ซาบีดา รอ ครม.ใหม่ เคาะงบบูรณะปราสาทตาควาย ก่อนเดินหน้าซ่อมแซม

ซาบีดา รอ ครม.ใหม่ เคาะงบบูรณะปราสาทตาควาย ก่อนเดินหน้าซ่อมแซม

ซาบีดา รอ ครม.ใหม่ เคาะงบบูรณะปราสาทตาควาย ก่อนเดินหน้าซ่อมแซม

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.56 น.

“ซาบีดา” รอ ครม.ใหม่ เคาะงบบูรณะปราสาทตาควาย ก่อนเดินหน้าซ่อมแซม ย้ำ ประสานหน่วยความมั่นคงดูแลความปลอดภัยทุกครั้ง

วันที่ 10 กุมภาพัที่ทำเนียบรัฐบาล  นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการซ่อมแซมปราสาทตาควาย ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจ และเตรียมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการวันพรุ่งนี้ ว่าการซ่อมแซมบูรณะ จะเริ่มจากตรงไหน อย่างไร ส่วนช่วงเวลาในการเริ่มดำเนินการนั้น ที่ผ่านมาได้มีการปรึกษากระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงการวางงบประมาณ ซึ่งมองว่าต้องรอ ครม. ชุดใหม่ จึงจะเริ่มดำเนินการได้ เพราะต้องอนุมัติงบประมาณ  แต่ยอมรับว่าต้องเร่งดำเนินการให้เร็ว เพื่อป้องกันการพังทลายลงมา โดยอธิบดีกรมศิลปากรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันว่า จากการสำรวจซ่อมง่ายกว่าที่คาดการณ์ไว้ 

เมื่อถามว่า ในเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปซ่อมแซม มีการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงอย่างไรบ้าง นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ทางหน่วยงานความมั่นคงแจ้งว่าหากจะเข้าพื้นที่ต้องแจ้งทุกครั้ง และจะมีการประเมินสถานการณ์ให้ เพื่อดูแลความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมามีการขอเข้าพื้นที่ ทางหน่วยงานความมั่นคงก็ไฟเขียวตลอด

ธรรมนัสยันไร้รอยร้าว อนุทิน ปมเจาะพื้นที่สุพรรณฯ-นราธิวาส ชี้คุยกันจบแล้วก่อนเลือกตั้ง

ธรรมนัสยันไร้รอยร้าว อนุทิน ปมเจาะพื้นที่สุพรรณฯ-นราธิวาส ชี้คุยกันจบแล้วก่อนเลือกตั้ง

ธรรมนัสยันไร้รอยร้าว อนุทิน ปมเจาะพื้นที่สุพรรณฯ-นราธิวาส ชี้คุยกันจบแล้วก่อนเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.10 น.

”ธรรมนัส“ เผย ยังไม่คุย “อนุทิน” จัดตั้ง รบ. เมินกระแส ภท.ทิ้งกธ. ยัน ไร้เหตุหมางใจ คุยกันแล้วสู้เขต ไม่มีฮั้ว เปรย สมการการเมือง ไม่ใช่ 1 + 1 เป็น2  เสถียรภาพรัฐบาลไม่จำเป็นต้อง 300 อัพ

เวลา 10.10 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยังว่า ยังครับ 

เมื่อถามถึง กระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยจะดัดหลังพรรคกล้าธรรทไม่ดึงมาร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว มันยังไวเกินไป ที่จะพูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล 

เมื่อถามว่า ยังมั่นใจความสัมพันธ์กับนายอนุทินใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แล้วมีอะไรให้หมางใจกัน มีเหตุอันใดต้องหมางใจกัน

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่กับกระแสข่าวที่เสี้ยม ในลักษณะนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ชอบแล้วครับ เพราะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีอีเสี้ยม เสี้ยมข่าวก่อนที่ ร.อ.ธรรมนัสจะหัวเราะ

เมื่อถามย้ำว่า ยังคงมั่นใจในความสัมพันธ์ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตั้งแต่เลือกตั้งมา เอาตรงๆ เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่า สูตรในการจัดตั้งรัฐบาลการจับขั้วพรรคสีไหนจะทำให้มีเสถียรภาพ น้ำเงิน เขียว แล้วต้องมีใครเพิ่มอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเชื่อว่ายุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยเขาวางแผนหมดแล้ว เพียงแต่ว่ารอเวลาให้ชัดเจน มันยังไม่ใช่เวลามาคุยตอนนี้ ซึ่งยังมีระยะเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดรับรองภายใน 60 วันตามกฎหมาย ซึ่งจะครบประมาณต้นเดือนเม.ย. ดังนั้นตนว่าไวไปที่จะบอกจับกับพรรคนั้นพรรคนี้ 

“ ถ้าผมเป็นพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้จะนั่งตีขิมอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นจะต้องไปคุยกับพรรคโน้นพรรคนี้ แต่พรรคบางพรรคที่อยากจะร่วมรัฐบาลก็อาจจะพูดมากหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมเราอยู่ในที่ตั้ง“ ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

เมื่อถามว่า หากได้ร่วมรัฐบาลต้องการที่จะสานต่อในกระทรวงเดิมใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าเราได้ดูกระทรวงที่ถนัดต่อก็เป็นเรื่องดี แต่การเมืองอย่าไปคาดหวังอะไร 100 เปอร์เซ็นต์ การเมืองไม่ใช่ 1 + 1 เป็น 2  สมการการเมืองไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์ 

เมื่อถามถึง ความชัดเจนว่าพรรคไหนเป็นรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังเงียบกันหมด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หมายถึงคนที่พูด แต่ไม่ใช่พวกเรา จะสังเกตว่าตนให้สัมภาษณ์ยืนยันเหมือนเดิมว่า ยังไม่ได้คุยกัน 

เมื่อถามว่า ตามที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยวางแผนไว้แล้ว จะมีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ทราบ ไปถามสิ 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านั้นได้มีสัญญาอะไรกับนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี เราก็เลือกตั้งกันไป แต่ก่อนการเลือกตั้งสื่อหลายสำนักก็พยายามถาม ฮั้วกันหรือไม่ ก็อย่างที่เห็นว่าไม่ได้มีการอั้วกัน สู้กันทุกเขต

เมื่อถามว่า เสถียรภาพรัฐบาลควรจะมี 300 เสียงขึ้นไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกฯ ตนก็ถือว่าเป็นคนขับเคลื่อน ได้เสียงจากพรรคเล็กไม่น้อยกว่า 19 พรรค ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐในขณะนั้นในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จนท้ายที่สุดรวมได้ 251 เสียงก็อยู่รอดปลอดภัย

เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่า ร.อ.ธรรมนัสกับนายอนุทินร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา มีสัญญาใจที่ต้องจับมือไปด้วยกันหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มีครับ เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเพราะสถานการณ์บ้านเมืองไปต่อไม่ได้ ก็ทำเพื่อบ้านเมืองมากกว่า 

เนื้อถามว่า มีกระแสข่าวความไม่พอใจในการเลือกตั้ง เพราะบางเขตพรรคกล้าธรรมไม่ยอมหลบให้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็นี่ไงเมื่อสักครู่ ตนชิงพูดก่อน เพราะว่าสื่อหลายสำนัก วิพากษ์วิจารณ์ว่า เราฮั้วกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ อันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มี คนที่เป็นนักเลงพอ เขาไม่พูดมากเรื่องพวกนี้หรอก จบแล้วเกมการเมือง ไม่ใช่พอจบแล้วจะมามีปัญหาอีกมันไม่ใช่ ถึงแม้บางเขตของเรา คะแนนสูสีกันมาก ก็อย่าไปสร้างประเด็นเลยนับใหม่หรืออะไรไม่เอา

เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมจะมีเงื่อนไขอะไรในการร่วมรัฐบาลหรือไม่ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี อะไรก็ตามที่ทำให้บ้านเมืองสงบเดินหน้าต่อได้ก็ทำ 

เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ร.อ.ธรรมนัส จะใช้สูตรการบริหารจัดการพรรคเล็กอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้หมด และไม่ขอบอกว่าตนเป็นพันธมิตรกับพรรคการเมืองใด ซึ่งการเมืองอย่างที่บอกไม่ใช่ 1 + 1 เป็น 2 แต่ตนแทบจะไม่ได้คุยกับพรรคไหน มีเพียงแค่แสดงความยินดีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นสมการที่จะเดินหน้าเรื่องสูตรการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ไม่มีอย่างเด็ดขาด

เมื่อถามว่า  กรณีที่พรรคกล้าธรรมสามารถเจาะพื้นที่สุพรรณบุรีได้ จะไม่เป็นปัญหาหมางกับพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็คุยกันตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งแล้ว ว่าบางสายที่มาจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่เอาคนเข้ามาสมัครพรรคกล้าธรรม เราจะไปห้ามอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ไดก็ต้องปล่อยไปเหมือนที่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้คุยกันและที่ จ.นราธิวาสได้คุยกันไม่มีประเด็น

‘บิ๊กเล็ก’ เสนอ ครม. รับทราบ กฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา

‘บิ๊กเล็ก’ เสนอ ครม. รับทราบ กฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา

‘บิ๊กเล็ก’ เสนอ ครม. รับทราบ กฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.04 น.

“บิ๊กเล็ก” เสนอ ครม. รับทราบกฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา สกัดนำเข้าซ่อมแซมตึกสแกมเมอร์

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงกลาโหมจะเสนอกฎหมายควบคุมสินค้าส่งออกตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพิ่มเติม ให้ครม.รับทราบ ซึ่งเป็นเรื่องเก่าไม่มีอะไร เพราะที่ผ่านมาปัญหาฝั่งตะวันตก (ไทย-เมียนมา) และฝั่งตะวันออก (ไทย-กัมพูชา) ไม่เหมือนกัน จึงต้องปรับปรุงให้เกิดความทันสมัย

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องควบคุม อุปกรณ์ สิ่งก่อสร้าง เช่น ปูนซิเมนต์ เหล็ก หรือไม่ พล.อณัฐพล กล่าวว่า มันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ไปปรับให้เหมือนกัน อย่างกรณีฝั่งตะวันตกก่อนหน้านี้มีการควบคุมเรื่องสแกมเมอร์ แต่ฝั่งตะวันออกยังไม่มี และใช้ระเบียบเก่าอยู่ รวมถึงเรื่องน้ำมันต่างๆ

เมื่อถามว่า ที่ต้องควบคุมเพื่อไม่ให้นำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้าง เพื่อไปใช้ซ่อมแซมตึกสแกมเมอร์ที่ได้รับความเสียหายใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ยอมรับว่า ใช่ แต่ส่วนหนึ่งก็ปรับให้ทันสมัยด้วย เพื่อใช้บังคับให้เหมือนกันทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก

พล.อ.ณัฐพล ยังปฏิเสธตอบคำถามว่ามีการทาบทามร่วมรัฐบาลใหม่หรือไม่

ทรงศักดิ์ ปัดให้ความเห็นตั้งรัฐบาล โยนเป็นอำนาจ อนุทิน ด้าน ศุภจี อุบนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลใหม่

ทรงศักดิ์ ปัดให้ความเห็นตั้งรัฐบาล โยนเป็นอำนาจ อนุทิน ด้าน ศุภจี อุบนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลใหม่

ทรงศักดิ์ ปัดให้ความเห็นตั้งรัฐบาล โยนเป็นอำนาจ อนุทิน ด้าน ศุภจี อุบนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลใหม่

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.58 น.

“ทรงศักดิ์” ปัดให้ความเห็นตั้งรัฐบาล โยนเป็นอำนาจ “อนุทิน” ตัดสินใจ “ศุภจี” อุบนโยบายเร่งด่วนรบ.ใหม่  

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธให้ความเห็นถึงการจัดตั้งรัฐบาล ความเหมาะสมควรมีจำนวน สส.เท่าไหร่ ว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการสินใจของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ที่จะเป็นคนตั้ง ซึ่งไม่ได้มีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าวเนื่องจากตนเพิ่งจะกลับมาจากต่างจังหวัด ขออนุญาตไม่ตอบ

ด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ปฏิเสธการตอบคำถามว่าจะร่วม ครม.อนุทิน 2 หรือไม่ โดยกล่าวว่า ขอให้ไปถามนายอนุทิน

ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธตอบถึงนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอนุทิน โดยขอตัวเข้าไปร่วมประชุม ครม.ทันที เมื่อถามย้ำว่า ประชาชนอยากเห็นนโยบายใหม่ๆนอกเหนือจากการต่อยอด นางศุภจี กล่าวสั้นๆว่า เข้าใจค่ะ

‘อนุทิน’มั่นใจเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม สวน เพื่อไทย เวลาชนะไม่มีพิรุธ แพ้มีทุกที

‘อนุทิน’มั่นใจเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม สวน เพื่อไทย เวลาชนะไม่มีพิรุธ แพ้มีทุกที

‘อนุทิน’มั่นใจเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม สวน เพื่อไทย เวลาชนะไม่มีพิรุธ แพ้มีทุกที

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.50 น.

”อนุทิน“ ฟังเสียงปชช.ฟอร์มรบ. แต่ขอคะแนนนิ่งก่อน แม้เดินหน้าแล้วก็ยังบอกไม่ได้ มั่นใจเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม เสถียรภาพแน่นเพราะการทำงาน บอกกล่าวหาพิรุธเลือกตั้งเท่ากับว่า กกต. บอกรบ.ไม่มีส่วนจัดการ 

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประธานสภาฯ ต้องเป็นคนจากพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ว่า ตอนนี้ผลการนับคะแนนยังอยู่ที่ 92% อย่าเพิ่ง ตนชอบทำอะไรที่เป็นขั้นเป็นตอน เราจะไม่พูดอะไรที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ควบคุมกฎคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)

 เมื่อถามว่าวางหลักการร่วมเสียงตั้งรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องสีเทาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เรามีหลักคือฟังเสียงประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามา ตอนนี้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการก็ 190 กว่าเสียง ก็ต้องให้ความสำคัญกับการตัดสินใจของประชาชนมาเป็นหลักในการตัดสินใจ วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนี้ต่อให้มีการดำเนินการก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
 เมื่อถามว่าเพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพเสียงรัฐบาลควรจะเป็นเท่าไหร่ นายอนุทิน ตอบว่าให้การยืนยันจำนวนสส.ของแต่ละพรรคเรียบร้อยก่อน เพราะยังต้องคำนวนสส.บัญชีรายชื่อด้วย จะมีพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาอีกหลายคนขอให้นิ่งก่อน 

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปี แบบออร์แกนิก นายอนุทิน ตอบว่าตนไม่มีประเด็นและกังวลเรื่องนี้ ทราบดีว่าการทำงานของตนไม่ทำเรื่องที่ผิดกฎหมายผิดศีลธรรมจรรยาหรือฝืนความรู้สึกประชาชน ยิ่งเที่ยวนี้ไม่ต้องกังวลเลย ตนต้องทำตามความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ ถ้าตนคิดจะทำอะไรแล้วฝืนความต้องการประชาชนก็จะไม่ทำ เมื่อถามว่าจะสามารถควบคุมพรรคร่วมให้ดำเนินการตามนี้ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตัวเลขจากจำนวนสส.ที่คาดการณ์ว่าจะได้ตนจึงบอกว่ายังพูดอะไรได้ไม่มาก แต่เป็นนายกฯคุมได้แน่ ถ้าคุมกันไม่ได้ก็อยู่กันไม่ได้เท่านั้นเอง ประชาชนให้คะแนนมาขนาดนี้ ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์เรื่องบ้านใหญ่นั้น ตอนนี้บ้านใหญ่ก็อยากให้มีบ้านเล็ก ตอนนี้มีทั้งบ้านใหญ่ทั้งนักวิชาการ คำว่าบ้านใหญ่เป็นคำที่ไม่ดีหรืออย่างไร คำนี้เป็นความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นที่พึ่งพิงเป็นที่มั่นใจของประชาชนแล้วทำไมละ มีพรรคไหนที่ไม่มีบ้านใหญ่ก็มีกันทั้งนั้น เมื่อถามว่าจะคุมเสถียรภาพพรรคได้เหมือนตอนนี้ยังไม่ใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เสถียรภาพรัฐบาลอยู่ที่การทำงาน คนอื่นอาจมองจากตัวเลขแต่รัฐบาลของตนเถียรภาพเกิดจากการทำงาน ตนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมาแล้วทำงานได้หรือไม่ นโยบายต่างๆที่ผลักดันออกไปล่วนแต่เกิดประโยชน์กับประชาชน ก็ทำได้ไม่มีปัญหาไม่ว่าคนละครึ่งพลัส การป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ทางการทูต การปราบสแกมเมอร์ ก็ครบทุกอย่างทั้งที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เที่ยวนี้ก็น่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สิ่งที่ตนทำวันพรุ่งนี้ต้องมาจากบทเรียนของเมื่อวานไม่ต้องห่วงตนจะขับรถด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุดและไม่เกินความเร็วที่ควบคุม

เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะอยู่ครบสี่ปี เพราะประชาชนคาดหวังกับพรรคภูมิใจไทยสูง นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมก็ต้องมั่นใจสิ รัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำต้องอยู่ครบ 4 ปี ด้วยการมีผลงานที่ซื่อสัตย์สุจริต รวดเร็ว ตอบสนองประชาชนได้ ทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติได้ ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ มันมีหลายโจทย์ต้องอยู่แล้วเข้มแข็งทำงานได้ทำประโยชน์ได้ เมื่อถามว่าทางพรรคเพื่อไทยออกมาวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีพิรุธเยอะมาก นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาชนะก็ไม่มีพิรุธ เวลาแพ้ก็มีทุกที ส่วนกระแสที่มีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่นั้น รัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้งหากกล่าวหาเช่นนี้คือกล่าวหากกต. รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องและยังคอยประสานงานให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย การดำเนินงานจัดการเลือกตั้งทั้งหมดอยู่ในมือกกต. ทุกวันนี้ตนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลยังไม่รู้เลยว่าแต่ละพรรคจะมีกี่คนกันแน่ 

สุชาติ โวเลือกตั้งรอบนี้เข้าเป้า กลุ่มเพื่อนเฮ้งเข้าวิน 16-17 คน ยังไม่ได้คุยเรื่องโควตา รมต.

สุชาติ โวเลือกตั้งรอบนี้เข้าเป้า กลุ่มเพื่อนเฮ้งเข้าวิน 16-17 คน ยังไม่ได้คุยเรื่องโควตา รมต.

สุชาติ โวเลือกตั้งรอบนี้เข้าเป้า กลุ่มเพื่อนเฮ้งเข้าวิน 16-17 คน ยังไม่ได้คุยเรื่องโควตา รมต.

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.42 น.

“สุชาติ” โว เลือกตั้งหนนี้เข้าเป้า เพื่อนในกลุ่มเข้าวิน 16-17 คน ปัด ยังไม่ได้คุยเรื่องโควตารมต. เป็นหน้าที่ กก.บห.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะแกนนำชลบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึง 5 ผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรค ภท.ที่ชนะเลือกตั้งเข้ามา อยู่ในทีมนายสุชาติกี่คนว่า ทีมเดียวกันทั้งหมด เราทำงานร่วมกันหมด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ใน จ.ชลบุรี ถือว่าทำงานเข้าเป้าหรือไม่ มีการพูดถึงตำแหน่งรัฐมนตรีที่จะได้รับหรือยัง นายสุชาติ กล่าวว่า เราไมได้มองไปไกลถึงขนาดนั้น แต่คิดว่าเมื่อเราได้เป็นผู้สมัครแล้ว เราต้องทำให้ดีที่สุดมากกว่า ต้องพิสูจน์ให้ชาวบ้านรู้ว่าคะแนนที่เราได้มาจากสิ่งที่เราได้ทำสะสมมา 20 ปี 

เมื่อถามว่า ในภาพรวมเลือกตั้ง ผู้สมัคร สส.ในกลุ่มของนายสุชาติ ได้เข้ามากี่คน นายสุชาติ กล่าวว่า ก็ทำงานในนามของพรรค ภท.ทั้งหมด เป็นเพื่อนกันทั้งหมด มีประมาณ 16-17 คนที่ชวนกันเข้ามา จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ซึ่งถือว่าได้ตามเป้าทั้งหมด เพราะเราเชื่อมั่นว่าเพื่อนเราทุกคนมีศักยภาพอยู่แล้ว 

เมื่อถามอีกว่า แบบนี้จะได้ 1 รมว. 1 รมช.หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงขั้นนั้น วันนี้เอาแค่ว่าให้มีการรับรองให้ถูกต้องก่อน ให้ได้ 95% เพื่อเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ขั้นตอนต่อไปก็เลือกนายกฯ ว่าจะเป็นใครตามกฎหมาย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ในส่วนของนายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.และว่าที่นายกฯคนใหม่ จะมีการจัดสรรปันส่วนอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงเรื่องนั้น เรามองไปแค่ทีละสเตป ให้มีการรับรองก่อน ตนอยู่ในพรรค เป็นลูกพรรค ต้องบริหารจัดการตามกฎระเบียบของพรรคด้วย การจะเจรจาหรือพูดคุยอะไรเป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค 

อนุทิน สั่งการใน ครม. เตรียมยกเลิก MOU44 ชี้ เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

อนุทิน สั่งการใน ครม. เตรียมยกเลิก MOU44 ชี้ เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

อนุทิน สั่งการใน ครม. เตรียมยกเลิก MOU44 ชี้ เก็บไว้ไม่มีประโยชน์

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.36 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประกาศว่าจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่าวันเดียวกันนี้ (10 ก.พ.) จะสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเพื่อประกาศยกเลิก แต่ยังไม่ใช่รัฐบาลนี้เพียงแต่ต้องเตรียมการไว้เพื่อยกเลิกเอ็มโอยู 44 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่น้อยและไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บไว้ เมื่อถามว่าอำนาจครม.สามารถยกเลิกได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าทุกอย่างเป็นตามกฎหมาย 

ปอกเปลือก ‘ปัญญาชน’ ในวันพรรคส้มพ่ายเลือกตั้ง

ปอกเปลือก ‘ปัญญาชน’ ในวันพรรคส้มพ่ายเลือกตั้ง

ปอกเปลือก ‘ปัญญาชน’ ในวันพรรคส้มพ่ายเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.28 น.

ผลการเลือกตั้งปรากฏชัดแล้วจากการนับคะแนน ใครชนะ ใครแพ้ เป็นที่รับรู้กันทั่วไป แต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมาทันทีหลังจากนั้น กลับไม่ใช่การทบทวนหรือการยอมรับ หากเป็นท่าทีจากนักวิชาการ สื่อ และคอลัมนิสต์บางคนในนาม “ปัญญาชน”

คนกลุ่มนี้สนับสนุนพรรคประชาชนหรือพรรคส้มมาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่รับรู้ทั่วไป พวกเขาพูด เขียน และอธิบายการเมืองในทิศเดียวกันมานาน จนถ้อยคำของพวกเขากลายเป็นเครื่องยืนยันความถูกต้องในหมู่ผู้สนับสนุนพรรคส้มจำนวนมาก

โพสต์หนึ่งครั้งไม่เคยจบแค่ความเห็นส่วนตัว มันถูกแชร์ ถูกขยาย ถูกย้ำซ้ำ จนกลายเป็นอารมณ์ร่วมของกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่ง ว่าใครคิดถูก ใครคิดผิด และใครสมควรถูกจัดวางไว้ตรงไหนของสังคม

ปัญหาจึงไม่ใช่แค่ผลแพ้ชนะ หากอยู่ตรงที่คนซึ่งอ้างว่าฉลาดกว่า กลับแสดงท่าทีต่อเสียงประชาชนด้วยความคับแคบ และเลือกใช้อำนาจทางความคิดเพื่อตีกรอบศักดิ์ศรีของคนอื่นทันทีที่ผลไม่เป็นใจ

คำให้สัมภาษณ์ของ “พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมชนะการเลือกตั้งเพราะ “ธนบัตรนิยม” สะท้อนภาพนี้ได้ชัด

ประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียว หยิบเงินขึ้นมาเป็นคำตอบสุดท้าย เหตุผล นโยบาย และประสบการณ์ชีวิตของประชาชนหลายล้านคนถูกตัดออกจากสมการในทันที ผู้ที่เลือกพรรคเหล่านั้นถูกเหมารวมว่าเลือกเพราะเงิน ซื้อเสียง หรือผลประโยชน์เฉพาะหน้า โดยไม่ยอมรับว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดจากการคิด วิเคราะห์ และประเมินชีวิตของตนเอง

คำอธิบายลักษณะนี้ช่วยให้ฝ่ายที่แพ้ไม่ต้องเผชิญคำถามยาก ๆ ว่าทำไมแนวคิดที่ตนเชียร์จึงไม่สอดคล้องกับชีวิตของผู้คนจำนวนมาก แต่แลกมาด้วยการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของประชาชนอย่างไม่รู้สึกผิด และที่น่ากังวลคือถ้อยคำเช่นนี้ออกมาจากคนที่สังคมคาดหวังให้ใช้เหตุผลอย่างรับผิดชอบ

ระดับความหยาบของท่าทีขยับสูงขึ้นในกรณีของ “อธึกกิต แสวงสุข” คอลัมนิสต์และสื่อมวลชน ซึ่งโพสต์ข้อความว่า“คะแนนเสียงเรานับเท่ากันในกติกาประชาธิปไตย แต่คุณค่าไม่เท่ากันหรอก
คะแนนเสียงผมที่เลือกเพื่อเปลี่ยน โหวตเห็นชอบ จะมีค่าเท่าพวกโง่ที่เชื่อกลุ่มไลน์สวัสดีวันจันทร์ ว่ารัฐธรรมนูญปราบโกง จะทำให้นักการเมืองไม่สามารถบินเฟิสท์คลาส ได้ยังไง โง่ก็ต้องบอกว่าโง่ ไม่ respect”

ข้อความนี้พูดแทนวิธีคิดทั้งหมดได้ในครั้งเดียว ใครเลือกเหมือนตนคือคนมีค่า ใครเลือกต่างคือภาระ ประชาธิปไตยถูกยอมรับแค่กระดาษลงคะแนน แต่ศักดิ์ศรีของผู้ใช้สิทธิถูกฉีกออกจากสมการทันที

เมื่อคำพูดเช่นนี้ออกมาจากสื่อ และได้รับการปรบมือจากผู้สนับสนุนพรรคส้มจำนวนไม่น้อย ภาพที่เกิดขึ้นคือการทำให้การดูหมิ่นประชาชนกลายเป็นเรื่องกล้าทำ กล้าชื่นชม และกล้าใช้ซ้ำโดยไม่ต้องสะกิดใจ

อีกภาพหนึ่งของท่าทีหลังความพ่ายแพ้ ปรากฏผ่านการวิเคราะห์ของ “ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าการที่คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งลดลง เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้พรรคประชาชนแพ้การเลือกตั้ง

ข้อสังเกตนี้ทำหน้าที่เป็นคำอธิบายความแพ้ เสียงที่ไม่ออกมาใช้สิทธิถูกสมมุติให้เป็นเสียงซึ่งควรเลือกอีกทางหนึ่ง หากตัวเลขกลับไปอยู่ในระดับเดิม ผลก็คงเปลี่ยนไป ความแพ้จึงถูกผลักไปให้เงื่อนไข มากกว่าการตัดสินใจของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิจริง

วิธีคิดเช่นนี้ทำให้เสียงที่ถูกนับตามกติกาถูกลดความหมายลง และทำให้บทบาทของนักวิชาการขยับจากผู้เฝ้ามอง มาเป็นผู้จัดถ้อยคำรองรับความพ่ายแพ้ของฝ่ายการเมืองที่ตนเชียร์

เมื่อวางการแสดงออกของ พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, อธึกกิต แสวงสุข และ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ไว้ในภาพเดียวกัน แบบแผนที่เห็นชัดคือการไม่ยอมรับเสียงประชาชน และการใช้ความรู้เป็นเครื่องประดับความเหนือกว่า

ประชาชนไม่ได้ถูกมองเป็นผู้ตัดสินใจร่วมกัน แต่ถูกลดรูปให้เหลือเพียงตัวแปรในคำอธิบาย ใครเลือกตรงใจคือคนมีเหตุผล ใครเลือกต่างคือปัญหาที่ต้องหาคำแก้ให้ดูดีขึ้นในหมู่พวกเดียวกัน

นี่คือท่าทีของชนชั้นความคิดที่ไม่เคยมองว่าตนเองอาจคิดพลาด และไม่ยอมรับว่าความแพ้คือผลของการไม่เข้าใจสังคม การสร้างเรื่องเล่าใหม่จึงสำคัญกว่าการเคารพเสียงของผู้คนจริง

ประเทศจะเดินหน้าอย่างไร หากกลุ่มที่อ้างสอนเรื่องประชาธิปไตย กลับเป็นกลุ่มแรกที่ดูหมิ่นประชาชนทันทีที่แพ้ หากคนที่พูดเรื่องศักดิ์ศรีมนุษย์เสียงดังที่สุด เป็นคนเดียวกันที่พร้อมเหยียบศักดิ์ศรีของคนอื่นเมื่อผลไม่ถูกใจ

ช่วงเวลานี้จึงไม่ได้สะท้อนแค่อารมณ์หลังความพ่ายแพ้ หากเป็นช่วงที่ตัวตนทางความคิดของปัญญาชนบางคนปรากฏชัด วันที่พรรคการเมืองที่ตนเองเชียร์ไม่ชนะ คือวันที่ภาพผู้รู้ ผู้มีเหตุผล และผู้ชี้นำสังคม ถูกลอกออกไปทีละชั้น เหลือเพียงท่าทีแข็งกร้าวต่อเสียงของประชาชนที่เลือกต่าง

ปัญญาชนในภาพนี้ไม่ได้สะดุดเพราะแพ้เลือกตั้ง แต่สะดุดเพราะรับความจริงไม่ได้ว่าประชาชนคิดเองได้ และอาจไม่เลือกตามกรอบที่ตนวางไว้ ความรู้ที่เคยใช้สร้างความชอบธรรม จึงกลายเป็นเครื่องมือปกป้องความรู้สึกเหนือกว่าในวันที่ผลไม่เป็นใจ

หากปัญญาชนยังแสดงสภาพเช่นนี้ ปัญหาของประเทศก็ไม่ได้เริ่มจากประชาชน แต่เริ่มจากคนที่อ้างว่ามีปัญญา แล้วใช้ปัญญานั้นเป็นเครื่องมือดูถูกการตัดสินใจของคนอื่นทุกครั้งที่แพ้เลือกตั้ง 

พวกเขาพูดเรื่องสิทธิ แต่ไม่เคารพสิทธิของคนเลือกต่าง พูดเรื่องความเสมอภาค แต่รีบแบ่งชั้นทันทีที่ผลไม่ถูกใจ และการพ่ายแพ้ของพรรคที่เชียร์จึงกลายเป็นวันที่ถูกปอกเปลือกออกมาให้เห็นชัดที่สุดว่า ปัญญาชนกำลังยืนอยู่ตรงไหนของประชาธิปไตยกันแน่.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

นายกฯ ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอก ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

นายกฯ ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอก ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

นายกฯ ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอก ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.27 น.

“นายกฯ” ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอก”ม้ามาแล้ว”ความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 พร้อมมอบตุ๊กตาม้า และขนมมงคลจีนให้นายกฯ อย่างไรก็ตาม ปีม้าปีนี้หรือปีนักษัตรมะเมีย ยังตรงกับปีเกิดของนายอนุทินด้วย 

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมประชาสัมพันธ์ นายอนุทิน พานายจาง เจี้ยนเว่ย์ ไปถ่ายรูปให้เห็นฉากหลังตึกไทยคู่ฟ้า และเดินไปส่งนายจาง เจี้ยนเว่ย์ขึ้นรถ

จากนั้นนายอนุทิน เดินมาถ่ายภาพบริเวณบูธจัดกิจกรรมหน้าตึกบัญชาการ 1 โดยนายอนุทิน กล่าวช่วงหนึ่งว่า ม้า มังกร มาแล้วมีพลัง ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น พร้อมชี้ไปที่ตัวเองและกล่าวว่า “นี่ปีม้า” เมื่อถามว่าแสดงว่าปีม้าปีเกิดของตัวเองก็ฉลองความสำเร็จไปด้วยเลยใช่หรือไม่ นายกฯหัวเราะ จากนั้นเป็นประธานการประชุมครม. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันเดียวกันนี้มี ครม.แจ้งลาการประชุม 5 คน ได้แก่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม 

ธรรมนัส ย้ำ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุย เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

ธรรมนัส ย้ำ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุย เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

ธรรมนัส ย้ำ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุย เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.24 น.

“ธรรมนัส”ย้ำ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมระบบเกมการเมืองจบไปแล้ว อย่าสร้างประเด็นให้เกิดความวุ่นวายในสังคมเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มียุทธศาสตร์ในการจัดตั้งรัฐบาลเตรียมไว้แล้ว 

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการทาบทามในการจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ว่า ยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว มีเพียงแค่การพูดคุยในการแสดงความยินดีเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต.ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้ที่นั่ง สส. เพียง 58 ที่นั่งก็ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อนว่าจะมีทิศทางอย่างไร โดยส่วนตัวมองว่ายังไวเกินไปที่จะพูดเรื่องดังกล่าว เนื่องจากกระแสว่ามีสูตรในการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยจะไม่เชิญกล้าธรรมมาเข้าร่วมนั้น ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำว่าจะเชิญหรือไม่เชิญ ตนเองเป็นนักการเมืองมีความพร้อมรับมือในทุกๆเรื่อง อย่าไปกังวลอะไร สำหรับภาพรวมของการเลือกตั้งในครั้งนี้

 โดยส่วนตัวรู้สึกพอใจ และขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน ซึ่งกว่า 5,000,000 เสียงที่ได้รับเป็นเครื่องพิสูจน์ในหลายประเด็นที่พรรคถูกโจมตีมาโดยตลอด เพราะมองว่าเกมการเมืองการเลือกตั้งนั้นจบไปแล้ว ซึ่งต้องเคารพในการตัดสินใจของประชาชน และต้องไม่ผูกใจเจ็บกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่เคยโจมตี อย่าไปสร้างประเด็นให้เกิดความวุ่นวายในสังคม 

ร้อยเอกธรรมนัส บอกอีกว่า เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มียุทธศาสตร์ในการจัดตั้งรัฐบาลเตรียมไว้แล้ว ซึ่งต้องรอเวลาให้มีความชัดเจน และเชื่อว่ายังไม่ใช่เวลาที่ที่จะมาคุยในเรื่องนี้ ซึ่งในส่วนของพรรคกล้าธรรมยังคงอยู่ในที่ที่ตั้ง ส่วนความคาดหวังหากได้ร่วมรัฐบาลและได้สานต่องานในกระทรวงที่เคยกำกับดูแลแล้วก็จะเป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ สมการทางการเมืองไม่ใช่สมการทางคณิตศาสตร์ พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่มีการทำสัญญาใจกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาเพราะเป็นการทำเพื่อบ้านเมือง พร้อมย้ำว่าไม่มีการฮั้วกันเพราะจะเห็นได้จากบางเขตก็มีการแข่งขันที่สูสี พร้อมย้ำว่าพรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล