ตุ๊กตาอุรังอุตัง IKEA ขายเกลี้ยง จากกระแสไวรัลลูกลิงพันช์คุง ส่วนใน eBay ราคาพุ่งหลายเท่า

ตุ๊กตาอุรังอุตัง IKEA ขายเกลี้ยง จากกระแสไวรัลลูกลิงพันช์คุง ส่วนใน eBay ราคาพุ่งหลายเท่า

25 ก.พ. 2569 14:14 น.

ตุ๊กตาอุรังอุตัง IKEA ขายเกลี้ยง จากกระแสไวรัลลูกลิงพันช์คุง ส่วนใน eBay ราคาพุ่งหลายเท่า

กระแสความน่ารักของ “พันช์คุง” ลูกลิงกำพร้าจากสวนสัตว์ในญี่ปุ่น ดันยอดขาย ตุ๊กตาอุรังอุตัง IKEA พุ่งทะลุสต๊อก จนสินค้าขายหมดเกลี้ยงในหลายพื้นที่ และถูกนำไปรีเซลในราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า

เจ้าพันช์คุง ลูกลิงหิมะญี่ปุ่น จากสวนสัตว์อิชิกาวะ ประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นขวัญใจชาวโซเชียล หลังมีคลิปเผยให้เห็นมันลากตุ๊กตาอุรังอุตังตัวโปรดไปทั่วกรง และวิ่งเข้าไปกอดตุ๊กตาทุกครั้งที่ถูกลิงตัวใหญ่รังแก

หลังคลิปไวรัลแพร่สะพัด บริษัท IKEA ได้โพสต์ภาพลิงกอดตุ๊กตา พร้อมข้อความว่า “ตอนนี้พวกเราทุกคนคือครอบครัวของพันช์” ยิ่งดันให้ยอดขายพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

ตุ๊กตาตัวดังกล่าวเป็นสินค้าในไลน์ Djungelskog สำหรับเด็ก ซึ่งเดิมจำหน่ายในราคา 14.99 ดอลลาร์แคนาดา หรือราว 399 บาท แต่ล่าสุดสินค้าถูกกว้านซื้อจน ขายหมดเกลี้ยงทางออนไลน์ในหลายประเทศ แม้แต่ประเทศไทย

หลังจากสินค้าไม่มีจำหน่ายผ่านช่องทางหลักแล้ว ก็มีพ่อค้าหัวใสนำตุ๊กตาไปลงขายบนแพลตฟอร์ม eBay ในราคาสูงถึง 100 ดอลลาร์ และบางรายการพุ่งไปแตะ 301 ดอลลาร์ สะท้อนกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถดันสินค้าธรรมดาให้กลายเป็นไอเทมสุดฮิตในเวลาเพียงไม่กี่วัน.

ที่มา : globalnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พันช์คุง

นายกฯ ญี่ปุ่นยอมรับแจก “แค็ตตาล็อกของขวัญ” สส. ยกพรรค ยันไม่ได้ใช้เงินภาษี

นายกฯ ญี่ปุ่นยอมรับแจก "แค็ตตาล็อกของขวัญ" สส. ยกพรรค ยันไม่ได้ใช้เงินภาษี

25 ก.พ. 2569 13:12 น.

นายกฯ ญี่ปุ่นยอมรับแจก “แค็ตตาล็อกของขวัญ” สส. ยกพรรค ยันไม่ได้ใช้เงินภาษี

“ซานาเอะ ทาคาอิจิ” นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยอมรับกลางสภาว่ามอบแคตตาล็อกของขวัญมูลค่าคนละ 30,000 เยน ให้ สส. พรรคแอลดีพี ทั้ง 315 คน ที่ชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อขอบคุณที่ฝ่าฟันศึกหนัก ย้ำชัดไม่ผิดกฎหมาย เพราะใช้เงินกองทุนพรรคสาขานารา ไม่ใช่เงินภาษีประชาชน  ท่ามกลางกระแสจับจ้องเรื่องความโปร่งใสทางการเมือง

นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ยอมรับต่อหน้าฐานสภาผู้แทนราษฎรว่า เธอได้จัดส่งแค็ตตาล็อกของขวัญเพื่อแสดงความยินดีให้แก่ สส. ของพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ทุกคนที่ได้รับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่าการกระทำดังกล่าว “ไม่มีความผิดทางกฎหมาย”

ทาคาอิจิ ระบุว่า พรรคแอลดีพี สาขาเขต 2 จังหวัดนารา ซึ่งเธอเป็นประธาน ได้ใช้เงินกองทุนทางการเมืองของสาขาพรรค จัดส่งสมุดแค็ตตาล็อกสินค้าให้แก่ สส. ร่วมพรรคทั้ง 315 คน โดยกำหนดมูลค่าของขวัญไว้ที่ประมาณคนละ 30,000 เยน (ราว 5,971 บาท) ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าสินค้าและค่าจัดส่ง

ทาคาอิจิกล่าวตอบคำถามของ สส. ฝ่ายค้านว่า “เรามอบของขวัญเหล่านี้ในนามพรรคสาขา เพื่อชื่นชมในชัยชนะจากการเลือกตั้งที่ยากลำบากอย่างยิ่ง” พร้อมกล่าวย้ำผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เงินที่ใช้ไม่ใช่เงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่มาจากภาษีประชาชน

ตามรายงานจากสื่อ Bunshun Online ระบุว่าแค็ตตาล็อกดังกล่าวมาจากห้างสรรพสินค้า “คินเท็ตสึ” (Kintetsu) ซึ่งเป็นห้างดังในญี่ปุ่น โดยในเว็บไซต์ของห้างแสดงให้เห็นว่าผู้ได้รับแค็ตตาล็อกสามารถเลือกสินค้าเองได้ตามใจชอบ ตั้งแต่สินค้าไลฟ์สไตล์อย่างจักรยาน ของกินราคาแพงอย่างเนื้อปูยักษ์ ไปจนถึงบัตรกำนัลเข้าพักในโรงแรมหรู

การเปิดเผยครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่ไว้วางใจของสาธารณชนต่อประเด็น “เงินกับการเมือง” หลังจากที่พรรคแอลดีพีเคยเผชิญกับอื้อฉาวเรื่อง “เงินสินบนนอกบัญชี” เมื่อปลายปี 2023 ซึ่งเหตุการณ์นั้นได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคะแนนนิยมของพรรคในการเลือกตั้งปี 2024 และ 2025 ในยุคของอดีตนายกฯ ชิเงรุ อิชิบะ

นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา นายอิชิบะเองก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการแจกบัตรกำนัลมูลค่า 100,000 เยน ให้แก่ สส. สมัยแรกจำนวน 15 คนระหว่างการรับประทานอาหารค่ำ

ทั้งนี้ กฎหมายระดมทุนทางการเมืองของญี่ปุ่นระบุว่า “บุคคลธรรมดา” ห้ามบริจาคเงินหรือสิ่งของให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยตรง แต่กฎหมายอนุญาตให้ “พรรคการเมือง” หรือ “สาขาพรรคประจำท้องถิ่น” สามารถทำการบริจาคหรือสนับสนุนได้ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่นายกฯ ทาคาอิจิ ยืนยันว่าการดำเนินการผ่านพรรคสาขานารานั้นถูกต้องตามระเบียบทุกประการ

ปัจจุบัน พรรคแอลดีพีและพรรคฟื้นฟูญี่ปุ่น (Japan Innovation Party) ครองเสียงข้างมากถึง 3 ใน 4 ของสภาผู้แทนราษฎร ทำให้การถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้านในประเด็นนี้จีงเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างมากว่าจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่.

ที่มา KYODO NEWS

เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

25 ก.พ. 2569 13:01 น.

เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

เกาะบาหลี แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศอินโดนีเซียน้ำท่วมอ่วม หลังเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน บางพื้นที่ระดับน้ำสูงเกิน 1.5 เมตร เร่งอพยพทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า บริเวณย่านเทวีศรี ในเขตกูตา บนเกาะบาหลีได้รับผลกระทบหนัก หลังระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในบ้านพัก ขณะที่ทีมค้นหาและกู้ภัยบาหลีเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ โดยใช้ต้องเรือยางอพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่เสี่ยง

รายงานระบุว่า มีผู้ได้รับการอพยพอย่างน้อย 12 คน รวมถึงผู้หญิง เด็ก และผู้ที่ติดอยู่ภายในรถยนต์ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้จากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากกูตาแล้ว พื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอื่น ๆ ของบาหลี ต่างได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน โรงแรม เกสต์เฮาส์ และวิลล่าหลายแห่งมีน้ำไหลเข้าท่วม ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องย้ายไปยังที่พักที่ปลอดภัยกว่า

โดยฝนที่ตกหนักยังเพิ่มความเสี่ยงต่อดินถล่มและน้ำหลากฉับพลันในบางพื้นที่ สร้างความกังวลต่อภาคการท่องเที่ยวของเกาะบาหลี ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว 

ล่าสุดทางการท้องถิ่นเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้ลำคลองในช่วงที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง.

ที่มา : Channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ บาหลี

อัตราเกิด “เกาหลีใต้” พุ่งต่อเนื่องปีที่ 2 ส่อแววหลุดพ้นวิกฤตประชากรโลก

อัตราเกิด "เกาหลีใต้" พุ่งต่อเนื่องปีที่ 2 ส่อแววหลุดพ้นวิกฤตประชากรโลก

25 ก.พ. 2569 12:27 น.

อัตราเกิด “เกาหลีใต้” พุ่งต่อเนื่องปีที่ 2 ส่อแววหลุดพ้นวิกฤตประชากรโลก

เกาหลีใต้ซึ่งเคยมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในโลก เริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลายของวิกฤตประชากร หลังข้อมูลจากกระทรวงข้อมูลและสถิติเปิดเผยว่า อัตราการเจริญพันธุ์รวมในปี 2025 อยู่ที่ 0.80 เพิ่มขึ้นจาก 0.75 ในปี 2024 นับเป็นการปรับเพิ่มต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ชี้ปัจจัยหลักมาจากการแต่งงานที่ทำสถิติสูงสุดใหม่และการปรับเปลี่ยนทัศนคติทางสังคม

ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้ระบุว่า อัตราเจริญพันธุ์หรือจำนวนบุตรเฉลี่ยที่ผู้หญิงหนึ่งคนจะมีได้ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.80 ในปี 2025 ขยับขึ้นจาก 0.75 ในปี 2024 ตัวเลขในปี 2025 ยังแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นรายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 15 ปี และเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

การฟื้นตัวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากที่เกาหลีใต้ครองแชมป์ประเทศที่มีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในโลกมาอย่างยาวนาน โดยเคยดิ่งลงไปจุดต่ำสุดที่ 0.72 ในปี 2023 แต่ผลจากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐและการฟื้นตัวหลังยุคการระบาดของโควิด-19 ทำให้จำนวนเด็กเกิดใหม่เริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา

กระทรวงฯ ระบุว่า การฟื้นตัวของจำนวนเด็กแรกเกิดเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของการแต่งงานและการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของประชากรหญิงในช่วงอายุ 30 ต้น ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการมีบุตร ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา

“จำนวนการสมรสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 21 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เนื่องจากคู่รักที่เลื่อนการแต่งงานออกไปเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้เข้าพิธีวิวาห์”

พัค ฮยอนจอง เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ระบุว่าปัจจัยที่ขับเคลื่อนสถิตินี้คือ “ยอดการจดทะเบียนสมรส” ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 21 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 ถึงเดือนธันวาคม 2025 เนื่องจากคู่รักที่เลื่อนการแต่งงานออกไปเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้เข้าพิธีวิวาห์ โดยในปี 2025 ยอดแต่งงานเพิ่มขึ้น 8.1% ต่อเนื่องจากปี 2024 ที่เคยพุ่งสูงถึง 14.8% ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าทัศนคติของชาวเกาหลีใต้ต่อการสร้างครอบครัวเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางบวก โดย 52.5% ของประชากรมีความคิดเห็นเชิงบวกต่อการแต่งงาน เพิ่มขึ้นจาก 50.1% ในปี 2022 และจำนวนบุตรที่ต้องการโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.89 คน

แม้ตัวเลขจะดีขึ้น แต่เกาหลีใต้ยังคงเผชิญกับความท้าทายในระยะยาว โดยพบว่าประชากรลดลงตามธรรมชาติ ในปีที่ผ่านมามีจำนวนเด็กเกิดใหม่ 254,457 คน เพิ่มขึ้น 6.8% แต่ยอดผู้เสียชีวิตกลับสูงถึง 363,389 คน ทำให้ประชากรโดยรวมยังคงลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 6

นอกจากนั้น ยังเกิดแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ธนาคารกลางคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) อาจลดลงเหลือเพียง 0.6% ภายในปี 2045-2049 หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากรได้ และมีการเตือนว่ากองทุนบำนาญของรัฐ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก อาจหมดลงภายในปี 2071 เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่สูงขึ้น

ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง รัฐบาลเตรียมจัดทำแผนยุทธศาสตร์นโยบายประชากร 5 ปี เพื่อรับมือกับสังคมสูงวัย โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายการสนับสนุนสวัสดิการการมีบุตร, ดึงดูดแรงงานต่างชาติที่มีทักษะสูงเข้าสู่ตลาดแรงงาน และการสร้างความร่วมมือกับจีนและญี่ปุ่น เพื่อแก้ไขปัญหาประชากรในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ทั้งนี้ รัฐบาลคาดการณ์ว่าหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ อัตราเจริญพันธุ์ของเกาหลีใต้จะสามารถกลับขึ้นไปแตะระดับ 1.0 ได้ในปี 2031 เพื่อช่วยประคองจำนวนประชากรที่คาดว่าจะเหลือเพียง 36.2 ล้านคนในปี 2072

ที่มา Reuters / Yonhap

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐฯ ได้

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐฯ ได้

25 ก.พ. 2569 12:14 น.

ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐฯ ได้

ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาฯ กล่าวหาอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐฯ ได้ แม้ต้องการแก้ไขความขัดแย้งกับอิหร่านผ่านแนวทางการทูต แต่ยืนยันไม่ยอมให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในเวทีแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา (State of the Union) ว่า เขาต้องการแก้ไขความขัดแย้งกับอิหร่านผ่านแนวทางการทูต แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เตหะรานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า อยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน พร้อมกล่าวหาโดยไม่ได้แสดงหลักฐานว่า อิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐฯ ได้  

ด้านอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงยืนยันมาโดยตลอดว่า โครงการนิวเคลียร์มีเป้าหมายเพื่อสันติและการใช้ประโยชน์พลเรือนเท่านั้น ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ก่อนทรัมป์ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ว่า  อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่ากรณีใด ๆ  .

ที่มา BBC

กลาโหมกัมพูชาโต้ไทย ปฏิเสธข่าวยิงเครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม. ใกล้ชายแดนพระวิหาร ชี้เป็นข้อมูลเท็จ

กลาโหมกัมพูชาโต้ไทย ปฏิเสธข่าวยิงเครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม. ใกล้ชายแดนพระวิหาร ชี้เป็นข้อมูลเท็จ

25 ก.พ. 2569 11:18 น.

กลาโหมกัมพูชาโต้ไทย ปฏิเสธข่าวยิงเครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม. ใกล้ชายแดนพระวิหาร ชี้เป็นข้อมูลเท็จ

กลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข่าวไทย ยิงเครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม. ยืนยันไม่มีการยิงอาวุธตามที่ฝ่ายไทยกล่าวหา เรียกร้องหยุดเผยแพร่ข่าวปลอม หวั่นกระทบความสัมพันธ์ชายแดน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 พลโทมาลี โสเชียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาจากเพจทางการของกองทัพไทย และสื่อบางสำนักของไทย ที่รายงานว่า กองกำลังกัมพูชาได้ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตร 1 นัด เข้าใส่พื้นที่ใกล้จุดลาดตระเวนของฝ่ายไทย เวลา 08.50 น. บริเวณตรงข้ามพื้นที่กูลปรัมเบย จังหวัดพระวิหาร

โฆษกกลาโหมกัมพูชายืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริง พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น

รายงานจากกองทัพภาคที่ 4 แห่งกองทัพกัมพูชาระบุว่า ภายหลังมีรายงานเหตุระเบิดและเสียงปืนจากฝั่งไทย คณะทำงานประสานงานของกองทัพภาคที่ 4 ของกัมพูชา และกองทัพภาคที่ 2 ของไทย ได้ติดต่อหารือกันโดยทันที โดยฝ่ายกัมพูชาได้แจ้งอย่างชัดเจนว่า ไม่มีการใช้อาวุธใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวหา.

ที่มา Freshnews

เปิดภาพวิลล่าหรู “เอล เมนโช” แหล่งกบดานสุดท้าย ก่อนถูกวิสามัญดับ

เปิดภาพวิลล่าหรู "เอล เมนโช" แหล่งกบดานสุดท้าย ก่อนถูกวิสามัญดับ

25 ก.พ. 2569 11:13 น.

เปิดภาพวิลล่าหรู “เอล เมนโช” แหล่งกบดานสุดท้าย ก่อนถูกวิสามัญดับ

เผยภาพภายในวิลล่าหรูในรัฐฮาลิสโก ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนตัวแห่งสุดท้ายของ “เนเมซิโอ โอเซเกรา” หรือ “เอล เมนโช” ราชายาเสพติดเม็กซิโก ก่อนเสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางหลักฐานที่สะท้อนทั้งชีวิตหรูหรา ความเจ็บป่วย และความศรัทธาทางศาสนา

รายละเอียดล่าสุดเผยให้เห็นช่วงนาทีสุดท้ายของ “เนเมซิโอ โอเซเกรา” (Nemesio Oseguera) หรือที่รู้จักกันในนาม “เอล เมนโช” (El Mencho) ผู้นำแก๊งคาร์เทล “ฮาลิสโก นิว เจเนเรชัน” (Jalisco New Generation Cartel – CJNG) ที่ใช้ชีวิตในวาระสุดท้าย ณ วิลล่าหรูหมายเลข 39 ภายในโครงการ “ตาปัลปา คันทรี คลับ” (Tapalpa Country Club) ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยระดับเอ็กซ์คลูซีฟกลางหุบเขาในรัฐฮาลิสโก ทางตะวันตกของเม็กซิโก

วิลล่าสองชั้นหลังนี้มีเอกลักษณ์ด้วยผนังหินและหลังคากระเบื้องสีแดง ตั้งอยู่อย่างมิดชิดเพื่อเป็นที่ซ่อนตัวของเจ้าพ่อคาร์เทลรายนี้ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 ก.พ.) จากการถูกทหารดักซุ่มโจมตีในพื้นที่ป่าหลังบ้านพัก โดยเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การบุกจับครั้งนี้มาจากข้อมูลที่เชื่อมโยงกับคนรักของโอเซเกรา

ภาพถ่ายชุดล่าสุดเผยให้เห็นสภาพภายในบ้านที่ดูสับสนและสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพของเอล เมนโช โดยบนเคาน์เตอร์ห้องครัวเต็มไปด้วยกล่องอาหารเดลิเวอรี่ สตรอว์เบอร์รีที่เน่าเสีย ซอสศรีราชา กล่องนม และขวดน้ำ รวมถึงมันฝรั่งและมะเขือเทศที่วางทิ้งไว้บนพื้น

เจ้าหน้าที่ยังพบยารักษาโรคจำนวนมาก ตั้งแต่ยาแก้ไมเกรน ยานอนหลับ ยารักษาโรคกรดไหลย้อน ไปจนถึงยารักษาอาการติดเชื้อรา นอกจากนี้ยังพบ “Tationil Plus”  หรือกลูตาไธโอนบริสุทธิ์ชนิดฉีด พร้อมตารางการฉีดยาในตู้เย็น ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการดูแลสุขภาพ

เจ้าหน้าที่ยังพบถุงผ้าแบรนด์ “Mayorquin” ซึ่งเป็นร้านจิวเวลรีระดับไฮเอนด์ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและน้ำหอมราคาแพงวางเรียงรายอยู่บนชั้น

สิ่งที่น่าสนใจคือการพบ “หิ้งบูชาชั่วคราว” ที่ประดิษฐานรูปเคารพทางศาสนาคาทอลิก ทั้ง พระแม่มารีแห่งกัวดาลูเป นักบุญอุปถัมภ์ของเม็กซิโก และนักบุญจูด แทดเดียส นักบุญแห่งความหวังของผู้สิ้นหวัง นอกจากนี้ยังมีแผ่นกระดาษเขียนข้อความจากคัมภีร์ไบเบิลด้วยลายมือ เน้นย้ำเรื่อง “ความไว้วางใจในพระเจ้า” วางอยู่ใกล้ๆ กับกล่องของขวัญผูกโบสีแดง

รายงานระบุว่า ในช่วงที่กองทัพบุกเข้าจู่โจม โอเซเกราพยายามหลบหนีออกทางสวนหลังบ้านมุ่งหน้าไปยังเนินเขาที่เป็นป่าทึบ แต่ถูกกระสุนปืนจากการไล่ล่าและเสียชีวิตระหว่างการลำเลียงทางอากาศเพื่อไปรับการรักษา

ปัจจุบัน สภาพโดยรอบคฤหาสน์ยังคงหลงเหลือร่องรอยการต่อสู้ ทั้งซากรถยนต์ที่ถูกเผาทำลายบนถนน
โดยรอบโครงการ ขณะที่เมืองตาปัลปาซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและไร่อากาเว่ต้องตกอยู่ภายใต้การจับตามองของนานาชาติอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เคยคว่ำบาตรธุรกิจในแถบนี้โดยระบุว่าเป็นแหล่งฟอกเงินของแก๊ง CJNG.

ที่มา Reuters

ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส โว “สหรัฐฯ กลับมายิ่งใหญ่” ชูศก.ฟื้นตัว-เงินเฟ้อต่ำสุดรอบกว่า 5 ปี

ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส โว “สหรัฐฯ กลับมายิ่งใหญ่” ชูศก.ฟื้นตัว-เงินเฟ้อต่ำสุดรอบกว่า 5 ปี

25 ก.พ. 2569 10:20 น.

ทรัมป์แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส โว “สหรัฐฯ กลับมายิ่งใหญ่” ชูศก.ฟื้นตัว-เงินเฟ้อต่ำสุดรอบกว่า 5 ปี

“โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศนโยบายต่อสภาคองเกรส โวสหรัฐฯกลับมายิ่งใหญ่ ชูเศรษฐกิจฟื้นตัว-เงินเฟ้อต่ำสุดรอบกว่า 5 ปี

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวถ้อยแถลงประจำปีต่อรัฐสภา (State of the Union) ครั้งแรกในวาระที่สอง โดยย้ำว่า “ชาติของเรากลับมาแล้ว ใหญ่กว่า เด่นกว่า ร่ำรวยกว่า และแข็งแกร่งกว่าที่เคย” พร้อมยืนยันว่าเขาได้สร้างการพลิกฟื้นครั้งประวัติศาสตร์

ผู้นำสหรัฐระบุว่า เขาได้รับมรดกปัญหาเศรษฐกิจและสงครามจากรัฐบาลก่อนหน้า แต่ภายใน 1 ปี รัฐบาลทรัมป์เปลี่ยนโฉมประเทศอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ทรัมป์ยังชูตัวเลขเศรษฐกิจ โดยอ้างว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี และตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ 53 ครั้งนับตั้งแต่การเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังอ้างว่ารัฐบาลทรัมป์สามารถดึงดูดเงินลงทุนได้มากกว่า 18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปีแรก

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำข้อกล่าวหาว่าอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ  ซึ่งข้อมูลในอดีตชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อเคยสูงกว่านี้มาก่อน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าาวถึงประเด็นความมั่นคงโดยระบุว่าพรมแดนสหรัฐฯปลอดภัย ศัตรูหวาดกลัว และกองทัพจตำรวจเข้มแข็งทรัมป์ยังกล่าวถึงประเด็นความมั่นคง โดยระบุว่า พรมแดนสหรัฐปลอดภัย ศัตรู หวาดกลัว กองทัพและตำรวจเข้มแข็ง ทำให้และสหรัฐฯ ได้รับความเคารพอีกครั้ง 

โดยบรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด มีเสียงตะโกน “ยูเอสเอ” จากฝ่ายสนับสนุน ขณะเดียวกันอัล กรีน ส.ส.เดโมแครตจากรัฐเท็กซัสแสดงการประท้วง ถูกเชิญตัวออกจากห้องประชุมก่อนที่ทรัมป์จะเริ่มกล่าวสุนทรพจน์.

ที่มา CNN

เครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดีย ดับยกลำ 7 ศพ ผู้ป่วยก็เสียชีวิตด้วย

เครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดีย ดับยกลำ 7 ศพ ผู้ป่วยก็เสียชีวิตด้วย

25 ก.พ. 2569 09:02 น.

เครื่องบินพยาบาลตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของอินเดีย ดับยกลำ 7 ศพ ผู้ป่วยก็เสียชีวิตด้วย

เกิดเหตุสลด เครื่องบินพยาบาลของอินเดียที่กำลังพาผู้ป่วยไฟไหม้ไปส่งโรงพยาบาล ประสบเหตุตกกลางป่าลึกทางตะวันออกของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ศพ ในจำนวนนี้รวมไปถึงผู้ป่วยบนเครื่องด้วย  

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินพยาบาลรุ่น บีชคราฟต์ C90 ที่ดำเนินการโดยบริษัท “เรดเบิร์ด แอร์เวย์ พีดับเบิลยูที” ประสบเหตุตกในป่าลึกทางภาคตะวันออกของอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งลำ 7 ศพ 

รายงานข่าวระบุว่า เครื่องบินเสียการควบคุมเพียงไม่กี่นาทีหลังขึ้นบินจากสนามบินเมืองแรนชี เมืองเอกของรัฐฌารขัณฑ์ ก่อนขาดการติดต่อ ขณะพยายามขนย้ายผู้ป่วยอาการวิกฤติจากกรุงนิวเดลี ที่มีแผลไฟไหม้รุนแรง โดยบนเครื่องบินลำนี้ประกอบด้วยผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล และญาติผู้ป่วยจำนวน 2 คน ในขณะที่ผู้เสียชีวิตอีก 2 คนคือนักบินและผู้ป่วยนักบิน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่รัฐคาดว่า เครื่องบินอาจสูญเสียการควบคุมหลังเผชิญกระแสลมแปรปรวนจากสภาพอากาศเลวร้าย ขณะที่สำนักงานอธิบดีกรมการบินพลเรือนอินเดียแล้วุว่า ได้ส่งทีมจากหน่วยสอบสวนอุบัติเหตุอากาศยานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด ขณะที่ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ก่อนเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากแนวป่าทึบ ทำให้เจ้าหน้าที่เร่งรุดเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที

ทั้งนี้ เครื่องบินพยาบาลถูกใช้อย่างแพร่หลายในอินเดีย เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตจากเมืองขนาดเล็กไปยังศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านการบินในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีภูมิประเทศท้าทาย.

เร่งไขปริศนาหลุมศพหมู่อายุ 2,800 ปีในเซอร์เบีย พบส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

เร่งไขปริศนาหลุมศพหมู่อายุ 2,800 ปีในเซอร์เบีย พบส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

25 ก.พ. 2569 08:55 น.

เร่งไขปริศนาหลุมศพหมู่อายุ 2,800 ปีในเซอร์เบีย พบส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

การค้นพบหลุมศพหมู่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทางเหนือของเซอร์เบีย กำลังสร้างความตกตะลึงให้วงการโบราณคดีโลก หลังพบข้อมูลใหม่ว่าเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ซึ่งถูกสังหารอย่างโหดร้าย

หลุมศพแห่งนี้มีชื่อว่า Gomolava นับเป็นหนึ่งในหลุมศพหมู่แบบเหตุการณ์ครั้งเดียว ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยนักโบราณคดีพบร่างผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย ถูกทุบตีและแทงจนเสียชีวิตในช่วงยุคเหล็ก 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักวิชาการตั้งข้อสงสัยว่าเหตุสังหารหมู่ครั้งนี้อาจเป็นฝีมือของชนเผ่าคู่ขัดแย้ง แต่ผลการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมล่าสุดกลับหักล้างสมมติฐานดังกล่าว

นักวิจัยใช้เทคนิคสมัยใหม่ ทั้งการวิเคราะห์ DNA การตรวจคอลลาเจนและเคลือบฟัน รวมถึงการศึกษาบาดแผลบนกระดูก เพื่อถอดรหัสเรื่องราวก่อนวาระสุดท้ายของเหยื่อ จนพบว่าเหยื่อส่วนใหญ่ ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน และมีหลักฐานว่าพวกเขาเติบโตมาจากถิ่นฐานต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปแบบอาหารที่บริโภคและองค์ประกอบทางเคมีในฟันชี้ว่า คนเหล่านี้ไม่ได้อาศัยอยู่ร่วมกันในชุมชนเดียวเป็นเวลานาน

ข้อมูลที่เปิดเผยล่าสุดสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง เพราะเหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุระหว่าง 1–12 ปี จำนวนมากถึงเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีวัยรุ่น 11 คน และผู้ใหญ่ราว 24 คน โดย 87% ของผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง และพบเด็กทารกเพศชาย 1 ราย

นักวิชาการเชื่อว่า นี่อาจเป็นตัวอย่างของการสังหารแบบเลือกเพศและวัย เพื่อแสดงอำนาจและควบคุมทรัพยากรในช่วงความขัดแย้งขนาดใหญ่ที่หลายชุมชนในยุคนั้นต้องเผชิญ

ดร.ลินดา จากมหาวิทยาลัยแห่งเอดินเบอระ  (University of Edinburgh) อธิบายว่าการสังหารอย่างโหดเหี้ยมและการจัดพิธีฝังศพในเวลาต่อมา อาจสะท้อนความพยายามสร้างดุลอำนาจ และประกาศอำนาจเหนือที่ดินและทรัพยากร

สิ่งที่ยิ่งเพิ่มความลึกลับคือ หลักฐานชี้ว่ามีการใช้เวลาและทรัพยากรจัดเตรียมสถานที่ฝังศพอย่างพิถีพิถัน เหยื่อถูกฝังพร้อมเครื่องประดับส่วนตัว รวมถึงเครื่องประดับโลหะที่ผลิตจากแหล่งแร่ในพื้นที่

ซึ่งดร.แบร์รี มอลโลย์ จาก มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin) ระบุว่าการวิเคราะห์สมัยใหม่ไม่เพียงแค่ช่วยให้เราเข้าใจการตายอย่างรุนแรงของพวกเขา แต่ยังเข้าใจบริบทก่อนเกิดเหตุ และผลกระทบหลังจากนั้น

เขาเสริมว่า การฝังศพถูกจัดวางบนเนินชุมชนที่โกโมลาวา เสมือนสร้างอนุสรณ์ถาวรที่ผู้คนในยุคนั้นต้องพบเห็นอยู่เสมอ ราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความทรงจำของเหตุการณ์นองเลือด

งานศึกษาครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง University of Edinburgh, University College Dublin, University of Copenhagen และ Museum of Vojvodina ก่อนเผยแพร่ในวารสารวิชาการชั้นนำเนเจอร์ ฮิวแมน บีเฮฟวิเออร์ (Nature Human Behaviour) ซึ่งถึงแม้จะคลี่คลายปริศนาได้บางส่วน แต่ยังคงไม่มีคำตอบว่า ใครคือผู้ลงมือและวัตถุประสงค์ของการคร่าชีวิตเด็กและผู้หญิงจำนวนมากนี้มีขึ้นเพื่ออะไร.

ที่มา : The sun

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ หลุมศพหมู่