หมอของขวัญ คาใจ ไฮโซน้ำหวาน สติหลุดแฉแหลกครอบครัว นาวิน ต้าร์ ทวงค่าไอติม 40 บาท

หมอของขวัญ คาใจ ไฮโซน้ำหวาน สติหลุดแฉแหลกครอบครัว นาวิน ต้าร์ ทวงค่าไอติม 40 บาท

หมอของขวัญ คาใจ ไฮโซน้ำหวาน สติหลุดแฉแหลกครอบครัว นาวิน ต้าร์ ทวงค่าไอติม 40 บาท

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.14 น.

เป็นประเด็นเดือดปุดๆ สะเทือนโซเชียลข้ามคืน เมื่อ ไฮโซน้ำหวาน พัสวี จับมือสามี นาวิน ต้าร์ เปิดหน้าจอไลฟ์สด แต่บรรยากาศกลับลุกเป็นไฟ หลังฝั่งเมียรักทนไม่ไหว ระเบิดอารมณ์กลางไลฟ์ทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเอง สับแหลกถึงพฤติกรรมครอบครัวฝ่ายชายช่วงหนึ่งของการไลฟ์ ไฮโซน้ำหวานได้เอ่ยปากถามสามีว่า “ขอพูดความจริงได้ไหม?” ซึ่ง นาวิน ต้าร์ ก็ตอบกลับว่า “ได้เสมอ” ก่อนที่ดราม่าชามโตจะเริ่มขึ้น เมื่อชีน้ำหวานเปิดแผลใจเรื่องความงกและความต่างของครอบครัว

เจ้าตัวแฉว่าบ้านฝ่ายชายทวงเงินแม้กระทั่งค่าไอติม 40 กว่าบาท ยืมกัน 20-30 บาทยังต้องโอนคืน “ขี้งก ไม่น่ารัก มาทวงเงินกับพี่อะไรค่าไอติม น้องไม่ชอบ ถ้ามาทวงกับน้อง น้องด่าค่ะ”นอกจากนี้ ‘น้ำหวาน’เผยว่าเวลาไปกินข้าว ตนเองเลี้ยงมื้อเป็นหมื่นไม่เคยคิดจะหาร แต่กลับมาเจอเหตุการณ์ทวงเงินเล็กๆ น้อยๆ จนรับไม่ได้เพราะไม่เคยเจอมาก่อน

ล่าสุดจากกรณีดังกล่าว  หมอของขวัญ ก็ไม่พาดแสดงความคิดเห็นคาใจ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Doctorkatekate โดยเพจดังกล่าวได้ระบุข้อความไว้ว่า“ลืมปิดไลฟ์หรือตั้งใจ ไฮโซน้ำหวาน หลุดกลางไลฟ์ ด่ากราดผัวเสียหู้ พ่อผัวหน้าตัวเมีย ครอบครัวเฮงซวย ค่าไอติม40 ต้องทวง จับประเด็นได้อย่างเดียวคือ ค่าไอติม 40 แสดงว่าไม่ใช่ Ultrasmooth ????“

ปู ไปรยา อวดลุคสาวฟาร์มสุดฮอต ออร่าพุ่งท่ามกลางธรรมชาติ

ปู ไปรยา อวดลุคสาวฟาร์มสุดฮอต ออร่าพุ่งท่ามกลางธรรมชาติ

ปู ไปรยา อวดลุคสาวฟาร์มสุดฮอต ออร่าพุ่งท่ามกลางธรรมชาติ

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.27 น.

ทำเอาโลกโซเชียลกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อซูเปอร์โมเดลและนักแสดงสาวระดับอินเตอร์ “ปู ไปรยา” ปล่อยภาพแฟชั่นเซ็ตใหม่ที่สะกดทุกสายตา กับคอนเซ็ปต์สาวฟาร์มสุดชิก ที่ผสมผสานความเรียบง่ายของธรรมชาติเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว จนแฟนๆ ต่างพากันกดไลก์และชื่นชมอย่างล้นหลาม

       สำหรับแฟชั่นเซ็ตนี้ ปู ไปรยา มาในลุคเดรสลูกไม้สีขาวสุดละมุน สะท้อนความอ่อนหวานและสง่างาม ก่อนสลับลุคด้วยคอร์เซ็ตโทนเดนิมที่เพิ่มความเท่และความคลาสสิกได้อย่างมีสไตล์ โดยมีฉากหลังเป็นสวนและฟาร์มที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น ทำเอาบรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรม @prayalundberg
 

แอน ทองประสม โพสต์ซึ้งยินดี ณเดชน์ ญาญ่า ชมจากใจ เหมาะสมกันที่สุด ไม่มีใครเกิน

แอน ทองประสม โพสต์ซึ้งยินดี ณเดชน์ ญาญ่า ชมจากใจ เหมาะสมกันที่สุด ไม่มีใครเกิน

แอน ทองประสม โพสต์ซึ้งยินดี ณเดชน์ ญาญ่า ชมจากใจ เหมาะสมกันที่สุด ไม่มีใครเกิน

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.51 น.

เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สุดอบอุ่นในวันสำคัญของคู่รักซุปตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา” เมื่อผู้จัดและนักแสดงมากฝีมืออย่าง “แอน ทองประสม” ได้โพสต์ข้อความถ่ายทอดความรู้สึกสุดซาบซึ้งผ่านโซเชียลมีเดีย หลังเดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่ โดย แอน ได้โพสต์ภาพบรรยากาศภายในงาน ร่วมเฟรมกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวในชุดวิวาห์สุดงดงาม พร้อมเขียนแคปชันชื่นชมความรักและการทำงานของทั้งสองคนจากใจจริงว่า“เคยนั่งมองทั้งคู่ผ่านหน้ามอนิเตอร์ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า…จะมีใครเหมาะสมกันไปมากกว่านี้ได้อีกไหม มองอย่างไรก็เห็นแต่ความพอดีและลงตัว เก่งทั้งคู่ ตั้งใจทำงานทั้งคู่ และให้เกียรติคนรอบข้างเสมอ ที่สำคัญคือทั้งสองคนเคารพและรักในงานของตัวเองในทุกวินาทีที่ทำงานไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมวันนี้ถึงมีผู้คนมากมายมาร่วมแสดงความยินดี เพราะทุกคนรักและเอ็นดูทั้งคู่จริงๆ ยินดีด้วยกับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตแบร์ญ่านะคะ”

 งานนี้ทำเอาบรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ร่วมแสดงความยินดีกับคู่รัก “แบร์-ญาญ่า” กันอย่างคับคั่ง พร้อมเอ่ยปากชมความผูกพันและน่ารักของผู้จัดรุ่นพี่ที่มีต่อน้องๆ ในวงการบันเทิงอย่างท่วมท้น

อาย กัญญาลักษณ์ งามสง่าสะใจ แลนดิ้งเสิร์ฟชุดไทยสมศักดิ์ศรี สู้ศึก Miss Supranational 2026

อาย กัญญาลักษณ์ งามสง่าสะใจ แลนดิ้งเสิร์ฟชุดไทยสมศักดิ์ศรี สู้ศึก Miss Supranational 2026

อาย กัญญาลักษณ์ งามสง่าสะใจ แลนดิ้งเสิร์ฟชุดไทยสมศักดิ์ศรี สู้ศึก Miss Supranational 2026

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.32 น.

เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับมหากาพย์ความงามระดับโลก! ล่าสุด “อาย-กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว” ตัวแทนสายสะพาย Miss Supranational Thailand 2026 ได้เดินทางถึงประเทศโปแลนด์เป็นที่เรียบร้อย เพื่อเข้ารายงานตัวและร่วมกิจกรรมกับทางกองประกวดใหญ่ ทันทีที่ก้าวขาเหยียบสนามบิน เธอก็ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ชาวไทยต้องรอนาน ปล่อยลุคแรก ออกมาเช็กอินแบบสับแบบปัง ทำเอาแฟนนางงามกรี๊ดสนั่นโซเชียลกับการผสมผสานความเป็นไทยอย่างร่วมสมัยสำหรับลุคแรกในการเข้ากองครั้งนี้ อาย กัญญาลักษณ์ มาในชุด “ไทยประยุกต์สีเทาเงิน” ที่เรียบหรูและดูโก้ทรงพลังเป็นอย่างมาก

พลังแห่งรักประเมินค่าไม่ได้ ลิซ่า สาดความสดใสยินดีงานแต่ง ญาญ่า ณเดชน์ ลงสตอรี่รัวๆ 7 รูปติด

พลังแห่งรักประเมินค่าไม่ได้ ลิซ่า สาดความสดใสยินดีงานแต่ง ญาญ่า ณเดชน์ ลงสตอรี่รัวๆ 7 รูปติด

พลังแห่งรักประเมินค่าไม่ได้ ลิซ่า สาดความสดใสยินดีงานแต่ง ญาญ่า ณเดชน์ ลงสตอรี่รัวๆ 7 รูปติด

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.16 น.

เป็นโมเมนต์ประทับใจที่ทำเอาแฟน ๆ ยิ้มตามกันทั้งโซเชียล เมื่อซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล ได้โพสต์รูปภาพบรรยากาศสุดอบอุ่นลงในอินสตาแกรมสตอรี่ (IG Story) ของเธอ ซึ่งมียอดผู้ติดตามถล่มทลายกว่า 105 ล้านคน เพื่อร่วมแสดงความยินดีในงานฉลองมงคลสมรสของนางเอกสาวสุดเลิฟ “ญาญ่า” อุรัสยา เสปอร์บันด์ และ ณเดชน์ คูกิมิยะ

งานนี้ทำเอาแฟนคลับฟินกระจาย เพราะไม่ใช่แค่รูปเดียว แต่สาวลิซ่าจัดเต็มสาดความน่ารักลงสตอรี่รัวๆ ถึง 7 รูปติดต่อกัน เผยให้เห็นโมเมนต์สุดสนิทสนม ทั้งการสวมกอดร่วมยินดี และการถ่ายภาพร่วมเฟรมอย่างเป็นกันเองกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว

ความพีคอยู่ตรงที่ ก่อนหน้านี้สื่อชื่อดังอย่าง Hopper HQ เคยได้ทำการประเมินมูลค่าสื่อ เอาไว้ว่า การโพสต์อินสตาแกรมสตอรี่ของ ‘ลิซ่า’เพียงแค่ 1 รูป สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้สูงถึง 25 ล้านบาทเลยทีเดียว

แต่สำหรับงานนี้ บอกเลยว่ามูลค่าทางการตลาดต้องหลบไป เพราะความรักและความยินดีที่มีให้พี่สาวคนสนิทนั้น “อยู่เหนือมูลค่าทั้งปวง” งานแต่งพี่สาวทั้งที ลิซ่าจัดให้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ 7 รูปเน้น ๆ ทำเอาแฟน ๆ เข้ามากดไลก์และแชร์ต่อโมเมนต์สุดน่ารักนี้กันอย่างล้นหลาม สมกับแฮชแท็ก #รักที่สุดดดดดดดดด จริง ๆ

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.11 น.

“ในหลวง”โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา 28 ก.ค.2569

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิต รวมถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และการโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ ทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาส ในสถานสงเคราะห์ รวมถึงสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่โรงเรียนวัดจันทรสโมสร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี จักรพงษ์ หอมไกรลาศ เป็นประธานเชิญอาหารพระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยงแก่นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ โรงเรียนวัดจันทรสโมสร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 303 คน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ได้รับประทานอาหารอิ่มอร่อย หลากหลาย และมีคุณค่า ตามหลักโภชนาการ อันจะส่งผลให้มีสุขอนามัยที่ดี มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี สำหรับรายการอาหารในวันนี้ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ข้าวมันไก่ต้มและไก่ทอด สเต็กปลาทอดและหมู นักเก็ต ขนมโตเกียว สตรอว์เบอร์รีโยเกิร์ต น้ำดื่ม และเครื่องดื่ม น้ำสมุนไพร จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เป็นต้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจที่สำคัญในการดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการ ที่ดี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป ในโอกาสนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารแก่เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสรวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษา และสถานสงเคราะห์ต่างๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่างๆ มาโดยตลอด การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ นักเรียน คณะครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนวัดจันทรสโมสร ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โรงเรียนวัดจันทรสโมสร ตั้งอยู่บนที่ดินของวัดจันทรสโมสร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน อยู่ในกำกับดูแลของสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนรวมทุกระดับชั้น จำนวน 273 คน มีครูและบุคลากร จำนวน 30 คน โรงเรียนก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2475 รวมเปิดทำการสอนมาแล้ว 94 ปี จนถึงปัจจุบันโรงเรียนมีการพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ ผ่านการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร นักเรียนมีผลการเรียนผ่านตามมาตรฐานของสถานศึกษา ในระดับยอดเยี่ยม มีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 2 ปีซ้อน

ด้านกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน ประสบความสำเร็จด้านกีฬาเป็นอย่างดี ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฟุตซอลในหลายรายการ อาทิ รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 (แชมป์ 3 สมัย) การแข่งขันฟุตซอลยุวชน กฟผ. โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ประจำปี 2568 รางวัลรองเท้าทองคําสำหรับผู้ทําประตูสูงสุด ในการแข่งขันฟุตซอลยุวชน กฟผ. โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ประจำปี 2568 รางวัลเหรียญทองชนะเลิศ การแข่งขันกีฬาฟุตซอลชาย รุ่นอายุ 12 ปี ในการแข่งขันกีฬานักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 36 “ช้างน้อยเกมส์” ประจำปี 2568 รวมถึงการแข่งขันบาสเกตบอล นอกจากนี้ โรงเรียนได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันคล้ายวันประสูติของพระบรมวงศานุวงศ์มาโดยตลอด เพื่อให้นักเรียนได้มีส่วนร่วม ด้วยเป็นการปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แก่เด็กนักเรียน เพื่อจะได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี

ศุภชัย การันตีวิสัยทัศน์ อนุทิน กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีนมัดใจนักลงทุน ชี้เป้าขุมทรัพย์ไฮเทค ฉงชิ่ง-เสฉวน

ศุภชัย การันตีวิสัยทัศน์ อนุทิน กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีนมัดใจนักลงทุน ชี้เป้าขุมทรัพย์ไฮเทค ฉงชิ่ง-เสฉวน

ศุภชัย การันตีวิสัยทัศน์ อนุทิน กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีนมัดใจนักลงทุน ชี้เป้าขุมทรัพย์ไฮเทค ฉงชิ่ง-เสฉวน

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

ศุภชัย การันตีวิสัยทัศน์ อนุทิน กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีนมัดใจนักลงทุน ชี้เป้าขุมทรัพย์ไฮเทค ฉงชิ่ง-เสฉวน หนุนรัฐเร่งสปีดลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ พลิกเกมทวงแชมป์จากเวียดนาม ดันไทยผงาดศูนย์กลางการผลิตแห่งอนาคตของอาเซียน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2569 นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยระหว่างร่วมคณะนักธุรกิจพบปะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เมืองเฉิงตู ว่า การโรดโชว์ครั้งนี้จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภูมิภาคสำคัญอย่างเมืองฉงชิ่งและมณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่สำคัญของจีน ทั้งกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมการบิน หากไทยสามารถสร้างพันธมิตรจากพื้นที่เหล่านี้ได้ จะส่งผลบวกอย่างมากต่อการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ ข้อมูลในปีที่ผ่านมาระบุว่า ประเทศไทยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศอยู่เพียง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม สามารถดึงเม็ดเงินลงทุนได้สูงถึง 27,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตัวเลขที่แตกต่างดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของ GDP ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งยกระดับบทบาทการเป็นฐานการผลิตและส่งออก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อชดเชยการลงทุนจากกลุ่มทุนตะวันตกที่ยังเข้ามาน้อยกว่าที่ควร แม้จะเริ่มมีสัญญาณบวกจากการลงทุนในกลุ่ม Data Center แล้วก็ตาม

สำหรับหัวใจสำคัญของการดึงดูดทุนจีน คือการสร้างความไว้วางใจและความเป็นมิตรระหว่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนจีนให้ความสำคัญอย่างมากกับความพร้อมด้านกฎหมาย สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการอำนวยความสะดวกจากภาครัฐ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน

“การเดินทางเยือนครั้งนี้มีนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในมิติของภาครัฐ การเมือง และภาคเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาล ทำให้ผู้นำระดับสูงของจีนพร้อมรับฟังข้อเสนอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนที่กำลังมองหาศูนย์กลางการผลิตในอาเซียน เมื่อเทียบกับเวียดนาม มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย”

นายศุภชัย ย้ำทิ้งท้ายว่า การรุกคืบทางเศรษฐกิจครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางหลักของเม็ดเงินลงทุนจากฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว.

นายกฯ เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า เมืองเฉิงตู ก่อนสมทบทีม ครม. ลุยภารกิจปักกิ่ง

นายกฯ เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า เมืองเฉิงตู ก่อนสมทบทีม ครม. ลุยภารกิจปักกิ่ง

นายกฯ เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า เมืองเฉิงตู ก่อนสมทบทีม ครม. ลุยภารกิจปักกิ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.13 น.

นายกฯ ลุยภารกิจจีนต่อเนื่อง เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า เมืองเฉิงตู ก่อนบินไปกรุงปักกิ่ง โดยมีทัพ ครม. มาสมทบทีมไทยแลนด์ ทั้ง“ศุภจี-ยชนันท์-ประเสริฐ -สุริยะ-วัฒนา” ร่วมดูงานด้านเทคโนโลยี ก่อนพบนายกรัฐมนตรีหลี่เฉียง พรุ่งนี้(20 ก.ค.69)

19 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมไทยแลนด์ ในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 คณะของนายกรัฐมนตรีได้เริ่มปฏิบัติภารกิจ ณ นครเฉิงตู โดยเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้าและเพาะพันธุ์ ซึ่งได้เข้าชมแพนด้ายักษ์ ณ อาคารจัดแสดง Starry Giant Panda Pavilion และเยี่ยมชมศูนย์อนุบาลลูกแพนด้า จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังศาลเจ้าสามก๊ก ก่อนจะเข้าสู่จุดหมายถัดไปที่วัดต้าฉือ (Daci Temple) เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเยี่ยมชมความสวยงามของวัดเก่าแก่ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่นครเฉิงตู คณะของนายกรัฐมนตรีได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติซวงหลิว มุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง

สำหรับการปฏิบัติภารกิจที่กรุงปักกิ่งในครั้งนี้ มีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงเดินทางมาเข้าร่วมคณะสมทบเพิ่มเติมอีกหลายท่าน เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญที่จะมีการหารือกับ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 ได้แก่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะมาร่วมผนึกกำลังกับคณะเดิมที่ร่วมเดินทางมาตั้งแต่วันแรกอย่าง นายเอกนิติ นิติฑัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ในส่วนของภารกิจช่วงบ่ายและเย็น ณ กรุงปักกิ่ง นายกรัฐมนตรีจะนำคณะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก โดยเริ่มจากการเดินทางไปเยี่ยมชม Huawei Beijing Executive Briefing Center (EBC) จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังสำนักงาน CP Center เพื่อเยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายสรุปที่ CP Wisdom Museum ก่อนที่คณะของนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม China World เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจอย่างเป็นทางการประจำวัน

รัฐบาลเดินหน้า กวาดล้างร้านกัญชาผิดกฎหมาย พื้นที่ภูเก็ต พบ 533 ร้านไม่ต่อใบอนุญาต

รัฐบาลเดินหน้า กวาดล้างร้านกัญชาผิดกฎหมาย พื้นที่ภูเก็ต พบ 533 ร้านไม่ต่อใบอนุญาต

รัฐบาลเดินหน้า กวาดล้างร้านกัญชาผิดกฎหมาย พื้นที่ภูเก็ต พบ 533 ร้านไม่ต่อใบอนุญาต

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.38 น.

รัฐบาลเดินหน้า กวาดล้างร้านกัญชาผิดกฎหมาย พื้นที่ภูเก็ต พบ 533 ร้านไม่ต่อใบอนุญาต-12 ร้านถูกพักใบอนุญาต

19 กรกฎาคม 2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลประกาศให้ “ช่อดอกกัญชา” เป็นสมุนไพรควบคุม ผู้ประกอบการที่จำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อการค้าจะต้องได้รับใบอนุญาต และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ รัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบการประกอบกิจการเกี่ยวกับช่อดอกกัญชาอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และคุ้มครองผู้บริโภค

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า จ.ภูเก็ต บูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสาธารณสุข เดินหน้าปูพรมตรวจสอบร้านจำหน่ายกัญชาทั่วจังหวัด ตามนโยบายรัฐบาลที่เข้มงวดการควบคุมกัญชาเพื่อการแพทย์ และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ผลจากการตรวจสอบอย่างเข้มข้นพบว่า มีร้านกัญชาที่ไม่ต่ออายุใบอนุญาตจำนวน 533 แห่ง และร้านที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต 12 แห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง หากพบว่ายังลักลอบเปิดให้บริการหรือกระทำผิด

“รัฐบาลกำชับให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาต หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขการได้รับอนุญาตอย่างจริงจัง พร้อมเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว เพื่อจัดระเบียบสังคม และเพื่อสร้างความปลอดภัย ยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด” น.ส.พลอยทะเล ย้ำ

จุดพลุคลื่นการลงทุนลูกใหม่ เทียบยุคทอง เมื่อรัฐบาลบุกปิดดีล ดึง 4 บิ๊กเทค-อีวีจีน

จุดพลุคลื่นการลงทุนลูกใหม่ เทียบยุคทอง เมื่อรัฐบาลบุกปิดดีล ดึง 4 บิ๊กเทค-อีวีจีน

จุดพลุคลื่นการลงทุนลูกใหม่ เทียบยุคทอง เมื่อรัฐบาลบุกปิดดีล ดึง 4 บิ๊กเทค-อีวีจีน

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.46 น.

จุดพลุคลื่นการลงทุนลูกใหม่เทียบยุคทอง เมื่อรัฐบาลบุกปิดดีลดึง 4 บิ๊กเทคและอีวีจีน ทั้ง “ฉางอาน-อินโนไลท์-อีออปโตลิงก์-เสียวหมี่” หอบเงิน 7 หมื่นล้าน ย้ายฐานหนีภูมิรัฐศาสตร์มาปักหมุดในไทย พร้อมงัดไม้เด็ด”BOI to IPO”ดันบริษัทข้ามชาติเหล่านี้เข้าตลาดหุ้น หวังโกยเม็ดเงินจากทั่วโลกดันเศรษฐกิจไทยให้พุ่งทะยาน

19 กรกฎาคม 2569 ที่เมืองเฉิงตู นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า ความสำเร็จจากการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมประเทศไทยเดินสายโรดโชว์ดึงดูดการลงทุน ณ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้มีการเปิดโต๊ะเจรจาเจาะลึกแบบตัวต่อตัวกับ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของจีนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยคาดว่าจะกวาดเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้สูงถึง 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการต่อยอดฐานลงทุนเดิม 50,000 ล้านบาท และเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกกว่า 20,000 ล้านบาท

“ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปรียบเสมือนลมใต้ปีก เร่งให้กลุ่มทุนต้องย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังอาเซียน โดยมีไทยเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ปรากฏการณ์นี้ถือเป็น คลื่นการลงทุนลูกใหม่ ที่สามารถเทียบชั้นได้กับยุคทศวรรษที่ 1980 ซึ่งกลุ่มทุนญี่ปุ่นแห่เข้ามาตั้งฐานผลิตในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดจนเกิดเป็นยุคโชติช่วงชัชวาล แต่ในรอบนี้คือการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยี AI ยานยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์อัจฉริยะ สอดคล้องกับรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ที่ประเมินว่าประเทศไทยกำลังผงาดเป็นดาวรุ่งด้านเทคโนโลยีระดับโลก”

สำหรับความคืบหน้าการเจรจากับ 4 บิ๊กคอร์ปอเรชัน แม้รายละเอียดเม็ดเงินในเชิงลึกยังเป็นความลับทางธุรกิจ แต่มีภาพรวมยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน นำโดย บริษัท ฉางอาน ออโตโมบิล ค่ายรถ EV ระดับท็อปเทียร์ของจีน ที่ฟันธงเลือกไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งแรกนอกประเทศ โดยตั้งโรงงานที่จังหวัดระยองเพื่อเป็นฮับส่งออกไปยังกลุ่มประเทศที่ไทยมีเอฟทีเอ พร้อมเตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 200,000 คันต่อปี และดึง SME ไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนได้แล้วถึง 40 แห่ง ในขณะที่กลุ่มนวัตกรรมประมวลผลข้อมูล AI อย่าง บริษัท อินโนไลท์ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของโลกด้านอุปกรณ์ส่งข้อมูลทางแสง ก็เตรียมขยายฐานผลิตในไทย สร้างการจ้างงานกว่า 20,000 อัตรา พร้อมผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยร่วมวิจัยและพัฒนากับวิศวกรไทยกว่า 1,500 คน

นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลกในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่าง บริษัท อีออปโตลิงก์ เทคโนโลยี ก็ได้เดินหน้าเปิดโรงงานแห่งแรกที่ระยองและกำลังลุยขยายโรงงานแห่งที่ 2 อย่างต่อเนื่อง รวมถึง บริษัท เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน บิ๊กเทคฯ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ในไทย ซึ่งรัฐบาลได้เจรจาดึงดูดให้เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ (IoT) โดยชูจุดแข็งด้านความพร้อมของซัพพลายเชนกลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ของไทย

ท้ายสุด นายเอกนิติ ได้เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะมาช่วยติดปีกการลงทุน คือโครงการ “BOI to IPO” เพื่ออำนวยความสะดวกแบบ Fast Track ให้บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่เติบโตเร็วเหล่านี้ เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเพิ่มเสน่ห์ให้กับตลาดหุ้นไทยแล้ว ยังเป็นการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากกระแสหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังร้อนแรงไปทั่วโลกอีกด้วย