พิพัฒน์ เตรียมพบครูใหญ่เย็นนี้ สยบปมร้าว 2 น. 1 พ. ย้ำบทบาท เนวิน เป็นที่ปรึกษาทางการเมือง

พิพัฒน์ เตรียมพบครูใหญ่เย็นนี้ สยบปมร้าว 2 น. 1 พ.  ย้ำบทบาท เนวิน เป็นที่ปรึกษาทางการเมือง

พิพัฒน์ เตรียมพบครูใหญ่เย็นนี้ สยบปมร้าว 2 น. 1 พ. ย้ำบทบาท เนวิน เป็นที่ปรึกษาทางการเมือง

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.26 น.

“พิพัฒน์” เตรียมพบ “ครูใหญ่” เย็นนี้  สยบปมร้าว 2 น.1 พ. รับ “เนวิน” เป็นที่ปรึกษาทางการเมือง เตรียมควงทำบุญที่ภาคใต้-เตะบอลกระชับมิตร ลั่น ภท. แน่นปึ้ก จ่อดำเนินคดีหลังลูกสาวถูกจับโยงฮั้ว สว. ซัดพูดอะไรต้องกลั่นกรอง

เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวไม่ลงรอยระหว่าง 2 น.1 พ.นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นายอนุทิน  ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายพิพัฒน์ ว่า มีความพยายามสร้างความแตกแยก โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งตนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่า ได้มีการประชุมในทุกสัปดาห์ ขออย่าไปกังวลไม่ว่าจะเป็นตน นายกรัฐมนตรี และครูใหญ่ พวกเราเป็นพรรคการเมืองที่พร้อมเสมอ จึงมองว่า เป็นเรื่องของผู้ที่ไม่หวังดี แต่พวกเราชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะส่งผลกับเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วย แต่ในส่วนของภาคภูมิใจไทยไม่มีปัญหาแน่นอน  ตนเห็นมีข่าวมา 2-3 วันแล้ว ว่ามีการดิสเครดิต ไม่ถูกกันระหว่าง น. กับ พ. โดยในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ตนและครูใหญ่จะไปทำบุญร่วมกันที่ จ.นครศรีธรรมราช หากไม่คุยกันจะไปด้วยกันได้อย่างไร และในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ก็จะไปแข่งฟุตบอลกระชับมิตร จ.บุรีรัมย์ กับ จ.ปัตตานี นี่คือข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าผู้ไม่หวังดีนั้นเป็นใคร เมื่อตรวจสอบตามเพจต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นเพจอวตาร ไม่รู้มาจากประเทศไหน เป็นเรื่องยาก และสุดท้ายพวกเราคนทำงาน ต้องมาโดนโจมตีแบบไม่รู้ที่มาที่ไป พวกเราจะหาตัวตนได้อย่างไร ถึงขณะนี้ได้แจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปช่วยตรวจสอบ เนื่องจากเราเข้าไม่ถึง  

เมื่อถามว่า ครูใหญ่ถือเป็นบุคคลที่พรรคภูมิใจไทยให้ความเคารพ หากมีการโจมตีกันเช่นนี้ จะทำให้เกิดความสั่นคลอนต่อรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ครูใหญ่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล และในฐานะที่ท่านคร่ำหวอดทางการเมือง มีอะไรก็จะให้คำแนะนำ เช่นตัวเองก็ไม่เข้าใจเรื่องการเมืองทุกมิติ เพราะการเป็นนักการเมืองนั้นยาก บางครั้งพูดตรงเกินไปก็ไม่ได้ พูดโกหกก็ถูกต่อว่า เพราะฉะนั้น จึงต้องมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการเมืองให้คำปรึกษา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีครูใหญ่ที่ให้คำปรึกษากับน้องๆ ที่เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ และตั้งแต่ที่มีข่าวออกมาตนก็ยังไม่ได้พูดคุยกับครูใหญ่ แต่มีการโทรศัพท์คุยกัน โดยครูใหญ่แจ้งว่าอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ และเย็นนี้จะมีการพบเจอกัน

เมื่อถามว่า ครูใหญ่ได้ให้คำปรึกษาถึงกรณีที่แกนนำของพรรคภูมิใจไทยหลายคนถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นตนไม่เคยมีชื่อ แต่รอบนี้มี ก็ยังงงอยู่ ยืนยันว่า ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องอะไร นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างถึงลูกสาวของตน ซึ่งเป็นพนักงานทำงานในบริษัท เขาไม่เคยมายุ่งการเมือง เพราะฉะนั้นจะต้องไปถามคนที่ให้ข่าว ไปเอาข่าวเท็จมาจากไหน ทั้งนี้ จะหารือกับทางทีมทนาย ว่าจะดำเนินการอะไรได้บ้าง หากต้องไปแจ้งความก็ต้องทำ เพราะฉะนั้น เวลาพูดควรจะคัดกรอง ไม่ใช่อยากนึกจะพูดอะไรก็พูด หรือใครมากระซิบอะไรก็พูด เพราะจะสร้างความเสียหาย ถ้าโยนมาให้ตนคนเดียวรับได้ เพราะเราอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับอยู่แล้ว แต่ไปพาดพิงถึงลูกสาวตน เขาเป็นแค่พนักงานบริษัท ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย ขออย่าเหมารวมทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้ท้อต่อสถานการณ์ที่ถาโถม

การดี ยื่นหนังสือร้อง ดีอี ทบทวน-ยกเลิก งบ 1.6 พันล้าน โครงการ TH-AI Passport

การดี ยื่นหนังสือร้อง ดีอี ทบทวน-ยกเลิก งบ 1.6 พันล้าน โครงการ TH-AI Passport

การดี ยื่นหนังสือร้อง ดีอี ทบทวน-ยกเลิก งบ 1.6 พันล้าน โครงการ TH-AI Passport

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.13 น.

วันนี้ 27 กรกฎาคม 2569 นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ว่าตนเองได้ไปยื่น เอกสารเปิดผนึก ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรียกร้องให้มีการทบทวน พิจารณาแก้ไข หรือยุติโครงการ #THAIPassport โดยมีข้อความว่า “เราคงจะปล่อยให้เงินงบประมาณ 1,600 ล้านบาท ไหลไปแบบไม่ชอบธรรมแบบนี้ไม่ได้นะคะ”

วันนี้อ้อได้เดินทางไปยื่น “เอกสารเปิดผนึก” ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวน พิจารณาแก้ไข หรือยุติโครงการ #THAIPassport โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติหรือข้อกังวลไว้ 5 ประเด็นค่ะ

การดี เลียวไพโรจน์

ประเด็นที่ 1 ข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

ประเด็นที่ 2 ความไม่คุ้มค่าและคุณภาพระบบที่ต่ำกว่ามาตรฐานฟรีทั่วไป

ประเด็นที่ 3 ความไม่โปร่งใสในเกณฑ์การจ่ายเงินตามการใช้งานจริง (Pay per Use หรือ Pay per Active User)

ประเด็นที่ 4 การขัดต่อเงื่อนไข TOR และกระทบต่ออธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty)

ประเด็นที่ 5 การขาดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจน

การดี เลียวไพโรจน์

เนื่องจากรัฐมนตรีติดภารกิจ จึงมอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) มารับเรื่องแทนค่ะ ประเด็นสำคัญที่เน้นย้ำคือ ขณะนี้งานงวดที่ 1 ยังอยู่ในกระบวนการตรวจรับ ซึ่งแปลว่าเงินงบประมาณก้อนแรกจำนวนกว่า 300 ล้านบาท ยังคงอยู่กับรัฐและยังไม่ได้ถูกเบิกจ่ายออกไป การยื่นเอกสารเปิดผนึกในครั้งนี้ ต้องการย้ำให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ในฐานะผู้มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการทรัพยากรของกระทรวง ได้ตระหนักและพิจารณาข้อสังเกตสำคัญของโครงการ TH-AI Passport พร้อมทั้งเตือนถึงผลกระทบทางกฎหมายที่อาจตามมา หากเอกสารเปิดผนึกฉบับนี้ ส่งถึงมือรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังคงไม่มีการดำเนินการใดๆ หรือยังคงเพิกเฉยต่อข้อท้วงติง จะถือว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

อ้อและ #พรรคประชาธิปัตย์ จะติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมนำเรื่องนี้เข้าสู่การตรวจสอบในกลไกของรัฐสภา เพื่อเป็นปากเสียงปกป้องเงินภาษีของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่ออนาคตเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของคนไทยอย่างแท้จริงค่ะ #อ้อการดี #การดีเลียวไพโรจน์ #ประชาธิปัตย์”

การดี เลียวไพโรจน์

หลังจากที่โพสต์ของ นางการดี เลียวไพโรจน์ เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เช่น 

“เหนื่อยหน่อยนะคะ อาจารย์อ้อ ขอให้ รมต.ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ยับยั้งการดำเนินการทันที หรือปรับแก้ เพื่อใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าที่สุด ต้องไม่ลืมว่า เราจ่ายเงินเพื่อใช้ Ai มันจะเปลี่ยนไปตลอด วันนี้ Ai ที่ใช้ฟรี สำหรับบุคคลทั่วไป ถือกว่าเก่งมากแล้วในหลายด้าน”

“อย่างน้อย คุณไอซ์ ไม่ได้โดดเดี่ยวคนเดียวในการตรวจสอบค่ะ ชื่นชมนะคะ”

“ปชช.รู้สึกมีความหวังที่มี ส.ส.อย่างท่าน ขอขอบคุณในความเสียสละ ทุ่มเทเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติครับ”

“ชื่นชม ดร. อ้อ ค่ะ”

“คุณอ้อสู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจนะคะคนสวยของช้านนนนน”

“เป็นกำลังใจให้ ดร.อ้อ ค่ะ”

การดี เลียวไพโรจน์
การดี เลียวไพโรจน์
การดี เลียวไพโรจน์
การดี เลียวไพโรจน์
การดี เลียวไพโรจน์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก การดี เลียวไพโรจน์ – Karndee Leopairote 

ภูมิใจไทย ย้อนเกล็ดแสบ บี้เคลียร์ปม ‘สส.ส้ม’ ปูดดีลเลือกสว.ใช่ฮั้วหรือไม่ สุดท้ายตบรางวัล สส.กทม.

ภูมิใจไทย ย้อนเกล็ดแสบ บี้เคลียร์ปม ‘สส.ส้ม’ ปูดดีลเลือกสว.ใช่ฮั้วหรือไม่ สุดท้ายตบรางวัล สส.กทม.

ภูมิใจไทย ย้อนเกล็ดแสบ บี้เคลียร์ปม ‘สส.ส้ม’ ปูดดีลเลือกสว.ใช่ฮั้วหรือไม่ สุดท้ายตบรางวัล สส.กทม.

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

‘วัชรพงศ์’ ย้อนเกล็ดแสบ ’พรรคส้ม‘ บี้เคลียร์ปม ‘สส.ชลณัฏฐ์’ ปูดดีลเลือกสว.เหมือนจะไม่มีวันพรุ่งนี้ หักหลังราวดับสูญ’ ใช่ ‘ฮั้ว’ หรือไม่ สุดท้ายตบรางวัลส่งลงผู้แทนกทม. เสียบแทนพื้นที่ ‘ไอซ์ รักชนก’ ข้องใจถ้า สส.โกงเงิน-พันยาเสพติด ‘ย.ช.’ กับผู้นำทางจิตวิญญาณส้มต้องผิดด้วยหรือไม่ หลังโยง ‘ภท.’ เอี่ยวปมผู้ช่วย สส.โอนเงิน

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” ซึ่งจัดขึ้นโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน และนายยิ่งชีพ อัชณานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่อ้างว่า นายสุบิน ศักดา เป็นผู้ช่วยของ นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย มีการโอนเงินให้ผู้สมัคร สว. 10 คน และโยงความผิดมาที่พรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องด้วยว่า ขออย่าพยายามสร้างกระแสและใส่ร้ายมาที่พรรคภูมิใจไทย เรื่องดังกล่าวต้องรอให้มีการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม จะมาใช้ศาลเตี้ยตัดสินล่วงหน้าไม่ได้  และขอย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายและไม่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ใครจะทำผิดหรือแอบอ้างอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับพรรค พร้อมเปรียบเทียบเชิงตั้งคำถามว่า เช่นเดียวกับกรณี สส.พรรคประชาชน ที่ฉ้อโกงเงิน หรือผู้สมัคร สส. เกี่ยวกับยาเสพติด ก็ไม่ได้หมายความว่า “ย.ช.” ที่ทำตัวเป็นสาขาพรรคส้ม หรือผู้นำทางจิตวิญญาณ จะต้องร่วมกระทำผิดเช่นนั้นด้วยหรือไม่ 
    
นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า ขอตั้งคำถามกลับไปยัง นายยิ่งชีพ  กลุ่ม สว.ประชาชน และพรรคประชาชน ถึงมาตรฐานในการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 โดยหยิบยกกรณีของน.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม. พรรคประชาชน อดีตผู้สมัคร สว. ที่สอบตก และเคยโพสต์ข้อความระบุว่า “ไม่เสียใจเลยที่ผลออกมาเป็นแบบนี้ เพราะปาล์มทำเต็มที่แล้ว และเราไม่ได้ผิดคำพูดหรือโกหกใครเพื่อเข้ามาตรงนี้ หลายคนดีลเหมือนจะไม่มีพรุ่งนี้ หักหลังทุกคนราวกับว่าไม่ต้องกลับมาใช้ชีวิตในสังคมแล้ว” และไม่รู้ว่าพรรคประชาชนต้องการปิดปาก น.ส.ชลณัฏฐ์ เพราะเกรงว่าจะมาแฉกระบวนการฮั้ว สว. ของ สว.ประชาชน ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นผู้ริเริ่มแคมเปญหรือไม่ เนื่องจากเวลาต่อมา พรรคประชาชนได้ให้ น.ส.ชลณัฏฐ์ มาลงสมัคร สส.กทม. เขต 28 แทน น.ส.รักชนก ศรีนอก ที่เลื่อนไปอยู่บัญชีรายชื่อ จนกระทั่งท้ายที่สุดได้เป็น สส.กทม.สมใจ
    
“อยากถามว่าแบบนี้เรียกว่าฮั้วหรือไม่ และที่ผ่านมา สว.ประชาชน มีการดีลและหักหลังอะไรกันก่อน จนสุดท้ายโชคดี น.ส.ชลณัฏฐ์ได้เป็น สส. ในที่สุด ช่วยตอบที” นายวัชรพงศ์ กล่าว

ครม.ไฟเขียวตั้ง 5 บิ๊ก ‘ศธภ.’ ประเสริฐ แจงชัด วาระงานไม่ซ้ำซ้อน

ครม.ไฟเขียวตั้ง 5 บิ๊ก 'ศธภ.'  ประเสริฐ แจงชัด วาระงานไม่ซ้ำซ้อน

ครม.ไฟเขียวตั้ง 5 บิ๊ก ‘ศธภ.’ ประเสริฐ แจงชัด วาระงานไม่ซ้ำซ้อน

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.01 น.

“ประเสริฐ” เผย ครม.แต่งตั้ง ศจภ.5 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งเดิม มีงบรองรับอยู่แล้วไม่ได้ตั้งขึ้นใหม่ วาระงานชัดเจนไม่ซ้ำซ้อนงานผู้ตรวจศธ.

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผย ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม. มติเห็นชอบแต่งตั้งศึกษาธิการภาค(ศจภ.) สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 5 ตำแหน่ง  ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ  ได้แก่  นายธัชกร วงเพ็ง เป็นศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 5 ,  นายสัมนาการณ์ บุญเรือง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 7, นายธนภัทร  แสงจันทร์  ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 8, นายนิรุตต์  บุตรแสนรี ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 10, นายเอกวัฒน์ ล้อสุนิรันดร์ ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค  15 

นายประเสริฐ กล่าวว่า เดิมจะเสนอแต่งตั้ง 6 ตำแหน่ง แต่หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าคุณสมบัติไม่ครบ เนื่องจากอายุในการครองตำแหน่งไม่ถึง ส่วนที่ คุณสมบัติไม่ผ่านไม่เกี่ยวกับกระแสการเมือง  จึงแต่งตั้งได้ 5 ตำแหน่ง  ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอยู่เดิมแล้ว มีอัตรา มีเงินงบประมาณรองรับอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นตำแหน่งที่เกิดขึ้นใหม่ หรือที่สร้างขึ้นใหม่ และเป็นตำแหน่งที่มีภาระกิจงาน เนื่องจากตำแหน่งศึกษาธิการภาค จำเป็นต่องวางยุทธศาสตร์เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนายุทธศาสตร์แผนของจังหวัดในภาพรวม ที่ผ่านมาการศึกษาในระดับจังหวัดไม่ชัดเจน การศึกษานกลุ่มจังหวัดไม่มีใครดูแล  ฉะนั้น ศึกษาธิการภาคมีงานทำและมีภาระกิจที่แยกแตกต่างอย่างชัดเจน  และศึกษาธิการภาคไม่ได้ทำงานซ้ำกับผู้ตรวจราชการกระทรวงศธ. ศึกษาธิการภาค เป็นการวางนโยบายยุทธศาสตร์ในภาพรวมและวางยุทธศาสตร์ด้านการการศึกษาอย่างเป็นระบบ ของกลุ่มจังหวัด  ผู้ตรวจราชการ ศธ. คือ การที่ศธให้ไปตรวจว่าสิ่งที่ศธ.วางไว้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และตามเป้าหมายหรือไม่ ดังนั้น งานจะไม่เหมือนกัน เนื่องจาก ศธ.การเป็นกระทรวงใหญ่ เราขับเคลื่อนกิจการทุกด้าน จึงจำเป็นต้องใช้บุคลากร แต่บุคลากรที่แต่งตั้งมีตำแหน่งเดิมอยู่แล้ว

ซึ่งศึกษาธิการภาค ตั้งไปแล้ว 5 ตำแหน่ง เหลืออีก 7 ตำแหน่ง ก็จะทยอยแต่งตั้ง ซึ่งตำแหน่งศึกษาธิการภาค เป็นตำแหน่งที่ทุกแท่งสามารถเข้ามาได้หมดไหมใช่ขึ้นได้เฉพาะสำนักงานปลัดศธ.เท่านั้น สพฐ. สภาการศึกษา อาชีวะฯ ก็มาได้เป็นตำแหน่งเปิดกว้าง 

“ส่วนการเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ขึ้นแทนระดับ 11 ที่จะเกษียณอายุราชการ 2 ตำแหน่ง นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการ ตอนนี้ยังไม่มีใครที่ผมได้ตัดสินใจเลือกไปแล้ว  กำลังพิจารณาอยู่ เนื่องจากศธ.มีคนที่มีความรู้ความรู้ความสามารถ มีคนเก่งหลายคน ดังนั้น ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และดูว่าตำแหน่งใดเหมาะสมกับใคร ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงใหญ่ ประกอบด้วย 4 หน่วยงานหลัก มีข้าราชการหลายระดับ ซี 11 จำนวน 4 คน  ซึ 10 จำนวน 36 คน ถือว่าไม่น้อย จึงขอเวลาพิจารณาอย่างรอบครอบก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป”นายประเสริฐ กล่าว

สุชาติ ชูวัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก เป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม ซัดคนวิจารณ์ อย่ามองเป็นการเมือง

สุชาติ ชูวัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก เป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม ซัดคนวิจารณ์ อย่ามองเป็นการเมือง

สุชาติ ชูวัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก เป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม ซัดคนวิจารณ์ อย่ามองเป็นการเมือง

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.51 น.

“สุชาติ”ยก”วัดพระมหาธาตุฯ”  ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม จ่อดัน 7 วัด – คูเมือง – กำแพงเมืองเชียงใหม่ ขึ้นทะเบียนอีก ซัด พวกเห็นต่างเอาความดีใจของคนไทยทั้งประเทศมาเป็นเรื่องการเมือง สอน ต้องมีใจเป็นกลาง 

เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2569  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณียูเนสโกประกาศวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมว่า เรื่องนี้เป็นข่าวดีของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะชาว จ.นครศรีธรรมราช ถือเป็นความยิ่งใหญ่ของมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศชาติ โดยการยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น มีคณะกรรมการจากหลายประเทศร่วมพิจารณา ซึ่งประเทศไทยมีตนเอง และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมด้วย โดยการที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนั้นดำเนินการมา 5 รัฐบาลแล้ว ตั้งแต่ปี 62 

นายสุชาติ กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้มาบอกว่า มาสำเร็จในยุคเรามาเป็นรัฐบาล แต่ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมา ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพราะต้องชี้แจงหาเหตุและผลมาประกอบ ซึ่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีอายุมาประมาณ 1,500 ปี มีโบราณวัตถุรวม 32,000 ชิ้น เราจะต้องถ่ายภาพทั้ง 32,000 ชิ้น ส่งการบ้านให้กับองค์กรยูเนสโกด้วย รวมถึงให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ขององค์การยูเนสโกที่เดินทางมาตรวจสอบที่ประเทศไทย ดังนั้น การเอาอารยธรรมเก่าแก่ต่าง ๆ ของประเทศไทยขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นทำได้ยากมาก ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญ ส่งตนเองเป็นคณะผู้แทนเดินทางไปร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม 

นายสุชาติ กล่าวว่า หลังจากนี้เตรียมผลักดัน 7 วัดสำคัญ ร่วมกับคูเมืองและกำแพงเมืองเชียงใหม่ รวมเป็น 8 แหล่งวัฒนธรรม ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งตนเองได้ไปศึกษาว่า ประเทศที่มีการขอขึ้นทะเบียนมีลักษณะคล้ายแบบนี้คือ ที่หลวงพระบาง สปป.ลาว แต่ทั้งนี้ ต้องเกิดจากความร่วมมือของประชาชนในท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงแค่ทางกระทรวง หรือ รัฐบาลทำให้ฝ่ายเดียว เหมือนเช่นที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มีชาวบ้านและผู้นำท้องที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งที่ จ.เชียงใหม่อยู่ในขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาตรวจสถานที่ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเราต้องเตรียมข้อมูลและประสานกับชาวบ้าน 

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้อาจจะมีบางคนอาจจะไม่ยินดีด้วน ซึ่งมองว่า ไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ เราต้องมีวุฒิภาวะ อย่าเอาเรื่องความดีใจของคนไทยทั้งประเทศมาเป็นเรื่องการเมือง เราไม่ได้บอกว่า ทำในยุคนี้แล้วจบยุคนี้ แต่ทำมา 5 รัฐบาลแล้ว ถ้าวันนี้ทำเรื่องสำคัญ ยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลก แล้วอีก 5 – 6 ปี คุณเป็นรัฐบาลจะปฏิเสธหรือไม่ เพราะเดินกันมาขนาดนี้ ต้องมีใจเป็นกลางและมีหัวใจของความเป็นคนไทยด้วย อยากจะเตือนความคิดความอ่านของคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าหากได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่างประเทศก็อยากมาตามสถานที่ที่ขึ้นมรดกโลกมีที่ไหนบ้าง ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาได้

ขุด ‘ธนาธร’ การันตีเอง เลือก สว. ล็อกยากมาก บ้านใหญ่ไม่มีแรงจูงใจ เพจดังโผล่เมนต์ ‘กลืนน้ำลาย’

ขุด 'ธนาธร' การันตีเอง เลือก สว. ล็อกยากมาก บ้านใหญ่ไม่มีแรงจูงใจ เพจดังโผล่เมนต์ 'กลืนน้ำลาย'

ขุด ‘ธนาธร’ การันตีเอง เลือก สว. ล็อกยากมาก บ้านใหญ่ไม่มีแรงจูงใจ เพจดังโผล่เมนต์ ‘กลืนน้ำลาย’

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.46 น.

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2667 ย้อนไปช่วงมีการเลือกสมาชิกวุฒิภา(สว.) เพจ  SPACEBAR ได้รายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ลงลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเวทีพบปะประชาชนและผู้สนใจสมัครรับการคัดเลือกเป็น สว. ร่วมกับคณะรณรงค์ สว.ประชาชน 

โดยภายในงานนอกจากการบรรยายโดยธนาธรแล้ว ยังมีกิจกรรมจำลองกระบวนการเลือก สว. 

ในช่วงหนึ่งระหว่างการบรรยาย นายธนาธร ระบุว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้ามีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไม่น้อยไปกว่าการเลือกตั้งใหญ่ แม้หลายคนจะคิดว่าจะไปแข่งกับเขาได้อย่างไร มีแต่คะแนนจัดตั้งหาคนลงทุกอำเภอ แต่วันนี้ตนเห็นแนวโน้มแล้วว่าอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น 

นายธนาธร ยังกล่าวในการบรรยายครั้งนั้นอีกว่า หากดูตัวเลขผู้ที่เดินทางไปรับใบสมัคร สว. ทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่ามีไม่เยอะอย่างที่คิด วันแรกอยู่ที่ราว 1,900 คน วันที่สองราว 1,500 คน รวมเป็นประมาณ 3,400 คน เดิมมีการคาดการณ์ว่าจะมีคนลงสมัคร สว. ถึง 2 แสนคน แต่ตอนนี้ ตนมั่นใจว่าไม่ถึง การแข่งขันจะไม่เยอะแบบนั้น ดังนั้น จึงมีโอกาสที่คนที่อยากเห็นประเทศไทยดีขึ้น 

ถ้าลงสมัครก็มีโอกาสผ่านระดับอำเภอและจังหวัดสูงมาก สนามนี้ถ้าลองพิจารณาดีๆ ไม่ยากขนาดนั้น มีโอกาสสูงมากที่ผู้สมัครอิสระมีโอกาสจะได้เข้าไปทำหน้าที่

“การขนคนจ้างคนมาลงสมัคร สว. ก็ทำได้ยาก เพราะคนที่ได้รับจ้างต้องไปหยิบใบรับสมัครด้วยตัวเอง ภายในวันที่ 20-24 พฤษภาคมนี้ ก็ต้องไปยื่นเอกสารเต็มไปหมด วันเลือกก็ต้องไปลงคะแนนจริง ด้วยระบบการเลือกเองก็ยุ่งวุ่นวายไปหมด กระบวนการในการล็อกจึงยากมาก และแน่นอนว่าไม่มีใครหาคนจัดตั้งมาลงได้ในทุกอาชีพทุกอำเภอแน่ๆ” นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ไม่มีใครทำกระบวนการล็อกโหวตได้แบบเบ็ดเสร็จขนาดนั้น กลุ่มคนที่จะรวบรวมคนแบบนี้ได้ในแต่ละจังหวัดก็มีแต่นักการเมืองบ้านใหญ่ทั้งนั้น ซึ่งตนยังไม่เห็นว่ามีแรงจูงใจอะไรที่จะทำให้นักการเมืองทั่วไปมาเล่นสนาม สว. กระบวนการจัดตั้งจนถึงวันนี้ยังไม่เกิดขึ้น บ้านใหญ่ไม่มีแรงจูงใจอะไรที่อยากมี สว. ของตัวเอง เพราะใช้ทำอะไรเพื่อผลประโยชน์ของเขาไม่ได้

เพราะฉะนั้นกระบวนการที่เราคิดว่ามันจะเกิดมันถึงไม่เกิด ทีแรกตนก็คิดแบบนั้นเพราะได้ยินมาเยอะว่าจะมีการไปจัดตั้งกลุ่มอาชีพละ 10 คนให้ครบทุกอำเภอ ทีแรกก็กลัวว่าแพ้หมดเลยแน่ ไม่มี สว. อุดมการณ์หลุดรอดเข้าไปแน่ พอเวลาผ่านมาตนเริ่มเห็นแล้วว่า มันไม่เกิด

“ผมคิดว่ามันมีโอกาส โอกาสอยู่ในมือของทุกคน ทุกวันนี้ยังมองไม่เห็นการทำอย่างนั้นอย่างเป็นระบบ และผมเชื่อว่าถ้ามีประชาชนจำนวนมาก ถ้ามีผู้สมัครอิสระที่มีจิตใจรักความเป็นธรรมต่ออำเภอต่ออาชีพเยอะพอเข้าไปช่วยกันโหวต ผมว่าโอกาสที่จะชนะมีสูงมาก” นายธนาธร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะผ่านมากว่า 2 ปี แต่โพสต์ดังกล่าวเริ่มมีคนกลับไปแสดงความเห็น เพราะข่าวฮั้ว สว. ที่ พรรคก้าวไกล และ ไอลอร์ เคลื่อนไหวกำลังได้รับความสนใจ

โดยเพจดัง จักรวาลด้อมส้ม ได้เข้าไปคอมเมนท์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมว่า “หนูมาจากอนาคต พรรคส้มเขากลืนน้ำลายแล้วค่ะ

คนไทยเตรียมเฮอีก ‘สุรศักดิ์’ แย้มข่าวดี หลัง ‘ยูเนสโก’ ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯเป็นมรดกโลก

คนไทยเตรียมเฮอีก ‘สุรศักดิ์’ แย้มข่าวดี หลัง ‘ยูเนสโก’ ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯเป็นมรดกโลก

คนไทยเตรียมเฮอีก ‘สุรศักดิ์’ แย้มข่าวดี หลัง ‘ยูเนสโก’ ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯเป็นมรดกโลก

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.42 น.

27 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) มีมติรับรองอย่างเป็นทางการให้ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ว่าจะมีแผนต่อยอดด้านการท่องเที่ยวอย่างไร

 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับประเทศไทยที่มีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการรับรองโดยยูเนสโก โดยเฉพาะเป็นโบราณสถาณแห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่ง จ. นครศรีธรรมราชมีศักยภาพในการที่จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ได้  เป็นโอกาสที่ดีของนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศจะได้รู้จัก จ.นครศรีธรรมราชมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะมีเพียงแค่ จ.ภูเก็ต เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อตอนนี้มีการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารก็ทำให้ จ.นครศรีธรรมราช และบริเวณใกล้เคียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ขณะเดียวกันกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมที่จะต่อยอดในการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมในการที่จะพูดคุยกับเอเจนซี่ต่างประเทศเพื่อให้กระจายนักท่องเที่ยวจากต่างชาติมาสู่นครศรีธรรมราชและบริเวณใกล้เคียง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า “ขณะนี้มีอะไรที่อยู่ในบัญชีที่เตรียมขึ้นจะเป็นมรดกโลกบ้าง” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ตอบว่า ขณะนี้มีเรื่องของชุดไทยที่กระทรวงวัฒนธรรมกำลังดำเนินการอยู่ ส่วนเรื่องของสถานที่กำลังทำเรื่องกันอยู่ ยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่ ตอนนี้ที่คืบหน้าที่สุดคือเรื่องของชุดไทย คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ชาวไทยจะได้ยินดี อีกครั้งจากชุดไทยที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมและรัฐบาลกำลังดำเนินการจะขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกเป็นมรดกโลก 

เช็กรายชื่อที่นี่! ครม.ไฟเขียวแต่งตั้ง บิ๊กก.เกษตรฯ 9 ตำแหน่ง อธิบดี-รองปลัด-ผู้ตรวจฯ

เช็กรายชื่อที่นี่! ครม.ไฟเขียวแต่งตั้ง บิ๊กก.เกษตรฯ 9 ตำแหน่ง อธิบดี-รองปลัด-ผู้ตรวจฯ

เช็กรายชื่อที่นี่! ครม.ไฟเขียวแต่งตั้ง บิ๊กก.เกษตรฯ 9 ตำแหน่ง อธิบดี-รองปลัด-ผู้ตรวจฯ

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.25 น.

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติแต่งตั้ง 

นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมหม่อนไหม 

นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร 

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน 

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีชลประทาน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 

นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 

นายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทระทรวง 

นายชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมปศุสัตว์ 

นางสาวอิงอร ปัญญากิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ 

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป

ไทยโต้เดือด! ผอ.JIC ซัดกัมพูชา เล่นละครผ่านโซเชียล กล่าวหาไทยถล่มกาสิโน

ไทยโต้เดือด! ผอ.JIC ซัดกัมพูชา เล่นละครผ่านโซเชียล กล่าวหาไทยถล่มกาสิโน

ไทยโต้เดือด! ผอ.JIC ซัดกัมพูชา เล่นละครผ่านโซเชียล กล่าวหาไทยถล่มกาสิโน

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

ไทยโต้เดือด! ผอ.JIC ซัดกัมพูชา “เล่นละครผ่านโซเชียล” ปมกล่าวหาไทยถล่มกาสิโน ย้ำกองทัพไม่ยิงเป้าพลเรือน แนะเลิกสร้างภาพหลอกโลก

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ระบุถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชา ได้เผยแพร่ข้อมูลกล่าวหาว่าประเทศไทย โจมตีกาสิโนของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ประเทศไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ความพยายามสร้างภาพว่าไทยโจมตี “กาสิโนของพลเรือน” และยึดครองดินแดนกัมพูชานั้น เป็นการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว ขาดบริบทด้านความมั่นคง และอาจมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาคมระหว่างประเทศ มากกว่าจะสะท้อนข้อเท็จจริงทั้งหมด

ผู้อำนวยการ JIC กล่าวว่า กองทัพไทยไม่มีนโยบาย โจมตีเป้าหมายพลเรือนหรือทรัพย์สินของพลเรือนโดยปราศจากเหตุผลทางทหาร อันนี้ชัดเจน และการปฏิบัติการทุกครั้งอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หลักความจำเป็นทางทหาร และหลักการแยกแยะระหว่างเป้าหมายทางทหารกับพลเรือนอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่การปฏิบัติการแบบ “ยิงก่อน ค่อยอธิบายทีหลัง” อย่างที่ถูกกล่าวหา

ผู้อำนวยการ JIC ระบุอีกว่า ประเทศไทยยังตั้งข้อสังเกตว่า หากสถานที่ใดถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นฐานกำลัง จุดสังเกตการณ์ จุดควบคุม หรือใช้เพื่อสนับสนุนการใช้อาวุธ สถานที่นั้นย่อมสูญเสียการคุ้มครองในฐานะวัตถุพลเรือนตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ดังนั้น การจะชี้ขาดว่าสถานที่ใดเป็นเป้าหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย จำเป็นต้องอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่อาศัยเพียงการกล่าวอ้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์แล้วคาดหวังให้ทั้งโลกเชื่อตาม

“การนำแผนที่ฝ่ายเดียวหรือเอกสารที่ยังเป็นข้อโต้แย้งมาอ้างว่าเป็นข้อยุติว่าพื้นที่ดังกล่าวคือ “ดินแดนกัมพูชา” ไม่อาจใช้ยืนยันอำนาจอธิปไตยได้ เพราะประเด็นเขตแดนบางส่วนยังอยู่ภายใต้กลไกที่ทั้งสองประเทศตกลงใช้ร่วมกัน และต้องดำเนินการบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่ตัดสินกันด้วยการหยิบแผนที่ฝ่ายเดียวขึ้นมาอ้างแล้วประกาศว่า “จบข่าว” 

ประเทศไทยยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน หรือเลือกนำเสนอเพียงบางส่วนเพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองหรือกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่าแนวทางเช่นนี้ไม่ได้ช่วยสร้างสันติภาพ หากแต่ยิ่งเพิ่มความหวาดระแวงและความตึงเครียดตามแนวชายแดน เปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟลงในกองไฟมากกว่าจะช่วยดับปัญหา

”ประเทศไทยยืนยันว่าจะดำเนินการทุกประการด้วยความโปร่งใส ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบผ่านกระบวนการที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือ โดยย้ำว่าข้อเท็จจริงควรเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่กระแสในโลกออนไลน์หรือการสร้างภาพผ่านการสื่อสารเพียงด้านเดียว“ ผู้อำนวยการ JIC กล่าว

สุรศักดิ์ เผย แยกกระทรวงท่องเที่ยว-กีฬา เข้าสภาสมัยประชุมหน้า

สุรศักดิ์ เผย แยกกระทรวงท่องเที่ยว-กีฬา เข้าสภาสมัยประชุมหน้า

สุรศักดิ์ เผย แยกกระทรวงท่องเที่ยว-กีฬา เข้าสภาสมัยประชุมหน้า

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.06 น.

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงความคืบหน้าการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่า หลังจากผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว ก็จะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในสมัยเปิดประชุมที่จะถึงนี้ หลังจากนั้นจะพิจารณา 3 วาระ และส่งต่อไปยังวุฒิสภาก็จบแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ หรืออย่างช้าต้นปีหน้า ซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ ส่วนกระทรวงจะมีชื่อว่า กระทรวงการกีฬา และอีกกระทรวงคือ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว”

เมื่อถามว่า งบประมาณจะน้อยลงหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วในกระทรวงนี้มีทั้งกีฬาและการท่องเที่ยว มีการแยกงบ ประมาณในส่วนกองกรมของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจนอยู่แล้ว