ส่งความคิดถึงให้ทักษิณ จุลพันธ์ ยัน พท.ทำงานอิสระ-ไร้ครอบงำ

ส่งความคิดถึงให้ทักษิณ จุลพันธ์ ยัน พท.ทำงานอิสระ-ไร้ครอบงำ

ส่งความคิดถึงให้ทักษิณ จุลพันธ์ ยัน พท.ทำงานอิสระ-ไร้ครอบงำ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.32 น.

“จุลพันธ์”บอกส่งใจ-ความคิดถึงให้”ทักษิณ”หลังพักโทษ ปัดตอบเตรียมเข้าพบที่บ้านจันทร์ส่องหล้าหรือไม่ ยันพรรคทำงานมีอิสระ ไร้เงาอดีตนายกฯ ครอบงำบริหารจัดการ

11 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานประกันสังคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษเมื่อเช้าวันนี้ โดยหลังจากนี้จะเข้าไปพบกับนายทักษิณ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นการส่วนตัวหรือไม่ ว่า ไม่มี และวันนี้ตนติดประชุมตั้งแต่เช้า จึงไม่ได้เดินทางไปรับนายทักษิณออกจากเรือนจำ ทั้งนี้ ตนได้ส่งกำลังใจและความคิดถึงไปให้อยู่แล้ว ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพวกตน ในฐานะที่ผ่านการต่อสู้ร่วมกันมาหลายสิบปี ในส่วนการทำงานของพรรคเพื่อไทย เรามีอิสระทางความคิด นายทักษิณก็ไม่ได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการพรรคอยู่แล้ว

ส่วนจะไปเยี่ยมนายทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้า หรือไม่นั้น นายจุลพันธ์ หัวเราะ ก่อนบอกว่า “ตนขอรอให้นักข่าวกลับหมดก่อนจึงจะเข้าไป แต่ถึงเวลาก็ต้องได้เจอกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะที่ไหนก็คงจะมีโอกาสได้พบกับนายทักษิณ และได้ทักทายพูดคุย”

ส่วนการออกมาของนายทักษิณ ทำให้พรรคเพื่อไทยมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พวกเราไม่เคยเสียกำลังใจ ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็ต้องขอขอบคุณ 74 เสียง ที่ประชาชนมอบให้กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเราก็สามารถทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร การเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและการทำงานของคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่วนนี้คือกำลังไปที่จะทำให้เราทำงานขับเคลื่อนนโยบายในส่วนของพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชนได้มากที่สุด

ด่านแรก ปชช.ต้องพึ่งพิง! นายกฯลั่น ไม่มีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน รัฐบาลเป็นง่อยแน่

ด่านแรก ปชช.ต้องพึ่งพิง! นายกฯลั่น ไม่มีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน รัฐบาลเป็นง่อยแน่

ด่านแรก ปชช.ต้องพึ่งพิง! นายกฯลั่น ไม่มีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน รัฐบาลเป็นง่อยแน่

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.16 น.

“นายกฯ”ลั่น!ไม่มี”กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน”ช่วยขับเคลื่อนงาน รบ.เป็นง่อยแน่ ชี้เป็นด่านแรก ปชช.มีความทุกข์ต้องพึ่งพิง แนะศึกษา กม.เบื้องต้น ไม่ต้องถึงขั้นเรียนจบนิติศาสตร์ ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิตเตะหมาต้องดูเจ้าของอย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน

11 พฤษภาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในการมอบนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่

โดย นายกฯ กล่าวว่า เป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสเรียนเชิญท่านทั้งหลายได้มาร่วมพบปะกันในวันนี้ เท่าที่ทราบมาน่าจะเป็นครั้งแรก เพราะปกตินายกฯ กับ มท.1 คนละคนกัน ไม่กล้ามาขอใช้สถานที่นี้ ถ้าเป็น มท.1 ที่กระทรวงมหาดไทยมีความคับแคบ สถานที่ไม่อำนวยที่จะพบกัน ไม่เช่นนั้นต้องไปพบกันที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และศูนย์ประชุมต่างๆ ซึ่งมันก็จะไม่สะดวกหลายๆ อย่าง ตนจึงได้หารือกับทางทีมงานในกระทรวงมหาดไทยแล้วเห็นว่าเป็นโอกาสอันดี เพราะรัฐบาลนี้เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งหน้าที่และบริหารราชการแผ่นดินเมื่อเร็วๆ นี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดท่านเป็นแขน เป็นขา และเครื่องจักรที่มีความหมายต่อการบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลมาก คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตนจึงขอเรียนเชิญทุกท่านมาประชุมที่ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่อื่น เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้เห็นว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งนโยบายต่างๆ จะต้องถูกขับเคลื่อนออกจากสถานที่นี้ พวกตนมีความคุ้นเคยกับหลายท่านอยู่แล้ว ท่านเป็นตำแหน่งที่อยู่คู่กับสังคมและการปกครองของไทยมาเป็นเวลานาน มีหน้าที่สำคัญในการดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชน

นายกฯ กล่าวต่อว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คือปราการด่านแรก เป็นบุคคลกลุ่มแรกที่เวลาประชาชนประสบความทุกข์ หรือต้องการที่พึ่งพิง ท่านคือคนที่พี่น้องประชาชนจะนึกถึงและไปหา ฉะนั้น ตนมีหน้าที่ที่จะทำให้ท่านได้สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาได้ ท่านจะต้องทำตัวเป็นคนกลางระหว่างภาครัฐกับประชาชน และช่วยเหลือนายอำเภอ และรับผิดชอบการบริหารงานระดับท้องที่สนับสนุนการปฏิบัติงานและขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ด้วยภารกิจเช่นนี้ ขอให้ทุกท่านเชื่อว่าท่านมีความสำคัญกับพวกตนมากจริงๆ ไม่มีพวกท่าน เรียกได้ว่าพวกตนก็แทบเป็นง่อยเลย สิ่งเหล่านี้เราจะต้องมีการพบกันบ่อยครั้ง ความจริงพบกันบ่อยครั้งอยู่แล้ว เพราะตนเป็นคนเวลาช่วงเวลานอกราชการ สุดสัปดาห์ไม่ได้ไปเที่ยวไหน ไปก็ไม่สนุก เพราะมีอะไรค้างคาอยู่ในหัวเยอะแยะ ไปหาชาวบ้านดีกว่า ไปหาคนที่ให้โอกาสเรามาทำงานในที่นี้ ไปหาท่านทั้งหลายที่ให้ความมั่นใจให้พวกตนได้เข้ามาทำงาน และได้เห็นปัญหา เวลาลงพื้นที่เมื่อไหร่ตนได้พบกับพวกท่านเสมอ ถ้าสังเกตไม่มีครั้งไหนเลยที่พวกเราไม่เข้าไปทักทายท่านอย่างใกล้ชิด และพูดคุยกันเหมือนเพื่อนร่วมงานกัน นั่นคือโอกาสเดียวที่พวกตนได้รับทราบถึงปัญหาที่แท้จริงที่มาจากปากของคนที่เป็นคนกลางระหว่างประชาชนกับผู้บริหารประเทศ

นายกฯ กล่าวอีกว่า ช่วงนี้มีการกระทำต่างๆ ที่ผิดกฎหมายเยอะไปหมด ตนก็ต้องขอวิงวอนให้ทุกท่านได้ทำการศึกษากฎหมายเบื้องต้นในการเป็นผู้บริหารหน่วยงานท้องถิ่น ท่านไม่ต้องถึงขั้นเรียนจบนิติศาสตร์ ถ้าท่านไม่มีเวลา แต่กฎหมายเบื้องต้นกฎหมายทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่เราต้องดูแลเพื่อสร้างความสงบสุขให้กับบ้านเมือง ท่านก็ควรจะมีความรู้ความเข้าใจเอาไว้ ตนก็ต้องอาศัยท่านเป็นผู้ที่ต้องใช้กฎหมายดังกล่าว แต่ท่านต้องไม่เป็นผู้มีอิทธิพลเอง ท่านเป็นผู้มีอิทธิพลในเรื่องของคุณงามความดีให้กับประชาชน คำว่าผู้มีอิทธิพลตนไม่อยากจะใช้คำนี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ท่านทั้งหลายก็มีอิทธิพลเหมือนตน ท่านเสนออะไรมา ถ้าพวกตนไม่ยอมรับฟัง ตนจะอยู่ได้ไหม มันอยู่ไม่ได้ อันนี้คือเป็นอิทธิพลในทางที่ดี พูดง่ายๆ ท่านต้องช่วยตนปราบมาเฟีย คำว่านักเลง นักเลงในเชิงที่ดีก็มี เมื่อวานตนใช้คำว่าปราบกุ๊ย และปราบอันธพาล วันนี้ขอใช้คำว่าปราบอันธพาลดีกว่า

นายกฯ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นจากนี้ไปขอให้ท่านได้ช่วยกันนอกจากช่วยประชาชนในเรื่องโอกาสเรื่องทำกินและอำนวยความยุติธรรมต่างๆ แล้วเราต้องคอยปกป้องพวกเขา ช่วงหลังข่าวคดีต่างๆ เกิดขึ้นมาก มีการข่มเหงผู้มีกำลังน้อยกว่า เพราะฉะนั้นสุภาษิตเตะหมาต้องดูเจ้าของ ใครมาทำร้ายคนในปกครองของท่าน ก็คือทำร้ายท่าน พี่น้องของเราเป็นคนที่มีพระคุณ ท่านต้องคุ้มครองเขาด้วย อย่างตนก็ไม่ยอมเหมือนกันใครจะมาข่มขู่ ใครจะมากลั่นแกล้งคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่อยู่ในปกครองของตน หรือใต้บังคับบัญชาของตน ตนปกป้องเต็มที่ จึงอยากให้ท่านช่วย เพราะนี่คือสัญลักษณ์และเอกลักษณ์ของการเป็นนักปกครอง เอกลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย ถ้าเราปราศจากสิ่งเหล่านี้ปล่อยให้ประชาชนโดนกลั่นแกล้ง โดยทำร้าย โดนลิดรอนโอกาส อันนี้ต้องถือว่าเราความบกพร่องเป็นอันมาก ไม่ใช่ต่อหน้าที่ แต่มันเป็นความบกพร่องที่เราไม่สามารถตอบสนองความศรัทธาของประชาชนที่เลือกให้เราเข้ามาดูแลพวกเขาได้ อันนี้ผิดยิ่งกว่าต่อให้ผิดกฎหมาย ก็ยังไม่ผิดเท่ากับผิดต่อการไปทำลายความเชื่อมั่นของเรากับประชาชน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนขอเน้นย้ำแนวทางสำคัญในการมอบนโยบายให้ดำเนินการในทิศทางเดียวกัน สิ่งที่เป็นพื้นฐานและต้องทำตลอดเวลา ต้องไม่ตก คือการป้องกันปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติด ตนดีใจมากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประกาศตัวเป็นศัตรูกับยาเสพติด เราต้องทำให้หมู่บ้านทุกชุมชนของท่านเป็นหมู่บ้านสีขาว นอกจากนี้ เรื่องภัยพิบัติ ท้องถิ่นสามารถจัดการได้ ไม่ต้องรอผู้ว่าฯ ท้องถิ่นมีงบประมาณที่จะทำให้ ท่านจะได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที ตนได้หารือกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าถ้ามานั่งตรวจ นั่งเช็กดินถล่ม โคลนถล่ม ฝนตกหนัก น้ำท่วมบ้านมิดรอไม่ได้ ท้องถิ่นไม่มีเวลาประเมินสถานการณ์ ติดต่อผู้ว่าฯ ติดต่อในอำเภอยังไม่ได้ หากเกิดภัยเช่นนั้นตนได้รับคำยืนยันว่าท่านดำเนินการได้เลย แต่เจตนาต้องสุจริต การกระทำต่างๆ อธิบายได้ว่าเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ท่านผู้ว่า สตง.บอกว่าของพวกนี้ประเมินได้ และดูได้ว่าสิ่งที่ท่านได้ทำไปมันเกิดประโยชน์และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีหรือไม่ ตรงนี้ขอให้สบายใจ

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขอให้เตรียมตัว ใกล้เข้าหน้าฝนแล้ว เดือน พ.ค.ฝนถล่มยับทุกภาคของประเทศไทย มันอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทั้งที่เราได้วางแผนการป้องกันทั้งหลายไว้ อาจจะมีส่วนที่มันอยู่นอกเหนือสิ่งที่เราได้วางแผนไว้เกิดขึ้นโดยกระทันหัน ตรงนี้ขอให้ท่านทั้งหลายได้วางแผนเผชิญเหตุต่างๆ ให้เรียบร้อย อย่าให้ประชาชนมีความเดือดร้อน และเรื่องสถานการณ์ของบ้านเมือง ขอให้ช่วยกันอย่างเต็มที่ ดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ อีกภายใน 2 สัปดาห์ ตนจะให้ท่านสื่อสารกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยจัดให้มีการประชุมร่วมกันเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน วันนี้ท่านใช้ประโยชน์ตนได้เต็มที่ วันนี้ตนเป็นนายกฯ กำกับดูแลตำรวจ ความมั่นคง และกลาโหม ก็อยู่กับตน ท่านมีความต้องการที่จะใช้ความช่วยเหลือใดจากกองทัพ ตนสั่งการได้ ทั้งนี้ ตนเป็นคนตามงาน ไม่ได้สั่งแล้วหาย ตนลงไปจี้ไปดูเองท่านไม่ต้องห่วงรายงานมาตนลงพื้นที่ ไม่ได้ไม่เชื่อ แต่ต้องเห็นกับตา เผื่อจะไปสนับสนุนอะไรให้ภารกิจความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นกว่านี้

ทั้งนี้ ภายหลังการมอบนโยบายฯ นายกฯ ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มาร่วมงาน ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี จากนั้น นายกฯ ถ่ายรูปร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

รมว.สธ.แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบายกัญชาเสรี พบขาย-เสพผิดกฎหมาย จับได้ทันที

รมว.สธ.แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบายกัญชาเสรี พบขาย-เสพผิดกฎหมาย จับได้ทันที

รมว.สธ.แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบายกัญชาเสรี พบขาย-เสพผิดกฎหมาย จับได้ทันที

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.55 น.

รมว.สธ.แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบายกัญชาเสรี พบขาย-เสพผิดกฎหมาย จับได้ทันที พร้อมเร่งร่าง กม.กัญชา-กัญชง หวังคุมแหล่งปลูก

11 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ช่วงกระทู้ถามเป็นหนังสือ นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว.ตั้งคำถามถึงปัญหานโยบายกัญชาเสรีในประเทศไทย และการควบคุมเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อสังคม โดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นผู้มาชี้แจง

นายพัฒนา ชี้แจงว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย หรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรื จำหน่าย หรือแปรรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 ทั้งนี้ ส่วนการให้ใบอนุญาตนั้น ล่าสุดพบว่า มี 1.2 หมื่นร้านค้าที่ยังดำเนินการ ทั้งนี้ ในช่วงปี 2569 – 2571 จะมีร้านค้าที่ทยอยหมดใบอนุญาต โดยปี 2569 มีร้านที่หมดใบอนุญาต 5,000 – 6,000 ร้านนค้า ปี 2570 มีร้านที่หมดใบอนุญาต 4,000 – 5,000 ร้านค้า และปี 2571 มีร้านที่หมดใบอนุญาตประมาณ 1,000 ร้านค้า และภายใน 2 – 3 ปีนี้ ร้านค้าต้องปรับตัวเป็นสถานพยาบาลเท่านั้น จะต้องมีแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพ 6 วิชาชีพ ประจำตลอดเวลา

นายพัฒนา ชี้แจงต่อว่า ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชง กัญชา ปัจจุบันอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น และจะสิ้นสุดในวันที่ 21 พ.ค.69 ทั้งนี้ ยืนยันจะเร่งรัดร่างกฎหมายดังกล่าวให้เข้าสภาฯ และมีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีการควบคุมแหล่งปลูก ฟาร์มปลูก ที่ปัจจุบันไม่ได้ควบคุมเรื่องการลงทะเบียน จดทะเบียน มีเพียงการควบคุมหากนำไปขายต้องมีมาตรฐานและขออนุมัติจากกรมการแพทย์แผนไทย

นายพัฒนา ชี้แจงต่อว่าา ขณะที่สถานพยาบาลที่จ่ายกัญชาเพื่อการแพทย์ ได้กำชับให้ส่งเอกสาร หากใช้เป็นกระดาษจะให้ส่งเป็นอิเล็กทรอนิกส์เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและพิจารณาว่าแพทย์ หรือร้านค้าใดจ่ายกัญชาให้บุคคลใดซ้ำๆ หรือถี่ๆ โดยไม่รักษาจริงจังหรือไม่ จะทำให้กำกับได้มีประสิทธิภาพ

“ไม่เคยใช้กัญชาเสรี ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ ทั้งนี้ ยอมรับกัญชาเข้าถึงง่าย จึงพยายามควบคุมและตีกรอบการให้ใบอนุญาตและเร่งผลักดันกฎหมาย กัญชง กัญชา ให้เร็ว เพื่อควบคุมการปลูก และฟาร์มใดหรือพื้นที่ใดปลูกปริมาณเท่าใด นำออกสู่ตลาดมากน้อยหรือไม่ ทั้งนี้ ผมเชื่อว่าการพัฒนากัญชาเป็นสารสกัด ส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศไทย โดยผสมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาหารเสริม แต่การผสมไม่ได้นำช่อดอก แต่เป็นสารสกัดในสัดส่วนและตามอัตราที่ อย.กำหนนด” นายพัฒนา ชี้แจง

ทั้งนี้ นายปริญญา ถามย้ำว่า กัญชาที่ไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ทันทีหรือไม่ รวมถึงร้านสถานบันเทิงที่จำหน่ายสามารถจับได้ทันทีหรือไม่ นายพัฒนา ชี้แจงว่า “จับได้ครับ หากปลูกใช้เองไม่มีความผิด แต่หากขายต้องมีใบรับรอง การขาย จำหน่าย ให้ผู้อื่นไปสูบ ทำไม่ได้”

อภิสิทธิ์ ยัน ฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ศาล.รธน ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เหตุผลขอกู้ฟังไม่ขึ้น

อภิสิทธิ์ ยัน ฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ศาล.รธน ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เหตุผลขอกู้ฟังไม่ขึ้น

อภิสิทธิ์ ยัน ฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ศาล.รธน ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เหตุผลขอกู้ฟังไม่ขึ้น

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.09 น.

อภิสิทธิ์ ยัน ฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ศาล.รธน ตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้เหตุผลขอกู้ฟังไม่ขึ้น มีทางเลือกอื่นที่ไม่ขัด รธน. สวน เอกนิติ แจกเงิน 30 ล้านคนมือไว-เน็ตแรง มุ่งเป้าตรงไหน เชื่อศาล รธน.รับพิจารณา สภาฯ ต้องยุติรอศาล

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญเให้ตีความพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านใช้พลังงานสะอาดว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ว่า เวลา 12.00 น.วันนี้ ฝ่ายค้านจะยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนพรรคปชป.ได้หารือกับพรรคประชาชนถึงคำร้อง มีการพูดถึงว่า การตรา พ.ร.ก.ครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องทำเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  ประเด็นหลัก คือ 1.โครงการอย่างน้อย 2 แสนล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานทั้งหมด แทบจะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในขณะนี้เลย  ส่วนในแง่ของภาวะเศรษฐกิจ ตนเห็นการชี้แจงว่า รัฐบาลอื่นก็เคยกู้เงิน ดังนั้นเราต้องพูดตามข้อเท็จจริง และเงื่อนไขของกฎหมาย คำว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจจะวัดจากอะไร ต้องดูตามมาตรฐานของสากล 

“การกู้เงินในอดีตที่ผ่านมา 3 ครั้ง ครั้งที่1 วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตครั้งนั้นทุนสำรองของประเทศ เกือบจะหมดไปแล้ว เศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง  ครั้งที่ 2 ในยุคที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี การท่องเที่ยว การส่งออกติดลบ มีการคาดการณ์กันว่า จะเกิดการตกงานกันครั้งใหญ่ เศรษฐกิจหดตัว รัฐพยายามใช้เงื่อนไขที่มีอยู่ในกฎหมายทั้งหมด เช่น การทำกฎหมายงบประมาณเพิ่มเติมและอะไรหมดแล้ว แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถที่จะมีเงินมาดำเนินการในการสร้างความมั่นใจถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  จึงจำเป็นต้องทำ และครั้งที่ 3 กรณีโควิด-19 ที่มีการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด ดังนั้นการเทียบสถานการณ์ปัจจุบัน ผมดูตัวเลข ที่สิ้นเดือนมีนาคม ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงล่าสุด ปีต่อปี ส่งออกเป็นบวก ลงทุนเป็นบวก การบริโภคเป็นบวก และเศรษฐกิจในภาพรวมยังเป็นบวก

รวมถึงประเด็นการจัดเก็บรายได้ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ก็ยังเป็นไปตามเป้าหมายอยู่ ดังนั้น จึงไม่ได้เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผมขอตั้งข้อสังเกต และยืนยันเหมือนเดิมว่า จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์คือ ไม่ใช่เราบอกว่า เศรษฐกิจดี เรารู้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี  และเรารู้ว่าเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงคราม แต่ผลกระทบ ต้นทุนคือ น้ำมันแพง จึงทำให้ต้นทุนการผลิตอื่น ๆแพงไปด้วย  ซึ่งหากรัฐบาลคิดว่า จะใช้เงิน 200,000 ล้านบาท เป็นเวลา 4 เดือน ในขณะที่เราบอกว่า ถ้าคุณลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 4 เดือน คุณใช้เงินแค่ 60,000 ล้านบาท น้ำมันถูกลงทันที 7 บาท และตอนนี้แทบจะกลับไปเหลือ 30 บาทแล้ว อะไรคือ การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดกว่ากัน โดยไม่ต้องละเมิดเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การปฎิเสธของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่บอกว่า การลดภาษีสรรพสามิต เป็นการช่วยเหลือแบบไม่มุ่งเป้า คำว่า “ไม่มุ่งเป้า” ของนายเอกนิติ ก็ขยายความว่า เช่น มีคนรวยที่ขับรถได้ประโยชน์ เพราะเขาใช้ดีเซล  ซึ่งตนก็บอกว่า จริงๆแล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำ ถ้าเป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า เช่น การเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตรงนี้เราไม่ได้ขัดข้อง และความจริงในวงเงินที่ทำก็สามารถจะบริหารจากงบประมาณปกติได้  แต่คำถามคือ การให้เงินคน 30 ล้านคน โดยคนที่ได้คือ คนที่มีโทรศัพท์ดีกว่า สัญญาณอินเตอร์เน็ตดีกว่า มือไวกว่า อย่างนี้เป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าอย่างไร  นี่คือ สิ่งที่เราทักท้วง และเราไม่เคยปฏิเสธว่า เศรษฐกิจไม่มีปัญหา แต่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความหมายเฉพาะของมัน และไม่ได้เป็นตามเงื่อนไข และเราก็มองว่า การช่วยเหลือประชาชน ที่ไม่ก่อหนี้มากมายมหาศาลแบบนี้ และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบมีวิธีอื่นอีกเยอะ 

เมื่อถามว่า ในร่างคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีพรรคกล้าธรรมร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้ลงชื่อด้วย แต่เชื่อว่า เมื่อเรายื่นไปแล้ว ศาลจะรับไว้พิจารณา และหากศาลรับพิจารณา ก็ต้องหยุดการพิจารณาของสภา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามเชื่อว่า น่าจะทันในวันที่ 14 พ.ค. ที่จะพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว 

ราเชน จบดราม่าย้ายตำแหน่ง เชื่อไร้ปม หลาน รมต. เกี่ยวข้อง-น้อมรับมติบอร์ดบริหาร

ราเชน จบดราม่าย้ายตำแหน่ง เชื่อไร้ปม หลาน รมต. เกี่ยวข้อง-น้อมรับมติบอร์ดบริหาร

ราเชน จบดราม่าย้ายตำแหน่ง เชื่อไร้ปม หลาน รมต. เกี่ยวข้อง-น้อมรับมติบอร์ดบริหาร

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.04 น.

“ราเชน”จบดราม่าย้ายตำแหน่ง หลังเข้าพบ”เลขาฯ รมต.”ยันทำความเข้าใจกันแล้ว เชื่อไร้ปม”หลานรัฐมนตรี”เกี่ยวข้อง พร้อมน้อมรับมติบอร์ดบริหาร ย้ำชัดจบคือจบ-เป็นข้าราชการมืออาชีพ

11 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเช้าวันนี้ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “เช้าวันนี้ได้มาที่กระทรวงและได้พบกับท่านเลขานุการรัฐมนตรี ได้รับฟังเหตุผลในการโยกย้ายตำแหน่งของตนเอง และจากกรณีที่ตนเองได้ให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ไม่พอใจในการโยกย้ายเนื่องจากคาดเดาว่าเกี่ยวกับหลานท่านรัฐมนตรี

ผมได้พิจารณาไตร่ตรอง รับฟังข้อมูล จึงเชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เป็นการแต่งตั้งตามที่เป็นอำนาจของผู้บริหารกระทรวง โดยมีการนำเสนอตามลำดับชั้นเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ตามกฎหมายข้าราชการพลเรือน

ผมไม่ติดใจ และขอน้อมรับการพิจารณาของท่านผู้บริหาร และขอยุติการให้ข่าวใดๆ ที่อาจทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าว ในทุกกรณี จะไม่ร้องเรียนไปยังทุกหน่วย ขอยืนยันตามนี้ครับ จบแล้วคือจบครับ ตนเองเป็นข้าราชการมืออาชีพ”

อนุทิน ตอบ กรณ์ หลังจวก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำเสียวินัยการคลัง

อนุทิน ตอบ กรณ์ หลังจวก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำเสียวินัยการคลัง

อนุทิน ตอบ กรณ์ หลังจวก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำเสียวินัยการคลัง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.24 น.

“อนุทิน”ตอบ”กรณ์” หลังจวก”พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน”ทำเสียวินัยการคลัง บอก”ฝ่ายค้าน”ก็คิดอย่างนั้น ขอไม่เปรียบ”ไทยเข้มแข็ง-ไทยช่วยไทย” พร้อมรับฟังเหตุผล แต่วอนอย่าเอาประสบการณ์มาข่ม ตอกกลับ”ศิริกัญญา”แขวะเอกสาร 5 แผ่น เย้ยกลับ”คนทํางานเป็นกับไม่เคยทำ”

11 พฤษภาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายกรณ์ จาติกวนิช สส.บัญชีรายชชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อาจทําให้เสียวินัยการเงินการคลัง ว่า ท่านเป็นฝ่ายค้านก็ต้องคิดเช่นนั้น เราเป็นฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องเร่งแก้ปัญหาให้กับประชาชน

เมื่อถามว่า โครงการไทยเข้มแข็งในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กับโครงการไทยช่วยไทยในรัฐบาลชุดนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เจตนารมณ์คือทุกคนอยากช่วย ให้เศรษฐกิจดีขึ้น อย่าไปเปรียบเทียบเลย เตี๋ยวจะกลายเป็นความขัดแย้ง สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ยืนยันได้ก็คือโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะเร่งเยียวยาคลี่คลายความเดือดร้อน เศรษฐกิจให้กับประชาชน

เมื่อถามว่า การที่นายกรณ์ มีประสบการณ์ทางการเมือง ออกมาท้วงติงเช่นนี้ รัฐบาลควรรับฟังหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่เป็นเหตุเป็นผลเรารับฟังอยู่แล้ว ประสบการณ์ทางการเมืองทุกคนก็มีหมด ทุกคนก็ประสบความสําเร็จมาหมด ในการทํางานของแต่ละท่าน อย่าเอามาข่มมาเปรียบกัน เห็นๆ กันอยู่

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มีเพียงเอกสาร 5 ใบ นายกฯ กล่าวว่า “ถือว่าเป็นประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่บอกว่าคนทํางานเป็นกับคนยังไม่เคยทํางาน” โดยนายกฯ เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “พูดไปเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก”

กางปฏิทินคุมประพฤติทักษิณ ทนายวิญญัติเผยต้องรายงานตัวเดือนละครั้ง ถึง ก.ย.นี้

กางปฏิทินคุมประพฤติทักษิณ ทนายวิญญัติเผยต้องรายงานตัวเดือนละครั้ง ถึง ก.ย.นี้

กางปฏิทินคุมประพฤติทักษิณ ทนายวิญญัติเผยต้องรายงานตัวเดือนละครั้ง ถึง ก.ย.นี้

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.19 น.

“ทนายวิญญัติ”เผย”ทักษิณ” ต้องรายงานตัวเดือนละครั้ง จนกว่าจะพ้นโทษเดือนกันยายน ภายใต้เงื่อนไขห้ามออกนอกเขตกรุงเทพฯ หากมีเหตุต้องไปต่างจังหวัดต้องขออนุญาต ส่วนต่างประเทศหมดสิทธิ์

11 พฤษภาคม 2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลว่า หลังจากนี้นานทักษิณจะต้องไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษ ครั้งแรกคือวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ , ครั้งที่ 2 วันที่ 27 มิถุนายน , ครั้งที่ 3 วันที่ 29 กรกฎาคม และครั้งที่ 4 วันที่ 31 สิงหาคม แต่การไปรายงานตัวแต่ละครั้งสามารถแจ้งเลื่อนออกไปได้หากมีเหตุจำเป็น

ส่วนเงื่อนไขเบื้องห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น ดื่มสุรา เสพยาเสพติด กระทำความผิดอาญาอื่น ต้องพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามบ้านเลขที่ที่แจ้งไว้ คือบ้านจันทร์ส่องหล้า จรัญสนิทวงศ์ 71 ห้ามออกนอกเขตกรุงเทพมหานคร แต่หากจะเดินทางไปต่างจังหวัดต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อน และห้ามเดินออกนอกประเทศ

อิ๊งค์ โพสต์ภาพหมู่ร่วม ทักษิณ-ครอบครัว ขอบคุณพ่อไม่เคยทำให้ลำบากใจ ในวันที่แย่

อิ๊งค์ โพสต์ภาพหมู่ร่วม ทักษิณ-ครอบครัว ขอบคุณพ่อไม่เคยทำให้ลำบากใจ ในวันที่แย่

อิ๊งค์ โพสต์ภาพหมู่ร่วม ทักษิณ-ครอบครัว ขอบคุณพ่อไม่เคยทำให้ลำบากใจ ในวันที่แย่

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

แพทองธาร โพสต์ภาพหมู่ร่วม ทักษิณ-ครอบครัวชินวัตร ขอบคุณพ่อไม่เคยทำให้ลำบากใจ ในวันที่แย่ แม้ตัวเองจะลำบาก – แม่ ยังเป็นเสาหลักให้พิง – อ้อมกอดอุ่น ๆ ให้ลูก

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 เวลา 10:10 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพบนแอพลิเคชั่นอินสตาแกรม ร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายพานทองแท้ ชินวัตร, น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์, นายปิฎก สุขสวัสดิ์, น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ, นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ พร้อมข้อความระบุว่า

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วันนี้ คือ เรามีกันและกัน ขอบคุณพ่อที่ไม่เคยทำให้พวกเราลำบากใจเลย แม้ตัวเองจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากที่สุด พ่อบอกว่า ถ้าพ่อ แย่ ลูก ๆ ยิ่งแย่กันไปใหญ่ ขอบคุณพี่ ๆ เขยสะใภ้ ที่ยืนเคียงข้างกันอย่างหนักแน่น แม้ในรูปนี้ ไม่มีคุณแม่ แต่ลูกขอกราบขอบพระคุณแม่ ที่วันนี้ อายุ 70กว่าแล้ว ก็ยังยืนเป็นเสาหลักให้ได้พิง เป็นอ้อมกอดอุ่น ๆ ให้ลูก ๆ ได้อยู่รอดอย่างอุ่นใจ

สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อน ๆ และ พี่น้อง พรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนที่อยู่เคียงข้างกันในวันที่ยากที่สุดมาเสมอ มันมีความหมายกับพวกเรามากจริง ๆ ค่ะ รักจากใจค่ะ #daddyshome”

ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายที่บ้านจันทร์ส่องหล้า หลังจากที่นายทักษิณได้รับการพักโทษ และเดินทางกลับมาถึงบ้าน

อิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ พร้อมข้อความ Welcome back daddy

อิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ พร้อมข้อความ Welcome back daddy

อิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ พร้อมข้อความ Welcome back daddy

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.52 น.

อิ๊งค์ โพสต์ภาพคู่ ทักษิณ พร้อมข้อความ Welcome back daddy

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพผ่านสตอรี่ แอพลิเคชั่นอินสตาแกรม โดยเป็นภาพถ่ายคู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังได้รับการพักโทษ และออกจากเรือนจำกลางของเปรม พร้อมข้อความว่า “Welcome back daddy”
 

รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองต่อเนื่อง

รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองต่อเนื่อง

รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองต่อเนื่อง

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.30 น.

รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) อย่างใกล้ชิด ภายหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานการพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โดยขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าว และประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ได้เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง ทั้งที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและระบบเฝ้าระวังภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โรคไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อที่มีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนาและหนูบ้าน เป็นพาหะสำคัญ การติดเชื้อมักเกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะหรืออุจจาระหนูในพื้นที่อับอากาศ ขณะที่การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก และจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์ สำหรับอาการของโรค ในระยะแรกจะคล้ายไข้หวัด ก่อนที่บางรายอาจมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันโรค การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ

รัฐบาลได้สั่งการให้กรมควบคุมโรคเพิ่มการเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยประสานข้อมูลร่วมกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศให้เพิ่มการคัดกรองโรคในผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติยังเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พร้อมจัดทำการประเมินความเสี่ยง เตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง และแนวทางตอบโต้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ขณะเดียวกัน รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสัตว์ฟันแทะและสิ่งปนเปื้อน โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่อับอากาศที่อาจมีหนูอาศัยอยู่ หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการกวาดหรือดูดฝุ่น และควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นก่อนทำความสะอาด รวมทั้งรักษาความสะอาดของบ้านและสถานที่ทำงาน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู 

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิด แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังมีความเสี่ยงต่ำ แต่ได้เตรียมความพร้อมด้านระบบเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการสื่อสาร เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” น.ส.ลลิดา กล่าว