ผู้กองแคท ปลื้ม ร่วมรับรางวัล หัตถานารายณ์ 2569 เติมไฟนักบริหาร

ผู้กองแคท ปลื้ม ร่วมรับรางวัล หัตถานารายณ์ 2569 เติมไฟนักบริหาร

ผู้กองแคท ปลื้ม ร่วมรับรางวัล หัตถานารายณ์ 2569 เติมไฟนักบริหาร

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.06 น.

ขอแสดงความยินดีกับ “ผู้กองแคท ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เบ็ญจะปัก” รองอันดับ 2 นางสาวไทย ปี 2567 ซึ่งตอนนี้นั่งแท่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคท ยูนีค จำกัด ผู้ผลิตครีมกันแดด Catique ที่กำลังมาแรง ณ ขนะนี้ ล่าสุด     ผู้กองแคทได้รับรางวัล หัตถานารายณ์  สาขา สตรีผู้บริหารงานยอดเยี่ยมแห่งปี ในพิธีมอบรางวัลหัตถานารายณ์      ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569” ที่จัดโดย สมาคมผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ที่ปีนี้ครบรอบ 12 ปี ในการก่อตั้งสมาคม

งานนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีและยกย่องในความสำเร็จอันโดดเด่นแก่ผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยและวัยทำงาน ถือเป็นรางวัลที่เป็นประจักษ์พยานแห่งความมุ่งมั่น ทุ่มเท และศักยภาพอันล้ำเลิศของบุคคลที่ได้สร้างแรงบันดาลใจและคุณประโยชน์อย่างมากต่อสังคม โดยงานนี้เป็นการรวมสุดยอดบุคคลคุณภาพของวงการไว้บนเวทีเดียวกันมากมาย  อาทิ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล รับรางวัล “สุดยอดบุคคลผู้ทรงอิทธิพลทางด้านธุรกิจนางงาม และซอฟต์พาวเวอร์ ประเทศไทย”, กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ Miss Grand Thailand 2025 ผู้คว้ารางวัล “สุดยอดนางงามมากความสามารถ ที่มีผลงานโดดเด่นและประสบความสำเร็จยอดเยี่ยมแห่งปี” รวมถึง ฟิวส์–กิติกร โพธิ์ปี ผู้คว้ารางวัล “ผู้บริหารและผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งปี” และอีกมากมาย โดยงานจัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา     ณ คาลิปโซ่ แบงค็อก เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

ติดตามความเคลื่อนไหวของ แคท อาทิติยา ผ่านช่องทางออนไลน์กันได้ที่

Facebook : แคท อาทิติยา https://www.facebook.com/share/1V3C3GtWqM/?mibextid=wwXIfr

Instagram : cat_atitiya https://www.instagram.com/cat_atitiya?igsh=ZWFlN3VlY3E5aGho

Tiktok : ผู้กองแคท อาทิติยา https://www.tiktok.com/@catatitiya?_t=ZS-8zbZ2Jk0hG6&_r=1

ส่งกำลังใจ วิศิษฐ์ ยุตติยงค์ นักแสดงอาวุโสป่วยหนัก ลิ้นหัวใจรั่ว-โรคไตทรุด แบกค่ารักษาหลักแสน

ส่งกำลังใจ วิศิษฐ์ ยุตติยงค์ นักแสดงอาวุโสป่วยหนัก ลิ้นหัวใจรั่ว-โรคไตทรุด แบกค่ารักษาหลักแสน

ส่งกำลังใจ วิศิษฐ์ ยุตติยงค์ นักแสดงอาวุโสป่วยหนัก ลิ้นหัวใจรั่ว-โรคไตทรุด แบกค่ารักษาหลักแสน

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.00 น.

ส่งกำลังใจ “วิศิษฐ์ ยุตติยงค์” นักแสดงอาวุโสป่วยหนัก ลิ้นหัวใจรั่ว-โรคไตทรุด แบกค่ารักษาหลักแสนไม่ไหวกลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความห่วงใยให้กับแฟนละครและคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก เมื่อนักแสดงอาวุโสชื่อดัง “อาวิศิษฐ์ ยุตติยงค์” ในวัย 84 ปี กำลังเผชิญกับมรสุมโรครุมเร้า ทั้งอาการบอลลูนขดลวดหัวใจเสื่อมสภาพ ลิ้นหัวใจรั่วรุนแรง และโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว

จากเดิมที่ลิ้นหัวใจเทียมควรมีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี แต่ของอาวิศิษฐ์กลับเสื่อมสภาพลงในเวลาเพียง 7 ปี ทำให้อาการลิ้นหัวใจรั่วทวีความรุนแรงขึ้น แพทย์ระบุว่าหากจะรักษาให้ตรงจุดต้องมีการตรวจละเอียดด้วยการส่องกล้องและทำ MRI ซึ่งมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินสิทธิ์การรักษาพยาบาลสูงถึง 500,000 – 800,000 บาทด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกำลัง ประกอบกับสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมรับการผ่าตัดใหญ่ ทำให้อาวิศิษฐ์ตัดสินใจ “ประคับประคองตามอาการ” โดยการใช้ยาแทน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายมหาศาลที่ครอบครัวแบกรับไม่ไหวนอกจากโรคหัวใจแล้ว อาวิศิษฐ์ยังต้องต่อสู้กับโรคไตในระยะที่ 4-5 ซึ่งมีภาวะเลือดจางแทรกซ้อน ต้องฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดแดงอย่างต่อเนื่อง (ปัจจุบันฉีดไปแล้วกว่า 18 เข็ม) โดยต้องแบกรับค่าส่วนต่างของยาและการเดินทางเองทั้งหมดการเดินทาง ด้วยอายุที่มากและร่างกายที่ไม่แข็งแรง ทำให้ต้องใช้รถแท็กซี่ในการไปโรงพยาบาลทุกเดือน ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้ง การรักษาปฏิเสธการฟอกไตเนื่องจากสภาพร่างกาย แต่อาศัยการฉีดยาประคับประคองที่คลินิกใกล้บ้านแทน

ล่าสุด “หน่อย-ณัฐนี สิทธิสมาน” ในฐานะกรรมการบริหาร มูลนิธิสวัสดิการนักแสดง ได้เป็นตัวแทนนำเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไปมอบให้กับอาวิศิษฐ์ เพื่อช่วยบรรเทาค่ารักษาพยาบาลและค่าเดินทาง อย่างไรก็ตาม อาการที่ต้องดูแลต่อเนื่องในระยะยาวทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณอาและภรรยาในขณะนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากร่วมส่งกำลังใจ: ขอเชิญชวนแฟนละครและพี่น้องร่วมวงการ ร่วมส่งแรงใจให้กับ “อาวิศิษฐ์ ยุตติยงค์” ศิลปินผู้สร้างความสุขผ่านหน้าจอมาอย่างยาวนาน ให้มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการต่อสู้กับอาการป่วยในครั้งนี้

ฤดูร้อนองศาเดือด ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น อวดลุคเซ็กซี่ โชว์หุ่นแซ่บทำทะเลเดือด

ฤดูร้อนองศาเดือด ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น อวดลุคเซ็กซี่ โชว์หุ่นแซ่บทำทะเลเดือด

ฤดูร้อนองศาเดือด ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น อวดลุคเซ็กซี่ โชว์หุ่นแซ่บทำทะเลเดือด

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.51 น.

กลายเป็นโพสต์ที่ทำเอาแฟนคลับตาค้างกันเป็นแถว เมื่อนักร้องสาวชื่อดัง “ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” สลัดลุคสาวน้อยน่ารัก เปิดโหมดแซ่บรับซัมเมอร์ด้วยการสวมบิกินี่สีขาวโชว์หุ่นเป๊ะปังกลางทะเล งานนี้ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟกันเลยทีเดียว

โดย ลิลลี่มาในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีขาว และสีเขียมมะนาว ตัดกับน้ำทะเลสีใส เสริมความเก๋ด้วยแว่นกันแดดใบหน้า พร้อมท่าโพสต์สุดมั่นใจภาพเซตนี้มีทั้งช่วงกลางวันริมหาด และช่วงพระอาทิตย์ตกดินบนเรือหรู เผยให้เห็นอีกด้านที่ดูโตขึ้นและเซ็กซี่ขึ้นมากหลังจากนำภาพมาลงเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็มีแฟนๆ เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชมในความสวยและความแซ่บที่เพิ่มขึ้นของเธอกันอย่างล้นหล

Tilly Birds สมศักดิ์ศรีตัวแทนไทย ขึ้นเวที Round Festival 2026 ฟิลิปปินส์

Tilly Birds สมศักดิ์ศรีตัวแทนไทย ขึ้นเวที Round Festival 2026 ฟิลิปปินส์

Tilly Birds สมศักดิ์ศรีตัวแทนไทย ขึ้นเวที Round Festival 2026 ฟิลิปปินส์

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.41 น.

ตอกย้ำสถานะศิลปินไทยระดับสากลอีกครั้ง สำหรับ Tilly Birds ที่ล่าสุดบินลัดฟ้าไปสร้างปรากฏการณ์ความมันบนเวที Round Festival 2026 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นเวทีความร่วมมือระดับพหุภาคีภายใต้โครงการ ASEAN-Korea Music Festival โดยมี สถานีโทรทัศน์ KBS เป็นผู้สนับสนุนหลัก เพื่อใช้เสียงดนตรีเป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์และเสริมความแข็งแรงให้กับเครือข่ายศิลปินในภูมิภาค

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยพลังและความอบอุ่นจากแฟนเพลงชาวฟิลิปปินส์ที่ตอบรับโชว์ของ Tilly Birds อย่าง      ล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทยที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง คิด (แต่ไม่) ถึง, เพื่อนเล่น ไม่เล่นเพื่อน และเพลงสากล อย่าง Dearest Tears, Dirty Knees, Shouting Eyes, Never A Waste Of Time จากอัลบั้ม ‘I’ll Remember To Forget You’ รวมถึงโมเมนต์บนเวทีที่สร้างความประทับใจ ทุกช่วงเวลาถูกส่งต่อด้วยเสียงกรี๊ดและการร้องตามเพลงไทยดังกระหึ่มแบบไร้กำแพงภาษา สะท้อนพลังของดนตรีที่เชื่อมโยงผู้คนได้อย่างแท้จริง

ซึ่งอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโชว์ครั้งนี้คือการขึ้นเวทีร่วมกับ ‘Ben&Ben’ วงดนตรีชื่อดังจากฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยร่วมงานกันในเพลง “Heaven” โดยการได้กลับมาพบกันบนเวทีจริงครั้งนี้ ไม่เพียงเติมเต็มอารมณ์ของเพลงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนพลังของความร่วมมือทางดนตรีที่เชื่อมโยงศิลปินเอเชียบนเวทีระดับนานาชาติได้อย่างงดงาม

ความสำเร็จในครั้งนี้ยังได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจาก กระทรวงวัฒนธรรมไทย และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ผ่านโครงการ Music Exchange ซึ่งเป็นโปรเจกต์เชิงรุกที่มุ่งผลักดันและเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงศักยภาพบนเวทีระดับนานาชาติ เพื่อขยายฐานแฟนเพลง สร้างเครือข่ายทางดนตรี และต่อยอดอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล

โชว์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการไปแสดงคอนเสิร์ตต่างประเทศ แต่คือการประกาศให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ‘Tilly Birds’ คือหนึ่งในตัวแทนศิลปินไทยที่พร้อมก้าวสู่เวทีโลก ทั้งในด้านผลงาน การแสดง และพลังของแฟนเพลงที่เติบโตไปพร้อมกัน


 

FC รีบเบรกแทบไม่ทัน! ซัน สามี แพรวพราว โพสต์แคปชั่นชวนสะดุ้ง ครบรอบแต่งงาน 100 วัน

FC รีบเบรกแทบไม่ทัน! ซัน สามี แพรวพราว โพสต์แคปชั่นชวนสะดุ้ง ครบรอบแต่งงาน 100 วัน

FC รีบเบรกแทบไม่ทัน! ซัน สามี แพรวพราว โพสต์แคปชั่นชวนสะดุ้ง ครบรอบแต่งงาน 100 วัน

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.33 น.

เกือบไปแล้ว! “ซัน วงศธร” โพสต์หวานฉลองแต่ง “แพรวพราว” ครบ 100 วัน แฟนคลับสะดุ้งแห่ทัก “คำนี้ใช้ไม่ได้!”

กลายเป็นประเด็นอมยิ้มกันไปเลย สำหรับนักร้องหนุ่มหน้าหวาน “ซัน วงศธร” หรือ “ซัน ไมค์ทองคำ” สามีสุดที่รักของหมอลำสาวตัวแม่ “แพรวพราว แสงทอง” ที่ตั้งใจจะโชว์ความคลั่งรักแบบจัดเต็ม แต่ดันกลายเป็นเรื่องที่ทำเอาแฟนคลับต้องรีบเบรกตัวโก่ง

โดยเรื่องเกิดจากหนุ่มซันได้โพสต์ภาพคู่สุดสวีทลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุแคปชั่นชวนเขินว่า “พรุ่งนี้ออกเดทกับคุณภรรยา ครบรอบแต่งงาน 100 วัน แอบตื่นเต้นนิดๆ ว่าแต่…จะมีเซอร์ไพรส์มั้ยนะ” พร้อมติดแฮชแท็กมุ้งมิ้ง #100DaysAnniversarySP

ซัน วงศธร โพสต์ภาพและแคปชั่นครั้งแรกก่อนที่จะแก้ไขแคปชั่น

งานนี้แทนที่แฟนๆ จะเข้ามากรี๊ดในความหวาน กลับกลายเป็นว่าช่องคอมเมนต์แทบแตก เมื่อ FC พากันสะดุ้งโหยงกับคำว่า “100 วัน” ที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดีในงานพิธีทางศาสนา (ที่ไม่ได้ไว้ใช้กับคนเป็น!) จนหลายคนต้องรีบเข้ามาแซวปนเตือนกันยกใหญ่ว่า

“เดี๋ยวๆ พ่อหนุ่ม 100 วันบ้านเราเขาไม่ได้เอาไว้ออกเดทนะลูก!”

“100 วันมันฟังดูแปลกๆ นะซัน เปลี่ยนเป็นครบ 3 เดือนกว่าๆ แทนไหม?”

“ตกใจหมดเลย อ่านแวบแรกนึกว่างานอะไร!”

เรียกได้ว่าทำเอาเจ้าตัว “ลบแทบไม่ทัน” เลยทีเดียว สงสัยหนุ่มซันจะอินเตอร์จัดตามสไตล์วัยรุ่นเกาหลีที่นิยมฉลองครบ 100 วัน แต่ดันลืมไปว่าบริบทเมืองไทยคำนี้มันใช้ไม่ได้หลังมีดรามาเบาๆ เจ้าตัวก็รีบลบและแก้ไขเปลี่ยนแคปชั่นทันที

เอาเป็นว่าถึงแคปชั่นจะพาชวนอึ้ง แต่ความรักของ “ซัน-แพรวพราว” ที่เพิ่งจูงมือวิวาห์กันไปเมื่อ 19 มกราคมที่ผ่านมา ก็ยังคงหวานหยดมดขึ้นเหมือนเดิม แฟนคลับก็ให้อภัยความโก๊ะนี้ได้ เพราะคนเขากำลังอินเลิฟอะไรก็ดูชมพูไปหมดนั่นแหละจ้า!

ซัน วงศธร แก้แคปชั่นหลังมีเอฟซีเข้ามาแสดงความคิดเห็น

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก น้องซัน ไมค์ทองคำ7

หนุ่ม แท่ง ลัดเลาะ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร วัดเก่าแก่นนทบุรี

หนุ่ม แท่ง ลัดเลาะ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร วัดเก่าแก่นนทบุรี

หนุ่ม แท่ง ลัดเลาะ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร วัดเก่าแก่นนทบุรี

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.28 น.

“หนุ่ม-แท่ง อารามทัวร์” พาเที่ยวใกล้กรุง ไหว้พระขอพรที่ “วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร” จ.นนทบุรี พร้อมตะลุยชิมอาหารใต้รสเด็ด 2 พ.ค.นี้สายบุญและสายกินห้ามพลาด! สัปดาห์นี้รายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” ชวนแฟนรายการออกทริปเที่ยวใกล้กรุงไปยังจังหวัดนนทบุรี กับ 2 พิธีกรคู่ซี้ “หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ” และ “แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง”ที่จะพาไปเปิดตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร พระอารามสำคัญแห่งเมืองนนท์ ก่อนปิดท้าย
ความอร่อยด้วยอาหารใต้ต้นตำรับนครศรีธรรมราชสุดเข้มข้น

ทริปนี้เริ่มต้นด้วยการพาเที่ยวชมวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเป็นวัดที่ในหลวงรัชกาลที่ 3ขึ้นเป็นวัดสุดท้ายในรัชกาล ก่อนที่พระองค์จะเสด็จสวรรคต และยังเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์เพียงแห่งเดียวของจังหวัดนนทบุรีอีกด้วยเมื่อมาถึง ทั้ง “หนุ่ม-แท่ง” ไม่พลาดพาแฟนรายการเข้าสักการะ “พระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องค้าขายและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตธุรกิจ จากนั้นพาเดินชมความงดงามของพระอุโบสถ และ “วิหารพระศิลาขาว” พระวิหารหลวงสถาปัตยกรรมไทยผสมจีนอันโดดเด่น ก่อนจะไปกราบพระประธาน
ในเปรียญหลวง และปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชม “พระเจดีย์ขาว” ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ในหลวงรัชกาลที่ 4 พระราชทานไว้ให้ประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ อิ่มบุญกันเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาอิ่มท้องตามสไตล์ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” กับมื้อสุดพิเศษที่ บ้านทองเอก    ร้านอาหารใต้แท้ ๆ สูตรนครศรีธรรมราช ที่โดดเด่นด้วยรสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและปรุงอย่างพิถีพิถันทุกเมนู

โดย “หนุ่ม-แท่ง” เผยความประทับใจถึงทริปครั้งนี้ว่า “วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร เป็นอีกหนึ่งวัด ที่ถือว่ามีสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี อยากได้ได้มาเที่ยวชม กราบไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มาขอพร มาเที่ยวชมวัดสวย ๆอิ่มบุญอิ่มใจตามหนุ่มแท่งมาเที่ยวกันนะครับ”

ห้ามพลาด!   ร่วมออกเดินทางเติมเต็มทั้งความสุข ความอิ่มบุญ และความอร่อย ไปกับรายการ“หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.30 น. ทาง ช่อง  7HD กด  35 และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com 

มายด์ ลภัสลัล แชร์คลิปวินาทีเซอร์ไพรส์ พาย รู้กำลังท้องลูกคนแรก

มายด์ ลภัสลัล แชร์คลิปวินาทีเซอร์ไพรส์ พาย รู้กำลังท้องลูกคนแรก

มายด์ ลภัสลัล แชร์คลิปวินาทีเซอร์ไพรส์ พาย รู้กำลังท้องลูกคนแรก

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.01 น.

ทำเอาแฟนๆ และคนในวงการบันเทิงร่วมยินดีกันอย่างล้นหลาม เมื่อ “มายด์ ลภัสลัล” และหวานใจหนุ่ม “พาย สุนิษฐ์ สกอต” ออกมาเซอร์ไพรส์ข่าวดีผ่านโซเชียล ประกาศเตรียมเป็นคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดง

       ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมแคปชั่น “ปีนี้มีคนอยากมาด้วย #Coachella2026” โดยในคลิปเผยให้เห็นภาพอัลตร้าซาวด์ ทำเอาแฟนๆ ตื่นเต้นและร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด มายด์ ได้ปล่อยคลิปโมเมนต์สำคัญ วินาทีที่ฝ่ายชายรับรู้ข่าวดีครั้งแรก ซึ่งเผยให้เห็นปฏิกิริยาสุดอบอุ่นของว่าที่คุณพ่อ

       พร้อมกันนี้ มายด์ยังเขียนแคปชั่นว่า “When we become parents @piskyhigh เหลือจะเชื่อ มีใครให้มากกว่านี้มั้ย5555555 นี่ถ้าเป็นวัน April Fool’s Day ยังว่าไปอย่าง ปัดโถ๊” 

       หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีเพื่อนๆ ในวงการและแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีอย่างล้นหลาม

​สพฐ. เปิดโลกเรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านโครงการปลูกพลังฝันฯ เสริมโอกาสนักเรียนพื้นที่ห่างไกล

​สพฐ. เปิดโลกเรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านโครงการปลูกพลังฝันฯ เสริมโอกาสนักเรียนพื้นที่ห่างไกล

​สพฐ. เปิดโลกเรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านโครงการปลูกพลังฝันฯ เสริมโอกาสนักเรียนพื้นที่ห่างไกล

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายพิเชฐร์ วันทอง นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. นางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า กรรมการและผู้จัดการสำนักงานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รวมถึงคณะผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบปะและให้กำลังใจนักเรียน ครู และผู้ปกครอง จากโรงเรียนบ้านกองม่องทะ (สาขาบ้านไล่โว่) อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่เข้าร่วมโครงการ “ปลูกพลังฝัน เสริมประสบการณ์ เปลี่ยนอนาคต ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีและนักเรียน” ณ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นย้ำการพัฒนาผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมให้กับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านการลงมือปฏิบัติและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจจากครูต้นแบบ “นายไพรวัลย์ ยาปัญ” ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ซึ่งมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้และจุดประกายความฝันให้กับนักเรียน ในโอกาสนี้ นักเรียนยังได้เข้าร่วมกิจกรรม “สนุกกับการเป็นนักข่าวรุ่นจิ๋ว” ณ สถานี OBEC Channel ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้ฝึกทักษะการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เสริมสร้างความมั่นใจและทักษะที่จำเป็นในอนาคต

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเริ่มต้นที่ จ.กาญจนบุรี กรุงเทพมหานคร และชลบุรี มีนักเรียนรวมจำนวน 41 คน โดยนักเรียนจะได้เปิดโลกทัศน์ผ่านแหล่งเรียนรู้สำคัญ อาทิ แหล่งประวัติศาสตร์สะพานข้ามแม่น้ำแคว เส้นทางสายมรณะพิพิธภัณฑ์ สถานบันวิทยาศาสตร์ทางทะล แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ชมพาอาทิตย์ตกดิน ริมหาดบางแสน และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต การปรับตัว และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม สอดคล้องกับนโยบาย “เรียนดี มีคุณธรรม” ของ ศธ. ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา

ศธ.ขับเคลื่อนโครงการทุน ‘ODOS – Thailand Zero Dropout’ เพิ่มโอกาส – ลดความเหลื่อมล้ำ

ศธ.ขับเคลื่อนโครงการทุน ‘ODOS - Thailand  Zero Dropout’ เพิ่มโอกาส - ลดความเหลื่อมล้ำ

ศธ.ขับเคลื่อนโครงการทุน ‘ODOS – Thailand Zero Dropout’ เพิ่มโอกาส – ลดความเหลื่อมล้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับ ดร.ไกรยศ ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ที่ประชุมได้หารือหลักๆ 5 เรื่อง โดยเรื่องแรก ได้หารือถึงโครงการทุน ODOS คือโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ ที่เน้นให้ทุนเยาวชนที่มีศักยภาพสูงแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ซึ่งเป็นโครงการที่ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาที่เคยดำเนินการมาเมื่อรัฐบาลที่แล้ว และเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญ จึงดำเนินโครงการนี้ต่อไป เพื่อเปิดโอกาสให้ ช้างเผือก หรือนักเรียนที่มี ความรู้ความสามารถแต่ขาดโอกาส ให้ได้รับโอกาสในโครงการทุน ODOS สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมต้น และชั้นมัธยมปลาย

นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงโครงการ Thailand  Zero Dropout  ซึ่งเป็นโครงการที่เราจะไม่ปล่อยให้เด็กสักคนเดียวหลุดออกนอกระบบการศึกษา จึงมีการวางแผนในปี 2569-2570 เพื่อเด็กทุกคนที่หลุดออกจากช่วงชั้นเรียนต่างๆได้กลับเข้ามาในระบบการศึกษา ซึ่งเดิมเด็กกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 1,000,000 คน แต่ตัวเลขล่าสุดมีประมาณ 600,000 คน ซึ่งเราพยายามจะลดตัวเลขดังกล่าวลงมาเรื่อยๆ และวันนี้เราได้มีการวางแผนกันว่าแต่ละหน่วยงานจะมีแนวทางอย่างไรในการดึงเด็กเหล่านั้นกลับมาสู่ระบบการศึกษา

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับเด็กนักเรียน ซึ่งเราพบว่ายังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ ดังนั้น เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณรายหัว หรือโอกาสต่างๆ มีความเสมอภาคและเป็นธรรมสำหรับเด็กในทุกภูมิภาค รวมถึงโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขนาดใหญ่ ต้องจัดสรรงบประมาณเหล่านั้นให้มีความเป็นธรรมและคำนึงถึงคุณภาพด้านการศึกษา

นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้หารือถึงการผลิตครูในภาพรวมให้สามารถที่จะสร้างครูให้มีคุณภาพและตอบสนองต่อท้องถิ่น ในขณะเดียวกันกระจายตัวไปตามภูมิภาคต่างๆ โดยได้คำนึงถึงองค์ประกอบหลายอย่าง และได้หารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อน

รายงานพิเศษ : อว.ลุยแก้ ‘วิกฤติประเทศ’ มอบนโยบาย สวทช. เป็น ‘เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ’ ตอบโจทย์ประเทศรายได้สูง ด้วยวิทย์และเทคโนโลยี

รายงานพิเศษ : อว.ลุยแก้ ‘วิกฤติประเทศ’ มอบนโยบาย สวทช. เป็น ‘เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ’ ตอบโจทย์ประเทศรายได้สูง ด้วยวิทย์และเทคโนโลยี

รายงานพิเศษ : อว.ลุยแก้ ‘วิกฤติประเทศ’ มอบนโยบาย สวทช. เป็น ‘เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ’ ตอบโจทย์ประเทศรายได้สูง ด้วยวิทย์และเทคโนโลยี

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เป็นประธานการประชุมบอร์ด กวทช. นัดแรกพร้อมมอบนโยบายให้ สวทช. เป็น “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” ที่ช่วยพาประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง โดยมุ่งวิจัยตรงเป้าแม่นยำ และตอบโจทย์วิกฤตประเทศ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กวทช. นัดแรก ได้มอบให้ สวทช. ยึดหลักการทำงานมุ่งวิจัยที่ตรงเป้า แม่นยำและตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัสของรัฐบาล โดยให้ขับเคลื่อนผ่านแนวคิด New Research Engine หรือ “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” ที่ไม่ได้เป็นเพียงการวิจัยขึ้นหิ้ง แต่ต้องเป็นเครื่องยนต์ที่ส่งผลกระทบสูง (High Impact) และเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง โดย สวทช. จะเป็นเสมือน “เครื่องยนต์วิจัย” ที่ทำงานเชิงรุกเพื่อดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม โดยเริ่มต้นจากการวางรากฐาน ด้านเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้น “คนตัวเล็ก” อย่างเกษตรกรทั่วประเทศ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งติดอาวุธนวัตกรรมให้กลุ่ม SMEs สู่การเป็นอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่แข่งขันได้ในตลาดโลกด้านสังคม มุ่งให้ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยด้วยแพลตฟอร์มการแพทย์ดิจิทัลที่ช่วยให้การคัดกรองโรคสำคัญอย่างโรคไตเข้าถึงระดับชุมชนได้อย่างรวดเร็วควบคู่ไปกับการทลายกำแพงความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษาด้วยระบบการเรียนรู้ที่ปรับตามความถนัดของเด็กแต่ละคน เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับประเทศในอนาคต

“เรากำลังเปลี่ยนผ่าน สวทช. ให้เป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังกว่าเดิม งานวิจัยต้องเข้าถึง ‘คนตัวเล็ก’ และกลุ่มเป้าหมายทุกภาคส่วน โดยตั้งเป้าว่าในปี 2570 นวัตกรรมของเราจะสร้างประโยชน์แก่ประชาชนถึง 10 ล้านคน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 17,000 ล้านบาท” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า สวทช. พร้อมนำศักยภาพของบุคลากรวิจัยและทีมสนับสนุนรวมกว่า 3,000 คน จากศูนย์วิจัยแห่งชาติทั้ง 5 แห่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนา มาขับเคลื่อนเครื่องยนต์วิจัยของประเทศ โดยมุ่งเน้นนโยบาย “งานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้จริง”โดยยึดความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชนเป็นตัวตั้ง

ทั้งนี้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สวทช. ได้ดึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากรวิจัยมาตอบโจทย์เร่งด่วนของประเทศภายใต้กลยุทธ์การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยยั่งยืน ผ่านกลไก “Battle และ Pre-battle” ซึ่งเป็นโครงการระยะเร่งด่วนที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยออกจากห้องแล็บไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปใช้งานได้จริงในวงกว้าง ทั้งในมิติการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน

“เราเปลี่ยนความเชี่ยวชาญของนักวิจัยให้กลายเป็นคำตอบของประเทศ ผ่านยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกในรูปแบบโครงการ Battle และ Pre-battle ซึ่งเป็นภารกิจระยะเร่งด่วนที่ทำมาตลอด 4 ปี เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่างานวิจัยไทยไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง แต่คือเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง” ศ.ดร.ชูกิจ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ รมว.อว. ได้ชมโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ของไบโอเทค สวทช. พร้อมกล่าวว่า Plant Factory เป็นตัวอย่างหนึ่งของนโยบายด้านที่ 1 (การยกระดับเกษตรกรรมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง (Agri-Tech) และนโยบายเศรษฐกิจมูลค่าสูง) ของกระทรวง อว. ที่ต้องการยกระดับเกษตรกรรมไทยให้เป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยโรงงานผลิตพืชไม่ใช่แค่การปลูกผักในร่มแบบธรรมดา แต่คือการใช้เทคโนโลยีควบคุมแสง-สารอาหารแบบ 100% เพื่อผลิต “สารออกฤทธิ์สำคัญ” สำหรับอุตสาหกรรมยา และเครื่องสำอางระดับโลก

“การเป็นประเทศรายได้สูงนั้น ตัวอย่างของ Plant Factory จะเห็นได้ชัดว่าเรากำลังเปลี่ยนจากการขายพืชผลเป็นกิโลกรัม มาเป็นการขายสารสกัดมูลค่าสูงที่เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรยุคใหม่จากหลักหมื่นพุ่งสู่หลักแสนต่อไร่ นี่คือเกษตรแม่นยำที่กินได้จริงและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้จริง” รมว.อว. กล่าว