ทีวีอิหร่านเผยแพร่ภาพซากเครื่องบินรบสหรัฐฯที่ถูกยิงตก ขณะที่สหรัฐฯช่วยนักบินสูญหายคนสุดท้ายได้แล้ว

ทีวีอิหร่านเผยแพร่ภาพซากเครื่องบินรบสหรัฐฯที่ถูกยิงตก ขณะที่สหรัฐฯช่วยนักบินสูญหายคนสุดท้ายได้แล้ว

6 เม.ย. 2569 10:03 น.

ทีวีอิหร่านเผยแพร่ภาพซากเครื่องบินรบสหรัฐฯที่ถูกยิงตก ขณะที่สหรัฐฯช่วยนักบินสูญหายคนสุดท้ายได้แล้ว

ทีวีอิหร่านเผยแพร่ภาพซากชิ้นส่วนเครื่องบินรบสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตก ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันช่วยนักบินสูญหายคนสุดท้ายได้อย่างปลอดภัยแล้ว

วันที่ 6 เมษายน 2569 สื่อโทรทัศน์ของอิหร่านเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอซากชิ้นส่วนเครื่องบินรบแบบขับไล่ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกพร้อมเฮลิคอปเตอร์อีก 2 ลำ ซึ่งเข้ามาปฏิบัติภารกิจกู้ภัย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากทางฝั่งอิหร่านนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากฝั่งสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ข่าวกรองในภูมิภาคซึ่งรับทราบภารกิจ เปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า เครื่องบินขนส่งของสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ลำถูกทำลายโดยกองทัพสหรัฐฯ เอง เนื่องจากเกิดความขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ต้องส่งอากาศยานเพิ่มเติมเข้าปฏิบัติภารกิจกู้ภัย

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า เจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับการช่วยเหลือมีอาการบาดเจ็บ แต่ปลอดภัย และยืนยันว่าปฏิบัติการกู้ภัยใช้เครื่องบินจำนวนมาก พร้อมติดตามตำแหน่งของนักบินล่วงหน้า

รายงานระบุว่า ภารกิจกู้ภัยเกิดขึ้นหลังเครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ ตกในอิหร่านเมื่อวันที่ 4 เมษายน โดยสหรัฐฯ สามารถช่วยลูกเรือได้ครบแล้ว 2 ราย ขณะที่อิหร่านก่อนหน้านี้ประกาศให้รางวัลแก่ผู้ที่พบตัวนักบินฝ่ายตรงข้าม.

ที่มา AFP

สนามบินอิตาลีจำกัดการใช้น้ำมันอากาศยาน หลังวิกฤตพลังงานโลกตึงตัว

สนามบินอิตาลีจำกัดการใช้น้ำมันอากาศยาน หลังวิกฤตพลังงานโลกตึงตัว

6 เม.ย. 2569 09:52 น.

สนามบินอิตาลีจำกัดการใช้น้ำมันอากาศยาน หลังวิกฤตพลังงานโลกตึงตัว

สื่อท้องถิ่นของอิตาลีรายงานมาตรการจำกัดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานได้เริ่มมีผลบังคับใช้ที่สนามบินโบโลญญา สนามบินมิลาน ลินาเต สนามบินเตรวิโซ และสนามบินเวนิสแล้ว หลังเผชิญวิกฤติพลังงาน

รายงานระบุว่า แอร์ บีพี สาขาอิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดหาน้ำมันอากาศยานรายใหญ่ของโลก ได้ออกประกาศแจ้งเตือนไปยังสายการบิน (NOTAM) เพื่อแจ้งว่าจะมีการจัดสรรเชื้อเพลิงแบบจำกัดไปจนถึงวันที่ 9 เมษายน โดยจะให้ความสำคัญในการเติมเชื้อเพลิงแก่เที่ยวบินพยาบาลทางอากาศ เที่ยวบินของรัฐ และเที่ยวบินที่ใช้ระยะเวลาบินมากกว่า 3 ชั่วโมงเป็นลำดับแรก โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ที่สนามบินโบโลญญา สนามบินมิลาน ลินาเต สนามบินเตรวิโซ และสนามบินเวนิส

มาตรการนี้มีขึ้น หลังจากอิหร่านปิดกั้นการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันส่วนใหญ่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญที่มีการขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 20% ของโลก การดำเนินการดังกล่าวมีแนวโน้มจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดพลังงานเป็นเวลาหลายเดือน

ด้านแดน ยอร์เกนเซน กรรมาธิการพลังงานของสหภาพยุโรป เตือนในสัปดาห์นี้ว่า การหยุดชะงักจากการปิดเส้นทางดังกล่าว อาจทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ในอนาคตอันใกล้.

ที่มา : Euroweekly

บังกลาเทศรับมือวิกฤตพลังงาน รัฐลดเวลาเปิดทำการ-ปิดห้างเร็ว ประชาชนแห่เติมน้ำมัน

บังกลาเทศรับมือวิกฤตพลังงาน รัฐลดเวลาเปิดทำการ-ปิดห้างเร็ว ประชาชนแห่เติมน้ำมัน

6 เม.ย. 2569 09:24 น.

บังกลาเทศรับมือวิกฤตพลังงาน รัฐลดเวลาเปิดทำการ-ปิดห้างเร็ว ประชาชนแห่เติมน้ำมัน

บังกลาเทศเร่งหาทางรับมือวิกฤตพลังงานจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง รัฐสั่งลดชั่วโมงทำงาน ปิดห้างเร็ว ขณะประชาชนต่อคิวเติมน้ำมันยาวหลายชั่วโมง

ที่กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ รัฐบาลเริ่มบังคับใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อลดการใช้พลังงาน หลังเผชิญวิกฤตราคาน้ำมันและพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการลดชั่วโมงทำงานของหน่วยงานรัฐ และสั่งให้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปิดให้บริการเร็วขึ้น

บรรยากาศที่ศูนย์กลางการบริหารของรัฐบาล มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงทยอยเข้าประชุม ท่ามกลางมาตรการควบคุมการใช้พลังงาน ขณะที่รัฐบาลมีคำสั่งลดการใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและไฟฟ้าในหน่วยงานรัฐลง 30% พร้อมระงับการฝึกอบรมบางส่วน และชะลอการจัดซื้อยานพาหนะใหม่ ทั้งรถยนต์ เรือ และอากาศยาน

นอกจากนี้ ยังห้ามใช้ไฟประดับในงานเฉลิมฉลอง เพื่อลดภาระการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศ

ในภาคประชาชน สถานการณ์พลังงานส่งผลกระทบอย่างชัดเจน โดยพบว่าปั๊มน้ำมันหลายแห่งในกรุงธากามีประชาชนต่อคิวรอเติมน้ำมันเป็นจำนวนมาก บางรายต้องใช้เวลารอนานหลายชั่วโมง เนื่องจากน้ำมันมีจำกัดและกระจายไม่ทั่วถึง

ประชาชนรายหนึ่งระบุว่า ต้องขับรถตระเวนหาปั๊มน้ำมันหลายแห่ง ก่อนจะพบสถานีที่มีน้ำมันจำหน่าย และยังต้องรอคิวนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง และคาดว่าอาจต้องใช้เวลาเพิ่มอีกหลายชั่วโมงกว่าจะได้เติม

ขณะเดียวกัน มาตรการปิดห้างเร็วก็ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานประจำ ซึ่งมีเวลาจำกัดในการออกมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงเย็น หลายร้านค้าจำเป็นต้องเร่งปิดบริการตามเวลาที่กำหนด ส่งผลให้บรรยากาศในศูนย์การค้าค่อนข้างเร่งรีบ และมีประชาชนทยอยออกจากพื้นที่ก่อนเวลาปกติ

ครูโรงเรียนรายหนึ่งสะท้อนว่า แม้มาตรการดังกล่าวจะสร้างความลำบากในชีวิตประจำวัน แต่ก็เข้าใจว่าเป็นปัญหาระดับโลก และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว

ทั้งนี้ บังกลาเทศ ซึ่งมีประชากรกว่า 170 ล้านคน กำลังเร่งหาแหล่งพลังงานทางเลือก และต้องการเงินสนับสนุนจากต่างประเทศราว 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในการนำเข้าเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าถึง 95% ของความต้องการทั้งหมด.

ที่มา : AP

นักบินอวกาศ “Artemis 2” เตรียมเข้าสู่แรงโน้มถ่วงดวงจันทร์ จ่อทำสถิติมนุษย์ที่อยู่ไกลโลกมากที่สุด

นักบินอวกาศ "Artemis 2" เตรียมเข้าสู่แรงโน้มถ่วงดวงจันทร์ จ่อทำสถิติมนุษย์ที่อยู่ไกลโลกมากที่สุด

6 เม.ย. 2569 09:07 น.

นักบินอวกาศ “Artemis 2” เตรียมเข้าสู่แรงโน้มถ่วงดวงจันทร์ จ่อทำสถิติมนุษย์ที่อยู่ไกลโลกมากที่สุด

นาซาเผย นักบินอวกาศ “Artemis 2” กำลังเตรียมเข้าสู่แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ในวันที่ 5 ของภารกิจ และเข้าใกล้การทำสถิติมนุษย์ที่อยู่ไกลจากโลกมากที่สุด

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ของสหรัฐฯ หรือนาซา เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจ “อาร์เทมิส 2” (Artemis 2) ในวันที่ 5 ของภารกิจ ซึ่งนับเป็นช่วงสำคัญก่อนการบินอ้อมดวงจันทร์ โดยระบุว่า นักบินอวกาศทั้ง 4 คนกำลังเตรียมเข้าสู่ “ขอบเขตแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์” (lunar sphere of influence) ซึ่งข้อมูลล่าสุดระบุว่า ยาน โอไรออน (Orion) อยู่ห่างจากโลกประมาณ 346,000 กิโลเมตร และห่างจากดวงจันทร์ราว 65,000 กิโลเมตร 

ขณะเดียวกัน ภาพถ่ายล่าสุดจากภารกิจเผยให้เห็นแอ่งโอเรียนทาเล (Orientale basin) บนดวงจันทร์อย่างชัดเจน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มนุษย์ได้เห็นพื้นที่ทั้งหมดด้วยสายตาโดยตรง และนักบินอวกาศได้สังเกตพื้นผิวดวงจันทร์ในมุมมองที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน

นักวิทยาศาสตร์ของโครงการระบุว่า การบินอ้อมดวงจันทร์ รวมถึงการถ่ายภาพและสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ในครั้งนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจข้อมูลใหม่เกี่ยวกับดวงจันทร์ และยานอวกาศ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มนุษย์เดินทางด้วยยานโอไรออน นอกจากนี้ นักบินอวกาศทั้ง 4 คนได้แก่ “รี้ด ไวส์แมน” “คริสตินา คอช” “วิคเตอร์ โกลเวอร์” และ “เจเรมี แฮนเซน” ยังได้ทดสอบชุดอวกาศฉุกเฉิน เพื่อประเมินความพร้อมในกรณีเกิดเหตุ อาทิน การสูญเสียความดันในห้องโดยสาร

นาซาระบุว่า หากภารกิจเป็นไปตามแผน นักบินอวกาศจะเดินทางไปยังด้านไกลของดวงจันทร์ และอาจทำสถิติเป็นมนุษย์ที่เดินทางไกลจากโลกมากที่สุด ขณะเดียวกันข้อมูลจากภารกิจครั้งนี้มีความสำคัญต่อการเตรียมภารกิจในอนาคต โดยเฉพาะ อาร์เทมิส 3 ในปี 2570 และ อาร์เทมิส 4 ในปี 2571 ซึ่งมีเป้าหมายส่งมนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์อีกครั้ง.

ที่มา AFP

เปิดภารกิจช่วยชีวิตนักบิน F-15 สหรัฐฯ หลังถูกยิงตกในอิหร่าน

เปิดภารกิจช่วยชีวิตนักบิน F-15 สหรัฐฯ หลังถูกยิงตกในอิหร่าน

6 เม.ย. 2569 05:58 น.

เปิดภารกิจช่วยชีวิตนักบิน F-15 สหรัฐฯ หลังถูกยิงตกในอิหร่าน

สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือนักบินที่สูญหายคนสุดท้ายของเครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ซึ่งถูกยิงตกทางตอนใต้ของประเทศอิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 เม.ย.)

ตามรายงานของสำนักข่าว BBC ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันข่าวการช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อเช้าวันอาทิตย์โดยระบุว่า “กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติหนึ่งในภารกิจค้นหาและกู้ภัยที่กล้าหาญที่สุดในประวัติศาสตร์” และเสริมว่า ตอนนี้นายทหารคนดังกล่าว “ปลอดภัยดีแล้ว!” แม้ว่าในโพสต์ต่อมา ทรัมป์จะระบุว่าเขา “ได้รับบาดเจ็บสาหัส” ก็ตาม

เจ้าหน้าที่อิหร่านอ้างว่า เครื่องบินรบลำนี้ถูกยิงตกโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศของตน แต่พิกัดที่เครื่องตกนั้นยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยสื่อของอิหร่านได้ระบุถึงจังหวัดที่เป็นไปได้สองแห่ง คือ จังหวัดโคกิลูเยห์และบูเยอร์-อาห์มัด และ จังหวัดคูเซสถาน

อย่างไรก็ดี บนเครื่องบินลำดังกล่าวมีนักบินทั้งหมด 2 นาย และทั้งคู่ดีดตัวออกจากเครื่องได้สำเร็จ โดยหนึ่งในนั้นได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว ส่วนอีกนายได้รับความช่วยเหลือในอีก 2 วันต่อมา

เจ้าหน้าที่คนนี้ได้รับการช่วยเหลืออย่างไร?

นักบินคนแรกได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยมีรายงานว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีเครื่องบินโจมตี A-10 Warthog เข้าร่วมด้วย แต่เครื่องลำนั้นก็ถูกยิงเหนือน่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้นักบินต้องดีดตัวออกก่อนจะได้รับความช่วยเหลือในเวลาต่อมา

ส่วนนักบินรายที่ 2 สหรัฐฯ และอิหร่านต่างฝ่ายต่างแข่งขันกับเวลาเพื่อระบุตำแหน่งของเขา โดยทางการอิหร่านถึงกับตั้งรางวัลให้ใครก็ตามที่จับเป็นนักบินรายนี้

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของปฏิบัติการช่วยเหลือออกมาอย่างเป็นทางการ แต่บุคคลที่มีส่วนรู้เห็นในปฏิบัติการนี้อธิบายว่า มันคือภารกิจค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่การรบ (CSAR) “ครั้งใหญ่” ในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน

สำนักข่าว CBS ซึ่งเป็นพันธมิตรของ BBC ในสหรัฐฯ รายงานว่า ทรัมป์ได้สั่งระงับปฏิบัติการอื่นๆ ในอิหร่านไว้ชั่วคราวเพื่อมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือ โดยส่งเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายสิบนายเข้าร่วมในภารกิจนี้

“การจู่โจมในลักษณะนี้ไม่ค่อยมีใครกล้าทำ เพราะอันตรายต่อทั้ง ‘คนและยุทโธปกรณ์’ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น!” ประธานาธิบดีระบุผ่านโซเชียลมีเดีย

ภารกิจ CSAR ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการที่ซับซ้อนและแข่งกับเวลามากที่สุด โดยปกติภารกิจเหล่านี้มักดำเนินการโดยเฮลิคอปเตอร์ที่บินในระดับต่ำเหนือน่านฟ้าศัตรู พร้อมกับเครื่องบินทหารลำอื่นๆ ที่คอยทำการโจมตีและลาดตระเวนในพื้นที่

วิลเลียม ฟอลลอน พลเรือเอกเกษียณอายุของกองทัพเรือสหรัฐฯ บอกกับ BBC ว่า ช่วงเวลาของวันน่าจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อภารกิจ “ความมืดเป็นเรื่องดีสำหรับคนของเรา เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับการปฏิบัติการในตอนกลางคืน”

โพสต์ของนายทรัมป์ระบุว่า นักบินคนดังกล่าว ซึ่งมียศพันเอก “ติดอยู่หลังแนวรบข้าศึกท่ามกลางเทือกเขาอันตรายของอิหร่าน และกำลังถูกศัตรูตามล่า โดยขยับเข้าใกล้ตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกชั่วโมง”

เศษชิ้นส่วนที่สื่ออิหร่านอ้างว่า มาจากเครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตก
เศษชิ้นส่วนที่สื่ออิหร่านอ้างว่า มาจากเครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตก

ไมกี เคย์ นักวิเคราะห์ทางการทหารและพิธีกรรายการ Security Brief ของ BBC News กล่าวว่า การดีดตัวออกจากเครื่องบินนั้นเป็น “กระบวนการที่รุนแรงมาก” และ “สามารถสร้างแรงกระแทกมหาศาลต่อร่างกายได้”

เคย์ระบุว่า ทันทีที่นักบินลงสู่พื้นดิน เขาน่าจะรีบเก็บร่มชูชีพและพรางมันไว้ทันที โดยเขาจะได้รับการฝึกฝนให้เปิดอุปกรณ์ส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง (Beacon) เดินขึ้นสู่ที่สูง พรางตัว และพยายามติดต่อสื่อสารกับหน่วยเหนือ

เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลกับสื่อสหรัฐฯ ว่า ลูกเรือรายนี้ใช้เวลากว่า 24 ชั่วโมงอยู่ตามลำพัง โดยซ่อนตัวอยู่ในภูเขาและเดินเท้าไต่ขึ้นไปบนสันเขาที่ความสูงถึง 7,000 ฟุต (ประมาณ 2,100 เมตร)

ทรัมป์ระบุเสริมว่า ตำแหน่งของนักบินถูกจับตาดู “ตลอด 24 ชั่วโมง” โดยเจ้าหน้าที่ที่กำลังวางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือ และยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินหลายสิบลำเข้าไปในอิหร่านเพื่อช่วยเหลือนักบินรายนี้ โดยภารกิจสำเร็จลุล่วงโดยไม่มีความสูญเสียใดๆ

อย่างไรก็ตาม สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า เครื่องบินขนส่ง 2 ลำที่มีกำหนดจะพาทีมกู้ภัยบินออกไปนั้น ไม่สามารถทะยานขึ้นจากฐานทัพลับในอิหร่านได้ จึงถูกทำลายทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้ยุทโธปกรณ์ตกไปอยู่ในมือของศัตรู หลังจากนั้น หน่วยคอมมานโดจึงถอนตัวออกมาได้สำเร็จหลังจากมีการส่งเครื่องบินเสริมเข้าไปอีก 3 ลำ

สื่อสหรัฐฯ รายงานอีกว่า มีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่บรรทุกนักบินที่ได้รับความช่วยเหลือจากเครื่อง F-15E ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเล็ก ส่งผลให้ลูกเรือบนเครื่องได้รับบาดเจ็บ แต่ตัวเครื่องสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

หลังจากที่นักบินได้รับการช่วยเหลือแล้ว เขาถูกส่งตัวไปยังประเทศคูเวตเพื่อรับการรักษาอาการบาดเจ็บ ตามรายงานของ CBS ที่อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ

เจนนิเฟอร์ คาวานาห์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ทางการทหารจากสถาบัน Defense Priorities บอกกับ BBC ว่า นักบินของเครื่องบินรบได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ เครื่องถูกยิงตก โดยพวกเขาจะให้ความสำคัญกับการเอาชีวิตรอดและหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมเป็นอันดับแรก

“พวกเขาถูกฝึกมาให้… พยายามหนีออกจากจุดที่ดีดตัวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และรู้จักการพรางตัวเพื่อให้ตนเองปลอดภัย” คาวานาห์กล่าว และเสริมว่า พวกเขายังได้รับการฝึกเทคนิคการเอาตัวรอดเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้โดยไม่มีอาหารหรือน้ำ หรือรู้จักหาทรัพยากรจากสภาพภูมิประเทศในท้องถิ่น เพื่อประทังชีวิตให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน โจมตีทูตสหรัฐฯ ในอิรัก

กลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน โจมตีทูตสหรัฐฯ ในอิรัก

6 เม.ย. 2569 04:33 น.

กลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน โจมตีทูตสหรัฐฯ ในอิรัก

ทางการสหรัฐฯ เผยว่า กลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่านโจมตีนักการทูตสหรัฐฯ ในประเทศอิรักอีกครั้ง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอิรักดำเนินการเพื่อหยุดยั้งการโจมตี

เมื่อ 5 เม.ย. 2569 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่านได้พุ่งเป้าโจมตีนักการทูตและสิ่งปลูกสร้างของสหรัฐฯ ในอิรัก 2 ครั้งเมื่อคืนที่ผ่านมา ในขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ

“ท่ามกลางการโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายที่น่ารังเกียจต่อคณะผู้แทนทางการทูตของเรา เราได้เรียกร้องให้รัฐบาลอิรักปฏิบัติตามความรับผิดชอบในทันที เพื่อหยุดยั้งการโจมตีต่อสถานที่ของสหรัฐฯ และป้องกันไม่ให้กลุ่มติดอาวุธก่อการร้ายใช้ดินแดนอิรักเป็นฐานในการเปิดฉากโจมตี” โฆษกระบุในแถลงการณ์

“เราจะไม่ลังเลที่จะปกป้องบุคลากรและสถานที่ของเรา หากรัฐบาลอิรักไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีได้” โฆษกกล่าวเสริม โดยไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าการโจมตีเกิดขึ้นที่ใด

อย่างไรก็ตาม รายงานของ CNN ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด, สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ในเมืองเออร์บิล และศูนย์สนับสนุนทางการทูตในกรุงแบกแดด ต่างเผชิญกับการโจมตีหลายต่อหลายครั้ง นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ปะทุขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพิ่งประกาศมอบเงินรางวัลนำจับสูงถึง 3 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีสิ่งปลูกสร้างทางการทูตของสหรัฐฯ ในอิรัก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

จีนประหารชีวิตชาวฝรั่งเศสข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

จีนประหารชีวิตชาวฝรั่งเศสข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

6 เม.ย. 2569 03:54 น.

จีนประหารชีวิตชาวฝรั่งเศสข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

จีนดำเนินการประหารชีวิต ชายชาวฝรั่งเศสเชื้อสายลาว ผู้ถูกจำคุกตั้งแต่ปี 2553 ในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดแล้ว โดยฝรั่งเศสอ้างว่าพยายามช่วยเหลือชายคนนี้อย่างเต็มที่แล้วแต่ไม่สำเร็จ

กระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสประกาศเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2569 ว่า ชาวฝรั่งเศสที่ถูกตัดสินประหารชีวิตในจีนเมื่อปี 2553 ข้อหาลักลอบขนยาเสพติดได้ถูกประหารชีวิตแล้ว พร้อมแสดงความ “ตระหนกและสะเทือนใจ” ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

แถลงการณ์จากกระทรวงระบุว่า นาย จัน เถา ภูมี (Chan Thao Phoumy) ชาวฝรั่งเศสวัย 62 ปี ซึ่งเกิดในลาว ถูกประหารชีวิตแล้ว “แม้ว่าทางการฝรั่งเศสจะพยายามอย่างเต็มที่ รวมถึงความพยายามขออภัยโทษด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรมให้กับเพื่อนร่วมชาติของเราแล้วก็ตาม”

กระทรวงกล่าวเสริมว่า ทีมทนายความของเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการพิจารณาคดีในชั้นศาลครั้งสุดท้าย ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้ต้องหา โดยการประหารชีวิตเกิดขึ้นที่เมืองกว่างโจว ทางตอนใต้ของประเทศจีน

กระทรวงการต่างประเทศย้ำถึงจุดยืนของฝรั่งเศสในการต่อต้านโทษประหารชีวิต “ในทุกที่และทุกสถานการณ์” พร้อมเรียกร้องให้มีการ “ยกเลิกโทษประหารชีวิตทั่วโลก”

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายละเอียดเฉพาะของคดีนี้ เมื่อถูกถามถึงการประหารชีวิตดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

“การปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกประเทศ” แถลงการณ์ที่ส่งให้สำนักข่าว AFP ระบุ “จีนปฏิบัติต่อจำเลยสัญชาติต่างๆ อย่างเท่าเทียม ดำเนินคดีอย่างเข้มงวดและยุติธรรมตามกฎหมาย ตลอดจนคุ้มครองสิทธิ์ตามกฎหมายและการปฏิบัติที่เหมาะสมต่อคู่ความที่เกี่ยวข้อง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิหร่านลั่น จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซก็ต่อเมื่อ ได้รับเงินชดเชยแล้วเท่านั้น

อิหร่านลั่น จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซก็ต่อเมื่อ ได้รับเงินชดเชยแล้วเท่านั้น

6 เม.ย. 2569 01:03 น.

อิหร่านลั่น จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซก็ต่อเมื่อ ได้รับเงินชดเชยแล้วเท่านั้น

อิหร่านตอบโต้คำขู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดก็ต่อเมื่อ อิหร่านได้รับเงินชดเชยความเสียหายจากสงครามอย่างครบถ้วนแล้วเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติร่วมกันหยุดยั้งสหรัฐฯ

เมื่อ 5 เม.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านได้ออกมาตอบโต้คำขาดล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก จะ “เปิด” อีกครั้งก็ต่อเมื่ออิหร่านได้รับการชดเชยความเสียหายจากสงครามอย่างครบถ้วนแล้วเท่านั้น

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ส่งข้อความที่เต็มไปด้วยถ้อยคำหยาบคายถึงอิหร่านโดยขู่ว่า วันอังคารที่จะถึงนี้ “จะเป็นวันแห่งการถล่มโรงไฟฟ้า และวันแห่งการทำลายสะพาน รวมอยู่ในวันเดียวกันในอิหร่าน มันจะเป็นอะไรที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน!!!”

“เปิดช่องแคบเฮงซวยนั่นซะ (Open the Fuckin’ Strait) ไอ้พวกบ้า ไม่งั้นพวกแกได้ไปอยู่ในนรกแน่ — คอยดู!” ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social

เพื่อตอบโต้ข้อความดังกล่าว นาย เมห์ดี ทาบาทาบาอี รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารประจำสำนักงานประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน กล่าวว่าผู้นำสหรัฐฯ หันไปใช้ถ้อยคำหยาบคายเพราะ “ความสิ้นหวังและความโกรธแค้นอย่างที่สุด” พร้อมกล่าวหาทรัมป์ว่าเป็นผู้จุดชนวนสงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลาง

“ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดขึ้นอีกครั้งก็ต่อเมื่อ ความเสียหายจากสงครามที่ถูกยัดเยียดให้นี้ได้รับการชดเชยอย่างครบถ้วน ภายใต้ระบอบกฎหมายใหม่ โดยหักจากส่วนแบ่งรายได้ของค่าธรรมเนียมการผ่านทาง” นายทาบาทาบาอี โพสต์ข้อความผ่าน X

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่อิหร่านเคยกล่าวไว้ว่าพวกเขาจะดำเนินการเก็บค่าธรรมเนียม แลกกับการที่เรือบรรทุกน้ำมันบางลำจะสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากรัฐบาลประเทศต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการเดินเรือ

ในขณะเดียวกัน คณะผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติกล่าวว่า ข้อความของทรัมป์ถือเป็นคำขู่อย่างเปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการอยู่รอดของพลเรือนในอิหร่าน

“ประชาคมระหว่างประเทศและทุกรัฐมีพันธกรณีทางกฎหมายในการป้องกันการกระทำที่โหดร้ายของอาชญากรรมสงครามเช่นนี้ พวกเขาต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้ เพราะพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป” คณะผู้แทนระบุในแถลงการณ์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ศรีลังกาจับกุมชาวต่างชาติ 152 คน โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน

ศรีลังกาจับกุมชาวต่างชาติ 152 คน โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน

6 เม.ย. 2569 00:00 น.

ศรีลังกาจับกุมชาวต่างชาติ 152 คน โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน

ศรีลังกาจับกุมชาวต่างชาติกว่า 152 คน ส่วนใหญ่เป็นชายจีน ฐานเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งบริหารโดยชาวจีน นอกจากนั้นยังยึดของกลางได้อีกจำนวนหนึ่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 5 เม.ย. 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในศรีลังกาบุกจับกุมชาวต่างชาติจำนวน 152 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 เม.ย.) ในข้อหาดำเนินกิจการฉ้อโกงทางไซเบอร์ ในลักษณะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้โรงแรมแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเป็นฐานปฏิบัติการ

นายเฟรเดอริก วูตเลอร์ โฆษกตำรวจให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่า การบุกตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นที่เมืองชายฝั่ง “ชิลอว์” (Chilaw) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบไปทางเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร หลังจากได้รับแจ้งเบาะแส

“ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาของเรา ในขณะที่คนอื่นๆ อาจถูกเนรเทศออกนอกประเทศ” วูตเลอร์กล่าว โดยในบรรดาผู้ที่ถูกจับกุมทั้งหมด เป็นชาวจีน 133 ราย (รวมผู้หญิง 7 ราย) และชาวเวียดนามอีก 13 ราย

แหล่งข่าวจากตำรวจท้องถิ่นระบุว่า มีชายชาวจีน 2 รายพยายามหลบหนีระหว่างการบุกตรวจค้นจนได้รับบาดเจ็บ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ ถูกนำตัวขึ้นศาลท้องถิ่น และถูกสั่งคุมขังจนถึงวันที่ 9 เมษายน เพื่อรอการสืบสวนเพิ่มเติม

แหล่งข่าวให้ข้อมูลอีกว่า พบโน้ตบุ๊ก 143 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 120 เครื่อง และโทรศัพท์มือถืออีก 370 เครื่องในศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งบริหารโดยชายชาวจีนที่เหมาเช่าโรงแรมแห่งนี้ทั้งตึก

เมื่อเดือนก่อน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของศรีลังกาเพิ่งจับกุมชาวจีนทั้งชายและหญิงรวม 135 ราย ในข้อหาดำเนินกิจการฉ้อโกงทางไซเบอร์ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดได้ถูกเนรเทศออกนอกประเทศไปแล้ว

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโคลัมโบแถลงหลังการจับกุมในครั้งนั้นว่า ทางสถานทูตกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้พลเมืองของตนเข้ามาดำเนินกิจการฉ้อโกงในศรีลังกา

“เนื่องจากศรีลังกามีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่พัฒนาแล้ว มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย และมีนโยบายวีซ่าที่ค่อนข้างผ่อนปรน… ทำให้แก๊งฉ้อโกงทางโทรคมนาคมบางส่วนได้ย้ายฐานปฏิบัติการมายังศรีลังกา” สถานทูตระบุ

“นั่นคือสาเหตุที่คดีลักษณะนี้เพิ่มสูงขึ้นในศรีลังกาเมื่อไม่นานมานี้” สถานทูตเสริม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศจีนเป็นหลัก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

บังกลาเทศคาดโรคหัดระบาด คร่าชีวิตเด็กแล้วเฉียด 100

บังกลาเทศคาดโรคหัดระบาด คร่าชีวิตเด็กแล้วเฉียด 100

5 เม.ย. 2569 22:56 น.

บังกลาเทศคาดโรคหัดระบาด คร่าชีวิตเด็กแล้วเฉียด 100

ทางการบังกลาเทศเร่งตรวจสอบการระบาดของโรคหัด ซึ่งคาดว่าทำให้มีเด็กเสียชีวิตแล้วเกือบ 100 ศพ โดยเจ้าหน้าที่เริ่มการฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักแล้ว

ทางการบังกลาเทศเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เม.ย. ว่า มีข้อสงสัยว่ากำลังเกิดการระบาดของโรคหัด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีเด็กเสียชีวิตแล้วถึง 98 ศพ ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งระดมฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายตาริก เราะห์มาน นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ สั่งการให้รัฐมนตรีอาวุโส 2 คน เดินทางไปทั่วประเทศ เพื่อประเมินขนาดของวิกฤตการณ์และช่วยประสานงานในการรับมือ

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขที่เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ระบุว่า จำนวนเด็กอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 5 ปี ที่มีอาการต้องสงสัยว่าเป็นโรคหัดพุ่งสูงขึ้นถึง 6,476 ราย

“เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ จำนวนเด็กที่ได้รับผลกระทบนั้นสูงกว่า และยอดผู้เสียชีวิตก็สูงกว่าด้วยเช่นกัน” ฮาลิมูร์ ราชิด ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ บอกกับสำนักข่าว AFP โดยอ้างถึงจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ปีที่มีผู้ต้องสงสัยว่าติดโรคหัดในบังกลาเทศมากที่สุดคือปี 2548 โดยมีจำนวนผู้ที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออยู่ที่ 25,934 ราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวได้ลดลงอย่างมากจนกระทั่งมาพุ่งสูงขึ้นในปีนี้

นายราชิดระบุว่า สาเหตุของการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นนี้มาจาก “ปัจจัยหลายประการ รวมถึงการขาดแคลนวัคซีน”

ขณะนี้มีการยืนยันตัวเลขผู้ป่วยโรคหัดในกลุ่มประชากรบังกลาเทศแล้ว 826 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วเพียง 16 ศพ โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ในหลายกรณีไม่มีการตรวจเชื้อ หรือผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับการตรวจ

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคหัดเป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่ายที่สุดในโลก โดยสามารถติดต่อกันได้ผ่านการไอหรือการจาม แม้ว่าโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่พบได้บ่อยที่สุดในเด็ก และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ รวมถึงอาการสมองบวมและปัญหาด้านการหายใจอย่างรุนแรง

จากสถิติล่าสุดขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดทั่วโลกมากถึง 95,000 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วน และโรคหัดยังไม่มีวิธีการรักษาอย่างเฉพาะเจาะจงเมื่อติดเชื้อแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna