ชัยชนะ เผย ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ จี้ว่าที่รัฐบาลตอบให้ชัดพลังงานสำรองเหลือกี่วัน

ชัยชนะ เผย ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ จี้ว่าที่รัฐบาลตอบให้ชัดพลังงานสำรองเหลือกี่วัน

ชัยชนะ เผย ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ จี้ว่าที่รัฐบาลตอบให้ชัดพลังงานสำรองเหลือกี่วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.18 น.

ชัยชนะ เผย ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ หากสภาฯ เปิดอภิปรายคุณสมบัติ พร้อมยกเวลาให้ อภิสิทธิ์ แจงเหตุผล จี้ว่าที่รัฐบาลตอบให้ชัดพลังงานสำรองเหลือกี่วัน เหน็บหากจะลดพลังงาน ควรเริ่มต้นที่รัฐบาล 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เปิดเผยก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี ว่า ขอให้รอคำชี้แจงจากหัวหน้าพรรคในวันนี้ ซึ่งจะตอบคำถาม ว่าทำไมมติพรรคถึงออกมาเป็นงดออกเสียง ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ มีมติว่าหากมีการอภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีจะมอบเวลาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค เป็นผู้อภิปรายเพียงผู้เดียว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องการให้มีการอภิปรายคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี นายชัยชนะ ระบุว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติในการเลือกนายกรัฐมนตรี ในสภาฯ ครั้งที่แล้ว มีการเปิดให้อภิปรายทุกครั้ง ทุกรอบ และให้แต่ละพรรคส่งตัวแทนอภิปรายพรรคละ 1 ถึง 2 คน เพื่อบอกเหตุผล และฝากเรื่องในการแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาลใหม่ ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน จะเริ่มต้นภายหลังจากการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการประชุมและขับเคลื่อนมากขึ้น

ส่วนที่สื่อมวลชนระบุว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพ ตนเองคิดว่าการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล หาข้อมูลมานำเสนอในสภาฯ และตอบคำถามกับประชาชนอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงไม่ชัดเจนเท่ากับการตรวจสอบรัฐบาล 

อย่างไรก็ตาม ตนขอเรียกร้องรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยตอบคำถามให้ชัดเจน ว่าพลังงานสำรองที่มีอยู่ ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า เพียงพอได้กี่วัน ที่บอกใช้ได้ 90 ถึง 95 วัน เป็นจริงได้แค่ไหน และการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน การขึ้นราคาน้ำมัน มาตรการทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเมื่อราคาน้ำมันขึ้นทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะมีมาตรการออกมาอย่างไร และสุดท้าย อยากฝากรัฐบาล ว่าการเริ่มต้นลดใช้พลังงาน ควรเริ่มต้นจากรัฐบาลก่อน เช่น รถยนต์ในหน่วยงาน 

ชมสด!ประชุมสภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรี

ชมสด!ประชุมสภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรี

ชมสด!ประชุมสภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.10 น.

19 มีนาคม 2569 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เริ่มเวลา 10.00 น.เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

– 006

หมอวรงค์ ยันเสียงแข็ง โหวตเลือกนายกฯ งดออกเสียง

หมอวรงค์ ยันเสียงแข็ง โหวตเลือกนายกฯ งดออกเสียง

หมอวรงค์ ยันเสียงแข็ง โหวตเลือกนายกฯ งดออกเสียง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.50 น.

“หมอวรงค์”ยันโหวตเลือกนายกฯงดออกเสียง ได้โควตาอภิปราย 5 นาที ชี้หากเป็นผลประโยชน์บ้านเมืองพร้อมสนับสนุน

19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 08.20 น.ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมาที่อาคารรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ว่า ตามมารยาทของฝ่ายค้าน ตนตั้งใจที่จะงดออกเสียง แต่หากมีสถานการณ์ที่น่าสนใจอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามตนตั้งใจงดออกเสียง ซึ่งเรามีประสบการณ์ รู้ว่าหากฝ่ายรัฐบาลทำ เรามีประสบการณ์ก็รู้อยู่แล้วว่า หากรัฐบาลทำไม่มีอะไรเสียหายเป็นผลประโยชน์กับบ้านเมือง เราก็ควรจะสนับสนุน แต่เบื้องต้นในขณะนี้ตั้งใจที่จะงดออกเสียง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) วิปฝ่ายค้านได้มีการประสานกับตน ทราบข่าวว่าจะได้อภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีฝ่ายละ 1 ชั่วโมง ซึ่งตนจะได้เวลาอภิปราย 5 นาที

อรรถกร แย้มแนวทางกล้าธรรมโหวตนายกฯ บอกเพื่อนกันไม่จำเป็นต้องไว้วางใจเสมอไป

อรรถกร แย้มแนวทางกล้าธรรมโหวตนายกฯ บอกเพื่อนกันไม่จำเป็นต้องไว้วางใจเสมอไป

อรรถกร แย้มแนวทางกล้าธรรมโหวตนายกฯ บอกเพื่อนกันไม่จำเป็นต้องไว้วางใจเสมอไป

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.48 น.

“อรรถกร”แย้มแนวทาง”กล้าธรรม”โหวตนายกฯ บอก เพื่อนกันไม่จำเป็นต้องไว้วางใจเสมอไป เรื่องส่วนตัวไว้ก่อน

19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 09.15 น.ที่อาคารรัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะ สส.ฉะเชิงเทรา นายทะเบียนพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พูดถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ว่าเพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ระบุไม่ฆ่านายขายเพื่อน ว่า “บางทีเพื่อนกันก็ไม่จำเป็นต้องไว้วางใจให้เสมอไปนะ เราต้องดูเรื่องความเหมาะสม เรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อน”

อรรถวิชช์ เผย 2 เสียง รทสช. พร้อมหนุนโหวต อนุทิน เป็นนายกฯ สมัยที่ 2

อรรถวิชช์ เผย 2 เสียง รทสช. พร้อมหนุนโหวต อนุทิน เป็นนายกฯ สมัยที่ 2

อรรถวิชช์ เผย 2 เสียง รทสช. พร้อมหนุนโหวต อนุทิน เป็นนายกฯ สมัยที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.45 น.

“อรรถวิชช์”เผย 2 เสียง รทสช. พร้อมหนุนโหวต”อนุทิน”เป็นนายกฯ สมัยที่ 2 ยื่นกฎหมาย 2 ฉบับ “เปิดเสรีพลังงานแสงอาทิตย์-ปฏิรูปเครดิตบูโร” รับไม่มีคุยตำแหน่ง

19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 08.30 น.ที่รัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้แถลงข่าวร่วมกับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในการยืนยันที่จะสนับสนุนโหวตให้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้รับเกียรติจากพรรครวมไทยสร้างชาติ

ทั้งนี้ นายชัชวาลล์ กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกัน ส่วนนายอรรถวิชช์ กล่าวเช่นกันว่า ยินดีที่ได้ร่วมงานและร่วมรัฐบาลและยินดีจะโหวตนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ มีหลายเรื่องที่สอดคล้องกัน ยินดีที่จะได้ทำงานร่วมกันเพื่อชาติบ้านเมือง ทั้งนี้ เรามี 2 เสียง มีกฎหมาย 2 ฉบับ เรื่องการเปิดเสรีพลังงานแสงอาทิตย์ และการปฏิรูปเครดิตบูโร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้คนไทยกว่า 5,000,000 คน สามารถลืมตาอ้าปากเข้าสู่สถาบันการเงินได้โดยไม่เป็นหนี้นอกระบบ

พร้อมกันนี้ นายอรรถวิชช์ ได้นำร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ที่มีการลงนามแล้ว ให้กับ น.ส.แนน โดยนายอรรถวิชช์ ย้ำว่า มีการพูดคุยเฉพาะในส่วนของเนื้อหา ไม่มีการพูดคุยเรื่องของตำแหน่ง

ทบ.ทวนความจำเพื่อนบ้าน ย้ำกัมพูชา ‘ใครอยู่พื้นที่ไหนอยู่ที่นั่น’ ตามข้อตกลงหยุดยิง

ทบ.ทวนความจำเพื่อนบ้าน ย้ำกัมพูชา 'ใครอยู่พื้นที่ไหนอยู่ที่นั่น' ตามข้อตกลงหยุดยิง

ทบ.ทวนความจำเพื่อนบ้าน ย้ำกัมพูชา ‘ใครอยู่พื้นที่ไหนอยู่ที่นั่น’ ตามข้อตกลงหยุดยิง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.33 น.

ทบ.ทวนความจำกัมพูชา ละเมิด MOU 43 ต้นตอเหตุปะทะ ย้ำเคารพข้อตกลง ใครอยู่พื้นที่ไหน อยู่พื้นที่นั้น หลังหยุดยิง ให้รอกลไกทวิภาคี 

19 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาออกแถลงการณ์ประท้วง โดยกล่าวอ้างว่าฝ่ายไทยมีการรุกล้ำอธิปไตยและดำเนินกิจกรรมก่อสร้างในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนนั้น

กองทัพบก ขอยืนยันว่าการปฏิบัติของหน่วยทหารไทยที่มีการกล่าวถึงนั้น ดำเนินการอยู่ภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และอยู่ภายในขอบเขตพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทย โดยเป็นไปตามเงื่อนไขการหยุดยิงในแถลงการณ์ร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงกำลังไว้ ณ ตำแหน่งปัจจุบันก่อนที่จะมีการหยุดยิง

สำหรับกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างถึงการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 นั้น กองทัพบกขอเรียนชี้แจงว่า ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชามักมีการละเมิดกรอบดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไม่สามารถนำมาใช้เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาได้ตามเจตนารมณ์ และนำไปสู่ความตึงเครียดในพื้นที่ จนถึงขั้นมีการปฏิบัติการทางทหารต่อกันในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในสภาพการณ์ปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายจึงมุ่งยึดถือข้อตกลงหยุดยิงและแถลงการณ์ร่วมฯ เป็นหลักในการควบคุมสถานการณ์

ส่วนที่ฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติกิจกรรมในการปรับปรุงพื้นที่ และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ดังกล่าว และให้ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศนั้น กองทัพบกขอเรียนว่า กิจกรรมของหน่วยทหารไทยเป็นการดำเนินการที่มีความจำเป็นทางทหาร เพื่อการเฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงให้กับพื้นที่ปฏิบัติงาน ภายหลังจากที่มีเหตุการณ์การปฏิบัติการทางทหารต่อกันในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเองก็มีการดำเนินการในลักษณะไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมิได้มีเจตนาในการยกระดับสถานการณ์แต่อย่างใด

ในกรณีที่ฝ่ายกัมพูชายืนยันความมุ่งมั่นในการแสวงหาทางออกผ่านกระบวนการสันติวิธี โดยอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคีนั้น กองทัพบกขอยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวเป็นหลักการเดียวกับที่ฝ่ายไทยยึดถือ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาและแสวงหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี ภายใต้สถานการณ์และห้วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพตามแนวชายแดน

ทั้งนี้ กองทัพบกขอย้ำว่าไทยยึดมั่นการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ มุ่งรักษาเสถียรภาพ ไม่ยกระดับสถานการณ์ และยืนยันการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคีมาอย่างต่อเนื่อง

จุลพันธ์ การันตี พท.ไม่มีเสียงแตก เลือกอนุทินนั่งนายกฯ

จุลพันธ์ การันตี พท.ไม่มีเสียงแตก เลือกอนุทินนั่งนายกฯ

จุลพันธ์ การันตี พท.ไม่มีเสียงแตก เลือกอนุทินนั่งนายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.06 น.

“จุลพันธ์”การันตี พท.ไม่มีเสียงแตก เลือก”อนุทิน”นั่งนายกฯ เหตุ ปชช.เลือกมาเป็นเสียงข้างมากอันดับหนึ่ง เล็งคุย”เสี่ยหนู”ปมจัดสรรกระทรวง-เดินหน้านโยบาย

19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 08.25 น.ที่อาคารรัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ว่า แนวทางนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ที่ประชุมพรรคได้มีมติร่วมกันแล้วว่า จะเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะกระบวนการเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ชัดเจนมานานแล้ว และพร้อมจะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน

เมื่อถามว่า จะไม่มีเสียงแตกใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะความชัดเจนเกิดจากประชาชนที่ได้เลือกเสียงข้างมากมาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งห่างจากพรรคอันดับ 2 ค่อนข้างมาก วันนี้คงมีความชัดเจนตั้งแต่ก่อนเข้าประชุมถึงกระบวนการในการเลือก ต้องเอาความประสงค์ของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้มีความใกล้เคียงอยู่แล้วระหว่างพรรคอันดับหนึ่ง อันดับสองหรืออันดับสาม เราพร้อมที่จะเดินหน้า

เมื่อถามถึงผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย มีการส่งตรวจสอบคุณสมบัติแล้วหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คงจะดำเนินการในเร็ววันนี้ ซึ่งต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่จะพบนายกฯ คงได้พูดคุยกัน

เมื่อถามว่า จะมีการพูดคุยถึงเรื่องนโยบายด้วยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แน่นอน อย่างแรกคือ เรื่องการจัดสรรกระทรวง ซึ่งได้พูดคุยกันในเบื้องต้นแล้ว ในส่วนของนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายเราก็พร้อมที่จะผลักดัน จะมีการนัดหมายพูดคุยในระดับทีมทำงาน เกี่ยวกับเรื่องของการแถลงนโยบาย การบรรจุนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลเข้าไปซึ่งได้มีการพูดคุยเบื้องต้นในกรอบใหญ่แล้ว ส่วนเรื่องรายละเอียดต้องให้ทีมงานทำงานดำเนินการ ก็จะเกิดความชัดเจนในวันแถลงนโยบาย

กองทัพไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง บรรจุญาติทหารกล้า เข้ารับราชการทดแทน

กองทัพไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง บรรจุญาติทหารกล้า เข้ารับราชการทดแทน

กองทัพไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง บรรจุญาติทหารกล้า เข้ารับราชการทดแทน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.54 น.

19 มีนาคม 2569 จากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา แบ่งเป็น 2 รอบหลัก (ก.ค. และ ธ.ค. 2568) ส่งผลให้มีทหารไทยเสียชีวิต ซึ่งทุกนายล้วนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญในการพิทักษ์อธิปไตยของชาติ

เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติความเสียสละของวีรบุรุษผู้ล่วงลับ และสืบทอดปณิธานการรับใช้ชาติ กองทัพบกได้ดำเนินการบรรจุ ญาติของทหารผู้กล้าเข้ารับราชการทดแทน ดังนี้

1. บรรจุ นายปฏิภาณ นามสวัสดิ์ หน่วย: มทบ.28 พี่ชาย สิบโท (ร้อยเอก) ศราวุฒิ นามสวัสดิ์ สังกัด: ร.8 พัน.1
2. บรรจุ นางสาวสุวิมล บุญเลิศ หน่วย: มทบ.22 น้องสาว สิบเอก (พันตรี) นพพล บุญเลิศ สังกัด: ร้อย.ลว.ไกล 6
3. บรรจุ นางมธุริน สีจุ้ยจ้าย หน่วย: มทบ.24 ภรรยา จ่าสิบเอก (พลตรี) ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย สังกัด: ร.13 พัน.3
4. บรรจุ นางสาวเฌอริลิณญ์ ยวงสุวรรณ หน่วย: มทบ.29 พี่สาว พลทหาร (ร้อยตรี) วรัญชิต ยวงสุวรรณ สังกัด: ร.13
5. บรรจุ นางสาวศุภมาส โคตรพัฒน์ หน่วย: นสศ. ภรรยา สิบเอก (พันตรี) จิรายุส อินทุมาน สังกัด: พัน.จจ.
6. บรรจุ นายนที ผาสุข หน่วย: โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ พี่ชาย สิบเอก (พันตรี) อัมรินทร์ ผาสุข สังกัด: ร.23 พัน.3
7. บรรจุ นางสาวนิติญา น้อยโคตร หน่วยโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ น้องสาว สิบเอก (พันตรี) กฤษฎา น้อยโคตร สังกัด: ร้อย.ลว.ไกล6
8. บรรจุ นางโสภา โคตรสาขา หน่วย: มทบ.21 มารดา พลทหาร (ร้อยตรี) ญาณพัฒน์ โคตรสาขา สังกัด: ร.3 พัน.2
9. บรรจุ นางสาวพิชญาภา สิงห์อ้น หน่วย: มทบ.27 น้องสาว สิบเอก (พันตรี) จิรายุ สิงห์อ้น สังกัด: ร้อย.ลว.ไกล 6
10. บรรจุ นางสาวเพ็ญศิริ ศรีลาภา หน่วย: มทบ.22 ภรรยา จ่าสิบเอก (พลตรี) อโณทัย ป้องแก้ว สังกัด: พัน.ปพ.
11. บรรจุ นางสาวหอมจันทร์ กระจ่างทอง หน่วย: มทบ.26 พี่สาว พลทหาร (ร้อยตรี) ธีรยุทธ กระจ่างทอง สังกัด: ปตอ.2 พัน.2
12. บรรจุ นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร หน่วย: มทบ.210 ภรรยา จ่าสิบเอก (พลตรี) ธวัชชัย บุสภา สังกัด: ป.6 พัน.106
13. บรรจุ นางสาว พรนภัส พันดวง หน่วย: มทบ.27 ภรรยา สิบโท (ร้อยเอก) ต่อพงษ์ พันดวง สังกัด: ร.16 พัน.3
14. บรรจุ นางสาวสุภาพร พลเยี่ยม หน่วย: มทบ.22 พี่สาว พลทหาร (ร้อยตรี) ทิวตะวัน พลเยี่ยม สังกัด: ร.2 พัน.2 รอ.

ทั้งนี้ ขอเชิดชูเกียรติความเสียสละของวีรบุรุษชายแดนฯ โดยจะดูแลครอบครัวกำลังพลผู้เสียสละให้ก้าวเดินต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรี และเป็นเครื่องยืนยันว่าเกียรติยศของทหารกล้าคงอยู่กับครอบครัวตลอดไป

ต่อพงษ์ ขู่ทิ้งเก้าอี้ ทสท. หากเคลียร์ปมโหวตนายกฯ ไม่จบ หลังพบ สส.ยังเห็นต่าง

ต่อพงษ์ ขู่ทิ้งเก้าอี้ ทสท. หากเคลียร์ปมโหวตนายกฯ ไม่จบ หลังพบ สส.ยังเห็นต่าง

ต่อพงษ์ ขู่ทิ้งเก้าอี้ ทสท. หากเคลียร์ปมโหวตนายกฯ ไม่จบ หลังพบ สส.ยังเห็นต่าง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.45 น.

“ต่อพงษ์”ห่วง”ไทยสร้างไทย”ยังเห็นต่างโหวตนายกฯ หลังมติ กก.บห.มอบรักษาการหัวหน้าพรรคคุย 2 สส. ลั่นหากไร้ข้อสรุป ขอไม่รับตำแหน่งบริหารพรรคต่อ

19 มีนาคม 2569 นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมือง ว่า ในขณะนี้มีความน่ากังวลหลายเรื่อง และเห็นว่าจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีศักยภาพโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม จากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงพรรคได้รับเสียงไม่มากเท่าที่ควรในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทราบว่ายังมีข้อเห็นต่างในพรรคถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเองเข้าใจแนวคิดของทุกๆ คนว่ามีความห่วงใยในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้จะมีมติพรรคให้รักษาการหัวหน้าพรรครับหน้าที่ในการเจรจาประสานงานเรื่องการสนับสนุนเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาลก็ตาม

ดังนั้น ตนจึงขอแสดงจุดยืนส่วนตัวของตน หากเกิดกรณีการโหวตที่แตกต่างกันอันเกิดจากการยังไม่มีข้อสรุป ตนเองขอแสดงเจตจำนงไม่รับตำแหน่งบริหารใดๆ ของพรรคในการประชุมสามัญของพรรคที่จะถึง และขอส่งกำลังใจถึงกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ให้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต

ลุ้นระทึกอีก 30 วัน! เทพไท กางสถิติชี้ชะตาเลือกตั้ง 69 โมฆะหรือไม่?

ลุ้นระทึกอีก 30 วัน! เทพไท กางสถิติชี้ชะตาเลือกตั้ง 69 โมฆะหรือไม่?

ลุ้นระทึกอีก 30 วัน! เทพไท กางสถิติชี้ชะตาเลือกตั้ง 69 โมฆะหรือไม่?

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.52 น.

19 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อีก30วัน จะรู้ว่าเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่?

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6:3 รับคำร้องของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)ได้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยมี QR Code และบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง ว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ซึ่งไม่เป็นความลับ

มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้ว จะมีการใช้เวลาในการพิจารณากี่วัน ถ้าย้อนกลับไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อกรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะ2ครั้ง คือ

ครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นวันเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลา 36 วัน ในการพิจารณาและมีคำวินิจฉัยในวันที่ 8 พฤษภาคม 2549

ครั้งที่2 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นวันเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญใช้พิจารณา 47 วัน มีคำวินิจฉัยในวันที่ 21 มีนาคม 2557

ส่วนการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องใช้เวลาทั้งหมด 38 วัน แต่ถ้าหากนับระยะเวลาที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และมีคำตัดสินให้เท่ากับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งเป็นโมฆะ 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 30 วัน และถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาวินิจฉัยเกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ในครั้งนี้ ใช้เวลาอีก 30 วัน รวมเป็น 68 วัน ก็จะมีคำวินิจฉัยได้ในวันที่ 18 เมษายน 2569

แม้ว่าจะใช้ระยะเวลามากกว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง ที่พิจารณาเรื่องการเลือกตั้งเป็นโมฆะก็ตาม แต่เห็นว่าเมื่อกระบวนการเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญล่าช้า เสียเวลาไป 38 วัน ระยะเวลาศาลรัฐธรรมนูญ 30 วัน ที่ประเมินว่าน่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาได้ ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

อยากให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะหรือไม่ ถ้าเป็นโมฆะก็ต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่ ถ้าไม่เป็นโมฆะ ซึ่งกกต.และรัฐบาลชุดนี้เร่งรัดให้มีรัฐบาลให้จนได้ จะได้เดินหน้าทำงานบริหารประเทศต่อไป

ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า การพิมพ์ QR Code และบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง สุ่มเสี่ยงต่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถ้าพิจารณาจากความเห็นของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ”โดยส่วนตัวมองว่าการเลือกตั้งนี้ยังเป็นความลับอยู่ หลายประเทศก็ใช้บัตรเลือกตั้งในลักษณะนี้ แต่ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งกกต.ควรจะนำผู้เชี่ยวชาญสาธิตให้กับตุลาการศาลดูว่า QR Code ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย“

ซึ่งเรื่องนี้ต้องชี้แจงว่า ความเห็นของนายบวรศักดิ์ ก็เป็นความเห็นในฐานะคนของรัฐบาลที่มีส่วนได้เสีย แต่ที่ประเทศอื่นไม่เคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการพิมพ์การพิมพ์ QR Code หรือบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็เพราะกฎหมายของประเทศนั้นๆ ไม่ได้เขียนเหมือนกับรัฐธรรมนูญของประเทศไทย และการบอกว่า ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ความหมายคือ เข้าถึงยากหรือเข้าถึงง่าย ก็เข้าถึงความลับเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นในกรณีดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่จะเป็นโมฆะตามกระแสความรู้สึกของประชาชนหรือไม่ ก็เป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น