93 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 21 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

93 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 21 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

93 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 21 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.11 น.

เนื่องในโอกาสครบรอบ 93 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 21 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงกำหนดจัดพิธีทางศาสนาขึ้น โดยมี พลอาการตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธี สำหรับฤกษ์ดีวันนี้เริ่มด้วย พิธีสงฆ์ เวลา 08.00 น. จัดขึ้นภายในโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จากนั้น เวลา 09.09 น. จัดพิธีบวงสรวง ขึ้น ณ บริเวณด้านหน้าโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ต่อด้วย การแสดงรำบวงสรวง ชุด เทพมารดาประทานพร แสดงโดยนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งเป็นการอัญเชิญเทพมารดาทั้ง 7 องค์ ได้แก่ พระอุมา พระลักษมี พระสุรัสวดี พระสุชาดา พระธรณี พระคงคา และพระโพสพ มาประทานพรชัยและความเป็นสิริมงคลแก่โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงและผู้เข้าร่วมพิธีให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป


 
จากนั้น เป็นพิธีมอบทุนจาก กองทุนนาฏดุริยางคศิลปไทย “มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง” จำนวน 1 ทุน ให้แก่ นางวัชรมณฑ์ อรัณยะนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย(เครื่องสาย) วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เป็นทุนค่ารักษาพยาบาล และมอบทุนค่ารักษาพยาบาลให้แก่นักแสดงอาวุโสที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ จำนวน 4 ทุน ผู้แทน นางน้ำเงิน บุญหนัก, นางกานดา นามแย้มแป้น, ผู้แทน นายชูศักดิ์ สุธีรธรรม และนายคมกฤช ยุตติยงค์ เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลต่อไป


 
“ศาลาเฉลิมกรุง” เป็นโรงมหรสพหลวงพระราชทานแห่งแรกของประเทศไทย ครั้งฉลองพระนครครบ 150 ปี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์กว่า 9 ล้านบาท เป็นทุนในการจัดสร้างโรงภาพยนตร์สำหรับฉายภาพยนตร์เสียงขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เป็นโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัย เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทย เพราะยุคนั้นสื่อบันเทิงที่เฟื่องฟู มากที่สุดคือ “ภาพยนตร์” เพื่อให้พสกนิกรมีความเพลิดเพลินสนุกสนานจากภาพยนตร์และการแสดงอื่นๆ ที่มีขึ้น ณ โรงมหรสพหลวงแห่งนี้ การก่อสร้างอาคารศาลาเฉลิมกรุง เริ่มขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2473 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้หม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร สถาปนิกผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันชั้นนำของประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง และพระราชทานนามเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ออกแบบ และเป็นอนุสรณ์แห่งงานฉลองพระนครครบ 150 ปี นามว่า “ศาลาเฉลิมกรุง” เปิดทำการครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม 2476 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามบริษัทที่ดูแลและบริหารงานศาลาเฉลิมกรุงว่า “สหศีนิมา” จำกัด (The United Cinema Company Limited) อันหมายถึง “มีความแข็งแรงขึ้นร่วมกัน” เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสืบต่อไป

อาคารศาลาเฉลิมกรุงจัดได้ว่าเป็นอาคารที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย เป็นโรงมหรสพแห่งแรกของเมืองไทยที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เป็นศูนย์รวมของผู้เกี่ยวข้องในวงการภาพยนตร์ไทย ตั้งแต่ผู้สร้าง ผู้กำกับ นักแสดง ตัวประกอบ ทีมงานพากย์ นักร้อง นักเขียนโปสเตอร์ และเป็นสถาบันการผลิตบุคลากรทางภาพยนตร์ โขน ละครและนาฏศิลป์ไทย จากนั้นได้ดำเนินกิจการให้ความบันเทิงแก่ประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน


 
เมื่อปี 2568 ในโอกาสโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงครบ 92 ปี วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทำการบูรณะปรับปรุงอาคารตลอดจนปรับภูมิทัศน์โดยรอบ และเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงมีความสง่างาม สมความเป็นโรงมหรสพหลวงแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสถาบันแห่งการแสดงศิลปวัฒนธรรม และเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติที่เปิดดำเนินการมาถึง 93 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชทานการแสดงทางวัฒนธรรมและการแสดงโขนสำหรับนักท่องเที่ยว จัดแสดงอย่างต่อเนื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 19.10 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงแห่งนี้ สร้างความปลาบปลื้มให้แก่ศิลปิน นักร้อง นักแสดง นักดนตรี คณะกรรมการจัดการแสดงต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระราชทานแก่โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงและวงการศิลปวัฒนธรรมทุกแขนงของชาติ


 
ปัจจุบันโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงมีการจัดการแสดงโขน “ชุดหนุมาน” ซึ่งเป็นการแสดงสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้มีโอกาสได้ชื่นชมและสัมผัสความวิจิตรงดงามของ “โขน” นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย โดยมีหนุมานเป็นตัวละครเอกนำเข้าสู่เรื่องราวของรามเกียรติ์ ผ่านการแสดงความยาวรอบละ 25 นาที กำกับการแสดงโดยรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) แสดงโดยนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง เปิดการแสดงอย่างต่อเนื่อง ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ วันละ 3 รอบการแสดง รอบ 13.00 น. รอบ 14.30 น. และรอบ 16.00 น. คนไทยบัตรราคา 100 บาท (เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ชมฟรี!) นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบัตรราคา 400 บาท จำหน่ายบัตรที่ศาลาเฉลิมกรุง

โทร. 0-2224-4499 สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง บัตรราคา 500 บาท ณ จุดจำหน่ายบัตรพระบรมมหาราชวัง และ www.royalgrandpalace.th สามารถนำบัตรมาเข้าชมการแสดงโขนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) จัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารแจกผู้สักการะพระศพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) จัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารแจกผู้สักการะพระศพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) จัดตั้งโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารแจกผู้สักการะพระศพ

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และตั้งรถประกอบอาหาร บริเวณหน้าประตูอนงคลีลา ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบอาหารเมนู “ข้าวเหนียวไก่ทอด” สูตรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และน้ำดื่ม สำหรับมอบให้กับประชาชนที่ถวายสักการะพระศพฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ระหว่างวันที่ 3 – 31 กรกฎาคม 2569 วันละ 2,500 ชุด ตั้งเเต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป สนองพระปณิธาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประธานกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในยามยาก

ทั้งนี้ เมนูข้าวเหนียวไก่ทอด เป็นสูตรอาหารที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงใส่พระทัยในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้ได้อาหารที่สะอาด ถูกสุขอนามัย และมีรสชาติอร่อย รับประทานง่าย โดยมี คุณหญิงจันทนี ธนรักษ์ ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ และกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ,วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย,สายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และผาณิต พูนศิริวงศ์ กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตลอดจนอาสาสมัครจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน, จิตอาสา 904 อาสาสมัครยุวกาชาด สภากาชาดไทย ตลอดจนหน่วยงานภาคเอกชน มาร่วมมอบอาหารพระราชทานแก่ประชาชนด้วย ยังความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนวัตถุดิบในการประกอบอาหารฯสนับสนุนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตลอดการจัดโรงครัวพระราชทาน

  • ข้าวเหนียวหอมมะลิเกรดดี จากทุ่งกุลาร้องไห้ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 4 ตัน
  • ไก่สดจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ วันละ 500 กิโล
  • น้ำมันพืชหยก บ.ล่ำสูง จำนวน 400 ปี๊บ

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงรายฯ เปิดแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” รับเทรนด์ท่องเที่ยวพักยาว–Workation

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.02 น.

โรงแรม The Heritage Chiang Rai Hotel and Convention เปิดตัวแคมเปญ “Stay Longer, Feel Chiang Rai” ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว (Long Stay) และการทำงานจากที่ใดก็ได้ (Workation) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความสะดวกสบาย การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงรายเข้าไว้ด้วยกัน

เชียงรายถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติอันงดงาม วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และค่าครองชีพที่เหมาะสม ทำให้เป็นเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทาง ผู้เกษียณอายุ และกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่

ภายใต้แคมเปญดังกล่าว โรงแรมนำเสนอห้องพักดีลักซ์พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ในราคาพิเศษสำหรับการเข้าพักระยะยาว ได้แก่ พัก 7 คืน ราคา 12,600 บาท พัก 14 คืน ราคา 24,500 บาท และพัก 30 คืน ราคา 51,000 บาท

ผู้เข้าพักยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ ส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และส่วนลดบริการซักรีด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่วางแผนพำนักต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นวัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น สิงห์ปาร์ค เชียงราย และชุมชนท้องถิ่นที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ โรงแรมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการค้นพบวิถีชีวิตและประสบการณ์ใหม่ในภาคเหนือของประเทศไทย

โปรโมชั่น “Stay Longer, Feel Chiang Rai” เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงแรมกำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองห้องพัก โทร. 052 055 888

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : การจัดการสุขภาพกายใจในบรรยากาศการทำงานที่เป็นพิษ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : การจัดการสุขภาพกายใจในบรรยากาศการทำงานที่เป็นพิษ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : การจัดการสุขภาพกายใจในบรรยากาศการทำงานที่เป็นพิษ

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.56 น.

ในชีวิตการทำงาน เชื่อว่าทุกท่านก็ต้องประสบปัญหาทั้งเรื่องงานและเรื่องคน สัปดาห์นี้เลยขอเล่าถึงปัญหาที่อาจมีสาเหตุมาจากองค์กร หรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะทางจิตใจและอารมณ์ เช่น โรควิตกกังวลจากการทำงาน เริ่มมีอาการกลัวหรือเบื่อการไปทำงาน ใจสั่นทุกครั้งที่เห็นชื่อเพื่อนร่วมงานคนนั้นทักไลน์หรืออีเมลมา หรือรู้สึกผวาเมื่อต้องเข้าห้องประชุม ภาวะหมดไฟและซึมเศร้า ความเป็นพิษที่สะสมจะค่อยๆ กัดกินความมั่นใจในตัวเอง จนรู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถ หมดพลัง ไม่อยากตื่นมาทำงาน และอาจดิ่งจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด ภาวะเครียดเฉียบพลันหรือสะสม อารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิดกลับไปบ้าน และไม่มีความสุขกับชีวิตส่วนตัว 

นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อภาวะทางร่างกาย อาทิ โรคนอนไม่หลับ สมองรีเพลย์ถึงเหตุการณ์  คำพูดร้ายๆ หรือเหตุการณ์แย่ๆ ในที่ทำงานซ้ำไปซ้ำมาในตอนกลางคืน ทำให้นอนหลับยากหรือตื่นกลางดึกแล้วนอนต่อไม่ได้ ออฟฟิศซินโดรมและปวดหัวเรื้อรัง ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อบ่า ไหล่ และขมับเกร็งตัวตลอดเวลา นำไปสู่โรคไมเกรนหรือปวดหัวจากความเครียด ระบบย่อยอาหารพัง เครียดลงกระเพาะ กรดไหลย้อนกำเริบ หรือลำไส้แปรปรวน ทานอะไรไม่ลงในวันที่มีประชุมร่วมกับคนที่เป็นพิษ  

หลายคนเมื่อเครียด นอนไม่หลับ หรือเริ่มรู้สึกซึมเศร้าไม่อยากทำอะไรเลย ก็ไปหาซื้อยาบรรเทาอาการเหล่านั้นจากร้านยามากินตามอาการได้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ไม่ใช่ยาที่ซื้อทานเองได้ ซึ่งยาในกลุ่มนี้ เป็นยาที่เข้าไปปรับสารสื่อประสาทในสมองให้กลับมาสมดุล การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและสั่งจ่ายโดยแพทย์ ดังนั้นหากคุณผู้อ่านเริ่มรู้สึกว่าความสตรองที่มีมันรับไม่ไหวแล้ว อาการเครียดเริ่มกระทบกับประสิทธิภาพงานเช่น สมาธิสั้นลง ทำงานผิดพลาดบ่อย หรือกระทบกับความสัมพันธ์รอบตัว การพบจิตแพทย์เพื่อประเมินและใช้ยาควบคู่ไปด้วย จะช่วยประคองให้คุณผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ โดยยาที่มักใช้ ได้แก่  กลุ่มยาต้านเศร้า ตัวเลือกหลักมักเป็นยาในกลุ่มที่ช่วยปรับสารสื่อประสาทในสมอง ช่วยลดความไวต่อสิ่งเร้าที่เป็นพิษรอบตัว ทำให้เรานิ่งขึ้น อารมณ์มั่นคงขึ้น และลดอาการดิ่ง โดยยาในกลุ่มนี้ไม่ได้กินปุ๊บหายปั๊บ ต้องกินต่อเนื่องอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์จึงจะเริ่มเห็นผลการรักษาที่ชัดเจน หรือแพทย์อาจสั่งจ่าย กลุ่มยาคลายกังวลและยานอนหลับ ออกฤทธิ์ช่วยคลายสมองที่กำลังคิดวนเวียน ลดความตื่นตระหนก และช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายเพื่อให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ยานี้มักใช้ในระยะสั้น เนื่องจากมีโอกาสดื้อยาหากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน  

ในกรณีที่มีอาการปวดหัว ไม่ว่าโรคไมเกรน หรือปวดหัวจากความเครียด ซึ่งมีวิธีแยกแยะประเภทอาการปวดหัวเพื่อการใช้ยาที่เหมาะสม โดยพิจารณาได้จากลักษณะการปวด ปวดหัวจากความเครียด จะปวดตื้อๆ มึนๆ เหมือนมีสายรัดรอบศีรษะหรือขมับ สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อบ่า ไหล่ ขมับที่เกร็งตัว ขณะที่โรคไมเกรน  จะปวดตุ้บๆ ตามจังหวะชีพจร มักปวดข้างเดียว มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมกับไวต่อแสงจ้า เสียงดัง หรือกลิ่นฉุน บางรายอาจเห็นแสงระยิบระยับเตือนก่อนปวด แต่ไม่ว่าจะปวดหัวแบบใด เราควรใช้พาราเซตามอลก่อนเพื่อบรรเทาอาการขั้นแรก เพราะมีความปลอดภัยสูง หากพาราเซตามอลไม่ได้ผล หรือปวดรุนแรงปานกลางถึงมาก แล้วค่อยขยับไปกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ที่เรียกว่า NSAIDs (เช่น Ibuprofen, Naproxen) โดยต้องทานหลังอาหารทันทีเพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะ สำหรับกรณีไมเกรนยังมีเทคนิคทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้นโดย รีบทานยาแก้ปวดทันทีที่เริ่มปวดหรือมีสัญญาณเตือน จะระงับอาการได้ดีที่สุด และนอนพักในห้องที่มืด เงียบ และเย็น เพื่อลดความไวต่อสิ่งเร้าของสมอง เลี่ยงปัจจัยที่ทำให้กำเริบ เช่น แสงจ้า เสียงดัง ความเครียด และการนอนดึก หากปวดรุนแรงและบ่อย (เกิน 2-3 ครั้งต่อเดือน) ควรพบแพทย์เพื่อรับยาป้องกันโรค ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดทานเองติดต่อกันเป็นเวลานาน 

อย่างไรก็ตาม ยาก็เป็นเพียงตัวช่วย เราคงไม่อยากทำงานจนป่วย แล้วเอาเงินที่ได้จากการทำงานมารักษาตัวจากโรคที่ได้จากการทำงาน ดังนั้น ในการทำงานเราคงต้องปรับตัว รู้เห็นตามความเป็นจริง ยอมรับว่ามนุษย์มความต่างพัฒนาตนทำให้เราแข็งแกร่งมากพอที่จะอยู่ต่อในที่ทำงานที่มีแต่ปัญหาได้ ต้องไม่ไปใส่อารมณ์ เติมเชื้อไฟ คุยกันเฉพาะเรื่องงานไม่ทะเลาะโต้เถียงกันในเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงจำกัดการทำงานเฉพาะในเวลางาน ไม่เอางานมาทำในเวลาพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้มีเวลารีเซ็ต ให้พร้อมรับแรงกระแทกจากหน้าที่การงานในอนาคต 

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ 
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ไอ.ซี.ซี. น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป พระองค์ภา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

ไอ.ซี.ซี. น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป พระองค์ภา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

ไอ.ซี.ซี. น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป พระองค์ภา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.27 น.

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยผู้แทนพนักงาน เข้าถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ขอน้อมนำพระปณิธานอันทรงคุณค่าเป็นแนวทางในการดำเนินงาน และมุ่งมั่นสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคมสืบไป

คุณแหน : 6 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 6 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 6 กรกฎาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

๐๐พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ถวายแด่ พระเทพวัชรญาณวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง และพระราชบัณฑิตวัชรดิลก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร  6 ก.ค.14.00 น. พระอุโบสถวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ..๐๐

๐๐ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ศ.กิตติคุณอรุณ ชัยเสรี  5-7 ก.ค.18.00 น. ศาลาสารัชถ์ -นลินี รัตนาวะดี วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน  และสวดพระอภิธรรมถึง 10 ก.ค.แล้วบรรจุ  เจ้าภาพของดรับพวงหรีด ..๐๐

๐๐ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร เป็นประธานในพิธีลงนาม MOU การขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน และการบริหารจัดการเสริมสร้างความปลอดภัยการใช้รถรับ-ส่งนักเรียน จ.พิจิตร..๐๐

๐๐พิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวง ดีอี ร่วมหารือกับ ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน ชี้แจงนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล..๐๐

๐๐ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ. สนง.ส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) และ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) ได้ร่วมกันลงนาม MOU การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกด้วยอุตสาหกรรมไมซ์ นำร่อง 3 โครงการใหญ่ หนุนดึงเม็ดเงินสู่พื้นที่ EEC ควบคู่การชูสินค้ามาตรฐาน EEC Select เพื่อกระจายรายได้ สู่ท้องถิ่นยั่งยืน..๐๐

๐๐รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการโครงการอาหารไทย หัวใจดี มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ โดยมี รศ.ดร.พัชราณี ภวัตกุล, ภญ.วีรวรรณ เรืองนิวัติศัย, รศ.ดร.พร้อมลักษณ์ สรรพ่อค้า, ผศ. ดร.สุวัฒน์ ศรีสรฉัตร์, ผศ.ดวงใจ มาลัย, สุจินตนา ชลวิจารณ์, นัยนา สุรีชัยนิรันดร์, ดร.เพ็ญศรี ทรรศนะวิเทศ, สมศรี เตชะวรกุล ร่วมด้วย..๐๐

๐๐ ยินดีกับ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอ บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์  ที่ได้รางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026 สาขาการเงิน จัดโดย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ นิตยสาร BUSINESS+..๐๐

๐๐ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล แต่งตั้ง ณรงค์เวทย์ วจนพานิช, ปิยะชาติ อิศรภักดี, ชนิต สุวรรณพรินทร์, ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์, ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย, ธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์, ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์, ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร, ผศ.(พิเศษ)ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล, วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล, จิระวดี คุณทรัพย์, ศรีอำไพ รัตนมยูร, นงชนก สถานานนท์, เอกราช นิโรจน์, ภัทรพงศ์ กาฬภักดี, สุริยันต์ โคจรโรจน์, พงษ์พันธุ์ สายวาณิชย์ เป็นกรรมการอำนวยการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย..๐๐

๐๐อนุโมทนาบุญกับ อนุกูล เย็นใจ และเพื่อนๆที่ร่วมบริจาคเงินช่วยการศึกษาของเด็กพิการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐เลิศรัตน์ รตะนานุกูล วันเกิดปีนี้ได้ใส่บาตรยามเช้าก่อนออกไปทำงานตามปกติ..๐๐

๐๐คณะแพทย์ศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ร่วมเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไปของ ศ.เกียรติคุณ ดร.ไมตรี สุทธิจิตต์ อดีตหัวหน้าภาควิชาชีวเคมี คณะแพทย์ศาสตร์ ม.เชียงใหม่..๐๐

น้องใหม่ 

ฮือฮาทั้งโซเชียล หนิง ปณิตา ประกาศเปลี่ยนชื่อใหม่ ลั่นจากนี้ห้ามเรียกชื่อเดิม

ฮือฮาทั้งโซเชียล หนิง ปณิตา ประกาศเปลี่ยนชื่อใหม่ ลั่นจากนี้ห้ามเรียกชื่อเดิม

ฮือฮาทั้งโซเชียล หนิง ปณิตา ประกาศเปลี่ยนชื่อใหม่ ลั่นจากนี้ห้ามเรียกชื่อเดิม

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

สร้างความฮือฮาให้กับแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการบันเทิงไม่น้อย เมื่อ “หนิง ปณิตา” ออกมาประกาศกลางไลฟ์สดว่า จากนี้ขอเปลี่ยนชื่อใหม่ พร้อมขอให้ทุกคนเลิกเรียกชื่อเดิมว่า “หนิง” และเปลี่ยนมาเรียกว่า “ปณิ” (อ่านว่า ปะ-นิ) แทน

โดยระหว่างการไลฟ์สดพูดคุยกับ ดีเจมะตูม เจ้าตัวได้เปิดเผยถึงสาเหตุของการเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้ว่า เป็นเพราะได้รับคำแนะนำจากหมอดูที่นับถือ ซึ่งทักว่าหากเปลี่ยนชื่อจะช่วยเสริมดวง เสริมโชคลาภ และเปิดรับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ชื่อ “ปณิ” ยังมีตัวอักษรเพียง 2 ตัว ซึ่งตรงตามหลักที่ได้รับคำแนะนำ อีกทั้งยังมีความหมายที่ดี โดยหมายถึง “ความมุ่งมั่น” ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจใช้ชื่อนี้เพื่อเป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่และแก้เคล็ดตามความเชื่อ

ด้านดีเจมะตูมก็อดแซวไม่ได้ว่า ชื่อใหม่ฟังดูแปลกและยังไม่คุ้นหู ทำเอาบรรยากาศในการไลฟ์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่หนิงยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า นับจากนี้อยากให้ทุกคนเรียกเธอว่า “ปณิ” เท่านั้น

หลังจากประกาศดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ และชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมอวยพรให้การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้นำพาแต่สิ่งดีๆ ความสำเร็จ และความโชคดีเข้ามาในชีวิตของเธอตามความตั้งใจ

T&B Media Global นำผลงานแอนิเมชันโชว์ในเวทีระดับนานาชาติ

T&B Media Global นำผลงานแอนิเมชันโชว์ในเวทีระดับนานาชาติ

T&B Media Global นำผลงานแอนิเมชันโชว์ในเวทีระดับนานาชาติ

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.33 น.

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ บริษัท T&B Media Global  (Thailand) ที่ได้นำแอนิเมชันชั้นนำอย่าง Out  Of  the Nest   องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ เข้าร่วมงาน Licensing Expo Shanghai (LEC) 2026  ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจด้าน IP ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย  เป็นการรวมตัวของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 บริษัท  และยังมีผู้ซื้อลิขสิทธิ์ที่จะนำไปต่อยอดสินค้าและบริการอีกมากมาย  โดยจัดขึ้นที่  ศูนย์แสดงสินค้า     National    Exhibition  and  Convention  Center   (NECC)  ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 15-17 กรกฎาคม ศกนี้

และนอกจากจะจัดบูธแบบอลังการเพื่อธุรกิจ และพันธมิตรที่เข้ามาในเชิงธุรกิจแล้ว คุณวุฒิกร เส้า  ประธานบริหารสายงานด้านพัฒนาธุรกิจและคอนเทนต์  (Group CBDCO) T&B Media Global  (Thailand)  ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรรับเชิญ ในงาน  China Licensing Conference 2026  (CLC)  ครั้งนี้เช่นกัน  โดยจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองด้านการพัฒนา  IP แอนิเมชัน การสร้างแบรนด์คอนเทนต์   และ การขยายผลงานสร้างสรรค์สู่ตลาดโลก บนเวทีอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ระดับนานาชาติ ที่รวบรวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาไว้ที่งานนี้ ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569  ซึ่งจัดขึ้นร่วมกันโดย Global Licensing   Exhibition  Shanghai  (LEC)   และ   Licensing International  ซึ่งจะจัดขึ้น ณ Shanghai   Hongqiao   Airport Shangri-La,  Shanghai,  China

#TandBMediaGlobal
#LicensingExpoChina2026

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น แท็กทีมครอบครัวเที่ยว สลัดลุคอวดหุ่นแซ่บในชุดบิกินีตัวจิ๋ว

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น แท็กทีมครอบครัวเที่ยว สลัดลุคอวดหุ่นแซ่บในชุดบิกินีตัวจิ๋ว

เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น แท็กทีมครอบครัวเที่ยว สลัดลุคอวดหุ่นแซ่บในชุดบิกินีตัวจิ๋ว

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.04 น.

เรียกได้ว่าทำเอาแฟนคลับกดไลก์กันจนนิ้วล็อก เมื่อนักร้องลูกทุ่งสาวและพิธีกรชื่อดัง “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” (รัชนก สุวรรณเกตุ) ได้โพสต์ภาพทริปพักผ่อนสุดอบอุ่นร่วมกับครอบครัว ทั้งสามีหนุ่ม “ยิว ฉัตรมงคล” พร้อมด้วยลูกสาว “น้องยูจิน และ น้องจาญ่า เดินทางไปรับลมร้อนและดื่มด่ำกับธรรมชาติที่ เขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยจากภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัว เจนนี่ได้เช็กอินพร้อมระบุแคปชันว่า “เขื่อนสวยมากกกกก “ พร้อมกับเผยโมเมนต์ครอบครัวสุดน่ารักขณะนั่งเรือหางยาวชมวิวทิวทัศน์ภูเขาหินปูนและน้ำสีเขียวมรกตอันเป็นเอกลักษณ์ของกุ้ยหลินเมืองไทย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ปั้นมือเป็นรูปหัวใจส่งต่อความหวานให้แฟนๆ ได้ยิ้มตามแต่ที่ทำเอาเขื่อนเชี่ยวหลานต้องไฟลุกระอุ เห็นจะเป็นภาพเซตเดี่ยวของคุณแม่เจนนี่ในชุดบิกินีทูพีซสีเขียวพาสเทลตัวจิ๋ว เผยให้เห็นหุ่นสุดแซ่บ หน้าท้องแบนราบ และความเซ็กซี่เกินต้าน ชนิดที่ว่าแม้จะเป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว แต่ความเป๊ะปังของรูปร่างไม่มีแผ่วเลยจริงๆ งานนี้ทำเอาแฟนๆ และชาวเน็ตแห่เข้ามากดไลก์ทะลุเกือบแสนครั้ง พร้อมคอมเมนต์ชมความสวยและความน่ารักของครอบครัวนี้กันอย่างล้นหลาม!

แม่จูน กษมา ควักกระเป๋า 1 ล้าน สมทบทุน มูลนิธิไทยนาคา เคียงข้าง เปิ้ล นาคร ลุยงานจิตอาสา

แม่จูน กษมา ควักกระเป๋า 1 ล้าน สมทบทุน มูลนิธิไทยนาคา เคียงข้าง เปิ้ล นาคร ลุยงานจิตอาสา

แม่จูน กษมา ควักกระเป๋า 1 ล้าน สมทบทุน มูลนิธิไทยนาคา เคียงข้าง เปิ้ล นาคร ลุยงานจิตอาสา

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

สืบเนื่องจากเรื่องราวสุดประทับใจที่นักแสดงและพิธีกรรุ่นใหญ่ “เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย” พร้อมด้วยภรรยา “จูน-กษมา ศิลาชัย” ได้ร่วมเดินทางไปทำหน้าที่เป็นจิตอาสากับ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยากสภากาชาดไทย ลงครัวปรุงอาหารและแจกจ่ายกล่องข้าวให้แก่ประชาชนในพระราชพิธีบำเพ็ญพระกุศล พระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ล่าสุด ความใจบุญของครอบครัวนี้ยังคงหลั่งไหลมาไม่หยุด เมื่อ “เปิ้ล นาคร” ได้เผยเรื่องราวชวนอิ่มใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (ple_nakorn) ประกาศว่า “แม่จูน กษมา” ได้มอบเงินส่วนตัวจำนวนสูงถึง 1,000,000 บาท (1 ล้านบาท) เพื่อเป็นทุนเริ่มต้นให้กับ “มูลนิธิไทยนาคา”ในการนำไปใช้ขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณกุศลช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยากต่อไป

โดยเปิ้ลได้ระบุแคปชันเปิดเผยความรู้สึกและคำพูดของภรรยาสุดที่รักเอาไว้ว่า“แม่จูนบอกว่า เขาให้เรามาเราต้องคืนเขากลับไป ขอบคุณลูกค้าทุกคนของครอบครัวเรา….ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ….”เรียกได้ว่าเป็นการส่งต่อสิ่งดี ๆ คืนสู่สังคมอย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากภาพความทุ่มเทในการยืนหน้าเตาผัดอาหารกระทะยักษ์ และการเดินยกอ่างอาหารด้วยรอยยิ้มเพื่อบริการประชาชนอย่างไม่ถือตัวแล้ว การร่วมสมทบทุนครั้งใหญ่ในนาม #มูลนิธิไทยนาคา ครั้งนี้ ยิ่งทำให้แฟน ๆ และชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาร่วมอนุโมทนาสาธุและยกย่องหัวใจที่เปี่ยมด้วยการให้ของครอบครัวศิลาชัยกันอย่างล้นหลาม