ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จับมือศิลปิน Jmons ปลุกพลังเยาวชน เปลี่ยนไอเดียเล็กๆ สู่พลังดูแลโลก

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จับมือศิลปิน Jmons ปลุกพลังเยาวชน เปลี่ยนไอเดียเล็กๆ สู่พลังดูแลโลก

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จับมือศิลปิน Jmons ปลุกพลังเยาวชน เปลี่ยนไอเดียเล็กๆ สู่พลังดูแลโลก

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

ศิลปะอาจเป็นมากกว่างานสร้างสรรค์ หากใช้เป็นพลังในการสื่อสารและจุดประกายการเปลี่ยนแปลง นี่คือแนวคิดที่เกิดขึ้นในกิจกรรมเวิร์กชอป “We are Blue Planet เพราะโลกใบนี้คือพวกเรา” ที่ ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การออกแบบคาแรกเตอร์ผ่านมุมมองของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ “Jmons” หรือ บุญสิทธิ์ อยู่ถาวร ศิลปินเจ้าของผลงานคาแรกเตอร์ STARBUZZ อันโดดเด่นที่ผสานความสนุก และความหวังในชีวิตประจำวัน มาแบ่งปันความรู้และเทคนิคการออกแบบ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไฟ-ฟ้า ออกแบบคาแรกเตอร์ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดพัฒนาสู่การสร้างอาชีพในอนาคต 

มาริสา จงคงคาวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีทีบี 

กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้สอนเพียงการวาดภาพหรือออกแบบตัวละคร แต่ชวนเยาวชนตั้งคำถามกับโลกรอบตัว ค้นหามุมมองของตนเอง และถ่ายทอดความคิดผ่านงานศิลปะ เพื่อสร้างการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เข้าถึงผู้คน และสามารถต่อยอดเป็นทักษะที่มีคุณค่าในอนาคตได้จริง

ตลอดกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือปลูกฝังแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ทุกผลงานถูกพัฒนาด้วยแนวคิด “ลด ใช้ ทิ้ง” ภายใต้ ttb blue planet โครงการดี ๆ ตามแนวทางการสร้างความยั่งยืน B+ESG #เปลี่ยน…การใช้ชีวิต เป็นมิตรกับโลกยิ่งขึ้น สะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดความสิ้นเปลือง ใช้ซ้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และจัดการขยะอย่างถูกวิธี เพื่อเปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนเริ่มต้นได้ในชีวิตประจำวัน

ทีทีบีเชื่อในพลังของเยาวชน

นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีทีบี กล่าวว่า ทีทีบีเชื่อว่าการสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ลงมือคิด ลงมือทำ และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพราะเยาวชนในวันนี้ คือ พลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของสังคมและโลกในวันข้างหน้า

“สิ่งที่เราภูมิใจเสมอเมื่อได้เห็นเด็กไฟ-ฟ้า คือ การที่พวกเขากล้าคิด กล้าลอง และกล้าแสดงออกมากขึ้นในทุก ๆ ปี บางคนเริ่มต้นจากความไม่มั่นใจ แต่เมื่อได้รับโอกาสและพื้นที่ที่เหมาะสม ก็สามารถค้นพบศักยภาพของตัวเองได้ เราเชื่อว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เริ่มจากการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดและแรงบันดาลใจให้เติบโตในใจเยาวชน

ที่สำคัญ ผลงานคาแรกเตอร์ที่น้อง ๆ ร่วมกันสร้างสรรค์ในโครงการครั้งนี้ จะได้รับการต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบผลิตภัณฑ์ของขวัญปีใหม่ของทีทีบีในปีหน้า ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ผลงานและแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมของเยาวชนได้ส่งต่อแรงบันดาลใจไปสู่ผู้คนในวงกว้าง พร้อมสร้างความภาคภูมิใจที่จับต้องได้ให้กับเจ้าของผลงานทุกคน

น้องริว, Jmons และน้องอิงอุ่น

นอกจากนี้ ผลงานทางศิลปะของน้อง ๆ ยังจะได้รับการพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าที่ระลึกของมูลนิธิทีทีบี เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ส่งต่อคุณค่าของการ ‘ให้’ ไปยังผู้อื่นอีกทอดหนึ่ง โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำกลับไปสนับสนุนชุมชนและกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีและยั่งยืนให้เกิดขึ้นในสังคม”

Jmons ชวนเด็กๆ ใช้ศิลปะเป็นภาษาสื่อสารกับโลก 

“ผมอยากให้น้อง ๆ เห็นว่าคาแรกเตอร์หนึ่งตัวสามารถเป็นตัวแทนของความคิดหรือสิ่งที่เราอยากบอกกับสังคมได้ สิ่งที่ประทับใจมากคือเด็กไฟ-ฟ้ามีจินตนาการและมุมมองที่น่าสนใจ หลายคนสามารถเชื่อมโยงเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้ากับเรื่องใกล้ตัวได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างการเปลี่ยนแปลง ยิ่งเมื่อผลงานเหล่านี้มีโอกาสถูกต่อยอดไปเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ปีใหม่ของธนาคาร ก็ยิ่งทำให้น้องๆ เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองสามารถสร้างคุณค่าและเกิดผลลัพธ์ได้จริง”

จากเวิร์กชอปสู่แรงบันดาลใจที่ต่อยอดได้จริง

สำหรับ นายภัทรพล ศรีนรคุตร (น้องริว) เด็กไฟ-ฟ้า ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าประชาอุทิศ บอกว่า การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้วิธีคิดในการออกแบบคาแรกเตอร์จากศิลปินตัวจริง และมองเห็นแนวทางการพัฒนาผลงานของตัวเองมากขึ้น

“พี่ Jmons ทำให้ผมรู้ว่ากว่าจะเป็นคาแรกเตอร์หนึ่งตัว ต้องมีเรื่องราวและแนวคิดอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่การวาดให้สวยอย่างเดียว ผมอยากนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาผลงานของตัวเอง และต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต”

ขณะที่ นางสาวพิชญาภา งามดี (น้องอิงอุ่น) เด็กไฟ-ฟ้า ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้านนทบุรี กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ทำให้มองเห็นว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว และทุกคนสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องเล็ก ๆ รอบตัว

“ไฟ-ฟ้าทำให้หนูได้ค้นพบตัวเอง ได้ฝึกความกล้าแสดงออก และได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ทำมาก่อน หนูอยากชวนเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน มาลองเปิดประสบการณ์ที่ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าดูสักครั้ง”

เรื่องราวจากเวิร์กชอปครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ลงมือสร้างสรรค์ผลงานจริง และเติบโตเป็นคนรุ่นใหม่ที่พร้อมใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม นอกจากนี้ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับ ประกาศนียบัตรรับรองการผ่านเวิร์กชอปจากโครงการไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Portfolio เพื่อสะท้อนประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนและการพัฒนาทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ของตนเองได้อีกด้วย

ฉลอง 23 ปี ‘เปรี้ยวปาก’ เปิดเทศกาลความอร่อย ยกทัพร้านดังทั่วไทย

ฉลอง 23 ปี ‘เปรี้ยวปาก’ เปิดเทศกาลความอร่อย ยกทัพร้านดังทั่วไทย

ฉลอง 23 ปี ‘เปรี้ยวปาก’ เปิดเทศกาลความอร่อย ยกทัพร้านดังทั่วไทย

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.14 น.

“เปรี้ยวปาก” รายการวาไรตี้กิน-เที่ยว ทางช่อง 3HD ดำเนินรายการโดยคู่ซี้สายกิน เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และจอย-รินลณี ศรีเพ็ญ ผลิตโดย บริษัท ไทม์ บรอดคาสท์ จำกัด โดย ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ เตรียมจัดงาน “เปรี้ยวปาก Festival 2026 : อร่อยทุกคำ อิ่มสุขทุกคน” By ธนาคารออมสิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 พร้อมฉลองครบรอบ 23 ปีของรายการ ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม–3 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–22.00 น. ณ ลาน M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

ภายในงาน “เปรี้ยวปาก Festival 2026” ยกขบวนร้านสตรีทฟู้ดชื่อดัง ร้านเด็ดจากทั่วประเทศ และร้านของดารา-อินฟลูเอนเซอร์ ขนเมนูยอดนิยมมาเสิร์ฟตลอด 4 วัน พร้อมกิจกรรมบนเวที การแสดงจากศิลปิน และสิทธิพิเศษจากธนาคารออมสิน เพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อยและความสุข ให้ทุกคนได้อิ่มอร่อย สนุกสนาน และใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่

ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ 

ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทม์ บรอดคาสท์ จำกัด ผู้ผลิตรายการเปรี้ยวปาก กล่าวว่า ตลอดกว่า 23 ปีที่ผ่านมา รายการ “เปรี้ยวปาก” ไม่ได้เป็นเพียงรายการวาไรตี้กิน-เที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่พาผู้ชมค้นหาร้านอร่อย ผู้คน และเรื่องราวดีๆ จากทั่วประเทศ

“เปรี้ยวปาก Festival 2026 จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘อร่อยทุกคำ อิ่มสุขทุกคน’ เพื่อสานต่อความตั้งใจในการส่งต่อความสุขผ่านอาหารและการเดินทาง พร้อมขอบคุณแฟนรายการที่เติบโตเคียงข้างกันมาตลอดกว่า 23 ปี โดยงานนี้จะเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้พบปะ ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อนๆ ลิ้มลองร้านดังทั่วประเทศ พบศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์คนโปรด รวมถึงรับคำแนะนำด้านการเงินจากธนาคารออมสิน เพราะอาหารที่ดีไม่เพียงสร้างความอร่อย แต่ยังเชื่อมโยงผู้คนและสร้างความทรงจำร่วมกัน”

รวมร้านอร่อยที่ไม่ควรพลาด

ร้านสตรีทฟู้ดเจ้าดัง อาทิ ขาหมูบ้านไร่ by สมชายโคโค่ ขาหมูรสเข้มข้น หนังนุ่มละลายในปาก แค่เปิดร้านก็คิวยาว, ดุกดิกปลาดุกไร้ก้าง ปลาดุกย่างสไตล์ญี่ปุ่นหอมกรุ่น หนังเกรียมกำลังดี, เคี้ยงเฉาก๊วยภูเก็ต เฉาก๊วยสูตรโบราณจากอากง เนื้อเหนียวนุ่มเด้งคล้ายเยลลี่ หวานธรรมชาติ, หยกชวา ก๋วยเตี๋ยวเรือเส้นผักตบชวาเหนียวนุ่มสไตล์บะหมี่หยก, เฮียแตนราชาหมูกรอบ หนังกรอบฟู เนื้อฉ่ำ, สถานีปาท่องโก๋ รวมปาท่องโก๋หลากหลายสไตล์ทั้งโบราณ ญี่ปุ่น และโก๋เตยหอม, Bakery Mind Café กับเมนูฮิตกะลาเค้กมะพร้าวและเค้กไส้แตก, อาม่าราดหน้าเส้นกรอบ ราดหน้ารสกลมกล่อม เส้นกรอบหอม, เมญ่าจ๊อปู จ๊อปูเนื้อแน่น น้ำพริกไข่ปู โรลกุ้ง และถุงทองปู, เจ้าสมุทรแม่กลอง ข้าวยำปูและข้าวหน้าปูแกะ,ต้มโคล้งรสบรรเจิด สูตรโบราณจากปลากดย่างกาบมะพร้าว หอมควันไฟ รสจัดจ้านกลมกล่อม, ร้อยเก้าแกงใต้ เสิร์ฟอาหารใต้รสจัดจ้าน พร้อมเมนูเด่นอย่าง คั่วกลิ้งปลาย่าง คั่วกะปิปลาอินทรีย์ และน้ำพริกนรกใต้ พร้อมอีกหลายร้านดังที่ยกเมนูเด็ดมาเสิร์ฟตลอด 4 วัน

เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และจอย-รินลณี ศรีเพ็ญ

ร้านดาราและอินฟลูเอนเซอร์

นำโดย Hosomi ของเสนาหอย ที่ยกเมนูมัตฉะพรีเมียม ชีสเค้ก และของหวานยอดนิยมมาเสิร์ฟ พร้อมร่วมพบปะแฟนๆ ภายในงาน พี่ไก่ รัญจวน ควงน้องพะแพง นำสินค้าคุณภาพ พร้อมโปรโมชันพิเศษ และ Cooking Show ให้ผู้ร่วมงานได้ชิมเมนูสุดพิเศษแบบใกล้ชิด ส่วนลูกชิ้นนายปิง กลับมาตามคำเรียกร้อง พร้อมเสิร์ฟลูกชิ้นหมูและลูกชิ้นกุ้งเนื้อเด้ง ย่างร้อนๆ กับน้ำจิ้มรสแซ่บตลอดงาน

พบกับ Photo Booth ตู้สติกเกอร์ และร่วมสนุกกับเกม Smart Stop และบิงโก ลุ้นรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและของรางวัลทุกวัน พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ชอปผ่านแอปพลิเคชัน MyMo by GSB ครบ 500 บาท นำ e-Slip มาแลกรับ Voucher มูลค่า 50 บาท ที่บูธธนาคารออมสิน เพื่อนำไปใช้ซื้ออาหารภายในงานได้ทันที

PharmaResearch Culture Foundation X บางกอก คุนส์ฮาเลอ เปิดพรมแดนศิลปะร่วมสมัยเกาหลี-ไทยใน ‘Watching Together at the Boundar’

PharmaResearch Culture Foundation X บางกอก คุนส์ฮาเลอ เปิดพรมแดนศิลปะร่วมสมัยเกาหลี-ไทยใน ‘Watching Together at the Boundar’

PharmaResearch Culture Foundation X บางกอก คุนส์ฮาเลอ เปิดพรมแดนศิลปะร่วมสมัยเกาหลี-ไทยใน ‘Watching Together at the Boundar’

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.03 น.

PharmaResearch Culture Foundation ก่อตั้งโดย ปาร์ค พิล-ฮย็อน ร่วมกับ บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) ก่อตั้งโดย มาริษา เจียรวนนท์ จัดแสดง “Watching Together at the Boundary” นิทรรศการศิลปะภาพเคลื่อนไหวที่เกิดจากความร่วมมือระดับนานาชาติครั้งสำคัญ รวบรวมผลงานคอมมิชชันที่เคยผลิตและจัดแสดใน Gangneung International Art Festival (GIAF) มาเรียบเรียงใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทเฉพาะของพื้นที่บางกอก คุนส์ฮาเลอ พร้อมนำเสนอผลงานของศิลปินไทยและเกาหลีใต้ 5 คน ได้แก่ โก ดึง-ออ, อารยา ราษฎร์จำเริญสุข, อี ยาง-ฮี, จอง ย็อน-ดู และฮงอี ฮย็อน-ซุก  จัดแสดงระหว่างนี้จนถึงวันที่  9 สิงหาคม 2569 ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ

มาริษา เจียรวนนท์

จากคังนึงสู่กรุงเทพฯ: ความทรงจำร่วมในพื้นที่แห่งการเยียวยาและการเกิดใหม่        

นิทรรศการ Watching Together at the Boundary สะท้อนถึงแนวคิดเรื่องการเยียวยาและการฟื้นฟูชุมชน ผ่านการเชื่อมโยง 2 เทศกาลสำคัญจาก 2 วัฒนธรรม ได้แก่ เทศกาลคังนึงดาโนเจ (Gangneung Danoje Festival) หนึ่งในเทศกาลพื้นบ้านที่สำคัญที่สุดของเกาหลีใต้ และ เทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ของไทย ซึ่งต่างได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจาก UNESCO

แม้จะมีรากฐานทางวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ที่แตกต่าง ทว่าทั้งสองเทศกาลต่างก็เชื่อมโยงกันผ่านช่วงเวลาที่ผู้คนและครอบครัวจะได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อส่งต่อความปรารถนาดี คำอวยพรและคำอธิษฐานเพื่อความสงบสุข และร่วมเฉลิมฉลองการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต

ปาร์ค พิล-ฮย็อน

นิทรรศการในครั้งนี้จึงชวนผู้ชมร่วมสำรวจความทรงจำในพื้นที่จัดแสดงของบางกอก คุนส์ฮาเลอ ควบคู่กับประสบการณ์ของเมืองคังนึง (Gangneung) ซึ่งเคยประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและไฟป่าครั้งใหญ่ เพื่อสะท้อนถึงความหมายของการเกิดใหม่และการฟื้นฟูเยียวยา ภายใต้บริบทที่แตกต่างกันผ่านภาษาของศิลปะร่วมสมัย

Watching Together: เมื่อการรับชมแปรเปลี่ยนเป็นการอยู่ร่วมกัน

แนวคิดสำคัญของนิทรรศการในครั้งนี้คือ “การรับชมร่วมกัน” (Watching Together) ซึ่งมองการรับชมงานศิลปะเป็นมากกว่าการอยู่ในพื้นที่เดียวกันของคนแปลกหน้า หากคือการแบ่งปันเวลา การพำนักอยู่ร่วมกัน และการเปิดรับประสบการณ์แห่งการต้อนรับ การเยียวยา และความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นระหว่างผู้คนผ่านศิลปะ

พัค โซฮี

นิทรรศการจึงนำเรื่องของ “จังหวะ” และ “ลำดับเวลา” มาใช้เป็นโครงสร้างหลักในการจัดโปรแกรมฉายภาพเคลื่อนไหว เพื่อถักทอความทรงจำ บรรยากาศ และเรื่องราวของสองเมือง (คังนึงและกรุงเทพฯ) เข้าด้วยกัน นำเสนอผ่านผลงานของศิลปิน 5 คน ที่ต่างก็สำรวจประเด็นเรื่องพรมแดน การฟื้นฟู การดำรงอยู่ และความสัมพันธ์ของชุมชนผ่านมุมมองที่แตกต่างกัน

Sohee Park (พัค โซฮี) ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการและกรรมการของ PharmaResearch Culture Foundation กล่าวว่า “นิทรรศการนี้เป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนบทบาทของสถานที่และเรื่องเล่าที่ GIAF สั่งสมมาจากเมืองคังนึง ผ่านการจัดแสดงและตีความใหม่ในบริบทของกรุงเทพฯ ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ เพื่อสร้างความร่วมมือทางศิลปะระหว่างกัน โดยมีแนวคิดเรื่องการฟื้นฟูและเยียวยาชุมชน ซึ่งเป็นคุณค่าร่วมของเทศกาลคังนึงดาโนเจและสงกรานต์ เป็นหัวใจสำคัญและจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระดับนานาชาติในครั้งนี้”

ในอนาคต PharmaResearch Culture Foundation ตั้งเป้าที่จะต่อยอดนิทรรศการในกรุงเทพฯ ให้เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้านศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างเกาหลีใต้และไทย โดยมี INON (Art Space, Art Forest) พื้นที่วัฒนธรรมแบบผสมผสานแห่งใหม่ในเมืองคังนึงเป็นศูนย์กลาง มูลนิธิยังมีแผนสานต่อการทดลองเชิงสร้างสรรค์ผ่าน GIAF เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากรทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นเข้ากับชุมชน พร้อมทั้งขยายความเป็นไปได้ของ

นิทรรศการ Watching Together at the Boundary จัดแสดงวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 14:00

รอบเวลาพิเศษ: วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 เปิดทำการเวลา 14:00 น. – 16:00 น. และ 18:00 น. – 20:00 น. วันอาทิตย์ที่ 19 กอก คุนส์ฮาเลอ (599 ซอยพันธ์จิตต์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ)

เวลาทำการ: กรกฎาคม และวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 เปิดทำการเวลา 14:00 น. – 17:00 น. และ 19:00 น. – 20:00 น. ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Bangkok Kunsthalle และ Instagram: @bangkok_kunsthalle

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : แบ่งยากันใช้ได้หรือไม่

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : แบ่งยากันใช้ได้หรือไม่

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : แบ่งยากันใช้ได้หรือไม่

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.56 น.


หลายคนอาจพบปัญหาเจอถุงยาทั้งเก่าและใหม่ และมียาสารพัดชนิด ตั้งแต่ยาแก้ปวดลดไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ ไปจนถึงยากลุ่มโรคเรื้อรังที่กินบ้างไม่กินบ้าง จนกลายเป็นยาเหลือสะสมมากมาย แต่พอเราหรือคนใกล้ชิดมีอาการเจ็บป่วย เราก็จะเอายาของเก่าที่เรามีกลับมากิน หรือแบ่งให้คนอื่นกิน ซึ่งอาจเป็นความตั้งใจที่ดี แต่ทว่าผลลัพธ์อาจจะตรงกันข้าม เพราะการนำยาเก่าของเราไปให้คนอื่นใช้ อาจเป็นอันตรายอย่างมาก มีข้อน่าสังเกตที่ต้องตั้งประเด็นคือ
1. “อาการเหมือนกัน” ไม่ได้แปลว่าเป็น “ป่วยโรคเดียวกัน” ตัวอย่างเช่น อาการปวดหัวของแต่ละคนมีสาเหตุร้อยแปดพันเก้า เช่น คนสูงอายุบางคนมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ เมื่อเกิดอาการปวดหัว เราคิดจะแบ่งยาแก้ปวดลดอักเสบกลุ่ม NSAIDs ซึ่งเป็นยาที่ไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง ถ้าคนอื่นกินยาพาราเซตามอลแล้วอาการไม่ดีขึ้น เราต้องไปพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกยาที่ปลอดภัยของแต่ละคน แล้วพิจารณาถึงโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่เป็นร่วมอยู่ด้วย
2. “โรคเดียวกัน” แต่ “ร่างกาย” แต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนมีความจำเป็นต้องใช้ยาแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ขึ้นกับสภาวะของโรค แพทย์และเภสัชกรต้องคำนวณจากน้ำหนักตัว อายุ โรคประจำตัวอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ และที่สำคัญต้องพิจารณาถึงผลเลือด เพื่อดูการทำงานของตับและไต ยาความดันเม็ดเดียวกันที่แต่ละคนกินเพื่อควบคุมความดัน อาจเป็นขนาดที่แรงเกินไปสำหรับอีกคนหนึ่งที่มีปัญหาไตเริ่มเสื่อม ผลลัพธ์คือเมื่อนำยาไปกิน อาจเกิดภาวะความดันตกอย่างรวดเร็ว แล้ววูบ หมดสติ จนล้มหัวฟาดพื้นได้
3. ปัญหา “แพ้ยา” ในแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราไม่มีทางรู้ว่าคนที่เราแบ่งยาให้เขาใช้นั้น มีประวัติเคยแพ้ยาอะไรบ้าง หรือเขามีพันธุกรรมที่เสี่ยงต่อการแพ้ยารุนแรงชนิดไหน หากเขารับยาของเราไปกินแล้วเกิดอาการแพ้ยารุนแรงซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต จากความตั้งใจเดิมที่อยากได้บุญเพื่อแบ่งปันเพื่อนมนุษย์ ก็อาจกลายเป็นบาปไปได้
4. ปัญหา “ยาตีกัน” ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังส่วนใหญ่มักไม่ได้กินยาแค่ชนิดเดียว การที่เราเอายาของเราให้คนอื่น ถึงแม้เป็นเพียงวิตามิน หรืออาหารเสริมก็ตาม อาจเพิ่มความเสี่ยงปัญหา “ยาตีกัน” หรือปฏิกิริยาระหว่างยาอย่างรุนแรง ถ้าเรานำยาแก้ปวดข้อ แก้ปวดกระดูก กลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) ที่เหลืออยู่ไปให้ญาติผู้ใหญ่ที่กำลังกินยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือดเป็นประจำ ยาแก้ปวดตัวนี้จะเข้าไปเสริมฤทธิ์ยาละลายลิ่มเลือดอย่างรุนแรง ทำให้เส้นเลือดเปราะบาง แล้วเกิดอาการเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือในสมองได้ง่ายมาก
5. ยาเก่าเก็บ เสื่อมสภาพ เสี่ยงรับสารพิษ เนื่องจากยาที่เก็บไว้ในบ้านเป็นเวลานาน เราจะมั่นใจได้แค่ไหนว่ายายังมีคุณภาพและปลอดภัย บางครั้ง แม้ว่ายังไม่ถึงวันหมดอายุ แต่ถ้าเราเก็บรักษายาไว้ในที่อุณหภูมิไม่เหมาะสม เช่น ร้อนจัด จัดชื้น หรือแสงแดดส่องถึง จะทำให้ยาเสื่อมสลายตัวก่อนถึงวันหมดอายุจริง การส่งต่อยาเสื่อมสภาพให้คนอื่น นอกจากจะทำให้เขาได้รับยาไม่มีประสิทธิภาพ กินแล้วไม่หายป่วย ยังทำให้ได้รับสารเคมีที่เกิดจากการสลายตัวของเม็ดยา ยังอาจกลายเป็นสารพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
ถ้าเช่นนั้น เราจะทำอย่างไรดีกับ “ยาเหลือใช้” โดยไม่อยากทิ้งให้เสียของ เราจะบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์และปลอดภัยสูงสุดอย่างไร
1. ตรวจสอบและคัดแยกยาเสื่อมสภาพเป็นประจำ สังเกตลักษณะเม็ดยา หากเปลี่ยนสี มีจุดด่าง แตกหัก ซองบวม หรือแคปซูลบวม ให้แยกทิ้งทันที โดยใส่ถุงมิดชิด เขียนหน้าถุงชัดเจนว่า “ยาหมดอายุ เสื่อมสภาพ” ก่อนทิ้งถังขยะ เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นหรือสัตว์เลี้ยงกิน
2. นำยากลับไปหาหมอตอนวันนัด วิธีนี้ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เวลาไปโรงพยาบาลตามนัดให้นำยาเดิมที่เหลือทั้งหมดไปให้แพทย์และเภสัชกรดูด้วย เพื่อจะได้ช่วยตรวจว่าทำไมยาจึงเหลือ เพื่อแพทย์จะได้ปรับลดปริมาณการสั่งจ่ายยาในรอบต่อไปลง ช่วยประหยัดงบประมาณโรงพยาบาล และประหยัดค่ายาให้เราได้มหาศาล
ย้ำว่า ยาแต่ละชนิดไม่เหมาะกับคนทุกคน และแต่ละคนมีข้อจำกัดทางสุขภาพต่างกัน ดังนั้น การแบ่งยาของตนเองให้ผู้อื่นอาจก่ออันตรายได้โดยไม่ตั้งใจ

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (Chanapatana) เปิดเวทีแสดงศักยภาพของนักออกแบบรุ่นใหม่

สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (Chanapatana) เปิดเวทีแสดงศักยภาพของนักออกแบบรุ่นใหม่

สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (Chanapatana) เปิดเวทีแสดงศักยภาพของนักออกแบบรุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.40 น.

งาน Art Thesis Showcase จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ คุณสิทธิพัฒน์ ธนสารสิน ผู้อำนวยการสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ พร้อมด้วย คุณปาลิดา จิตติวรรณ ผู้จัดการทั่วไปการตลาดศูนย์การค้าเอ็มดิสทริค ร่วมเปิดงานแฟชั่นคอลเลกชันศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาสาขา Fashion Design รุ่นที่ 24 กว่า 80 ชุด พร้อมผลงานออกแบบจากนักศึกษาสาขา Interior & Product Design รุ่นเดียวกัน งานนี้ยังได้รับความสนใจจากบุคคลในวงการบันเทิง อาทิ นุ่น–ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รวมถึงศิลปินจากวง ALTERS ได้แก่ โญฮวัน คิม, ชเนห์–ชญาดา กัลยาณมิตร, เพ่ยเพ่ย–กัญญ์ภัสสร อัฑฒ์ดลชวัล และ ปิ่น–พัทธ์ธีรา แสงสุรีย์พรชัย ที่มาร่วมสร้างสีสันบนรันเวย์และภายในงาน  โดยการนำเสนอผลงานบนรันเวย์ได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบโดยทีมแต่งหน้าจาก KIMS Make-up Studio และทีมทำผมจากสถาบัน Kevin Joe ที่ร่วมสร้างสรรค์ภาพลักษณ์ของแต่ละคอลเลกชันให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

สำหรับแนวคิดหลักของปีนี้ SINGULARITY หรือ จุดเอกฐาน ว่าด้วยการสำรวจ ณ ช่วงเวลาที่ขอบเขตทุกอย่างสลายตัวและการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นขึ้น จุดที่สิ่งคุ้นเคยกลายเป็นสิ่งที่ไม่รู้จัก – จุดบรรจบระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี ธรรมชาติ ความทรงจำ และจินตนาการ เพื่อก่อเกิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ ผ่านภาษาแฟชั่น นักออกแบบรุ่นใหม่แต่ละคนตีความแนวคิดนี้ จากมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ โดยสำรวจธีมหลัก ได้แก่ อัตลักษณ์ การวิวัฒนาการ ความยั่งยืน วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และอนาคตเชิงคาดการณ์ แต่ละคอลเลกชันคือวิสัยทัศน์ส่วนตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ที่ท้าทายมุมมองเดิมๆ ของเสื้อผ้า และกำหนดนิยามใหม่ให้แฟชั่นเป็นสื่อกลางของการคิดเชิงวิพากษ์และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

“ตลอด 26 ปีแห่งการเดินทาง Chanapatana ได้บ่มเพาะนักออกแบบมากความสามารถนับพันคน ซึ่งเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของวงการสร้างสรรค์ สร้างชื่อเสียงให้แก่สถาบัน และสร้างคุณูปการต่อสังคมทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ความสำเร็จเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือของคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาทุกคน ที่ร่วมกันหล่อหลอมให้ Chanapatana เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่เปี่ยมด้วยพลัง” – คุณสิทธิพัฒน์ ธนสารสิน กล่าว

สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งโดย สมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร) ด้วยวิสัยทัศน์ในการพัฒนานักออกแบบไทยรุ่นใหม่จากหลากหลายช่วงวัย ทั้งในสาขา Fashion Design และ Interior & Product Design ให้มีศักยภาพทัดเทียมนักออกแบบในระดับสากล ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปี ภายใต้การขับเคลื่อนของคณะผู้บริหารจิตอาสาที่ร่วมสืบสานวิสัยทัศน์ พร้อมปรับตัวให้สอดรับกับบริบทของโลกยุคใหม่ เพื่อผลิตนักออกแบบที่สามารถตอบโจทย์ตลาดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

สามารถสอบถามข้อมูล หรืออัพเดตข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ ของสถาบันได้ ดังนี้

Facebook : Chanapatana

LINE: @CIDIChanapatana

เว็บไซต์ : www.chanapatana.com

คุณแหน : 20 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 20 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 20 กรกฎาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานการประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี ครั้งที่ 44 ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี 21 กค. เวลา 15.00 น…

วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาลิงจังหวัดลพบุรี ครั้งที่ 1/2569 เดินหน้าขับเคลื่อนจัดตั้ง “มูลนิธิบริหารจัดการลิงลพบุรี โดยคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาลิงจังหวัดลพบุรี” มุ่งแก้ปัญหาระยะยาว ชู 3 ภารกิจหลัก ดูแลลิง-เยียวยาคน-ฟื้นฟูเมือง..

ฉัตรชัย ศิริไล ผจก.ธกส. พร้อม ทองคำ เกตุโชติ และ วิไลหงษ์ แซ่เจีย ให้การต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ นำคณะหลักสูตร Digital CEO#9 เข้าเยี่ยมชมการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กร ณ ธกส.สำนักงานใหญ่..

สภาเภสัชกรรม ยินดีกับ ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช ที่ได้เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน คณะกรรมการ สนง.เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์..

พิชิต มิทราวงศ์ กก.ผจก. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯ ได้ไปพบแสดงความยินดีกับ พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ คนใหม่ และหารือความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนสมาชิกสภาอุตฯให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อเสริมศักยภาพ..

ชาว Digital CEO#2 ร่วมยินดีกับ ดร.ปิยะวัฒน์ จริยเศรษฐพงศ์ ที่ได้แต่งตั้งเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม (THCOM)..

ช่วงนี้ ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส, ธิษณา เดือนดาว, จิตศมน เฟลตัน และ อารีรัตน์ กฤษณะสมิต หลบฝนที่ กทม.ไปเดินชมธรรมชาติที่สวิส 10 วัน โดยมี พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เพื่อนเลิฟตั้งแต่ รร.เตรียมอุดมฯ ถึง จุฬาฯ ให้การดูแลต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง..

พิสิฐ ทางธนกุล ยามนี้ไปไหน ต้องใส่เผือกอ่อนที่แขนซ้าย ด้วยฝนตก ลื่นล้ม ศอกแตก หลุดจนต้องผ่าตัดใส่เหล็ก คาดว่าไม่นานคงหายดี มิตรสหายไม่ต้องเป็นห่วง..

ชาว CDA#1 ยินดีกับ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ที่ได้เป็น กรรมการในคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย..

วิสุทธิ์-เพียงทิพย์ วรัญญูวัฒนา และครอบครัว บริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯเพื่อสร้างอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โดยมี มาลี สังวาลย์เล็ก รับมอบ..

ชมนาถ พรสมผล วันเกิดปีนี้ไปทำบุญที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์..

คณะเภสัชศาสตร์ มข. ยินดีกับ ดร.ภญ.นาถธิดา วีระปรียากูร ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น “ศาสตราจารย์” สาขาวิชาเภสัชศาสตร์และเทคโนโลยี คณะเภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น..

น้องใหม่

หนุ่ม-แท่ง พาทัวร์ วัดสิงห์ เมืองสามโคก อิ่มอร่อยก๋วยเตี๋ยวสูตรต้นตำรับปทุมธานี

หนุ่ม-แท่ง พาทัวร์ วัดสิงห์ เมืองสามโคก อิ่มอร่อยก๋วยเตี๋ยวสูตรต้นตำรับปทุมธานี

หนุ่ม-แท่ง พาทัวร์ วัดสิงห์ เมืองสามโคก อิ่มอร่อยก๋วยเตี๋ยวสูตรต้นตำรับปทุมธานี

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.10 น.

สายบุญและสายกินห้ามพลาด! “หนุ่ม-แท่ง” พาไปวัดสิงห์ วัดเก่าจ.ปทุมธานี ไหว้พระ 4 องค์คู่บ้านคู่เมืองก่อนอิ่มอร่อยก๋วยเตี๋ยวสูตรต้นตำรับ ติดตามใน “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์”  เสาร์ที่ 25 ก.ค.นี้  เสาร์นี้ 2 พิธีกรคู่ซี้ หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ชวนแฟนรายการ หนุ่มแท่ง  อารามทัวร์  เดินทางไปเปิดตำนาน วัดสิงห์ เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองสามโคก จ.ปทุมธานี ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

ทริปนี้พาไปสัมผัสความงดงามของโบราณสถานที่ยังคงความสมบูรณ์ พร้อมกราบสักการะพระพุทธรูปสำคัญประจำวัดทั้ง 4 องค์ ได้แก่ หลวงพ่อโต, หลวงพ่อเพชร, หลวงพ่อพุทธรัตนมุนี และ หลวงพ่อพุทธสิริมาแสน  โดยเฉพาะหลวงพ่อพุทธรัตนมุนีที่ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรด้านสุขภาพและความเป็นสิริมงคลนอกจากนี้ หนุ่ม-แท่ง ยังพาเจาะลึกจุดสำคัญภายในวัด ไม่ว่าจะเป็น วิหารน้อย ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ โกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพระยากราย อดีตเจ้าอาวาสผู้ได้รับสมญานามว่า ขรัวอีโต้ และเรื่องราวตำนานที่สืบทอดกันมายาวนาน ซึ่งล้วนสะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความศรัทธาของชุมชนอิ่มบุญกันแล้ว ก็ถึงเวลาอิ่มท้องกันกับร้านดังย่านวัดสิงห์ ร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อย (โก๋พงษ์ ปทุม)  เจ้าของสูตรก๋วยเตี๋ยวพื้นถิ่นเมืองปทุมธานี ที่สืบทอดรสชาติต้นตำรับมายาวนาน โดดเด่นด้วยน้ำซุปกระดูกเคี่ยวผสานเต้าเจี้ยวดำที่หอมกลมกล่อม มีให้เลือกทั้ง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อและก๋วยเตี๋ยวหมูโดย “หนุ่ม-แท่ง” เผยความประทับใจถึงทริปครั้งนี้ว่า “เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งวัดที่ควรค่าแก่การมากราบสักการะพระพุทธรูปเก่าแก่ทั้ง 4 องค์ เรียกว่ามาที่เดียว อิ่มบุญกันไปเลย  และโบราณสถานที่สมบูรณ์เป็นอย่างมาก เหมาะที่จะมาศึกษาเที่ยวชมจริง ๆ วัดสิงห์ ปทุมธานี ลิสต์เอาไว้เลย อีกหนึ่งวัดที่หนุ่มแท่งแนะนำเลยครับ”ติดตามเรื่องราวแห่งศรัทธา ความงดงามของวัดเก่า และความอร่อยของดีเมืองปทุมธานี ในรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมนี้ เวลา 13.30 น. ทาง ช่อง  7HD กด  35  และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com 

ดวลเพลงดัง พลังมัธยม แท็กทีม ตุ๊กกี้-ไอซ์-เปา ระเบิดพลังชาวร็อก

ดวลเพลงดัง พลังมัธยม แท็กทีม ตุ๊กกี้-ไอซ์-เปา ระเบิดพลังชาวร็อก

ดวลเพลงดัง พลังมัธยม แท็กทีม ตุ๊กกี้-ไอซ์-เปา ระเบิดพลังชาวร็อก

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.46 น.

ชาวร็อกถูกใจสิ่งนี้ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” ขอปลุกความมันกับเพลง “ข้าน้อยสมควรตาย” ของวง “Big Ass”คว้ากรรมการอารมณ์ดี “ตุ๊กกี้-ไอซ์-เปา” ตามหาร็อกเกอร์จูเนียร์ ปักหมุดพร้อกมัน วันพุธที่ 22 กรกฎาคมนี้

เปิดเวทีต้อนรับความมันสะใจ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม สัปดาห์นี้ เอาใจชาวร็อกคว้า 3 หนุ่มน้อยมาดเท่ดวลพลังร็อก พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ ชวนเหล่ากรรมการอารมณ์ดี ตุ๊กกี้-สุดารัตน์, ไอซ์-ศรัณยู และเปาวลี พรพิมล ตามหาแชมป์ประจำสัปดาห์ เก่งครบทั้งร้อง ทั้งโชว์ และอินเนอร์จัดเต็ม งานนี้ 3 กรรมการติวเข้มก่อนขึ้นเวทีดวลพลังเสียง บอกเลยว่ารับประสบการณ์จากมืออาชีพแบบไม่มีกั๊ก แต่ก่อนจะไปสนุกกับการแข่งขันอุ่นเครื่องกับโชว์จากน้อง ๆ รร.นาหลวง รับรองว่าเสิร์ฟความบันเทิงจัดเต็ม จากนั้นมามันกันต่อกับ 3 หนุ่มน้อย น้องเป็นต่อ, น้องบีเอ็ม และน้องณัฐ มาพร้อมโจทย์เพลงร็อกสุดมันข้าน้อยสมควรตาย ของวง Big Ass ที่เตรียมปลุกเอเนอร์จีด้วยพลังเสียงและดนตรีสุดมัน แต่ละคนใส่สุดทั้งร้องทั้งโชว์ส่งพลังร็อกแบบไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะโน้ตประหารที่ทำกรรมการอึ้งในความสามารถ เพราะฉะนั้นห้ามพลาดเด็ดขาด มาส่งกำลังใจและลุ้นแชมป์ไปด้วยกัน บ่ายวันพุธนี้ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 22 กรกฎาคมนี้เวลาใหม่ 13.10 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment  และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

ซึ้งเกินต้าน ดีว่าตัวแม่ ตู่ นันทิดา กลั้นน้ำตาไม่อยู่โชว์เพลงสะกดคนดู

ซึ้งเกินต้าน ดีว่าตัวแม่ ตู่ นันทิดา กลั้นน้ำตาไม่อยู่โชว์เพลงสะกดคนดู

ซึ้งเกินต้าน ดีว่าตัวแม่ ตู่ นันทิดา กลั้นน้ำตาไม่อยู่โชว์เพลงสะกดคนดู

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

เต็มอิ่มขั้นสุดกับความสุขที่ ช่อง 7HD ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดให้แฟน ๆ ใน“7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK”  ล่าสุดจัดใหญ่ชวนดีว่าตัวแม่ ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย พร้อมเจ้าของเพลงฮิตยุค 80 THE INNOCENT S4  และนางเอกคนสวย ฮาน่า ลีวิส  มาเสิร์ฟความสุขให้กับแฟน ๆ

เปิดเวทีปุ๊บ  2 พิธีกร เจด้า ศรัณย่า และ แอมป์ พีรวัศ ไม่รอช้า เปิดเวทีต้อนรับดีว่าระดับตำนาน  ตู่ นันทิดา ที่ขนเพลงฮิตมาเสิร์ฟแบบไม่มีกั๊ก ทั้ง เกือบไปแล้ว, ดี.เจ. เสียงใส,  เขียนไว้ข้างเตียง และ บ่งบอก ก่อนจะพาผู้ชมเข้าสู่ช่วงเวลาที่ตราตรึงที่สุดกับเพลง ป่านนี้ ที่ตู่ถ่ายทอดออกมาด้วยอารมณ์ที่เปี่ยมล้น จนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ทำเอาบรรยากาศเงียบกริบ แฟนเพลงซาบซึ้งไปพร้อมกัน ก่อนส่งต่อความอบอุ่นผ่านเพลง บอกหน่อยได้ไหม และ  ฟ้ายังมองเรา  จากนั้น ตู่ ชวน ฮาน่า ขึ้นมาร่วมเติมเต็มความประทับใจในเพลง ขอมือเธอหน่อย  ก่อนส่งเวทีให้นางเอกสาว โชว์ความสดใสกับซิงเกิลพิเศษเพลง “ล้นใจ”   ผลิตโดย บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด แล้วตู่กลับขึ้นมาปิดท้ายช่วงด้วยเพลงฮิตชุดใหญ่ ไม่ต้องการเห็นบางคน (ที่ไม่รักกัน),  วิมานดิน,  ทรายกับทะเล และ ดูอีกทีซิ  เรียกเสียงร้องตามสนั่นคอนเสิร์ตความสุขยังต่อเนื่องกับการกลับมาของ “THE INNOCENT S4”   ที่ขนเพลงฮิตยุค 80 มาให้แฟนเพลงหายคิดถึง ทั้ง สอบตก ก่อนต่อด้วยเมดเลย์ เสียงจากแม่กลอง, อยู่หอ, สาว 86, ฝันและใฝ่ รวมถึงเพลงฮิต รอยรักรอยเล็บ, สักวัน ต่อด้วยเมดเลย์ชุดใหญ่   เพียงครึ่งใจ, เพราะเธอหรือเปล่า, คืนก่อน, รักคืออะไร และ ฝากรัก ทำเอาแฟนเพลงต่างร้องตามกันอย่างสนุกสนานนอกจากความสุขบนเวทีแล้ว ภายในงานยังมีบูธสินค้าคุณภาพจากเกษตรกรในรายการ เกษตรสุข ให้แฟน ๆ ได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองนับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุข ที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ เมื่อบทเพลงฮิตและบทเพลงแห่งความทรงจำถูกถ่ายทอดอย่างละเมียดละไมและอบอุ่น พาแฟนเพลงร่วมร้อง ร่วมยิ้ม และดื่มด่ำไปกับทุกบทเพลง

โตเป็นสาวแล้ว กวาง กมลชนก อวยพรวันเกิดลูกสาวสุดซึ้ง อายุครบ 21 ปี

โตเป็นสาวแล้ว กวาง กมลชนก อวยพรวันเกิดลูกสาวสุดซึ้ง อายุครบ 21 ปี

โตเป็นสาวแล้ว กวาง กมลชนก อวยพรวันเกิดลูกสาวสุดซึ้ง อายุครบ 21 ปี

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.33 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สุดอบอุ่นที่ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตาม เมื่อ “กวาง กมลชนก” นักแสดงมากฝีมือ โพสต์ข้อความอวยพรวันเกิดสุดซึ้งให้กับ น้องเนย ลูกสาวสุดที่รัก ซึ่งในปีนี้มีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์

       โดยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กวาง กมลชนก ได้เผยภาพคู่กับลูกสาวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมเขียนข้อความอวยพรระบุว่า “Happy birthday to Neuy…สาวน้อยมหัศจรรย์ของแม่ ลูกซุ่มทำสิ่งดีๆให้แม่ได้ชื่นใจเสมอ ขอให้ลูกมีความสุข สมหวังในทุกอย่าง สุขภาพแข็งแรง แคล้วคลาดจากอันตรายใดๆตลอดไปนะคะ #ชีวิตคิดบวกของกวางกมลชนก”

       ทันทีที่โพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการบันเทิงเข้ามาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับน้องเนยกันอย่างคึกคัก พร้อมชื่นชมความน่ารักและความสวยที่ถอดแบบคุณแม่มาแบบเต็มๆ จนหลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น

ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรม @kwang.kamolchanok