กองทัพเรือ จัดพิธีถวายความอาลัย สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่วังนันทอุทยาน

กองทัพเรือ จัดพิธีถวายความอาลัย สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่วังนันทอุทยาน

กองทัพเรือ จัดพิธีถวายความอาลัย สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่วังนันทอุทยาน

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.44 น.

กองทัพเรือ จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย นางอารียา เฟื่องจันทร์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานในพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมภริยา ตลอดจนหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ร่วมในพิธีฯ ณ บริเวณหน้าอาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน กรุงเทพมหานคร

ต่อมา ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมพิธีลงนามถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี ผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมภริยา ตลอดจนหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ร่วมในพิธีฯ ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน

ธอส.ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป-ลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ธอส.ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป-ลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ธอส.ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป-ลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.26 น.

ธอส.ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

15 มิถุนายน 2569 ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำคณะผู้บริหารธนาคาร เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าลงนามถวายอาลัยเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (ประมวลภาพ)

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าลงนามถวายอาลัยเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (ประมวลภาพ)

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าลงนามถวายอาลัยเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.10 น.

ประชาชนทุกหมู่เหล่าถวายสักการะลงนามแสดงความอาลัย “พระองค์ภา” 

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี 
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. เป็นวันที่ 2 โดยในวันนี้ ได้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐจากกระทรวงต่างๆ ภาคเอกชน มูลนิธิ คณะครูและนักเรียน ประชาชนทุกหมูเหล่าต่างพร้อมใจกันแต่กายด้วยสุภาพไว้ทุกข์สีดำเดินทางมาแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่น  อาทิ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา, คณะพระสหายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมสมาชิกพรรค, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมข้าราชการการเมืองและคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ, นายสนธยา เฟื่องนาค ผู้จัดการสาขาพระบรมมหาราชวัง เครือข่ายสาขา ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), 

นายวุฒา ภิรมย์ภักดี ประธานบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและครอบครัว, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายสนั่น อังอุบลกุล กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ปาะจำประเทศไทย, กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 และกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1, ผู้สื่อข่าวและช่างภาพ ข่าวในพระราชสำนัก สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ, มูลนิธิกุมารโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าที่ท่านผู้หญิงในพระอุปถัมภ์พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัทรกิติยาภา, สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากรมแพทย์ทหารบก, กรมแพทย์ทหารบก, บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด และนิวเดย์ เลิร์นนิ่ง สหคลินิก, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พร้อมคณะผู้บริหาร, อธิบดีกรมสรรพากร พร้อมคณะ, นางเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการอาวุโส กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์, นายสาริศ รัตนาวะดี ผู้บริหาร บริษัทกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน),  นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม, โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมสมาชิกพรรค เป็นต้น

นายธรรมนัส กล่าวว่า ในช่วงที่ตนดำรงหน้าที่ มนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรกร และช่วงที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เธอได้มีโอกาสสานงานโครงการต่างๆตามพระประสงค์ของพระองค์ท่านหลายโครงการที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชน อีกทั้งโครงการมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในพื้นที่ที่เกิดเหตุอุทกภัยหรือภัยพิบัติต่างๆ กระทรวงเกษตรฯก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)และกองงานส่วนพระองค์มาโดยตลอดในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติ ร่วมถึงการแก้ปัญหาในเรื่องต่างๆของพี่น้องประชาชน วันนี้จึงได้เชิญชวนพี่ๆน้องๆสมาชิกพรรค มาแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่าน ก็รู้สึกเศร้าใจอย่างมากทีสูญเสียพระองค์ท่านไป

ด่วน! มท.ออกคำสั่งฟ้าผ่า ย้าย 5 รองผู้ว่าฯ รวม 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ต

ด่วน! มท.ออกคำสั่งฟ้าผ่า ย้าย 5 รองผู้ว่าฯ รวม 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ต

ด่วน! มท.ออกคำสั่งฟ้าผ่า ย้าย 5 รองผู้ว่าฯ รวม 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ต

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.37 น.

15 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด กระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ตามคำสั่งตามคำสั่งที่ 1483/2569 ลงวันที่ 15 มิ.ย.69 ย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น (ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด) จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย

1.นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

2.นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช

3.ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

4.นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

5.นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยกำหนดให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ตามคำสั่งในวันที่ 16 มิ.ย.

เปิดประวัติ ‘รองผู้ว่าฯ กุ้ง’ จากนายอำเภอฝีมือดี สู่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต

เปิดประวัติ 'รองผู้ว่าฯ กุ้ง' จากนายอำเภอฝีมือดี สู่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต

เปิดประวัติ ‘รองผู้ว่าฯ กุ้ง’ จากนายอำเภอฝีมือดี สู่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.30 น.

กรณีการประชุมมอบนโยบายเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หยิบยกประเด็นข้อครหาจากสื่อสังคมออนไลน์ขึ้นมาตรวจสอบกลางวงประชุม โดยมีการพาดพิงถึง “รองฯ ซีฟู้ด” หรือ “รองผู้ว่าฯ กุ้ง” เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องการอวดอ้างบารมีเพื่อโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รวมถึงประเด็นที่มีการกล่าวหาว่าคนสนิทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหลังสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องสั่งเตรียมตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะที่เจ้าตัวได้ขออนุญาตส่งเอกสารชี้แจงรายละเอียดต่อนายกรัฐมนตรีเนื่องจากมีข้อมูลพาดพิงถึงบุคคลหลายฝ่าย จากประเด็นร้อนนี้เอง ทำให้ชื่อของ นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กลายเป็นจุดสนใจของสังคมอย่างมากในขณะนี้

ก่อนที่ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะปรากฏชัดเจน บทความนี้จะพาย้อนไปทำความรู้จักกับประวัติและเส้นทางชีวิตราชการของ “รองผู้ว่าฯ กุ้ง” ขุนพลนักปกครองผู้คลุกคลีและผ่านประสบการณ์การบริหารจัดการในพื้นที่ชายฝั่งและเมืองท่องเที่ยวระดับโลกของภาคใต้มาอย่างโชกโชน
 

ภูมิลำเนาและจุดเริ่มต้น

นายธีระพงศ์ เป็นชาวตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกำเนิด เติบโตและสั่งสมประสบการณ์ในสายงานปกครองมาอย่างต่อเนื่อง ในการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีความท้าทายสูง ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
 

ผลงานโดดเด่นบนเส้นทางนักปกครอง

ตลอดระยะเวลาการรับราชการ ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์และผลงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ยุทธศาสตร์ของภาคใต้ ได้แก่:

  • นายอำเภอเกาะสมุย (จ.สุราษฎร์ธานี): เป็นผู้นำในการบริหารจัดการวิกฤตการณ์โควิด-19 ในพื้นที่เกาะท่องเที่ยวระดับโลก โดยมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย จนสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจและดึงนักท่องเที่ยวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
  • นายอำเภอปากพนัง (จ.นครศรีธรรมราช): ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง โดยดำเนินมาตรการปราบปรามขั้นเด็ดขาด สั่งรื้อถอนเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย (ไซตัวหนอน) จำนวนกว่า 155 ชุด
  • นายอำเภอกะทู้ (จ.ภูเก็ต): รับผิดชอบพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างหาดป่าตอง เป็นผู้ดำเนินการจัดเวทีประชาพิจารณ์และวางมาตรการรองรับการขยายเวลาเปิดสถานบริการถึง 04.00 น. โดยบูรณาการทั้งการจัดโซนนิ่ง การตรวจบัตรประชาชน และการใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
  • ปลัดจังหวัดภูเก็ต: (เข้ารับตำแหน่ง พฤศจิกายน 2567) ผลักดันการบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน เช่น โครงการจัดการขยะอาหาร (Food Waste) เพื่อลดภาวะโลกร้อน รวมถึงเป็นประธานเร่งรัดมาตรการยุติปัญหาเอดส์ระดับจังหวัด
     

ก้าวสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ในช่วงปลายปี 2568 กระทรวงมหาดไทยจึงมีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ให้นายธีระพงศ์ ช่วยชู เลื่อนขั้นขึ้นดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายธีระพงศ์ พร้อมด้วย นางวาสนา ช่วยชู (รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต) ได้เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลากลางจังหวัดภูเก็ต และเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อภารกิจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข และยกระดับการบริหารจัดการเมืองท่องเที่ยวที่เป็นศูนย์กลางของฝั่งอันดามันต่อไป


ขอบคุณรูปภาพจาก TikTok prd.phuket

พริษฐ์ จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย

พริษฐ์ จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย

พริษฐ์ จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.23 น.

“พริษฐ์”จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด”ช่วยน้ำเงินด้วย” ทวงถามความคืบหน้าตั้งกรรมการสอบ”อธิบดีกรมการปกครอง” ซัดทำงานล่าช้าสวนทางนโยบาย”สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน”

15 มิถุนายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า หลังจากที่วันนี้นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปมอบนโยบายสำคัญให้กับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมถึง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าร่วมประชุมด้วย แต่จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 18 วันแล้วตั้งแต่ข้อความแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ปรากฏต่อสาธารณชน และผ่านพ้นมา 11 วันนับตั้งแต่ตนได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสภาผู้แทนราษฎร แต่สังคมกลับยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนถึงความคืบหน้าในกรณีดังกล่าวเลย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้นายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในประเด็นนี้เพียงสั้นๆ ว่าทุกอย่างยังคงเป็นไปตามขั้นตอน ตนจึงขอตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาเพื่อทวงถามความชัดเจนถึงรายละเอียดของ “ขั้นตอน” ดังกล่าว จำนวน 5 ข้อ ดังนี้

1. ตกลงท่าน (ในฐานะ รมว.มหาดไทย) หรือปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิบดีกรมการปกครองแล้วหรือยัง?

2. หากยังไม่ตั้ง ทำไมถึงยังไม่ตั้ง? และจะตั้งได้เมื่อใด?

3. นับถึงวันนี้ ทางกระทรวงได้มีดำเนินการสอบหรือ “พิสูจน์ด้วยวิธีวิทยาศาสตร์” ตามที่ รมช.มหาดไทย ตอบตนในกระทู้สดเมื่อ 11 วันก่อนแล้วหรือยัง และอย่างไรบ้าง?

4. เมื่อตั้งแล้ว ท่านจะวางกรอบให้คณะกรรมการสอบสวนเสร็จเมื่อใด? คณะกรรมการจะมีใครบ้าง? และจะวางหลักเกณฑ์การทำงานอย่างไรให้สังคมมั่นใจได้ว่าจะมีความโปร่งใสและเป็นอิสระ โดยไม่เป็นการปล่อยให้สีน้ำเงินตรวจสอบและช่วยเหลือกันเอง?

5. ความล่าช้าที่เกิดขึ้นในกระบวนการทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของนายกฯ เรื่อง “สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน” หรือไม่?

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.08 น.

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้ ฝาก กทม.-กกต.ประชาสัมพันธ์หน่วยเลือกตั้งใหม่ หวั่นคนมาเลือกน้อย 

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่ากังวลว่าคนจะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.น้อย เพราะผู้ว่าฯ กทม. ต้องประสานกับหลายหน่วยงาน ฉะนั้นจึงต้องเอาฉันทามติของประชาชนไปอ้างอิง หากมีประชาชนมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก เมื่อไปคุยกับรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นที่จะทำเพื่อประชาชน เช่น การแก้ปัญหา PM 2.5 หากมีฐานเสียงประชาชนเป็นล้าน ๆ คน  จะทำให้เรามีพลัง ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.ท่านใดก็ตาม

“ประชาชนจะเลือกใครก็ได้ คนที่ไว้ใจคิดว่าจะทำงานได้ แต่ขอให้ออกมาแสดงพลัง เพราะในระบอบประชาธิปไตยวันเลือกตั้งสำคัญ เป็นวันที่เรามีตัวตนมากที่สุด หากเราไม่ออกมาใช้สิทธิ์ เสียงเราก็จะหายไปเลย ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ เพราะไม่มีเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีเลือกตั้งนอกเขต และไม่มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ขอให้มาแต่เช้า เผื่อฝนตก ช่วงนี้อาจจะมีพายุเข้าเพราะตอนนี้มีพายุเข้าทางเวียดนามตอนเหนือ ขอให้ออกมาก่อนแล้วไปเที่ยวเล่น เย็น ๆ ค่อยมาฟังนับคะแนนกัน” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามว่าบางเขต หน่วยเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลงยกตัวอย่างเขตพญาไทที่ผู้สมัคร ส.ก.ร้องว่ามีการจัดหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ลึกเข้าไป ทำให้ผู้สูงวัยอาจจะเดินทางไม่สะดวกและไปใช้สิทธิไม่ได้ นายชัชชาติ กล่าวว่า อยู่นอกเหนืออำนาจของเรา เพราะเราเป็นประชาชนคนธรรมดา ใครมีปัญหาก็ช่วยกันส่งเสียงมาจะได้ประชาสัมพันธ์กันในหน่วยเลือกตั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง หน่วยเลือกตั้งของตนเองก็อาจจะเปลี่ยนแต่ยังไม่ได้ตรวจดู ฝากกรุงเทพมหานครและ กกต. ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน อย่าให้มีปัญหาเรื่องจราจรเหมือนการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา

”ในฐานะประชาชนคนธรรมดา ขอฝาก กกต.ให้ช่วยชี้แจงเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน เพราะความสำเร็จของ กกต.ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาเลือกตั้งและความโปร่งใสในการเลือกตั้ง จะได้สร้างผลงานให้ประชาชนจำได้“ นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

‘อนุทิน’ จ๊ะเอ๋ ‘ตัวเงินตัวทอง’ กลางทำเนียบ บอก ‘โชคดีแล้ววันนี้’

'อนุทิน' จ๊ะเอ๋ 'ตัวเงินตัวทอง' กลางทำเนียบ บอก 'โชคดีแล้ววันนี้'

‘อนุทิน’ จ๊ะเอ๋ ‘ตัวเงินตัวทอง’ กลางทำเนียบ บอก ‘โชคดีแล้ววันนี้’

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.02 น.

เมื่อเวลา 16.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินเท้ากลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างทางได้เจอกับตัวเงินตัวทอง ขึ้นมาอยู่ในจุดที่นายกรัฐมนตรีเดินผ่าน ก่อนที่ตัวเงินตัวทองกระโดดลงน้ำ  โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวทันทีว่า  อุ้ย โชคดีแล้ววันนี้ 

เมื่อถามว่านายกฯมองว่าเป็นการโชคดีใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าโชคดี สิ ถ้าเจอตัวพวกนี้เขาว่าโชคดี

ชัชชาติ เคลียร์ชัดไม่เคยชี้นำให้เลือก นวรัตน์ ให้ปชช.ตัดสินใจเอง เมินโพลคะแนนนำ

ชัชชาติ เคลียร์ชัดไม่เคยชี้นำให้เลือก นวรัตน์ ให้ปชช.ตัดสินใจเอง เมินโพลคะแนนนำ

ชัชชาติ เคลียร์ชัดไม่เคยชี้นำให้เลือก นวรัตน์ ให้ปชช.ตัดสินใจเอง เมินโพลคะแนนนำ

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

ชัชชาติ เคลียร์ชัดไม่เคยชี้นำให้เลือก นวรัตน์ ให้ปชช.ตัดสินใจ เลือกไม่เลือกตามสบาย เมินโพลคะแนนนำ ลุยเสนอนโยบาย ย้ำพร้อมทำงานกับทุกคน

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงในช่วงโค้งท้าย ที่ผลสำรวจความนิยมยังนำอยู่ว่า ตนบอกทีมงานอย่าไปสนใจโพลมาก อะไรก็เกิดขึ้นได้ใน 2 สัปดาห์นี้ ทำให้ดีที่สุด ให้เกียรติประชาชน เพราะสุดท้ายแล้วประชาชนเป็นคนตัดสินใจ อย่าไปสนใจ ขอให้ตั้งใจว่าจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ ตลอดเวลาลงพื้นที่หาเสียงก็มีนโยบายใหม่ๆ จาก 251 นโยบาย ขณะนี้เพิ่มเป็น 260 นโยบายแล้ว เพราะทุกครั้งที่ลงพื้นที่ก็มีแนวคิดใหม่ มาช่วยกันคิดทุกเย็นว่าจะมีนโยบายอะไรที่จะตอบโจทย์พี่น้องประชาชนมากขึ้น

ส่วนกรณีที่พบกับนายนวรัตน์ อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองแขม ในฐานะอดีต ส.ก.หนองแขม 7 สมัยนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า เราลงพื้นที่เจออดีต ส.ก.อยู่แล้ว คุ้นเคยกัน ตนเองก็บอกว่า ส.ก.ทำงานในพื้นที่มานานคนรู้จักเยอะ เลือกไม่เลือกก็ตามสบาย เพราะท่านมีโจทก์เยอะอยู่แล้ว เราไม่ได้บอกให้เลือกท่าน ก็แล้วแต่ เพราะทุกคนก็รู้จักท่านอยู่ เจอกันก็ทักทายกันถามปัญหาพี่น้องประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้บอกให้เลือกท่าน บอกว่าทุกคนรู้จัก รู้มือ รู้ผลงานอยู่แล้ว ใครชอบก็เลือก ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องเลือก แต่ก็ดีใจที่ได้เจอเพราะทำงานด้วยกันมา 4 ปี เหมือนเจอญาติผู้ใหญ่ เจอก็สวัสดี 

ส่วนประเด็นที่ผู้สมัคร ส.ก.หันมาใช้โทนสีเขียวในการเลือกตั้ง เผื่อจะนำโชค นายชัชชาติ กล่าวว่า ไปทำโพลมาพบว่า ตนเองไม่มีผลกับผู้สมัคร ส.ก. “อาจารย์ชัชชาติสนับสนุนใคร ไม่ได้ช่วยเลย” ประชาชนตัดสินใจเองได้ว่าชอบใคร ส่วนโทนสีเขียวก็เป็นเขียวธรรมดา  เพราะความยั่งยืนก็เป็นสีเขียวใช้ทั่วไปได้ ไม่ได้ผูกพันว่าเป็นของเราเพราะไม่ได้จดลิขสิทธิ์ไว้ 

“ส.ก.มีบทบาทสำคัญขอให้เลือก ส.ก.ที่ซื่อสัตย์สุจริตดูแลประชาชน  เราพร้อมทำงานร่วมกับทุกคน ไม่มีปัญหา เรายินดี เชื่อว่า ส.ก.ที่ได้เข้ามาก็พร้อมทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ ทุกคนเหมือนกัน”

เมื่อถามว่าหลายเขต ส.ก.ที่เคยทำงานกับนายชัชชาติก็มาลงซ้ำ ทั้งยังมีกลุ่มสนับสนุนที่ชื่อว่า “คนทำงาน” ด้วย นายชัชชาติ  กล่าวว่า เขตยานนาวาเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะผู้สมัคร ส.ก.มาเจอกันที 3-4 คน เราคุยกับทุกคนไม่มีปัญหา เพราะสุดท้ายก็ต้องเคารพเสียงประชาชน ตนเองชี้นำไม่ได้ว่าให้เลือกใคร เพราะ ประชาชนมีข้อมูล ในฐานะคนในพื้นที่ เรายังรู้จัก ส.ก.น้อยกว่าประชาชนในพื้นที่  

นายชัชชาติ ย้ำว่า การลงพื้นที่ของเราไม่ใช่ความลับ บางทีผู้สมัคร ส.ก.ก็มาเจอกัน 3-4 คน ก็ทักทายทุกคน ขอให้หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ อย่างอดีต ส.ก.หนองแขม ไม่มีอะไรเพราะเจอกันมานาน 4 ปีแล้ว อย่างที่บอกว่าเลือกใครก็ได้ ไม่มีปัญหา ทุกคนก็เห็นว่าท่านอยู่ในพื้นที่มานาน คนที่ชอบก็มี คนที่ไม่ชอบก็มี ขอให้ตัดสินใจกันตามสบาย

ช่วงท้าย  นายชัชชาติ ได้กล่าวกลับสื่อมวลชนว่า ”ขออย่าให้เป็นประเด็นเลย เพราะประเด็นเยอะพอแล้ว”

‘ชัชชาติ’ เยี่ยมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ดึงเอกชนขยายศูนย์เด็กเล็ก-เพิ่มเงินเดือนครู-เตรียมพ่อแม่ก่อนตั้งแต่ตั้งครรภ์

'ชัชชาติ' เยี่ยมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ดึงเอกชนขยายศูนย์เด็กเล็ก-เพิ่มเงินเดือนครู-เตรียมพ่อแม่ก่อนตั้งแต่ตั้งครรภ์

‘ชัชชาติ’ เยี่ยมมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ดึงเอกชนขยายศูนย์เด็กเล็ก-เพิ่มเงินเดือนครู-เตรียมพ่อแม่ก่อนตั้งแต่ตั้งครรภ์

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.41 น.

วันที่ 15 มิ.ย.69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (ซอยเสือใหญ่) เขตจตุจักร พูดคุยกับ ครูต้อ ศีลดา รังสิกรรพุม ผู้จัดการมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ถึงนโยบายขยายการดูแลเด็กอ่อน โดยนายชัชชาติได้กล่าวถึงนโยบายการดูแลเด็กอ่อน-เด็กเล็กในกรุงเทพฯ ระบุว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญของเมือง เพราะพ่อแม่ต้องทำงานไม่มีใครดูแลเด็ก ทำให้หลายคนไม่อยากมีลูก และมีแล้วไม่รู้ว่าจะให้ใครดูแล ที่ผ่านมาสภา กทม.ได้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ตามหลักการแล้วเราไม่สามารถใช้หน่วยงานของรัฐมาดูแลเด็กทั้งหมดได้ เนื่องจากเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 0-6 ปี ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 250,000 คน จะต้องมีหน่วยงานเอกชนเข้ามาช่วยและเราก็สนับสนุนค่าอาหารและค่าผู้ดูแล

สภา กทม.ได้มีการแก้ข้อบัญญัติให้สามารถสนับสนุนหน่วยงานเอกชนที่ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนได้ การดูแลเด็กมีความละเอียดอ่อนจะต้องมีแนวทางในการดำเนินการต่อไป เชื่อว่าแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหลายคนก็มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงทีมชัชชาติ กล่าวว่า นโยบายดูแลเด็กอ่อน แบ่งออกเป็น 3 หมวด  หมวดแรกคือ การขยายการดูแลเด็กให้มากขึ้น ขณะนี้ปริมาณการเกิดของเด็กน้อยลง 17% แต่ที่ผ่านมาเด็กในการดูแลของ กทม.เพิ่มขึ้นจาก 50,000 คน เป็น 60,000 คน  เราตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะดูแลเด็กให้ได้ถึง 80,000 คน ซึ่งการดูแลเพิ่มจะมาจากการขยายการดูแลผ่านเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นการขยายศูนย์เด็กเล็กของเอกชน การขยายบ้านย่ายายหรือคนที่สูงอายุในชุมชนให้มาช่วยกันดูแล การขยายโรงเรียนอนุบาล  เพื่อให้มีการดูแลเพิ่มมากขึ้น และการเพิ่มศูนย์บริการสาธารณสุข ที่ปัจจุบันมีศูนย์เด็กอ่อนอยู่ 3 แห่ง จะเพิ่มเป็น 13 แห่ง

หมวดที่ 2 คือ การดูแลครูและประเด็นกายภาพของศูนย์เด็กเล็ก โดยข้อบัญญัติ กทม.ฉบับใหม่จะมีการอุดหนุนครู ดูแลเงินเดือนครูที่มีวุฒิการศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น ค่าอุดหนุนอาหารเด็กก็จะมากขึ้น และจะมีการปรับปรุงโรงเรียนอนุบาลในสังกัด กทม.ให้ครบทั้ง 50 เขต และจะมีโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการผลิตครู

หมวดที่ 3 การสนับสนุนผู้ปกครอง เราจะเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้กับเด็กตามสวนสาธารณะทั้ง 53 สวนในพื้นที่กรุงเทพฯ และจะมีวัน Play Day ให้เด็กมาเล่นได้อย่างอิสระ การเปิดห้องสมุดของเล่น ทำห้องเรียนพ่อแม่ เพื่อเรียนรู้วิธีการดูแลเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เด็กคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเมือง สุดท้ายแล้วเด็กก็จะเติบโตมาเป็นผู้ที่ดูแลเมืองนี้ ซึ่งโครงการต่าง ๆ ก็มีหลายเรื่องที่สอดประสานกัน กทม.ไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมดจะต้องมีเอกชนก็จะเข้ามาช่วย โดยเราเป็นฝ่ายเสริม ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยลง เพราะมีแรงบวกจากหน่วยงานต่าง ๆ  เข้ามา