป นอกจากนี้ยังได้รับการตรวจรับรองคุณภาพระดับสากล QUANUM (Quality Management Audits in Nuclear Medicine Practices) โดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ขึ้นแท่นเป็นศูนย์ไซโคลตรอนที่มีมาตรฐานระดับสูงแห่งแรกของประเทศไทย
  2. นวัตกรรม “เทราโนสติกส์” (Theranostics): วินิจฉัยและรักษาแบบมุ่งเป้าในหนึ่งเดียว หนึ่งในก้าวสำคัญของศูนย์ฯ คือการพัฒนาไปสู่นวัตกรรม Theranostics (Therapeutics + Diagnostics) โดยฉีดสารเภสัชรังสีชนิดถ่ายภาพเพื่อค้นหาตำแหน่งเซลล์มะเร็งด้วยเพทสแกน จากนั้นจะใช้สารเภสัชรังสีที่มีโครงสร้างเคมีเหมือนเดิมทุกประการ แต่เปลี่ยนเป็นรังสีรักษาเพื่อเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ มุ่งเป้า และลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างได้อย่างเห็นได้ชัด
  3. ก้าวนำด้วยนวัตกรรมสารเภสัชรังสีมากกว่า 27 ชนิด เพื่อการรักษาและการวินิจฉัยที่แม่นยำ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ยกระดับการผลิตสารเภสัชรังสีได้มากกว่า 27 ชนิด ภายใต้มาตรฐานการผลิตยา GMP PIC/S และมาตรฐานการกระจายยา GDP PIC/S สำหรับใช้ภายในโรงพยาบาลและกระจายไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ อาทิ นวัตกรรมรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจาย: โดยได้ดำเนินการวิจัย พัฒนา และผลิตสารเภสัชรังสี ลูทิเที่ยม (Lu-177 PSMA) ได้เองภายในประเทศภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง โดยควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้สารเภสัชรังสีที่มีความปลอดภัยและจำเพาะเจาะจงสูงต่อเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาขั้นสูงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสารเภสัชรังสี ลูทิเที่ยม (Lu-177 PSMA) มุ่งเน้นสำหรับดูแลผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจายที่ดื้อต่อฮอร์โมน ซึ่งผลการรักษาพบผู้ป่วยตอบสนองชัดเจนมากกว่า 50% และยืดระยะเวลารอดชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 18 เดือน นอกจากนี้ ยังได้เปิด Clinical Trial การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจายด้วยแอกติเนียม (Ac-225 PSMA) ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งยกระดับความแม่นยำในการวินิจฉัย โดยพัฒนาการตรวจมะเร็งแพร่กระจายไปกระดูกด้วย F-18 NaF PET/CT ที่ลดเวลาเข้ารับบริการเหลือเพียง 1 ชั่วโมง (ถ่ายภาพ 10 นาที) พร้อมให้ภาพคมชัดสูง และนวัตกรรม O-15 Water PET นวัตกรรมการตรวจประเมินภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบแบบไม่รุกล้ำและไม่ต้องฉีดสารทึบรังสีโดยไม่จำเป็น ตลอดจนการพัฒนาสารเภสัชรังสี F-18 NOTA-Octreotide เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยเนื้องอกต่อมไร้ท่อ
  4. ก้าวสำคัญสู่นวัตกรรมการแพทย์สมองเสื่อม รองรับสังคมผู้สูงอายุ ต่อยอดความเชี่ยวชาญการผลิตสารเภสัชรังสีระยะยาว จากประสบการณ์อันยาวนานและความพร้อมของห้องปฏิบัติการในการวิจัยและผลิตสารเภสัชรังสีสมรรถนะสูงของศูนย์ฯ สู่ความพร้อมในการรองรับโจทย์ความท้าทายด้านสุขภาพของผู้สูงอายุไทย สำหรับการเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดการผลิตสารเภสัชรังสีที่ใช้จำเพาะเจาะจงสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์คัดกรองการวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์และพร้อมรองรับการรักษาโดยใช้ยาแอนตี้อะไมลอยด์ (Anti-Amyloid therapy) อย่างเต็มรูปแบบ และการให้บริการชุดตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของสมองที่ครอบคลุมความผิดปกติทางประสาทพยาธิวิทยา เพื่อให้การวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมชนิดอื่นๆ ด้วยความแม่นยำสูง อาทิ ตรวจการทำงานและเมตาบอลิซึมของสมอง (P9013 18F FDG PET brain) ตรวจหาคราบโปรตีนอะไมลอยด์ (P9014 18F FBB PET brain) ตรวจหาโปรตีนทาวในกลุ่มโรคสมองเสื่อม (P9017 18F PI2620 PET brain) และ ตรวจประเมินสารสื่อประสาทโดปามีนในสมอง (P9018 18F FDOPA PET brain) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยยาที่ตรงจุดเพื่อชะลอความรุนแรงของโรค
  5. ผู้นำเทคโนโลยี PET/MRI และ PET/CT แห่งแรกในประเทศไทย ยกระดับการตรวจวินิจฉัยโรคซับซ้อนด้วยการผสานพลังระหว่างเวชศาสตร์นิวเคลียร์ระดับโมเลกุลกับภาพถ่ายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) คมชัดสูง ช่วยให้แพทย์ประเมินรอยโรคในระบบประสาท สมอง มะเร็งศีรษะและลำคอ มะเร็งตับ และมะเร็งอุ้งเชิงกรานได้อย่างจำเพาะเจาะจง พร้อมลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับลงอย่างมีนัยสำคัญ
  6. วิสัยทัศน์สู่อนาคต มุ่งสู่ R&D Frontier ปี 2570 ตั้งเป้าหมายในการคิดค้นและผลิตสารเภสัชรังสีชนิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 ชนิดภายในปี 2570 เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างการพึ่งพาตนเองด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ระดับชาติ พร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโรคสมองเสื่อมอย่างเต็มรูปแบบ รองรับการดูแลสุขภาพของคนไทยในยุคสังคมผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน

ในวาระครบรอบ 20 ปี ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้พิสูจน์ถึงศักยภาพการเป็นศูนย์ความเป็นเลิศที่บูรณาการนวัตกรรมด้านภาพวินิจฉัยและการรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์แบบครบวงจร ทั้งการยกระดับมาตรฐานสากล EARL และ QUANUM การคิดค้นนวัตกรรม “Theranostics” ตรวจวินิจฉัยและรักษาแบบมุ่งเป้าในหนึ่งเดียว ตลอดจนความสามารถในการผลิตสารเภสัชรังสีคุณภาพสูงตามมาตรฐาน GMP/GDP PIC/S มากกว่า 27 ชนิด กระจายให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศเพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ ด้วยความพร้อมในการเปิดให้บริการทุกวันเพื่อลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วย และรองรับการส่งต่อจากโรงพยาบาลทั่วประเทศ สำหรับผู้ป่วยสามารถนัดหมายผ่านทาง LINE @petscanchulabhorn หรือโทรนัดหมายที่เบอร์ 096-091-8369 ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสนองพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงวางรากฐานการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ขั้นสูง เพื่อนำวิทยาการที่มีราคาแพงมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และส่งต่อโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดให้แก่ประชาชนคนไทยทุกระดับอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

โลกมายายังงดงาม! ‘ชาตรี อิน คอนเสิร์ต โลกมายา’ ปิดประวัติศาสตร์ความประทับใจหน้าใหม่ รวมตัว 5 สมาชิกในตำนาน

22 กันยายน 2569 เวลา 12:30 น.

ผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความทรงจำ สำหรับปรากฏการณ์ทางดนตรีที่แฟนเพลงรอคอยใน “ชาตรี อิน คอนเสิร์ต โลกมายา” ณ ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดย บริษัท Snack Box Showbiz โดยงานนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญที่สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้แก่แฟนเพลงยุคแผ่นเสียงได้อย่างล้นหลาม

บรรยากาศภายในคอนเสิร์ตอัดแน่นด้วยความประทับใจยาวนานเกือบ 5 ชั่วโมง เปิดฉากสุดล้ำด้วย VTR ภาพ AI จำลองสมาชิกวง “ชาตรี” ทั้ง 5 คนในวัยหนุ่มมาพบกับตัวจริงในยุคปัจจุบัน ก่อนที่ 4 สมาชิกออริจินัล นำโดย พี่แดง (นราธิป กาญจนวัฒน์), พี่ป้อม (คทาวุธ สท้านไตรภพ), พี่ยุ่น (ประยูร เมธีธรรมนาถ) และ พี่ปุ้ย (อนุสรณ์ คำเกษม) จะปรากฏตัวในชุดสูทขาวงามสง่า ขับกล่อมบทเพลง “โลกมายา” และ “ชีวิตใหม่” เรียกเสียงปรบมือต้อนรับสนั่นฮอลล์

เติมความคึกคักด้วยเสียงนุ่มๆ ของ ดีเจโจ้ เฉลิมศักดิ์ อังศุพันธุ์ ที่มารับหน้าที่ดีเจเฉพาะกิจดำเนินรายการ “หรรษาชาตรี” พาแฟนเพลงย้อนวันวานผ่านการตอบจดหมาย และนำเข้าสู่ช่วงบทเพลงฮิตที่พี่ๆ วงชาตรียกขบวนมาเสิร์ฟแบบจัดเต็มร่วม 50 เพลง อาทิ จากไปลอนดอน, แฟนฉัน, สู่เรือนรัก, รักครั้งแรก, คือความรัก, สักขีเจ้าพระยา รวมถึงเพลงสร้างรอยยิ้มอย่าง ตี๋เฉินหลง ที่พี่ยุ่นโชว์ลีลามวยจีนพร้อมมินิฮาร์ทและแจกเมล็ดผักให้แฟนๆ นำกลับไปปลูกเป็นกิมมิคน่ารักๆ

นอกจากนี้ยังเติมเต็มด้วยแขกรับเชิญคนพิเศษ “พี่เหมา” ประเทือง อุดมกิจนุภาพ ซุปเปอร์วีไอพีที่มาถ่ายทอดเพลง อ้อนรัก พายุรัก รวมถึงเพลงฮิต สัญญาใจ พร้อมเล่าเบื้องหลังของบทเพลงนี้ที่พี่แดง นราธิป ตั้งใจแต่งเพื่อมอบให้แด่ความรักสุดโรแมนติกของพี่เหมาโดยเฉพาะ ต่อด้วยแขกรับเชิญคนถัดมา ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ที่มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงอันคุ้นเคย หากจะรัก และ อย่าลืมฉัน ที่เคยร้องไว้ในอัลบั้ม Touch my life และการปรากฏตัวครั้งแรกของ คุณไก่ “วันทนา วุฒากร” แฟนเพลงผู้เคยฝากฝีมือการแต่งเนื้อร้องเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง ยากยิ่งนัก, รักครั้งแรก, บทเรียนรัก, ไร้คู่, รักไม่เป็น, รักต้องตอบด้วยรัก ฯลฯ ตั้งแต่วัยเพียง 14-15 ปี พร้อมด้วยโมเมนต์สุดอบอุ่นกับการเซอร์ไพรส์เค้กวันเกิดย้อนหลังให้แก่ พี่แดง นราธิป ท่ามกลางความยินดีของเพื่อนสมาชิกและแฟนเพลงทั้งฮอลล์

ปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม กับการแจกลายเซ็นอย่างใกล้ชิดจากสมาชิกวงชาตรี ส่งสัญญาณความหวังให้แฟนๆ ได้ตั้งตารอการกลับมาพบกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาทั้ง 5 คนอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

#ชาตรีอินคอนเสิร์ตโลกมายา #snackboxshowbiz #แฟชั่นไอส์แลนด์ #วงชาตรี

5 หนังสั้นคว้ารางวัลVIPA Pitching Project 2026 สะท้อนพลังคนธรรมดาผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่ ดูฟรีที่ VIPA.me

22 กันยายน 2569 เวลา 12:33 น.

ไทยพีบีเอส โดย VIPA ประกาศผล VIPA Pitching Project 2026 หนังสั้น “BOSS ROOM ห้องของบอส” คว้ารางวัลชนะเลิศ สะท้อนพลังการเล่าเรื่องของคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “The Power of Human: Behind the Scenes เบื้องหลัง…พลังคนธรรมดา” พร้อมต่อยอดผลงานสู่การเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม VIPA และโอกาสร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับไทยพีบีเอสในอนาคต

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย VIPA ประกาศผล VIPA Pitching Project 2026 เวทีพัฒนานักสร้างสรรค์รุ่นใหม่อายุ 18–23 ปี โดยมี 5 ผลงานจาก 20 ทีมรอบสุดท้ายคว้ารางวัล จากการนำเสนอเรื่องราวของผู้คนและสิ่งรอบตัวผ่านมุมมองที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “The Power of Human: Behind the Scenes เบื้องหลัง…พลังคนธรรมดา” ณ คอนเวนชันฮอลล์ ชั้น 2 อาคาร D ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “BOSS ROOM ห้องของบอส” โดยทีม FYPT รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “Signals from home: สัญญาณจากบ้าน” โดยทีม Pekara Media รับเงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “The Silent Harmony สดับ(ลับ)ฟัง” โดยทีมนิรนาม รับเงินรางวัล 10,000 บาท

ส่วนรางวัลพลังเรื่องเล่าเพื่อสังคม (Jury Prize for Social Impact) ได้แก่ “Eyes are not the Window” โดยทีมเวิร์คฮาร์ทมอสลีป รับเงินรางวัล 7,000 บาท และรางวัล Popular Vote ได้แก่ “LEFT TO BURN ลมหายใจที่ถูกลืม” โดยทีม Behind the Scenes รับเงินรางวัล 7,000 บาท โดยทั้ง 5 รางวัลได้รับโล่และประกาศนียบัตร

โครงการ VIPA Pitching Project 2026 ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ มีผู้สมัคร 68 ทีม ก่อนคัดเลือกเหลือ 20 ทีมเข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลงาน ผ่าน Workshop ด้านการพัฒนาเรื่อง การเล่าเรื่อง การผลิต และการตัดต่อ รวม 9 วัน ก่อนนำความรู้และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไปสร้างสรรค์เป็นภาพยนตร์สั้นและสารคดีเชิงภาพยนตร์ ความยาว 10–15 นาที

นางรัตนากร ทองสำราญ ประธานกรรมการพิจารณาผลงานการดำเนินโครงการที่ขอรับทุนจาก กทปส. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นเสมือน “สนามฝึกฝีมือ” ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองทำงานและเรียนรู้จากการลงมือทำจริง พร้อมชื่นชมทั้ง 20 ทีมที่ผ่านกระบวนการพัฒนาผลงานและสามารถนำเสนอเรื่องราวผ่านมุมมองและวิธีการเล่าที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญในการต่อยอดสู่การทำงานด้านภาพยนตร์และสื่อในอนาคต

นางสาวปภาภรณ์ เฉลิมวนิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า ปีนี้โครงการมุ่งเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ โดยสิ่งที่น่าชื่นชมคือผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นเรื่องราวจากสิ่งที่อยู่รอบตัว และนำ “ความธรรมดา” มาถ่ายทอดในแบบที่ไม่ธรรมดา ผ่านมุมมองและวิธีการเล่าเรื่องของตัวเอง สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของคนรุ่นใหม่

ด้านนางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส กล่าวว่า VIPA Pitching Project จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยไม่ได้มุ่งเพียงการประกวด แต่ต้องการสร้างพื้นที่ให้นักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ได้มีผลงานจริงและพบผู้ชม โดยผลงานของทั้ง 20 ทีมจะมีโอกาสเผยแพร่ผ่าน VIPA แพลตฟอร์ม OTT ของไทยพีบีเอส และผลงานที่มีศักยภาพยังมีโอกาสได้รับการพิจารณาเพื่อต่อยอดและเผยแพร่ทางไทยพีบีเอสต่อไป

สำหรับการพิจารณาผลงานรอบชิงชนะเลิศ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ได้แก่ นางรัตนากร ทองสำราญ, นายธนพล เลิศธนาผล Executive Producer ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส (The Active), นายณพวัฒน์ ลิขิตวงศ์ นักออกแบบเสียงและนักผสมเสียง, นายสุรศักดิ์ ป้องศร ผู้บริหารบริษัท ไทบ้าน สตูดิโอ จำกัด และนายอรากร ฤกษ์เกษม Content Creator YouTube ช่อง Scoop Viewfinder โดยพิจารณาจากแนวคิดและประเด็นของเรื่อง ความน่าสนใจของเรื่องเล่า มุมมองและวิธีการนำเสนอ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงคุณภาพและศักยภาพในการสื่อสารกับผู้ชม

ทั้ง 5 ผลงานที่ได้รับรางวัลสะท้อนความหลากหลายของมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ และเป็นผลลัพธ์จากการเปิดพื้นที่ให้ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และสร้างผลงานจริง โดยผลงานของทั้ง 20 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายสามารถรับชมได้ทาง VIPA ที่ www.VIPA.me/PitchingProject2026

สำหรับการประกาศผล VIPA Pitching Project 2026 เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ VIPA International Film Festival 2026 (VIFF 2026) ภายใต้แนวคิด “FIRST” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–25 กันยายน 2569 ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมภาพยนตร์ นิทรรศการ และกิจกรรมต่าง ๆ ฟรี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.VIPA.me/VIFF2026

‘เอ-แป้ง’ ลุยอุบลฯ ตามหาของดี ‘หมูสวรรค์ เจ้เล็ก’เปิดเบื้องหลังสินค้าชุมชน พร้อมตะลุยชิมของอร่อยเมืองดอกบัวงาม

22 กันยายน 2569 เวลา 12:15 น.

“เอ-แป้ง” พาทัวร์อุบลฯ เจาะลึกเบื้องหลัง “หมูสวรรค์ เจ้เล็ก” ของดีจากวิสาหกิจชุมชน พร้อมตะลุยชิมเมนูเด็ดแบบฉบับคนพื้นถิ่น และพาเช็กอิน “วัดพระธาตุหนองบัว” ตามไปดูภารกิจครั้งนี้จะอิ่มอร่อยและได้ของดีติดมือกลับบ้านแค่ไหนใน “มิตรรักทั่วไทย”  27 กันยายนนี้ออกเดินทางตามหาของดีจากชุมชนทั่วไทยกันอีกครั้ง สำหรับพ่อเอ-ไชยา มิตรชัย และลูกแป้ง-ศรันฉัตร์  2 พิธีกรจากรายการ “มิตรรักทั่วไทย” ที่ครั้งนี้พาแฟน ๆ มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี เมืองดอกบัวงาม

เริ่มต้นทริป เอ-แป้ง พาไปเช็กอิน วัดพระธาตุหนองบัว วัดสำคัญของจังหวัด พร้อมชมความงดงามของ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ซึ่งจำลองแบบมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีพระพุทธเมตตาประจำอยู่ทั้ง 4 ทิศ ก่อนพาไปสักการะพญานาคสีรุ้งองค์ใหญ่ “ท่านปู่กริชกรกต” และ “ท่านย่ามณีเกตุ” อีกหนึ่งจุดที่สายมูนิยมมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากสายบุญเปลี่ยนโหมดมาตะลุยของอร่อยกันต่อที่ตลาดเช้าอย่าง ตลาดสดเทศบาล 3 พาไปชิมเมนูพื้นถิ่นยอดฮิตของชาวอุบลฯ ทั้งข้าวเกรียบปากหม้อสไตล์อุบลแท้ ไข่กะทะ และก๋วยจั๊บญวนสูตรอุบล ก่อนจัดเต็มเมนูลาบแบบฉบับคนอุบลฯ ที่ร้านลาบไพโรจน์ ร้านลับที่รสชาติเด็ดต้องบอกต่อ มีเมนูเด็ดอย่าง ซกเล็ก, ลาบเนื้อ, หมูน้ำตก, แกงอ่อม, ไส้ขอด, นมย่าง, ลิ้นย่าง, ซุปหางวัว เรียกว่าทริปนี้ พ่อเอ-ลูกแป้ง ชิมกันแบบจุใจก่อนเข้าสู่ภารกิจสำคัญของทริป นั่นคือการตามหาของดีที่ วิสาหกิจชุมชนหมูสวรรค์ เจ้เล็ก ซึ่งมีบรรดาแม่ ๆในชุมชนมารอต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมพา เอ-แป้ง เปิดทุกขั้นตอนการทำหมูสวรรค์ สินค้าขายดีของกลุ่ม ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการชิมรสชาติของจริง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนอีกหลากหลาย ทั้ง หมูสวรรค์, หมูฝอย, เนื้อสวรรค์ และ ก๋วยจั๊บญวนสำเร็จรูป งานนี้สองพ่อลูกยังได้ช่วยขายสินค้าตามสไตล์ของรายการ พร้อมชวนแฟน ๆ ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่รายการเคยเดินทางไปเยือนออกเดินทางตามหาของดี ชิมของอร่อย ไปพร้อมกับ เอ-แป้ง ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  ชมสดออนไลน์และรับชมย้อนหลังได้ทาง เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน CH7ON

เกาะติดทุกข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากช่อง 7HD ได้ครบทุกช่องทาง ทั้งช่องดิจิทัล “ช่อง 7HD” กดหมายเลข 35 และ Social Media ของสถานีฯ Ch7HD บน Facebook, Instagram, TikTok, X, YouTube และ Threadsพร้อมรับชมรายการและคอนเทนต์ต่าง ๆ ทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน CH7ON

เปิดเรื่องช็อก! ‘ทารีน่า โบเทส’ พระทักมีคน ‘ทำของใส่’ต้องอาบน้ำมนต์ ใช้จีวรคลุมหัวก่อนขึ้นไฟนอล

22 กันยายน 2569 เวลา 12:57 น.

“ทารีน่า โบเทส” Miss Universe Thailand 2026 เปิดใจเรื่องราวสุดช็อกที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงเก็บตัวประกวดนางงาม หลังมีพระที่เชียงใหม่ทักว่าเจ้าตัวอาจถูก “ทำของใส่” จนต้องหันมาพึ่งความเชื่อ ทั้งอาบน้ำมนต์ พกผ้ายันต์ และถึงขั้นนำจีวรมาคลุมศีรษะ 3 วันก่อนขึ้นประกวดรอบไฟนอล โดย “ทารีน่า” ได้เล่าเรื่องราวดังกล่าวในรายการ “ซุปตาร์พาตะลุย” ถึงช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับอาการผิดปกติหลายอย่างระหว่างการประกวด ที่ขึ้นกับตัวเองมากมาย

เคยสัมภาษณ์นางงาม มันมีการแข่งขันสูง มีการเล่นของกันด้วย เขาทำของอะไรใส่คุณตอนนั้น ความรู้สึกเรา?

เพราะตอนทารีน่าประกวด ทีอาการไอไม่หยุดเป็นเวลา 2 เดือน เวลานอนหลับจะชอบตื่นขึ้นมาไอ ตอนไปประกวดที่อุดรธานี ทารีน่าปวดเท้ามาก แต่ว่าต้องอดทน หลังจากวันนั้นเท้าบวมมาก และมีเลือดออกด้วย ทำให้เดินไม่ดีบนเวทีและมีความเครียด แล้วเราไปกินส้มตำกับเพื่อนก็ฟันแตก แล้วก็มีอาการปวดหลังตลอดเวลา และมีนิ่วในถุงน้ำดี อ้วกด้วย ก็เลยคิดว่าทำไมมีพันธะเยอะจังเลย แต่ทุกครั้งเราก็จะมีพลังบวก เพราะไม่ได้สนใจ จนได้ไปเจอพระที่เชียงใหม่ พระพูดว่ามีคนทำของใส่เรานะ

พอพระทักว่าเราโดนของแล้วทำยังไงต่อ?

ก็เลยเอาน้ำมนต์อาบทุกวัน ก่อนไปขึ้นเวทีก็เอาน้ำมนต์พรมตัวเอง

แล้วกินน้ำมนต์ด้วยไหม?

นิดหน่อย

เป็นลูกครึ่งนะ เชื่อเรื่องนี้ด้วยเหรอ?

ตอนแรกก็ไม่ได้เชื่อ แต่ว่ารู้สึกว่าทำไมมีพันธะเยอะทุกวัน ก็เลยต้องทำนะ

หลังจากที่อาบน้ำมนต์ กินน้ำมนต์กับพระที่เชียงใหม่ไป อาการดีขึ้นไหม?

อาการดีขึ้นค่ะ แล้วก็พระให้ผ้าสีเขียวที่เป็นทหารยักษ์ (ผ้ายันต์) เราก็เอามาใส่นอนใต้หมอน แล้วก็ใส่ในกระเป๋าไปทุกที่ แล้วพระก็ให้จีวรมาคลุมหัว 3 วันก่อนขึ้นประกวดไฟนอลค่ะ (ถือว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์) แล้วก่อนขึ้นเวทีทารีน่าก็ไหว้และบอกว่า วันนี้ขอให้ Performance ดีที่สุดและตอบคำถามดีที่สุด แบบนี้

แล้วรู้ไหมว่าใครทำของใส่?

รู้ค่ะ แต่ฉันไม่บอก เพราะไม่รู้ว่าจริงไหม เพราะพระพูดว่าคนนี้ เราก็ตกใจ

คนที่พระบอกว่าเป็นคนทำของ เคยคุยกับเขาไหม?

ไม่ได้พูดคุย แต่ว่าชีชอบทำแบบนี้ (ลูบ ๆ) ทุกครั้ง ทำบ่อย ๆ ทุกครั้ง

แล้วชีได้ตำแหน่งอะไรไหม?

บอกไม่ได้!!! ไม่รู้ว่าจริงไม่จริง

คิดว่าอะไร เขาถึงลูบเรา?

เพราะว่าเราเป็นตัวเต็งค่ะ ชีกลัวทารีน่า ชีเอาพลังจากทารีน่าไป

นอกจากนี้ “ทารีน่า” ยังได้อัปเดตความพร้อมสำหรับการเดินทางไปประกวด Miss Universe 2026 ที่ประเทศปวยร์โตริโก โดยเจ้าตัวเผยว่า ครั้งนี้ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมมากขึ้น เนื่องจากช่างแต่งหน้าและช่างทำผมไม่สามารถเดินทางไปด้วยได้ จึงต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองในหลายด้าน  “ทารีน่าต้องฝึกอีกเยอะค่ะ ทั้งเรียนเดิน เรียนการแสดง เรียนเรื่องอินเนอร์บนเวที รวมถึงการพูดในที่สาธารณะ และต้องเรียนภาษาสเปนเพิ่มด้วย เพราะถ้าสามารถพูดภาษาสเปนได้ ก็จะมีแฟนนางงามและเอฟซีที่นั่นเพิ่มขึ้น และสามารถสื่อสารกับคนที่ประเทศปวยร์โตริโกได้ด้วย”

‘มาวิน’ เผยมีลูกยากนาน 4 ปีกว่าจะได้เป็นพ่อคน เปิดปมวัยเด็กลั่นจะไม่ส่งต่อความรุนแรงให้ลูก!

22 กันยายน 2569 เวลา 11:38 น.

“มาวิน ทวีผล” เปิดใจในรายการ MY DADDY James ถึงเส้นทางการมีลูกยากนาน 4 ปีเต็ม ผ่านความล้มเหลวมาถึง 8 ครั้งจนเกือบยอมแพ้ แต่ตัดสินใจฮึดสู้รอบที่ 9 หลังภรรยา “ตู่ ปิยวดี” เตือนสติว่าต้องมีตัวแทนความรักไว้ดูแลกันในวันที่ใครคนหนึ่งไม่อยู่ จนสำเร็จได้ลูกสาวสมใจ พร้อมเล่าถึงบาดแผลในอดีตที่เติบโตมากับความไม่พร้อมและการถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ส่งต่อความรุนแรงให้ “น้องเหมียวหมี่” และมุ่งมั่นเป็นพ่อที่อ่อนโยน เลี้ยงลูกด้วยการให้เกียรติและการแบ่งปัน

ความหมายของชื่อ “เหมียวหมี่” ?

มาวิน ทวีผล: “เหมียวหมี่” คือ “เหมียว” คือแมว ตอนที่พี่กับพี่ตู่คบกันแรก ๆ พี่ไม่มีงานทำ เหมือนพี่เป็นคนตกงาน แล้วพี่ตู่ถามพี่ว่า ถนัดอะไร พี่บอกถนัดเลี้ยงแมว เขาบอกว่าอาชีพเลี้ยงแมวคืออะไร พี่บอกว่าเลี้ยงแมวประกวดจากอเมริกาส่งมาไทยตัวหลักแสน แล้วประกวดต้องชนะด้วย แล้วพี่บอกพี่ประกวดแมวตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย พี่เป็นผู้ชายแท้ ๆ ที่ชอบเลี้ยงแมว แล้วต้องมานั่งหวีขน อาบน้ำแมว เป็นพันธุ์เปอร์เซีย คือแมวประกวดหมด แล้วพี่ก็เลี้ยงกับพี่ตู่ แล้วช่วงนี้พี่ไม่มีงาน พี่ประกวดแมวทั่วเอเชียได้เป็น Grand Champion ได้ถ้วยรางวัล เป็น Presenter อาหารแมว มีรายได้ใช้จ่ายเพราะตอนเลี้ยงแมว เป็นจุดเริ่มต้นจุดหนึ่งเหมือนกัน ก็เลยเป็นคำว่า “เหมียว” ขึ้นมา ส่วน “หมี่” พอพี่มาเริ่มรีวิว พี่ถนัดเรื่องการกินเส้นมาก ชอบบะหมี่ ถ้าเกิดใครจำพี่ยุคแรก ๆ ตอนที่ซู้ดเส้นได้ก็เลยเป็น “เหมียว” กับ “หมี่” แค่นั้นเลย

เส้นทาง 4 ปีเต็มกับการทำบุตรยาก 9 ครั้ง ?

มาวิน ทวีผล: เส้นทาง 4 ปีเต็ม 9 ครั้ง ตอนที่เริ่มทำ พี่ตู่อายุประมาณ 43-44 ปี เพราะว่าพี่ยัง Set ตัวเองไม่ได้ ยังไม่พร้อมด้วยหน้าที่การงาน ฐานะ หรืออะไรก็ตาม แต่ช่วงแรก ๆ จะบอกว่า Sperm เต็มไปหมดเลย ดีมาก หมอบอก “โอ้โห เพอร์เฟกต์ เยี่ยม เดินหล่อมาเลย เต็มคลัง” พอผลออกยืดอก ช่วงนั้นยืดเลย เสร็จแล้วพี่ตู่ก็ไปตรวจไข่ยังเยอะอยู่ แต่พอเริ่มแต่งงานเตรียมตัวจะมีน้อง ผ่านมา 2-3 ปี ใช้ร่างกายไปเยอะ ทุกอย่างหายไปหมด ตอนแรกพี่ตู่ยังมีเยอะอยู่คือตอนนั้นพี่ตู่เป็นคนที่ไข่ตกเดือนหนึ่งเยอะมาก ถือว่าประมาณ 8 ฟองขึ้นไป ถึง 10 ฟอง ถือว่าเยอะ แต่เวลาใช้งานจริง สุดท้ายด้วยวัย ปัญหาที่โครโมโซมและอื่น ๆ ของพี่วินน้ำเชื้อก็หายไปเกินครึ่ง จนเดินแรก ๆ ยืด หลัง ๆ เดินหงอออกมาจากการที่ใช้ชีวิตหนักไปหน่อย ประจวบกับช่วงหลังที่งานเยอะด้วย เวลาพักน้อย แล้วทำกันมาทุก ๆ รอบ จากตอนที่มีความหวัง จำได้เลยว่าครั้งแรกที่เอาไข่กับน้ำเชื้อผสมกัน แล้วมาแจ้งผลว่าไข่ปฏิสนธิกี่ฟอง สมมุติตอนแรกมี 8 ฟอง เขาบอกได้ 7 ฟอง รอดมาในหนึ่งวัน คิดว่าปลายทางต้องได้แน่ ๆ แต่พอวันต่อมา ต่อมาค่อย ๆ หายตก หายตก แล้วก็ไม่ได้

ล้มเหลวติดกัน 2–3 ครั้ง เริ่มท้อบ้างไหม ?

มาวิน ทวีผล: ท้อนะ แต่หยุดไม่ได้ ท้อสุดครั้งที่ 5 สองครั้งแรกทะเลาะกัน พี่ตู่บอกพี่ใช้ชีวิตไม่ดี ปรับตัวเองไม่เยอะพอ ไม่ยอมหยุด พักผ่อนน้อยไป กลายเป็นความเครียดสะสม แต่พอครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 พอพี่ได้ปรับ ทุกอย่างไม่ได้ เริ่มเป็นที่โครโมโซมหรือเปล่า กลับมามองกันเองทำให้เข้าใจกันมากขึ้น จนครั้งที่ 8 คือความโปร่ง คุยกันว่าทำลูก 1 ครั้ง เสียตังค์เยอะ พอครบ 8 ครั้ง เราต้องพอแล้วไหม เพราะถ้าเดินหน้าต่อ ยิ่งจะเจ็บกันไปเรื่อย ๆ แล้วฉันไม่อยากให้เธอเจ็บแล้ว แต่พี่ตู่พูดมาคำเดียวเลยว่า “ถ้าฉันตาย เธอจะอยู่ยังไง” คำพูดนี้พี่หยุดเลย พี่ก็พูดว่า “ฉันจะตายกับเธอ” พี่พูดคำนี้ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา โลกของพี่กับเขาติดกันมาก เราเหมือนแยกมาจากครอบครัวทั้งคู่ เพราะเรามีกันอยู่แค่ 2 คน แล้วรักกันมาก ถ้าไม่มีเขาจะอยู่ยังไง แล้วพี่ถามกลับว่า “แล้วเธอล่ะ?” เขาบอก “ฉันก็อยู่ไม่ได้ แต่ต้องหาตัวแทนลงให้ได้ 1 คน ในวันที่ใครคนหนึ่งไม่อยู่ ต้องมีคนนี้อยู่แทนเรา”

ความตั้งใจและอารมณ์ความรู้สึกตลอดการพยายามมีลูก ?

มาวิน ทวีผล: ตอนแรกมองเป็นเรื่องสนุก มองเป็นเรื่องว่าวันนี้เราพร้อมแล้ว พี่เป็นคนที่รักเด็กมาก ชอบเด็ก โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง พี่ชอบมาก มีความสุข เห็นแล้วฮีลใจ ตะมุตะมิ อยากแต่งตัว อยากจะซื้อขนมให้กิน แต่พอกลายเป็นความเครียด พี่ก็บอกตัวเองว่า งั้นไม่ต้องมีก็ได้ ถ้าจะมีแล้วต้องมาทรมานกันขนาดนี้ ทุกครั้งเวลาผสมมาแล้ว มีสิทธิ์ที่จะเป็นตัวขึ้นมา แต่โครโมโซมไม่ได้ เสียใจทุกครั้ง Emoticon มาเต็ม จนครั้งที่ 9 สุดท้าย บอกว่า “ที่รัก จับมือกัน คราวนี้ถ้าไม่ได้ก็ไม่เอาแล้ว” วันที่หมอโทรมาแจ้งว่า คุณได้ตัวอ่อนแล้วนะ ดีใจกันน้ำตาร่วงเผาะ ๆ พอรู้ว่าลูกจะมาแล้ว ติดแล้วนะ ร้องไห้เลย ดีใจมาก แต่ในหัวพี่มีความคิดชั่ว ๆ ขึ้นมา นั่งคิดว่าเพิ่งผ่อนบ้านเสร็จ หลาย ๆ อย่างเพิ่งจะเสร็จ มีมูลค่าสูงมาก ชีวิตนี้ยังไม่เคยมีเงิน ยังไม่เคยได้ใช้เงินแบบสุดเหวี่ยง ฉันกำลังเพิ่งเฉิดฉาย แต่ลูกยังจะมาเกิด แล้วจะเฉิดฉายยังไง แต่เพื่อลูก จน Ultrasound ตอน 3-4 เดือน เริ่มเห็นเป็นตัวอ่อน ๆ ขึ้นมาครับ

ความรู้สึกเมื่อได้ยินเสียงหัวใจและเห็นพัฒนาการของลูกในท้อง ?

มาวิน ทวีผล: ใจเริ่มเปลี่ยน เริ่มคิดว่าความผูกพันของลูกเรา จากพี่ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มีลูกในชีวิต เพราะชีวิตไม่เคยมีความพร้อม โตมาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่น พี่เลยไม่ค่อยศรัทธาเรื่องความรัก ไม่เชื่อว่าชีวิตคู่จะอยู่ยาว เพราะปัญหาส่วนตัวในชีวิตจริงเยอะ ที่เห็นในวัยเด็กพ่อแม่มีปัญหาจนมีพี่ตู่ แล้วพอถึงหัวใจเริ่มเต้น ความรู้สึกเริ่มแบบ “นี่ลูกเราจริง ๆ ใช่ไหม โตมาจะหน้าตายังไง” เขาจะเป็นเด็กแบบไหน เริ่มคิด แต่พอเดือนที่ 3 เดือนที่ 4 Emotion เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พอเดือนที่ 6 เห็นเป็นจมูกขึ้นมา มีดั้ง ตาเป็นแบบนี้ ขายาว หมอบอกแขนยาว ดีใจจัง เริ่มรู้สึกว่า ความผูกพันเริ่มจากตอนนั้น เริ่มมากก่อตัวขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัว เริ่มไปอ่านหนังสือนิทานใส่ท้องภรรยาทุกวันให้เขาได้ยินเสียงเรานะ ผมลูบท้องภรรยาทุกวัน บอกรักลูกตลอด แล้วเขาก็จะดิ้น ๆ ช่วงตี 4 ตี 5 พี่ตู่จะสะกิด “ลูกดิ้น ลูกดิ้น” พี่ก็รีบตะกายมาดู จับดูเขาขยับ ถีบท้อง แล้วก็มีความสุขมาก ฮีลใจมากครับ

วินาทีแรกที่เห็นหน้าลูกตอนคลอด ?

มาวิน ทวีผล: โอโห โมเมนต์นั้นคิดในใจ “นี่ลูกเราจริงเหรอ อยู่ในท้องตัวออกมา 3.6 กิโลกรัม” จมูกบานมาก ใหญ่ หน้าอืดกลมหมด แล้วร้องเสียงดัง ก็คิดว่านี่คือความตลก Ultrasound ที่เห็น ตาเป็นขีด ๆ ยาว ๆ จมูกโด่ง ๆ แต่ของจริงออกมาทำไมเป็นแบบนี้ แล้วร้องเสียงดังมาก แต่รู้แหละว่านี่คือลูก รักหมดหัวใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น แต่แค่มีคำถามเล่นในใจ พี่ตู่ก็คิด “ทำไมลูกเราหน้าตาแบบนี้” พยาบาลบอก “ใจเย็น ๆ ค่ะ หน้ายังไม่ Set ตัว เพิ่งออกจากน้ำคร่ำมา” แล้วค่อย ๆ ปรับขึ้นเรื่อย ๆ พอ 1 วัน หน้าเปลี่ยนไปเยอะ แต่เป็นเรื่องตลก ขำ ๆ ตาเป็นขีดมาเลยครับ

โมเมนต์ที่ทำให้หลงลูกและพัฒนาการของลูกน้อย ?

มาวิน ทวีผล: ของพี่เรียกว่า “เฮ้ย!” ก็คิดเรียกเราเหรอ “เอ้า ลูกเรียกเธอ” โอ้โห เรียก “เฮ้ย!” เหมียวหมี่ เรียก “เฮ้ย” ตะโกนดังมาก เดินกลับไปหาจะหลงมาก พอมาเสร็จ เขาจะยิ้ม แล้วเอาหัวชนเราอย่างนี้ เริ่มอ้อนจะเป็นโมเมนต์ที่ ทั้งผู้ชายทั้งผู้หญิงเขาอ้อนหมดในวัยเด็ก เป็นอะไรที่ตั้งแต่เขาเริ่มนั่งได้ ไม่ใช่แค่นอน นอนก็คือปกติ เมื่อก่อนพี่จะเอาเขาวางตรงขาให้นอนตรงระหว่างขาเรา เปิดหนังสือให้อ่าน มีอยู่วันหนึ่งเขาลุกขึ้นมานั่ง พี่ก็บอก “เฮ้ย!” พี่เพิ่งตื่น “เฮ้ย นั่งทำไมลูก นอนสิ เดี๋ยวเมื่อย” ก็จับลูกกดลงมา ลืมไปว่านี่คือโมเมนต์เขานั่งได้ เป็นพัฒนาการเขา ลืมไป จับกดเขานอน เขาลุกขึ้นมานั่งใหม่ ก็เลยบอก “ลูก นั่งได้ ๆ” ตอนแรกนึกว่ากลัวลูกเมื่อย แล้วจับกดลงมานอน พี่ถ่ายคลิปไว้เขานั่งโยก ๆ อยู่ จะมีโมเมนต์ให้ได้เก็บสะสม ถ่ายคลิปไว้ เก็บไว้ดู เวลาผมคุยกับลูก ผมไม่ใช้เสียงนี้ ผมเสียง 7 เสียง 8 ตลอดเลย อย่าง “เหมียวหมี่ยังไงคะลูก โอ๊ย เหมียวหมี่ปะปี๊นะ”

แนวทางการเลี้ยงลูกในอนาคต ?

มาวิน ทวีผล: คงไม่บังคับเขา แต่อยากให้เป็นเด็กที่รู้จักการให้ก่อน เพราะพี่รู้สึกว่าการรับ สำหรับเขา ให้เขาได้ตลอดชีวิต เราไม่ขาด เรามี แต่ถ้าไม่รู้จักการ sharing พี่ว่าในสังคมไทยด้วย คือการแบ่งปัน พี่อยากให้ความรู้สึกว่า การอยู่กับคนอื่น ถ้ามีโอกาสที่มากกว่า หรือมองด้วยความเท่าเทียม ต้องรู้จักแบ่งปันให้คนอื่นด้วย ไม่ใช่ว่าหนูจะได้สิทธิพิเศษหรือหนูจะได้รับ หนูต้องทำงานเป็น แล้วพี่เชื่อว่าลูกพี่อย่างหนึ่งที่โชคดีคือ ในทุกอาชีพมีข้อดี แต่เราทำอาชีพตรงนี้ เป็นอาชีพที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยากอยู่ในที่เราอยู่ ลูกพี่ได้เกิดมาตรงจุดนี้กับการที่พ่อแม่ทำงาน อยากให้เขาภูมิใจ แล้วให้เขารู้ว่าเริ่มจากการแบ่งปัน เริ่มจากการให้ เราไปช่วยชาวบ้านทุกวัน ไปทำให้คนอื่นให้ซึมซับตรงนี้ ไม่ขออะไรเลย โตมาเขาจะเป็นแบบพี่ก็ได้ หรือไม่เป็นแบบพี่ ไม่เป็นปัญหา แต่ให้เขารู้จักการแบ่งปัน รู้จักการให้ รู้จักการเคารพในเรื่องต่าง ๆ ก็พอครับ

จะพาลูกเข้าสาย Foodie ไหม ?

มาวิน ทวีผล: แน่นอนลูกผมกินเก่งมากนะ Food Creator ทุกวันนี้ป้อนข้าวไม่ทันเลย บางทีก็เอามาออกกล้อง อย่างมีบาง EP เขาก็นั่งข้าง ๆ พี่ รีวิวไปด้วย พี่รู้สึกว่า ประสบการณ์ชีวิตที่เขาจะได้มากกว่าคนในวัยเดียวกันหรือเปล่าพี่ไม่แน่ใจ แต่พี่เชื่อว่าเขาจะได้สิ่งดี ๆ จากพี่ไปเยอะ ใช้คำว่าสิ่งดี ๆ เพราะเราสอนให้รู้จักการให้ แล้วสนุกในการทำคลิปพ่อลูกนั่งกินข้าวด้วยกัน คุยกันไปเรื่อย ๆ อีกหน่อยเหมียวหมี่ก็มา คิดว่าคงสนุกดีครับ

ปมในวัยเด็กและความตั้งใจที่จะไม่ส่งต่อความรุนแรง ?

มาวิน ทวีผล: ความไม่อบอุ่น การทำร้ายกันและความรุนแรงในครอบครัว จะต้องจบที่รุ่นพี่ ลูกผมต้องไม่โดนเรื่องพวกนั้น การที่โดนตบ, โดนตี, โดนซ้อม ต้องจบที่รุ่นพี่ ที่เราโดน ลูกผมต้องไม่โดนแบบนั้น เป็นแผลที่ทุกวันนี้ชินชา เป็นแผลเป็นที่ติดอยู่ที่แขนหรือตามตัวพี่ลบไม่ออก แต่พอเคยโดน เราก้าวข้ามไปแล้ว แต่เป็นแค่แผลภายนอกที่ไม่สามารถทำลายเนื้อ หนัง กระดูก หรือเส้นเอ็นพี่ได้ เพราะยังใช้งานร่างกายได้เหมือนเดิม แต่แค่ไม่เคยลืมว่าเคยผ่านจุดนั้นมาในชีวิตที่รุนแรงและเลวร้าย จนเคยคิดว่า “นี่พ่อเหรอ นี่ใช่พ่อเราจริง ๆ เหรอ ที่ต้องมานั่งเอามือกาดแล้วโดนฟาดอยู่อย่างนี้ อย่าทำ ๆ นี่พ่อเราเหรอ ทำไมทำขนาดนี้” รู้สึกว่าเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ไม่สนับสนุน ไม่ชอบ การลงมือกับผู้หญิงเป็นสิ่งที่เกลียดมาก เราเลยโตมาด้วยความ Gentle จะไม่เอาอะไรที่ได้รับมาในวัยหนึ่งไปยัดเยียดใส่คนอื่นหรือส่งต่อ ต้องจบที่เราเท่านั้นครับ

มุมมองของครอบครัวและการให้อิสระทางความคิดกับลูก ?

มาวิน ทวีผล: เป็นอะไรก็ได้ ขอให้ตลกไว้ก่อน ชอบความน่ารักเฮฮา เพราะบ้านพี่เฮฮา พี่เป็นคนยังไง พี่ตู่ตัวจริงก็เป็นแบบพี่ ไม่งั้นอยู่ด้วยกันไม่ได้ คุณปิยวดี มาลีนนท์เป็นคนตลกมาก มุกเยอะ ขำขันทั้งสามีทั้งภรรยายิงมุกกันทั้งวันครับ

สุขภาพและการออกกำลังกาย ?

มาวิน ทวีผล: ผมพยายามฟิต กลับมาออกกำลังกาย ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วผลจากการที่มีเหมียวหมี่ด้วย ทำงานทุกวัน มีรายการเยอะขึ้น พี่ไม่มีวันพัก เดินทางต่างจังหวัดตลอด กลับถึงบ้านตี 1 ตี 2 ตื่น 6 โมงเช้ามาเลี้ยงลูก ไม่มีวันพัก บางวันช่วง 9 โมงออกกองทุกวันไม่มีวันหยุด เราก็ต้องช่วยภรรยา เพราะเขาก็เครียด เหนื่อย เราก็ต้องมาช่วยเขาดู มีวันหนึ่งเดือนกันยายนพี่ไม่กล้าบอกเขา ลืมตาขึ้นมา เหมือนจะตายหายใจไม่ออก ใจเต้น เอายาแก้หอบมาทานดีขึ้นนิดเดียว นอนเกร็งจะตายไหม จนเราไปตรวจ หมอตรวจปอดบอกไม่ได้มีฝ้าไม่มีอะไร แต่ปลายปอดบิ่นหมดเลยกลับมาเป็นหอบหืดเรื้อรัง ซึ่งตอนพี่เกิดมาแค่ 1 กิโลกรัม 7 ขีดร่างกายไม่สมบูรณ์ ขา 2 ข้างยาวไม่เท่ากัน ห่างกันเซนกว่า ๆ สะบัก 2 ข้าง ข้างซ้ายเปิด ทำให้ไหล่พี่หลุดบ่อย มาด้วยน้ำหนักที่น้อย มาโตข้างนอก มีหลาย ๆ อย่าง แล้วเป็นหอบหืดตั้งแต่เด็ก ๆ อาการนี้หายไปนานมากแล้ว แต่กลับมาเยือนใหม่ หมอบอกภูมิตกไม่เหลือถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป คุณมีสิทธิ์ไปได้นะ พักผ่อนน้อย เรื่องเดียวสำคัญต้องใช้ยาตัวแรงสุดสำหรับหอบถุงลมโป่งพองเลย ทำทุกวัน 1 ปี ถึงจะหายขาดแล้วดีขึ้นเยอะแล้วเริ่มกลับมาออกกำลังกายครับ

จังหวะนั้นนึกถึงหน้าลูกไหม ?

มาวิน ทวีผล: จังหวะนั้นนึกถึงหน้าลูกมาก ๆ เลย จะไม่ได้อยู่รอดูลูกโตเหรอ แม้กระทั่งวันที่ เหมี่ยวหมี่เกิดพี่ไปตรวจสุขภาพเลยนะ กลัวตายมาก เราจะเป็นอะไรไหม เบาหวาน น้ำตาล หรืออื่น ๆ ไปตรวจเลย เมื่อต้นปีก็ไปตรวจดีขึ้นเยอะ แต่ช่วงที่ทำงานหนัก ๆ 3-4 เดือนที่เลี้ยงลูกมา ทำงานกลางแดดแล้วมองไปเป็นฝ้า จุดดำ ๆ เหมือนหน้ามืด แล้วไปดูใน Tiktok อาการนี้ทำให้คนตาบอด เราก็ขวัญเสียเลย ถึงขั้นโทรไปบอกภรรยาว่า “ไม่ถ่ายแล้วงาน Cancel ให้หมด จะไปหาหมอ” ไปตรวจตาชุดใหญ่เลย ทั้งหยอดสารละลายในตา ถ่างตา ตรวจเลนส์ในตาเป็นยังไง สรุปว่าดีหมด หมอบอกว่า “นอนน้อย กลับไปนอนเยอะ ๆ หน่อยนะ”ครับ

ช่วงนี้กลับมาออกกำลังกายบ้างหรือยัง ?

มาวิน ทวีผล: กลับมาออกกำลังกายเพราะกลัวตาย ทำให้รู้เลยว่า หาเงินได้เยอะขนาดไหน สุขภาพไม่ดี ไม่ได้ใช้นะ แค่เดินไม่ได้ก็ไม่ได้ใช้แล้ว ลำบาก แล้วพี่ก็กลับมาออกกำลังกาย แล้วที่บ้านก็สร้างยิมไว้ด้วย ก็ออกชุดใหญ่เลย ออก ๆ ทั้งลีน ทั้งเบิร์นไปด้วย

ทำไมการมีลูกถึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราอดทนและจัดการอารมณ์ เรื่องของเวลาได้เก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ?

มาวิน ทวีผล: ผมกับตู่ใจเย็นขึ้นเยอะ เปลี่ยนแปลงเยอะมาก บางทีไม่พอใจ จับมือก่อน หาย จบ ไม่ทะเลาะ โชคดีมากพี่กับพี่ตู่ไม่มีปัญหาเรื่องการเลี้ยงลูก คือทางเดียวกันเลย หลัก ๆ พี่ให้เขาลีดด้วยซ้ำ แล้วพี่ตาม ต้องการอะไรบอก ซึ่งคนอย่างเราต้องเจอคนที่เอาอยู่ ไม่งั้นไปเรื่อย ต้องมีภรรยาเป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำที่ดี แล้วทำตามเขา จะรู้สึกว่าเรียล ปลอดภัย ชีวิตง่ายจัง

ความในใจและนิยามคำว่าบ้านและครอบครัว ?

มาวิน ทวีผล: บ้านและครอบครัวของผมคือ “ความรัก” อย่างเดียวเลย ผมไม่เคยคิดว่าจะมีบ้านของตัวเอง จนมาทำงานตรงนี้ แล้วอยู่กับตู่ ตู่ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเองเหมือนกัน จนมีผม แล้วเราแยกออกมาเพื่อครอบครัว ทุกวันนี้ก่อนนอนจะกอดหอมภรรยา แล้วจับมือนอนทุกคืน แล้วบอกว่า “มีความสุขจังเลย มีบ้านของเราแล้ว” ไม่ใช่แค่บ้าน มีตัวน้อยด้วยเป็นครอบครัว ทุกฝีก้าวที่เดินอยู่ในบ้านของเรา ทุกลมหายใจที่เราใช้ในบ้าน มีความสุขกว่าอยู่ข้างนอกเยอะ บ้านคือส่วนหนึ่งของร่างกาย คือความรัก คือความรู้สึกในทุก ๆ ที่ ในทุก ๆ ห้อง เหมือนเป็นตัวเราที่ชัดเจนมาก ๆ นิยามได้ว่านี่แหละครอบครัว หลับตาเดินยังได้เลยในบ้าน ทุกอย่างคือเราครับ

TNN ช่อง 16 ตอกย้ำผู้นำคอนเทนต์ข่าวคุณภาพ TNN Tech คว้ารางวัลเวที Thailand Influencer Awards 2026

22 กันยายน 2569 เวลา 12:11 น.

อีกหนึ่งความสำเร็จของสถานีข่าวคุณภาพ “TNN ช่อง 16” กับการคว้ารางวัล Best News & Media Influencer Campaign ของ “TNN Tech” จากผลงาน “TNN Tech Forum 2025: Designing Your Longevity ให้เทคโนโลยีออกแบบชีวิตคุณ” บนเวที Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore สะท้อนศักยภาพการสร้างสรรค์เนื้อหาด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ พร้อมสืบสานอุดมการณ์ “ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง”


“TNN Tech Forum 2025” ผลงานอีเวนต์ด้านเทคโนโลยีจาก TNN ช่อง 16 ที่สะท้อนอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดบทบาทสื่อ จากการนำเสนอข่าวสารและสาระความรู้ผ่านหน้าจอ และแพลตฟอร์มออนไลน์ สู่การสร้างเวทีแห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมเชื่อมโยงผู้ชมให้ก้าวทันโลกเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด โดยเวทีแห่งนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับงานในปี 2025 ซึ่งได้รับรางวัลในครั้งนี้ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทรนด์สำคัญผ่านมุมมองที่เชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับวิถีชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม เปลี่ยนเรื่องราวอันซับซ้อนของเทคโนโลยีให้เป็นความรู้ที่เข้าถึงง่าย เข้าใจได้ และนำไปต่อยอดเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ชีวิตและสังคมได้อย่างแท้จริง

ภายในงาน Thailand Influencer Awards 2026 หรือ TIA2026 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ภายใต้แนวคิด “CREATOR PULSE” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โดยมี นายอธิพล วงศ์สืบยุทธ์ รองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ TNN ช่อง 16 พร้อมทีมงาน TNN Tech เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล ทั้งนี้ บริษัท เทลสกอร์ จำกัด จัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อเชิดชูผลงานของอินฟลูเอนเซอร์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ แบรนด์ และเอเจนซี่ ตลอดจนส่งเสริมการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยสู่ระดับสากล

รางวัลเกียรติยศครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งพลังใจสำคัญของ TNN ช่อง 16 และทีมงาน TNN Tech ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่สื่อคุณภาพมาตลอดกว่า 18 ปี และเป็นแรงผลักดันให้ TNN Tech เดินหน้าพัฒนาเนื้อหา และการนำเสนอในทุกช่องทาง ทั้งหน้าจอ ออนไลน์ และกิจกรรมอีเวนต์ เพื่อสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมกับผู้ชม ในเรื่องราวของเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ใกล้ตัว และเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากยิ่งขึ้น สามารถติดตามรายการ TNN Tech Reports ทุกวันจันทร์–ศุกร์ ช่วง TNN ข่าวค่ำ และ TNN Tech Reports Weekly ทุกวันเสาร์ เวลา 09.30–10.00 น. รวมถึงทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของ TNN

ของจริงไม่ต้องพูดเยอะ! Miss Grand International จัดชุดไทยประยุกต์ให้สาวงามใส่ทำจึ้งทำถึงจนสายเคลมต้องสยบ

22 กันยายน 2569 เวลา 11:42 น.

กลายเป็นกระแสฮือฮาและสร้างความประทับใจไปทั่วโซเชียล เมื่อ Miss Grand International ปล่อยภาพกิจกรรมของเหล่าสาวงามผู้โชคดีที่คว้าตำแหน่ง Top 10 Pre-Arrival ในการประกวด Miss Grand International 2026 ที่ได้มาทำกิจกรรมและเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ 

ความพิเศษของงานนี้คือการจับสาวงามชาติต่างๆ สวมใส่ ชุดไทยพระราชนิยมและชุดไทยประยุกต์ นุ่งสไบงามสง่า ถ่ายภาพคู่กับสถาปัตยกรรมไทยโบราณอันทรงคุณค่า งานนี้แฟนๆ ชาวไทยต่างพากันคอมเมนต์ชื่นชมและแซวกันยกใหญ่ว่าเป็นการ “ทำจึ้ง ทำถึง” และเป็นการส่งออกซอฟต์พาวเวอร์แบบตัวแม่ของจริง 

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตอดไม่ได้ที่จะแอบกระแซะไปถึงประเด็นดราม่าเพื่อนบ้าน (เขมร) ที่เพิ่งมีประเด็นแอบอ้างสไบและชุดไทยโบราณไปเนียนเป็นของตัวเอง ว่าถ้าอยากเห็นว่า “ชุดไทยสไบของแท้และต้นตำรับ” เวลาอยู่บนตัวคนสวมใส่แล้วสง่างาม ทรงคุณค่า และดูแพงขนาดไหน ให้มาดูผลงานจากฝั่งไทยแลนด์ได้เลย ไม่ต้องตัดแต่งรูป ไม่ต้องตัดลายน้ำ หรือเคลมของใคร เพราะของจริงมันอยู่ใน DNA ไม่ต้องพยายาม!

Genwit ซีซั่น 3 เดินทางสู่บทสรุปสุดท้าย ‘มหิดลวิทยานุสรณ์’ ปะทะ ‘เตรียมอุดมศึกษา’

22 กันยายน 2569 เวลา 11:08 น.

เดินทางมาถึงบทสรุปสุดท้ายของการแข่งขัน สำหรับ “Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group ซีซั่น 3” กับศึกนัดสำคัญที่แฟนรายการรอคอย เมื่อสองทีมแกร่งโคจรมาพบกันอีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง MWIT SI KRUB จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และ ARISTOTRIAM จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในศึกนัดล้างตาที่ครั้งนี้มี “ตำแหน่งแชมป์” เป็นเดิมพัน โรงเรียนไหนที่จะได้เป็นสุดยอดอัจฉริยะพันธุ์ใหม่ประจำซีซั่น 3 พร้อมถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และรับทุนการศึกษาจากกลุ่มบริษัทบางจากมูลค่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)

งานนี้ทั้งสองทีมต้องงัดความรู้ ไหวพริบ การคิดวิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีมออกมาประชันกันอย่างเต็มที่ ทุกคำถาม ทุกคะแนน และทุกการตัดสินใจ อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนเกมและชี้ชะตาว่าใครจะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แชมป์ พร้อมคว้าตำแหน่ง สุดยอดอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียว ของ Genwit ซีซั่น 3 ไปครอง ร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่า “มหิดลวิทยานุสรณ์” หรือ “เตรียมอุดมศึกษา” จะเป็นผู้คว้าชัยในศึกแห่งศักดิ์ศรี และสร้างบทสรุปสุดยิ่งใหญ่ของการแข่งขันครั้งนี้ได้สำเร็จ

ติดตามการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศได้ใน “Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group ซีซั่น 3” วันพุธที่ 23 กันยายนนี้ เวลา 20.15 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์สามารถติดตามการแข่งขันและความเคลื่อนไหวของรายการ ได้ทางช่องทางออนไลน์ Facebook และ TikTok ค้นหาคำว่า “Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่”