สวยทุกองศา เอมมี่ มรกต อวดหุ่นคุณแม่ลูกหนึ่งสุดเป๊ะในชุดบิกินี

สวยทุกองศา เอมมี่ มรกต อวดหุ่นคุณแม่ลูกหนึ่งสุดเป๊ะในชุดบิกินี

สวยทุกองศา เอมมี่ มรกต อวดหุ่นคุณแม่ลูกหนึ่งสุดเป๊ะในชุดบิกินี

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.29 น.

ทำเอาโซเชียลกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ “เอมมี่ มรกต” นักแสดงและพิธีกรสาวคนสวย ออกมาอัปเดตภาพพักผ่อนในวันสบายๆ พร้อมเผยลุคสุดสดใสในชุดบิกินี่ เผยรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์มขณะพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ

แม้จะเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแล้ว แต่เอมมี่ยังคงดูแลรูปร่างและสุขภาพได้เป็นอย่างดี จนหลายคนอดชื่นชมไม่ได้กับหุ่นที่กระชับ ผิวพรรณสดใส และลุคที่ดูสวยสง่าในทุกมุม หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมกันอย่างล้นหลาม

หนุ่มแท่ง อารามทัวร์ เปิดพิกัดวัดบางชัน ไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณได้ตลอด 24 ชั่วโมง

หนุ่มแท่ง อารามทัวร์ เปิดพิกัดวัดบางชัน  ไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณได้ตลอด 24 ชั่วโมง

หนุ่มแท่ง อารามทัวร์ เปิดพิกัดวัดบางชัน ไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.35 น.

สายบุญห้ามพลาด! รายการ หนุ่มแท่ง อารามทัวร์  เสาร์นี้ 2 พิธีกรคู่ซี้ หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง พาเปิดพิกัดทำบุญใจกลางกรุงเทพฯ ที่ วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดบางชัน) วัดที่ได้รับสมญานามว่า  “นครแห่งยักษ์” พร้อมชวนสักการะ ท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว เอาใจทั้งคนทำงานและผู้มีจิตศรัทธา

 ไฮไลต์ของการมาเยือนวัดบางชัน คือการกราบขอพรท้าวเวสสุวรรณ  ซึ่งผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องธุรกิจ การค้าขาย ให้ได้ยอดตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ พร้อมทั้งนำกระเป๋าสตางค์มาวนรอบกระบององค์ท้าวเวสสุวรรณ 3, 5 หรือ 9 รอบ  ตามความเชื่อกันว่า กระบองเป็นศูนย์รวมพลังที่จะขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีได้ และเสริมโชคลาภเงินทอง เมื่อสมหวังตามคำอธิษฐาน หลายคนยังกลับมาถวายข้าวสารและอาหารแห้งมาถวาย เพื่อส่งต่อบุญไปให้เด็กยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่เดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือต่อไปนอกจากได้ไหว้ท้าวเวสสุวรรณแล้ว หนุ่ม-แท่ง ยังพาเดินชมความงดงามของอุโบสถและวิหาร ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ พร้อมเล่าประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของวัด เรียกได้ว่าอิ่มทั้งบุญและอิ่มความรู้ในทริปเดียว

ปิดท้ายทริปทัวร์บุญด้วยการเติมพลังที่  ร้านยิ่งกี่ เป็ดย่างฮ่องกง  ร้านอาหารจีนชื่อดังย่านพระยาสุเรนทร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องเป็ดย่างฮ่องกง เนื้อนุ่มฉ่ำ หนังบางกรอบ เสิร์ฟพร้อมหมูแดงหมูกรอบ ถูกใจคออาหารจีนแน่นอนด้าน “หนุ่ม-แท่ง” เผยความประทับใจถึงทริปครั้งนี้ว่า “ใครอยากขอพรท้าวเวสสุวรรณ วัดบางชันเป็นอีกวัดที่หนุ่มแท่งแนะนำ กลางวันทำงานมาไม่ได้ วัดนี้ก็เปิดรอรับศรัทธา 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว”ติดตามทริปอิ่มบุญ อิ่มอร่อย พร้อมเรื่องราวน่าสนใจของวัดสวยและร้านอาหารรสเด็ด ได้ในรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ เวลา 13.30 น. ทาง ช่อง  7HD กด  35   และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com 

คอนเสิร์ตแห่งประวัติศาสตร์ ที่สุดแห่งปี 2026 กับ 5 ศิลปินเพื่อนรักวัยสามสิบ

คอนเสิร์ตแห่งประวัติศาสตร์ ที่สุดแห่งปี 2026 กับ 5 ศิลปินเพื่อนรักวัยสามสิบ

คอนเสิร์ตแห่งประวัติศาสตร์ ที่สุดแห่งปี 2026 กับ 5 ศิลปินเพื่อนรักวัยสามสิบ

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.56 น.

รวมตัวท็อปทั้งที จะธรรมดาได้ไง! ปี 2026 ต้องจารึกอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการคอนเสิร์ตไทย กับการรวมตัวครั้งสำคัญของ 5 นักร้องเพื่อนรักวัยสามสิบ ที่นำโดยเจเจ้คนโต INK WARUNTORN, เจ้คนรอง BOWKYLION, พี่คนกลาง JEFF SATUR, น้องคนรอง THE TOYS และมักเน่น้องสุด NONT TANONT ในฐานะกลุ่มศิลปินตัวท็อปที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ และมีศักยภาพทางดนตรีโดดเด่นที่สุด ณ เวลานี้ พร้อมเสิร์ฟความสุขแบบจัดหนักให้แฟน ๆ ได้เต็มอิ่มตลอดทั้ง 2 วัน เมื่อวันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

มาม่า Presents “CLUB 30 CONCERT” นี่คืออีกหนึ่งวาระแห่งชาติที่แฟน ๆ เรียกร้อง กับการโคจรมารวมตัวกันของทั้ง 5 ศิลปินบนเวทีเดียวกัน ที่พร้อมปลุกอิมแพ็คให้สะเทือนด้วยโชว์ที่ไม่มีใครยอมใคร งานนี้ไม่มีคำว่าเพื่อน พี่ น้อง มีแต่ตัวท็อปที่พร้อมฟาดให้สเตจลุกเป็นไฟ จนกระแสแรงเกินคาด เพียงเปิดขายบัตรวันแรก กว่า 20,000 ที่นั่งจากทั้ง 2 รอบก็ถูกจับจองจนหมดเกลี้ยง!

เพียงแค่เริ่มต้นโชว์ ทั้งฮอลล์ก็ต้องร้องว้าวไปกับพลังเสียงของทั้ง 5 คน ที่ขนเพลงฮิตไฮไลต์ของแต่ละคนมาร้อยเรียงบนเวทีเดียวกัน เริ่มจาก รักแรก – NONT TANONT ต่อด้วย ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม – INK WARUNTORN, Dum Dum – JEFF SATUR, ก่อนฤดูฝน – THE TOYS และปิดท้ายด้วย วาดไว้ – BOWKYLION ที่ทั้ง 5 คนร่วมกันร้องบนเวทีเดียวกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวอย่างประทับใจ ก่อนเข้าสู่ช่วงถัดไป ที่นับเป็นโชว์ที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว! เมื่อเพื่อนขอร้องเพลงเพื่อนบ้าง เริ่มด้วยเพลง “ลงใจ” ในฉบับของนนท์ ธนนท์ ต่อด้วย “วิงวอน” ที่นนท์ร้องคู่อิ้งค์ วรันธร ก่อนส่งเวทีเดี่ยวให้อิ้งค์ได้โชว์สเต็ปเต้นในเพลง “Ride or Die” เรียกทั้งความน่ารักและความสดใสได้เต็มฮอลล์ พร้อมชวนโบกี้ไลอ้อนมาร้องคู่ด้วยกัน 2 เพลงติดอย่าง “ของขวัญปีใหม่” และ “หยดน้ำตา” ก่อนส่งสเตจเดี่ยวให้โบกี้ในเพลง “ทุกนาทีที่สวยงาม” พร้อมบันไดที่ขึ้นมาพร้อมแสง ช่วยขับออร่าให้เฉิดฉายทั่วทั้งฮอลล์ ก่อนเข้าสู่คิวของเดอะทอยส์ที่ร่วมแจมในเพลง “แน่ใจใช่ไหม” แล้วต่อด้วยโชว์เดี่ยวของทอยเองในเพลง “สายตาหลอกกันไม่ได้” ในเวอร์ชั่น หนุ่มแว่นดำ Introvert และ “ดีใจด้วยนะ” ที่ได้เจฟ ซาเตอร์เข้ามาร้องคู่กัน ก่อนปล่อยให้เจฟโชว์พลังเสียงไฮโน้ตต่อเนื่องกับเพลง “จดหมาย” ต่อด้วยคู่ที่ทุกคนรอคอยมากที่สุด เมื่อนนท์ร้องคู่กับเจฟ ซาเตอร์ ในเพลง “4:00” ก่อนถูกคั่นช่วงสุดท้ายด้วยทอยที่ขึ้นมาร้องพร้อมกันทั้ง 3 คนในเพลง “ถ่านไฟเก่า” ปิดจบเซสชันนี้ท่ามกลางความประทับใจ และปลุกพลังความสุขให้พุ่งทะยานไปทั่วทั้งฮอลล์

 และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งฮอลล์ กับละครผลไม้ AI “เกมรักคฤหาสน์ตลาดไท” ที่พาคนดูตื่นตาไปกับเรื่องราวความรักของทั้ง 5 คนที่ต้องมาพัวพันกันแบบเลี่ยงไม่ได้ นำโดย เสี่ยหมอนทอง (รับบทโดย เดอะทอยส์) ที่แอบรักเลขาองุ่น (รับบทโดย โบกี้ไลอ้อน) พร้อมเพลง “ใจเย็น” ที่ช่วยเติมบรรยากาศหนาวใจให้ทั้งฮอลล์หวานฟินตามกัน ก่อนตัดฉากมาที่ ไฮโซสาวสตรอเบอรี่ (รับบทโดย อิ้งค์ วรันธร) สาวสวยมากเสน่ห์ที่ต้องมาเจอสองหนุ่มอย่าง พี่กล้วย (รับบทโดย นนท์ ธนนท์) และพี่แก้ว (รับบทโดย เจฟ ซาเตอร์) ที่ต่างเข้ามาแย่งชิงความรัก จนสร้างทั้งเสียงหัวเราะและความสุขให้แฟน ๆ แบบไม่กั๊ก แม้เรื่องรักครั้งนี้จะวุ่นวายจนแทบไม่ต้องอยู่กันแล้ว แต่ก็ยังเสิร์ฟความสนุกต่อเนื่องด้วยเพลงฮิตติดกระแสอย่าง “ย้าย่ายะ” ก่อนจบท้ายด้วยเพลงระดับตำนาน “ลีฟ แอนด์ เลิร์น” ที่เรียกเสียงปรบมือให้กับโชว์การแสดงครั้งนี้ได้อย่างน่าจดจำ

ต่อด้วยพาร์ทที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดประทับใจของทั้ง 5 คน เพราะนี่คือช่วงเวลาที่พาย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของแต่ละคน กับบันไดก้าวสำคัญบนเส้นทางความฝัน เริ่มต้นด้วยนนท์ ที่ออกเดินตามความฝันด้วยความรักในเสียงเพลง ตั้งแต่ก่อนเข้าประกวดรายการ The Voice จนพิสูจน์ตัวเองและกลายเป็นศิลปินที่เป็นที่รักของคนทั้งประเทศ ต่อด้วยโบกี้ ที่เล่าถึงจุดเริ่มต้นจากการตั้งกล้องร้องเพลงในห้องเล็ก ๆ ในยุคที่ SocialCam กำลังฮิต ซึ่งในวันนั้นที่ยังไม่มีใครรู้จัก ก่อนจะได้เข้าประกวด The Voice และกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ส่วนเจฟก็เดินตามหาความฝันมาเป็นเวลาสิบปี ผ่านทั้งความอดทน ความพยายาม และการไม่ยอมแพ้ จนสามารถก้าวข้ามตัวเองไปสู่เวทีระดับโลก ต่อด้วยอิ้งค์ ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็น “เจ้าหญิงแห่งวงการป๊อป” อย่างที่ทุกคนรู้จักในวันนี้ แต่เริ่มจากการอัดเสียงคอรัสเล็ก ๆ ในเพลง “ก่อนมะลิบาน” ของวงไทม์ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก่อนค่อย ๆ สะสมประสบการณ์บนเส้นทางดนตรีมาอย่างยาวนาน และสุดท้ายคือทอย ถึงแม้จะเป็นคนพูดน้อย แต่กลับเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินอีกหลายคน จากคนเบื้องหลังที่ตั้งใจทำเพลงไปขายแต่ไม่มีใครซื้อ จนตัดสินใจปล่อยคลิปออดิโอลงยูทูบไว้เพียงเพลงเดียว ก่อนที่วันนี้จะก้าวไปคว้ารางวัลระดับเอเชียได้สำเร็จ โดยทุกเรื่องราวถูกถ่ายทอดควบคู่ไปกับเพลงแรกของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น “ฟ้า”, “กลับมา”, “ไม่กล้าบอกชัด”, “ก่อนมะลิบาน” และ “หน้าหนาวที่แล้ว” พร้อมปิดท้ายด้วยคำขอบคุณจากทั้ง 5 คน ถึงทุกคนที่ค้นพบและเดินทางมาพร้อมกับพวกเขาจนถึงวันนี้

 เซสชันถัดไปที่หลายคนรอคอย เมื่อมิตรภาพไม่มีต้องอยู่บนเวทีนี้อีกแล้ว ชวนแวะชมความแสบ ซน และการแกล้งกันแบบไม่มีใครยอมใคร ผ่านแชทกลุ่มไลน์ “แก๊งห้าพยัคฆ์หนี” ที่สร้างมาเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้แวะจิกกัดกันอย่างสุดมันส์ เพราะเวทีนี้ใครที่ไม่เคยทำอะไร ก็ต้องได้ลอง ทำให้แฟนๆ ต้องเซอร์ไพรส์ เริ่มด้วยเพลงร็อค “ไม่มีเธอ” กับซีนเด็ดที่โบกี้ต้องรับบทว้ากเองคนเดียว ต่อด้วยเพลงระดับ Legend อย่าง “Billie Jean” ของราชาเพลงป๊อป “Michael Jackson” โดยมีทอยที่ต้องเต้นบนเวทีด้วย ก่อนส่งต่อความสนุกในเพลง “นักเลงเก่า” ที่ให้เจเจ้คนโตอย่างอิ้งค์รับบทแร็ปเปอร์สุดน่าเอ็นดู และปิดท้ายด้วย “สามสิบยังแจ๋ว” เสิร์ฟโมเมนต์ขวัญใจแม่ยกให้ได้กรี๊ดกันสนั่นทั้งฮอลล์

 ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่ทั้ง 5 คนขอเปิดเพลย์ลิสต์ ขนเพลงฮิตมาเอาใจแฟน ๆ กันอีกครั้ง กับบทเพลงที่ไม่ว่าใครได้ฟังก็ทั้งตื่นตาและร้องตามไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น “ลาลาลอย”, “เกี่ยวกันไหม”, “ส่วนต่าง”, “ดอกไม้ที่รอฝน”, “เหมือนวิวาห์”, “พิง”, “สักวันฉันจะหายดี”, “โต๊ะริม” และ “ที่คั่นหนังสือ” ก่อนจบช่วงนี้ด้วยเพลง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง” ที่ทั้ง 5 คนร่วมกันร้องบนเวทีเดียวกันอย่างน่าประทับใจ

และก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ตลอดกว่า 4 ชั่วโมงที่ทั้งศิลปินและแฟน ๆ ได้ร่วมเก็บเกี่ยวความสุข ความประทับใจ และโมเมนต์ที่อิ่มเอมใจไปพร้อมกัน ก่อนที่ทั้ง 5 คนจะร่วมแสดงความยินดีที่ได้ให้พวกเขาโคจรมาพบกัน ได้เดินทาง ได้ทำงาน และได้เติบโตไปด้วยกัน พร้อมประโยคที่ทัชใจใครหลายคนว่า “เชื่อว่าใครหลายคนก็เป็นแฟนคลับพวกเรา และพวกเราทั้ง 5 คน ต่างก็เป็นแฟนคลับของกันและกัน” ก่อนปิดท้ายด้วยประโยคที่ชวนซึ้งไปทั้งฮอลล์อย่าง “ขอบคุณนะ ที่ได้มาเป็นเพื่อนกัน” ใน “CLUB 30 CONCERT” แห่งนี้ และส่งท้ายค่ำคืนด้วยเพลงสุดท้าย “เราและนาย” ที่กลายเป็นบทสรุปของมิตรภาพ ความทรงจำ และการได้พบกันอย่างสวยงาม

นับเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “CLUB 30 CONCERT” ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตที่รวม 5 ศิลปินตัวท็อปไว้บนเวทีเดียวกันเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของมิตรภาพ ความทรงจำ และการเติบโตของศิลปินทั้ง 5 คน ที่แฟน ๆ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญไปพร้อมกัน ตั้งแต่เสียงหัวเราะ น้ำตา รอยยิ้ม ไปจนถึงทุกบทเพลงที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มหัวใจ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ได้จบลงแค่ตอนแสงไฟบนเวทีค่อย ๆ ดับลง แต่ยังคงสว่างอยู่ในความทรงจำของทุกคน ในฐานะค่ำคืนที่ทำให้ทั้งศิลปินและแฟน ๆ ได้รู้สึกโชคดีที่ครั้งหนึ่งเราได้มาอยู่ในโมเมนต์เดียวกัน ได้ร้องเพลงด้วยกัน และได้เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า “เพื่อนกัน” ไปพร้อมกัน ทำให้ มาม่า Presents  “CLUB 30 CONCERT” กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งปี 2026 ที่จะถูกจดจำไปอีกนาน

#CLUB30CONCERT

#LOVEiSSHOWBiZ

เฟรมนางฟ้าชัดๆ แอน ทองประสม แชะภาพคู่ ลิซ่า ทำโซเชียลแห่แชร์

เฟรมนางฟ้าชัดๆ แอน ทองประสม แชะภาพคู่ ลิซ่า ทำโซเชียลแห่แชร์

เฟรมนางฟ้าชัดๆ แอน ทองประสม แชะภาพคู่ ลิซ่า ทำโซเชียลแห่แชร์

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.51 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ เมื่อผู้จัดและนักแสดงมากฝีมือ “แอน ทองประสม” ได้เผยภาพร่วมเฟรมกับ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ศิลปินสาวระดับโลก ในงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ของแบรนด์สกินแคร์ระดับโลก โดยแอนได้โพสต์ภาพบรรยากาศภายในงาน ซึ่งนอกจากภาพคู่กับลิซ่าแล้ว ยังมีภาพร่วมกับคุณแม่ของลิซ่าอีกด้วย

พร้อมกันนี้ แอนยังเขียนข้อความว่า “After party ที่มีแต่ความอบอุ่น ดีใจที่ได้เจอคุณแม่..และน้องลิซ่า แล้วก็ได้ใช้เวลาสนุกๆ กับทุกคนในคืนนี้นะคะ”

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมทั้งภาพร่วมเฟรมของทั้ง 2 คน จนกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์อบอุ่นที่ถูกแชร์และกดไลก์กันเพียวเลยทีเดียว

อ่านแล้วยิ้มตาม บี พุทธิพงษ์ ย้อนคำสัญญาเมื่อ 27 ปีถึง นุสบา

อ่านแล้วยิ้มตาม บี พุทธิพงษ์ ย้อนคำสัญญาเมื่อ 27 ปีถึง นุสบา

อ่านแล้วยิ้มตาม บี พุทธิพงษ์ ย้อนคำสัญญาเมื่อ 27 ปีถึง นุสบา

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.53 น.

เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่ครองรักกันมาอย่างยาวนาน สำหรับ “บี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” และ “นุสบา ปุณณกันต์” ที่แม้วันนี้จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมากว่า 27 ปี มีลูกชายด้วยกัน 2 คน แต่ความรักและความผูกพันของทั้งคู่ยังคงหวานชื่นไม่เปลี่ยน

       ล่าสุด เนื่องในโอกาสครบรอบวันแต่งงาน บี พุทธิพงษ์ ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งผ่านโซเชียลมีเดียว่า “เวลาผ่านไปก้าวขึ้น 27 ปีแล้วนะ สัญญาที่เคยให้ไว้กับนุสและครอบครัว “ผมจะดูแลนุสให้ดีที่สุดครับ“ ยังดังก้องอยู่ในหัวเสมอมา จะทำให้ดีที่สุดและจะทำต่อไปนะ ขอบคุณที่รัก และ เคียงข้างกันเสมอมา Happy anniversary นะ”

โดย นุสบา ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับสามีว่า “ขอบคุณมากค่ะพี่บี นุสรู้ว่าพี่เจออะไรมาเยอะมากทั้งใกล้และไกลตัว นุสเห็นใจพี่อย่างถึงที่สุด แต่จะคอยดูแลทุกคนให้ดีที่สุด และขอบคุณที่พี่เคียงข้างดูแลพวกเรามาตลอด บุญรักษานะคะ”

ขอบคุณที่มา : @beepunnakanta

แฟนๆใจละลาย แอนโทเนีย ปล่อยลุคริมทะเลในชุดว่ายน้ำดีไซน์เก๋

แฟนๆใจละลาย แอนโทเนีย ปล่อยลุคริมทะเลในชุดว่ายน้ำดีไซน์เก๋

แฟนๆใจละลาย แอนโทเนีย ปล่อยลุคริมทะเลในชุดว่ายน้ำดีไซน์เก๋

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

ทำเอาโลกโซเชียลกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” นางงามขวัญใจชาวไทย ออกมาเผยภาพพักผ่อนริมทะเลในลุคสบายๆ แต่กลับสะกดทุกสายตาด้วยแฟชั่นชุดว่ายน้ำที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

       โดย แอนโทเนียเลือกสวมชุดว่ายน้ำดีไซน์คล้ายเปลือกหอย เข้ากับบรรยากาศริมทะเล เผยให้เห็นหุ่นสุดเซ็กซี่ ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมอย่างต่อเนื่อง

      ภาพจาก : @porxild

ฮอตไม่หยุด เจนนี่ BLACKPINK อวดลุคสุดฮอตโชว์เดือดบนเวที

ฮอตไม่หยุด เจนนี่ BLACKPINK อวดลุคสุดฮอตโชว์เดือดบนเวที

ฮอตไม่หยุด เจนนี่ BLACKPINK อวดลุคสุดฮอตโชว์เดือดบนเวที

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.06 น.

สร้างความฮือฮาให้กับแฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง สำหรับ เจนนี่ BLACKPINK หลังขึ้นแสดงในฐานะ เฮดไลเนอร์ของเทศกาล Roskilde Festival 2026 เทศกาลดนตรีระดับโลกที่จัดขึ้นในประเทศเดนมาร์ก โดยมาพร้อมการแสดงสุดร้อนแรงที่เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมได้ตลอดทั้งโชว์

       นอกจากการแสดงที่เต็มไปด้วยพลังและเสน่ห์บนเวทีแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ ลุคแฟชั่นของเจนนี่ ซึ่งครั้งนี้เธอเลือกสวมชุดคัสตอมจากดีไซเนอร์ Lou de Bètoly ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานความแฟชั่น ความเท่ และความเซ็กซี่ได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นอีกหนึ่งลุคที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม

       หลังภาพและคลิปการแสดงถูกเผยแพร่ออกไปบนโลกออนไลน์ แฟนเพลงจากหลายประเทศต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมอย่างต่อเนื่อง โดยหลายคนยกให้เจนนี่เป็น “Pretty Girl” ที่ครบเครื่องทั้งความสวย ความสามารถ และเสน่ห์บนเวทีที่ยากจะละสายตา

ภาพจาก : @jennierubyjane

เปิดตัว 61 เด็กไทย 12 สาขา ลุยแข่ง ‘โอลิมปิกวิชาการ 2569’

เปิดตัว 61 เด็กไทย 12 สาขา ลุยแข่ง ‘โอลิมปิกวิชาการ 2569’

เปิดตัว 61 เด็กไทย 12 สาขา ลุยแข่ง ‘โอลิมปิกวิชาการ 2569’

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวเปิดตัวคณะผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนาวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (มูลนิธิ สอวน.) และ รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะอาจารย์ และนักเรียนตัวแทนประเทศไทย จำนวน 12 สาขาวิชา รวม 61 คน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

โดย นายประเสริฐ ได้เน้นย้ำนโยบายการศึกษาที่ให้โอกาสและบ่มเพาะผู้เรียนตามศักยภาพ ซึ่งมีความสำคัญในการพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะสูงของประเทศ ให้ประเทศพร้อมรับมือกับโลกที่ผันผวน และยืนยันว่าโอลิมปิกวิชาการ เป็นโครงการที่กระตุ้นให้เยาวชนได้พัฒนาตนเองต่อไปให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ

”การไปเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการของเยาวชนไทยที่ผ่านมาก็สามารถคว้ารางวัลสำคัญๆกลับมาได้หลายรางวัล  การไปแข่งขันโอลิมปิกวิชาการครั้งนี้ ก็ขอให้ตัวแทนประเทศไทยใช้ความรู้ความสามารถให้เต็มที่ ก็ขอเป็นกำลังใจและขออวยพรให้ตัวแทนประเทศไทยคว้าชัยกลับมาเป็นของขวัญให้ประเทศ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิ สอวน. ยืนยันพันธกิจของมูลนิธิ สอวน. ในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ผ่านการดำเนินงานของศูนย์ สอวน. ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ 14 แห่ง และใน กรุงเทพฯ 5 แห่ง ซึ่งให้นักเรียนในจังหวัดต่างๆ และพื้นที่ห่างไกล ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางโอลิมปิกวิชาการ ให้ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพของตนเอง ขอให้กำลังใจนักเรียนผู้แทนประเทศไทย ให้มองไปไกลกว่าเหรียญรางวัล ไปสู่การต่อยอดด้านความรู้ สร้างประสบการณ์ชีวิต และให้พัฒนาตนเองอย่างไม่สิ้นสุด

ขณะที่ รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า สสวท. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศ ให้ครอบคลุมสำหรับนักเรียนทุกกลุ่ม และยังคงพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนรู้และพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณเบื้องหลังผู้มีส่วนสนับสนุนโครงการนี้มาโดยตลอด รวมถึงการร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้ผู้แทนประเทศไทยได้รับการพัฒนา ให้เป็นผู้นำทางการศึกษา วิจัย นวัตกรรม และกลับมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป

ทั้งนี้ ในปี 2569 มีนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนประเทศไทยเดินทางไปแข็งขัน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2569  จำนวน 12 สาขาวิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น วิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และโครงการ Asian Science Camp รวมจำนวน 61 คน ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – พฤศจิกายน นี้

โอลิมปิกวิชาการไม่ได้สิ้นสุดที่เหรียญทอง แต่เป็นการพัฒนาศักยภาพของเด็กไทย และเป็นจุดเริ่มของการบ่มเพาะกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของชาติ ขอเชิญร่วมเป็นแรงใจให้กับนักเรียนผู้แทนประเทศไทย ได้มุ่งมั่น สร้างสรรค์ แก้ปัญหา บนเวทีโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหว ผลการแข่งขัน และร่วมส่งแรงใจเชียร์ได้ผ่านทางเว็บไซต์ www. ipst.ac.th หรือเพจเฟซบุ๊ก “Olympic IPST” และสื่อประชาสัมพันธ์ของ ศธ., สสวท. และมูลนิธิ สอวน.         

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางชั้น แสงเดือน พร้อมครอบครัว เฝ้า ฯ

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางชั้น แสงเดือน พร้อมครอบครัว เฝ้า ฯ

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางชั้น แสงเดือน พร้อมครอบครัว เฝ้า ฯ

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

6 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางชั้น แสงเดือน พร้อมครอบครัว เฝ้าฯทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

​ถอดรหัส ‘วทจ. รุ่น 8’ เชื่อมโยงมิตรภาพไทย-จีน บนรากฐาน ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’

​ถอดรหัส ‘วทจ. รุ่น 8’ เชื่อมโยงมิตรภาพไทย-จีน บนรากฐาน ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’

​ถอดรหัส ‘วทจ. รุ่น 8’ เชื่อมโยงมิตรภาพไทย-จีน บนรากฐาน ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ท่ามกลางกระแสคลื่นความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่หมุนไวและเต็มไปด้วยการแข่งขันทางเทคโนโลยี หลายครั้งที่ “ความสำเร็จ” มักถูกวัดมูลค่าด้วยตัวเลข เม็ดเงิน หรือความก้าวหน้าทางวัตถุแบบตะวันตก แต่หากมองย้อนกลับมายังฟากฝั่งอารยธรรมตะวันออก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง “ไทยและจีน” ที่หยั่งรากลึกมายาวนานกว่า 2,200 ปี สิ่งที่ตรึงให้สองชนชาติยังคงเติบโตและพึ่งพาอาศัยกันได้อย่างแน่นแฟ้น กลับไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของเมกะโปรเจกต์หรือมูลค่าการค้า หากแต่เป็น “คุณค่าทางจิตวิญญาณ” ที่ซ่อนอยู่ใน DNA ของผู้คนทั้งสองประเทศ

ความลึกซึ้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้และถอดรหัสอย่างเป็นระบบ ซึ่งถูกจุดประกายและส่งต่อผ่าน หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน (วทจ.) รุ่นที่ 8 โดย สถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ หลักสูตรที่รวบรวมเหล่าผู้บริหารระดับสูง คณาจารย์ และผู้นำองค์กรแถวหน้าของประเทศ มาร่วมกันเปิดประตูบานใหม่เพื่อศึกษา สัมผัส และเชื่อมโยงมิตรภาพไทย-จีนในทุกมิติ

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ข้อมูลและองค์ความรู้ในชั้นเรียนของ วทจ. รุ่นที่ 8 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตำรา ทว่าถูกเปลี่ยนให้เป็น “ประสบการณ์ร่วม” ผ่านการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน การเดินทางครั้งนั้นทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เหล่านักศึกษา วทจ. 8 ได้เห็นจีนยุคใหม่แบบ 360 องศา ในแง่หนึ่งคือความตื่นตาตื่นใจต่อความสำเร็จทางเทคโนโลยี นวัตกรรมล้ำสมัย และโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก แต่อีกแง่หนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือการได้เห็นกลไกของรัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ที่สามารถบูรณาการร่วมกับภาคเอกชนในการขับเคลื่อนแผนพัฒนา 5 ปี เพื่อขจัดความยากจนในชุมชนห่างไกลได้สำเร็จ โดยไม่ทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้เบื้องหลัง

ทั้งนี้ ในพิธีปิดการศึกษาหลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน รุ่นที่ 8 ประธานรุ่น วทจ. 8 พร้อมผู้แทนรุ่น ได้มีการนำเสนอ บทสรุปรายงานวิจัย ซึ่งเป็นการตกผลึกทางปัญญาของนักศึกษาทั้งรุ่น โดยรายงานวิจัยฉบับนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพรวมทางเศรษฐกิจและการทูต แต่ยังเจาะลึกไปถึงโครงสร้างชุมชน ระบบคุณธรรม และสายสัมพันธ์ทางชาติพันธุ์ที่เชื่อมโยงกันใน 6 ประเทศที่มีกลุ่มวัฒนธรรมไทย-จีนอาศัยอยู่ ถือเป็นเข็มทิศนำทางเล่มใหม่ที่พร้อมให้องค์กรภาครัฐและเอกชนนำไปปรับใช้ในการสร้างความร่วมมือไทย-จีนให้เกิดมิติที่ยั่งยืน

ภายในพิธีปิด ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเพื่อมอบประกาศนียบัตรมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  และมอบประกาศนียบัตรมหาวิทยาลัยปักกิ่ง แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจำนวน 106 คน และมอบโล่นักศึกษาดีเด่นจำนวน 7 คน พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษที่สร้างแรงบันดาลใจและให้แง่คิดอันลึกซึ้งแก่ผู้สำเร็จการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงแก่นแท้ของวิถีตะวันออกไว้อย่างน่าสนใจว่า “คุณค่าทางจิตวิญญาณของอารยธรรมตะวันออกนั้น มีความสำคัญกว่าความสำเร็จทางด้านวัตถุมาก คุณค่าทางจิตวิญญาณ มีความสำคัญกว่าเงินทองที่โลกตะวันตกเอามาใช้วัดความสำเร็จ แต่อารยธรรมไทย-จีนของเรา ใช้วัดกันที่เรื่องของคุณค่าทางจิตวิญญาณ ความซื่อสัตย์ ความเป็นคนดี และความมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกัน”

นอกจากนี้ ท่านองคมนตรี ยังได้หยิบยกคำนิยาม 5 คำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง อย่าง “จง ไท่ อี เจีย ชิง” ที่หมายถึง ไทย-จีน ครอบครัวเดียวกัน พร้อมฝากข้อคิดถึง วทจ. รุ่นที่ 8 ว่า ความสนิทสนมและน้ำใจที่เกิดขึ้นในรุ่นนี้คือ DNA สำคัญที่จะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ของสองประเทศต่อไปในอนาคต

ขณะเดียวกัน นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน กล่าวว่า หลักสูตร วทจ. 8 ในปีนี้ไม่เพียงแต่สร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ระดับสากล แต่เราได้ร่วมกันสร้างเครือข่ายแห่งมิตรภาพที่แข็งแกร่ง เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และความเข้าใจอันดีระหว่างไทย-จีน ให้เติบโตร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคหน้า”