จับตา กล้าธรรม รายงานตัวพรุ่งนี้ ธรรมนัส นำทัพ 58 สส. เข้าสภาฯ

จับตา กล้าธรรม รายงานตัวพรุ่งนี้ ธรรมนัส นำทัพ 58 สส. เข้าสภาฯ

จับตา กล้าธรรม รายงานตัวพรุ่งนี้ ธรรมนัส นำทัพ 58 สส. เข้าสภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.43 น.

นาย อามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของพรรคว่า ในขณะนี้ทางพรรคยังไม่กำหนดวันในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค แต่ในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะนำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 58 คนในสังกัดพรรคกล้าธรรม เข้ารายงานตัวที่อาคารรัฐสภา

ทั้งนี้คาดว่าหลังจากการรายงานตัวสส.ในสังกัดพรรคแล้วจะมีการกำหนดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในท่าทีของพรรคในเร็วๆนี้

อามินทร์

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันไทยไม่ได้รุกราน ชี้ป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ย้ำอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันไทยไม่ได้รุกราน ชี้ป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ย้ำอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันไทยไม่ได้รุกราน ชี้ป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ย้ำอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.36 น.

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ชี้ฝ่ายเขมรรุกล้ำชายแดนมาฝั่งไทยกว่า 40 ปี ขออย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อรักษาบรรยากาศความร่วมมือตามข้อตกลง

วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่ากระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศที่ประจำอยู่ในกัมพูชาลงพื้นที่ อำเภอโอวโจรว และอำเภอทมอพวก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ตรงข้าม อำเภอโคกสูง และอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วของไทย เพื่อดูร่องรอยลูกระเบิดและกระสุนที่อ้างว่าเป็นของฝ่ายไทย พร้อมทั้งมีการกล่าวอ้างว่าทหารไทยได้โจมตีและยึดพื้นที่ของกัมพูชาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์กีดขวางเพื่อปิดกั้นไม่ให้ชาวกัมพูชากลับบ้านนั้น กองทัพบกขอเรียนว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ว่า พื้นที่ที่กองทัพบกเข้าควบคุมอยู่ในปัจจุบันล้วนอยู่ภายในอธิปไตยของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่าฝ่ายกัมพูชาได้นำกำลังทหารและประชาชนเข้ามาตั้งกำลังและตั้งชุมชนรุกล้ำในเขตแดนของไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี 

โดยมีรัฐกัมพูชาเป็นฝ่ายสนับสนุน ซึ่งฝ่ายไทยได้ใช้กลไกตามกรอบ MOU ในการยื่นหนังสือประท้วง รวมถึงใช้กลไกทางกฎหมายของฝ่ายปกครองเพื่อแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา และยังพบการรุกล้ำเพิ่มเติมมากขึ้น 

ต่อมาในช่วงก่อนเกิดเหตุปะทะ ฝ่ายกัมพูชามีการยั่วยุและใช้กำลังทหารคุกคามต่อฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม และได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่เคยถูกรุกล้ำ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเรียบร้อยของแนวเขตแดน ทั้งนี้ การควบคุมพื้นที่ของฝ่ายไทยในปัจจุบันเป็นการดำเนินการภายในแนวพื้นที่ปฏิบัติการของประเทศไทย มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง

สำหรับการวางตู้คอนเทนเนอร์และแนวลวดหนามในบางพื้นที่นั้น เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยภายหลังเหตุการณ์การสู้รบที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นพื้นที่โจมตีต่อทหารและพลเรือนไทย จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าหรือการกระทบกระทั่งที่อาจเกิดขึ้นอีก

นอกจากนี้ ภายหลังที่ทั้งสองประเทศได้มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 แต่ละฝ่ายยังคงการวางกำลังในพื้นที่เดิมตามที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วม ดังนั้น การคงกำลังและการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายไทยจึงเป็นไปตามกรอบข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมกันอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกความร่วมมือและการเจรจาระหว่างสองประเทศ โดยเห็นว่าการสื่อสารในประเด็นที่อ่อนไหวควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบ เพื่อรักษาบรรยากาศและไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน

หมอวรงค์ ดีใจได้เข้าสภาในรอบ 12 ปี เตรียมแถลงจุดยืน 10 มี.ค.นี้

หมอวรงค์ ดีใจได้เข้าสภาในรอบ 12 ปี เตรียมแถลงจุดยืน 10 มี.ค.นี้

หมอวรงค์ ดีใจได้เข้าสภาในรอบ 12 ปี เตรียมแถลงจุดยืน 10 มี.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

‘หมอวรงค์’สุดดีใจ ได้เข้าสภาในรอบ12ปี เผยเสียงเดียวต้องเจียมตัว แต่ยันจะเป็นเสียงที่ทรงพลัง ยืนข้างประชาชนยึดประโยชน์ชาติ เตรียมแถลงจุดยืน 10 มี.ค.นี้

วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี กล่าวภายหลังเดินทางเข้ารับหนังสือรับรองจาก กกต. ว่าวันนี้มารับเอกสารรายงานตัวช่วงบ่ายๆเพราะทราบว่าพรรคใหญ่ๆเข้ามาตอนเช้า ส่วนการรายงานตัวต่อรัฐสภาทราบว่าพรรคใหญ่ๆเขาจะไปรายงานตัวต่อเนื่องจากนี้ ถ้าไปสภาตอนนี้ก็จะเสียเวลาเยอะ ซึ่งตนไม่ได้ถือฤกษ์ใดๆเอาความสะดวก จึงจะไปรายงานตัวในวันที่ 10 มี.ค.ให้พรรคใหญ่ๆเขาไปก่อน

“วันนี้เราต้องเจียมเนื้อ เจียมตัว เพราะเราเข้ามาเสียงเดียวและยังยืนยันว่าจุดยืนของพรรคไทยภักดีไม่เปลี่ยน เรายืนอยู่ข้างประเทศไทยคืออะไรที่เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองตนจะยืนอยู่ตรงนั้น ส่วนรายละเอียดตั้งใจจะไปแถลงในวันที่ 10 มี.ค. ถึงจุดยืนรายละเอียดชัดเจนในการทำงานของเราและอยากจะย้ำถึงพี่น้องที่ให้กำลังใจกับพรรคไทยภักดี  แม้ได้เข้า ไปเพียง 1 เสียง ก็จะเป็นหนึ่งเสียงที่ทรงพลังและสามารถปกป้องทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองได้”

น.พ.วรงค์ ยังกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ไม่มีพรรคการเมืองไหนติดต่อ ส่วนจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ยังขอไม่ตอบอะไรทั้งสิ้นไว้รอวันที่ 10 มี.ค. แต่คิดว่าการทำประ โยชน์เพื่อส่วนรวมบางครั้งอย่าลืมว่า 1 เสียงถ้าเป็นประประโยชน์กับประชาชน ถูกใจประชาชน ไม่ว่าเราจะยืนฝ่ายไหนในขณะนี้ ถ้าถูกใจประชาชนมันสะเทือน  ตนถูกฝึกมาในการทำงาน ไม่ได้ใช้โวหาร  แต่ถูกฝึกมาให้ใช้ข้อมูลหลักฐาน เอกสารอ้างอิงทุกครั้ง ดังนั้น การพูดความจริงหรือการทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองที่พิสูจน์ได้โดยเอกสารหลักฐานตนว่ามันทรงพลัง

เมื่อถามว่าจะมีการตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้นเหมือนสมัยจำนำข้าวหรือไม่ น.พ.วรงค์กล่าวว่า ให้รอวันที่ 10 มี.ค.จะชัดเจนว่าตนจะยืนตรงไหน รู้ว่าตอนยืนฝั่งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เบื้องต้นยืนยันกับประชาชนว่าประโยชน์ชาติอยู่ในใจเราการเข้ามาครั้งนี้เพราะตนสำนึกว่าการที่จะผ่านเข้ามาได้ไม่ใช่ง่าย ได้ออกทีวีน้อยมาก วันนี้เป็นครั้งแรกที่เจอทีวีเยอะมาก ฉะนั้นจึงตั้งใจว่าหนึ่งสิ่งที่ประชาชนเลือกเราเข้าไปต้องทำให้คุ้มค่า

น.พ.ยังกล่าาว่า ไม่ได้เข้าสภามา 12 ปีโดยเป็นช่วงคสช. 6 ปี และเลือกตั้งอีก 2 สมัยรวม 6 ปีและเกิดการยุบสภาก่อน ซึ่งก็เท่ากับว่าตนไม่ได้เข้าสภามา 12 ปี ซึ่งยังถามตัวเองว่าเราจะไปสภาถูกหรือเปล่า ถ้าเป็นสมัยก่อนข้างสวนดุสิต ยังพอจำได้แต่สภาใหม่เคยไปยื่นเอกสารบ้างเล็กน้อย ไม่เคยได้เข้าไป แต่คิดว่าด้วยจิตวิญญาณในการทำหน้าที่ของผู้แทนมันอยู่ในสายเลือดมันอยู่ในจิตวิญญาณมันน่าจะเริ่มต้นได้ง่าย

สุชาติ ฟ้องหมิ่นประมาท ไอซ์ รักชนก เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน จ่อฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดด้วย

สุชาติ ฟ้องหมิ่นประมาท ไอซ์ รักชนก เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน จ่อฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดด้วย

สุชาติ ฟ้องหมิ่นประมาท ไอซ์ รักชนก เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน จ่อฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดด้วย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

เสี่ยเฮ้ง ส่งทนายฟ้องหมิ่น ไอซ์ รักชนก อีกคดี โพสต์ข้อความ”เฮ้งซวย”เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน ยันไม่ได้ฟ้องเพื่อปิดปาก จ่อฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดอีกหลายคดี ระวังเดียวดายหน้าบัลลังก์

วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน  ถนนเลียบทางรถไฟ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบอำนาจให้นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องน.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ

จากการที่น.ส.รักชนกโพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊คของตนเองหมิ่นประมาทใส่ความนายสุชาติให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า น.ส.รักชนก  โพสต์พาดพิงนายสุชาติ ว่าเป็นรัฐมนตรี “เฮ้งซวย” รวมถึงโพสต์พาดพิงข้อความอื่นๆ ซึ่งคำว่า”เฮ้ง”เป็นชื่อเล่นของนายสุชาติ ซึ่งน.ส.รักชนกได้แก้ไขข้อความดังกล่าวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว วันนี้ตนจึงเข้ามายื่นฟ้องและศาลรับคดีไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่อ.257/2569 โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 27 เมษายน นี้ 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่าการฟ้องครั้งนี้ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก เมื่อเราดูประวัติแล้ว น.ส.รักชนกยังมีคดีอื่นอีก 2 คดี หนึ่งในนั้นมีคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี ก่อนน.ส.รักชนกได้รับการประกันตัวออกมา และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ รวมถึงคดีหมิ่นประมาทอีกคดึที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกด้วย จึงขอให้นับโทษต่อจากคดีอื่น รวมถึงนายสุชาติได้ให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าจะสามารถถอดถอนการประกันตัวของน.ส.รักชนกได้หรือไม่ รวมถึงว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความแล้ว ทำไมถึงยื่นฟ้องเอง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วันนี้กกต.รับรองส.ส.แบบบัญชีรายชื่อแล้ว และในมาตรา 125 ตามรัฐธรรมนูญมีเอกสิทธิส.ส.ห้ามพนักงานสอบสวนจับกุม แต่การยื่นฟ้องโดยตรงเป็นข้อยกเว้นตามมาตรา 125 วรรค 4 ส่วนคดีที่อยู่ในมือพนักงานสอบสวนกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ ซึ่งจะนำหลักฐานส่วนนี้มาประกอบในคดีนี้ด้วยข้อเท็จจริงเหมือนกัน และนำเนื้อหาที่ได้แจ้งความก่อนหน้ามาเพิ่มน้ำหนักในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโดยจะมีพนักงานสอบสวนเข้ามาเบิกความในคดีนี้ด้วย 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การฟ้องครั้งนี้ตนยืนยันไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองแน่นอน เพราะถ้าน.ส.รักชนกไม่โพสต์แบบนั้นใครจะทำอะไรได้ เป็นการกระทำที่เจ้าตัวทำตัวเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลย ไม่ใช่ว่านายสุชาติมีตำแหน่งทางการเมืองแล้วไปใช้สิทธิปิดปากไม่ให้พูด น.ส.รักชนกมีเสรีภาพในการพูดอยู่แล้วแต่ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย จะทำเกินขอบเขตไม่ได้

เมื่อถามว่ามีพฤติกรรมอื่นของน.ส.รักชนกที่นายสุชาติเล็งเห็นว่าจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ล่าสุดน.ส.รักชนได้โพสต์โดยนำรูปนายสุชาติไปบอกว่าเป็นคนที่มีปัญหา มีแต่เรื่อง ไม่มีผลงาน เป็นการดักทางไม่ให้นายสุชาติมีความเจริญทางการเมือง ซึ่งเจ้าตัวไม่เคยถูกดำเนินคดีอาญา ไม่เคยเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง ก็จะนำหลักฐานส่วนนี้เข้ามาฟ้องด้วย ในวันที่ 27 เมษายนนี้ตนก็อาจจะเปิดหลักฐานเต็ม เรื่องนี้ถ้ามองดูเผิน ๆ อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การโพสต์โจมตีทางการเมือง นายสุชาติทนไม่ได้จริง ๆ จึงต้องจำเป็นใช้สิทธิปกป้องเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของตนเอง 

เมื่อถามว่ายังมีเกรียนคีย์บอร์ดที่นายสุชาติเล็งจะฟ้องหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องบอกแบบนี้ว่าจะถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อย เราคงจะไม่ฟ้องร้อง เราทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ก่อนหน้านี้คนที่เคยหมิ่นประมาทแล้วเข้ามาขอโทษก็ถูกถอนฟ้องแล้ว ตนขอเตือนไปถึงคนอื่นๆที่คอมเมนท์หมิ่นประมาทนายสุชาติก็ระวังจะโดดเดี่ยวหน้าบัลลังก์ ทีมทนายความของตนเอาจริงอย่างแน่นอน

นายกฯ เรียกถกด่วนทีมศก.-กต. แจงแหล่งซื้อน้ำมันเพิ่ม รับหลังมี.ค.น้ำมันเข้าประเทศลดลง

นายกฯ เรียกถกด่วนทีมศก.-กต. แจงแหล่งซื้อน้ำมันเพิ่ม รับหลังมี.ค.น้ำมันเข้าประเทศลดลง

นายกฯ เรียกถกด่วนทีมศก.-กต. แจงแหล่งซื้อน้ำมันเพิ่ม รับหลังมี.ค.น้ำมันเข้าประเทศลดลง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.38 น.

นายกฯ เรียกถกด่วนทีมศก.-กต. แจกแจงแหล่งน้ำมันที่จะซื้อเพิ่ม รับหลังมี.ค.น้ำมันเข้าประเทศลดลง พร้อมขอความเห็น อรรถพล-พิพัฒน์ กูรูเรื่องน้ำมัน 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 มี.ค.2569 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการพลังงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายกฯ กล่าวก่อนประชุมว่า ต้องขออภัยวันนี้มีการเชิญประชุมอีกครั้งหนึ่งเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประเทศไทยได้เป็นผู้นำเข้า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ตนได้รับรายงานจากนายพิพัฒน์ นายเอกนิติ และข้อมูลจากกระทรวงพลังงานว่า ในช่วง มี.ค.น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศไทย แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทยมันจะเริ่มทยอยมีปริมาณที่ลดลงไป สถานการณ์เปลี่ยนไปมากตั้งแต่วัน 28 ก.พ.ที่เกิดเหตุ พอวันที่ 2 มี.ค. เรามีการประชุม สมช. ซึ่งสถานการณ์ก็พัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เราจึงต้องมานั่งกำหนดมาตรการในส่วนของเราเอง เพื่อให้ความมั่นใจว่ามันจะไม่มีผลกระทบในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบ ตลอดจนการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น 

นายกฯ กล่าวว่า ทราบมาว่า มีการนำเข้าปริมาณครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น ซึ่งในส่วนภูมิภาคอื่นวันนี้ตนคงจะต้องขอให้ท่านแจกแจงให้เห็นว่า อีกครึ่งหนึ่งมาจากตรงไหนบ้าง ในฐานะที่ รมว.พลังงาน และนายพิพัฒน์ เคยมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในเรื่องการค้าน้ำมัน ตนคงต้องอนุญาตให้ท่านได้ช่วยเป็นผู้ร่วมคิดว่าจะทำอย่างไร
 

นายกฯ หารือ IMF ยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026

นายกฯ หารือ IMF ยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026

นายกฯ หารือ IMF ยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.35 น.

นายกฯ หารือ IMF ยืนยันความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ พร้อมรับมือความผันผวนเศรษฐกิจและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก

เมื่อวันที่ 5 มี.8.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำนางคริสตาลินา กอร์เกียวา (Ms. Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและชื่นชมความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยกับ IMF ทั้งในด้านการให้คำปรึกษาเชิงนโยบายและความร่วมมือทางวิชาการ พร้อมยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF–World Bank ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Thailand New Horizons: Empowering People, Building Resilience” 

ด้านกรรมการจัดการ IMF กล่าวชื่นชมความพร้อมไทย หลังจากได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานที่จัดงาน โดยมั่นใจว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพได้สำเร็จลุล่วง และการประชุมครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือเชิงปฏิบัติ เพื่อรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ตลอดจนสะท้อนพัฒนาการของประเทศไทยนับตั้งแต่เคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2534 และถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาประเทศสู่ประชาคมโลก

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยนายกรัฐมนตรีได้รับฟังการประเมินของ IMF ต่อผลกระทบที่อาจส่งผ่านสู่เศรษฐกิจโลก รวมถึงแนวทางที่ประเทศไทยควรให้ความสำคัญในการเตรียมรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ท่ามกลางบริบทความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และทุกภาคส่วนของประเทศจะร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้การจัดประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมยังระบุว่า เมื่อกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ จะสามารถเดินหน้าประสานความร่วมมือกับ IMF ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อร่วมกันผลักดันความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก

อนุทินรับยังไม่ได้คุยตำแหน่งประธานสภาฯ แนะรอดูสัมมนาภูมิใจไทย 8 มี.ค.นี้

อนุทินรับยังไม่ได้คุยตำแหน่งประธานสภาฯ แนะรอดูสัมมนาภูมิใจไทย 8 มี.ค.นี้

อนุทินรับยังไม่ได้คุยตำแหน่งประธานสภาฯ แนะรอดูสัมมนาภูมิใจไทย 8 มี.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.26 น.

“อนุทิน”รับยังไม่ได้คุยตำแหน่ง”ประธานสภาฯ” แนะรอดูสัมมนา”ภูมิใจไทย” 8 มี.ค.นี้ ให้ สส.พูดคุยทำความรู้จักกัน ยัน”โสภณ-หลายคนในพรรค”มีความเหมาะสม ปัดตอบความชัดเจนพรรคไหนร่วมรัฐบาล ลั่นถึงเวลาชัดเจนเอง

5 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีได้พูดคุยกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรื่องกำหนดวันเปิดสภาเพื่อเลือกประธานสภาฯ แล้วหรือไม่ ว่า เลขาธิการสภาฯ ได้มาสรุปข้อมูล ถ้ามีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้วจะต้องทำอะไรบ้าง ตนได้เรียนเลขาธิการสภาฯ ว่า พิธีการต่างๆ เป็นภารกิจของสภาฯ ตรงไหนถ้าจะให้รัฐบาลช่วยเหลือต้องมีความพร้อมเต็มที่ ส่วนเรื่องการพูดคุยไทม์ไลน์เรื่องวันเลือกประธานสภาฯ ยังพูดไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะพูดเรื่องประธานสภาฯ แล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุย แต่ช่วงวันที่ 8 มี.ค.นี้ ที่จะมีการสัมมนา สส.ของพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.บุรีรัมย์ จะมีการปฐมนิเทศเพื่อให้รู้จักกัน เพราะบางคนยังไม่รู้จักกันเลย ตนเพิ่งเจอ บางคนเป็นครั้งแรกก็มี ต้องทำความคุ้นเคยกันก่อน

เมื่อถามว่า มีชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาฯ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนมีความเหมาะสม

เมื่อถามว่า ขณะนี้การทำงานของรัฐบาลรักษาการมีปัญหาหรือไม่ที่ต้องแก้วิกฤตผลกระทบการสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง จำเป็นต้องรีบตั้งรัฐบาลอำนาจเต็มหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เราสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติ

เมื่อถามว่า ต้องมีความเร่งรีบตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังมีหลายขั้นตอน และตนไม่มีความสามารถไปเร่งรัดขั้นตอนใดๆ ได้ เพราะมีกฎหมาย มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนดอยู่

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายอยากได้ความชัดเจนเรื่องพรรคร่วมรัฐบาลว่านายกฯ ปิดดีลแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า “เมื่อถึงเวลาอันสมควรมันก็มีความชัดเจนเอง ตามความเหมาะสมของห้วงเวลา”

เมื่อถามย้ำว่า หากนายอนุทินได้เป็นนายกฯ โดยสมบูรณ์ทางกฎหมาย ขั้นตอนการตั้งรัฐมนตรีจะรวดเร็วเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใครก็ตามได้เป็นนายกฯ ถ้าได้รับเลือกแล้ว ต้องเร่งทำงานไม่ให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปรัฐบาลจะมีพรรคกล้าธรรม (กธ.) ร่วมด้วยหรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถาม และขึ้นรถออกจากรัฐสภาทันที

โสภณ ออกอาการเขินถูกเรียก ท่านประธาน หลังมีชื่อคั่ว ประมุขนิติบัญญัติ

โสภณ ออกอาการเขินถูกเรียก ท่านประธาน หลังมีชื่อคั่ว ประมุขนิติบัญญัติ

โสภณ ออกอาการเขินถูกเรียก ท่านประธาน หลังมีชื่อคั่ว ประมุขนิติบัญญัติ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.18 น.

โสภณ ออกอาการเขินถูกเรียก ท่านประธาน หลังมีชื่อคั่ว ประมุขนิติบัญญัติ ถ่อมตัวบอก รอเขาเลือกก่อน 

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรายงานตัวสส.ชุดที่ 27 วันที่ 8 เป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำพรรคภูมิใจไทยมารายงานตัวจำนวนมากทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรค นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี แต่ละคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม ทักทายกันเองและสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี ทั้งนี้นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตประธานสภาผู้แทนราษฎร แม้จะปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ แต่เมื่อถูกสื่อแซวเรียกว่า “ท่านประธานๆๆ” ทำให้นายโสภณตอบอย่างเขินๆว่า “รอให้เขาเลือกก่อน” 

น้องพลอย ตื่นเต้นนั่ง สส.สมัยแรก ไม่กดดันถูกมองเป็น หลานครูใหญ่เนวิน

น้องพลอย ตื่นเต้นนั่ง สส.สมัยแรก ไม่กดดันถูกมองเป็น หลานครูใหญ่เนวิน

น้องพลอย ตื่นเต้นนั่ง สส.สมัยแรก ไม่กดดันถูกมองเป็น หลานครูใหญ่เนวิน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

“น้องพลอย”เผยตื่นเต้นเป็น สส.สมัยแรก ไม่กดดันถูกมอง”หลานครูใหญ่เนวิน” ลั่นทำการบ้านหนักพร้อมทำงานช่วยเหลือชาวบ้าน

5 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐธิดา เล็กอุดากร สส.บุรีรัมย์ เขต 2 วัย 25 ปี สส.อายุน้อยที่สุด ให้สัมภาษณ์ภายหลังการรายงานตัวถึงความรู้สึกที่ได้เป็น สส.ครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นมาก และดีใจที่ชาวบ้านเขต 2 จ.บุรีรัมย์ เลือกลำดับตนเข้ามา ส่วนการทำงานหลังจากนี้ อันดับแรกคงเข้าไปศึกษางานก่อน สามารถพัฒนาอะไรได้บ้าง และสามารถพัฒนาพื้นที่อย่างไรได้บ้าง

เมื่อถามว่า เข้ามาทำงานในสภาฯ แล้วจะการผลักดันวาระใดเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า หลังเข้าสภาฯ ก็อยากจะดูเหตุการณ์ของประเทศก่อน ซึ่งก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่ตนอยากผลักดันเรื่องการศึกษา และในฐานะ สส.สมัยแรก ก็ขอให้สื่อช่วยแนะนำเรื่องการให้สัมภาษณ์

เมื่อถามว่า มีการติวเข้มหรือทำการบ้านในเรื่องใดเป็นพิเศษ น.ส.ณัฐธิดา ยอมรับว่า เตรียมตัวหนักอยู่ เพราะไม่เคยทำงานสายนี้ แต่ที่ผ่านมาก็ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด และจากการลงพื้นที่ก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านในเขต 2 จ.บุรีรัมย์ ได้ ยืนยันว่าพร้อมทำงาน

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่เป็น สส.อายุน้อยที่สุด และถูกจับตา น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องที่ถูกจับตามอง แต่กังวลว่าจะสามารถทำอย่างที่ประชาชนคาดหวังหรือไม่ แต่ยืนยันว่าจะทำเต็มที่ เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่ถูกจับตามองที่เป็นหลานของ นายเนวิน ชิดชอบ โดย น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า ไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะตนชินแล้วหลังจากมีข่าวออกไป ก็รู้สึกชินมาสักพักแล้ว และขณะนี้ปรับตัวได้แล้ว

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความผิดปกติการเลือกตั้ง และยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความผิดปกติการเลือกตั้ง และยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความผิดปกติการเลือกตั้ง และยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.56 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เจาะลึกความผิดปกติและยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมาถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง ทั้งในมิติของความโปร่งใส ระบบการจัดทำบัตรเลือกตั้ง และความเร่งรีบในการประกาศผล ซึ่งสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

1. สส. เขต (บัตรสีเขียว): ชัยชนะของยุทธศาสตร์ “บ้านเล็ก”

ในการเลือกตั้ง สส. เขต 400 ที่นั่ง บัตรเลือกตั้งถูกออกแบบให้มี 1 QR Code ต่อบัตร 20 ใบ (1 เล่ม) ซึ่งยังคงรักษาหลักการ “ลงคะแนนโดยลับ” ไว้ได้ เพราะไม่สามารถสืบย้อนกลับไปถึงรายบุคคล

•ผลลัพธ์: ค่ายน้ำเงินประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเดินเกมรวบรวมกลุ่ม “บ้านเล็ก” ทั่วประเทศมาไว้ในสังกัด

•การก้าวกระโดด: ส่งผลให้จำนวน สส. เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จากเดิมในปี 2566 ที่เป็นอันดับ 3 (71 ที่นั่ง) ก้าวขึ้นมาเป็น อันดับ 1 ในปี 2569 (ด้วยจำนวน สส. กว่า 190 ที่นั่ง)

2. สส. บัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู): ข้อกังวลเรื่องการละเมิดรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่อื้อฉาวที่สุดคือบัตรสีชมพู (100 ที่นั่ง) ซึ่งมี 1 Bar Code ต่อบัตร 1 ใบ ทำให้สามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร

•ประเด็นทางกฎหมาย: ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับ ปัจจุบันข้อพิพาทนี้กำลังรอการเข้าสู่กระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ

•แรงจูงใจ: มีการตั้งข้อสังเกตว่าค่ายใหญ่ต้องการเก็บข้อมูลเป็น Big Data เพื่อวิเคราะห์ฐานเสียงรายบุคคล ไว้ใช้บริหารจัดการในขณะเป็นรัฐบาลและการเลือกตั้งในคราวถัดไป (เนื่องจากคะแนนบัญชีรายชื่อยังตามหลังคู่แข่งอยู่) เป็นเป้าหมายหลัก ส่วนการใช้เป็นข้อมูลในการติดตามผลการซื้อเสียงของหัวคะแนน น่าจะเป็นเป้าหมายรอง เพราะการเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ จะต้องได้คะแนนเสียงมากหลายแสนคะแนนจึงจะได้ สส. 1 คน ในขณะที่ สส. เขต ได้คะแนนเสียงที่น้อยกว่ามากเพียงหลักหมื่นคะแนนก็ได้เป็น สส. แล้ว

3. การลงประชามติ (บัตรสีเหลือง): เกณฑ์มาตรฐานที่แตกต่าง

สำหรับการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำฉบับใหม่ บัตรเลือกตั้งกลับไม่มีทั้ง Bar Code หรือ QR Code

•ข้อสังเกต: เนื่องจากประเด็น “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการจัดตั้งรัฐบาล ค่ายใหญ่จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลในส่วนนี้เหมือนบัตรเลือกตั้ง สส.

4. การประกาศผลที่เร่งรีบ: นัยแอบแฝงทางการเมือง

กระบวนการประกาศผลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ (สส. เขต ประกาศ 25 ก.พ. / สส. บัญชีรายชื่อ ประกาศ 4 มี.ค.) ใช้เวลาไม่ถึง 30 วัน จากกรอบกฎหมาย 60 วัน

•การชิงความได้เปรียบ: ถูกมองว่าเป็นการเร่งจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสร้างสภาวะ “อำนาจเต็ม”

•ยุทธศาสตร์สู้คดี: การมีสถานะเป็นรัฐบาลสมบูรณ์ก่อนคดีถึงศาล ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นการสร้างแต้มต่อในเชิงคดี เกิด “ภาวะจำยอมทางรัฐศาสตร์” จนสร้างความลำบากใจให้ศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยคดี  เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพการบริหารราชการแผ่นดินไป

บทสรุป

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสู้กันด้วยคะแนนเสียง แต่ถูกตั้งคำถามถึงการวางโครงสร้างระบบบัตรเลือกตั้งเพื่อ “ผลประโยชน์ด้านข้อมูล” และการเร่งรัดกระบวนการเพื่อ “เป้าหมายทางการเมือง” เป็นสำคัญ

วัส ติงสมิตร

นักวิชาการอิสระ

5/3/69