สนธิญา รวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร สส. ร้อง กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ

สนธิญา รวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร สส. ร้อง กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ

สนธิญา รวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร สส. ร้อง กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.59 น.

‘สนธิญา’ รวบรวมรายชื่ออดีตผู้สมัคร สส. กว่า100คน ร้อง กกต.ส่งเรื่องให้ ‘ศาลรธน.’ พิจารณายุบ’พปชร.’กรณีผู้บริหารพรรคไม่จ่ายเงินสนับสนุน สส.สู้ศึกเลือกตั้ง69 อ้างผิดกฎหมายพรรค การเมือง

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร เขต 2  พร้อมด้วย นายสมัย รามัญอุดม อดีตผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต2 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะตัวแทนอดีตผู้สมัคร สส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ ร่วมลงชื่อกว่า 100 คน เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อพิจารณาวินิจฉัย ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชารัฐ ตัดสิทธิการเมืองของกรรมการบริหาร และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐต่อไป กรณีการส่งผู้สมัคร สส.ลงสมัคร แล้วไม่มีการสนับสนุนเรื่องเงินค่าใช้จ่ายและเรื่องการสนับสนุนการเลือกตั้ง อันเป็นการเลือกการปฏิบัติไม่สุจริต โปร่งใส  และมีการสนับสนุนเฉพาะกลุ่ม ที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้สมัคร สส.ของพรรคพลังประชารัฐ อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมของผู้บริหารและหัวหน้าพรรค ขัดต่อพรป.พรรค การเมือง 2560 จำนวนกว่า 5 มาตรา 

นายสนธิญา กล่าวว่า วันนี้จึงเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบดำเนินการ ว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐได้สนับสนุนด้านการเงินแก่บุคคลหนึ่ง บุคคลใด กลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดหรือไม่ โดยเฉพาะข่าวการรับเงินมาจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ รายหนึ่ง หากเป็นจริง เงินจำนวนดังกล่าว อยู่ที่ไหนและอยู่กับใคร มีการโอนเงินสนับ สนุนแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือไม่อย่างไร  เพื่อดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชารัฐต่อไป

นายกฯ ยัน เกษตรกรมีปุ๋ยใช้ทันฤดูเพาะปลูกแน่นอน

นายกฯ ยัน เกษตรกรมีปุ๋ยใช้ทันฤดูเพาะปลูกแน่นอน

นายกฯ ยัน เกษตรกรมีปุ๋ยใช้ทันฤดูเพาะปลูกแน่นอน

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.55 น.

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังหารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ถึงมาตรการจัดหาปุ๋ยเพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรว่า นายสุริยะ มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรก็ต้องหาหนทางที่ดีที่สุด เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระ ซึ่งในเรื่องของปุ๋ยมี 2 ประเด็น 1. ราคา และ 2. ปริมาณ ที่ต้องหาเข้ามาให้ได้ โดยในส่วนที่ต้องนำเข้า เมื่อนำเข้ามาแล้วจะทันเวลาหรือไม่กับช่วงเพาะปลูกของเกษตรกร ซึ่งถ้านำเข้าไม่ทันจะต้องไปเพิ่มกำลังการผลิตจากส่วนไหน เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยได้ทันเวลาฤดูเพาะปลูก ไม่ใช่ได้ปุ๋ยมาเมื่อผ่านพ้นฤดูเพาะปลูกไปแล้ว ตนยืนยันรัฐบาลมีหน้าที่แก้ไขในเรื่องนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้มีใช้ รวมถึงการแก้ไขปัญหาทุกอย่างของประชาชนให้ผ่านพ้นไปได้

ศธ.ออกมาตรการลดค่าใช้จ่ายรับเปิดเทอม ชุดนักเรียนใช้ของเดิมได้แม้ย้าย รร. ชุดลูกเสือไม่บังคับซื้อเต็มรูปแบบ

ศธ.ออกมาตรการลดค่าใช้จ่ายรับเปิดเทอม ชุดนักเรียนใช้ของเดิมได้แม้ย้าย รร. ชุดลูกเสือไม่บังคับซื้อเต็มรูปแบบ

ศธ.ออกมาตรการลดค่าใช้จ่ายรับเปิดเทอม ชุดนักเรียนใช้ของเดิมได้แม้ย้าย รร. ชุดลูกเสือไม่บังคับซื้อเต็มรูปแบบ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.52 น.

‘ประเสริฐ’ เผย ‘กระทรวงศึกษาธิการ’ ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ปกครองลดค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม ยุคน้ำมันเเพง ชี้ ชุดนักเรียน-กระเป๋า-รองเท้า ใช้ของเดิมได้แม้ย้ายโรงเรียนส่วนชุดลูกเสือเนตรนารี ไม่บังคับซื้อเต็มรูปแบบ จ่อ ออกหนังสือถึงโรงเรียนทั่วประเทศ 

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ โรงเรียนใกล้เปิดเทอม เป็นช่วงที่ผู้ปกครองต้องเตรียมตัวนำบุตรหลานเข้าโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการได้มีมาตรการออกมาเพื่อให้ผู้ปกครองได้เตรียมตัวในช่วงก่อนเปิดเทอม คือ มาตรการลดค่าครองชีพที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคน้ำมันแพง 

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า เรื่องที่หลายคนถามเข้ามาคือเรื่องชุดนักเรียน ชุดลูกเสือเนตรนารี จะเอาอย่างไรแน่ โดยเรื่องชุดนักเรียน มีการอนุโลมให้สามารถใช้ชุดเดิมได้ แม้จะเลื่อนชั้น หรือย้ายโรงเรียน 

ส่วนชุดลูกเสือ เนตรนารี ไม่ได้บังคับจัดซื้อเต็มรูปแบบ สามารถใช้ผ้าพันคอกับหมวก ร่วมกับชุดนักเรียน หรือชุดพละได้ เช่นเดียวกันกับกระเป๋า และรองเท้าก็สามารถใช้ของเดิมได้แม้จะย้ายโรงเรียนก็ใช้ได้ 

นอกจากนี้ เรื่องการลดค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าบำรุงห้องสมุด ค่าบำรุงการเป็นสมาชิกชมรมต่างๆก็ลดได้ โดยมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียนออกมาตรการที่จำเป็นเหมาะสมกับบริบทในแต่ละเรื่องต่อไป ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และอาชีวะได้ออกหนังสือไปตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และโรงเรียนต่างๆเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจนต่อไป ///

เอกนิติ กาง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เสนอสภาฯ 14 พ.ค. นี้ ตั้งปลัดคลังกลั่นกรอง

เอกนิติ กาง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เสนอสภาฯ 14 พ.ค. นี้ ตั้งปลัดคลังกลั่นกรอง

เอกนิติ กาง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เสนอสภาฯ 14 พ.ค. นี้ ตั้งปลัดคลังกลั่นกรอง

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.47 น.

‘เอกนิติ’ กาง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เสนอสภาฯ 14 พ.ค.นี้ ตั้งปลัดคลังกลั่นกรอง

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แถลงรายละเอียดร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน กรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท  ว่า  วิกฤตการณ์ในครั้งนี้เป็นวิกฤตระดับโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของประชาชน เป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงการคลังต้องเสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัติในวันนี้ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน 
โดยความจำเป็นแรกเกิดจากวิกฤตในตะวันออกกลางและสถานการณ์โลกที่มีทั้งความรุนแรง ความรวดเร็ว และเกิดขึ้นเป็นระลอก ซึ่งความรุนแรงที่เห็นได้ชัดคือวิกฤตพลังงานที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ความรวดเร็วของผลกระทบคือเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนทันที โดยเฉพาะประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูงจึงได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว

เอกนิติ

“วิกฤตครั้งนี้มีความแตกต่างจากในอดีตอย่างเช่นช่วงโควิดที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจบไป แต่ปัจจุบันวิกฤตมาในลักษณะเป็นระลอก เริ่มจากสงครามตามมาด้วยวิกฤตพลังงานราคาน้ำมันสูง และกำลังก้าวสู่ระลอกที่สามคือวิกฤตต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น ต่อเนื่องไปยังวิกฤตค่าครองชีพที่จะกระทบคนส่วนใหญ่ และระลอกที่ห้าคือวิกฤตด้านกำลังซื้อ ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปโดยไม่แก้ไขจะยิ่งทวีความรุนแรงและแก้ได้ยากขึ้น” นายเอกนิติ กล่าว

ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลความจำเป็นที่ต้องมีการออกพระราชกำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาวิถีปากท้องในครั้งนี้ โดยวัตถุประสงค์หลักมี 2 เรื่อง 1.การแก้ปัญหาวิกฤตปากท้องเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวซึ่งไม่มีกำลังเพียงพอจะรองรับผลกระทบได้เหมือนกับกลุ่มอื่น

2.การเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เนื่องจากประเทศไทยมีการพึ่งพาน้ำมันในระดับสูงทำให้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เราจึงจำเป็นต้องลดความเปราะบางและลดค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ด้วยการเปลี่ยนจากการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมาใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่และเตรียมความพร้อมในโลกยุคน้ำมันแพงที่จะยังคงอยู่ต่อไป 

“หากเราไม่ปรับตัวในตอนนี้วิกฤตจะเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมและแก้ไขได้ยากขึ้น สำหรับวงเงินนั้นได้ตัดสินใจใช้ที่ 400,000 ล้านบาท โดยปรับลดลงมาจากแผนเดิมที่ 500,000 ล้านบาท เพื่อยึดหลักวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด”

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณ 400,000 ล้านบาทนี้ แบ่งเป็น 200,000 ล้านบาทแรกเพื่อใช้เยียวยา บรรเทาผลกระทบ และลดค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนโดยตรง ส่วนอีก 200,000 ล้านบาทหลังจะใช้เพื่อบรรเทาผลกระทบควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน เช่น การส่งเสริมให้ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นเพื่อลดความเปราะบางในระยะยาว เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวิกฤตจะยืดเยื้อเพียงใด 

“วงเงินกู้จำนวนนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งจากการประเมินของกระทรวงการคลังพบว่าสัดส่วนหนี้ยังคงอยู่ที่ 70% ของ GDP ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้และเป็นการเน้นย้ำถึงวินัยทางการคลัง หัวใจสำคัญคือการป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตหรือที่เรียกว่าภาวะ Stagflation ซึ่งประกอบด้วยปัญหาเงินเฟ้อควบคู่ไปกับวิกฤตกำลังซื้อที่หากปล่อยไว้จะยิ่งแก้ไขได้ลำบาก” นายเอกนิติ ระบุ

รองนายกฯ กล่าวว่า จากการพิจารณาแหล่งเงินทุนที่มีอยู่ พบว่าเราไม่สามารถรอการใช้งบประมาณปกติได้ เนื่องจากงบประมาณปี 2569 มีเงินเหลือไม่ถึงแสนล้านบาท หรือจากการรวบรวมเบื้องต้นมีอยู่ไม่เกิน 50,000 ล้านบาทซึ่งไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ การใช้งบกลางก็มีเงินเหลือเพียงประมาณ 20,000 ล้านบาท ก็ต้องสำรองไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินอื่นๆ 

ขณะที่งบประมาณปี 2570 ต้องรอไปจนถึงเดือนตุลาคมหรืออีก 15 เดือนข้างหน้า ซึ่งไม่ทันท่วงทีต่อความจำเป็นเร่งด่วน พระราชกำหนดฉบับนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำเงินมาช่วยกลุ่มเปราะบางและปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าที่ปัจจุบันสูงถึง 7-8% ของ GDP

อย่างไรก็ตามในขั้นตอนต่อไปหลังจากครม.อนุมัติพระราชกำหนดคือการรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา และภายในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ จะเสนอเข้าสู่รัฐสภา ก่อนแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองรายจ่ายเพื่อพิจารณาโครงการที่หน่วยงานต่างๆ นำเสนอ 

สำหรับคณะกรรมการชุดนี้จะประกอบด้วยปลัดกระทรวงเป็นประธานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการบรรเทาผลกระทบประชาชนและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งพระราชกำหนดฉบับนี้จะระบุเป้าหมายไว้ชัดเจนกว่าฉบับอื่นๆ ที่เคยมีมา โดยกฎหมายมีทั้งหมดประมาณ 11 มาตรา โดยมุ่งเน้นความรวดเร็วและกำหนดให้พิจารณาโครงการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ และสามารถเบิกใช้ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2570

ขณะที่การดำเนินโครงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็สามารถเสนอเรื่องเข้ามาผ่านกระบวนการกลั่นกรองได้เช่นเดียวกัน แต่เบื้องต้นโครงการคนละครึ่งพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นเพียงตัวโครงการสามารถการพิจารณาแหล่งเงินที่เหมาะสมได้นอกเหนือไปจากเงินกู้จากพ.ร.ก.ฉบับนี้ ทั้งการตัดโอนงบประมาณ การใช้งบประมาณปกติ

ส่วนการกู้เงินครั้งนี้จะเป็นการกู้ในประเทศทั้งหมด จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และปัจจุบันสภาพคล่องในระบบการเงินไทยยังอยู่ในระดับสูงกว่า 1 ล้านล้านบาทตามข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นต้นทุนการกู้เงินในปัจจุบันถือว่าถูกมากเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ และจะเน้นการดำเนินโครงการระยะสั้นให้จบสิ้นภายในเดือนกันยายน 2570 เพื่อให้ครอบคลุมช่วงวิกฤต 

คอบอลไทยเตรียมเฮ นายกฯ ยัน ได้ดูฟุตบอลโลก 2026 แน่

คอบอลไทยเตรียมเฮ นายกฯ ยัน ได้ดูฟุตบอลโลก 2026 แน่

คอบอลไทยเตรียมเฮ นายกฯ ยัน ได้ดูฟุตบอลโลก 2026 แน่

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.45 น.

คอบอลไทยเตรียมเฮ ! นายกฯ ยัน ได้ดูฟุตบอลโลก 2026 แน่ 

วันที่ 5 พ.ค. เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษ์ถึงความชัดเจนการถ่ายทอดสด การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และ แคนาดา เป็นเจ้าภาพให้คนไทยได้ดูในช่วงกลางปีนี้หรือไม่ว่า ก็ต้องทำให้มี ซึ่งทุกรัฐบาลก็ทำให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก รัฐบาลจะไปมีข้อยกเว้นได้หรือ ส่วนวิธีการเดี๋ยวค่อยว่ากัน

อนุทิน ชาญวีรกูล

ไทยแลนด์เฟิร์สคนไทยไม่ต้องห่วง อนุทิน บอกยกเลิก MOU44 เหตุใช้มา 25 ปี ไม่มีคืบหน้า

ไทยแลนด์เฟิร์สคนไทยไม่ต้องห่วง  อนุทิน บอกยกเลิก MOU44 เหตุใช้มา 25 ปี ไม่มีคืบหน้า

ไทยแลนด์เฟิร์สคนไทยไม่ต้องห่วง อนุทิน บอกยกเลิก MOU44 เหตุใช้มา 25 ปี ไม่มีคืบหน้า

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

วันนี้ 5 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงความชัดเจนการยกเลิก MOU44 ว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และขอย้ำว่าการยกเลิก MOU44 ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งใดๆที่เรามีอยู่กับกัมพูชา แต่เป็นแนวนโยบายของตนที่ว่าอะไรก็ตามดำเนินมาแล้วนานเช่น MOU44 มีมาแล้ว 25 ปี ความคืบหน้าของการหาข้อสรุปยังไปไม่ถึงไหน เมื่อมีตัวอ้างอิงอื่นๆที่เกิดขึ้น เช่นอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เราจะเอามาเป็นตัวอ้างอิงเพื่อเป็นแนวทางร่วมกันทั้งสองประเทศ เพราะทั้งสองประเทศเป็นภาคี 

เมื่อถามว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานสว.กัมพูชา บอกว่าหากยกเลิก MOU44  จะทำให้มีข้อพิพาทมากขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า อันนี้ต้องไปสัมภาษณ์ท่าน เมื่อถามว่ากรณีที่มีความเห็นต่างเช่นนี้จะกระทบต่อการเจรจาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาอะไร เมื่อถามว่าหากเราเดินหน้าการเจรจาควบคู่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นบริบทใหม่อย่าไปผูกติดกับตัวเดิมสำหรับประเทศไทย MOU44 ไม่มีแล้ว เมื่อถามว่าหลังจากนี้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไทยกัมพูชาจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า MOU44 เป็นสิ่งที่เราตั้งขึ้นมาเพื่อดูการแบ่งผลประโยชน์จากทรัพยากรใต้ทะเลอย่างไร ดังนั้นถ้าจะคุยกันใหม่ต้องหารือกันใหม่ตั้งชุดอาจเป็น MOU70 แล้ว ไม่ใช่ 44 ก็ว่ากันไปตรงนั้น เมื่อถามว่าการยกเลิกMOU44ตามข้อกฎหมายถือว่ามีผลวันนี้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง เราต้องแจ้งให้คู่MOUของเราให้รับทราบโดยจะออกหนังสือไป 

อนุทิน

เมื่อถามว่าการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 7 – 9 พ.ค.จะพบ นายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา จะหารือเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไงก็ต้องได้เจอกันในวงหารือต่างๆอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาการพบปะหารือหรือจะมีอะไรก็ตามสิ่งที่ตนให้ความมั่นใจกับคนไทยคือไทยแลนด์เฟิร์สจะไม่มีอะไรที่ประเทศไทยต้องสูญเสีย เมื่อถามว่าสถานการณ์ชายแดนจะตึงเครียดมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ทุกวันนี้เรามีการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนไม่ตั้งในความประมาทอยู่แล้วฝ่ายความมั่นคงทหาร รักษาแนวชายแดนเราเต็มที่ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล ตนสอบถามกองทัพแทบทุกสัปดาห์สถานการณ์จะว่าแล้วดีขึ้นด้วยซ้ำ 

อนุทิน

นายกฯ นำ ครม. แถลงออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้ปมวิกฤติพลังงานผลกระทบตะวันออกกลาง

นายกฯ นำ ครม. แถลงออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้ปมวิกฤติพลังงานผลกระทบตะวันออกกลาง

นายกฯ นำ ครม. แถลงออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้ปมวิกฤติพลังงานผลกระทบตะวันออกกลาง

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.25 น.

นายกฯ นำครม.แถลงเดินหน้าพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังแก้ไขวิกฤติพลังงาน จากผลกระทบตะวันออกกลาง หยุดความเสี่ยงศก.ไทย เข้าสู่เงินเฟ้อสูง ย้ำรักษาวินัยการคลังเคร่งครัด

วันที่ 5 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี(ครม.) ร่วมแถลงข่าวรายละเอียดร่างพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้กระทรวงการคลังกู้เงิน พ.ศ.2569  วงเงิน 4 แสนล้านบาท  ว่า  วันนี้ตนและครม.ขออนุญาตมารายงานให้ทราบถึงการตัดสินใจของรัฐบาลในเรื่องของมติครม.ร่างพ.ร.ก.ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. (ร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤติพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศหรือที่ท่านจะได้ยินตามรายงานข่าวในชื่อสั้นๆว่าพ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้  เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเนื่องจากราคาพลังงานและลุกลามไปสู่ราคาอาหารและค่าของชีพของประชาชน ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นปกติและไม่ใช่สถานการณ์ที่เราจะรอได้ ดังนั้นหน้าที่ของรัฐบาลคือการหยุดความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจหดตัวในระยะถัดไป ซึ่งจะต้องทำอย่างทันถ่วงที 

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกฯ กล่าวต่อว่า ดังนั้นพวกเราจึงมีความจำเป็นและเห็นด้วยที่จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษผ่านการออกพ.ร.ก.ภายใต้หลักกฎหมายที่ชัดเจนว่าเป็นกรณีฉุกเฉินมีความจำเป็นเร่งด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้พ.ร.ก.ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนอยู่ 2 ประการคือ

 1. เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการของชีพของประชาชน และประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก และเพื่อเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ ลดความเปราะบางและตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศ มาตรการภายใต้พ.ร.ก.ฉบับนี้จะมุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ประชาชนผู้มีรายได้น้อย รายได้ปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการ  รวมทั้งลดต้นทุนให้กับภาคการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ โดยไม่ถูกผลกระทบซํ้าจากต้นทุนที่สูงขึ้น และช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพหรือ ดําเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง 

อนุทิน ชาญวีรกูล

และ 2. มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนการใช้พลังงานเพื่อให้มี ประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิง การใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก  เพื่อให้ประเทศไทยมีต้นทุนพลังงานที่มั่นคงและแข่งขันได้ไม่ต้องเผชิญความปันผลแบบนี้ และพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม โดยมีทิศทางควบคู่กันคือ ช่วยเหลือและบรรเทาการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กับการลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกรรมผ่านการจัดหาปุ๋ยรวมทั้งการพัฒนาทรัพยากรคนโดยการอัพสกิล รีสกิล ของเราให้มีศักยภาพในการแข่งขันของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยหลักการและเหตุผลดังที่กล่าวมา

นายกฯ กล่าวอีกว่า จึงเป็นการวางรากฐานประเทศเพื่อลดความปลอดภัยในอนาคต โดยยังคงรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ปัญหาที่เป็นวิกฤติของโลกมันหายไป แต่จะทำให้มีกลไกที่จะรับมือกับปัญหาและเป็นการประคับประคองพี่น้องของเราที่มีกำลังน้อยให้สามารถฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน อีกทั้งยังจะทำให้ประเทศไทยของเรามีความเข้มแข็งมีความพร้อมสูงสุดในการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับรายละเอียดของพ.ร.ก.ฉบับนี้ รมว.คลังจะชี้แจงให้ทราบต่อไปในรายละเอียด

อนุทิน ชาญวีรกูล

“ในส่วนของเชิงนโยบายพวกเราทุกคนวันนี้ยินดีเป็นเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบกับพี่น้องประชาชน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ และความมุ่งมั่นที่จะยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนในการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ เราจะทำทุกอย่างจนสุดความสามารถที่เรามีอยู่ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่พี่น้องประชาชนให้ผ่านวิกฤติการครั้งนี้ไปได้ด้วยดีด้วยกัน” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่ามีการลดวงเงินจาก 5 แสนล้านบาทเหลือ 4 แสนล้านบาท นายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าวโดยชี้บอกสื่อมวลชนว่าให้รอฟังจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง

อนุทิน ชาญวีรกูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายอนุทิน ได้เรียก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เข้าหารือความคืบหน้าการจัดหาปุ๋ย บนตึกไทยคู่ฟ้า.

อนุทิน ชาญวีรกูล

เตรียมเปิดโผ 50 ว่าที่ผู้สมัคร สก. เย็นนี้ แย้ม ขุนพลชิง ผู้ว่าฯ กทม. โปรไฟล์แน่น

เตรียมเปิดโผ 50 ว่าที่ผู้สมัคร สก. เย็นนี้ แย้ม ขุนพลชิง ผู้ว่าฯ กทม. โปรไฟล์แน่น

เตรียมเปิดโผ 50 ว่าที่ผู้สมัคร สก. เย็นนี้ แย้ม ขุนพลชิง ผู้ว่าฯ กทม. โปรไฟล์แน่น

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.13 น.

‘ปชป.’ เตรียมเปิด ‘50ผู้สมัคร สก.’ ยังอุบชื่อชิง ’ผู้ว่าฯ กทม.‘ แย้มมีประสบการณ์การเมือง-ประสานรัฐบาลได้ ตอบโจทย์คนเมืองแน่นอน

วันนี้ 5 พ.ค. 2569 นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก.พรรคประชาธิปัตย์ว่า ในช่วงเย็นวันนี้ (5 พ.ค.) จะมีการประกาศรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สก.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 50 เขต ภายหลังคณะกรรมการบริหารพรรคฯ จะได้รับรองรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดแล้ว โดยมีอดีต สก.พรรคประชาธิปัตย์ และ สก.จากพรรคการเมืองอื่น ๆ ในช่วงที่ผ่านมาทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนที่มีแนวทางการทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ ประมาณ 12-13 คน และยังมีอดีตผู้สมัครที่มีคะแนนในพื้นที่ดี รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจ 

สกลธี ภัททิยกุล

นายสกลธี กล่างต่อว่า การเลือกตั้ง สก. การแข่งขันน่าจะไม่เท่าการแข่งขันระดับประเทศ และมั่นใจว่า หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมานำพรรคฯ ความนิยมของพรรคฯ ในกรุงเทพฯ มีมากขึ้น และว่าที่ผู้สมัครของพรรคฯ ก็ทำงานหนัก จึงมั่นใจว่า หลายเขตที่พรรคประชาธิปัตย์จะสามารถปักธงได้มากกว่าการเลือกตั้ง สก.ครั้งก่อนแน่นอน ไม่เหมือนกับการเลือกตั้ง สส.ที่พรรคประชาชน ได้ทั้ง 33 เขตการเลือกตั้ง 

เมื่อถาม สก.พรรคเพื่อไทยที่มาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี กล่าวว่า กรรมการสรรหาได้พิจารณาถึงการทำงาน แนวทางและอุดมการณ์ ซึ่งหลายคนเป็นอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หรือ อดีต สข. และ สก.ซึ่งมีการพิจารณาประวัติอย่างเข้มข้น จึงได้มีการรับรองผู้ที่มีความเหมาะสม 

สกลธี ภัททิยกุล

นายสกลธี ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ยังไม่มีการเปิดรายชื่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ของพรรคฯ ว่า เนื่องจาก ผู้สมัครที่ได้มีการทาบทามไว้ มีหน้าที่การงานที่จะต้องไปจัดการก่อน ซึ่งพรรคฯ จะเปิดตัวในช่วงกลางเดือน ส่วนการประเมินคู่แข่งอย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. คนปัจจุบันนั้น ยอมรับว่า คนเป็นแชมป์เก่าน่ากลัวอยู่แล้ว และยังมีประชาชนให้ความนิยมจากแนวทางการทำงานของนายชัชชาติ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำการบ้าน และเห็นจุดบางชุดที่นายชัชชาติยังไม่ได้ลงมือทำ เช่น การติดกล้องวงจรปิดที่ยังไม่เพิ่มจำนวน ระบบ Feeder นำประชาชนส่งถึงขนส่งสาธารณะได้ง่ายขึ้น  รวมถึงแนวทางการยกระดับกรุงเทพฯ อีก 4 ปีข้างหน้าให้ยกระดับขึ้นอีก ซึ่งผู้สมัคร และทีมกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์จะตอบโจทย์ 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการประเมินคนกรุงเทพฯ ชอบผู้สมัครที่ลงสมัครในนามอิสระมากกว่าสังกัดพรรคการเมืองนั้น นายสกลธี กล่าวว่า จะต้องย้อนกลับไปในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ปี 2565 ว่า นายชัชชาติอิสระจริงหรือไม่ และเชื่อว่า สื่อมวลชนจะทราบว่า มีพรรคการเมืองใดสนับสนุนนายชัชชาติ ซึ่งเชื่อว่า คนในวงการจะทราบอยู่แล้ว แต่ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผย โปร่งใสที่สนับสนุนในนามพรรคฯ และตนมั่นใจว่า ประชาชนต้องการความชัดเจนว่า ใครจะมีทีมของใครมากกว่า หรือหากผู้ว่าฯ จะมีทีม สก.ของตนเอง ประชาชนก็คงอยากทราบ พร้อมมองว่า การเปิดเผยให้ชัดนั้น เป็นประโยชน์อยู่แล้ว 

สกลธี ภัททิยกุล

นายสกลธี กล่าวด้วยว่า การลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. หรือ สก.ในนามอิสระนั้น มีทั้งผลดีและผลเสีย ซึ่งการลงสมัครในนามอิสระ ก็ไม่จำเป็นต้องมีแนวนโยบายของพรรคมาตีกรอบ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้อิสระกับผู้สมัครผู้ว่าฯ ในการกำหนดนโยบาย ซึ่งในการทำงานจริง เชื่อว่า แม้ สก.จะมีพรรคการเมือง แต่สิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชน สก.ก็พร้อมดำเนินการ ทั้งนี้ จุดแข็งของว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์มีการทาบทามไปก็ได้รับการตอบรับทันที ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง เคยเป็นผู้บริหารธุรกิจเอกชน มีบุคลิกในการประสานงาน หากได้รับการเลือกตั้ง มั่นใจว่า จะสามารถประสานงานกับรัฐบาลได้อย่างไร้รอยต่อแน่นอน รวมถึงยังมีนโยบายกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ 4 ปี จะสามารถตอบโจทย์ให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ได้แน่นอน 

สกลธี ภัททิยกุล
สกลธี ภัททิยกุล
สกลธี ภัททิยกุล

เพื่อไทยยันส่งแน่ ชิงเก้าอี้ สก. มั่นใจรักษาฐานที่มั่นเดิม ไม่หวั่นกระแสเปลี่ยน

เพื่อไทยยันส่งแน่ ชิงเก้าอี้ สก. มั่นใจรักษาฐานที่มั่นเดิม ไม่หวั่นกระแสเปลี่ยน

เพื่อไทยยันส่งแน่ ชิงเก้าอี้ สก. มั่นใจรักษาฐานที่มั่นเดิม ไม่หวั่นกระแสเปลี่ยน

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.08 น.

เวลา 12.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จนทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความชัดเจนในการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่า เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายส่งผู้สมัคร โดยยอมรับว่า มีผู้สมัคร สก. ที่มีความประสงค์จะใช้ชื่อพรรคเพื่อไทยในการหาเสียง ซึ่งพรรคก็ไม่ขัดข้อง ก่อนย้ำว่า เปิดให้สมาชิกพรรคลงในนามสมาชิกพรรคได้ แต่ไม่ได้เป็นการส่งอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทย ก่อนอธิบายเพิ่มเติมว่า คนที่จะลงเป็นสมาชิกพรรคอยู่แล้ว เขาอยากสู้ในนาม

ขณะที่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวานิช รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมส่งผู้สมัครลงชิงสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่า ในส่วนของสก. เดิมของพรรคเพื่อไทย ก็ยังยืนยันว่าจะลงต่อโดยมีการขออนุญาตใช้โลโก้พรรค ซึ่งทางพรรคก็ไม่ได้ติดขัดและปฏิเสธ ฉะนั้นก็คืออนุญาตให้ใช้สามารถลงสมัครในนามของพรรคเพื่อไทยได้ 

เมื่อถามว่า จะส่งผู้สมัครลงครบทุกเขตหรือไม่ น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ไม่ครบทั้ง 50 เขต แม้ว่าเราจะมีบุคลากรอยู่ แต่ก็ต้องประเมินความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ ซึ่ง 20 สก.เดิมของพรรคเพื่อไทยก็มีทั้งคนที่ยังอยู่ และมีคนที่เปลี่ยนไปลงในนามอิสระ หรือกลุ่มต่างๆแล้ว เพราะฉะนั้นจะมีการคัดผู้สมัครทางผู้สมัครเดิมและผู้สมัครใหม่ที่จะเข้ามาเสริม และจะพยายามเคาะรายชื่อใหม่โดยเร็วที่สุด และคิดว่าขณะนี้หลายๆกลุ่มอยู่ระหว่างการทำงาน แต่ในเบื้องต้น อย่างน้อยสก.เดิมที่ไม่มีชื่อไปไหนยังยืนยันที่จะอยู่ต่อ ซึ่งคร่าวๆในมือมีอยู่ 20 รายชื่อ แต่เป็นเฉพาะคนที่ทำงานอยู่กับพรรค ทั้งสก.ปัจจุบันและผู้ที่เสนอตัวเข้ามาเป็นผู้แทนในระดับท้องถิ่น 

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะได้จำนวนสก.เท่าเดิมหรือไม่ น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ยังคงเชื่อมั่น เพราะจุดเด่นของพรรคเพื่อไทยคือการทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เข้าถึงประชาชนแนะนำปัญหาเข้าไปสู่กระบวนการการแก้ไข หน้าที่หลักของสก.อย่างหนึ่งคือการพิจารณากฎหมายส่วนของสภากทม.หลายเรื่องและหลายนโยบายที่เคยประกาศไว้เมื่อปี 2565 ก็สามารถผลักดันได้ และคิดว่าผลงานต่างๆที่ได้ดำเนินการมาก็จะได้รับการตอบรับจากประชาชน แต่คงต้องแยกกับการออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งสส.ที่ผ่านมา เนื่องจากสก.กับสส.มีตัวแปรที่แตกต่างกัน 

เมื่อถามว่า หวั่นใจหรือไม่สนาม สก.จะเปลี่ยนแปลงเหมือนสนามสส. น.ส.ธีรรัตน์ ยืนยันว่า ยังคงต้องยึดหลักในเรื่องการทำหน้าที่เพื่อประชาชน ส่วนเรื่องการตอบรับยังคงต้องมุ่งหวัง ว่าจะต้องเดินในทางที่ถูกต้องหรือทางที่ควรจะเป็น พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่ต้องยืนหยัดทำงานต่อไม่ว่าประชาชนจะเลือกหรือไม่ก็ตาม 

วุฒิสภา ตั้ง 15 กมธ. สอบประวัติ จักรพงศ์ ก่อนลงมตินั่ง ตุลาการศาล รธน.

วุฒิสภา ตั้ง 15  กมธ. สอบประวัติ จักรพงศ์ ก่อนลงมตินั่ง ตุลาการศาล รธน.

วุฒิสภา ตั้ง 15 กมธ. สอบประวัติ จักรพงศ์ ก่อนลงมตินั่ง ตุลาการศาล รธน.

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.01 น.

‘สว.’ ตั้ง 15 กมธ.ตรวจสอบประวัติ ‘จักรพงศ์’ คั่วนั่ง ‘ตุลาการศาลรธน.’ ขีดเส้นทำงาน 60 วัน ด้าน ‘เทวฤทธิ์’ ข้องใจไร้ตัวแทนจาก  ‘กมธ.พัฒนาการเมืองฯ’ แนะพิจารณาปม 
‘บัตรสนเท่ห์’ ส่อขาดคุณสมบัติตามรธน. ขณะที่ ‘วุฒิชาติ’ แจงทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้ ย้ำกระบวนการไม่ได้เร่งรัด เคยชะลอเรื่องเข้าวุฒิสภามาแล้ว เหตุต้องรอสอบเรื่องร้องเรียน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของ นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

โดยกรรมาธิการสอบประวัติที่สว.ตั้ง มีทั้งสิ้น 15 คน อาทิ นายกมล รอดคล้าย นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร นายชีวะภาพ ชีวะธรรม พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย นายธวัช สุระบาล  นายกัมพล สุภาเพ่ง พร้อมกับกำหนดเวลาทำงานภายใน 60 วัน

หลังจากนั้นนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. หารือเพื่อตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งตัวแทน กมธ. เพื่อให้เป็นกมธ.สอบประวัติ ไม่มีตัวแทนของกมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ถือเป็นความน่าเสียดาย เพราะบุคคลที่เสนอให้แต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในคุณสมบัติด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์มีความเกี่ยวข้องกับกมธ.การพัฒนาเมืองฯ 

นายเทวฤทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ในกรณีที่รายงานของกรรมการสรรหา ที่ระบุถึงผลการตรวจสอบบัตรสนเท่ห์ให้ตรวจสอบคุณสมบัติที่พบว่านายจักรพงษ์ใช้สมัครไม่ตรงกับสาขาที่สมัครซึ่งพบผลการพิจารณาที่ใช้การลงมติตัดสิน โดยผลออกมาไม่เป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 2 ซึ่ง 2 เสียง ที่เห็นว่าคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มีนัยสำคัญ เพราะมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการสรรหา คือ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ทั้งนี้ตนมองว่ากระบวนการสรรหา ที่รัฐธรรมนูญกำหนดและตามความมุ่งหมาย ให้เน้นกระบวนการปรึกษาหารือ แต่รายงานที่สว.ได้รับ เน้นการลงมติและให้เหตุผลประกอบสั้นๆ ดังนั้นตนหวังว่ากรรมการสรรหาจะพิจารณาเรื่องดังกล่าว ให้เป็นสาระสำคัญของกระบวนการพิจาณาเพื่อให้เกิดความกระจ่างและลดข้อสงสัยจากประชาชน ว่า ทำไม 6 เสียงเห็นถึงว่าคุณสมบัติสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ขณะที่อีก 2 เสียงมองว่าไม่ถูกต้อง

นายเทวฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ในรายงานของกมธ.ตรวจสอบปะวัติฯ นั้นตนขอเสนอให้พิจารณาในประเด็นของการเปิดเผยรายงานตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา 110 กำหนด เพราะที่ผ่านมาพบการเปิดเผยเพียงประวัติของผู้ถูกเสนอชื่อ 1 หน้ากระดาษ นอกนั้นคือกระบวนการของกมธ.และแบบฟอร์มตรวจสอบจริยธรรม  ซึ่งเรื่องดังกล่าวควรเปิดเผยให้รับทราบมากกว่านี้เพื่อให้สาธารณชนรับทาบ เพราะขณะนี้มีคความขัดแย้งและสงสัยในกระบวนการว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ 

ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา)  ชี้แจงว่า  กระบวนการคัดสรรกมธ.สามัญให้ทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติบุคคลที่เสนอชื่อ  เป็นการเรียงลำดับของกมธ. ซึ่งชุดนนี้อาจยังไม่ใช่ลำดับของกมธ.การพัฒนาการเมือง  ดังนั้นการดำเนินการตาม ทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้

นายวุฒิชาติ ชี้แจงอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูรอบนี้มีการเร่งรัด ตนไม่สบายใจ เพราะข้อเท็จจริงแล้วกระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรอบนี้ทำมา ตั้งแต่ พ.ย.2567 หรือใช้เวลาปีครึ่ง ที่ประชุมกรรมการสรรหาหได้ทำมาหลายครั้ง และมีที่เสียงเห็นชอบไม่ถึง 2 ใน 3 ต้องเร่ิมกระบวนการใหม่ และรอบล่าสุดได้ขยายเวลาเปิดรับสมัคร เป็น 45 วันจากเดิม 15 วัน  เพราะมีผู้สมัครน้อย ส่วนการลงมติของกรรมการนั้นตนไม่ก้าวล่วง

“เวลาที่สื่อมวลชนนำเสนอว่าเร่งรัดการทำงาน จริงๆ แล้ว ได้เชิญฝ่ายเลขาธิการวุฒิสภามาหารือ ซึ่งจริงแล้วเรื่องนี้ได้รับการบรรจุวาระตั้งแต่ 28 เม.ย. แต่ชะลอเรื่องดังกล่าวออกไป เพราะมีข้อร้องเรียนต่อผู้ได้รับกาเสนอชื่อ ทั้งนี้เป็นข้อร้องเรียนหลังจากหมดเวลายื่นเรื่องแล้ว แต่กรรมการสรรหาไม่ได้ปล่อยวาง ไม่ได้ละเลย ขอรับเรื่องเพื่อพิจารณา จึงเลื่อนรับรอง จาก 24 เม.ย. เป็น 29 เม.ย.  กระบวนการนั้นได้ประสานงานกัน เรียกว่าทำงานเป็นทีม ว่าเรื่องจะเข้ามาเมื่อใด จะบรรจุวาระเมื่อใด”  นายวุฒิชาติ ชี้แจง