ทบ.เตรียมเสนอขอพระราชทาน เหรียญกล้าหาญ แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ.เตรียมเสนอขอพระราชทาน เหรียญกล้าหาญ แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ.เตรียมเสนอขอพระราชทาน เหรียญกล้าหาญ แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.24 น.

ทบ.เตรียมเสนอขอพระราชทาน “เหรียญกล้าหาญ” แก่กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามชายแดนไทย-กัมพูชา ผู้กระทำการสู้รบอย่างกล้าหาญอย่างยิ่งยวด เพื่อพิทักษ์อธิปไตยไทย 
 
3 กุมภาพันธ์ 2569 จากสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในห้วงที่ผ่านมา ทั้งในยุทธการยุทธบดินทร์ เมื่อเดือน ก.ค.68 และยุทธการศตวรรษ เมื่อเดือน ธ.ค.68 กำลังพลกองทัพบกที่ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่ตามคำสั่งจักรพงษ์ภูวนารถ ได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ และป้องกันการรุกรานจากฝ่ายตรงข้ามอย่างเต็มขีดความสามารถ 

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กำลังพลบางส่วนต้องเผชิญต่อสถานการณ์ที่ท้าทายและวิกฤติ ที่อาจนำไปสู่การได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตได้ในทันที อย่างไรก็ตามกำลังพลเหล่านี้ยังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณของทหารอาชีพ ยอมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เดินหน้ารับมือกับภัยคุกคามในสมรภูมิด้วยความกล้าหาญยิ่งยวด โดยไม่เกรงกลัวต่ออันตรายใดๆ  

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของกำลังพลกลุ่มดังกล่าว ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น กล้าหาญ และไม่หวาดหวั่นแม้จะมีอันตรายถึงชีวิต จึงมอบหมายให้กรมกำลังพลทหารบกร่วมกับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกที่มีกำลังพลปฏิบัติราชการสนามบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ดำเนินการเตรียมเสนอขอพระราชทานเหรียญกล้าหาญให้แก่กำลังพล รวมถึงครอบครัวทหารกล้าผู้เสียชีวิต เพื่อเชิดชูเกียรติวีรบุรุษทหารหาญ ตอบแทนความเสียสละด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและครอบครัว ให้ได้ร่วมระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้อุทิศตนเพื่อประเทศชาติ ซึ่งจะคงคุณค่าและความภาคภูมิใจไว้ในเหรียญกล้าหาญที่ได้รับพระราชทานตลอดไป 

สำหรับการดำเนินการดังกล่าว ปัจจุบันกรมกำลังพลทหารบกอยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติและรายละเอียดการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลในแต่ละสมรภูมิเป็นรายบุคคล รวมถึงกำลังพลผู้เสียชีวิต โดยมีคณะกรรมการพิจารณาในระดับกองทัพบกเป็นผู้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัติเหรียญกล้าหาญ พ.ศ.2521 ซึ่งหากเสร็จเรียบร้อย จะเร่งดำเนินการส่งรายชื่อกำลังพลทั้งหมด เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาในระดับกองบัญชาการกองทัพไทยและกระทรวงกลาโหม เพื่อดำเนินการเสนอขอพระราชทานเหรียญกล้าหาญให้กำลังพลรวมถึงครอบครัวของวีรบุรุษทหารกล้าให้ได้รับอย่างสมเกียรติต่อไป  

ศรีสุวรรณ บุกแพทยสภา ยื่นข้อมูลเพิ่มสอบ13แพทย์ ช่วยทักษิณนอนรพ.ตำรวจ

ศรีสุวรรณ บุกแพทยสภา ยื่นข้อมูลเพิ่มสอบ13แพทย์ ช่วยทักษิณนอนรพ.ตำรวจ

ศรีสุวรรณ บุกแพทยสภา ยื่นข้อมูลเพิ่มสอบ13แพทย์ ช่วยทักษิณนอนรพ.ตำรวจ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.22 น.

3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น.ที่อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นเอกสารข้อมูลเพิ่ม หลังจากที่แพทยสภามีหนังสือขอข้อมูลประกอบการพิจารณาการสอบสวนจริยธรรมกลุ่มแพทย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร ว่ามีเหตุเพียงพอที่จะมีมติลงโทษเฉกเช่น 3 หมอที่มีมติลงโทษไปเมื่อ 8 พ.ค.68 ก่อนหน้านี้หรือไม่
     
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นร้องเรียนต่อแพทยสภาเมื่อ 24 ต.ค.2566 ให้สอบสวนเอาผิดแพทย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรักษานายทักษิณ ชินวัตร ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 จนกระทั่งคณะกรรมการแพทยสภา มีการประชุมครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ประจำเดือนพฤษภาคม 2568 ได้มีมติลงโทษแพทย์ 3 คน  โดยเป็นการว่ากล่าวตักเตือน 1 คน กรณีประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ได้มาตรฐาน (แพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์) และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 คน (แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ) ในกรณีให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง

นอกจากแพทย์ 3 คนที่แพทยสภามีมติลงโทษไปแล้วนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ายังมีแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการการรักษานายทักษิณ ชินวัตร อีกอย่างน้อย 13 คน ซึ่งองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้ทำหนังสือให้แพทยสภาตรวจสอบเพื่อมีมติลงโทษให้ครบทุกคน ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา แพทยสภาได้มีหนังสือขอข้อมูล 13 นายแพทย์ เพื่อประกอบการพิจารณามายังองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินเพิ่ม เพื่อดำเนินการตามคำร้องต่อไป
     
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า วันนี้องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินจึงทำหนังสือมายื่นให้แพทยสภาเพื่อชี้ประเด็นและข้อมูลให้เห็นถึงพฤติการณ์และกระบวนการรักษาของแพทย์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณว่าชอบตามหลักการประกอบวิชาชีพแพทย์หรือไม่ เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ที่สั่งบังคับโทษนายทักษิณ ให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปีต่อไป

สีหศักดิ์ ย้ำไทยปกป้องอธิปไตย หลังฮุนมาเนต อ้างถูกรุกราน สวนกลับคิดให้ดีฟ้องที่ไหน

สีหศักดิ์ ย้ำไทยปกป้องอธิปไตย หลังฮุนมาเนต อ้างถูกรุกราน สวนกลับคิดให้ดีฟ้องที่ไหน

สีหศักดิ์ ย้ำไทยปกป้องอธิปไตย หลังฮุนมาเนต อ้างถูกรุกราน สวนกลับคิดให้ดีฟ้องที่ไหน

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.14 น.

บิ๊กเล็ก โยน กต.แจง หลัง ฮุนมาเนต อ้างไทยรุกรานกัมพูชา ด้านสีหศักดิ์ บอกเขมรคิดให้ดีจะฟ้องที่ไหน ยันไทยปกป้องอธิปไตยไม่ใช่รุกราน คาดออกมาพูดเพราะกำลังมีปัญหาภายใน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา บอกว่าเตรียมจะประท้วงไทย พร้อมอ้างว่าไทยเข้ามารุกรานดินแดนของกัมพูชา ว่าเรื่องนี้ต้องไปสอบถามกระทรวงการต่างประเทศ

ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เราคิดว่าเป็นการปกป้องอธิปไตย ไม่ใช่การรุกรานใคร ส่วนเรื่องที่กัมพูชาจะไปฟ้องก็ควรจะพิจารณาว่าจะไปฟ้องที่ไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่าทีของนายฮุนมาเนต เหมือนไม่เคารพข้อตกลงที่มีกับประเทศไทยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เขาจะพูดอะไรไป เราก็พร้อม และยึดมั่นกับท่าทีของประเทศไทย ว่าเราไม่ได้รุกราน แต่เป็นการปกป้องอธิปไตย ซึ่งบางครั้งเราต้องเข้าใจว่าเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องภายในประเทศของกัมพูชาหรือเปล่า

เมื่อถามว่าเป็นเพราะนายฮุนมาเนตเสียคะแนนนิยมกับเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อาจจะมีความจำเป็นอะไรบางอย่าง แต่ทางกัมพูชาก็ไม่ได้มีการทำอะไรอย่างเป็นทางการ

อรรถกร ย้ำจุดยืนกล้าธรรม จับได้ทุกพรรคหากไม่แตะหมวด 1-2 ทำให้สถาบันสั่นคลอน

อรรถกร ย้ำจุดยืนกล้าธรรม จับได้ทุกพรรคหากไม่แตะหมวด 1-2 ทำให้สถาบันสั่นคลอน

อรรถกร ย้ำจุดยืนกล้าธรรม จับได้ทุกพรรคหากไม่แตะหมวด 1-2 ทำให้สถาบันสั่นคลอน

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.01 น.

อรรถกร ย้ำจุดยืนกล้าธรรม จับได้ทุกพรรคหากไม่แตะหมวด 1-2 ทำให้สถาบันสั่นคลอน โอ่ตั้งแต่ปี 62 ก๊กธรรมนัส เป็นตัวแปรร่วมรัฐบาลตลอด เหตุทำงานถึงลูกถึงคน มั่นใจ กวาดสส.ใกล้เคียงตัวเลข 70

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม (กธ.)  ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการหาเสียงของพรรค กธ.ว่า พรรค กธ.ชัดเจนมาตลอดตั้งแต่แรก มุ่งเน้นการทำงานแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร สิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษา พรรค กธ.ทำแล้วพูดมาโดยตลอดคือ 1.เราอาจไม่ได้นั่งในห้องแอร์เยอะ แต่ใช้การลงพื้นที่รับฟังปัญหาและร่วมแก้ไขปัญหาพร้อมกับภาคประชาชน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น การหาเสียงของพรรคสามารถพูดได้เต็มปากว่า เราเน้นการทำมากกว่าพูด ซึ่งตนรวมถึง ร.อ.ธรรมนัส อาจจะเป็นกรณีพิเศษ คือ ทำก็เยอะ พูดก็เยอะ เราเชื่อมั่นความจริงใจในการทำงานและเป็นที่ประจักษ์ในหลายครั้ง โดยเฉพาะการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ตนได้หยิบยกประเด็นที่ชัดเจนที่สุดว่าทำไมเราถึงมั่นใจจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ทั่วประเทศ เช่น กรณีการช่วยเหลือน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ ของ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งเข้าไปช่วยอพยพประชาชน และในเขตการเลือกตั้งของตนเอง ได้ยืนยันกับชาวบ้านว่า ตลอดเวลา 15 ปีที่ทำการเมืองมา เจตนารมณ์ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ตนไม่ได้มาเฉพาะตอนเลือกตั้ง แต่ช่วงเวลาปกติก็ไปร่วมงานเทศกาลกับประชาชน ซึ่งยังทำอย่างนั้นอยู่  

“ส่วนตัวการหาเสียงของผมค่อนข้างจะออร์แกนิค พบปะพูดคุยให้ความมั่นใจว่าเราสามารถทำงานได้ด้วยประสบการณ์และพรรคการเมือง ที่สนับสนุนการทำงาน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ขอยืนยันว่านโยบายของพรรค แม้จะไม่ได้หวือหวา แต่เชื่อมั่นว่าทำได้ และหลายส่วนเราทำมาแล้ว และจะผลักดันต่อไป ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่มากขึ้นกว่าเดิม”นายอรรถกร กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองประกาศไม่จับมือกับพรรค กธ. ตรงนี้เสียกำลังใจอย่างไรหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ในกลุ่มการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งอยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารประเทศตั้งแต่ปี 62 ก็มีเราอยู่ในนั้นเสมอ เชื่อว่าพรรคที่เลือกว่าจะเอาใครเข้าร่วมรัฐบาลเห็นถึงศักยภาพ ทั้งในเรื่องการเมืองและการทำงานแบบถึงลูกถึงคน ซึ่งวันที่ 8 ก.พ.ทุกอย่างจะชัดเจน ตอนนี้จะได้เห็นการคาดการณ์ล่วงหน้า โดยทางการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งพรรค กธ.พร้อมร่วมงานกับทุกพรรคที่เห็นว่าทำประโยชน์ ให้กับประเทศ โดยเงื่อนไขเราจะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 และมาตราที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้สถาบันสั่นคลอน ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราประกาศมาโดยตลอด

เมื่อถามว่า ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยังมั่นใจว่าพรรค กธ.จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเข้าไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เรามั่นใจในศักยภาพของเรา และเชื่อว่า เราจะสามารถทำงานในส่วนของการเป็นพรรคร่วมที่ดีได้มาโดยตลอด

เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส คาดการณ์ตัวเลข สส.ไว้ถึง 70 ที่นั่ง ถึงวันนี้แนวโน้มเป็นอย่างไร นายอรรถกร กล่าวว่า ที่ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัสล่าสุด ตัวเลขก็ยังใกล้เคียง ตรงนั้นเป็นการประเมินของผู้ใหญ่ในพรรค ส่วนตนรับผิดชอบในเขตพื้นที่ของตัวเอง และเชื่อมั่นว่าเราสามารถทำได้

ภราดร ปัดเยียวยาน้ำท่วมล่าช้า อนุมัติทั้งหมดก่อนยุบสภาแล้ว แต่มีปชช.แจ้งเพิ่ม

ภราดร ปัดเยียวยาน้ำท่วมล่าช้า อนุมัติทั้งหมดก่อนยุบสภาแล้ว แต่มีปชช.แจ้งเพิ่ม

ภราดร ปัดเยียวยาน้ำท่วมล่าช้า อนุมัติทั้งหมดก่อนยุบสภาแล้ว แต่มีปชช.แจ้งเพิ่ม

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.55 น.

ภราดร ปัดเยียวยาน้ำท่วมล่าช้า อนุมัติทั้งหมดก่อนยุบสภาแล้ว แต่มีประชาชนแจ้งเพิ่มเติม ขอ กกต.แล้วแต่ถูกปัดตก จ่อเสนอไปใหม่ รับถูกนำไปโจมตีทางการเมือง 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงงบเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า เรื่องการเยียวยาน้ำท่วม มี 2-3 รอบ ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะเงิน 9,000 บาท ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติยอดนี้ 2 รอบ จำนวนเงิน 2 หมื่นกว่าล้านบาท แต่หลังจากที่จ่ายเงินไปแล้ว มีส่วนที่มีการสำรวจเพิ่มเติมจากประชาชนที่ไปลงทะเบียนเพิ่มเติม ทำให้มีบางส่วนที่เงินขาดหายไป ในส่วนของเงินน้ำท่วมแบบขั้นบันไดในพื้นที่ภาคกลาง กับภาคเหนือตอนล่าง และมีส่วนเพิ่มในภาคใต้บางส่วน ก้อนนี้รวมแล้วประมาณ 2.1 พันล้านบาท เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการหารือกันในที่ประชุม ครม. และครม.ได้อนุมัติยอดวงเงินนี้ไป พอดีอยู่ในช่วงของการยุบสภา ถ้าจะใช้งบกลางต้องไปขออนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กกต.ได้พิจารณาเรื่องนี้และได้ข้อสรุปว่า กกต. ไม่อนุมัติ แล้ววันนี้น่าจะมีการหารือกันในที่ประชุม ครม. โดยแจ้งมติของ กกต.ให้ ครม.รับทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้จะมีแนวทางอย่างไร นายภราดร กล่าวว่า ในส่วนแนวทางกำลังให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เสนอเรื่องเข้ามาใหม่ และหลังจากที่ ครม.มีมติใหม่ จะให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอไปยัง กกต.อีกครั้ง โครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการใหม่ เป็นโครงการที่สืบเนื่องมาจากการแก้ไขปัญหาเยียวยาน้ำท่วม ซึ่ง ครม.ได้มีมติอนุมัติชัดเจนไปแล้ว ส่วนที่ขอไปนี้คือ วงเงินไม่เพียงพอกับการชดเชยเยียวยาให้กับประชาชน จึงได้ขอเพิ่มเติมเข้าไป 2 พันกว่าล้านบาท ไม่แน่ใจว่า กกต.เข้าใจวัตถุประสงค์ผิดหรือไม่ ฉะนั้น คิดว่าจะมีการหารือใน ครม.วันนี้ น่าจะมีการอนุมัติ เพราะจะเป็นมติ ครม.ใหม่ และทำเรื่องไปที่ กกต.อีกครั้ง และชี้แจง กกต.

เมื่อถามว่า กกต.ได้ให้เหตุผลหรือไม่ว่า ทำไมจึงไม่อนุมัติ นายภราดร กล่าวว่า กกต.ให้เหตุผลว่าให้ย้อนกลับไปทำใหม่  เมื่อถามอีกว่า การเยียวยาประชาชนที่ยังไม่ถึงมือประชาชน ทำให้พรรคการเมืองนำประเด็นนี้ไปปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์ นายภราดร กล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องบอกว่า ครม.เห็นถึงความสำคัญและเยียวยาเรื่องน้ำท่วมเต็มเม็ดเต็มหน่วย และปีนี้จะเห็นว่าเร็วมาก จะเห็นว่า 2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นก้อนใหญ่ ก็ได้มีการอนุมัติไปแล้วก่อนที่จะมีการยุบสภา แต่หลังจากยุบสภาได้มีการสำรวจเพิ่มเติมเข้ามา แต่จำนวนเงินไม่เพียงพอ จำเป็นต้องขออนุมัติเพิ่มเติม กรอบวงเงินอีก 2 พันกว่าล้านบาท หาก กกต.อนุมัติ ขั้นตอนของ ปภ.และจังหวัดได้ผ่านคณะกรรมการของจังหวัดเรียบร้อย เพียงแต่รอเงินก้อนนี้ ทางสำนักงบประมาณก็พร้อมแล้ว รอสัญญาณจาก กกต.เท่านั้น

เมื่อถามย้ำว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่า ประเด็นนี้อาจจะถูกหยิบยกไปโจมตีทางการเมืองในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นายภราดร กล่าวว่า จริงๆ ก็มีคนนำไปเป็นประเด็นการเมือง แต่ยืนยันที่ผ่านมา ครม.ไม่ได้ช้าเลย ได้อนุมัติทั้งหมดเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่มีปัญหาในช่วงของการยุบสภา บางคนก็บอกว่ายุบสภาหนี ถ้าไม่ยุบสภาก็สามารถที่จะอนุมัติได้ ความจริงเราอนุมัติไปก่อนแล้ว ก่อนที่จะมีการยุบสภาอีก เพียงแต่ที่มันขาดอยู่ในขณะนี้คือ ขาดในตัววงเงินเท่านั้น ซึ่งเป็นการขาดจากที่มีการสำรวจเพิ่มเติมหลังจากมีคนไปแจ้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการพิจารณาใน ครม. จะชัดเจนเมื่อไหร่ นายภราดร กล่าวว่า คิดว่าเป็นสัปดาห์นี้ หลังจากที่มีการแจ้งมติของ กกต. ครม.ก็อาจจะพิจารณาเรื่องนี้ทันที ทั้งนี้ คาดว่าจะมีมติ ครม.ในวันนี้ และจะเสนอไป กกต.ใหม่ และคิดว่า กกต.จะมีการประชุมวันจันทร์หรืออังคารหน้า 

นายภราดร กล่าวว่า อยากฝาก กกต.ในเรื่องการขออนุมัติใช้งบกลาง ซึ่งตนคิดว่าคงจะต้องทำความเข้าใจและไปดูแลในรายละเอียดมากขึ้น เพราะมันไม่ใช่ความเดือดร้อนของใคร แต่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้ โครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการใหม่ เป็นโครงการที่อนุมัติเดิมไว้แล้ว เพียงแต่วงเงินไม่เพียงพอ จึงจะขออนุมัติวงเงินเพิ่มเติมเท่านั้นเอง 

ถกครม.นัดส่งท้ายก่อนเลือกตั้ง รมต.แห่ลา 19 คน

ถกครม.นัดส่งท้ายก่อนเลือกตั้ง รมต.แห่ลา 19 คน

ถกครม.นัดส่งท้ายก่อนเลือกตั้ง รมต.แห่ลา 19 คน

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.33 น.

นายกฯ บอกยังไม่คุย ศักดิ์ดา ปมคลิปเสียง ก่อนหัวเราะ รมต.ลา ครม. 19 คน 

เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 3 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังเป็นประธานพิธีบรรจุอัฐิทหาร
ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยระหว่างที่นายกฯ เดินจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกบัญชาการ 1 นั้น นายกฯ ทำความเคารพและทักทายสื่อมวลชนด้วยการทำท่า วันทยหัตถ์ 

ทั้งนี้เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย กรณีคลิปเสียงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังเลย วันนี้มาหรือเปล่าไม่รู้ ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า วันนี้นายศักดิ์ดาลา นายกฯ กล่าวว่า เหรอ ผู้สื่อข่าวกล่าวต่อว่า วันนี้มีรัฐมนตรีลา ครม. 19 คน นายกฯ กล่าว “โอ้โห” พร้อมกับหัวเราะออกมา 

จากนั้นนางวาทินี พันธุ์งาม กรรมการมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้าพบนายกฯ เพื่อมอบดอกไม้ที่ระลึก (ดอกป๊อปปี้) เนื่องในวันทหารผ่านศึก ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยนายกฯ ได้กล่าวว่า เมื่อเช้าก็ไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมา ก่อนจะส่งดอกป๊อปปี้ให้กับนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนเข้าประชุม ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้มีรัฐมนตรีลาประชุม ครม.จำนวน 19 คน ประกอบ 1.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม 2.นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ  3. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์  4. นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 5.นางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม 6. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย 7.นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย

8.นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์  9.นายนเรศ ธํารงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 10.นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข 11.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 12.นายอัครา พรหมเผ่า รมว. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 13.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ 14.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว. อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 15.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน  16.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม  17.จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม 18.นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช. ศึกษาธิการ และ19.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

อรรถกร เผยงบแข่งกีฬานานาชาติ ไม่เพียงพอส่งนักกีฬาเข้าร่วม หลังถูกตัดงบ

อรรถกร เผยงบแข่งกีฬานานาชาติ ไม่เพียงพอส่งนักกีฬาเข้าร่วม หลังถูกตัดงบ

อรรถกร เผยงบแข่งกีฬานานาชาติ ไม่เพียงพอส่งนักกีฬาเข้าร่วม หลังถูกตัดงบ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.32 น.

อรรถกร รับงบแข่งกีฬาระดับนานาชาติ ไม่เพียงพอส่งนักกีฬาเข้าร่วม หลังถูกตัดงบ จาก 2,000 กว่าล้าน เหลือ 1,200 ล้านบาท ลั่น พร้อมแก้ไขจัดงบส่งตรงถึงมือนักกีฬา โดยไม่ผ่านสมาคม หวังแก้ปัญหาได้ในระยะยาว

3 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงกรณีที่วานนี้ (2ก.พ.69) มีตัวแทนจากโอลิมปิกมาบอกกับตนว่ามีการตัดงบประมาณ ซึ่งตนได้เตรียมเอกสารบางส่วนเพื่อเตรียมชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมและรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านการท่องเที่ยวและกีฬาหากต้องการสอบถามในประเด็นดังกล่าว และวานนี้ได้มีการออกข่าว ตนจึงไม่สบายใจและเป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพและทำงานร่วมกับท่านมาหลายเดือน ซึ่งท่านบอกว่ามีการตัดงบประมาณในส่วนของการสนับสนุนนักกีฬาให้ไปแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ จาก 2,000 กว่าล้านบาท เหลือ 1,200 ล้านบาท 

ทั้งนี้ เอกสารที่ตนมีนั้น มีการวางแผนและมีกระบวนการขออนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนก่อน โดยคณะกรรมการได้วางกรอบไว้ในปี 2569 ประมาณ 4,100 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้จะมี 12 แผนงาน และ 1 ในแผนงานนั้นคือ ประเด็น 1,200 ล้านบาทในการส่งนักกีฬาไปแข่งขันกีฬาต่างๆ ฉะนั้นช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมามีการประชุม และขณะนั้นตนอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปลายเดือนกันยายน 2568 มีการตอบรับจากกระทรวงการคลังว่า เห็นชอบกับสิ่งที่คณะกรรมการได้นำเสนอไป 

ดังนั้น กรอบที่ตัดออกไป ตนยืนยันว่าเท่าเดิม ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตนได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทยมาโดยตลอดและยืนยันว่าพวกเราจำเป็นจะต้องแก้ไข แล้วต้องหาทางทำให้ประเทศไทยโดยการกีฬาแห่งประเทศไทยและกองทุนสามารถส่งนักกีฬาไปแข่งได้ด้วยจำนวนเงินที่สมเหตุสมผล ย้ำว่าไม่มีปัญหาอะไรและต้องขอบคุณโอลิมปิกที่เป็นห่วง ซึ่งทางโอลิมปิกก็เป็นหนึ่งในกรรมการในคณะที่เสนอ 1,200 ล้านด้วย 

ทั้งนี้ เมื่อตนเข้ามา อะไรที่สามารถแก้ไขทำให้ดีขึ้นได้ตนก็ยินดี / นอกจากนี้ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนตนเป็นตัวแทนรองนายกรัฐมนตรีที่เป็นประธานในการประชุมบอร์ดกองทุนกีฬาในการมีความเห็นขอให้เราทำนำร่องการจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาเพราะที่ผ่านมานั้นมีปัญหามาโดยตลอด เช่น กรณีที่นักกีฬาออกมาร้องเรียนว่าเงินช้าได้เงินไม่ถึง จึงอยากให้ดำเนินการจ่ายตรงไปที่นักกีฬาโดยไม่ผ่านสมาคม และเรามีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาไปได้ และอาจจะเป็นแนวทางที่หลายคนไม่คุ้นเคยแต่สุดท้ายแนวทางดังกล่าว ตนเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไปได้ และขอเชิญชวนผู้บริหารโอลิมปิกมาร่วมทำงานกันเพราะเราเชื่อว่าความโปร่งใสในการดูแลนักกีฬาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด

นายอรรถกร เปิดเผยอีกว่า ตนทำงานตามกรอบในเอกสารที่ตนมาสานงานต่อ ซึ่งวันที่ตนเข้ามารับในกรอบแผนงานดังกล่าวถูกอนุมัติมา 1,200 ล้านบาท แต่ความต้องการขณะนั้นขอมากว่า 10,000 ล้านบาท แต่การพิจารณาและการกลั่นกรองต่างๆที่ส่งไปยังกระทรวงการคลังอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท 

เมื่อถามว่าจะเพียงพอต่อการส่งนักกีฬาไปแข่งเอเชียนเกมส์หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าหากพูดตามตรงก็อาจไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของตนที่ยังรักษาการอยู่ที่จะหาทางทำให้ประเทศไทยสามารถส่งไปได้เพียงพอและมีความเหมาะสม

ทุกพรรคตั้งเป้าไว้สูง ภราดรเผยตัดสินวันเลือกตั้ง8ก.พ. ยันภท.ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า

ทุกพรรคตั้งเป้าไว้สูง ภราดรเผยตัดสินวันเลือกตั้ง8ก.พ. ยันภท.ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า

ทุกพรรคตั้งเป้าไว้สูง ภราดรเผยตัดสินวันเลือกตั้ง8ก.พ. ยันภท.ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.26 น.

ภราดร บอกทุกพรรคตั้งเป้าไว้สูง แต่สุดท้ายตัดสินวันที่ 8 ก.พ. ยัน ภท.ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า ต้องเห็นผลเลือกตั้งก่อน ฝาก กกต.หาแนวทางแก้ไขข้อผิดพลาด อย่าทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มั่นใจ
 

3 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้สมัคร สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ระบุอาจได้ สส. 200 กว่าที่นั่ง ว่าหัวหน้าพรรค ภท. พูดชัดเจนแล้ว ซึ่งทุกพรรคการเมืองคาดหวังและตั้งเป้าสูงไว้ก่อน อย่างพรรคกล้าธรรม (กธ.) เขาก็คาดว่า จะได้ 80-90 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาชน (ปชน.) ล่าสุดเห็นบอกว่าน่าจะได้ 300 ที่นั่งแล้ว ตอนนี้รวมๆ กันแล้ว 700-800 ที่นั่ง ทุกพรรคคาดหวังสูง แต่สุดท้ายแล้วอยู่ที่วันที่ 8 ก.พ. อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจว่าจะให้โอกาสพรรคไหนเข้ามาทำงานในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของพรรค ภท.มีการจัดทำโพลของตัวเองหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนอยู่ในพื้นที่ ไม่ได้เป็นคนทำ เมื่อถามว่า มีอะไรอยากฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เรื่องของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเมื่อการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ. คิดว่าคงจะต้องไปตรวจสอบดูว่ามีความผิดพลาดบกพร่องเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าจริง กกต.ก็ต้องหามาตรการหรือแนวทางว่าจะดำเนินการแก้ไขความผิดพลาดบกพร่องอย่างไร ฝาก กกต.ให้ระมัดระวัง เพราะเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก และทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มั่นใจในกระบวนการเลือกตั้ง 
 
เมื่อถามว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง แต่มีกระแสข่าวว่ามีการดีลเก้าอี้รัฐมนตรีตั้งรัฐบาลกันแล้ว นายภราดร กล่าวว่า พรรค ภท.ไม่มี รอให้ผลการเลือกตั้งออกมาก่อน และดูว่าประชาชนจะไว้ใจพรรคการเมืองไหนเข้ามาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามอีกว่า ในพื้นที่มีการยิงกระสุนกันหรือไม่ นายภราดร หยอกว่า “มีแต่โคกกระสุน ติดล้อยาง รั่วไปหมดแล้ว”

ทนาย ปชน.ย่องเงียบ! ยื่นหนังสือกกต.ตรวจสอบกปน.ทำผิดพลาดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

ทนาย ปชน.ย่องเงียบ! ยื่นหนังสือกกต.ตรวจสอบกปน.ทำผิดพลาดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

ทนาย ปชน.ย่องเงียบ! ยื่นหนังสือกกต.ตรวจสอบกปน.ทำผิดพลาดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.23 น.

ทนาย ปชน.ย่องเงียบ! ยื่นหนังสือกกต.ตรวจสอบกปน.ทำผิดพลาดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 ตามที่พรรคประชาชน (ปชน.) แจ้งว่าจะมีการส่งทนายความมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการตรวจสอบความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา หลายจุด อาทิ กรณีกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ไม่กรอกข้อมูลจังหวัด เขตเลือกตั้ง หรือรหัสเขตเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงบนซองใส่บัตรเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.5/2) หรือกรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง กรณีที่เลือกตั้งกลางหลายแห่ง ไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.4/14)  โดยมีการนัดหมายว่าจะมาที่สำนักงานกกต.เวลา 08.46 น. ทำให้มีสื่อมวลชนมาปักหลักรอทำข่าวจำนวนมาก แต่จนถึงเวลานัดหมายก็ยังไม่พบ

ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการทั่วไป ที่ทำหน้าที่รับส่งเอกสาร แจ้งว่า มีผู้แทนจากพรรคประชาชนมายื่นเรื่องไปแล้วก่อนหน้านี้

อนุทิน เดินตลาดเช้าพระนั่งเกล้า พบชาวนนทบุรี แม่ค้าหยอกชอบมาก อนุทิน ชินวัตร

อนุทิน เดินตลาดเช้าพระนั่งเกล้า พบชาวนนทบุรี แม่ค้าหยอกชอบมาก อนุทิน ชินวัตร

อนุทิน เดินตลาดเช้าพระนั่งเกล้า พบชาวนนทบุรี แม่ค้าหยอกชอบมาก อนุทิน ชินวัตร

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.30 น.

อนุทิน เดินตลาดเช้าพระนั่งเกล้า พบชาวนนทบุรี แม่ค้าหยอกชอบมาก อนุทิน ชินวัตร ปชช.ขอเพิ่มเงินผู้สูงอายุ บอกได้หลักพันเลือกแน่ โชว์ปั่นจักรยานพาผู้สมัครซ้อนท้าย มั่นใจได้สส.นนทบุรี

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3 ก.พ.2569 ที่ จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมในตรี พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงตลาดนัดเช้าพระนั่งเกล้า เพื่อช่วยน.ส.กัญญาพร แก้วทิพย์ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทยหาเสียง  โดยมีผู้สมัคร สส.นนทบุรี ประกอบด้วย นายเฉลิมพล นิยมสินธุ์ ผู้สมัครสส.เขต 2  น.ส. สิริภิญญ์ อินทรประเสริฐ ผู้สมัครสส.เขต 3 และนายอดุล จันทร์แก้ว ผู้สมัครสส.เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ร่วมลงพื้นที่หาเสียงด้วย

โดยนายอนุทิน เดินทักทายพ่อค้า แม่ค้าที่ขายของในตลาด และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในช่วงเช้า ซึ่งมีประชาชนดึงมือนายอนุทินไปดูลายมือ พร้อมบอกว่า “อนาคตจะได้เป็นนายกฯไหม“ 

ซึ่งตลอดทางบรรดาพ่อค้าแม่ค้าสอบถามถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งนายอนุทิน กล่าวว่า  “100 เปอร์เซ็นต์” และช่วงหนึ่งนายอนุทินได้สอบถามแม่ค้าว่า “ได้คนละครึ่งพลัสไหม” แม่ค้าจึง บอกว่า “ได้รับแล้ว”  นายอนุทิน จึงกล่าวว่า “ให้รอเฟส 2”

ขณะที่ในช่วงที่นายอนุทิน เดินในตลาดได้มีแม่ค้าคนหนึ่งกล่าวกับนายอนุทินว่า “ดีใจมากที่ได้เจอท่าน” ก่อนกล่าวหยอกล้อนายอนุทินว่า “ลูกชอบท่านมาก อนุทิน ชินวัตร”  ซึ่งทำให้นายอนุทินถึงกับหัวเราะก่อนตอบว่า “เป็นมงคลๆ” และยังมีแม่ค้าบอกนายอนุทินว่า “ใจให้ร้อย” นายอนุทิน กล่าวตอบว่า “ไม่เอาร้อย เอาเบอร์ 37”  นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้ากล่าวทักทายนายอนุทิน พร้อมบอกว่า “ได้กลับมาแน่นอน”

ผู้สื่อข่าวรายงาน ช่วงหนึ่งมีผู้สูงอายุเข้ามาขอถ่ายรูปกับนายอนุทิน พร้อมขอให้เพิ่มเงินผู้สูงอายุเป็น 1,000 -2,000 บาท เพราะ 600 บาทมันน้อยไป ถ้าได้จะเลือกเลย นายอนุทิน จึงหันมาตอบว่า “ได้ แต่ต้องดูที่งบประมาณ”  ขณะเดียวกันได้มีอาม่าที่อายุมากถือไม้เท้า เดินมาขอถ่ายภาพกับนายอนุทินพร้อมบอกว่า “เหนื่อยเลย” นายอนุทินจึงประคองอาม่าเดินเข้ามาในซอย บอกให้พักก่อน นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับดีใจวิ่งเข้ามากอด พร้อมโอบเอวนายอนุทินและพยายามจะหอมแก้มนายอนุทิน ทั้งนี้ระหว่างเดินตลาดนายอนุทิน ยังได้อุดหนุนขนมนางเล็ดและหอยทอดด้วย

จากนั้นนายอนุทิน ได้เดินไปขึ้นคร่อมจักรยานที่มีป้ายหาเสียงเป็นรูปนายอนุทิน พร้อมหมายเลข 37 โดยมีน.ส.กัญญาพร ผู้สมัครสส.นั่งซ้อนท้าย ก่อนปั่นจักรยานในบริเวณดังกล่าว ท่ามกลางประชาชนมายืนถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน ซึ่งมีประชาชนนำหมวกมาขอลายเซ็นนายอนุทิน นำสมุดมาให้เซ็นและหันหลังให้เซ็นลายเซ็นบนเสื้อ

จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจพื้นที่นนทบุรีว่า จากการลงพื้นที่ได้รับการตอบรับที่ดีประชาชนเดินเข้ามาให้กำลังใจบอกว่าชื่นชอบผลงานรัฐบาล บางคนเข้ามาทักบอกว่าสมัยตนเป็นรมว.สาธารณสุข ก็ใช้ชีวิตที่นนทบุรีไม่ต่ำกว่า 5 ปี ก็คุ้นเคยกับหลายคน ทราบถึงปัญหาและสิ่งที่ต้องแก้ไขของนนทบุรี ส่วนจะเจาะฐานเสียงได้หรือไม่นั้นผู้สมัครทำงานอย่างเต็มที่และเป็นคนในพื้นที่ และเราไม่อ้อนขอคะแนน แต่จะเอาผลงานมาแลกคะแนน เอาความมั่นใจและความไว้วางใจของประชาชนถ้าสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ประชาชนจะเลือกเราเอง