ราคาน้ำมันโลกร่วงเกือบ 5% หลังสหรัฐฯ ประกาศเปิดเจรจาอิหร่าน

ราคาน้ำมันโลกร่วงเกือบ 5% หลังสหรัฐฯ ประกาศเปิดเจรจาอิหร่าน

3 ส.ค. 2569 07:57 น.

ราคาน้ำมันโลกร่วงเกือบ 5% หลังสหรัฐฯ ประกาศเปิดเจรจาอิหร่าน

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงเกือบ 5% ในการซื้อขายช่วงต้นตลาดเอเชีย หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเริ่มเจรจารอบใหม่กับอิหร่าน หวังยุติสงครามตะวันออกกลางและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 สำนักข่าว AFP รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงเกือบ 5% ในการซื้อขายช่วงต้นของตลาดเอเชีย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะเปิดการเจรจารอบใหม่กับอิหร่าน เพื่อหาทางยุติสงครามในตะวันออกกลาง และผลักดันให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งาน

โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงของตลาดโลก สำหรับการส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 4.69% อยู่ที่ 83.81 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือราว 2,700 บาทต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ของสหรัฐฯ ลดลง 4.67% อยู่ที่ 80.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือราว 2,600 บาทต่อบาร์เรล

นักวิเคราะห์มองว่า ราคาน้ำมันผันผวนอย่างรุนแรงนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน เริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลกได้ถูกปิดกั้นจนการสัญจรทางเรือหยุดชะงัก

ทั้งนี้ นายทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเริ่มการเจรจารอบใหม่กับอิหร่านในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม หลังตัดสินใจระงับแผนโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน เพื่อเปิดทางให้การเจรจาและแสวงหาข้อตกลงร่วมกัน โดยที่ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยสถานที่จัดการเจรจา หรือรายชื่อผู้เข้าร่วม.

ที่มา AFP

“ทรัมป์” เผยเจรจาอิหร่านเริ่มวันจันทร์ มั่นใจบรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซ-ปลดนิวเคลียร์

“ทรัมป์” เผยเจรจาอิหร่านเริ่มวันจันทร์ มั่นใจบรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซ-ปลดนิวเคลียร์

3 ส.ค. 2569 07:10 น.

“ทรัมป์” เผยเจรจาอิหร่านเริ่มวันจันทร์ มั่นใจบรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซ-ปลดนิวเคลียร์

ทรัมป์เผยการเจรจากับอิหร่านอาจเริ่มวันจันทร์ พร้อมระบุว่าการหารือกับหลายประเทศในตอ.กลาง ทำให้ตัดสินใจยกเลิกแผนโจมตีครั้งใหญ่ ขณะที่อิหร่านเผยการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซใกล้ได้ข้อสรุป

วันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจากับอิหร่านมีแนวโน้มจะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมนี้ ตามเวลาท้องถิ่น โดยอาจดำเนินการผ่านตัวกลาง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ และการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นายทรัมป์กล่าวว่า การหารือกับซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และอิหร่าน เป็นปัจจัยที่ทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ ซึ่งเดิมมีกำหนดดำเนินการเมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการเจรจา หรือเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายจะหารือกัน แต่ระบุว่า การเจรจาอาจนำไปสู่ข้อตกลงเกี่ยวกับการเปิดและการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและพลังงานที่สำคัญของโลก

ขณะเดียวกัน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานเกี่ยวกับแนวทางบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย และการหารือกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อสรุป.

ที่มา Aljazeera

อิสราเอลถล่มกาซาต่อเนื่อง ดับอีก 18 ศพ แม้ฮามาสยอมปลดอาวุธ

อิสราเอลถล่มกาซาต่อเนื่อง ดับอีก 18 ศพ แม้ฮามาสยอมปลดอาวุธ

3 ส.ค. 2569 05:35 น.

อิสราเอลถล่มกาซาต่อเนื่อง ดับอีก 18 ศพ แม้ฮามาสยอมปลดอาวุธ

อิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่ฉนวนกาซาเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 18 ศพ แม้ว่ากลุ่มฮามาสจะแสดงท่าทียอมปลดอาวุธ ตามข้อตกลงหยุดยิง

อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่ฉนวนกาซาเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. 2569 ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 18 ศพ แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะประกาศความก้าวหน้าในความพยายามบังคับข้อตกลงหยุดยิงซึ่งบรรลุเมื่อปีก่อนก็ตาม

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์ระบุว่า นับตั้งแต่รุ่งเช้า เครื่องบินรบของอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเมืองกาซาซิตี้ทางตอนเหนือ, เมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ ทางตอนกลาง และเมืองข่าน ยูนิส ทางตอนใต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 ศพแล้ว ซึ่งเป็นจำนวนผู้เคราะห์ร้ายรายวันที่สูงที่สุดในรอบหลายสัปดาห์

อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีในฉนวนกาซา แม้ว่าเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ จะออกมาอ้างว่า กลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ของปาเลสไตน์ได้ตกลงที่จะปลดอาวุธตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงหยุดยิงแล้ว ซึ่งจุดประกายความหวังว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยุติความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์ (2 ส.ค.) นายอีไล โคเฮน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอิสราเอล ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะรัฐมนตรีความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า รัฐบาลจะให้โอกาสกลุ่มฮามาสในการปลดอาวุธ แต่เขา “กังขาอย่างยิ่ง” ว่าเรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริง

โคเฮนให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุกองทัพอิสราเอลว่า ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ ที่จะยุติการโจมตีฉนวนกาซา และมองว่าอิสราเอลซึ่งเข้าควบคุมพื้นที่ร้อยละ 70 ของฉนวนกาซาอยู่แล้ว มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมด หากกลุ่มฮามาสไม่ยอมปลดอาวุธ

“ในข้อตกลงที่เราลงนามร่วมกับสหรัฐฯ จุดยืนของเราคือกลุ่มฮามาสจะต้องถูกถอนรากถอนโคน นี่คือสิ่งแรกที่จะต้องเกิดขึ้น” นายโคเฮนกล่าว

ส่วนนาย โดรอน สเปียลแมน โฆษกสำนักงานนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อิสราเอลได้แสดงความกังวลต่อสหรัฐฯ เกี่ยวกับแผนการปลดอาวุธดังกล่าว “สิ่งที่อิสราเอลกังวลมากที่สุดคือ จะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้เลย จนกว่ากลุ่มฮามาสจะปลดอาวุธโดยสมบูรณ์และแท้จริง…”

ด้านกลุ่มฮามาสระบุว่า อิสราเอลจะต้องยุติการโจมตีในฉนวนกาซาและถอนกำลังทหารออกไป ตามเงื่อนไขสำคัญอื่นๆ ของข้อตกลงหยุดยิง ก่อนที่ทางกลุ่มจะยินยอมส่งมอบอาวุธให้แก่องค์กรปาเลสไตน์แห่งใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารฉนวนกาซา

ฮามาสยืนยันในวันอาทิตย์ว่า พวกเขาแสดงให้เห็นถึง “ความยืดหยุ่นอย่างมาก” แล้ว แต่กล่าวหาอิสราเอลว่าพยายามขัดขวางความพยายามยุติสงคราม และพยายามใช้กำลังบีบบังคับให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ตนต้องการในพื้นที่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิหร่านเผย ใกล้ปิดดีลช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน หลังทรัมป์ระงับแผนโจมตี

อิหร่านเผย ใกล้ปิดดีลช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน หลังทรัมป์ระงับแผนโจมตี

3 ส.ค. 2569 04:45 น.

อิหร่านเผย ใกล้ปิดดีลช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน หลังทรัมป์ระงับแผนโจมตี

เจ้าหน้าที่ของอิหร่านเปิดเผยว่า ประเทศของเขาใกล้จะบรรลุข้อตกลงเรื่องเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกับประเทศโอมานแล้ว เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์และความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

อิหร่านเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. 2569 ว่า พวกเขาใกล้จะบรรลุข้อตกลงกับประเทศโอมานเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐฯ ได้ยกเลิกแผนการเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่เพื่อเปิดทางให้กับกระบวนการทางการทูต

นาย อิสมาอีล บากา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์แห่งชาติในวันอาทิตย์ว่า ประเทศของเขาใกล้จะบรรลุข้อตกลงกับประเทศโอมาน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามอีกฝั่งของช่องแคบ เกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านช่องแคบแห่งนี้

“ขณะนี้เรากำลังจะบรรลุความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางที่เป็นยอมรับได้ของทั้งสองฝ่าย — โดยไม่ใช่ทั้งเส้นทางฝั่งเหนือและเส้นทางฝั่งใต้ — แต่เป็นเส้นทางที่เคารพในสิทธิอธิปไตยของทั้งสองฝั่ง และคุ้มครองผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของเรา” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

คำพูดของนายบากาอีเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อวันเสาร์ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ตกลงที่จะระงับการเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ โดยระบุว่า “เค้าโครง” ของข้อตกลงได้ปรากฏขึ้นแล้ว

“เราเพิ่งได้รับการร้องขอจากอิหร่านและประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง ให้ระงับการโจมตีใดๆ เนื่องจากเค้าโครงของข้อตกลงได้รับการเห็นชอบแล้ว” โพสต์ของนายทรัมป์ระบุ

“จากคำร้องขอนี้ ผมจึงตกลงที่จะยกเลิกการโจมตี เพื่อประโยชน์ในอนาคตของโลก และเช่นเดียวกัน เพื่อความอยู่รอดของอิหร่านที่ประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องสามารถบรรลุข้อตกลงได้อย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หมายถึงอะไรเกี่ยวกับสถานะของการเจรจา ขณะที่สื่อของอิหร่านได้ปฏิเสธข่าวที่ว่าเตหะรานได้ขอร้องไม่ให้ทรัมป์เปิดฉากโจมตี

ด้านนาย ฮัสซัน กัชกาวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและโฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า คนกลางกำลังพยายามฟื้นฟูสิ่งที่เรียกว่า “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด” ที่อิหร่านกับสหรัฐฯ เห็นชอบร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

บันทึกความเข้าใจดังกล่าวไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์ แต่เป็นบันไดขั้นแรกไปสู่การเจรจาเพื่อข้อตกลงที่ครอบคลุม แม้ว่าจะมีการระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซไว้ด้วยก็ตาม

“พวกเขารู้ว่าประเด็นหลักและกุญแจสำคัญของเรื่องนี้ในขณะนี้คือประเด็นเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้น จึงเริ่มมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกิดขึ้น” นายกัชกาวีกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เฮลิคอปเตอร์กรีซชนกัน ขณะช่วยดับไฟป่า เสียชีวิต 2 ศพ รอด 2 ราย

เฮลิคอปเตอร์กรีซชนกัน ขณะช่วยดับไฟป่า เสียชีวิต 2 ศพ รอด 2 ราย

3 ส.ค. 2569 02:04 น.

เฮลิคอปเตอร์กรีซชนกัน ขณะช่วยดับไฟป่า เสียชีวิต 2 ศพ รอด 2 ราย

เจ้าหน้าที่ 2 นายเสียชีวิตหลังจากเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำเกิดเหตุเฉี่ยวชนกันเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าทางตะวันตกของกรุงเอเธนส์

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. 2569 นายคีเรียกอส มิตโซทาคิส นายกรัฐมนตรีกรีซ โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ระบุว่า เหตุเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 2 ลำเฉี่ยวชนกันจนตกทั้งคู่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ คือเจ้าหน้าที่ประสานงานชาวกรีก 1 นาย และนักบินชาวเดนมาร์ก 1 นาย โดยทั้งคู่อยู่ในเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวกัน

ขณะที่เจ้าหน้าที่อีก 2 นายในเฮลิคอปเตอร์ลำที่ 2 รอดชีวิต โดยเป็นนักบินชาวอังกฤษ 1 นาย และเจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานของหน่วยดับเพลิงชาวกรีก 1 นาย ทั้งคู่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกองทัพอากาศ 251 ในกรุงเอเธนส์ เพื่อรับการรักษาแล้ว

สำนักงานดับเพลิงของกรีซระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ทั้งสองลำเป็นเครื่องที่สำนักงานดับเพลิงเช่ามาเพื่อใช้ในการดับไฟป่า โดยตอนเกิดเหตุ ฮ.ทั้งสองลำกำลังปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าบริเวณเมืองซาธา (Psatha) แคว้นแอตติกา (Attica) โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่บนเครื่องลำละ 2 นาย

ทั้งนี้ ไฟป่าได้ลุกลามโหมกระหน่ำเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของกรีซในฤดูร้อนนี้ ซึ่ง ธีโอดอร์ จานนารอส นักอุตุนิยมวิทยาชาวกรีก เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซี (BBC) ก่อนหน้านี้ว่า มีพื้นที่ถูกเพลิงเผาทำลายไปแล้วมากกว่า 100,000 เฮกตาร์ (ราว 625,000 ไร่)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ยูเครนส่งโดรนโจมตีรัสเซียหลายจุดดับ 5 ศพ ไฟไหม้โกดัง บ.ค้าปลีกออนไลน์

ยูเครนส่งโดรนโจมตีรัสเซียหลายจุดดับ 5 ศพ ไฟไหม้โกดัง บ.ค้าปลีกออนไลน์

3 ส.ค. 2569 01:43 น.

ยูเครนส่งโดรนโจมตีรัสเซียหลายจุดดับ 5 ศพ ไฟไหม้โกดัง บ.ค้าปลีกออนไลน์

ยูเครนส่งโดรนหลายร้อยลำโจมตีพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย และเกิดเพลิงไหม้ที่โกดังสินค้าอีกแห่งของบริษัทค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ของรัสเซีย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัสเซียเปิดเผยว่า ยูเครนส่งโดรนโจมตีหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ นอกจากนี้ โดรนยังพุ่งเป้าโจมตีพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้าอีกแห่งหนึ่งของ “ไวด์เบอร์รีส์” (Wildberries) บริษัทค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ของรัสเซียด้วย

ไวด์เบอร์รีส์ เจ้าของตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย มักถูกขนานนามว่าเป็น “แอมะซอนเวอร์ชันรัสเซีย” ตกเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีของยูเครน โดยในช่วงไม่ถึง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โกดังเก็บสินค้าของบริษัทถูกโดรนของยูเครนโจมตีไปแล้วมากกว่า 10 แห่ง

ทางยูเครนระบุว่า พวกเขามุ่งเป้าโจมตีโกดังของ ไวด์เบอร์รีส์ เพื่อบั่นทอนศักยภาพทางสงครามของมอสโก สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และทำให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบจากการที่เครมลินเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียเปิดเผยว่า ระบบป้องกันทางอากาศของประเทศสามารถยิงโดรนยูเครนตกได้ถึง 635 ลำเมื่อคืนที่ผ่านมา รวมถึงบริเวณ แคว้นไครเมีย ที่รัสเซียยึดมาจากยูเครน, ทะเลดำ และทะเลอาซอฟ อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงฯ ไม่ได้ระบุจำนวนโดรนทั้งหมดที่ถูกส่งมา หรือจำนวนโดรนที่พุ่งชนเป้าหมายได้สำเร็จ

ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียได้โจมตียูเครนด้วยโดรนจำนวน 133 ลำในช่วงกลางคืน ซึ่งมี 24 ลำที่พุ่งชนเป้าหมายสำเร็จ ต่อมาในวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า เหตุโจมตีของรัสเซียอีกระลอกในเมืองซาโปริซเซียและเมืองคาร์คีฟของยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ

ทั้งนี้ โกดังของบริษัท ไวด์เบอร์รีส์ แห่งล่าสุดที่ถูกโจมตี ตั้งอยู่ในแคว้นซามารา ห่างจากชายแดนรัสเซีย-ยูเครนประมาณ 800 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ขณะเดียวกัน นายโรมัน บูซาร์กิน ผู้ว่าการแคว้นซาราทอฟ ทางตะวันออกของแคว้นซามารา เผยว่า โดรนของยูเครนพุ่งชนอาคารที่พักอาศัยภายในแคว้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ นอกจากนั้นยังสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างพื้นฐานภาคพลเรือนในเมืองเอนเกลส์ (Engels) และในเมืองซาราทอฟ ซึ่งเป็นเมืองเอกของแคว้นด้วย

ทางด้านนาง โอลกา อับราโมวา รักษาการผู้นำสาธารณรัฐอุดมูร์ต (Udmurt Republic) ซึ่งอยู่ไกลออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีก 2 รายจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

ทีมกู้ภัยกู้ร่าง “นีร์มาล ปูร์จา” นักปีนเขาชื่อดังได้แล้ว หลังหิมะถล่มคร่าชีวิต

ทีมกู้ภัยกู้ร่าง "นีร์มาล ปูร์จา" นักปีนเขาชื่อดังได้แล้ว หลังหิมะถล่มคร่าชีวิต

3 ส.ค. 2569 01:11 น.

ทีมกู้ภัยกู้ร่าง “นีร์มาล ปูร์จา” นักปีนเขาชื่อดังได้แล้ว หลังหิมะถล่มคร่าชีวิต

ทีมกู้ภัยกู้ร่าง นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาชื่อดังที่เสียชีวิตในเหตุหิมะถล่มบนภูเขาในปากีสถานได้แล้ว รวมถึงร่างของลูกทีมอีกหลายคน ท่ามกลางการแสดงความเสียใจจากผู้คนทั่วโลก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. 2569 สมาคมเทือกเขาแอลป์แห่งปากีสถาน เปิดเผยว่า ทีมกู้ภัยได้กู้ร่างของ นีร์มาล ปูร์จา นักปีนเขาชื่อดังชาวอังกฤษ-เนปาล ได้สำเร็จแล้ว หลังจากเขากับลูกทีมอีก 9 คน ประสบเหตุหิมะถล่มขณะพยายามพิชิตยอดเขา “บรอดพีค” เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ทั้งหมดเสียชีวิต

“ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้เดินทางไปถึงร่างของ นิมส์ ได (ชื่อเล่นของนายปูร์จา) ที่ระดับความสูงประมาณ 5,700 เมตร บนยอดเขาบรอดพีค ซึ่งเป็นภูเขาที่เขารัก และเป็นภูเขาที่ได้พรากเขาไปจากพวกเราในตอนนี้” สมาคมฯ โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

อายาซ ชิกรี เลขาธิการทั่วไปของสมาคมฯ กล่าวว่า ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินกำลังลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต 4 ราย ได้แก่ ร่างของปูร์จา, ชาวเนปาลอีก 2 ราย และชาวจีน 1 ราย ลงมาจากยอดเขา และ “ทีมกู้ภัยยืนยันด้วยว่าพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 1 ราย อยู่ในระดับความสูงที่สูงกว่ามาก”

“เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งและสภาพอากาศในปัจจุบัน จึงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะมีการพยายามกู้ร่างดังกล่าวในระยะนี้” นายชิกรีระบุเสริม

ทั้งนี้ เหตุหิมะถล่มเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. ในขณะที่นายปูร์จากับทีมของเขา พยายามพิชิตยอดเขาบรอดพีค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามพิชิตยอดเขาความสูงเกิน 8,000 เมตร 14 แห่งทั่วโลกเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเขาเคยสร้างสถิติโลกด้วยการปีนสู่ยอดเขาทั้ง 14 ลูกได้สำเร็จภายในเวลาไม่ถึง 7 เดือน เมื่อปี 2562

Elite Expeditions ซึ่งเป็นบริษัทจัดคณะปีนเขาของนายปูร์จา ยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า นายปูร์จากับลูกทีมทั้ง 9 คน เสียชีวิตในเหตุหิมะถล่ม โดยเมื่อวันศุกร์ เจ้าหน้าที่กู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 3 ราย ได้แก่ หญิงชาวโอมาน, ชายชาวเนปาล และหญิงชาวอเมริกัน ซึ่งทั้งหมดถูกส่งทางอากาศไปยังเมืองสการ์ดู (Skardu) แล้ว

โศกนาฏกรรมครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจอย่างมากต่อชุมชนนักปีนเขาทั่วโลก โดยเฉพาะในเนปาล และบรรดาผู้นำรวมถึงเจ้าชายวิลเลียมแห่งสหราชอาณาจักรต่างร่วมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเหล่านักปีนเขา

“นิมส์ (ปูร์จา) รับราชการอย่างทรงเกียรติในกองทัพอังกฤษ ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในนักปีนเขาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ผู้สร้างชื่อเสียงให้เหล่านักปีนเขาชาวเนปาลเป็นที่รู้จักในระดับสากล” เจ้าชายวิลเลียมทรงโพสต์ข้อความบน X โดยระบุว่าทรง “รู้สึกเศร้าสลดอย่างยิ่ง” ต่อความสูญเสียในครั้งนี้

ขณะที่นาย ฟูร์ เกเจ เชอร์ปา นายกสมาคมนักปีนเขาแห่งเนปาล โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ว่า “นี่คือความสูญเสียที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับชุมชนนักปีนเขาและสำหรับประเทศชาติของเรา … เขามุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะทำให้เนปาลเป็นที่รู้จักในระดับโลก และพัฒนาภาคส่วนการปีนเขาของพวกเรา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 2 ลำชนกันตกในกรีซ ขณะปฏิบัติการดับไฟป่า

เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 2 ลำชนกันตกในกรีซ ขณะปฏิบัติการดับไฟป่า

2 ส.ค. 2569 23:33 น.

เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 2 ลำชนกันตกในกรีซ ขณะปฏิบัติการดับไฟป่า

เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 2 ลำชนกันตกในกรีซ ขณะปฏิบัติการดับไฟป่าใกล้กรุงเอเธนส์ โดยยังไม่ทราบชะตากรรมของลูกเรือบนเครื่องทั้ง 2 ลำ ในขณะที่สถานการณ์ไฟป่ายังคงรุนแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. 2569 ว่า เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ซึ่งกำลังช่วยเหลือในปฏิบัติการดับไฟป่าทางตะวันตกของกรุงเอเธนส์ ประสบเหตุบินชนกันก่อนจะตกสู่พื้น โดยตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ชะตากรรมของลูกเรือ 4 คนบนเฮลิคอปเตอร์ทั้ง 2 ลำเป็นอย่างไร

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณเมือง “ซาธา” (Psatha) ในแคว้น “แอตติกา” (Attica) โดยเฮลิคอปเตอร์ทั้งสองลำเป็นเครื่องที่สำนักงานดับเพลิงเช่ามาเพื่อใช้ในการดับไฟป่า แต่ละลำมีลูกเรือ 2 คน และออกเดินทางจากสนามบินทหาร “เอเลฟสินา” (Elefsina) ก่อนเกิดเหตุ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ กรีซกำลังเผชิญไฟป่าโหมกระหน่ำในหลายภูมิภาคของประเทศ รวมถึงพื้นที่บนแผ่นดินใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเกาะครีต (Crete) ซึ่งไฟป่าเผาทำลายพื้นที่ไปแล้วหลายพันเฮกตาร์ และเป็นเหตุให้ต้องสั่งอพยพประชาชนกับนักท่องเที่ยวกว่า 8,000 คน

นอกจากนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีประชาชนอีกราว 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ต้องอพยพออกจากพื้นที่ตอนกลางของกรีซ ไฟป่ายังปะทุขึ้นบนเกาะปารอส (Paros), เกาะอันดรอส (Andros) และเกาะคาลิมนอส (Kalymnos) อีกด้วย

อนึ่ง กรีซเป็นหนึ่งในหลายประเทศในยุโรปที่กำลังเผชิญกับเหตุไฟป่าครั้งรุนแรง หลังจากคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้สร้างสภาวะที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่าได้ง่ายขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เรือข้ามฟากอินโดนีเซีย ไฟไหม้กลางทะเล ผู้โดยสารหนีตาย ดับแล้ว 5 ศพสูญหายอื้อ

เรือข้ามฟากอินโดนีเซีย ไฟไหม้กลางทะเล ผู้โดยสารหนีตาย ดับแล้ว 5 ศพสูญหายอื้อ

2 ส.ค. 2569 22:38 น.

เรือข้ามฟากอินโดนีเซีย ไฟไหม้กลางทะเล ผู้โดยสารหนีตาย ดับแล้ว 5 ศพสูญหายอื้อ

เกิดเหตุไฟไหม้เรือข้ามฟากของอินโดนีเซีย ขณะพาผู้โดยสารหลายร้อยคนเดินทางข้ามฝั่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ และมีผู้สูญหายหลายสิบราย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ของสำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติอินโดนีเซีย (Basarnas) ระบุว่า เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงบนเรือข้ามฟาก หรือ เรือเฟอร์รี่ ซึ่งกำลังบรรทุกผู้โดยสารอย่างน้อย 250 คนข้ามฝั่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ศพ และมีผู้สูญหายอีก 41 ราย

บาซาร์นาส (Basarnas) ระบุว่า กัปตันเรือได้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ขณะที่เรือลอยลำอยู่นอกชายฝั่งเกาะมาดูรา ระหว่างเดินทางจากเมืองสุราบายา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศในจังหวัดชวาตะวันออก ไปยังเมืองมากัสซาร์ ในจังหวัดซูลาเวสีใต้

ภาพวิดีโอที่เผยแพร่โดย iNews สำนักข่าวท้องถิ่นของอินโดนีเซีย แสดงให้เห็นผู้คนจำนวนมากสวมเสื้อชูชีพอยู่บนเรือที่ดูเหมือนจะเป็นเรือชูชีพ ส่วนคลิปวิดีโออื่นๆ เผยให้เห็นภาพผู้คนกระโดดลงจากเรือเฟอร์รี่ที่มีเปลวไฟและกลุ่มควันพวยพุ่ง และมีการโยนห่วงชูชีพลงไปให้ผู้คนที่ลอยคอในทะเล ก่อนที่พวกเขาจะได้รับช่วยเหลือขึ้นสู่เรือกู้ภัย

บาซาร์นาสโพสต์วิดีโอบน TikTok พร้อมแถลงการณ์ว่า เมื่อเวลา 08:24 น. วันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น ศูนย์ค้นหาและกู้ภัยสุราบายาได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บนเรือโดยสาร KMP Mutiara Sentosa 2 โดย “จากข้อมูลของบริษัทเดินเรือ เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06:00 – 07:00 น.”

ในเวลาต่อมา บาซาร์นาสยืนยันว่าเรือเฟอร์รี่ “ถูกเพลิงลุกไหม้เกือบทั้งลำ” ในขณะที่ “ผู้โดยสารต่างเกาะอยู่บริเวณห้องควบคุมเรือและหัวเรือ เพื่อรอคอยความช่วยเหลือ” โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เรือเฟอร์รี่ลำนี้เกิดเพลิงไหม้ได้อย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านโต้ทรัมป์ ลั่นไม่ได้ขอร้องให้หยุดยิง ย้ำพร้อมรับมือเต็มที่

อิหร่านโต้ทรัมป์ ลั่นไม่ได้ขอร้องให้หยุดยิง ย้ำพร้อมรับมือเต็มที่

2 ส.ค. 2569 21:35 น.

อิหร่านโต้ทรัมป์ ลั่นไม่ได้ขอร้องให้หยุดยิง ย้ำพร้อมรับมือเต็มที่

สื่ออิหร่านออกมาตอบโต้คำพูดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่บอกว่า เตหะรานขอร้องให้สหรัฐฯ ระงับการโจมตีครั้งใหม่เอาไว้ก่อน โดยยืนยันว่า กองทัพอิหร่านพร้อมรับมือเต็มที่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค. 2569 สำนักข่าว “เมห์ร” (Mehr) ของอิหร่าน ออกมาปฏิเสธคำพูดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่บอกว่า อิหร่านได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ระงับการเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ และยืนยันว่า กองทัพของประเทศพร้อมรับมือการโจมตีอย่างเต็มที่

สำนักข่าว เมห์ร รายงานโดยอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ทหารหลายนาย โดยระบุว่า คำพูดของนายทรัมป์ “เป็นเพียงเรื่องโกหกเรื่องใหม่เท่านั้น” และกองทัพอิหร่านยังคง “อยู่ในสถานะเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นหลังเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ พร้อมจะดำเนินการโจมตีอิหร่าน แต่เตหะรานรวมถึงประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางได้ขอร้องให้เขาระงับการโจมตีครั้งใหม่ไว้ก่อน ซึ่งเขาตัดสินใจระงับการโจมตี โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านโดยเร็ว

“เรื่องนี้จะรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างทันที สมบูรณ์ และทั้งหมด ตลอดจนการยุติภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่าน” ทรัมป์โพสต์ข้อความลงบน Truth Social

ขณะเดียวกันในวันอาทิตย์ สำนักข่าว “ฟาร์ส” (Fars) ของอิหร่านได้อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับทีมเจรจาของอิหร่านว่า “ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงดำเนินมาตรการที่เป็นปฏิปักษ์ ช่องแคบฮอร์มุซก็ยังคงถูกปิดต่อไป”

ทั้งนี้ อิหร่าน ได้ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซมาตั้งแต่เริ่มต้นสงครามเมื่อเดือนมีนาคม โดยกำหนดให้เรือต่างๆ ต้องได้รับอนุญาตและจ่ายค่าธรรมเนียมการผ่านทางก่อนจะใช้เส้นทางเดินเรือดังกล่าว ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการขนส่งสินค้าโดยเฉพาะน้ำมันดิบ ทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna