รางวัลภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยมครั้งที่34 ชมรมวิจารณ์บันเทิง

รางวัลภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยมครั้งที่34 ชมรมวิจารณ์บันเทิง

รางวัลภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยมครั้งที่34 ชมรมวิจารณ์บันเทิง

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.36 น.

ชมรมวิจารณ์บันเทิง (Bangkok Critics Assembly) จัดพิธีประกาศผล รางวัลภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 (ครั้งที่ 34) ด้วยการสนับสนุนการจัดงานจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรมโดยจัดงาน ณ สโมสรกองทัพบกจัดกันแบบ สบายๆ มีการเสาวนา ​“37 ปีผ่านไป” จากยุครุ่งเรืองและโรยราของธุรกิจสิ่งพิมพ์ สู่ยุคใหม่ของสื่อออนไลน์และโชเชียลมีเดีย   ในช่วงบ่าย กับ นักวิจารณ์รุ่นใหญ่ของชมรมวิจารณ์บันเทิง นคร วีระประวัติ, เกษมศักดิ์ วงศ์รัฐปัญญา(สนานจิตต์ บางสพาน), สุทธากร สันติธวัช, มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ , พิมพ์ชนกพุกสุขดำเนินรายการโดยศาสวัตบุญศรี

ก่อนจะจัด งาน เล็กๆ แบบเรียบง่ายมอบรางวัล กันในช่วงค่ำ ในห้อง ฆัฆวานรังสรรค์ มีคนมาร่วมงานกับ แบบอบอุ่น เหมือนงานเลี้ยงรุ่น ทั้งคนวงการรุ่นเก่า ผู้กำกับคนทำงานสูงอายุ และคนทำงานรุ่นใหม่  ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล และ ผู้มาเป็นแขกพิเศษ ในการมอบรางวัลที่พิเศษคือปีเตอร์ชานคนทำหนังชื่อดังของฮ่องกงมาร่วมงานงานในค่ำคืนนี้ดำเนินรายการโดยเต๋อ-รัฐนันท์จรรยาจิรวงศ์กับทรายเจริญปุระค่ำคืนแห่งการประกาศรางวัลครั้งที่ 34 ไม่เพียงเป็นการยกย่องผลงานอันโดดเด่นของคนทำหนังไทย หากยังสะท้อนถึงความตั้งใจของชมรมวิจารณ์บันเทิงในการผลักดันมาตรฐานของวงการภาพยนตร์ไทย พร้อมเปิดประตูสู่การเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในระดับเอเชียและนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “Make It Happen“

 มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ ประธานชมรมวิจารณ์บันเทิง กล่าวว่า “การคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลเปรียบเสมือนการปรุงอาหารชั้นเลิศที่ต้องคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันและผ่านการพิจารณาอย่างเข้มข้น เพื่อให้ผลการตัดสินสะท้อนคุณภาพ ความบริสุทธิ์ และความเที่ยงธรรม พร้อมยืนยันว่าชมรมจะเดินหน้าปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสื่อโดยยังคงยึดมั่นในภารกิจส่งเสริมมาตรฐานของวงการภาพยนตร์ไทย” โดยมีการทิ้งท้ายว่า ในปีนี้จะเป็นการมอบรางวัลเป็นปีสุดท้าย ที่จัดใน นามชมรมวิจารณ์บันเทิงก่อนที่ในปีหน้าจะเปลี่ยนเป็นจัดในนาม ‘สมาคมวิจารณ์บันเทิง’

ในปี 2568 ทาง ‘ชมรมวิจารณ์’ มีหนังไทย เข้าฉายในโรงหนัง ที่ทั้งหมดในโรง ที่ เข้าเกณฑ์ การตัดสิน 57 เรื่อง (หนังทุกเรื่องไม่ต้องส่งเข้าประกวด ขอเพียงเข้าฉายในระหว่าง วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2568 ทาง คณะกรรมการ ก็จะนำมาพิจารณา) ก่อนจะคัดเหลือ20 เรื่อง กรรมการ ที่ร่วมตัดสินในปีนี้ มีทั้งสิ้น 44 คน (มีกรรมการคัดสรร 7รอบแรก 7 คน มีทั้งสมาชิกทั้งเก่าและใหม่ผู้ทรงคุณวุฒิมีมุมมองเกี่ยวกับงานวิจารณ์หนัง

หลังจากที่ปีที่แล้วครั้งที่33มีการเปลี่ยนแปลงรางวัลมอบรางวัลเพียงแค่ หนังยอดเยี่ยม 5 เรื่อง มาในปีนี้ กลับมา มอบรางวัลหลากหลาย เหมือนเดิม เพื่อเพิ่มกำลังใจให้กับคนทำงานหนังไทยทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังปีนี้ยังมีการเพิ่มรางวัลใหม่เข้ามา4รางวัล2 รางวัล หนังไทย คือ ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม กับ รางวัลพิเศษ ขวัญใจกรรมการ (คัดสรร) ทั้ง 7 คน (Special Mention) (ในหนัง 20 เรื่องที่เข้าชิง เนื้อหาแปลกใหม่ อยากสนับสนุนให้คนทำกล้าหาญแบบนี้)และ 2 รางวัล  ได้แก่ ภาพยนตร์เอเชียยอดเยี่ยม (Best Asian Film) และ ภาพยนตร์แอนิเมชันเอเชียยอดเยี่ยม (Best Asian Animated Film) เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในภูมิภาค และผลักดันภาพยนตร์ไทยสู่เวทีนานาชาติมากยิ่งขึ้น

โดย มีการ ตัดรางวัล หนังสั้น กับ รางวัล หนังไทยทำรายได้สูงสุด ออกไปนอกจากนี้ ชมรมวิจารณ์บันเทิงยังมอบ Lifetime Achievement Award หรือรางวัล “เกียรติคุณแห่งความสำเร็จ” ให้แก่ ปี๊ด-ธนิตย์ จิตนุกูล และ อังเคิล-อดิเรก วัฏลีลา เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้สร้างคุณูปการอันโดดเด่นต่อวงการภาพยนตร์ไทย

 นอกจากผลรางวัลต่างๆ แล้ว สิ่งที่ ทาง ชมรมวิจารณ์บันเทิง ยังคงทำ คือ การรำลึกถึง บุคคล ที่ทำงานเกี่ยวกับ หนัง ที่เสียชีวิต ทั้งหมด (เท่าที่รวบรวมได้) ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ขอเพียง คนมีส่วน แม้ จะเพียงเรื่องเดียว ก็ต้องให้เกียรติ์ นำมาไว้อาลัย โดย เริ่มตั้งแต่ เดือนกรกฏาคม ปี 2568-กรกฏาคม 2569 วันที่จัดงานปีที่แล้ว มาถึงวันจัดงานปีนี้หลายท่าน อาจจะแทบไม่เคยมีใครจำได้หรือรู้มาก่อนว่า เคยทำหนังไทยที่พิเศษ คือ มีช่วงรำลึกถึง อาจารย์แดง-กิตติศักดิ์สุวรรณโภคิน นักวิจารณ์อาวุโส อาจารย์ใหญ่ของนักวิจารณ์ ที่เสียชีวิต เมื่อปีที่แล้ว

ขอแสดงความยินดี กับ ผู้ได้รับรางวัล รวมทั้ง ผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายของทุกรางวัล สำหรับผลรางวัลภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 (ครั้งที่ 34) ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : ผีใช้ได้ค่ะ  ,ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม : The Lost Princess – เจ้าดวงเดือน, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค (ผีใช้ได้ค่ะ) ,นักทำหนังหน้าใหม่ยอดเยี่ยม : รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค (ผีใช้ได้ค่ะ),นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม : จินเจษฎ์ วรรธนะสิน (เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊),นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : ฟาติมา เดชะวลีกุล (แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า),นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ (แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า),นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : อาภาศิริ นิติพน (ผีใช้ได้ค่ะ),ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม : เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค (ผีใช้ได้ค่ะ) กำกับภาพยอดเยี่ยม : พสิษฐ์ ตันเดชานุรัตน์ (ผีใช้ได้ค่ะ) ‘ลำดับภาพยอดเยี่ยม : ธีรวัชร์ ใหญ่ลำยอง (เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊) ,ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม : ราสิเกติ์ สุขกาล (ผีใช้ได้ค่ะ)ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม : ใจเทพ ร่าเริงใจ (แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า)เพลงจากภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : Beauty in You จากภาพยนตร์ ดีว่า..ราวี ,ภาพยนตร์เอเชียยอดเยี่ยม : No Other Choice ,ภาพยนตร์แอนิเมชันเอเชียยอดเยี่ยม : Nobody Special Mention : DREAM! (ดรีม!)
 

ลูกสาว อิทธิ พลางกูร พ้อหนัก เสียใจแทนพ่อ เพลง ‘เก็บตะวัน’ ถูกนำมาทำใหม่เวอร์ชั่น AI

ลูกสาว อิทธิ พลางกูร พ้อหนัก เสียใจแทนพ่อ เพลง 'เก็บตะวัน' ถูกนำมาทำใหม่เวอร์ชั่น AI

ลูกสาว อิทธิ พลางกูร พ้อหนัก เสียใจแทนพ่อ เพลง ‘เก็บตะวัน’ ถูกนำมาทำใหม่เวอร์ชั่น AI

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.27 น.

ดราม่าสนั่น! ลูกสาว “อิทธิ พลางกูร” พ้อหนัก หลังค่ายเพลงใหญ่ นำเพลง “เก็บตะวัน” ไปทำใหม่เวอร์ชั่น AI เจ้าตัวน้ำตาคลอ ทำใจยอมรับไม่ได้

เป็นประเด็นทันที เมื่อ “ลูกเกด ปริยากร พลางกูร” ลูกสาวแท้ๆ ของตำนานร็อกเกอร์ผู้ล่วงลับ “อิทธิ พลางกูร” ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่าน TikTok ส่วนตัว บ่งบอกถึงความรู้สึกสะเทือนใจและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หลังค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ นำผลงานเพลงระดับตำนานอย่าง “เก็บตะวัน” กลับมาทำใหม่ในเวอร์ชั่น AI

โดย “ลูกเกด ปริยากร” ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่าน TikTok ชื่อว่า looookkate เผยความรู้สึกส่วนตัวหลังได้ยินเพลง “เก็บตะวัน” ในเวอร์ชั่นที่สร้างสรรค์โดยศิลปิน AI นามว่า TAMIN ซึ่งทำขึ้นด้วยกระบวนการ AI ทั้งหมด

ในคลิปดังกล่าว เธอได้พูดถึงประเด็นนี้ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่เต็มไปด้วยความอัดอั้นและตัดพ้อว่า “เขาเสียไปแล้วนะทุกคน เขาไม่สามารถทำเพลงขึ้นมาอีกได้แล้ว เพราะฉะนั้นเพลงที่มันยังเคยอยู่ เพลงมันก็ควรเป็นในเวอร์ชั่นที่เขาทำมาสิ มันรู้สึกเสียใจแทน (พ่อ) เนอะ ถ้าเขายังอยู่ เขาก็คงไม่ต่างจากเกดตอนนี้หรืออาจจะรู้สึกเสียใจมากกว่าเกดด้วยก็ได้”

ขณะที่โพสต์นี้ได้มีแฟนเพลงและผู้ที่ติดตามเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ต่างเข้าไปแสดงความเห็นใจและเห็นด้วยกับมุมมองของลูกเกด โดยมองว่าเพลงบางเพลงมี “คุณค่าทางจิตใจ” และ “ความคลาสสิก” ที่เทคโนโลยี AI ไม่สามารถทดแทนอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริงของมนุษย์ได้ คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ทางค่ายเพลงจะมีท่าทีหรือการชี้แจงอย่างไรต่อความรู้สึกของทายาทศิลปินในครั้งนี้

Surgery Wars สงครามแห่งความงาม กระแสแรง ฟาด Engagement ทุกแพลตฟอร์มกว่า 20 ล้านวิว

Surgery Wars สงครามแห่งความงาม กระแสแรง ฟาด Engagement ทุกแพลตฟอร์มกว่า 20 ล้านวิว

Surgery Wars สงครามแห่งความงาม กระแสแรง ฟาด Engagement ทุกแพลตฟอร์มกว่า 20 ล้านวิว

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.59 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งรายการที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ สำหรับ “Surgery Wars สงครามแห่งความงาม” ทางช่อง ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 รายการเรียลลิตี้แข่งขันด้านศัลยกรรมและความงามสุดเข้มข้น ผลิตโดย บริษัท วิน วิน พีอาร์พลัส จำกัด ที่หลังออกอากาศเพียง 2 อีพีแรก ก็สามารถสร้างกระแสตอบรับได้อย่างต่อเนื่อง โดยกวาดยอด Engagement มากกว่า20 ล้าน วิวจากทุกแพลตฟอร์มของ Surgery Wars  พร้อมเกิดกระแสพูดถึงในโลกโซเชียล โดยมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในโลกออนไลน์ออกมา รีแคป วิจารณ์อย่างคึกคัก

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผู้ชมติดตามรายการ คือการแข่งขันที่เข้มข้นและคาดเดาไม่ได้ ผสมกับสีสันของเหล่า Master Celeb ใน2 อีพี ที่ผ่านมาอย่าง ลูกเกด เมทินี, นุ้ย สุจิรา, ไอซ์ อภิษฎา, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น และ นัท นิสามณี ที่ต่างสวมบทบาทแบบจัดเต็ม ทั้งให้กำลังใจ ตรงไปตรงมา และใส่อารมณ์ร่วมแบบไม่มีใครยอมใคร ขณะเดียวกัน สิ่งที่สร้างเสียงฮือฮาไม่แพ้กัน คือผลลัพธ์ของผู้เข้าแข่งขันที่ทยอยเผยโฉมใหม่ออกมา จนมีผู้ชมจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมว่า “สวยมาก”, “เปลี่ยนจนจำแทบไม่ได้”, “อยากไปทำบ้าง”, “รายการนี้รับสมัครยังไง”, “อยากให้แฟนสมัคร” รวมถึงหลายคนยังบอกว่า รายการไม่ได้ทำให้เห็นเพียงความสวยงามที่เปลี่ยนไป แต่ยังได้เห็นความมั่นใจและคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นอกจากนี้ โลกออนไลน์ยังเต็มไปด้วยคำถามจากผู้ชมที่อยากสมัครเข้าร่วมรายการในอนาคต สะท้อนให้เห็นว่า “Surgery Wars สงครามแห่งความงาม” ไม่ได้เป็นเพียงรายการแข่งขัน แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งรายการที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนอยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

หลังสร้างกระแสอย่างต่อเนื่องตลอด 2 อีพีแรก ความเข้มข้นของการแข่งขันกำลังจะยกระดับขึ้นอีกขั้นใน อีพี3 เมื่อโจทย์การแข่งขันยากกว่าเดิม ความกดดันเพิ่มขึ้น และการตัดสินของเหล่า Master Celeb จะเข้มข้น ว่าใครจะสามารถเปลี่ยนโฉม พลิกชีวิต และก้าวเข้าใกล้ชัยชนะ ได้สำเร็จ ติดตามได้ใน “SURGERY WARS สงครามแห่งความงาม”  อีพี3 จันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.15 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 และดูย้อนหลัง ทาง : WorkpointOfficial และ Version UNCUT ทาง Youtube : Win Win PRPlus official สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  Line : @surgerywars /  Facebook / Tiktok : SurgerWars /Instagram : surgerywars2026  #surgerywars #สงครามแห่งความงาม

ภูเก็ตลุกเป็นไฟ แก้ม วิชญาณี ประกาศดันสุดตัว สวมกอด น้องเนเน่ ลั่นเตรียมโหวต

ภูเก็ตลุกเป็นไฟ แก้ม วิชญาณี ประกาศดันสุดตัว สวมกอด น้องเนเน่ ลั่นเตรียมโหวต

ภูเก็ตลุกเป็นไฟ แก้ม วิชญาณี ประกาศดันสุดตัว สวมกอด น้องเนเน่ ลั่นเตรียมโหวต

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.11 น.

เป็นภาพความประทับใจที่ทำเอาแฟน ๆ อมยิ้มไปตามกัน เมื่อนักร้องสาวเสียงดีดีกรีดีวา “แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น” ได้ออกมาโพสต์ภาพคู่สุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับ “น้องเนเน่” (@neneroyalmusic) ผ่านอินสตาแกรมและช่องทางโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นโมเมนต์สุดอบอุ่นในบรรยากาศเป็นกันเอง โดย ‘สาวแก้ม‘ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความร่วมยินดีกับความสำเร็จของรุ่นน้องคนเก่งระบุว่า Congratulations on your well-deserved success. We’re so proud of you @neneroyalmusic เด็กภูเก็ตหรอยหลาว ดีใจกับน้องเนเน่มากๆ รอเชียร์ต่อยาวๆ เตรียมโหวตให้น้องในรอบต่อไปด้วยนะคะ” งานนี้ทั้งคู่แจกยิ้มหวานสดใสให้กล้องพร้อมชูนิ้วโป้งแสดงความมั่นใจ อีกทั้งยังมีคลิปและภาพโมเมนต์ที่สาวแก้มเข้าสวมกอด ‘น้องเนเน่’ ด้วยความเอ็นดูและภาคภูมิใจ ในฐานะที่เป็นคนใต้บ้านเดียวกัน (เด็กภูเก็ต)ทำเอาพี่น้องในวงการบันเทิงและแฟนคลับเข้ามากดไลก์และร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง พร้อมเตรียมสแตนด์บายรอส่งแรงเชียร์แรงโหวตให้น้องเนเน่ในรอบต่อ ๆ ไปอย่างแน่นอน!

อาย กัญญาลักษณ์ ทวงบังลังก์ คืนตำแหน่ง Miss Supranational Thailand 2026 พร้อมบินลัดฟ้าสู่โปแลนด์

อาย กัญญาลักษณ์ ทวงบังลังก์ คืนตำแหน่ง Miss Supranational Thailand 2026 พร้อมบินลัดฟ้าสู่โปแลนด์

อาย กัญญาลักษณ์ ทวงบังลังก์ คืนตำแหน่ง Miss Supranational Thailand 2026 พร้อมบินลัดฟ้าสู่โปแลนด์

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.29 น.

ทำเอาแฟนสายนางงามโล่งใจไปตามๆ กัน หลังจากเกิดมหากาพย์ดราม่าปลดฟ้าผ่าจนกลายเป็นกระแสร้อนแรงก่อนหน้านี้ ล่าสุดเรื่องราวได้ข้อสรุปแบบแฮปปี้เอนดิ้งเรียบร้อยแล้ว เมื่อ “อาย-กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว” ได้รับการแต่งตั้งให้กลับคืนสู่ตำแหน่ง Miss Supranational Thailand 2026 อย่างเป็นทางการ

โดยงานนี้ “โจ-กัมพล ทองไชย” อดีตผู้อำนวยการกองประกวดและอดีตผู้ถือลิขสิทธิ์ ได้อาสาเข้ามาทำหน้าที่เป็น “คนกลาง” สลายรอยร้าว เปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายอย่าง “แจ็ค ไททัส” (Mister Supranational Thailand 2026) และ “อาย กัญญาลักษณ์” ได้พูดคุย ปรับความเข้าใจ และเคลียร์ข้อคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นจนลงตัว ซึ่งในตอนนี้ทั้งคู่พร้อมจับมือเดินหน้าต่อด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือการทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยให้ดีที่สุด

จากการประกาศอย่างเป็นทางการ ระบุว่าการแต่งตั้ง “อาย กัญญาลักษณ์” ให้กลับมาทำหน้าที่ในครั้งนี้ พิจารณาจาก ความเหมาะสม ศักยภาพ และความพร้อม ความตั้งใจจริงในการทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยนอกจากนี้ ภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน โจ กัมพล จะเข้ามารับหน้าที่บริหารจัดการและดูแลตัวแทนฝ่ายหญิง (อาย กัญญาลักษณ์) อย่างเป็นทางการ เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านก่อนขึ้นเวทีใหญ่ระดับโลก

ทางด้าน “อาย กัญญาลักษณ์” ได้เคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียพร้อมโพสต์ข้อความขอบคุณว่า “ขอบพระคุณโอกาสครั้งนี้ หนูสัญญาจะทำหน้าที่สายสะพายไทยแลนด์ ให้เต็มที่ในทุกวัน สู้ “สำหรับตัวแทนประเทศไทยทั้งสองคน ทั้ง “อาย กัญญาลักษณ์” และ “แจ็ค ไททัส” มีกำหนดการออกเดินทางไปเข้าร่วมการประกวด Miss & Mister Supranational 2026 ณ ประเทศโปแลนด์ ในวันนี้ 17 กรกฎาคม 2569 นี้ แฟนๆ ชาวไทยร่วมส่งแรงใจแรงเชียร์ให้ทั้งคู่ทำหน้าที่ภายใต้สายสะพาย THAILAND บนเวทีระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ!

น้องณิริน ลูกสาว หนิง ปณิตา สวยออร่าพุ่ง แววนางเอกมาเต็ม

น้องณิริน ลูกสาว หนิง ปณิตา สวยออร่าพุ่ง แววนางเอกมาเต็ม

น้องณิริน ลูกสาว หนิง ปณิตา สวยออร่าพุ่ง แววนางเอกมาเต็ม

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.09 น.

ยิ่งโตยิ่งสวยจริงๆ สำหรับ “น้องณิริน ธรรมวัฒนะ” ลูกสาวคนเก่งของนักแสดงและพิธีกรสาว “หนิง ปณิตา” ที่ปัจจุบันโตเป็นสาววัย 13 ปีแล้ว เรียกได้ว่าแฟนๆ ต่างได้เห็นพัฒนาการความน่ารักและความสามารถของน้องมาตลอด ตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย จนวันนี้กลายเป็นสาวน้อยที่มีเสน่ห์และความสามารถรอบด้าน

       ล่าสุดมีการเผยภาพและคลิปของ น้องณิริน ในลุคสวยสดใสที่ดูโตเป็นสาวมากขึ้น เผยให้เห็นออร่าความน่ารักและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาแฟนๆ ที่ติดตามต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างมากมาย

       เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาวน้อยที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากหน้าตาที่สวยสะดุดตาแล้ว ยังเต็มไปด้วยความสามารถและความมุ่งมั่น สมกับเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ

ขอบคุณภาพ IG : jaejae_vazabi

BNK48 ปล่อย Theme Song รำวง Matsuri ร่วมกับศิลปินระดับตำนานจากญี่ปุ่น อิชิอิ

BNK48 ปล่อย Theme Song  รำวง Matsuri ร่วมกับศิลปินระดับตำนานจากญี่ปุ่น อิชิอิ

BNK48 ปล่อย Theme Song รำวง Matsuri ร่วมกับศิลปินระดับตำนานจากญี่ปุ่น อิชิอิ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.22 น.

ถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่นอย่างลงตัว สำหรับศิลปินไอดอล BNK48 จำนวนทั้งหมด 8 คน จากการโหวตของแฟนๆ ประกอบด้วย (โรส) ปาณิสรา บูรณาภา, (ลูกศร) ทัศน์ลักษณ์ แก้วบัวรบัติ, (น้ำมนต์) ณัฐมนต์ สองทิศ, (อาหลี) ชนากานต์ โอสถานุภาพ, (ฮูพ) ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, (แนล) แนลริยา วิภาคกิจ, (แพรว) แพรวา ศิริวัฒนศักดิกุล และ (สาวน้อย) พิชญ์สินี อิทธิรัตนะโกมล จากค่าย iAM ร่วมกับศิลปินระดับตำนานจากประเทศญี่ปุ่น Tatuya Ishii (ทัตสึยะ อิชิอิ) ปล่อยเพลง “รำวง Matsuri” มาให้ฟังกันเรียบร้อย ซึ่ง Produced by ZOL และ กอล์ฟ F.HERO มารับหน้าที่ Executive Producer  ในครั้งนี้

เพลง “รำวง Matsuri” ถ่ายทอดเรื่องราวของมิตรภาพและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างไทยและญี่ปุ่น ผ่านเพลงแนว Festive Dance EDM ผสมผสานกลิ่นอายแบบ R&B และเครื่องดนตรีไทย ญี่ปุ่น ให้บรรยากาศงานเทศกาลที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี การเต้นรำ และรอยยิ้ม ชวนให้ทุกคนก้าวข้ามกำแพงของเชื้อชาติ รวมทั้งการผสมผสานของภาษา อาหาร สถานที่ วัฒนธรรม ให้เกิดความสนุกสนาน สร้างความทรงจำดี ๆ ไปด้วยกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือญี่ปุ่น เสียงเพลงก็สามารถเชื่อมหัวใจของเราทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวได้

โดยเพลง “รำวง Matsuri” ได้โชว์เปิดตัวกันไปแล้ว ในงาน Thai Festival Tokyo 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งจะใช้เป็น Theme Song ของงาน Thai Festival Tokyo 2027 สำหรับปีหน้าด้วย และยังเป็น Theme Song ให้กับงาน BNK48 & CGM48: Bon Odori 2026 หนึ่งในเทศกาลประจำปีของประเทศญี่ปุ่น โดยมีการจำลองบรรยากาศงานวัด เกม และอาหารญี่ปุ่น รวมถึงโชว์สุดพิเศษ จัดขึ้นวันที่ 24-26 กรกฎาคมนี้อีกด้วย

สามารถติดตามฟังเพลง BNK48 × Tatuya Ishii (ทัตสึยะ อิชิอิ)  เพลง “รำวง Matsuri”  ได้แล้วทุกสตรีมมิ่ง

#BNK48

#TatuyaIshii

แอน ทองประสม เผย 3 ลุคสุดจึ้ง Polo Ralph Lauren สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา

แอน ทองประสม  เผย 3 ลุคสุดจึ้ง Polo Ralph Lauren สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา

แอน ทองประสม เผย 3 ลุคสุดจึ้ง Polo Ralph Lauren สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.12 น.

ระหว่างการเดินทางร่วมงาน The Championship – Wimbledon 2026 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในฐานะแขกคนพิเศษของ Ralph Lauren แอน ทองประสม (@annethong) เผย 3 ลุคจาก Polo Ralph Lauren ที่สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา พร้อมผสานกลิ่นอาย English Summer เข้ากับเอกลักษณ์ Classic อันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ได้อย่างลงตัว โดยแต่ละลุคคอมพลีตด้วย Polo Play Bag กระเป๋าซิกเนเจอร์ ที่เติมสีสันและความสนุกให้กับสไตล์คลาสสิกของแบรนด์

สำหรับลุคแรก มาในโทนสีขาวสะอาดตา ผ่านการเลเยอร์ Cotton Twill Raglan Jacket กับเดรสที่โดดเด่นด้วยซิลูเอตอ่อนพลิ้ว ตัดเย็บจากผ้าคอตตอน พร้อมเติมรายละเอียดด้วยลูกไม้และเทคนิค Pintuck ถ่ายทอดความงดงามที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรายละเอียด ก่อนเติมลูกเล่นด้วยกระเป๋าPolo Play สีส้มสดอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่าง ลงตัวลุคถัดมา ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Casual Wear ผ่านแจ็กเก็ตเดนิมปักลายอันประณีต ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานคราฟต์ จับคู่กับเสื้อโปโลสีขาวและกางเกงเอวสูงทรงขากว้างที่ช่วยขับซิลูเอตให้ดูสง่างาม เติมความสดใสด้วยกระเป๋า Polo Play ลายทางสีเขียว ถ่ายทอดความคลาสสิกและความร่วมสมัยปิดท้ายด้วยลุคที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ Polo Ralph Lauren ผ่านเสื้อเชิ้ตลินินลายทางและกางเกงเดนิมเอวสูงทรงกว้าง เติมรายละเอียดด้วยเข็มขัดหนังและกระเป๋า Polo Play สีเหลืองสดใส ถ่ายทอดสไตล์ Effortless ที่ผสมผสานกลิ่นอาย Summer เข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

@RalphLauren @PoloRalphLauren

@Wimbledon

#RLTennis #Wimbledon

องคมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

องคมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

องคมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

องคมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

17 กรกฎาคม 2569 พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โอกาสนี้ องคมนตรี ได้นำผู้เข้าร่วมพิธีประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์พืชให้แก่ผู้แทนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมปั้นเมล็ดพันธุ์พืช

โดยโครงการดังกล่าว กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจัดขึ้น เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญและมีคุณค่าคุณูปการต่อการพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะในด้านการรักษาระบบนิเวศป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ทรงให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งจะเป็นต้นกำเนิดของความอุดมสมบูรณ์ และเป็นต้นทุนความชื้นสัมพัทธ์ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิบัติการฝนหลวงได้ และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 

ซึ่งโครงการฯดังกล่าวนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะปฏิบัติภารกิจการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน เพื่อกระจายเมล็ดพันธุ์พืชและเพิ่มความหนาแน่นของพื้นที่ป่าไม้ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์และพื้นที่อุทยานสำหรับดำเนินการเป็นประจำทุกปี สำหรับในปี 2569 ได้กำหนดพื้นที่การโปรยเมล็ดพันธุ์ฯ และกำหนดชนิดพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับผืนป่าและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติออบขาน จังหวัดเชียงใหม่ //อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ //อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี //อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี //อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จ.หนองบัวลำภู //อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จ.มุกดาหาร //และอุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว โดยได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชจากกรมป่าไม้ จำนวนเมล็ดพันธุ์พืช 15 ชนิด ได้แก่ มะค่าแต้ มะค่าโมง สัก พะยูง แดง เพกา กัลปพฤกษ์ ขี้เหล็ก ชิงชัน ราชพฤกษ์ อะราง สมอพิเภก มะขามป้อม ตะแบก และพฤกษ์ จำนวนรวมทั้งสิ้น 3,090 กิโลกรัม

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมปั้นหุ้มดินเมล็ดพันธุ์พืชฯ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชนทั่วไป ปั้นหุ้มดินเมล็ดพันธุ์พืช และส่งต่อให้กับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละภูมิภาค เพื่อนำไปใช้ในการโปรยทางอากาศ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสร้างความสามัคคีของประชาชนทุกภาคส่วน ที่ได้มาร่วมกันเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่ผืนป่าให้กับประเทศไทย ให้ทรัพยากรป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์ต่อไป.

DPU สร้างชื่อให้ไทย สถาบันแรกที่คว้า 3 รางวัลระดับโลกจาก IEAC

DPU สร้างชื่อให้ไทย สถาบันแรกที่คว้า 3 รางวัลระดับโลกจาก IEAC

DPU สร้างชื่อให้ไทย สถาบันแรกที่คว้า 3 รางวัลระดับโลกจาก IEAC

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.11 น.

พร้อมคะแนนเต็ม 5 ดาวทุกหมวดแห่งแรกในไทย ตอกย้ำการมุ่งพัฒนาศักยภาพเด็กไทยสู่อาชีพยุคใหม่

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ในวงการอุดมศึกษาไทยและระดับสากล หลังได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาระดับสูงสุด “5 Stars Rating” ในทุกหมวดหมู่การประเมิน ซึ่งถือเป็นสถาบันแรกในประเทศไทย โดยเป็นการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาระดับสูงสุด จาก International Education Accreditation Council หรือ IEAC สหราชอาณาจักร พร้อมกันนี้ DPU ยังสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยด้วยการเป็นสถาบันแรกในโลกที่ได้ 3 รางวัลเกียรติยศมาครองได้สำเร็จ ประกอบด้วยรางวัล Future Job Ready & Career Success Award รางวัล Human Potential Development Award และรางวัล Global Education Pathways Award สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านการศึกษาที่มุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ที่พร้อมตอบโจทย์โลกอนาคตอย่างแท้จริง โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมไสว สุทธิพิทักษ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมี Dr. Maurice Kenneth Dimmock ประธานของ IEAC เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ท่ามกลางคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน

สถาบัน IEAC ถือเป็นองค์กรระดับสากลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรับรองและประกันคุณภาพความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษาและหลักสูตรต่าง ๆ ทั่วโลก โดยกระบวนการตรวจประเมินของ IEAC เป็นไปด้วยความโปร่งใสและมีความเข้มงวดเป็นอย่างสูง โดยเกณฑ์การประเมินสอดคล้องกับมาตรฐาน Standards and Guidelines for Quality Assurance ใน European Higher Education Area หรือ ESG ตลอดจนกรอบมาตรฐานคุณวุฒิของยุโรป หรือ EQAR ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่รัฐบาลส่วนใหญ่ทั่วโลกให้การยอมรับและนำไปปรับใช้ โดยกระบวนการตรวจสอบของ IEAC จะครอบคลุมอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานสถาบัน การประเมินผลอย่างละเอียดผ่านเอกสารและการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจริง ตลอดจนการสัมภาษณ์ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการันตีคุณภาพสู่สาธารณะ นายจ้าง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับสากล

สำหรับการตรวจประเมินในครั้งนี้ DPU สามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า 5 ดาวเต็มครบทั้ง 8 ด้านหลักเป็นสถาบันการศึกษาแรกในประเทศไทย ทั้งด้านหลักสูตรการศึกษา (Academic Programs) ด้านการเรียนการสอน (Teaching and Learning) ด้านการประกันและพัฒนาคุณภาพ (Quality Assurance and Enhancement) ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (Environmental, Health & Safety) ด้านสวัสดิภาพนักศึกษา (Student Welfare) ด้านการบริหารจัดการองค์กร (Governance, Management and Systems) ด้านการตลาดและการรับนักศึกษา (Marketing and Recruitment of Students) และ ด้านภาพรวม (Overall Rating)

และที่สำคัญคือ  DPU ยังได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ 3 รางวัลในระดับสถาบัน ประกอบด้วยรางวัล Future Job Ready & Career Success Award รางวัล Human Potential Development Award และรางวัล Global Education Pathways Award  ซึ่งถือเป็นสถาบันแรกในโลกที่ได้ 3 รางวัลนี้ โดยรางวัลสะท้อนอัตลักษณ์ตัวตนของ DPU ที่มีความเชื่อที่ว่าการพัฒนาศักยภาพมนุษย์คือเรื่องสำคัญที่สุดในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง โดย DPU เป็นสถาบันการศึกษาเพียงหนึ่งเดียวที่มีทั้งเครื่องมือ หลักสูตร และระบบการเรียนรู้แบบ Personalized Learning ที่ปรับให้เข้ากับนักศึกษาแต่ละบุคคลเพื่อดึงพรสวรรค์และศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมาให้ได้มากที่สุด ทำให้ไม่ว่านักศึกษาจะมีพื้นฐานแบบไหน จะเป็นเด็กเก่ง หรือเคยเรียนไม่เก่งมาก่อน DPU ก็สามารถพัฒนาศักยภาพให้ตอบรับกับงานทักษะใหม่ในยุคใหม่ได้ พร้อมนวัตกรรมใหม่อย่าง DPU Passport ซึ่งเป็นรายงานฉบับพิเศษที่อธิบายถึงพรสวรรค์เฉพาะบุคคลและแนวทางการพัฒนาศักยภาพเพื่อต่อยอดให้นักศึกษาทุกคน ซึ่งต่อยอดไปที่การมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ความสำเร็จในอาชีพและเตรียมความพร้อมสู่การทำงานแห่งอนาคตอย่างแท้จริงเพื่อช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาไม่ใช่แค่ได้งานทำที่ดีเท่านั้น แต่สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกันในส่วนของรางวัล Global Education Pathways Award ก็เป็นรางวัลที่การันตีความสามารถในการเชื่อมต่อโอกาสและความรู้จากสถาบันและองค์กรชั้นนำในระดับสากล โดย DPU ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งร่วมกับองค์กรต่างประเทศทั่วโลกกว่า 83 องค์กร และร่วมมือกับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับองค์ความรู้มาตรฐานสากล พร้อมกันนี้ DPU ยังมุ่งเน้นการสร้างและจำลองสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อรองรับโอกาสและองค์ความรู้จากนานาชาติ เพื่อสร้างทางลัดและเปิดประตูให้นักศึกษาไทยทุกคนได้สัมผัสและได้รับประสบการณ์จากการทำงานจริงในโปรเจกต์ของบริษัทชั้นนำจากหลากหลายประเทศทั่วโลกอย่างไร้ขีดจำกัด   

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หรือ DPU เปิดเผยว่า การรับรองมาตรฐาน 5 ดาวเต็มในทุกหมวดหมู่ ตลอดจน 3 รางวัลเกียรติยศระดับโลกจาก IEAC สหราชอาณาจักรในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่และชัดเจนที่สุดว่า มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีความพร้อมสูงอย่าง DPU สามารถส่งมอบการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากลได้อย่างแท้จริง การจัดการศึกษาในยุคนี้ DPU ไม่ได้มองเพียงแค่การมอบใบปริญญาบัตรเมื่อเรียนจบเท่านั้น แต่ได้มองถึงการขับเคลื่อน Potential Development เพื่อค้นหาและพัฒนาศักยภาพที่แท้จริงของนักศึกษาเป็นรายบุคคล ควบคู่ไปกับการการันตีผลลัพธ์ความสำเร็จในอาชีพ หรือ Career Success ซึ่ง DPU มุ่งเตรียมความพร้อมสำหรับโลกอนาคตด้วยการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มข้น ซึ่งส่งผลให้ผู้เรียนค้นพบตัวเอง และหางานที่ดีได้ง่าย โดยต้องมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับงานในโลกอนาคต ตลอดจนสามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพได้อย่างมั่นคง ก่อนจะเชื่อมต่อสู่โลกกว้างเพื่อคว้าโอกาสในระดับสากล ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม และประสบการณ์ตรงจากมืออาชีพในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจว่านักศึกษาทุกคนที่ก้าวออกจาก DPU จะกลายเป็นบุคลากรชั้นนำที่มีความพร้อมสำหรับงานแห่งอนาคต เติบโตในสายอาชีพได้อย่างสูงสุด และพร้อมเชื่อมต่อโอกาสความสำเร็จในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

“ทั้งนี้ DPU ยังเปลี่ยนผ่านการศึกษาแบบเดิม ๆ สู่รูปแบบ Work-Integrated Education โดยเน้นย้ำว่าเรียนแล้วไปฝึกงานอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอสำหรับโลกยุคใหม่ แต่นักศึกษาจะต้องได้รับประสบการณ์ทำงานจริงควบคู่ไปตลอดระยะเวลาที่เรียน DPU จึงร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทชั้นนำมากกว่า 3,000 บริษัทในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้ก้าวทันต่ออุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีบริษัทมากกว่า 1,500 บริษัทที่พร้อมยื่นข้อเสนอรับเข้าทำงานทันทีตั้งแต่ที่นักศึกษายังฝึกงานไม่สำเร็จ โดยปัจจุบันมีนักศึกษา DPU มากกว่า 95% ที่ได้งานทำทันทีหลังเรียนจบ และมีกว่า 55% ที่ได้รับข้อเสนองานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นปีสุดท้าย ในขณะที่ภาพรวมของประเทศพบว่าเด็กจบใหม่ทั่วไปมีอัตราการหางานทำได้เพียง 45% เท่านั้น อีกทั้งนักศึกษา DPU ยังได้รับอัตราเงินเดือนเริ่มต้นที่สูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีความพร้อมอย่าง DPU สามารถสร้างความสำเร็จในอาชีพและพาเด็กทุกคนไปสู่การได้งานในฝันได้อย่างแน่นอน” ดร.ดาริกา อธิการบดีกล่าวสรุป