มีร่างนี้ได้เพราะภรรยา เจมส์ จิรายุ ขอบคุณเมียหลังเคยดื่มหนักทุกคืนไม่นอนทั้งปีจนเกือบพัง

มีร่างนี้ได้เพราะภรรยา เจมส์ จิรายุ ขอบคุณเมียหลังเคยดื่มหนักทุกคืนไม่นอนทั้งปีจนเกือบพัง

มีร่างนี้ได้เพราะภรรยา เจมส์ จิรายุ ขอบคุณเมียหลังเคยดื่มหนักทุกคืนไม่นอนทั้งปีจนเกือบพัง

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

On the way with Chom เปิดเบื้องหลัง Six Pack สุดลีนของ “เจมส์ จิรายุ” ใครจะรู้ว่ามีร่างนี้ได้เพราะภรรยาช่วยดึงสติ! เล่าหมดเปลือกกับช่วงชีวิตที่พังที่สุด สังสรรค์ทุกคืนแทบไม่ได้นอนเป็นปี จนสุขภาพพัง ภูมิแพ้กำเริบ กลับมาได้เพราะกฎเหล็กจากภรรยา! วิ่งทุกวัน เล่นเวทประจำ แต่คอเลสเตอรอลสูงปรี้ด! อาจต้องกินยาตลอดชีวิต? พร้อมเปิดเคล็ดลับร่างทอง ต้องยอมรับก่อนว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ แต่ให้เริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ ที่ทำได้จริง สร้างโมเมนตัมให้ตัวเอง แล้วกำลังใจจะพาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด

เรื่อง Hyrox เป็นไงบ้าง พอใจไหม ?

เจมส์จิ : หนังชีวิตครับ ไม่พอใจ เพราะว่าตอนแรกตอน Sim (Simulation) คิดว่าง่าย คือผมไม่ได้ซ้อมเอาจริง ๆ ตอนที่ไปคิวบิก ไปเทรน ผมก็ไปแต่ PT แล้วก็เห็นแบบว่า คุณภรรยากับเพื่อน ๆ เขาก็เล่นกัน แล้วผมเคยเล่นคลาสด้วยกันแค่ครั้งเดียวงั้นไม่เคยเล่นเลย แล้วก็เชื่อว่าตัวเองแข็งแรงมาก เพราะว่าวิ่งมา แล้วทุกคนก็จะอวยว่าถ้าเกิดคนวิ่งจะได้เปรียบ พูดอย่างงี้เสมอ เราก็รู้สึกว่าน่าจะได้เปรียบ

แต่ก็ได้เปรียบจริง ๆ คนวิ่งยังไงก็ได้เปรียบ

เจมส์จิ : ก็จริง แต่ผมว่าครึ่งหนึ่งของการแข่งขันเลย ตอนแรกผมก็คิดว่าผมแข็งแรงใช่ไหม แล้วก็รู้สึกว่าวิ่งกันมาแล้ว เวทกันมาแล้ว ทุกคนก็อวยนักวิ่งมากว่าน่าจะไปได้ แล้วพอไปจริง ๆ แล้ว จะอ้วก คือผมเพิ่งรู้เลยว่า คือสกิลการทำฐานก็น้อย เพราะว่าเราไม่ได้เข้าและก็ไม่ได้ลองแบบฝึกจริงจัง ผมว่าเวทมันได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มวลกล้ามเนื้อที่มันมากขึ้น แต่พอมาเล่นที่มันเกี่ยวกับ Functional การยก การย้าย มันก็แย่ พอไปลองจริง ๆ แล้ว เพิ่งรู้ว่าผมมีอาการนี้ด้วย ว่าตื่นเต้นมาก คือบรรยากาศมันเร้ามาก ตอนก่อนปล่อยตัว แล้วเขาก็จะมาบรีฟว่าอย่าไปวิ่งเลย วิ่งรอบเดียว ก็จะพูดกันเต็มไปหมดเลย แล้วก็เห็นแบบว่าคนถอดเสื้อกันแล้วก็แบบยืดกัน แล้วเวฟที่ผมอยู่ ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมผมถึงไปลงเวฟนั้น มันเป็นเวฟที่หาแรงมากเลย คือผมเปิดกันประมาณ 5 เลย ประมาณแบบเพจ 5 เลย แต่เป็น 2 คนที่ช้าที่สุดเขาไปกันหมดแล้ว ผมว่ามันส์ตรงที่ว่าเหมือนกับเหนื่อยจะขาดใจดี แบบว่าชีวิตเหมือนรู้สึกชีวิตมันสบายไป หรือว่าชีวิตมันออกกำลังกายเบาเกินไป อย่าง hyrox พอมันเป็นคู่ แต่ในส่วนตัวนะผมว่าคู่สนุก คือเดี่ยวก็จะถือว่าเป็นบุคคลที่ต้องแข็งแรงมาก และก็ต้อง challenge ตัวเองมาก พอมัน mix ผมว่ามันก็เป็นอะไรที่แบบเพลินดี หมายถึงว่าเหมือนกับเราวิ่งไปกับเพื่อนและก็เล่นไปกับเพื่อน เหนื่อยเราก็พักแต่ไม่มีโอกาสได้พักเลย

เรื่องหุ่นตอนนี้แฮปปี้หรือว่าจะไปต่ออีก ?

เจมส์จิ : ไปอีกหน่อย โดยรวมอาจจะให้มันเต็มขึ้น แต่ตัวใหญ่ผมว่าน่าจะยากแล้ว เพราะว่าด้วยโครงสร้างกับ genetics ผมว่าถ้าเกิดว่าจะไปกว่านั้นก็คือต้องโหลดเยอะ ซึ่งน่าจะเหนื่อยเกินไปและก็อาจจะไม่ได้ชอบตัวเองขนาดนั้น ทั้งอาหารและก็เวทที่มันต้องแบบสัมพันธ์กันมาก ๆ คือผมใช้หลักว่าอะไรที่ง่าย ๆ เราทำไว้ก่อน พอเราเริ่มจากเลเวลง่าย ๆ มันก็ไม่ได้ยากมาก แต่ว่าพอเลเวลเรามันแบบสูงขึ้นเรื่อย ๆ มันก็มีความซับซ้อนของมันไปเรื่อย ๆ คือก็ต้องแบบกินให้มากขึ้นและกินต้องบาลานซ์กันกับการที่เราออก ซึ่งมันต้องคำนวณหลายอย่างมากเลย คือเป้าผมอันแรกก่อนที่มันจะมาเป็นหุ่นดีกว่านี้ก่อน ก็คือการที่อยากจะลองว่ามันจะ maintain ได้ยังไง เพราะว่าครั้งแรกที่ผมทำจากที่ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นซิกแพคเลยแล้วกันและก็รู้สึกว่าจะมีได้ยังไง และก็พอไปทำครั้งแรก แต่ตอนนั้นเป็นการทำที่แบบค่อนข้างเฆี่ยนเลย สมมุติว่าจำกัดเวลาสักประมาณ 2-3 เดือน และก็ฟิสิกส์จัด ๆ เลย อาหารคือถ้าไม่อยากคิดเองก็ไปสั่งเลยว่าต้องการแค่ 1,800 และก็คาร์ดิโอวันละ 500 ก็จบเลย เป็นสูตรสำเร็จเลยแบบว่าต้องการลีนเร็ว ๆ พอ 3 เดือนแล้วมันเห็นจริงข้อดีคือหุ่นดี ข้อเสียคือก็มีเอฟเฟคประมาณหนึ่ง ตาโหล หน้าตอบ คนก็จะทักว่าทำไมดูผอมไป แต่ว่าหุ่นดีจริงนะ ก็ส่งผลต่อสุขภาพประมาณหนึ่งไม่เฮลตี้เท่าไร

ทุกวันนี้กินกี่เท่า ?

เจมส์จิ : น่าจะประมาณเท่าเดียว คือผมไม่รู้ว่ามันแบบจริงเท็จแค่ไหน แต่อันนี้ผมก็เลยลองมาทำกับตัวเองว่าถ้าฉันกินไม่ถึง คือตอนที่เรากับเทรนเนอร์ ก็จะแบบ 1.5-2 ก็ minimum ต้องกินประมาณนี้ ผมก็เลยลองดูว่าถ้าเกิดว่าผมกินไม่ถึง อาการมันจะเป็นยังไง แต่ว่าเล่นประมาณเดิมเลย ก็ยังไปได้ กับมีบางวันที่อาจจะรู้สึกว่าแบบ recovery ช้า ๆหน่อย แต่ผมก็ tricky ไปกินแบบว่าพวกเวย์ได้ ก็คือไม่ได้แบบซีเรียสที่ต้องแบบ strict แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งหลักที่ทำอะไร ก็ยังอยู่ และก็ขึ้นด้วย

เรื่องอาหารก่อน maintain ยังไงบ้างตอนนี้ ?

เจมส์จิ : ไม่ค่อยนับแคลครับ แต่ว่ากินน้อยอยู่แล้วครับ เพราะว่าคือคุณภรรยาเขาพอเลี้ยงลูกกลางคืน เขาจะมีเวลานอนจนถึงประมาณสัก 10:00 น. อีกรอบหนึ่ง และตอนเช้าผมก็เลยไม่ได้กิน เพราะว่ารอกินตอนเช้า ก็คือพอเขากินอีกทีก็ประมาณ 11:00 น. ก็คือกินมื้อแรกเที่ยง และก็พออีกทีหนึ่งก็ประมาณ 18:00 น. หรือไม่ก็ 20:00 น. และก็เสร็จละ 2 มื้อ คือถามว่ามันสามารถแบบอนุมานแคลได้ด้วยแบบเร็ว ๆ ไหม ก็สามารถทำได้ เป็นคนไม่ได้กินจุบจิบด้วย แต่ว่าสมัยก่อนเป็น กินขนม หมายถึงว่าระหว่างมื้อแต่ว่าตอนนี้ไม่ค่อยเป็น

เรื่องออกกำลังกายตารางเป็นยังไงบ้าง ?

เจมส์จิ : พยายามทำให้ได้ทุกวัน มี home gym ก็คือตัดเรื่องระยะเวลาการเดินทางออก แต่ถ้าเกิดสมัยก่อนตอนที่อยู่คอนโดก็พยายามพยายามเล่นที่คอนโดเลย พยายามเอาเอาอะไรก็ได้ที่แบบง่ายที่สุดและก็เร็วที่สุดเท่าที่เราจะไปได้ ใน 7 วัน จะแบ่งเป็นว่าวิ่งคือคาร์ดิโออย่างน้อย 2 วันขั้นต่ำ ก็ไม่ว่าจะออกไปวิ่งสวนหรือว่าวิ่งลู่วิ่ง ต้องให้ได้อย่างน้อย 2 วัน ถ้า 3 วันก็ 3-4 วันก็ถือว่าเก่ง และก็เวทนี่ ช่วงนี้ฮิตเวทครับและช่วงนี้แบบศึกษาเวทเยอะ อ่านวิจัยแบบบ้าคลั่ง เรารู้สึกว่าอยากมาทดลองว่ามันได้ไหม ก็เลยเวทประมาณสัก 5 วันและก็ว่ายน้ำวันหนึ่ง คาร์ดิโอ 3 วันโดยประมาณ และก็เวทประมาณ 5 วัน แต่ว่าเวทมันก็ไม่ได้กินเวลาเยอะ ถ้าเกิดว่าเราแบบตั้งใจเล่นที่ไม่เล่นมือถือแล้วกัน ประมาณ 40-45 นาที ไม่เกิน ก็แป๊บเดียวพอเข้าไปแล้วตั้งใจเล่นและก็ออกมา

แล้วมาสายนี้ได้ยังไง เห็นบอกว่าเมื่อก่อนอดีตเคยอ้วน ?

เจมส์จิ : อดีตเคยอ้วน เรียกว่าจ้ำม่ำ แต่ก็ไม่ได้ไม่ถึงกับอ้วนมาก ก่อนที่จะเริ่มจ้ำม่ำ มันจะมาจากเริ่มจากช่วงผอมมาก่อน พอผอมมาเสร็จปุ๊บ และผมกำลังจะย้ายโรงเรียนเป็นความคิดแบบเหมือนเด็ก ๆ รู้สึกว่าตัวผอมจังเลย กลัวโดนรังแก หลังจากนั้นมาเป็นการเริ่มต้นเล่นฟิตเนสครั้งแรกในชีวิต พยายามเปิดอ่านทุกอย่างในเน็ตในสมัยนั้นที่มีแล้ว ซึ่งสมัยนั้นก็จะมีแบบอาโน พี่อาโนเป็นไอดอล เป็นแบบว่าเพาะกายเลยว่าต้องเล่น 7 เซตโน่นนี่นั่น กินครีเอทีนตั้งแต่อายุ 16 เลยในสมัยนั้น ลองแบบยังไม่มีความรู้ และก็พยายามลองหา และตอนนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นในการเล่น และก็เล่นมาประมาณปี 2 ปี แต่น้ำหนักขึ้นจริง น้ำหนักขึ้น 3 เดือน ขึ้นไป 10 กิโลกรัม คือผมวิ่งมาตั้งแต่ยุคแบบว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ผมไปวิ่งงานหนึ่งมา ไปวิ่งอีเวนต์เลย ก็ไปและก็วิ่ง 5 กิโลเมตรเอง ก็สนุกจัง

วิ่งครั้งแรกคุณวิ่งได้ 5 กิโลเมตรเลยเหรอ ?

เจมส์จิ : ก็ไปวิ่งงานอีเวนต์ ต้องวิ่ง แต่ว่ามันเด็กมาก แบบ 20 กว่า ตอนนั้นไปได้อยู่แล้ว 20 กว่ามันก็ไม่คิดอะไร ก็วิ่ง เขาให้ทำอะไรเราไปและก็ไปได้ มันก็มันส์ ก็วิ่ง ๆ ไปเถอะ หลังจากงานวิ่งนั้น เราก็ maintain การวิ่งมาประมาณสักปี 2 ปี วิ่งจนคุณภรรยาแบบด่า คือเวลาจะออกจากบ้านหรือกลับบ้าน คือเขาจะจับเวลาว่าถ้าเกิดว่ามันเกินชั่วโมงกับแบบ 10 กว่านาที คือเขาจะรู้แล้วว่าผมวิ่งเกิน 10 กิโลเมตร คือเพราะว่าในช่วง ๆ นั้น ผมบ้าคลั่ง วิ่งวันละ 20 กิโลเมตร กันไปเรื่อย ๆ วิ่งแบบบ้าคลั่ง วิ่งไปเรื่อย ๆ 20 กิโลเมตร ๆ และก็หลัง ๆ มาก็เริ่มแบบค่อย ๆ ทอนลงมาวิ่ง เพราะว่าชอบวิ่งด้วยและก็มันมีความรู้สึกว่าอยากระบายอารมณ์บางอย่างตัวเองออกไปจากงานที่ทำ

 แล้วมาเล่นเวทได้ยังไง ?

 เจมส์จิ : ก็เป็นคุณภรรยาคนเดิม เขาก็บอกว่าเห็นไหม คนอื่นเขาก็ดูแลตัวเองกันทั้งนั้น ทำไมไม่เห็นจะแบบว่าทำได้อย่างเขาเลย มีกล้ามอาชีพเราก็อาชีพเรานะ ทำไมไม่ดูแลตัวเอง มาเขาก็ร่ายยาวเป็นพารากราฟเลย สักพักหนึ่งผมก็บอกว่าผมก็เล่นมาตลอด แต่แค่แบบมันไม่ได้มีอะไรอย่างงั้น และเขาก็บอกว่าทำไมจะไม่มี คนอื่นก็ยังมีเลย เขาเริ่มกดดัน ก็เลยก็ได้ กับคุณภรรยาเขาก็ไปเล่นที่คิวบิกก่อน เขาบอกว่างั้นลองไปไหม ผมก็ลองไป ไปเสร็จ วางเป้าหมายกันก่อนไหม เรามีโกลกันก่อนว่าโกลเราจะเป็นยังไง ผมก็แบบอึกอัก ๆ เพราะว่าผมก็รับโจทย์มาจากภรรยา โกลผมเองก็ยังไม่มีหรอก แต่ว่าก็รับโจทย์จากภรรยาก็แบบ ก็คงอยากหุ่นดี ก็คงมีซิกแพค มีกล้าม ก็เข้าโปรแกรมเขาเลย ช่วงนั้นที่บอกว่าเดือด ๆ ก็เป็นอย่างงั้น

พอเราได้หุ่นนี้มาแล้วมีคนมาขอคำแนะนำไหม ?

เจมส์จิ : มีนะ แต่มันก็แปลก ๆ ดี เพราะว่าปกติไม่ค่อยได้ให้คำแนะนำเพราะว่าเป็นคนพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ว่าหลัง ๆ มาเริ่มมีและก็แบบว่า ทำไงอยากได้ แต่ว่าจะมีใน DM ด้วย แต่ว่า DM ผมก็อาจจะไม่ได้ถึงขั้นตอบ ก็อาจจะลองถ้าเกิดมีโอกาส ถ้าสติดี ๆ หน่อยอาจจะทำคลิปบอกได้ แต่ว่าถ้าเกิดเป็นเพื่อนสนิทกัน เราก็จะบอกว่า ผมเริ่มจากหลักว่าเราต้องสร้างแบบแรงบันดาลใจตัวเองก่อน มันดูเป็นแบบฟุ้งมาก ๆ เลย

ช่วงพังสุด ๆ ในชีวิตเลย มีไหมไม่ได้ใส่ใจสุขภาพ ?

เจมส์จิ : มี แต่ไม่ค่อยกล้าเล่า แต่ว่าเดี๋ยวเราเล่าในนี้ละกัน คืออย่างผมว่ามันเป็นช่วงตอนที่หลังจากเข้าวงการบันเทิง และก็น่าจะก่อนที่จะไปเริ่มแบบบ้าคลั่งในการวิ่ง ก็คือเราใช้วิธีการที่แบบว่านั่งสังสรรค์ นั่งดื่ม เพื่อให้มันลืม ความเครียดในงาน หมายถึงว่าพอเราเริ่มแบบมีชื่อเสียงไปสักพักหนึ่ง ตอนนั้นมันก็จะเป็นแบบคนอยากได้อันนั้น อยากได้อันนี้ รู้สึกว่าทำไมทุกคนอยากได้ไปหมดเลย จากเรา และก็ทำไมเราเหนื่อยจังเลย มันก็เป็นแบบ config ทั่วไป ที่ผมว่าทุกคนก็คงน่าจะเจอในมุมของตัวเอง ตอนนั้นผมก็ไปใช้วิธีการแบบก็นั่งสังสรรค์ แต่นั่งสังสรรค์เยอะไปหน่อย ถ่ายละครทุกวัน หลังจากถ่ายละครเสร็จนี่ก็คือสังสรรค์เลย และก่อนไปถ่ายละครก็คือไปอาบน้ำ ยาวเลย ไม่ค่อยได้นอนเลย แต่ว่าก็มานอนตอนมื้ออาหาร เอาตอนเขาพักเช้า พักเที่ยง มุดเข้าใต้โต๊ะและก็หลับยาวเลย ตอนนั้นผมก็เพิ่งมาสังเกตว่ามันมีอาการเดิม ๆ ของผม ที่เช่นแบบภูมิแพ้ สติอะไรนี่เราไม่ต้องพูดถึงแล้วนะ เพราะว่ามันแทบจะไม่มีอยู่แล้ว อาการป่วยก็ป่วยบ่อย ๆ น่าจะเดือนละครั้งได้เลย ที่แบบว่าตัวลุม ๆ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมี ไม่เคยได้คิดถึงเลย

แล้วอะไรดึงสติกลับมา ?

เจมส์จิ : ก็คุณภรรยาเช่นเดิม ถ้าไม่มีเขาชีวิตผมจะเป็นยังไง ผมรู้สึกว่ามันก็เป็นข้อดีนะ คือมันเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดเลย หมายถึงว่าในช่วงชีวิตนั้น แต่ผมรู้สึกว่ามันก็มีข้อดีตรงที่ว่า ณ ปัจจุบัน เราก็มีภูมิต้านทานแบบเยอะมากประมาณหนึ่งกับเรื่องพวกนี้ และเราก็สามารถตัดใจกับเรื่องอะไรแบบนี้มันได้ง่ายมาก สมมุติว่าทุกวันนี้ถาม ๆ ว่ายังมีดื่มไหม ก็ยังดื่มแต่ว่ามันไม่ใช่ทุกวันแบบสมัยก่อนที่แบบว่าเราดื่มทุกวัน เราดื่มเอาแบบแค่รู้สึกว่ามันมีรสชาติของมัน และรู้สึกว่าเราอร่อยกับมัน และถ้าเกิดถึงจุดที่มันจะเริ่มแบบมึน ๆ ผมจะหยุด

มีแบบประโยคเตือนสติไหม จากน้องโฟมที่ทำให้เราเหมือนกระชากสติกลับมา ?

 เจมส์จิ : แต่ว่าเขาใช้วิธีการแบบเด็ดขาดมากกว่า สมมุติว่าถ้ายังกินอันนี้อยู่ ฉันจะไม่ให้เธอแบบว่าไม่ต้องมาเจอกัน สมมุตินะ ก็จะเป็นอย่างงั้น วันนี้ให้เลิกเที่ยงคืน หมายถึงว่าแบบว่าต้องเจอกันเที่ยงคืน หรือกลับมาเที่ยงคืน หรือว่าแบบให้เลิกเที่ยงคืน ถ้าเที่ยงคืน 5 นาทีก็คือฟาวล์ 5 นาทีก็ไม่ได้ มันก็จะมีแบบมีกรอบมีอะไร ซึ่งมันจะค่อย ๆ คือมันไม่ใช่แบบว่าเราสามารถแบบหักดิบมันได้เลย คือเขาก็จะแบบค่อย ๆ วางระเบียบกรอบว่า จาก 4:00 น. 2:00 น. 1:00 น. เที่ยงคืน 23:00 น. 22:00 น. คือคนอื่นพูดก็ไม่ค่อยมีความหมายในมุมผม ผมผู้ชายใช่ไหม มันจะมีความสุดโต่งอะไรบางอย่างในตัว การที่แบบว่ามีคนมาแบบตบ ๆ มาดึงสติหน่อย มันก็อาจจะเป็นเป็นข้อดี ตลกดีนะ ไม่เคยและพูดมุมนี้เท่าไหร่

คอเลสเตอรอลสูงใช่ไหม ?

เจมส์จิ : ใช่ครับ ผม 320 LDL แบบ 280 แล้วไปไกลเลย แต่ว่าไขมันดีก็ถือว่าสูง แต่ว่าบวกลบคูณหารออกมาก็ถือว่าเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกินยา ผมมาตรวจสุขภาพครั้งแรกประมาณอายุ 25 ที่เป็นเบสิกตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งเราจะรู้ทุกค่าอยู่แล้ว และก็ดูเรคคอร์ดไปและผมก็ทิ้งมันไปตลอด และก็ตรวจทุกปีหลังจากนั้นมา และมันก็อยู่ในกรอบนั้นเสมอ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไปกินวีแกนเหมือนจะลง กินอยู่เดือนกว่าและก็เลิกกินนะ แต่ว่าช่วงนั้นเหมือนว่าจะดรอปมานิดหนึ่งสุดท้ายก็กลับขึ้นมาเหมือนเดิม เป็นกรรมพันธุ์ด้วย คุณพ่อผ่า bypass คุณแม่ก็สูง แต่มันมีเรื่องที่น่าสนใจคือ ที่ตัดสินใจกินยาเพราะว่าผมไปเล่นมาตาลดา และผมรับบทเป็นคุณหมอ CVT เป็นผ่าตัดหัวใจตอนนั้นคุณหมอเขาก็น่ารักมาก และเขาก็ขออนุญาตแบบถูกต้องทุกอย่าง เพื่อให้ผมเข้าไปดูเคสที่ผ่า bypass หัวใจ และผมก็ไปยืนดูในห้องผ่าตัด แล้วผมเห็นกระบวนการทุกอย่าง ผมบอกหมอว่าผมจะเริ่มกินยาตั้งแต่วันนี้แล้วครับ และหลังจากนั้นมาผมก็ยังไม่ได้กินเลย และผมก็ยังมาชั่งใจอยู่ว่าจะกินดีไหม คือถ้าเกิดว่าทุกคนได้ยินก็คือต้องกินยานี้ไปตลอดชีวิต ก็เลยพยายามไปหาข้อมูลเพิ่มเติมและก็เวทกับสิ่งที่เห็น แต่สิ่งที่เห็นค่อนข้างน่ากลัว เป็นจุดตัดสินใจให้เรารู้สึกว่าก็ควรนะ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เคยปรับพฤติกรรมแต่ว่าไม่ลง

ปกตินอนดึกไหมถ้าไม่มีลูก ?

เจมส์จิ : ประมาณเที่ยงคืน ที่เที่ยงคืนเพราะว่ามันต้องมีเวลาอยู่กับภรรยาด้วย หมายถึงว่าน้องโฟม ตอนแรก ๆ เพราะว่าตอนเราไปทำงาน เราก็เก่งแต่ออกจากบ้าน เราปล่อยเขา เราก็เก่งแต่ออกจากบ้านอย่างเดียว 5:00-6:00 น. เราก็ไปแล้ว พอเสร็จมาก็ 22:00 น. ก็เที่ยงคืนนี้ก็ถือว่ามีเวลาให้เขาประมาณชั่วโมงครึ่ง มันก็น้อยประมาณหนึ่ง เราก็เลยต้องพยายามแบบว่ายืดเวลาที่จะอยู่กับเขาแบบอีกสักแป๊บหนึ่ง แต่ช่วงสมัยก่อนมันถ่ายละครกันหลายเรื่อง ละครสมัยก่อนมันเยอะ มันก็เลยไม่ค่อยได้มีเวลาแบบอยู่ด้วยกันเท่าไหร่ ก็เลยกลายเป็นว่าก็เลยชิน กลายเป็นว่าต้องนอนแบบประมาณเที่ยงคืนครึ่งมาโดยตลอด

แล้วมีนอนไม่หลับบ้างไหม ?

เจมส์จิ : ไม่เลย ตอนแรกผมคิดว่าคนในวงการบันเทิง เป็นคนที่นอนง่ายทั้งหมด เพราะว่าดูเป็น เป็นบุคคลที่นอนกัน เรานอนที่ไหนก็ได้ เพราะผมก็อยากนอนสัก 20:00 น. คือผมต้องลองแชร์ปัญหานี้กับแบบว่าสมมุติว่าครอบครัวอื่น แต่คุณภรรยาคือเขานอนดึกมาก เขานอน 1:00 2:00 น. เป็นคนตื่นง่ายแล้วก็นอนหลับยาก และเขาก็จะนอนเป็นแบบ circle สั้น ๆ ซึ่งก็ไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่ จนแบบตื่นอีกที ตื่นเต็มที่ก็ประมาณ 10:00 น. แต่ผมมาเป็นคนที่อยากนอนเร็ว แต่ว่าผมสามารถตื่นเช้าได้ ตื่น 5:00 น. ได้ ตื่นแบบ 6:00 น. ได้ ตื่นมาแล้วก็สามารถแบบทำกิจกรรมได้ ก็กำลังพยายามหาแบบจุดบาลานซ์กันอยู่ว่าจะไปอยู่กันตรงไหน

รู้สึกว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจากการที่เราหันมาดูแลตัวเองทั้งร่างกายและก็จิตใจเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ?

เจมส์จิ : ดีขึ้นในหลายแง่ คือพอเราใส่ใจสุขภาพ รู้สึกว่า performance ในหลาย ๆ ด้านดีขึ้น ในกระบวนการความคิด อารมณ์ การควบคุมตัวเอง การที่เราสามารถแบบมีวินัยในการออกกำลังกาย รวมถึงวินัยในการใช้ชีวิตในด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย แต่ว่าผมไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้มันมาตอนที่หลังจากที่เราออกกำลังกายเป็นสม่ำเสมอมาหรือมันมากับวัย และเราก็มาออกกำลังกายควบคู่มันเลย ไปด้วยกันก็เลยไม่รู้ว่าอะไรมันก่อนหรือหลัง แต่ว่าโดยรวมแล้วโอเค คือดีในหลาย ๆ ด้าน หมายถึงว่าทั้งอารมณ์ความรู้สึก รูปร่าง ความภาคภูมิใจในตัวเอง การที่จะอยู่กับว่าสังคม อยู่กับคนตรงหน้า การเคารพตัวเองแต่ผมรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้ เหมือนกับถ้าเกิดว่าเราเทียบเป็นมุมผู้ชายก็จะเหมือนแต่งรถ เวลาเราทำรถสักคันหนึ่ง มันจะไม่สามารถมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ดีที่สุดได้ สมมุติว่าเราใส่เครื่องไปเลยแรงที่สุด แต่ถ้าเกิดช่วงล่างเราเอาไม่อยู่ มันก็ขับไม่ได้อยู่ดี ผมว่ามันเป็นเรื่องแบบกระจุ๊กกระจิ๊กที่เราค่อย ๆ เติม option เติมค่อย ๆ ให้มันเต็มไปเรื่อย ๆ ในแต่ละ option ก็ค่อย ๆ เพิ่มไปแบบให้มันบาลานซ์กันไปเรื่อย ๆ ผมว่าก็เป็นคุณภาพชีวิตที่มองในภาพกว้าง ๆ ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นวัยที่ดูลงตัว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะลงตัวได้อีกนานแค่ไหน แต่ถ้าเกิดว่าตอบในวัยนี้ก็ลงตัว

ในมุมมองของคุณคิดว่าสุขภาพที่ดีเริ่มจากอะไร ?

เจมส์จิ : เริ่มจากอะไรดี เริ่มจากยอมรับก่อนว่ามันไม่ได้ง่าย ผมจำไม่ได้นะว่าผมฟังเรื่องนี้มาจากพอดแคสต์หรือว่าหนังสือเล่มไหนไม่รู้ ผมชอบมากเพราะว่าเขาบอกว่าสิ่งแรกกับการที่เราจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างได้ ต้องยอมรับก่อนว่าชีวิตมันไม่ได้ง่ายและผมลองใช้อันนี้หลายรอบ อาทิเช่น สมมุติว่ากลับมาจากทำงานแล้วง่วงมาก และก็อย่างเมื่อคืน ล้างโคมตอน 1:00 น. ชีวิตไม่ง่ายจริง ๆ แล้ว พอเรายอมรับ มันจะดูเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ก็จะไม่แบบว่า against ตัวเอง แบบเราไม่ได้ต่อสู้กับตัวเองด้วย และพอยอมรับเสร็จปุ๊บเราก็ โอเค ฉันยอมรับแล้วว่ามันแบบมันไม่ได้ง่าย และเราก็พอเราดึงสตินี้กลับมาได้ จะค่อย ๆ ก็โอเค ก็ไม่ได้ง่าย พอทำไปเรื่อย ๆ เสร็จปุ๊บ ก็จะผสมลงกับแบบว่าชีวิตเรา จะค่อย ๆ ขับเคลื่อนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ถ้าถามว่าจะเริ่มต้นจากอะไร ก็เริ่มต้นจากนี่แหละ และก็จะหวังผลเร็ว ๆ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากนิดหนึ่ง

เริ่มตอนเด็กก็ได้เปรียบกว่าด้วย

เจมส์จิ : ใช่ ผมว่ามันเป็นเรื่องของคุณตอนเด็ก คือถ้าเกิดว่าเราพูดติดตลกก็เป็นเรื่องของบุญกรรมที่เราสะสมกัน แต่มันคือเรื่องของการสะสมแบบทักษะและกล้ามเนื้อที่เราเคยทำมา ผมว่าแต่ละอย่างก็ต้องใช้เวลา และก็ต้องยอมรับว่ามันว่ามันก็ไม่ได้เร็ว เพราะฉะนั้นแล้วก็ไม่มีทางลัด ผมว่าส่วนหนึ่งที่เป็นคอเลสเตอรอล นอกจากกรรมพันธุ์คือผมกินฟาสต์ฟู้ดเยอะมากตอนเด็ก ผมเพิ่งนึกขึ้นได้เพราะว่าคุณแม่มีความเชื่อว่าถ้าเกิดเรากินพิซซ่า หรือว่ากินอาหารตะวันตก เราจะตัวใหญ่เหมือนเขา ซื้อให้กินเยอะมาก fast food ผมหนักมากเลย หนักแบบกินแทนข้าว

แหกกฎเหล็ก ส่องภาพเซลฟี่สุดจึ้งในตำนาน เมื่อเหล่าซุปตาร์ระดับโลกแอบ แชะ ในห้องน้ำงาน Met Gala

แหกกฎเหล็ก ส่องภาพเซลฟี่สุดจึ้งในตำนาน เมื่อเหล่าซุปตาร์ระดับโลกแอบ แชะ ในห้องน้ำงาน Met Gala

แหกกฎเหล็ก ส่องภาพเซลฟี่สุดจึ้งในตำนาน เมื่อเหล่าซุปตาร์ระดับโลกแอบ แชะ ในห้องน้ำงาน Met Gala

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.09 น.

กลายเป็นประเด็นไวรัลในโลกโซเชียลอีกครั้ง เมื่อมีการแชร์ภาพเหล่าศิลปินและเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ที่พร้อมใจกันละเมิดกฎเหล็กของ  แอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Vogue ผู้จัดงานแฟชั่นการกุศลสุดยิ่งใหญ่แห่งปีอย่าง Met Gala ที่สั่งห้ามแขกทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือและลงรูปโซเชียลมีเดียภายในงานอย่างเด็ดขาด

กฎการห้ามใช้โทรศัพท์ถูกเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2015 เพื่อรักษาความเอ็กซ์คลูซีฟและให้แขกในงานได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเต็มที่ แต่ดูเหมือนว่าห้องน้ำจะเป็น “เขตปลอดกฎ” ที่เหล่าคนดังมักจะแอบเข้าไปรวมตัวกันเพื่อถ่ายภาพหมู่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งกลายเป็นภาพที่แฟนคลับตั้งตารอคอยมากกว่าภาพบนพรมแดงเสียอีกจากภาพที่แชร์กันในกลุ่มเฟซบุ๊ก เผยให้เห็นภาพบรรยากาศที่หาดูยากภายในห้องน้ำของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน (The Met) โดยมีไฮไลท์เด็ดคือ ภาพล่าสุดที่รวมตัวซุปตาร์ไว้อย่างหนาแน่น นำทีมโดย 4สาว BLACKPINK ที่มาร่วมเฟรมกับนักแสดงแถวหน้าและเซเลบริตี้ชื่อดังอีกมากมายในภาพยังปรากฏให้เห็นโมเมนต์น่ารักๆ และความเป็นกันเองของเหล่าดาราที่อยู่นอกเหนือสายตาสื่อมวลชน ทั้งการโพสต์ท่าสุดเหวี่ยง และการแอบเซลฟี่ผ่านกระจกห้องน้ำที่กลายเป็นเอกลักษณ์

ออร่ามาดามสุดๆ ลิซ่า อวดลุคหรูในชุด After Party งาน Met Gala 2026

ออร่ามาดามสุดๆ ลิซ่า อวดลุคหรูในชุด After Party งาน Met Gala 2026

ออร่ามาดามสุดๆ ลิซ่า อวดลุคหรูในชุด After Party งาน Met Gala 2026

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

หลังจากปรากฏตัวในลุคสุดจึ้งจนติด1ใน10ลุคศิลปินที่ดึงดูดความสนใจของ Billboard ไปจนกลายเป็นที่ฮือฮา สำหรับไอดอลสาวระดับโลก ลิซ่า (LISA) หรือ ลลิษา มโนบาล ที่ล่าสุดไม่ยอมปล่อยให้เหล่าแฟนคลับได้หายใจหายคอ ปรากฏตัวในลุคสุดปังสำหรับงาน After Party ของงานแฟชั่นระดับโลก Met Gala 2026

จากภาพที่ถูกแชร์ ลิซ่ามาในชุดเซตสีขาวสะอาดตาที่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่และหรูหราชุดท่อนบนสวมบราสีขาวโชว์หน้าท้องสุดเฟิร์ม ทับด้วยเสื้อสูทดีไซน์เฉี่ยวสีขาวเข้าชุดกันเพิ่มความลักชูรีด้วยผ้าพันคอขนเฟอร์ (Fur) ผืนใหญ่สีครีมขาวที่พาดช่วงไหล่ เสริมลุคให้ดูเป็น “มาดามลิซ่า” อย่างแท้จริงท่อนล่าง กางเกงขายาวทรงกระบอกสีขาวที่ช่วยขับเน้นรูปร่างให้ดูสูงโปร่งถือกระเป๋าถือใบเล็กดีไซน์หรู พร้อมการแต่งหน้าที่เน้นดวงตาให้ดูโฉบเฉี่ยวเข้ากับทรงผมหน้าม้าที่เป็นเอกลักษณ์ทันทีที่ภาพเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไป แฟนๆ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมในความสวยแพงและความมั่นใจของเธอโดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นหนึ่งใน Host Committee ของงาน Met Gala 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในวงการแฟชั่นระดับโลกของเธอ

ขอบคุณภาพสำนักข่าว BFA

เปิดบ้านสวน ฮาย อาภาพร บรรยากาศดีจนแฟนๆ แห่ชื่นชม

เปิดบ้านสวน ฮาย อาภาพร บรรยากาศดีจนแฟนๆ แห่ชื่นชม

เปิดบ้านสวน ฮาย อาภาพร บรรยากาศดีจนแฟนๆ แห่ชื่นชม

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

5 พฤษภาคม 2569 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยคุณภาพ สำหรับ นักร้องลูกทุ่งตัวแม่อย่าง “ฮาย อาภาพร นครสวรรค์” ที่ล่าสุดได้พาแฟนๆ ไปส่องมุมพักผ่อนส่วนตัวกับบ้านสวนสุดร่มรื่น ท่ามกลางธรรมชาติแบบใกล้ชิด

โดยภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมา แสดงให้เห็นพื้นที่สีเขียวกว้างขวาง บรรยากาศเงียบสงบ ด้านหน้าติดคลองน้ำช่วยเพิ่มความเย็นสบาย ขณะที่ด้านหลังเปิดรับวิวภูเขา เสริมความสดชื่นและเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว

สำหรับบ้านสวนแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 2 ไร่ ตั้งอยู่ในอำเภอนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมแคปชันว่า “เก็บภาพความเป็นธรรมชาติ มาให้ชมกันจ้า สดชื่น”

ที่มา ฮาย อาภาพร นครสวรรค์

ฮือฮาทั้งพรมแดง! ไอลีน กู นักสกี-นางแบบดังในชุดฟองสบู่ร่วมงาน Met Gala 2026

ฮือฮาทั้งพรมแดง! ไอลีน กู นักสกี-นางแบบดังในชุดฟองสบู่ร่วมงาน Met Gala 2026

ฮือฮาทั้งพรมแดง! ไอลีน กู นักสกี-นางแบบดังในชุดฟองสบู่ร่วมงาน Met Gala 2026

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.

“ไอลีน กู” นักสกีฟรีสไตล์โอลิมปิกและนางแบบชื่อดัง สร้างความฮือฮาบนพรมแดงงาน Met Gala 2026 ด้วยลุคสุดล้ำที่ตีความธีม “Costume Art” ได้อย่างโดดเด่นและแปลกใหม่

       ไอลีน กู วัย 22 ปี ซึ่งเพิ่งคว้า 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองจากโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ปรากฏตัวในชุดเดรสสั้นทรงบับเบิลจากดีไซเนอร์ชาวดัตช์ “ไอริส ฟาน แฮร์เพน” ที่มีเอกลักษณ์ด้านงานออกแบบแนว “เทค-กูตูร์” ผสานแฟชั่นเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง

       เจ้าตัวเปิดเผยว่า ชุดดังกล่าวประกอบด้วยฟองแก้วมากถึง 15,000 ชิ้น และใช้เวลาสร้างสรรค์นานกว่า 2,550 ชั่วโมง โดยมีเทคโนโลยีซ่อนอยู่ภายในเพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโลกความจริงและศิลปะ พร้อมสะท้อนแนวคิดเหนือจริง การเคลื่อนไหว และธรรมชาติ

นอกจากนี้ เธอยังสวมรองเท้าส้นสูงแบบใส พร้อมเครื่องประดับเรียบง่าย โดยมีเพียงต่างหูคู่เล็ก และลูกเล่นพิเศษคือฟองอากาศจำนวนมากที่ลอยอยู่รอบตัว สร้างภาพลักษณ์ราวกับหลุดออกมาจากงานศิลป์

       สำหรับ ไอลีน กู ถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการสกีฟรีสไตล์ โดยคว้า 6 เหรียญจาก 6 รายการแข่งขันในโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 และ 2026

       ทั้งนี้ นอกจากบทบาทนักกีฬา กูยังประสบความสำเร็จในวงการแฟชั่น โดยสังกัดเอเจนซี IMG และเคยร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Louis Vuitton, Victoria’s Secret และ Fendi รวมถึงขึ้นปกนิตยสารชั้นนำหลายฉบับ สะท้อนภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ผสานกีฬา แฟชั่น และตัวตนได้อย่างลงตัว

ที่มา : pagesix

Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026

Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026

Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

Met Gala 2026 ลุกเป็นไฟตั้งแต่วินาทีแรก เมื่อ 2 สาวไทยอย่าง “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” และ “ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ” ปรากฏตัวบนพรมแดงเดียวกันในผลงานของดีไซเนอร์ระดับโลก Robert Wunโมเมนต์นี้ไม่ใช่แค่การเดินพรมแดงธรรมดา แต่กลายเป็นภาพของ “การผนึกกำลัง” ที่ทั้งวงการแฟชั่นจับตามอง ในปีนี้ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” กลับมาเข้าร่วมงานเป็นครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมก้าวขึ้นไปอีกระดับในฐานะหนึ่งใน Host Committee ของ Met Gala 2026ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญที่สะท้อนอิทธิพลในระดับสากล ทั้งในด้านแฟชั่นและวัฒนธรรมร่วมสมัยการได้รับตำแหน่งนี้ตั้งแต่การเข้าร่วมเพียงปีที่ 2 ยิ่งตอกย้ำสถานะ global icon ของเธอได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ “ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ” กลับมาเหยียบพรมแดง Met Gala เป็นครั้งที่ 6 สร้างสถิติเป็นคนไทยที่เข้าร่วมงานนี้มากที่สุดพร้อมตอกย้ำบทบาทตัวจริงสายแฟชั่นระดับโลก และยังคงได้รับเชิญในฐานะแขกคนสำคัญของ Anna Wintour อย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในตัวเธอในฐานะหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการแฟชั่นสากลMet Gala ซึ่งจัดขึ้น ณ The Metropolitan Museum of Art ในนครนิวยอร์ก ยังคงเป็นพรมแดงที่รวบตึงที่สุดของโลกแฟชั่นรวมเหล่าซุปเปอร์สตาร์และแฟชั่นไอคอนจากทั่วโลก มาร่วมประชันลุคสุดล้ำตามธีม “Fashion Is Art” ที่เชื่อมโยงกับนิทรรศการ “Costume Art” ได้อย่างทรงพลัง

ปีนี้ “ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ” เสิร์ฟลุคสุดล้ำสะท้อนโลกอนาคต ผ่านการตีความเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ในชีวิตมนุษย์โดยร่วมงานกับ Robert Wun ดีไซเนอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างสรรค์แฟชั่นเชิงศิลปะพร้อมเพิ่มกิมมิกโดดเด่นด้วย “มือหุ่นยนต์สีเงิน” ที่สามารถเคลื่อนไหวได้จริงซึ่งเป็นการคอลแลประหว่าง Robert Wun และ Casey Curran ศิลปินด้าน Mechanical Artทำให้ลุคนี้ไม่ใช่แค่ชุด แต่กลายเป็น “งานศิลปะที่มีชีวิต” และสร้างเสียงฮือฮาทันทีหลังปรากฏตัวขณะเดียวกัน Robert Wun ยังตอกย้ำความฮอตในปีนี้ ด้วยการได้รับเลือกให้นำผลงานไปจัดแสดงในนิทรรศการ Met Gala 2026และยังเป็นผู้ออกแบบลุคให้ “ลิซ่า” ในปีนี้อีกด้วยส่งผลให้การที่ 2 สาวไทยเลือกดีไซเนอร์คนเดียวกัน กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของค่ำคืนแม้จะมาในคนละลุค คนละสไตล์แต่ “ลิซ่า” ในฐานะ global superstar รุ่นใหม่และ “ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ” ในฐานะตัวแม่พรมแดง Met Gala ปีที่ 6กลับสร้างพลังร่วมที่สะกดสายตาทั้งสื่อและผู้ชมทั่วโลกได้อย่างลงตัวนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแฟชั่นไทย ที่ไม่ได้แค่ “ไปถึง” เวทีโลกแต่สามารถ “ยืนอยู่ในจุดที่ถูกพูดถึง” ได้อย่างเต็มภาคภูมิและเมื่อ 2 พลังจากไทยแลนด์มาบรรจบกันในคืนเดียวกันก็ไม่แปลกที่ Met Gala ปีนี้…โลกจะต้องหันมามองประเทศไทยอีกครั้ง

Heidi Klum เปลี่ยนพรมแดงให้กลายเป็นหอศิลป์ ในลุค ประติมากรรมหินอ่อน สุดวิจิตร

Heidi Klum เปลี่ยนพรมแดงให้กลายเป็นหอศิลป์ ในลุค ประติมากรรมหินอ่อน สุดวิจิตร

Heidi Klum เปลี่ยนพรมแดงให้กลายเป็นหอศิลป์ ในลุค ประติมากรรมหินอ่อน สุดวิจิตร

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.14 น.

กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกโซเชียลทันที เมื่อเจ้าแม่แฟชั่นอย่าง Heidi Klum ปรากฏตัวในงาน Met Gala 2026 ด้วยลุคที่เหนือความคาดหมาย โดยเธอมาในชุดที่ดูเหมือนประติมากรรมหินอ่อนที่มีชีวิต ซึ่งเป็นการยกระดับแฟชั่นไปสู่ขอบเขตของงานศิลปะร่วมสมัยอย่างแท้จริง

ซึ่งผลงานชิ้นนี้รังสรรค์โดย Mike Marino ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านสเปเชียลเอฟเฟกต์แม้จะดูเหมือนหินอ่อนที่แข็งแกร่ง แต่แท้จริงแล้วทำขึ้นจากวัสดุ ลาเท็กซ์และสแปนเด็กซ์ ที่ถูกขึ้นรูปอย่างประณีต เพื่อจำลองความพลิ้วไหวของผืนผ้าและความนิ่งสงบของหิน ลุคนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานประติมากรรมชื่อดัง “Veiled Vestal” ของ Raffaelle Monti ซึ่งโดดเด่นในการแกะสลักหินอ่อนให้ดูบางเบาเหมือนมีผ้าคลุมหน้าจริงๆ

ลุคนี้ของ Heidi Klum ได้รับคำชื่นชมอย่างมากในการลบเส้นแบ่งระหว่าง “แฟชั่น” และ “วิจิตรศิลป์” โดยทุกรอยพับและสัดส่วนถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจเพื่อถ่ายทอดทั้งความแข็งแกร่งของวัสดุและความอ่อนโยนของงานศิลปะไปพร้อมๆกันถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของพรมแดง Met Gala ที่พิสูจน์ว่าแฟชั่นไม่มีขีดจำกัดจริงๆ

Billboard เปิด 10 Best Dressed ในงาน Met Gala 2026 ลิซ่า ศิลปินเอเชียเพียงหนึ่งเดียวติดโผ

Billboard เปิด 10 Best Dressed ในงาน Met Gala 2026  ลิซ่า ศิลปินเอเชียเพียงหนึ่งเดียวติดโผ

Billboard เปิด 10 Best Dressed ในงาน Met Gala 2026 ลิซ่า ศิลปินเอเชียเพียงหนึ่งเดียวติดโผ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.08 น.

5 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งาน Met Gala 2026 จบลงไปแล้ว และเหล่าดาราคนดังต่างก็โชว์ฝีมือบนพรมแดงกันอย่างคับคั่ง งาน Met Gala 2026 ซึ่งจัดโดยประธานร่วมอย่าง Nicole Kidman, Venus Williams, Anna Wintour และ Beyoncé (ซึ่งปรากฏตัวในงานประจำปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี) เน้นไปที่การผสมผสานระหว่างแฟชั่นและศิลปะ โดยสะท้อนถึงนิทรรศการฤดูใบไม้ผลิ “Costume Art” ของสถาบันเครื่องแต่งกายแห่งพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทน และการเฉลิมฉลอง ความหลากหลายของรูปร่าง  

“การจับคู่ระหว่างแฟชั่นและงานศิลปะจะนำเสนอความเชื่อมโยงและประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่รูปแบบไปจนถึงแนวคิด ความงามไปจนถึงการเมือง ปัจเจกบุคคลไปจนถึงสากล ภาพประกอบไปจนถึงสัญลักษณ์ และความสนุกสนานไปจนถึงความลึกซึ้ง” คือคำอธิบายของนิทรรศการบน  เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทน

เพื่อเสริมให้เข้ากับนิทรรศการ ธีมการแต่งกายของงาน Met Gala ปีนี้จึงเป็น “แฟชั่นคือศิลปะ” ซึ่งเปิดโอกาสให้ตีความได้หลากหลาย และเหล่าดาราก็ได้ตีความกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 ลุคของศิลปิน ที่ดึงดูดความสนใจของ Billboard มากกว่าชุดอื่นๆ ได้แก่ … 

1.Lisa

2.SZA

3.Sam Smith

4.Sabrina Carpenter

5.Janelle Monáe

6.Doechii

7.Gracie Abrams

8.Madonna

9.Beyoncé

10.Bad Bunny

มูตัวพ่อ แมน การิน แนะเคล็ดไม่ลับ ไหว้ท้าวเวสสุวรรณยังไง ให้ประสบความสำเร็จ

มูตัวพ่อ แมน การิน แนะเคล็ดไม่ลับ ไหว้ท้าวเวสสุวรรณยังไง ให้ประสบความสำเร็จ

มูตัวพ่อ แมน การิน แนะเคล็ดไม่ลับ ไหว้ท้าวเวสสุวรรณยังไง ให้ประสบความสำเร็จ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.58 น.

ยังคงเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ความเชื่อที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับการขอพรกับ “ท้าวเวสสุวรรณ” เทพแห่งยักษ์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการปกป้องคุ้มครองและประทานโชคลาภ ล่าสุด แมน การิน ออกมาแชร์ “เคล็ดไม่ลับ” แบบเข้าใจง่าย ชี้ชัดสาเหตุที่หลายคนไหว้มานานแต่ยังไม่สมหวัง อาจเป็นเพราะ “ไหว้ไม่ถูกปาง ไม่ตรงองค์” https://vt.tiktok.com/ZS9QUvmWj/ แมน การิน อธิบายว่า ท้าวเวสสุวรรณมีหลายปางและหลายลักษณะ ซึ่งแต่ละปางมีพลังในการให้พรที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การจะขอพรให้สำเร็จจึงต้องเริ่มจากการ “เลือกให้ตรง” กับสิ่งที่ต้องการ  

-ท้าวเวสสุวรรณหน้ายักษ์ เน้นคุ้มครองใครที่ดวงตก มีคนปองร้ายอยู่หรือ ต้องคุมบริวารเยอะๆ ต้องปางนี้

-ท้าวเวสสุวรรณหน้าเทพ เน้นเงินทองใครทำธุรกิจสายเซลล์ หรืออยากมีเมตตามหานิยม ให้คนรักดูแลคุณต้องหน้านี้

-ท้าวเวสสุวรรณหน้าพรหม เน้นความสำเร็จสูงสุด ใครที่มีโปรเจกต์ใหญ่ๆ อยากสอบแข่งขันเลื่อนขั้น ต่างๆต้องหน้านี้

นอกจากปางแล้ว “สีขององค์ท้าวเวสสุวรรณ” ก็มีความหมายสำคัญไม่แพ้กัน เพราะท้าวเวสสุวรรณแต่ละสีให้พรบารมีที่แตกต่างกัน ถ้าแยกไม่ออกว่าหน้าไหนเป็นอย่างไร ให้แยกที่สีตัวท่าน

-ท้าวเวสสุวรรณสีแดง เน้นอำนาจ ปราบสิ่งชั่วร้าย ขจัดคุณไสย

-ท้าวเวสสุวรรณสีเขียว เน้นทรัพย์ค้าขายเก็บเงินอยู่อุดมสมบูรณ์

-ท้าวเวสสุวรรณสีทอง เน้นมั่งคั่ง ลาภลอย ดึงดูดโชคดึงดูดรากก้อนใหญ่

-ท้าวเวสสุวรรณสีดำ เน้นแก้ดวงค่ะจัดอาถรรพ์ กันสิ่งลี้ลับ จัดดวงชะตาใหม่

-ท้าวเวสสุวรรณสีขาว-เงิน เน้นเมตตาและปัญญางานราบรื่น คนรักใครเอ็นดู

-ท้าวเวสสุวรรณสีม่วงเน้นเรื่องลาภยศ ผู้ใหญ่ค้ำชูช่วยเหลือ ใครเจอ ใครเจอองค์ท้าวเวสสุวรรณที่ไหน มาแชร์กันบ้างนะครับ

อย่างไรก็ตาม แมน การิน ยังเน้นย้ำว่า การขอพรให้ได้ผล ไม่ใช่เพียงการเลือกองค์ให้ถูกเท่านั้น แต่ต้อง “ตั้งจิตให้ชัด” ระบุสิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน ไม่ขอแบบกว้างหรือหลายเรื่องปะปนกัน พร้อมทั้งต้องมีความสม่ำเสมอและลงมือทำควบคู่ไปด้วย เพราะสุดท้ายแล้ว ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อทั้ง “แรงศรัทธา” และ “การลงมือทำ” เดินไปพร้อมกัน

เจาะลึกเบื้องหลัง Met Gala 2026 เมื่อแฟชั่นคือศิลปะมีชีวิต บนพรมแดงที่โลกตะลึง

เจาะลึกเบื้องหลัง Met Gala 2026 เมื่อแฟชั่นคือศิลปะมีชีวิต บนพรมแดงที่โลกตะลึง

เจาะลึกเบื้องหลัง Met Gala 2026 เมื่อแฟชั่นคือศิลปะมีชีวิต บนพรมแดงที่โลกตะลึง

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.36 น.

5 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นิวยอร์กซิตี้ กลับมามาชีวิตชีวาอีกครั้งกับค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการแฟชั่นโลก Met Gala 2026 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ซึ่งในปีนี้ยกระดับความหรูหราด้วยการหลอมรวมอาภรณ์เข้ากับวิจิตรศิลป์อย่างเต็มรูปแบบ

โดยในปีนี้ สถาบันเครื่องแต่งกาย มาในธีม “COSTUME ART พร้อมประกาศ Dress Code สุดท้าทายอย่าง “Fashion Is Art” โดยมุ่งเน้นไปที่การสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างร่างกายมนุษย์ เสื้อผ้า และผลงานศิลปะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี แขกผู้ร่วมงานต่างตีความโจทย์นี้ผ่านชุดที่เปรียบเสมือนงานประติมากรรมและภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้

งานนี้ถูกขับเคลื่อนโดยเหล่าประธานร่วม (Co-chairs) ระดับเอลิสต์ที่นำทีมโดยเจ้าแม่แฟชั่น ‘แอนนา วินทัวร์’ (Anna Wintour) บรรณาธิการบริหารของโว้ก  พร้อมด้วย ‘บียอนเซ หรือ ควีนบี’ (Beyoncé) ที่กลับมาทวงบัลลังก์พรมแดงอีกครั้งในรอบ 10 ปี ,  ‘นิโคล คิดแมน’ (Nicole Kidman) มาในชุดชาแนล (Chanel) สีแดงสดสุดคลาสสิก พร้อมพาลูกสาว ‘ซันเดย์ โรส’ (Sunday Rose) เปิดตัวบนพรมแดงเป็นครั้งแรกของนักเทนนิสสาวคนดัง ‘วีนัส วิลเลียมส์’ Venus Williams ตัวแทนจากโลกกีฬาที่นำความแข็งแกร่งมาผสานกับไฮแฟชั่น 

โดยไฮไลต์เด่นอยู่บนบันได The Met Steps ที่สร้างเสียนงฮือฮาคงหนีไม่พ้นการปรากฏตัว ของ 4 สาว แบล็กพิงก์ (BLACKPINK) นำทีมด้วยพี่ใหญ่ จีซู , โรเซ่ ,เจนนี่ และ ลิซ่า ถึงแม้ที่ผ่านมาเราจะเคยเห็นสาวๆ ทยอยไปร่วมงานนี้กันอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้ถือเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์เพราะถือเป็นครั้งแรกที่สมาชิกมาเช็กอินครบทั้ง 4 คน แค่ออร่าของแต่ละคนก็ทำเอาพื้นที่ลุกเป็นไฟ

แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway)เน้นความคลาสสิกแต่แฝงด้วยงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนและมีความหมายเชิงสัญลักษณ์เธอสวมชุดเดรสเกาะอกสีดำสั่งตัดพิเศษจาก บาเลนซิเอกา (Balenciaga) ที่โดดเด่นด้วยทรวดทรงนาฬิกาทราย ด้าน ไทลา ลอร่า ซีธัล (Tyla) สร้างความฮือฮาด้วยการตีความคำว่า Time (เวลา) ออกมาได้อย่างสร้างสรรค์และไม่เหมือนใคร

อีกหนึ่งสาวไทยที่ปรากฏบนพรมแดง Met Gala 2026 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น แขกประจำของงานไปแล้วก็ว่าได้ สำหรับ ป่าน ณิชาภัทร สุภาพ ซึ่งเธอเข้าร่วมงานเป็นปีที่ 6 แล้วก็ว่าได้ เธอคือเจ้าของตำนานคนไทยคนแรกที่ได้รับเชิญจาก ‘แอนนา วินทัวร์’ ให้ไปร่วมงาน Met Gala โดยในปีนี้ ‘ป่าน ณิชาภัทร’ ปรากฏตัวในเดรสกูตูร์สีดำสั่งตัดพิเศษโดยที่เธอเป็นผู้ออกแบบเองจากดีไซเนอร์ดังอย่าง Robert Wun ความเริ่ดของเดรสชุดนี้อยู่ที่ “มือกลสีเงิน” ซึ่งมันสามารถขยับนิ้วได้

ฮือฮาไม่น้อยเมื่อตัวแม่แห่งวงการแฟชั่นอย่าง ‘ริฮานน่า’ (Rihanna) ปรากฏตัวในงาน Met Gala 2026 แม้จะมาล่าช้าแต่ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ด้วยชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่ถูกนิยามว่าเป็น “ชุดหอยมุก” ที่ควงคู่มากับหวานใจหนุ่มที่มาในชุดสูทโค้ทสีชมพูพาสเทลตัดขอบดำ เรียกว่าเป็นคู่รักที่แย่งซีนบนพรมแดงได้อย่างอยู่หมัด

ซึ่งราคาเข้างาน Met Gala 2026 นี้ มีการปรับราคาสูงขึ้นทำสถิติใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความเอ็กซ์คลูซีฟ และเป้าหมายการระดมทุน โดยบัตรเดี่ยวประมาณ 3.7 ล้านบาทไทยต่อที่นั่ง ส่วนบัตรแบบเหมาโต๊ะ คิดเป็นเงินไทยราว 13 ล้านบาท ต่อ 10 ที่นั่ง ไม่ใช่ทุกคนที่มีเงินจะซื้อได้แม้จะมีเงินจ่ายหลักล้าน แต่เงื่อนไขสำคัญคือต้อง “ได้รับเชิญ” เท่านั้น โดยรายชื่อแขกทุกคนต้องผ่านการอนุมัติขั้นสุดท้ายจาก ‘แอนนา วินทัวร์’ เท่านั้น

โดย นิทรรศการ Costume Art จะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ โดยจะมีการนำเสนอชุดร่วมสมัยกว่า 200 ชุด วางคู่กับผลงานศิลปะชิ้นเอก เช่น ชุดของ Glenn Martens ที่วางเคียงคู่กับรูปปั้นหินอ่อนสมัยโรมัน เพื่อแสดงให้เห็นว่า “แฟชั่น” คือหนึ่งในแขนงศิลปะที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ “แฟชั่นไม่ใช่แค่สิ่งที่สวมใส่ แต่คือการสะท้อนตัวตนผ่านบริบทของศิลปะและกาลเวลา”