พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร มอบเงินจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย

พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร มอบเงินจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย

พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร มอบเงินจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พร้อมคณะสงฆ์ มอบเงินบริจาคจำนวน 1,985,000 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

ทีเส็บผนึกเครือข่ายไมซ์–ท่องเที่ยว รับ ‘มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569’ ยกระดับไทยเป็น Global MICE Hub

ทีเส็บผนึกเครือข่ายไมซ์–ท่องเที่ยว รับ 'มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569' ยกระดับไทยเป็น Global MICE Hub

ทีเส็บผนึกเครือข่ายไมซ์–ท่องเที่ยว รับ ‘มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569’ ยกระดับไทยเป็น Global MICE Hub

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

ทีเส็บผนึกกำลังเครือข่ายไมซ์–ท่องเที่ยว เตรียมพื้นที่ สร้างโอกาส ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่เวทีโลก รองรับ “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” พร้อมยกระดับไทยเป็น Global MICE Hub

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ประกาศความพร้อมในการขับเคลื่อน “งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticulture Expo 2026) ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ภาคการท่องเที่ยวและบริการทั้งระบบ เพื่อยกระดับงานสู่มาตรฐานสากล พร้อมผลักดันภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่การเป็น World’s Leading MICE Destination ศูนย์กลางไมซ์ระดับโลกในอนาคต

งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569 ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน บนพื้นที่ 1,030 ไร่ ณ พืชที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 32,000 ล้านบาท

TCEB ผู้นำขับเคลื่อนระดับยุทธศาสตร์ เชื่อมไทยสู่เวทีโลก

ทีเส็บในฐานะหน่วยงานหลักที่ผลักดันและดึงงานมหกรรมพืชสวนโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย ทำหน้าที่เป็น “Strategic Driver” เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติการ โดยมีบทบาทสำคัญตั้งแต่กระบวนการเสนอสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพ (Bidding) การประสานงานกับสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) การลงพื้นที่ตรวจประเมิน ไปจนถึงการรายงานความคืบหน้าการจัดงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยืนยันศักยภาพของประเทศไทยในการจัดงานระดับโลก

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ชั้นนำระดับโลก World’s Leading MICE Destination สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมทิ้งมรดกความยั่งยืนให้กับภูมิภาคอีสาน

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า “งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569 ไม่ใช่เพียงงานแสดงพืชสวนระดับนานาชาติ แต่คือกลไกสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่เวทีโลก โดย TCEB ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงผู้ประกอบการ เพื่อให้การจัดงานครั้งนี้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

Area Readiness: เตรียมความพร้อมทุกมิติ รองรับผู้เข้าร่วมงานระดับโลก

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน คือ “การเตรียมความพร้อมเชิงพื้นที่ (Area Readiness)” ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทาง ระบบบริการ และศักยภาพในการรองรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจากการประชุมบูรณาการความร่วมมือ พบว่า ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่า งานนี้คือ “เมกะอีเวนต์” ที่จะพลิกภาพลักษณ์อีสานสู่ Green Destination และเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่

•             การพัฒนาโครงข่ายการเดินทาง (Connectivity) ทั้งรถบัส รถไฟ และเครื่องบิน รวมถึงเส้นทางเชื่อมโยง CLMV

•             การเพิ่มศักยภาพที่พักกว่า 20,000 ห้อง และกระจายไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น ขอนแก่น นครราชสีมา และกลุ่มจังหวัด “สบายดี” หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี เลย และหนองคาย 

•             การรองรับผู้ร่วมงานจากต่างประเทศกลุ่ม Connectivity & International Access

–               การเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ อุดรธานี – อู๋ซี (จีน)  รองรับผู้โดยสารเที่ยวบินปฐมฤกษ์ 104 คน สะท้อนศักยภาพดีมานด์จากตลาดจีน

–               เสริมโครงข่ายการเดินทางทางอากาศ เชื่อมโยง ไทย–จีน–ลาว (CLMV Corridor) สนับสนุนบทบาทอุดรธานีเป็น Gateway สู่ภาคอีสานตอนบน

•             การจัดทำฐานข้อมูลกลาง (Destination Database) รวมโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว

•             การเตรียมระบบรองรับกลุ่ม VIP และ MICE เช่น Fast Track และ Service Center กลาง

พร้อมกันนี้ ยังมีการออกแบบประสบการณ์ “Beyond Expo” เช่น กิจกรรมหลังเวลา 18.00 น. (Post-6PM Economy) อาทิ Gala Dinner, Concert และ Special Event เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายและระยะเวลาการพักของนักท่องเที่ยว

ผนึกกำลังเครือข่ายรัฐเอกชน สู่ Integrated MICE & Tourism Ecosystem

ทีเส็บได้ผนึกกำลังกับเครือข่ายไมซ์ไทยและภาคการท่องเที่ยวและบริการทั่วประเทศ เพื่อพัฒนา “Integrated Tourism & MICE Package” ที่สามารถตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่มไมซ์ได้อย่างครบวงจร ความร่วมมือครอบคลุม 15 หน่วยงานสำคัญ อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมด้านการเดินทางท่องเที่ยว (ไทย) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย ฯลฯ

สร้าง แพ็กเกจแคมเปญ” ดึงนักเดินทางไมซ์ กระจายรายได้สู่ภูมิภาค

ผลจากการบูรณาการความร่วมมือ นำไปสู่การพัฒนา “ชุดแคมเปญแบบบูรณาการ” ที่ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน โดยมี TCEB เป็นแกนกลางในการกำหนดทิศทาง แนวทางสำคัญของแคมเปญ ได้แก่

•             การพัฒนาแพ็กเกจรวม (Bundle Package) เช่น ตั๋วเดินทาง + ที่พัก + บัตรเข้างาน

•             การออกโปรโมชั่นสำหรับกรุ๊ปไมซ์และเอเจนซี่ (Incentive Pricing 10–20%)

•             การพัฒนา Day Pass / Annual Pass เพื่อกระตุ้นการเข้าชมซ้ำ

•             การสร้างเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Route) ตอบโจทย์ ESG

•             การทำ Digital Platform เชื่อมโยงการรองรับทำ Visitor Promotion และการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ด้านขายแพ็กเกจ B2B และ B2C

นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนการตลาดเป็น 4 เฟส ได้แก่ Opening & Forum, Family Season, Photo Tourism และ Sustainability เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่มตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ยกระดับ อีสาน” สู่เวทีโลก ทิ้ง Legacy ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงความสำเร็จในระยะสั้น แต่ตั้งเป้าสร้าง “Legacy” ให้กับพื้นที่ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และภาพลักษณ์ของภูมิภาค โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ดึงนักเดินทางกลุ่มไมซ์เข้าสู่ภูมิภาค เพิ่มระยะเวลาการพัก (Stay Longer) เพิ่มการใช้จ่าย (Spend More) และสร้างการเดินทางซ้ำ (Repeat Visit) พร้อมยกระดับอุดรธานีสู่ “ศูนย์กลางใหม่ของ MICE & Green Economy” และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global MICE Hub อย่างแท้จริง

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.04 น.

ปรบมือดังๆ กับคู่แชมป์เยาวชน จากเวทีการประกวดรอบชิงชนะเลิศ  TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 16 ประจำปี 2569 ที่ร่วมเดินทางตามหาฝันกันอย่างเข้มข้น  เฟ้นหาสุดยอด เยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL  โดยรอบชิงชนะเลิศ จัดขี้น ณ ชั้น 6 JJ HALL ศูนย์การค้า JJ MALL

กรมสุขภาพจิต ในฐานะเลขาโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE )  ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี  มุ่งเน้นให้เยาวชนทั่วประเทศ   “ เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งพายาเสพติด  ” พร้อมค้นหาต้นแบบกลุ่มใหม่มาเดินตามรอยรุ่นพี่ ๆ  สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนทั่วประทศ  ห่างไกลยาเสพติด

สำหรับกิจกรรมของโครงการฯ มีการได้คัดเลือกน้องๆ เยาวชน 42 คนจากทั่วประเทศ เข้าเก็บตัวเพื่อพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ , ด้านการร้องเพลง , ด้านการเต้น , ด้านการแสดง รวมถึงการพัฒนาบุคลิกภาพอย่างเหมาะสม และต้องผ่านการประกวดประชันความสามารถและพัฒนาการบนเวที กับ 4 โจทย์เพลง(ป็อบ , ลูกทุ่ง , แดนซ์ , สากล) ใน 4 สัปดาห์ ซึ่งมีครูใหญ่ใจดี “หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ” คอยดูแลสนับสนุนอย่างดี และได้กูรูตัวท็อปที่ได้รับการยอมรับในด้านร้อง เต้น การแสดงออกฯลฯ ให้คำปรึกษาแนะนำสอนเทคนิคต่างๆ ให้น้องๆอย่างใกล้ชิด และคัดเลือกผู้มีความสามารถให้เหลือเพียง 17 คนที่จะผ่านเข้ารอบสุดท้าย โดยรอบชิงชนะเลิศ เยาวชนทั้ง 17 คน ต่างทุ่มเทฝึกซ้อมความเป็นต้นแบบเก่งและดี เพื่อเตรียมพร้อม ขึ้นโชว์ความสามารถร้อง เต้น แสดงออกแบบสุดพลัง!! ด้านหน้าเวทีให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  อาทิ ท็อป ดารณีนุช ปสุตนาวิน , หลิว  มนัสสวี กฤตตานุกูล , ชิน ชินวุฒ อินทรคูสิน , ตั้ม วราวุธ โพธิ์ยิ้ม และ โดม จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม ร่วมชมและตัดสินความสามารถพร้อมส่งกำลังใจให้น้องๆ บนเวที      

นอกจากนั้น  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการได้เสด็จทอดพระเนตรการแสดงของเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ในรอบชิงชนะเลิศ และทรงคอนเสิร์ตร่วมกับผู้เข้ารอบทั้ง 17 คน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้เยาวชนต้นแบบเป็นหนึ่งไม่พึ่งยาเสพติด

ผลการตัดสินเยาวชนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 16 ประจำปี 2569 ฝ่ายหญิง ได้แก่ TI 26 เอิร์น วริศรา แก้วคง จ.พัทลุง   และ   ผู้ชนะเลิศฝ่ายชาย ได้แก่ TI 39 ภู พชร สรธัญวงศ์จ.นครปฐม สองเยาวชนที่โชว์ความสามารถจนสามารถชนะใจคณะกรรมการ เรียกเสียงกรี๊ดจากกองเชียร์ดัง!สนั่นฮอลล์ โดยทั้งคู่จะทำหน้าที่เป็นต้นแบบเก่งและดีให้กับน้องๆและเพื่อนๆ ทั่วประเทศต่อไป

TK Park ฉลองความสำเร็จ Book on Board ปีที่ 5 ปั้น 12 บอร์ดเกม ไอเดียจากหนังสือไทยสู่สนามจริง

TK Park ฉลองความสำเร็จ Book on Board ปีที่ 5   ปั้น 12 บอร์ดเกม ไอเดียจากหนังสือไทยสู่สนามจริง

TK Park ฉลองความสำเร็จ Book on Board ปีที่ 5 ปั้น 12 บอร์ดเกม ไอเดียจากหนังสือไทยสู่สนามจริง

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

ตอกย้ำภารกิจสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ไร้พรมแดน เปลี่ยนทุกพื้นที่ให้เป็นพื้นที่แห่งปัญญา สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ร่วมกับ สถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ (IBGL) ประกาศผลรางวัลโครงการประกวดออกแบบบอร์ดเกม “Book on Board ปีที่ 5” ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนหนังสือ(ไทย)ที่ชอบ เป็นบอร์ดเกม(ไทย)ที่ใช่”​ โดย ทีม “บอร์ดบ้านโบว์” คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยผลงาน “เกมสัตว์นิษฐาน” ที่โดดเด่นด้วยไอเดียจากหนังสือ “สีเทาเจ้าตัวจิ๋ว โดย รัศมี เบื่อขุนทด” สะท้อนบอร์ดเกมเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมการอ่านและการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่เข้าถึงง่ายและสนุกสนานสำหรับคนทุกวัย ณ Play Space อุทยานการเรียนรู้ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โครงการ Book on Board ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 และปิดฉากลงอย่างงดงาม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเฟ้นหานักออกแบบบอร์ดเกมทั่วประเทศ ที่สามารถนำเนื้อหาจากหนังสือไทยมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ ซึ่งในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากนักเขียนไทยเจ้าของผลงานหนังสือถึง 37 เล่ม ครอบคลุมหลากหลายประเภท อาทิ สารคดี นิยาย เรื่องสั้น มังงะ และการ์ตูน ทั้งในรูปแบบรูปเล่มและ e-book ซึ่งให้บริการผ่าน TK Park และ TK Read เพื่อให้นักออกแบบใช้เป็นสารตั้งต้นในการพัฒนาบอร์ดเกมที่เล่นได้จริง และเตรียมเผยแพร่ในรูปแบบ Print and Play ให้สาธารณชนดาวน์โหลดไปเล่นได้ฟรี เพื่อสร้างประสบการณ์ “อ่านผ่านการเล่น” ที่ยั่งยืน

นายวัฒนชัย วินิจจะกูล รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า “โครงการ Book on Board เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของวิสัยทัศน์ TK Park ที่ต้องการทำให้การเรียนรู้ขยายกว้างออกไปมากกว่าในห้องสมุด บอร์ดเกมไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสนุก แต่เป็นสื่อการเรียนรู้ทรงพลังที่ช่วยจำลองสถานการณ์ ฝึกกระบวนการคิด และสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน การนำเรื่องราวจากหน้ากระดาษหนังสือมาตีความใหม่ให้อยู่บนกระดานเกม เป็นการทลายกรอบการเรียนรู้แบบเดิม ๆ และเปลี่ยนพื้นที่ใด ๆ ก็ตามที่วงบอร์ดเกมตั้งอยู่ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง”

จากการคัดเลือกอย่างเข้มข้น ตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 จนถึงวันที่ 28 เมษายน 2569 มีทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 12 ทีม ซึ่งนำเสนอไอเดียที่โดดเด่นจากการตีความหนังสือไทย สำหรับผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศในปีนี้เป็นของ ทีม “บอร์ดบ้านโบว์” กับผลงาน “เกมสัตว์นิษฐาน” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “หนังสือสีเทาเจ้าตัวจิ๋ว” โดย รัศมี เบื่อขุนทด” ที่ให้ผู้เล่นได้สนุกและลุ้นกับการตามหาแม่ของ “เจ้าตัวจิ๋ว” ลูกสัตว์ปริศนาผู้พลัดหลงและไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร โดยทุกคนต้องร่วมมือกันพาน้องไปรู้จักกับสัตว์ต่าง ๆ ทั่วโลก และค่อยๆ ตัดตัวเลือกสุดละลานตา ผ่านข้อสันนิษฐานตามประสาสัตว์ เพื่อค้นหาแม่ที่แท้จริงของเจ้าตัวจิ๋วให้ได้ ก่อนที่จิตใจของน้องจะแตกสลาย เกมนี้เหมาะสำหรับผู้เล่นอายุ 7 ปี ขึ้นไป ใช้ผู้เล่น 1-5 คน ในเวลาเล่น 15 นาทีต่อรอบ รวมถึงเกมนี้ยังสามารถถ่ายทอดเนื้อหาจากตัวอักษรมาสู่กระดานเกมได้อย่างน่าสนใจ สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นได้อย่างดีเยี่ยม และมีศักยภาพสูงในการพัฒนาต่อยอดเป็นสื่อการเรียนรู้ที่จะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน “ทีม Remember Me+” ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 กับ “เกม Enjoy Your Meat” ไอเดียจาก หนังสือ Ham Ring โดย Cotton Valent เกมที่พาผู้เล่นรับบทเป็น “หมูในฟาร์ม” ซึ่งเติบโตขึ้นมาพร้อมความเชื่อว่าการได้กลายเป็น “เนื้อคุณภาพดี” ที่หมายถึงความสำเร็จสูงสุดของชีวิต รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 เป็นของ “ทีม One thousand” ผู้พัฒนา “เกม Spring Reborn” แรงบันดาลใจจาก หนังสือคำสาปใบไม้ผลิ โดย ต้นหญ้าทอฝัน ที่ผู้เล่นจะได้ผจญภัยร่วมกันบุกฝ่าด่านประตูวังเพื่อนำเหรียญตราผ่านเข้าสู่พระราชวังหลวงก่อนเมืองถูกหิมะปกคลุมจนหมดสิ้น

 รางวัลชมเชย (9 รางวัล) ได้แก่  “เกมมรดกทางใจ” โดยทีม CryptonNice จากหนังสือ พ่อแม่ในตัวเรา โดย โตมร ศุขปรีชา, “เกมคน กลอน กาพย์” โดย ทีม Autocat Studio จากหนังสือ คนจรดาบ โดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, “เกมประวัติศาสตร์ชาติแมว” โดยทีม หมูมะนาว จากหนังสือ Siamese Cat สยามวิฬาร์ & ประวัติศาสตร์ไทยฉบับแมวเหมียว โดย กำพล จำปาพันธ์, “เกมโจรสลัดจัดห้องรก” โดยทีม Lunar craft & K จากหนังสือ อะโฮ้! โจรสลัดจัดห้องรก โดย รัตนา โพธิรัชต์, “เกม รสชาติแห่งบาป” โดยทีม อดีต “พรรคเถิดอานนท์” จากหนังสือ, “เกมล้างกรรม” (Karma Game) โดย watu koh “เกมทางรอดก่อนยุคศูนย์พันธุ์” โดยทีม Try Two Tiles จากหนังสือ The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์ โดย วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์, “เกมยามเมื่อลูกโอ๊คกลิ้งหลุน ๆ” โดยทีม MISCELLANEOUS จากหนังสือ Once Acorn A Time ยามลูกโอ๊คกลิ้งหลุน ๆ โดย R-natha, “เกมข้ามรสชาติ” โดยทีม Vanta Studio จากหนังสือ รสข้ามชาติ โดย ชาติชาย มุกสง และ “เกมยอดนักส่งของ” โดยทีม roti sai mai จากหนังสือ กระต่ายกับเต่า (Rabbit & Turtle) โดย SanpraphaV

สำหรับการแข่งขันในปีนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัลพิเศษ TK Choice จะได้รับการพิจารณาปรับปรุงผลงานเพื่อนำไปผลิตและเผยแพร่ในเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้และภาคีเครือข่ายของ TK Park ต่อไป โดยผลงานเกมทั้ง 12 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ ล้วนมาจากหนังสือคุณภาพหลากรูปแบบ ทั้งสารคดี นิยาย มังงะ เช่น เกมมรดกทางใจ (จากหนังสือ พ่อแม่ในตัวเรา), เกมคน กลอน กาพย์ (จากหนังสือ คนจรดาบ) และ เกมข้ามรสชาติ (จากหนังสือ รสข้ามชาติ) เป็นต้น

ภายในงานประกาศรางวัลยังมีกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การเสวนาพิเศษ “What’s Next Book on Board” เพื่อร่วมสำรวจก้าวถัดไปของสื่อการเรียนรู้ประเภทบอร์ดเกมในห้องสมุด และรับฟังการเติบโตของทีม Autocat Studio ผู้ชนะเลิศโครงการเมื่อปีที่แล้ว เจ้าของผลงานเกม SEA-CRET Evidence ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ JOE the SEA-CRET Agent รวมไปถึงกิจกรรม Mini Exhibition ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้พบปะพูดคุยกับผู้เข้าประกวดทั้ง 12 ทีมสุดท้ายที่ร่วมขยับเพดานความสนุกเสริมทัพพลังจากการอ่านไปสู่การเล่น

นอกจากนี้ ยังมีมิติใหม่ของการผสมผสานบอร์ดเกมกับไลฟ์สไตล์ ผ่านกิจกรรม “เปลี่ยนบอร์ดเกมที่ชอบ เป็นเครื่องดื่มที่ใช่” โดย TK Café by Another Dot ที่ร่วมคิดแคมเปญสนุกๆ รังสรรค์เมนูเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 12 เมนูจากเรื่องราวของ 12 บอร์ดเกมในโครงการ อาทิ เมนู เจ้าตัวจิ๋ว จากเกมสัตว์นิษฐานเมนู Craftcola จากเกมมรดกทางใจ เมนู จร Tonic จากเกมคน กลอน กาพย์ เป็นต้น

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการและอัพเดตข่าวสารของ TK Park ได้บนเว็บไซต์ http://www.tkpark.or.th หรือ Facebook: tkparkclub

บิ๊กซี ผนึกภาครัฐ ส่งต่อผลไม้ไทยจากสวนสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ

บิ๊กซี ผนึกภาครัฐ ส่งต่อผลไม้ไทยจากสวนสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ

บิ๊กซี ผนึกภาครัฐ ส่งต่อผลไม้ไทยจากสวนสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.26 น.

บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “บิ๊กซี” ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เดินหน้าร่วมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ โดยผนึกกำลังกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการยกระดับมาตรฐานผลผลิตควบคู่กับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ

บิ๊กซีได้เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยคาราวานผลไม้เข้าสู่ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ณ ล้งแซมซัน บริษัท แซม-ซัน อินเตอร์เฟรช จำกัด จังหวัดจันทบุรี โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากบิ๊กซีที่เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยคาราวานผลไม้เข้าสู่ห้างเข้าสู่ระบบกระจายสินค้าในครั้งนี้ 

ในฐานะผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศ บิ๊กซีตอกย้ำบทบาทการเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างเกษตรกรไทยและผู้บริโภค ด้วยการรับซื้อผลไม้ไทยโดยตรงจากแหล่งผลิต และกระจายสู่สาขาทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาดในช่วงฤดูกาล พร้อมเสริมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทย ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมการรับซื้อผลไม้ฤดูร้อนสำคัญ ได้แก่ ทุเรียน เงาะ และมังคุด จากพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลักของประเทศ โดยบิ๊กซีบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลไม้คุณภาพดีได้อย่างทั่วถึงในราคาที่เหมาะสม   

นางสาวณวรางคณา สัตตบุษย์สุทธิ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อสินค้าอาหารสด กล่าวว่า “บิ๊กซีให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง เราพร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการกระจายผลไม้ไทยคุณภาพสู่ผู้บริโภค และช่วยสร้างเสถียรภาพด้านราคาในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก” นอกจากนี้ บิ๊กซียังเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทั่วประเทศ อาทิ เทศกาลผลไม้ไทย และงานบุฟเฟต์ทุเรียน ปี 2569 เพื่อกระตุ้นการบริโภคทั้งในกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ผลไม้ไทยในตลาดวงกว้าง

สำหรับปี 2569 บิ๊กซีตั้งเป้ารับซื้อผลไม้ไทยรวมกว่า 10,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท เพื่อส่งต่อผลไม้ไทยคุณภาพ “สด อร่อย ราคาคุ้มค่า” สู่ผู้บริโภคในทุกสาขาทั่วประเทศ และร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรไทยในระยะยาว

การฟื้นฟูป่าเมืองน่าน ด้วย “ระเบิดยางนา” ของลูกเสือชมรมเสมาพัฒนาชีวิต

การฟื้นฟูป่าเมืองน่าน   ด้วย

การฟื้นฟูป่าเมืองน่าน ด้วย “ระเบิดยางนา” ของลูกเสือชมรมเสมาพัฒนาชีวิต

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 คณะลูกเสือจาก โรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ภายใต้การนำของ ครูกิ่งดาว บุญอินทร์ เป็นผู้แทนชมรมเสมาพัฒนาชีวิต มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย ดำเนินกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญ โดยส่งมอบต้นกล้ายางนา เพาะจากเมล็ด  สูง 50 ซม อายุ 1 ปี จำนวน 1,000 ต้น ให้แก่ นางสาววรนัณ กันทะมัง นายอำเภอนาหมื่น


เป้าหมายหลักของกิจกรรมนี้คือการกระจายต้นกล้ายางนาไปปลูกในทุกตำบลของอำเภอนาหมื่น เพื่อร่วมแก้ไขปัญหา “เขาหัวโล้น” ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติที่รุนแรงในพื้นที่จังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน

นวัตกรรม “ระเบิดยางนา” (Seed Bombs)
นอกจากการปลูกต้นกล้ายางนาแบบปกติแล้ว คณะลูกเสือชมรมเสมาพัฒนาชีวิตยังได้สร้างสรรค์ “ระเบิดยางนา” เพื่อช่วยในการปลูกป่าในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก โดยมีขั้นตอนและวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนี้:
• ส่วนประกอบ: นำเมล็ดยางนา มาผสมกับดินมูลใส้เดือนสำหรับปลูกต้นไม้
• การห่อหุ้ม: ใช้ ใบตองกล้วยในการห่อแบบทำขนมไทยและมัดด้วย เชือกกล้วย ซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่จะย่อยสลายได้เอง
• วิธีการใช้งาน: ลูกเสือนำระเบิดยางนา”ปา” เข้าไปในพื้นที่ป่ารกข้างถนนหรือลงเรือปาไปตามริมน้ำที่ยากจะเดินเท้าเข้าไปปลูกได้
• การเติบโต: เมื่อฝนตกลงมา จะทำให้ใบตองย่อยสลาย   เมล็ดยางนาภายในจะได้รับน้ำจนงอกรากและเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ตามธรรมชาติ

วิธีนี้สามารถนำไปโปรยด้วยเครื่องบิน  เฮลิคอปเตอร์ ร่มบิน หรือ โดรนบังคับวิทยุได้

ความสำคัญของกิจกรรม

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเตรียมน้ำมันยางนาไว้เตียมรับวิกฤตน้ำมันขาดแคลนในอนาคตเท่านั้น แต่ยังเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีลูกเสือ (Scout Technology) ในการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างความรับผิดชอบต่อชุมชนให้กับเยาวชนไทย

ทรู คลิกไลฟ์ อัปเดตเทรนด์การศึกษา เร่งอัปสกิลเสริมศักยภาพครูไทย

ทรู คลิกไลฟ์ อัปเดตเทรนด์การศึกษา เร่งอัปสกิลเสริมศักยภาพครูไทย

ทรู คลิกไลฟ์ อัปเดตเทรนด์การศึกษา เร่งอัปสกิลเสริมศักยภาพครูไทย

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.31 น.

เมื่อโลกการศึกษาขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยี โรงเรียนเอกชนต้องแข่งขันมากกว่าชื่อเสียงหรือผลการเรียน แต่ต้องพิสูจน์คุณภาพการเรียนรู้และความพร้อมของผู้เรียนสู่อนาคต ทรู คลิกไลฟ์ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสื่อการเรียนการสอนสำหรับโรงเรียนเอกชนไทย นำโดย ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และผู้อำนวยการด้านการศึกษา ทรู คลิกไลฟ์ เดินหน้าจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ทรู คลิกไลฟ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Driving Success for Private Schools”  เพื่อเสริมศักยภาพครูและผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในเครือข่ายทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 550 คน ทั่วประเทศ จากโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ครอบคลุม  5 หลักสูตร ได้แก่ เทคโนโลยีวิทยาการคำนวณ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน โรโบติกส์ และดนตรี ตั้งระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยม เวทีดังกล่าวเปิดโอกาสให้โรงเรียนได้อัปเดตเทรนด์การศึกษา   แลกเปลี่ยนมุมมอง ต่อยอดแนวคิด และค้นหาแนวทางใหม่ในการพัฒนาโรงเรียนผ่าน Learning Ecosystem ครบวงจร เพื่อยกระดับศักยภาพโรงเรียนเอกชนให้ก้าวทันการศึกษาโลกยุคดิจิทัล    

อนุสรณ์ ดำรงธรรม และ ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน

ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และผู้อำนวยการด้านการศึกษา ทรู คลิกไลฟ์ ร่วมถ่ายทอดมุมมองในหัวข้อ “The Next Generation Schools จากมาตรฐานโลกสู่การยกระดับโรงเรียนไทย”  โดยชี้ว่า โลกการศึกษากำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Outcome-based Education โรงเรียนจึงต้องก้าวสู่การเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ที่นำ ไปใช้ได้จริง ควบคู่กับพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ทรู คลิกไลฟ์ จึงมุ่งพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ครบวงจร เพื่อสนับสนุนโรงเรียนเอกชนในเครือข่ายให้สามารถยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม  ผ่าน 5 นวัตกรรมมากว่า 18 ปี ครอบคลุมทั้งหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน และการพัฒนาครู โดยปัจจุบันมีโรงเรียนเอกชนเข้าร่วมกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ และในปีนี้มีโรงเรียนใหม่เข้าร่วมเพิ่มอีก 23 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคการศึกษาเอกชนต่อแนวทางดังกล่าว

ด้าน อนุสรณ์ ดำรงธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและการศึกษา หน่วยงานทรู คลิกไลฟ์ ได้ร่วมเผยทิศทาง True Click Life Strategic Roadmap 2026 ตอกย้ำบทบาทของทรู คลิกไลฟ์ ในฐานะพันธมิตรที่โรงเรียนไว้วางใจ ที่เชื่อมต่อทั้งด้านหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน แพลตฟอร์มอัจฉริยะ การพัฒนาครู การเสริมมุมมองให้ผู้บริหาร ตลอดจนกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้าง Future Skills ให้กับผู้เรียนอย่างรอบด้าน โดยในปีนี้ได้ต่อยอดเครื่องมือใหม่แบบจัดเต็ม ทั้งหลักสูตรสองภาษา วิชาการเงิน กิจกรรมเสริมทักษะสู่โลกจริง และแอปพลิเคชัน G-CONNECT โฉมใหม่

รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด และบริษัท มิชชั่น ทู เดอะ มูน มีเดีย จำกัด ชวนผู้บริหารโรงเรียนมองไปข้างหน้าว่า โลกการทำงานในอนาคตกำลังมองหาคนแบบไหน และโรงเรียนควรเตรียมเด็กอย่างไรให้พร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นายพงศธร ธนบดีภัทร เจ้าของช่องธุรกิจ Nop Pongsatorn ชวนผู้บริหารกลับมาทบทวนว่า จุดแข็งของโรงเรียนคืออะไร และจะเปลี่ยนสิ่งนั้นให้กลายเป็น Positioning ที่ชัดเจนได้อย่างไร เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดการศึกษายุคใหม่ นอกจากนี้ นายสืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลจาก VCommerce ยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการใช้ AI และข้อมูลมาต่อยอดการสื่อสาร การตลาด และดึงอัตลักษณ์ของโรงเรียนมาสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังอัปสกิลการจัดการเรียนการสอน การใช้นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ และการสร้างชั้นเรียนคุณภาพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ผู้เรียนยุคใหม่เพื่อสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการอัปเดต G-CONNECT แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ช่วยเชื่อมโลกของการบริหารโรงเรียนและการจัดการเรียนการสอนไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทั้งการวางแผนการสอน การจัดการชั้นเรียน การติดตามผลการเรียน การสื่อสารระหว่างโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน รวมถึงการเข้าถึงสื่อการเรียนรู้และข้อมูลสำคัญได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และคืนเวลาให้ครูได้กลับไปโฟกัสกับการดูแลผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ

ทรู คลิกไลฟ์ ยังมุ่งยกระดับหลักสูตรสู่มาตรฐานสากล ผ่านการสร้างทักษะที่โลกอนาคตต้องการจริง ทั้งด้านเทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ ภาษา และคุณธรรมจริยธรรม โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ควบคู่กับการพัฒนาครูและผู้บริหารให้ก้าวทันเทรนด์การศึกษา เทคโนโลยี และ AI อยู่เสมอ เพราะในโลกการศึกษายุคใหม่ โรงเรียนที่พร้อม คือโรงเรียนที่มี “ระบบนิเวศการเรียนรู้ครบวงจร” มีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และมีความสามารถในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ทักษะแห่งอนาคตได้อย่างแท้จริงโรงเรียนเอกชนที่สนใจเข้าร่วมหลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ สามารถติดต่อได้ที่ 08-9116-0239 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.trueclicklife.com

คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569

วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ช็อกโลก! คืนวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. ขณะที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังนั่งเป็นประธานงานเลี้ยงอาหารค่ำร่วมกับคณะสื่อมวลชนทั่วโลกกว่า 2 พันคน ณ ห้องบอลรูม โรงแรม Washington Hilton เสียงปืนดังรัวเป็นชุดจากนอกห้องงานเลี้ยง ทันใดนั้นทีมคอมมานโด Secret Service (SS.) โดดขึ้นเวทีเพื่อเข้าคุ้มกัน ท่านประธานาธิบดี และ เฟิร์สเลดี้ ออกจากงานเลี้ยงขึ้นรถลิมโมหุ้มเกราะทะยานกลับไวท์เฮ้าส์ทันที …เหตุการณ์นี้เกิดจากผู้บุกรุกเดี่ยว COLE T. ALLEN อายุ 31 ปีบุกเข้ามาในงานเลี้ยงเพื่อลอบสังหารท่านประธานาธิบดีและบุคคลสำคัญอื่นๆ (SS.) สามารถควบคุมตัวคนร้ายได้ จึงร่วมกับ ทีม FBI รีบนำตัวเข้า สนญ.เพื่อสอบสวนทันที…อนึ่ง เมื่อ คศ.1981 ท่านอดีตประธานาธิบดีเรแกน ขณะเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงที่โรงแรมแห่งเดียวกันนี้ ถูกลอบยิงสังหารรอดได้แต่บาดเจ็บสาหัส ด้านหน้าโรงแรมท่ามกลางฝูงชนมาต้อนรับ มีตัวอย่างที่ ศรภ.ฝ่ายไทย เองควรถอดแบบ เพราะหลังถูกยิงหน่วย (SS.) ก็รีบเข้าควบคุมสถานการณ์ นำ เรแกน ขึ้นรถลิมโมหุ้มเกราะมุ่งสู่ รพ.วอลเตอร์รีด แต่ระหว่างนั้นปรากฏว่าเรแกนกระแอมไอออกเป็นเลือด การฝึกอบรมทำให้ (SS.) รู้ทันทีว่ากระสุนต้องทะลุปอดแน่จึงสั่งการด่วนให้ขบวนประธานาธิบดีเปลี่ยนเส้นทางไป รพ.ที่ใกล้ที่สุดเพื่อเซฟชีวิต ฯพณฯ ผลของการฝึกเข้มและปฏิภาณของหน่วย (SS.) สามารถเซฟชีวิต “บุรุษซึ่งทรงอำนาจที่สุดในโลก” ไว้ได้ ในเวลาต่อมาหน่วย (SS.) จึงกำหนดม็อตโต้ของหน่วยใหม่ว่า “Never Allow Second Shot!” (ต้องไม่มีกระสุนนัดที่สอง)…
  • สัปดาห์ที่ผ่านมาการจากไปของ น.พ. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของสังคมไทย ตามที่คุณหมอประสบความสำเร็จอย่างมีคุณูปการในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมมากมายหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาบริหารจัดการโรงพยาบาลและการแพทย์ทำให้คนส่วนใหญ่มองเห็นท่านเป็นภาพติดตาในฐานะ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันที่สังคมยอมรับในมาตรฐานและคุณภาพอาทิ รพ.กรุงเทพ, รพ.สมิติเวช, รพ.บีเอ็นเอช, รพ.พญาไท และ รพ.เปาโล นอกจากเรื่องการแพทย์แล้วคุณหมอยังได้รับการยกย่องในความเป็น “ผู้บุกเบิก” (Pioneer) ในหลากหลายอุตสาหกรรมในยุคแรกๆ ผ่านบริษัทกรุงเทพสหกล จก. เป็นที่ประจักษ์ในการสร้างทางหลวง, การก่อสร้างทั่วไป, ชุดเจาะสำรวจน้ำมันในไทย, และแน่นอนธุรกิจการบินพาณิชย์ (Aviation) จนในที่สุดประสบ ความสำเร็จกลายเป็นสายการบินบูติคชื่อดังของอาเซียน “บางกอกแอร์เวย์สแต่น้อยคนนักที่จะล่วงรู้ว่า กว่าจะถึงสุดยอดพีระมิดได้ ท่านต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการเป็นเวลาหลายทศวรรษ แต่ท่านไม่เคยท้อถอยวงการธุรกิจต้องมอบม๊อตโต้ให้ท่านเป็นบุคคลที่ “Never Give Up”
  • ขอแสดงความยินดีกับ ธนวันต์ ชุมแสง ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี” คนใหม่ เมื่อเร็วๆนี้…
  • ในงานวันมูลนิธิสิรินธร ที่โรงละครแห่งชาติ เมื่อวันก่อน ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ถูกจัดที่ให้นั่งใกล้กับ นิติกร กรัยวิเชียร หรือ รอบบิ้น ช่างภาพมือหนึ่งประเทศไทย โดยมี ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่า กทม.นั่งอยู่ใกล้ๆกัน เมื่อสบโอกาส ศ.ธงทอง ก็ขอให้ รอบบิ้น ใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือของ ศ.ธงทอง ถ่ายภาพคู่กับ ดร.ชัชชาติ ไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งฝ่ายหลังแนะนำว่า ภาพนี้ให้นำไปอัดขยายและควรให้ รอบบิ้น ลงชื่อไว้เป็นสำคัญด้วย… ผู้ว่า กทม. มีอารมณ์ขันเบาๆเสมอๆ…
  • วันที่ 10 พ.ค.นี้ ตอนมื้อเที่ยง มีงานเลี้ยงสังสรรค์เครือญาติในสกุล ”ศรีวรรธนะ” ในโอกาสตั้งมาครบ 112 ปี ที่ราชนาวิกสภา ฝั่งธนฯ เทอดขวัญ กำภูฯ หนึ่งใน “ศรีวรรธนะ” แจ้งมาว่า งานนี้ท่านๆที่มางานมีอายุ 80-90 อัพเป็นส่วนใหญ่ และล้วนแล้วมีสุขภาพแข็งแรงดีทั้งสิ้น…ฝากผู้ร่วมงานนอกตระกูลไปแอบถามสูตรเด็ดเคล็ดลับ ที่ทำให้อายุมั่น ขวัญยืนกันทั้งตระกูลดั่งนี้ด้วย !!

บารอนเนส

ททท. ผนึกพันธมิตรชวนคนทำงานยุคใหม่ ‘เที่ยวใกล้ได้งาน’ ใน 17 จังหวัดภาคกลาง

ททท. ผนึกพันธมิตรชวนคนทำงานยุคใหม่ ‘เที่ยวใกล้ได้งาน’ ใน 17 จังหวัดภาคกลาง

ททท. ผนึกพันธมิตรชวนคนทำงานยุคใหม่ ‘เที่ยวใกล้ได้งาน’ ใน 17 จังหวัดภาคกลาง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ NEXTOPIA Siam Paragon, Megatix Thailand, Bolt และ Sanook.com ชวนคนทำงานยุคใหม่ออกเดินทางเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวพร้อมทำงานไปด้วยกัน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคกลาง ภายใต้แคมเปญ WORK WONDER BELONG เที่ยวใกล้ได้งาน เปลี่ยนวันทำงานธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ ผ่านการค้นหาสถานที่ทำงานใหม่ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสร้างแรงบันดาลใจช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

 ในแคมเปญรวบรวมสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ทำงานที่เหมาะกับการทำงานนอกสถานที่ รวมถึงสินค้าและบริการที่ช่วยให้การทำงานจากทุกที่เป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อรองรับเทรนด์การทำงานรูปแบบใหม่ที่ผสาน “การทำงาน” และ “การท่องเที่ยว” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยในมุมมองที่แตกต่างออกไป ระหว่างนี้จนถึงวันที่  25 กรกฎาคม 2569

นางสาว วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า ปัจจุบันหลายองค์กรในประเทศไทยเริ่มนำรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid และ Remote Working มาใช้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของพนักงานและความคาดหวังของคนทำงานรุ่นใหม่ ส่งผลให้เกิดความเป็นไปได้ในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา และทำให้แนวคิด Workation หรือการทำงานควบคู่กับการท่องเที่ยว กลายเป็นดีมานด์ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน หนึ่งในพฤติกรรมที่สะท้อนเทรนด์ดังกล่าวคือ “Weekend ExtendersW หรือการยืดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ออกไปโดยไม่ต้องใช้วันลาพักร้อน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเดินทางและพักผ่อน พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางที่มีการเดินทางสะดวก และมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำงานได้เป็นอย่างดี ททท. และพันธมิตรจึงร่วมกันคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม กิจกรรม รวมถึง Co-working Space ที่เหมาะกับการทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน พร้อมมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้คนออกเดินทางในวันธรรมดามากขึ้น ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวในภูมิภาคภาคกลาง โดยคาดหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยให้การทำงานควบคู่กับการท่องเที่ยวเกิดประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ให้กับคนทำงานยุคปัจจุบัน

ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัดผู้บริหาร กล่าวว่า  NEXTOPIA มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ในการสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่ที่ผสานการทำงานและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยเราเปิดพื้นที่ NEXTOPIA ให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับการนั่งทำงาน พักผ่อน และพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อร่วมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและการใช้ชีวิตนอกสถานที่ทำงานแบบเดิมๆ พบกับโปรโมชั่นมากมายตลอดแคมเปญ อาทิ ใช้จ่ายที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนครบตามยอดที่กำหนดแลกรับของรางวัล พร้อมแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 22%  จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และ Nextopia มอบคูปองช้อป กิน ดื่ม ส่วนลดสูงสุด 200 บาท  ในพื้นที่ Zone Nextopia เพียงโชว์ Banner แคมเปญ หรือ แจ้งทราบข่าวจากแคมเปญ Work Wonder Belong พร้อมบัตรประชาชน ที่เคาน์เตอร์ INFORMATION COUNTER ชั้น G ฝั่ง North, ชั้น 1 Star Dome และชั้น 5 NEXTOPIA โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย จะได้รับ E-GIFT CARD เมื่อลงทะเบียนผ่าน ONESIAM SuperApp สมบูรณ์แล้วเท่านั้น

Onur Astasoy – Managing Director กล่าวว่า   Megatix Thailand  เชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแคมเปญนี้ จะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคภาคกลาง โดยเราได้นำเสนอสิทธิพิเศษและส่วนลดสำหรับที่พักและสปา เมื่อจองผ่านแพลตฟอร์ม Megatix สูงสุด 20-50% เพื่อช่วยให้คนทำงานสามารถวางแผนการเดินทางและพักผ่อนได้ง่ายขึ้น เรามองว่าเทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเดินทางในวันธรรมดา โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) การมอบดีลพิเศษผ่าน Megatix จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะดวก คุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่” จองที่พัก  https://megatix.in.th/workwonderbelong

ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์  ผู้จัดการทั่วไปประจำ โบลท์ ประเทศไทย (Bolt) กล่าวว่า โบลท์ ประเทศไทย มีเป้าหมายในการกระตุ้นให้ผู้คนออกเดินทางและเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสานการทำงานเข้ากับการเดินทางได้อย่างลงตัว โบลท์มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อช่วยให้การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก หรือพื้นที่ทำงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าการมีระบบการเดินทางที่สะดวกจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้คนออกเดินทางมากขึ้น และช่วยผลักดันให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โบลท์ ยินดีมอบ โค้ดส่วนลด 200,000 โค้ด (สำหรับพื้นที่ภาคกลางเท่านั้น) ชื่อ Code “GOWORK” ระยะเวลาใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 25 กรกฎาคม 2569

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญ สิทธิพิเศษ ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมที่เหมาะกับการทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกันได้ที่ http://www.workwonderbelong.com  

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงตรวจความเรียบร้อยของฉลองพระองค์ ก่อนจัดแสดงนิทรรศการในปารีส

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงตรวจความเรียบร้อยของฉลองพระองค์ ก่อนจัดแสดงนิทรรศการในปารีส

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงตรวจความเรียบร้อยของฉลองพระองค์ ก่อนจัดแสดงนิทรรศการในปารีส

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.46 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในฐานะองค์อุปถัมภ์นิทรรศการ La mode en majesté ทรงตรวจความเรียบร้อยของฉลองพระองค์ที่จัดส่งจากประเทศไทย ความคืบหน้าของการนำฉลองพระองค์ขึ้นหุ่น การตรวจสอบความพร้อมของวัตถุจัดแสดงอื่นๆ การเตรียมพื้นที่ของห้องจัดแสดง ตลอดจนการกำหนดความเข้มและระยะของแสงสว่างในตู้จัดแสดง และทรงหารือร่วมกับคณะภัณฑารักษ์ผู้รับผิดชอบนิทรรศการเรื่องตำแหน่งในการจัดวาง ตลอดจนข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับการจัดแสดงของฉลองพระองค์ที่สำคัญ ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts décoratifs กรุงปารีส

นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส (ปี 1856–2026) จัดแสดงผลงานทั้งหมดกว่า 200 ชิ้น ประกอบด้วยฉลองพระองค์ชุดกระโปรงและเครื่องใช้ เครื่องประดับที่ได้รับการออกแบบโดยนายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสร่วมกับสถาบันงานปักชั้นสูงเลอซาจ รวมไปถึงนักออกแบบชาวไทย โดยมุ่งเน้นไปที่ผลงานการพัฒนาเครื่องแต่งกายประจำราชสำนักและบทบาทที่สื่อสะท้อนออกไปบนเวทีโลก ผ่านการจัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมด้วยชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ควบคู่กับงานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่า สะท้อนถึงความประณีตของภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการสืบสานมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสนอ “ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO ในปี 2569

นิทรรศการในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน), พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีสและพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัด “นิทรรศการราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress From Tradition to Modernity” ระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม ถึง 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2569 ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส