ตร.เกาะเชจู ยอมรับเร่งรีบปิดคดีคนหายก่อนเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงคดีค้างที่จะทำให้ต้องรับผิดชอบเพิ่ม

ตร.เกาะเชจู ยอมรับเร่งรีบปิดคดีคนหายก่อนเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงคดีค้างที่จะทำให้ต้องรับผิดชอบเพิ่ม

1 ก.ย. 2569 11:44 น.

ตร.เกาะเชจู ยอมรับเร่งรีบปิดคดีคนหายก่อนเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงคดีค้างที่จะทำให้ต้องรับผิดชอบเพิ่ม

ตำรวจเกาะเชจูเผย เจ้าหน้าที่ที่ถูกจับฐานปิดคดีคนหายโดยมิชอบ อ้างต้องการลดภาระงาน เพราะหากคดีค้างอยู่จะมีงานต้องรับผิดชอบเพิ่ม ขณะที่พบผู้สูญหายเสียชีวิต 2 ราย

วันที่ 1 กันยายน 2569 ตำรวจเกาะเชจูของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโท ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาปิดคดีคนหายโดยมิชอบ ยอมรับว่าเหตุผลส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจปิดคดีก่อนเวลา เพราะต้องการหลีกเลี่ยงภาระงานที่เพิ่มขึ้น โดยตัดสินใจปิดคดีโดยมิชอบเพื่อไม่ต้องรับภาระในการส่งต่อคดี เพราะหากคดียังคงเปิดอยู่จะมีขั้นตอนและงานที่ต้องดำเนินการอีกจำนวนมาก

ตำรวจจังหวัดเชจูระบุว่า เจ้าหน้าที่คนนี้ให้เหตุผลว่าเกิดความประมาทเลินเล่อ เนื่องจากมองว่าผู้สูญหายเป็นเพียงผู้ใหญ่ทั่วไป ขณะที่ตำรวจเตรียมส่งตัวให้พนักงานอัยการดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และปลอมแปลงเอกสาร

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ถูกกล่าวหาว่าปิดคดีหญิงสูญหายในเดือนพฤษภาคม โดยไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเธอยังปลอดภัยหรือไม่ รวมถึงลบข้อมูลของเธอออกจากระบบประวัติบุคคลสูญหายของตำรวจ ก่อนพบศพของเธอบนเกาะเชจูเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ตำรวจยังพบว่าเจ้าหน้าที่คนเดียวกันเคยปิดคดีผู้สูญหายอีกรายก่อนเวลาในเดือนกรกฎาคม โดยผู้สูญหายเป็นชายวัย 60 ปี และพบศพเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม

ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลกับตำรวจว่าได้ติดต่อผู้สูญหายแล้ว แต่ภายหลังยอมรับว่าโกหก เมื่อมีการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปิดคดี โดยคดีนี้นำไปสู่การตรวจสอบระบบติดตามผู้สูญหายของตำรวจเกาหลีใต้ หลังเกิดข้อกังวลว่าการปิดคดีโดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัยของผู้สูญหายอย่างเหมาะสม อาจทำให้การค้นหาล่าช้าและส่งผลร้ายแรงต่อผู้สูญหาย.

ที่มา Yonhap

หุ้น Shein ดิ่ง 10% วันแรกในตลาดหุ้นฮ่องกง หลัง IPO ระดมทุน 1.7 พันล้านดอลลาร์

หุ้น Shein ดิ่ง 10% วันแรกในตลาดหุ้นฮ่องกง หลัง IPO ระดมทุน 1.7 พันล้านดอลลาร์

1 ก.ย. 2569 11:43 น.

หุ้น Shein ดิ่ง 10% วันแรกในตลาดหุ้นฮ่องกง หลัง IPO ระดมทุน 1.7 พันล้านดอลลาร์

“Shein” (ชีอิน) ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกสินค้าแฟชั่นราคาประหยัด เจอศึกหนักตั้งแต่วันแรกในการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยราคาหุ้นดิ่งลงสูงสุดถึง 10% หลัง IPO ระดมทุน 1.7 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อการเติบโตที่ชะลอตัว กฎระเบียบทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอีคอมเมิร์ซ

Shein ได้เสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อสาธารณชน (IPO) ในตลาดหุ้นฮ่องกง โดยตั้งราคาหุ้นไว้ที่ 48.56 ดอลลาร์ฮ่องกง และสามารถระดมทุนไปได้ราว 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 56,400 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นการ IPO ขนาดใหญ่ที่สุดของฮ่องกงในปีนี้ 

แต่เมื่อเปิดการซื้อขายในวันนี้ (1 ก.ย.) ราคาหุ้นกลับร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 43.72 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือลดลงร้อยละ 10 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อย ส่งผลให้มูลค่าบริษัท อยู่ที่ประมาณ 2.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงปี 2022 ที่เคยมีมูลค่าประเมินสูงถึงเกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ Shein พยายามที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก และตลาดหุ้นลอนดอน มายาวนานกว่า 5 ปี แต่ต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่เนื่องจากการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานกำกับดูแลของชาติตะวันตก ทั้งในประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์การออกแบบ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน จนกระทั่งย้ายฐานมาขออนุมัติจากทางการจีนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็น “ทางเลือกเดียวที่เป็นไปได้” สำหรับบริษัทที่มีจุดเริ่มต้นในจีนในยุคความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

Ashley Dudarenok ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัยตลาดจีน ChoZan กล่าวว่า Shein แทบไม่มีตลาดหลักทรัพย์อื่นให้เลือกแล้ว หลังพยายามทำให้บริษัทดู “เป็นจีนให้น้อยลง” ด้วยการย้ายสำนักงานใหญ่ไปสิงคโปร์ แต่ไม่สามารถได้รับการสนับสนุนทางการเมืองจากต่างประเทศหรือหลักประกันจากรัฐบาลจีน

แม้จะมียอดผู้ใช้งานและลูกค้าประจำเติบโตมหาศาล โดยมีลูกค้าที่มีการสั่งซื้อสม่ำเสมอมากกว่า 273 ล้านราย แต่ Shein กำลังเผชิญปัญหารายได้และกำไรอย่างหนัก รายงานระบุว่าในไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทสลับมาขาดทุนสุทธิถึง 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกข้อยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับพัสดุขนาดเล็ก ซึ่งเคยเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้ Shein และคู่แข่งอย่าง Temu ส่งสินค้าราคาถูกตรงจากโรงงานในจีนถึงมือผู้บริโภคโดยไม่ต้องเสียภาษี

นอกจากนี้ สหภาพยุโรป ได้เริ่มเก็บภาษีนำเข้าพัสดุราคาน้อยกว่า 150 ยูโร ในอัตรา 3 ยูโรต่อชิ้น ขณะที่ประเทศฝรั่งเศสเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมสินค้าฟาสต์แฟชัน ซึ่งอาจสูงถึงเกือบ 20 ยูโรต่อตัว เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปกป้องแบรนด์ท้องถิ่น

นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันการเงินระบุว่า การร่วงลงของราคาหุ้นสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนขาดความเชื่อมั่นว่า Shein จะสามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้เหมือนในอดีต เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานและภาษีนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งอย่าง Temu และ AliExpress

ขณะเดียวกัน Shein กำลังพยายามปรับภาพลักษณ์และห่วงโซ่อุปทานใหม่ โดย “ซู หยางเทียน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเพื่อยืนยันรากเหง้าของบริษัทในประเทศจีน และประกาศอัดฉีดงบประมาณพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนกระจายแหล่งผลิตสินค้านอกเหนือจากการพึ่งพาโรงงานในจีนเพียงอย่างเดียว เพื่อรับมือกับกฎระเบียบและการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นในฐานะบริษัทมหาชน.

ที่มา BBC / AFP

ปิดฉากคดี 30 ปี ศาลตัดสินจำคุกอดีตหัวหน้าแก๊ง บงการสังหาร “ทูพัค ชาเคอร์” แร็ปเปอร์ดัง

ปิดฉากคดี 30 ปี ศาลตัดสินจำคุกอดีตหัวหน้าแก๊ง บงการสังหาร "ทูพัค ชาเคอร์" แร็ปเปอร์ดัง

1 ก.ย. 2569 11:13 น.

ปิดฉากคดี 30 ปี ศาลตัดสินจำคุกอดีตหัวหน้าแก๊ง บงการสังหาร “ทูพัค ชาเคอร์” แร็ปเปอร์ดัง

คณะลูกขุนรัฐเนวาดามีคำตัดสินให้ ดูเอน “เคฟฟี ดี” เดวิส อดีตหัวหน้าแก๊งข้างถนน มีความผิดฐานฆาตกรรม “ทูพัค ชาเคอร์” แร็ปเปอร์ชื่อดัง จากเหตุยิงถล่มรถในเมืองลาสเวกัสเมื่อปี 1996 นับเป็นการตัดสินลงโทษครั้งแรกในคดีฆาตกรรมที่เป็นปริศนามานานเกือบ 30 ปี

คณะลูกขุนในคลาร์กเคาน์ตี รัฐเนวาดา สหรัฐฯ มีคำตัดสินให้ ดูเอน “เคฟฟี ดี” เดวิส อดีตหัวหน้าแก๊ง South Side Compton Crips วัย 63 ปี มีความผิดในข้อหา ฆาตกรรมโดยใช้อาวุธร้ายแรง จากการวางแผนสังหาร “ทูพัค ชาเคอร์” ศิลปินฮิปฮอปชื่อดัง ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในเมืองลาสเวกัส เมื่อวันที่ 7 กันยายน 1996

คณะลูกขุนใช้เวลาพิจารณาคดีเกือบ 3 ชั่วโมง ก่อนมีคำตัดสิน หลังการพิจารณาคดีนาน 11 วัน ถือเป็นการปิดฉากคดีฆาตกรรมที่ยังหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้และสร้างความสนใจให้กับวงการฮิปฮอปทั่วโลกมานานเกือบ 30 ปี

เดวิสปรากฏตัวในศาลด้วยชุดสูทสีดำ และมีสีหน้าเรียบเฉยขณะอ่านคำตัดสิน ก่อนแจ้งต่อผู้พิพากษาว่า เขาจะยื่นอุทธรณ์คดี ขณะที่สมาชิกครอบครัวของทูพัคจับมือกัน บางคนสวมกอดกันและร้องไห้ หลังทราบผลการตัดสิน

ทูพัคถูกยิงเสียชีวิตขณะมีอายุเพียง 25 ปี และกำลังอยู่ในช่วงรุ่งเรืองสูงสุดของอาชีพ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศิลปินแร็ปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ และมียอดขายผลงานมากกว่า 75 ล้านชุดทั่วโลก

อัยการระบุว่า แม้เดวิสจะไม่ได้เป็นผู้ยิงทูพัค แต่เขาเป็นผู้วางแผนและสั่งการสังหาร รวมถึงจัดหาอาวุธปืน ที่หลานชายของเขา ออร์แลนโด แอนเดอร์สัน ใช้ในการก่อเหตุ อัยการกล่าวว่า เหตุสังหารเกิดขึ้นเพื่อแก้แค้น หลังจากแอนเดอร์สันมีเรื่องทะเลาะวิวาทและถูกทูพัคกับสมาชิกทีมทำร้ายในลาสเวกัส เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุยิง

อัยการจากสำนักงานอัยการเขตคลาร์กเคาน์ตี กล่าวว่า ตามกฎเรื่องศักดิ์ศรีและการตอบโต้ของแก๊งข้างถนน เดวิสไม่สามารถปล่อยให้การทำร้ายหลานชายของเขาผ่านไปโดยไม่ตอบโต้ได้ อัยการกล่าวต่อคณะลูกขุนว่า เดวิสจึงจัดหาอาวุธ รวบรวมสมาชิกกลุ่ม และออกตามหาทูพัค ก่อนเหตุยิงจะเกิดขึ้น

ตำรวจสงสัยเดวิสมานานหลายปี แต่ไม่สามารถตั้งข้อหาได้ เนื่องจากขาดหลักฐานเพียงพอ จนกระทั่งเดวิสเริ่มเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อ สารคดี พอดแคสต์ และหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ “Compton Street Legend” ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2019

หลักฐานสำคัญของฝ่ายโจทก์ยังรวมถึง เทปบันทึกเสียงจากการพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างลับ ๆ ในปี 2008 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของแร็ปเปอร์ชื่อดังอีกคนอย่าง Notorious B.I.G. หรือคริสโตเฟอร์ วอลเลซ

ในคำให้การดังกล่าว เดวิสยอมรับว่าอยู่ในรถยนต์คาดิลแลกสีขาวที่ใช้ในการติดตามทูพัคในคืนเกิดเหตุ และเล่าว่าเขาส่งปืนไปให้คนที่นั่งเบาะหลัง ก่อนที่หนึ่งในชายที่อยู่ด้านหลังรถจะเปิดฉากยิงใส่รถของทูพัคและ มาริออน “ซูจ” ไนท์ ผู้บริหารค่าย Death Row Records

ตำรวจระบุว่า เดวิสและชายอีก 3 คน รวมถึงแอนเดอร์สัน ออกตามหาทูพัคและไนท์หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาท โดยผู้ต้องสงสัยอีก 3 คนที่อยู่ในรถคันดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว และตำรวจไม่ได้ระบุอย่างเป็นทางการว่าใครเป็นผู้ลั่นไก

อย่างไรก็ตาม กฎหมายของรัฐเนวาดาเปิดทางให้เดวิสถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมได้ แม้เขาจะไม่ได้เป็นผู้เหนี่ยวไกปืนเอง หากพิสูจน์ได้ว่าเขามีส่วนร่วมในการวางแผนหรือสั่งการก่อเหตุ

ด้านไมเคิล ซานฟต์ ทนายความของเดวิส พยายามโน้มน้าวคณะลูกขุนว่าเรื่องราวที่ลูกความของเขาเปิดเผยต่อสาธารณะไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันด้วยหลักฐานอื่นได้ และไม่ควรนำมาใช้เป็นคำรับสารภาพ ซานฟต์กล่าวว่า เดวิสแต่งเรื่องและพูดเกินจริงเพื่อสร้างชื่อเสียงและขายหนังสือ รวมถึงทำเงินจากการให้สัมภาษณ์

ฝ่ายจำเลยยังกล่าวหาว่าคดีนี้ได้รับผลกระทบจากการทุจริตของตำรวจ การบริหารจัดการคดีที่ผิดพลาด และเอกสารหลักฐานบางส่วนที่สูญหาย ซานฟต์ยังชี้ไปที่หนังสือ Compton Street Legend โดยอ้างว่าเนื้อหาเป็นเรื่องแต่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำสารภาพ แต่ฝ่ายอัยการโต้ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เดวิสเป็นผู้บอกเล่าเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขามีส่วนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของทูพัค ทั้งผ่านสารคดี หนังสือ พอดแคสต์ และการให้ปากคำกับตำรวจ

ก่อนหน้านี้ การฆาตกรรมทูพัคกลายเป็นหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่โด่งดังที่สุดของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีผู้ใดถูกตัดสินว่ามีความผิดตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี และก่อให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดจำนวนมากเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและแรงจูงใจ

การเสียชีวิตของทูพัคเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างวงการแร็ปฝั่งตะวันออกและ ตะวันออก รวมถึงความขัดแย้งระหว่างแก๊ง Bloods และ Crips ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับวัฒนธรรมฮิปฮอปในยุคนั้น

ทูพัคมีความเกี่ยวข้องกับค่าย Death Row Records และฝ่ายที่เชื่อมโยงกับแก๊ง Mob Piru ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกับ South Side Compton Crips ที่เดวิสเคยเป็นผู้นำ

หลังอ่านคำตัดสิน ครอบครัวของทูพัคแสดงอาการสะเทือนใจอย่างเห็นได้ชัด โดยน้องสาวของเขาสวมกอดอัยการ ขณะที่ผู้คนในห้องพิจารณาคดีหลายคนร้องไห้ ด้านนอกศาล แฟนเพลงของทูพัคที่เฝ้าติดตามคดีมายาวนานต่างร้องไห้และส่งเสียงแสดงความยินดีต่อคำตัดสิน

ผู้พิพากษาศาลแขวงคลาร์กเคาน์ตี กำหนดให้เดวิสเข้ารับฟังการพิพากษาโทษในวันที่ 13 ตุลาคม โดยเขาอาจได้รับโทษสูงสุดถึง จำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวโดยทัณฑ์บน

ก่อนออกจากศาล เดวิสยังขอรับทรัพย์สินส่วนตัวของเขาคืน รวมถึงโทรศัพท์มือถือ และย้ำต่อผู้พิพากษาว่า “ผมต้องการอุทธรณ์คดีนี้” ซึ่งผู้พิพากษาชี้แจงว่าเขาสามารถดำเนินการได้หลังมีการพิพากษาโทษแล้ว.

ที่มา Reuters / BBC

รัฐมนตรีคลัง G20 ร่วมประชุมที่สหรัฐฯ หารือความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

รัฐมนตรีคลัง G20 ร่วมประชุมที่สหรัฐฯ หารือความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

1 ก.ย. 2569 11:12 น.

รัฐมนตรีคลัง G20 ร่วมประชุมที่สหรัฐฯ หารือความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20 เริ่มประชุมที่สหรัฐฯ หารือความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น

วันที่ 1 กันยายน 2569 รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่มประเทศ G20 เริ่มการประชุม 2 วันที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ของสหรัฐฯ เพื่อหารือแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและแนวทางรับมือกับความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยมีประเด็นเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเป็นหัวข้อสำคัญ

โดยนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมองว่าโลกกำลังเผชิญภาระหนี้ในระดับสูง หลังผ่านวิกฤตการเงินโลกและการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหนทางสำคัญที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้น

การประชุมครั้งนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งสร้างความกังวลว่าราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ที่ประชุมจึงหารือแนวทางลดความเสี่ยง รวมถึงการสร้างความมั่นคงให้ห่วงโซ่อุปทานของแร่สำคัญที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

จีนลั่น ไต้หวันต้องรับผลที่ตามมา หากเข้าร่วมประชุมผู้นำแปซิฟิก

จีนลั่น ไต้หวันต้องรับผลที่ตามมา หากเข้าร่วมประชุมผู้นำแปซิฟิก

1 ก.ย. 2569 10:26 น.

จีนลั่น ไต้หวันต้องรับผลที่ตามมา หากเข้าร่วมประชุมผู้นำแปซิฟิก

จีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังรัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันเข้าร่วมการประชุม Pacific Islands Forum ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศปาเลา พร้อมเตือนให้เตรียมรับผลที่ตามมา

เฉียน ป๋อ ทูตพิเศษของจีนด้านกิจการหมู่เกาะแปซิฟิก กล่าวว่า จีนคัดค้านการปรากฏตัวของไต้หวันในงานดังกล่าว และมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง พร้อมระบุว่าจะมีผลตามมาแน่นอน แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าหมายถึงมาตรการใด

เฉียนกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังพิธีเปิดการประชุมที่ปาเลา ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวันว่า นี่เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายคัดค้าน ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น การทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ท่าทีของจีนได้รับการตอบโต้จาก แอนโทนี อัลบานีซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ซึ่งระบุว่า การประชุม Pacific Islands Forum เป็นเวทีที่ประเทศสมาชิกเป็นผู้กำหนดทิศทาง และไม่มีประเทศอื่นเข้ามากำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้

“Pacific Islands Forum เป็นผู้ตัดสินใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นที่นี่ ไม่ใช่ประเทศอื่น” อัลบานีซีกล่าว พร้อมระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเสมือนการรวมตัวของครอบครัวแปซิฟิก และเขาตั้งตารอที่จะมีส่วนร่วมกับการประชุม

ด้าน วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ แสดงท่าทีไปในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่า Pacific Islands Forum ไม่ได้รับคำสั่งจากประเทศที่อยู่นอกกลุ่ม

ด้าน หลิน เจียหลง รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน ซึ่งได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมหารือและกิจกรรมคู่ขนานที่จัดขึ้นในช่วงการประชุม Pacific Islands Forum กล่าวว่า ไต้หวันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรของภูมิภาคแปซิฟิก และจะเดินหน้าทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างภูมิภาคแปซิฟิกที่มีความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุข

โดยไต้หวันไม่ได้มีสถานะเป็น คู่เจรจาอย่างเป็นทางการ ของ Pacific Islands Forum เหมือนจีน แต่มีสถานะเป็น หุ้นส่วนด้านการพัฒนา ขณะที่สหรัฐฯ สหภาพยุโรป อังกฤษ แคนาดา อินเดีย และญี่ปุ่น เป็นหนึ่งใน 21 ประเทศและองค์กรที่มีสถานะเป็นคู่เจรจาของกลุ่ม

ประเด็นไต้หวันกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากจีนมองว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีน และคัดค้านการมีความสัมพันธ์ทางการทูตหรือการปรากฏตัวของไต้หวันในเวทีระหว่างประเทศ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนประสบความสำเร็จในการดึงประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกหลายประเทศออกจากการมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียง 3 ประเทศในภูมิภาคนี้ที่ยังคงรับรองไต้หวัน ได้แก่ ปาเลา ตูวาลู และหมู่เกาะมาร์แชลล์

อย่างไรก็ตาม ผู้นำของฟิจิ วานูอาตู ซามัว หมู่เกาะโซโลมอน และคิริบาส ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยส่งรัฐมนตรีเข้าร่วมแทน

ขณะที่ออสเตรเลียแม้จะมีจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด แต่รัฐบาลแคนเบอร์รายังคงกังวลต่อการขยายอิทธิพลของจีนในหมู่เกาะแปซิฟิก และในช่วงที่ผ่านมาได้เพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงและการพัฒนากับประเทศหมู่เกาะต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้จีนเข้ามามีฐานทัพหรือกำลังทหารอย่างถาวรในภูมิภาค

ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐฯ ต่างมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับภูมิภาคแปซิฟิกมาอย่างยาวนาน และจับตาการแข่งขันด้านอิทธิพลระหว่างจีนกับชาติตะวันตกในพื้นที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด นิวซีแลนด์และสหรัฐฯ ยังออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างการประชุมเมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยประกาศว่าจะร่วมกันสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงท่าเรือสำคัญสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บนหมู่เกาะปะการังของหมู่เกาะคุก ซึ่งเป็นอีกสัญญาณของการกระชับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในภูมิภาคแปซิฟิก.

ที่มา : channelnewsasia

นายกฯ เนปาลจี้โลกรับมือความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หลังเกิดโศกนาฏกรรมเทือกเขาหิมาลัย

นายกฯ เนปาลจี้โลกรับมือความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หลังเกิดโศกนาฏกรรมเทือกเขาหิมาลัย

1 ก.ย. 2569 10:19 น.

นายกฯ เนปาลจี้โลกรับมือความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หลังเกิดโศกนาฏกรรมเทือกเขาหิมาลัย

นายกฯ เนปาลระบุ ภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 939 ศพ สูญหายเกือบ 4,500 คน มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องนานาชาติเร่งรับมือ

วันที่ 1 กันยายน 2569 นายบาเลนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีของเนปาล เรียกร้องประชาคมโลกให้เร่งดำเนินการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังเกิดน้ำท่วมและมวลน้ำมหาศาลไหลหลากในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 939 ศพ และสูญหายเกือบ 4,500 คน

นายกรัฐมนตรีชาห์ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในแม่น้ำโภเตโกสี ในเขตราสุวา ทางตอนเหนือของเนปาล ไม่ใช่น้ำท่วมธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในภัยพิบัติครั้งใหญ่ของภูมิภาค ซึ่งเกิดขึ้นหลังหิมะและน้ำแข็งจำนวนมหาศาลบนเทือกเขาหิมาลัยพังถล่มลงมา 

นายกรัฐมนตรีเนปาลยังระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงจากภัยพิบัติในพื้นที่หิมาลัยกำลังเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้ภูมิภาคนี้เพิ่มความระมัดระวังและประชาคมโลกให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณชายแดนจีน-เนปาล ส่งผลให้มวลน้ำเย็นจัดและเศษดินหินไหลทะลักลงมาตามแม่น้ำ สร้างความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่รัฐบาลเนปาลประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและบูรณะพื้นที่อาจสูงถึงระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการพังถล่มได้ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ธารน้ำแข็งทั่วโลกละลายเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยพิบัติในลักษณะนี้ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก กำลังเผชิญการละลายของน้ำแข็งที่รวดเร็วขึ้นจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น.

นักร้องดังระดับตำนาน ไลโอเนล ริชชี เข้า ICU หลังจบคอนเสิร์ตที่สหรัฐฯ คาดมีภาวะขาดน้ำ

นักร้องดังระดับตำนาน ไลโอเนล ริชชี เข้า ICU หลังจบคอนเสิร์ตที่สหรัฐฯ คาดมีภาวะขาดน้ำ

1 ก.ย. 2569 09:33 น.

นักร้องดังระดับตำนาน ไลโอเนล ริชชี เข้า ICU หลังจบคอนเสิร์ตที่สหรัฐฯ คาดมีภาวะขาดน้ำ

ไลโอเนล ริชชี นักร้องชื่อดังระดับตำนานชาวอเมริกัน วัย 77 ปี เข้ารักษาตัวที่ ICU หลังจบการแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี สหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบมีภาวะขาดน้ำ

ตามรายงานของ TMZ ซึ่งเป็นสื่อแรกที่รายงานข่าว ระบุว่าไลโอเนล ริชชี (Lionel Richie) เช็กอินเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเซนต์หลุยส์ด้วยตัวเอง หลังเสร็จสิ้นการแสดงที่ The Muny เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายและทำการทดสอบเพิ่มเติม โดยขณะนี้ยังอยู่ใน ICU และมีความหวังว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ในวันอังคารที่ 1 กันยายน

ก่อนเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ผู้ชมคอนเสิร์ตสังเกตเห็นว่า ไลโอเนล ริชชี ดูมีอาการไม่ค่อยสู้ดีในช่วงท้ายของการแสดง และเจ้าตัวได้ขอให้ทีมงานนำเก้าอี้ขึ้นมาบนเวที ก่อนจะนั่งร้องเพลงฮิต All Night Long ซึ่งเป็นเพลงปิดท้ายการแสดง

อย่างไรก็ตาม ริชชีสามารถแสดงจนจบได้ ก่อนตัดสินใจไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดกับทัวร์ระบุว่าเป็นการเข้ารับการตรวจเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัด ขณะที่แหล่งข่าวของ ABC News ระบุว่า นักร้องดังตัดสินใจเข้ารับการรักษาเพื่อความไม่ประมาท

รายงานจากสื่อท้องถิ่น St. Louis American ระบุเพิ่มเติมว่า ริชชีเคยพูดกับผู้ชมระหว่างคอนเสิร์ตครั้งนี้ถึงปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นระหว่างทัวร์ และบอกว่าแพทย์เคยระบุว่าเขามีภาวะขาดน้ำ นอกจากนี้ระหว่างการแสดง เขายังดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่หลายครั้งเพื่อช่วยชดเชยน้ำในร่างกาย

การเข้ารักษาตัวครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเพียงประมาณ 2 เดือน หลังจาก ไลโอเนล ริชชี เคยมีอาการป่วยระหว่างขึ้นเวทีที่เมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา เมื่อเดือนมิถุนายน โดยขณะนั้นเจ้าตัวบอกกับผู้ชมว่ารู้สึกเวียนศีรษะและรู้สึกผิดปกติ ก่อนต้องยุติการแสดงและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาล

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องเลื่อนการแสดง 2 รอบออกไป ก่อนที่ริชชีจะกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งในวันที่ 30 มิถุนายน และต่อมาได้ขอบคุณแฟน ๆ ที่ส่งข้อความให้กำลังใจ พร้อมยืนยันว่าเขาสบายดีและรู้สึกขอบคุณสำหรับความรักและการสนับสนุนที่ได้รับ

ปัจจุบัน ริชชี อยู่ระหว่างทัวร์ “Sing A Song All Night Long” ร่วมกับวง Earth, Wind & Fire โดยคอนเสิร์ตครั้งต่อไปตามกำหนดการคือวันที่ 26 กันยายน ที่เมืองซานฟรานซิสโก และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการเข้ารักษาตัวครั้งล่าสุดจะส่งผลกระทบต่อตารางทัวร์หรือไม่

ไลโอเนล ริชชี เป็นเจ้าของเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง Hello, All Night Long, Say You, Say Me และ Dancing on the Ceiling อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกรรมการรายการประกวดร้องเพลง American Idol และยังคงได้รับความนิยมจากการทัวร์คอนเสิร์ตทั่วสหรัฐฯ.

ที่มา : channelnewsasia

น้ำป่าหลากแกรนด์แคนยอน ดับแล้ว 2 ราย ยังสูญหายกว่า 10 คน ปิดที่พักแบบไม่มีกำหนด

น้ำป่าหลากแกรนด์แคนยอน ดับแล้ว 2 ราย ยังสูญหายกว่า 10 คน ปิดที่พักแบบไม่มีกำหนด

1 ก.ย. 2569 09:02 น.

น้ำป่าหลากแกรนด์แคนยอน ดับแล้ว 2 ราย ยังสูญหายกว่า 10 คน ปิดที่พักแบบไม่มีกำหนด

เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหาย หลังน้ำป่าไหลหลากแกรนด์แคนยอน ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 2 ราย ขณะที่ท่อส่งน้ำหลักเสียหายหนัก ทางการสั่งปิดที่พักภายในอุทยานและจำกัดการใช้น้ำ

ความคืบหน้าเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากรุนแรงที่แกรนด์แคนยอน รัฐแอริโซนา สหรัฐฯ ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 2 ราย ขณะที่นักเดินป่าและนักท่องเที่ยวมากกว่า 10 คนยังสูญหายหรือไม่สามารถติดต่อได้ หลังฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าซัดผ่านพื้นที่ Bright Angel Canyon และ Phantom Ranch เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สูญหาย ขณะที่สภาพอากาศยังเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนักและพายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่อีก ทำให้ยังมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันซ้ำ

National Park Service หรือ NPS รายงานว่าพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นได้รับการระบุว่าเป็น จอห์น จิอุสติ หมอจัดกระดูกจากรัฐเทกซัส ซึ่งเดินทางมายังแกรนด์แคนยอนพร้อมเพื่อนเพื่อเดินป่าและตกปลา

จิอุสติและเพื่อนร่วมทริปเดินทางมาถึงพื้นที่เมื่อวันศุกร์ ก่อนเกิดน้ำป่าในวันเสาร์ โดยเพื่อนร่วมทริปอีก 2 คนยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาและตรวจสอบรายชื่อผู้ที่อยู่ในพื้นที่ช่วงเกิดเหตุ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สามารถอพยพนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ได้มากกว่า 60 คน โดยหลายสิบคนต้องออกจากหุบเขาด้วยเฮลิคอปเตอร์ หลังน้ำป่าไหลเชี่ยวและพัดพาทั้งท่อนไม้ เศษหิน และซากวัสดุต่าง ๆ ลงมาตามลำธาร

พื้นที่ Bright Angel Creek และ Phantom Ranch ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากกระแสน้ำ โดยสะพานคนเดินหลายแห่งถูกทำลาย ขณะที่เส้นทาง North Kaibab Trail รวมถึง Phantom Ranch และ Bright Angel Campground ถูกสั่งปิดจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

เจ้าหน้าที่เตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังมีเศษซากและโครงสร้างที่ถูกน้ำพัดพามาตกค้างในลำน้ำ และอาจเกิดน้ำป่าเพิ่มเติมจากฝนที่กำลังจะตกลงมา

นอกจากความเสียหายต่อเส้นทางและโครงสร้างพื้นฐานแล้ว น้ำป่ายังสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อ Transcanyon Waterline ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำสำคัญของอุทยาน และขณะนี้ไม่สามารถใช้งานได้

รายงานระบุว่าประมาณ 40% ของท่อส่งน้ำระยะทาง 12.5 ไมล์ หรือราว 20 กิโลเมตร ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ขณะที่โครงการปรับปรุงระบบท่อมูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อนเกิดน้ำป่าครั้งนี้

จากปัญหาดังกล่าว NPS จึงประกาศ มาตรการจำกัดการใช้น้ำระดับ 4 ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม พร้อมระงับการเข้าพักค้างคืนในโรงแรมและที่พักทั้งหมดภายในอุทยานจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม โดยนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ในพื้นที่ที่เปิดให้บริการ ขณะที่อนุญาตเฉพาะการตั้งแคมป์แบบไม่มีจุดจ่ายน้ำ และขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด

ด้านเจ้าหน้าที่และนักอุตุนิยมวิทยายังคงเฝ้าระวังสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่แกรนด์แคนยอนยังมีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเพิ่มเติม.

ที่มา : AP

เกิดเหตุคาร์บอมหน้าสถานีตำรวจเม็กซิโก เจ็บอย่างน้อย 10 ราย

เกิดเหตุคาร์บอมหน้าสถานีตำรวจเม็กซิโก เจ็บอย่างน้อย 10 ราย

1 ก.ย. 2569 08:54 น.

เกิดเหตุคาร์บอมหน้าสถานีตำรวจเม็กซิโก เจ็บอย่างน้อย 10 ราย

เกิดเหตุรถยนต์บรรทุกวัตถุระเบิดนำไปจอดหน้าสถานีตำรวจในเม็กซิโก ก่อนเกิดระเบิดรุนแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 ราย และอาคาร 17 แห่งเสียหาย

วันที่ 1 กันยายน 2569 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เกิดเหตุรถยนต์บรรจุวัตถุระเบิดถูกนำมาจอดหน้าสถานีตำรวจเทศบาลในเมืองโอคาลิเอนเต ของเม็กซิโก ก่อนเกิดระเบิดรุนแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 ราย และอาคาร 17 แห่งเสียหาย  

เจ้าหน้าที่ระบุว่า รถยนต์คันนี้ถูกนำมาจอดบริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจ ก่อนเกิดระเบิดขึ้นราว 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น แรงระเบิดทำให้รถยนต์หลายคันถูกไฟไหม้ กระจกอาคารโดยรอบแตกกระจาย และสร้างความเสียหายไปทั่วบริเวณถนนแคบๆ ในย่านใจกลางเมือง ซึ่งมีประชากรราว 20,000 คน

โดยหลังเกิดเหตุ ทางการเมืองโอคาลิเอนเตประกาศระงับการเปิดภาคเรียนในวันจันทร์ รวมถึงระงับกิจกรรมด้านการบริหารบางส่วน แต่ยังคงเปิดให้บริการด้านปฏิบัติการและบริการฉุกเฉินตามปกติ เพื่อรองรับสถานการณ์และดูแลประชาชนในพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่ากำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ โดยตรวจสอบรถยนต์อีก 2 คันที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดครั้งนี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุหรือแรงจูงใจ.

หญิงนิรนามใช้มีดไล่แทงคนในย่านไทม์สแควร์ ตร.นิวยอร์กยิงดับ ขณะที่เหยื่อเสียชีวิต 1 ศพ เจ็บ 1 ราย

หญิงนิรนามใช้มีดไล่แทงคนในย่านไทม์สแควร์ ตร.นิวยอร์กยิงดับ ขณะที่เหยื่อเสียชีวิต 1 ศพ เจ็บ 1 ราย

1 ก.ย. 2569 07:58 น.

หญิงนิรนามใช้มีดไล่แทงคนในย่านไทม์สแควร์ ตร.นิวยอร์กยิงดับ ขณะที่เหยื่อเสียชีวิต 1 ศพ เจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุหญิงนิรนามใช้มีดไล่แทงผู้คนในย่านไทม์สแควร์ ก่อนที่ตำรวจนิวยอร์กจะยิงเสียชีวิต ขณะที่เหยื่อถูกยิงดับ 1 ศพ บาดเจ็บ 1 ราย 

วันที่ 1 กันยายน 2569 เกิดเหตุหญิงต้องสงสัยใช้อาวุธมีด 2 เล่มทำร้ายไล่แทงประชาชน 2 คนที่เดินผ่านไปมาในย่านไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ ก่อนถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ขณะที่เหยื่อถูกแทงเป็นผู้หญิงเสียชีวิตจากบาดแผล และเหยื่อที่เป็นผู้ชายอีกคนอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ

ตำรวจนครนิวยอร์กเปิดเผยว่า เหตุเกิดก่อนเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณใกล้สี่แยกถนนสาย 42 ตัดกับถนนเซเวนธ์ อเวนิว โดยหญิงต้องสงสัยซึ่งมีอาการตึงเครียด ใช้มีด 2 เล่มข่มขู่ผู้คน ก่อนแทงผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่บริเวณนั้น มีรายงานว่าหลังเกิดเหตุ หญิงต้องสงสัยวิ่งหลบหนีมุ่งหน้าไปยังจุดปฏิบัติการของตำรวจในพื้นที่ ก่อนถูกตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยตำรวจระบุว่าเธอไม่ยอมวางมีดลง แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าพูดคุยและสั่งให้ทิ้งอาวุธ จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงใส่ ส่งผลให้หญิงต้องสงสัยถูกยิงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตำรวจระบุว่า เหตุการณ์ในช่วงแรกถูกรายงานว่าเป็นเหตุปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด แต่จากการสอบสวนเบื้องต้นเชื่อว่า หญิงต้องสงสัยอาจมีอาการเครียดผิดปกติ และยังไม่พบแรงจูงใจที่ชัดเจนในการก่อเหตุ ขณะที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์ทั้งหมด.

ที่มา AFP