นาซาเชื่อมสัญญาณติดต่อทีม Artemis 2 ได้อีกครั้ง หลังสัญญาณขาดหาย 40 นาทีช่วงที่อยู่หลังดวงจันทร์

นาซาเชื่อมสัญญาณติดต่อทีม Artemis 2 ได้อีกครั้ง หลังสัญญาณขาดหาย 40 นาทีช่วงที่อยู่หลังดวงจันทร์

7 เม.ย. 2569 07:37 น.

นาซาเชื่อมสัญญาณติดต่อทีม Artemis 2 ได้อีกครั้ง หลังสัญญาณขาดหาย 40 นาทีช่วงที่อยู่หลังดวงจันทร์

นาซาเผย สามารถกลับมาติดต่อกับทีม Artemis 2 ได้อีกครั้ง หลังสัญญาณขาดหาย 40 นาทีขณะผ่านด้านหลังดวงจันทร์ พร้อมเริ่มบันทึกภาพและศึกษาพื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์ในมุมที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน

วันที่ 7 เมษายน 2569 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ของสหรัฐฯ หรือนาซา เปิดเผยว่า ศูนย์ควบคุมสามารถกลับมาติดต่อกับนักบินอวกาศภารกิจ “อาร์เทมิส2” (Artemis 2) ได้อีกครั้ง หลังสัญญาณขาดหายไปราว 40 นาที ตามที่คาดการณ์ไว้ ระหว่างยานอวกาศโอไรออน (Orion) เคลื่อนผ่านด้านหลังของดวงจันทร์ 

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซาระบุว่า การตัดการสื่อสารครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ปกติ เนื่องจากดวงจันทร์บังสัญญาณระหว่างยานกับโลก โดยก่อนสัญญาณขาด นักบินอวกาศวิคเตอร์ โกลเวอร์ กล่าวกับศูนย์ควบคุมว่า “แล้วพบกันอีกด้านหนึ่ง” ขณะที่ คริสตอนา คอช ระบุหลังกลับมาติดต่อได้ว่า “เราจะเลือกโลก และเลือกกันและกันเสมอ”

นักวิชาการด้านดาราศาสตร์ระบุว่า ช่วงเวลาที่ไม่สามารถติดต่อได้เช่นนี้ ถือเป็นช่วงที่น่าตื่นเต้นแต่ก็แฝงความกังวล คล้ายกับภารกิจยุคอะพอลโล (Apollo) ในอดีตที่ต้องเฝ้ารอการติดต่อกลับ อย่างไรก็ตาม ระหว่างช่วงที่ขาดการติดต่อ ลูกเรือยังคงปฏิบัติภารกิจสำรวจดวงจันทร์ต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมง โดยบันทึกภาพและศึกษาพื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์ในมุมที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน

ก่อนหน้านี้ ลูกเรือภารกิจ Artemis 2 ทั้ง 4 คนได้สร้างสถิติเป็นมนุษย์ที่เดินทางไกลจากโลกมากที่สุด และกำลังอยู่ในช่วงบินอ้อมดวงจันทร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี และหลังจากนี้ ยานโอไรออน จะเดินทางกลับโลกในเส้นทาง “วิถีการบินแบบวงโคจรกลับโดยอิสระ” (free-return trajectory) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 วัน โดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงเพิ่มเติมในการปรับทิศทางหลัก.

ที่มา AFP

นาซาเผย นักบินอวกาศยานโอไรออน ในภารกิจ “Artemis 2” บินอ้อมผ่านด้านไกลของดวงจันทร์เป็นที่เรียบร้อย

นาซาเผย นักบินอวกาศยานโอไรออน ในภารกิจ "Artemis 2" บินอ้อมผ่านด้านไกลของดวงจันทร์เป็นที่เรียบร้อย

7 เม.ย. 2569 01:26 น.

นาซาเผย นักบินอวกาศยานโอไรออน ในภารกิจ “Artemis 2” บินอ้อมผ่านด้านไกลของดวงจันทร์เป็นที่เรียบร้อย

นาซาเผย ยานโอไรออน พร้อมนักบินอวกาศ 4 คน ในภารกิจ “Artemis 2” บินอ้อมผ่านด้านไกลของดวงจันทร์เป็นที่เรียบร้อย ทำสถิติเป็นมนุษย์ที่เดินทางไกลจากโลกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

วันที่ 7 เมษายน 2569 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา เปิดเผยว่า นักบินอวกาศทั้ง 4 คนของยานโอไรออน ได้แก่ “รี้ด ไวส์แมน” “คริสตินา คอช” “วิคเตอร์ โกลเวอร์” และ “เจเรมี แฮนเซน” ได้บินอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์เป็นที่เรียบร้อย เมื่อเวลาประมาณ 01.10 น. ตามเวลาในไทย ทำสถิติเป็นมนุษย์ที่เดินทางไกลจากโลกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

การเดินทางในภารกิจ “Artemis 2” ระยะเวลา 10 วัน จะถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษที่มนุษย์ออกจากวงโคจรของโลก โดยได้บินอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ ก่อนวนกลับมายังโลก แม้ภารกิจนี้จะไม่มีการลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ แต่มีเป้าหมายเพื่อทดสอบระบบยานและเก็บข้อมูลสำหรับภารกิจในอนาคต

นาซาระบุว่า ข้อมูลจากภารกิจนี้มีความสำคัญต่อการเตรียมส่งมนุษย์กลับไปลงจอดบนดวงจันทร์อีกครั้งในโครงการ Artemis ระยะถัดไป ซึ่งไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของการสำรวจอวกาศ แต่ยังเป็นการปูทางสู่ภารกิจระยะยาวของมนุษยชาติในอนาคต ทั้งการตั้งฐานบนดวงจันทร์และการเดินทางสู่ดาวเคราะห์อื่น ๆ.

ที่มา CNN / NASA

ทรัมป์แถลงความคืบหน้าสงครามอิหร่าน ขู่ “จัดการอิหร่านได้ในคืนเดียว” กดดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์แถลงความคืบหน้าสงครามอิหร่าน ขู่ “จัดการอิหร่านได้ในคืนเดียว” กดดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

7 เม.ย. 2569 01:05 น.

ทรัมป์แถลงความคืบหน้าสงครามอิหร่าน ขู่ “จัดการอิหร่านได้ในคืนเดียว” กดดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์แถลงต่อสื่อเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามอิหร่าน ย้ำเส้นตายอิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือทำข้อตกลง ขู่สามารถจัดการอิหร่านได้ภายในคืนเดียว และช่วงเวลานั้น “อาจเป็นคืนวันอังคาร”

วันที่ 6 เมษายน 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามอิหร่าน โดยระบุว่า สหรัฐฯ สามารถจัดการอิหร่านได้ภายในคืนเดียว และช่วงเวลานี้อาจเป็นคืนวันอังคาร พร้อมกันนี้ระบุว่า ได้กำหนดเส้นตายให้อิหร่านภายในเวลา 20.00 น. วันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการตามเงื่อนไข

คำกล่าวนี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่สหรัฐฯ เพิ่มต่ออิหร่าน โดยทรัมป์ย้ำว่า หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก หรือไม่ทำข้อตกลงก็อาจต้องเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังกล่าวว่า ข้อเสนอหยุดยิงที่อยู่ระหว่างการหารือนั้นยังไม่เพียงพอ แม้จะถือเป็นความคืบหน้าสำคัญ โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงชั่วคราว.

ที่มา CNN

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง ชี้ต้องยุติสงครามถาวร

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง ชี้ต้องยุติสงครามถาวร

6 เม.ย. 2569 23:09 น.

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง ชี้ต้องยุติสงครามถาวร

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงชั่วคราว มองเปิดช่องฝ่ายตรงข้ามตั้งหลักใหม่ ย้ำต้องยุติสงครามอย่างเด็ดขาด

วันที่ 6 เมษายน 2569 สำนักข่าว IRNA ของอิหร่าน รายงานว่า ทางการอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยยืนยันว่าต้องการให้ความขัดแย้งยุติลงอย่างถาวร ไม่ใช่เพียงการพักรบชั่วคราว โดยรายงานข่าวระบุว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ ผ่านปากีสถานในรูปแบบ 10 ข้อ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด โดยยืนยันจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการหยุดยิง และเน้นความจำเป็นในการยุติสงครามอย่างเด็ดขาด

นายเอสมาอิล แบกคาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า การหยุดยิงชั่วคราวจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามพักกำลังและเตรียมสู้ต่อ พร้อมย้ำว่าอิหร่านต้องการยุติสงครามและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

รายงานของสื่อระบุว่า ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอการหยุดยิง 45 วันในรูปแบบข้อตกลง 2 ระยะ ซึ่งอาจนำไปสู่การยุติสงคราม แต่ฝ่ายอิหร่านมองว่าข้อเสนอจากสหรัฐฯ มีลักษณะเกินจริง และไม่สมเหตุสมผล พร้อมทั้งยังกล่าวว่า อิหร่านมีประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการเจรจากับสหรัฐฯ และการพูดคุยทางการทูตไม่สามารถดำเนินควบคู่ไปกับการข่มขู่หรือการใช้กำลัง

ขณะเดียวกัน พันโทเอบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองทัพอิหร่าน เตือนว่า หากมีการโจมตีเป้าหมายพลเรือนอีก อิหร่านจะตอบโต้ในวงกว้าง และความเสียหายจะรุนแรงยิ่งขึ้นหลายเท่า

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวจากทางการอิหร่านนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน หากไม่เปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ.

ที่มา CNN

สหรัฐฯ-อิหร่านรับกรอบข้อเสนอหยุดยิง อิหร่านยังปัดเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ-อิหร่านรับกรอบข้อเสนอหยุดยิง อิหร่านยังปัดเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

6 เม.ย. 2569 15:48 น.

สหรัฐฯ-อิหร่านรับกรอบข้อเสนอหยุดยิง อิหร่านยังปัดเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ และอิหร่านได้รับกรอบข้อเสนอเพื่อยุติความขัดแย้งทางทหารแล้ว โดยเป็นแผนแบบ 2 ระยะ ประกอบด้วยการหยุดยิงทันที และการเจรจาข้อตกลงถาวรภายใน 15-20 วัน อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงปฏิเสธที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที โดยมองว่าสหรัฐฯ ขาดความพร้อมในการหยุดยิงถาวร

แหล่งข่าวระบุว่า แผนสันติภาพที่มีการหารือกันประกอบด้วย 2 ระยะ คือการประกาศหยุดยิงทันที ตามด้วยการทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 15-20 วัน โดยมีพลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน เป็นตัวกลางประสานงานร่วมกับนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อิหร่านจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก เพียงเพื่อแลกกับการหยุดยิงชั่วคราว และยืนยันว่าจะไม่ยอมรับ “เส้นตาย” ใดๆ ในระหว่างการพิจารณาข้อเสนอ เนื่องจากมองว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่มีความพร้อมที่จะตกลงหยุดยิงแบบถาวร

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียด้วยถ้อยคำรุนแรง ขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและคมนาคมของอิหร่านเพิ่มเติม หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันอังคารที่ 7 เมษายน เวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (หรือตรงกับเช้าวันพุธตามเวลาประเทศไทย)

สงครามที่ดำเนินมานานกว่า 5 สัปดาห์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วอย่างน้อย 3,540 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 244 ราย ขณะที่อิสราเอลและเลบานอนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีตอบโต้ของกลุ่มฮิซบอลลาห์และอิหร่าน

นอกจากนี้ สื่อของรัฐอิหร่านยังยืนยันการเสียชีวิตของนายมาจิด คาเดมี หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายที่ถูกสังหารจากการโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งปัจจุบันถูกแทนที่โดย “โมจตาบา” บุตรชายของเขา

สถานการณ์ในขณะนี้ยังส่อแววบานปลาย เนื่องจากที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เตือนว่า หากข้อตกลงใดๆ ไม่สามารถยับยั้งโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านได้ ตะวันออกกลางจะก้าวเข้าสู่ยุคที่อันตรายและผันผวนมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว.

ที่มา Reuters

AirAsia X ประกาศขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

AirAsia X ประกาศขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

6 เม.ย. 2569 15:28 น.

AirAsia X ประกาศขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

สายการบินราคาประหยัดรายใหญ่ “แอร์เอเชีย เอ็กซ์” (AirAsia X) ปรับกลยุทธ์สู้ศึกสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน โดยเริ่มปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสาร และลดจำนวนเที่ยวบินลงราว 10% ของเที่ยวบินทั้งหมด เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ดันต้นทุนน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงจากเหตุปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังเดินหน้าเปิดฮับใหม่ที่ “บาห์เรน” มิถุนายนนี้

สายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (AirAsia X) ยักษ์ใหญ่สายการบินราคาประหยัดแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถลงปรับขึ้นราคาบัตรโดยสารและลดจำนวนเที่ยวบินลง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะต้นทุนพุ่งสูง อันเนื่องมาจากสงครามในอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก

นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ผู้ก่อตั้งแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ระบุว่าการขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินเป็นสิ่งที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” พร้อมเผยว่าบริษัทได้ตัดสินใจลดกำลังการผลิตลงแล้วประมาณร้อยละ 10 โดยเฉพาะในเส้นทางที่ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้

นับตั้งแต่เกิดการปะทะระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ สายการบินทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน และจำเป็นต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวอแมนดา วู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ชี้แจงว่าบริษัทพยายามกระจายการดำเนินงานไปยังเส้นทางกว่า 150 จุดหมายปลายทางใน 25 ประเทศที่ยังสามารถทำกำไรครอบคลุมค่าธรรมเนียมน้ำมันได้ นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยลดภาระผู้โดยสารในส่วนอื่น เช่น การปรับลดค่าธรรมเนียมสัมภาระเช็คอินเพื่อจูงใจผู้เดินทาง

แม้จะเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤตหลังจากเพิ่งฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัททำกำไรได้ถึง 1.96 พันล้านริงกิต แต่ทางสายการบินยืนยันว่าแผนการเปิดศูนย์กลางการบินแห่งใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ “ประเทศบาห์เรน” รวมถึงการขยายโครงข่ายเส้นทางบินนอกอาเซียน ยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิมในเดือนมิถุนายนนี้

นายจามาลูดิน อิบราฮิม ประธานกรรมการอิสระของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวปิดท้ายว่า “หลังจากที่เราเพิ่งผ่านบทเรียนที่ยากลำบากมาได้ และกำลังจะเริ่มทะยานขึ้นอย่างเต็มตัวในปี 2025 เรากลับต้องมาเผชิญกับวิกฤตครั้งใหม่อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นความท้าทายโดยตรงต่อต้นทุนและผลกำไร แต่เรายังเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในปี 2026 นี้จะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ หากวิกฤตไม่ยืดเยื้อจนเกินไป”

ที่มา AFP

เทียบราคาค่าการกลั่นน้ำมันปี 69 พุ่งสูงต่อเนื่อง เสนอกำหนดเพดาน

เทียบราคาค่าการกลั่นน้ำมันปี 69 พุ่งสูงต่อเนื่อง เสนอกำหนดเพดาน

6 เม.ย. 2569 15:10 น.

เทียบราคาค่าการกลั่นน้ำมันปี 69 พุ่งสูงต่อเนื่อง เสนอกำหนดเพดาน

เทียบค่าการกลั่นน้ำมันปี 69 พุ่งสูงต่อเนื่อง พบผลกระทบจากสงครามทำให้ต้นทุนน้ำมันดิบและการขนส่งทางเรือสูงขึ้นกว่าปกติหลายเท่า ด้าน TDRI เสนอทางแก้ระยะยาว กำหนดเพดานค่าการกลั่น พร้อมรื้อโครงสร้างพลังงาน เปิดแข่งขันธุรกิจโรงกลั่น ลดการผูกขาด เพื่อให้ราคาน้ำมันสะท้อนต้นทุนจริง เลิกอิงราคาตลาดสิงคโปร์

ต้นทุนน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นช่วงสงคราม

ᆞ ราคาน้ำมันดิบซื้อขายจริงแพงขึ้น

ᆞค่าขนส่ง-ค่าระวางเรือ เพิ่มขึ้น 5 เท่า

 ᆞค่าเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้น 100 เท่า

TDRI เสนอทางแก้ระยะยาว

กำหนดเพดานค่าการกลั่น

เปิดแข่งขันธุรกิจโรงกลั่น

ลดการผูกขาด 

แข่งขันราคาสะท้อนต้นทุนจริง

ไม่ใช้ราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์

 

จากข้อมูลราคาค่าการกลั่นน้ำมันตั้งแต่ต้นปี 2569 จากกระทรวงหลังงานมีดังนี้

เดือนราคา บาท/ลิตร
ม.ค.  2.14  
ก.พ.2.09
มี.ค.7.23
1-3 เม.ย.15.99   

เกาหลีใต้ชี้สัญญาณชัด “คิม จูแอ” คือผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป

เกาหลีใต้ชี้สัญญาณชัด "คิม จูแอ" คือผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป

6 เม.ย. 2569 14:27 น.

เกาหลีใต้ชี้สัญญาณชัด “คิม จูแอ” คือผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป

หน่วยข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า มีข้อมูลข่าวกรองที่น่าเชื่อถือบ่งชี้ว่า เกาหลีเหนือกำลังเร่งผลักดัน “คิม จูแอ” บุตรสาวของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด ให้เป็นผู้สืบทอดอำนาจในอนาคต หลังปรากฏตัวในกิจกรรมทางทหาร ที่รวมถึงการขับรถถังประจัญบาน

หน่วยข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ (NIS) ได้รายงานสรุปต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของรัฐสภา โดยระบุว่า เกาหลีเหนือกำลังเร่งกระบวนการสร้างความชอบธรรมให้แก่ “คิม จูแอ” บุตรสาวของนายคิม จองอึน ในฐานะผู้สืบทอดอำนาจรุ่นที่ 4 แห่งตระกูลคิม

NIS วิเคราะห์ว่า การที่สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพคิม จูแอ กำลังขับรถถังประจัญบานรุ่นใหม่เคียงข้างบิดาเมื่อเดือนที่ผ่านมา เป็นความตั้งใจที่จะแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถด้านการทหารของเธอ เพื่อลดทอนข้อสงสัยเกี่ยวกับการมี “ผู้นำหญิง” ในประเทศที่ปกครองโดยผู้ชายมานานกว่า 8 ทศวรรษ

ภาพลักษณ์ดังกล่าวถือเป็นการเดินตามรอยนายคิม จองอึน ซึ่งเคยปรากฏภาพขับรถถังในสื่อรัฐบาลมาก่อนที่จะขึ้นครองอำนาจต่อจากนายคิม จองอิล ผู้เป็นบิดาเช่นกัน

นอกจากประเด็นเรื่องการสืบทอดอำนาจ NIS ยังรายงานถึงการทดสอบเครื่องยนต์ขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งคาดว่ามีเป้าหมายเพื่อทำให้ตัวขีปนาวุธมีน้ำหนักเบาลงและรองรับการติดตั้งหัวรบหลายหัว 

ท่ามกลางการทำสงครามของสหรัฐฯ-อิสราเอล ยังพบว่าเกาหลีเหนือยังไม่มีการส่งอาวุธหรือเสบียงไปสนับสนุนอิหร่านในสงครามครั้งนี้ รวมถึงไม่มีการส่งสาส์นแสดงความเสียใจต่อการจากไปของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี หรือแสดงความยินดีกับผู้นำคนใหม่แต่อย่างใด

หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ประเมินว่า เกาหลีเหนืออาจกำลังสงวนท่าทีเพื่อรอจังหวะทางการทูต หลังการตั้งสุมมติฐานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีกำหนดจะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในเดือนพฤษภาคมนี้

นอกจากนี้ NIS ยังคาดการณ์ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน อาจเริ่มลดระดับความรุนแรงลงในช่วงปลายเดือนเมษายน โดยผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการโจมตีของสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นในอีก 3-4 วันข้างหน้า หลังจากที่ทรัมป์เพิ่งขู่จะทำลายโรงไฟฟ้าและสะพานสำคัญในอิหร่าน หากยังไม่มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สัญจรได้ตามปกติ.

ที่มา Yonhap

เดโมแครตรุมถล่มทรัมป์ “วิกลจริต” ขู่ก่ออาชญากรรมสงครามถล่มอิหร่าน

เดโมแครตรุมถล่มทรัมป์ "วิกลจริต" ขู่ก่ออาชญากรรมสงครามถล่มอิหร่าน

6 เม.ย. 2569 12:36 น.

เดโมแครตรุมถล่มทรัมป์ “วิกลจริต” ขู่ก่ออาชญากรรมสงครามถล่มอิหร่าน

นักการเมืองพรรคเดโมแครตประณาม “โดนัลด์ ทรัมป์” หลังโพสต์โซเชียลขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในอิหร่าน ชี้เป็นพฤติกรรม “วิกลจริต” และเสี่ยงก่ออาชญากรรมสงคราม เตือนนอกจากจะไม่ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ยังจะทำให้ทหารอเมริกันเสี่ยงอันตรายและดันราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตพร้อมใจกันออกมาประณามท่าทีล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงและหยาบคายข่มขู่จะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานในอิหร่าน โดยชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

นายจิม แมคโกเวิร์น สส. ระดับสูงจากคณะกรรมการกฎระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าถ้อยคำของทรัมป์นั้น “หลุดโลกและอันตรายอย่างยิ่ง” พร้อมเปรียบเทียบว่านี่คือพฤติกรรมที่ “วิกลจริต” และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเข้ารับการบำบัด

แมคโกเวิร์นเตือนว่า เมื่อสหรัฐฯ ลดทอนคุณค่าของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ก็เท่ากับเป็นการเชื้อเชิญให้ประเทศอื่นทำตาม ซึ่งจะส่งผลให้ชาวอเมริกันตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น และเสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรมสงครามตามอนุสัญญาเจนีวา

ด้านนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวันอีสเตอร์ ระบุว่าในขณะที่ชาวอเมริกันกำลังเฉลิมฉลองกับครอบครัว แต่ผู้นำประเทศกลับใช้อารมณ์กราดเกรี้ยวเหมือน “คนบ้าที่ขาดสติ” ขู่จะก่ออาชญากรรมสงครามและทำให้พันธมิตรตีตัวออกห่าง

ขณะที่นายฮาคีม เจฟฟรีย์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร แม้จะไม่ได้โจมตีทรัมป์โดยตรงในโพสต์เดียวกัน แต่ได้แสดงความยินดีที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษสามารถช่วยชีวิตนักบินกองทัพอากาศคนที่สองที่ถูกยิงตกในอิหร่านได้สำเร็จ

เหล่าสมาชิกรัฐสภาหลายรายยังชี้เห็นถึงผลกระทบทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยสว. เอ็ดเวิร์ด มาร์กีย์ เตือนว่าการโพสต์ข้อความขู่ก่ออาชญากรรมสงครามไม่ช่วยให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดได้ แต่จะยิ่งทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มแพงขึ้นและชีวิตทหารอเมริกันต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย

เช่นเดียวกับ สว. คริส เมอร์ฟี และ สว. เอลิสซา สลอตคิน ที่ย้ำว่าการพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างโรงไฟฟ้าและสะพานนั้นขัดต่อกฎหมายสงครามอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อทรัมป์เคยอ้างว่าสงครามครั้งนี้ทำไปเพื่อช่วยชาวอิหร่าน แต่การสังหารพลเรือนแบบไม่เลือกหน้ากลับเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งและสร้างความสูญเสียทั้งเลือดเนื้อและงบประมาณของสหรัฐฯ โดยเปล่าประโยชน์

ทั้งนี้ กลุ่ม สว. เดโมแครตได้เรียกร้องให้แกนนำพรรครีพับลิกันช่วยกันยับยั้งท่าทีของทรัมป์ ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปสู่การก่ออาชญากรรมสงครามในสัปดาห์นี้ตามที่เขาได้ประกาศไว้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยกระดับความตึงเครียดผ่านโพสต์โซเชียลมีเดีย โดยขู่ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานสำคัญในอิหร่านภายในวันที่ 7 เม.ย. นี้ หากอิหร่านยังไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสินค้าสัญจรได้ตามปกติ 

“วันอังคารจะเป็นวันโรงไฟฟ้าและวันสร้างสะพานในอิหร่าน พร้อมกันหมด จะไม่มีอะไรแบบนี้อีกแล้ว!!! เปิดช่องแคบซะ ไอ้พวกบ้า ไม่งั้นพวกแกจะต้องตกนรก คอยดู!”  แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในโพสต์บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เขาเขียนว่า “วันอังคาร เวลา 20.00 น. ตามเวลาตะวันออก!”

ที่มา The Guardian / Al Jazeera

ราคาน้ำมันดิบพุ่งไม่หยุด สงคราม “สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน” กระทบซัพพลาย

ราคาน้ำมันดิบพุ่งไม่หยุด สงคราม "สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน" กระทบซัพพลาย

6 เม.ย. 2569 11:38 น.

ราคาน้ำมันดิบพุ่งไม่หยุด สงคราม “สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน” กระทบซัพพลาย

ราคาน้ำมันโลกทะยานขึ้นต่อเนื่อง หลังวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางส่อแววยืดเยื้อ กระทบเส้นทางขนส่งพลังงานหลักในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศกร้าวพร้อมโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานในอิหร่านในวันที่ 7 เม.ย. นี้ หากยังไม่เปิดเส้นทางเดินเรือ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายวันจันทร์ (6 เม.ย.) เนื่องจากความกังวลเรื่องอุปทานขาดแคลนจากการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านที่ยังคงทวีความรุนแรง

โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.71 ดอลลาร์ หรือ 1.6% อยู่ที่ 110.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต หรือ WTI เพิ่มขึ้น 0.71 ดอลลาร์ หรือ 0.6% อยู่ที่ 112.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดทำสถิติการพุ่งสูงขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป

เส้นทางเดินเรือทางยุทธศาสตร์อย่าง “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการขนส่งน้ำมันจากอิรัก ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงถูกปิดกั้นจากการโจมตีของอิหร่านนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ผู้กลั่นน้ำมันทั่วโลกต้องเร่งหาแหล่งน้ำมันดิบสำรองจากสหรัฐฯ และทะเลเหนือเพื่อทดแทนอุปทานที่หายไป

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยกระดับความตึงเครียดผ่านโพสต์โซเชียลมีเดีย โดยขู่ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานสำคัญในอิหร่านภายในวันที่ 7 เม.ย. นี้ หากอิหร่านยังไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสินค้าสัญจรได้ตามปกติ 

“วันอังคารจะเป็นวันโรงไฟฟ้าและวันสร้างสะพานในอิหร่าน พร้อมกันหมด จะไม่มีอะไรแบบนี้อีกแล้ว!!! เปิดช่องแคบซะ ไอ้พวกบ้า ไม่งั้นพวกแกจะต้องตกนรก คอยดู!”  แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในโพสต์บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เขาเขียนว่า “วันอังคาร เวลา 20.00 น. ตามเวลาตะวันออก!”

ทรัมป์บอกกับฟ็อกซ์นิวส์ว่ามี “โอกาสที่ดี” ที่จะบรรลุข้อตกลงในวันจันทร์ แต่กล่าวว่าเขากำลังพิจารณา “ระเบิดทุกอย่างและยึดครองน้ำมัน” หากไม่บรรลุข้อตกลงในเร็ววัน

พลเอกอาลี อับดุลลาฮี อาลีอาบาดี นายทหารอาวุโสของอิหร่าน ปฏิเสธกำหนดเส้นตายก่อนหน้านี้ของทรัมป์ โดยเรียกมันว่า “ไร้ประโยชน์ และโง่เขลา” พร้อมเสริมว่า “ประตูแห่งนรกจะเปิดออก” สำหรับผู้นำสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเดินเรือพบว่าอิหร่านยังคงอนุญาตให้เรือจากประเทศที่ตนถือว่าเป็นมิตร เช่น โอมาน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ผ่านทางได้ในบางกรณี

ความหวังที่จะเห็นความสงบในระยะเวลาอันใกล้ส่อแววริบหรี่ หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านปฏิเสธที่จะส่งตัวแทนเข้าร่วมเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยระบุว่าความพยายามในการเจรจาหยุดยิงได้มาถึงทางตันแล้ว

ด้านกลุ่ม OPEC+ ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 206,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพฤษภาคม แต่นักวิเคราะห์มองว่ามติดังกล่าวอาจไม่มีผลในทางปฏิบัติ เนื่องจากประเทศสมาชิกหลักหลายรายไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้จริงท่ามกลางสภาวะสงคราม

นอกจากนี้ ตลาดพลังงานยังได้รับแรงกดดันเสริมจากการหยุดชะงักของน้ำมันในรัสเซีย หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีคลังส่งออกในทะเลบอลติก แม้จะมีรายงานล่าสุดว่าสถานีส่งออกอุสต์-ลูกา จะเริ่มกลับมาดำเนินการโหลดน้ำมันได้อีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ตาม.

ที่มา Reuters / BBC