อนุทิน มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ.ได้เลือกตั้ง เมิน อภิสิทธิ์ เตือนกทม.กาน้ำเงินได้ส้ม

อนุทิน มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ.ได้เลือกตั้ง เมิน อภิสิทธิ์ เตือนกทม.กาน้ำเงินได้ส้ม

อนุทิน มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ.ได้เลือกตั้ง เมิน อภิสิทธิ์ เตือนกทม.กาน้ำเงินได้ส้ม

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.10 น.

อนุทิน มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ.ได้เลือกตั้ง เมิน อภิสิทธิ์ เตือนกทม.กาน้ำเงินได้ส้ม สวนไม่ยุ่งพรรคอื่น โต้ ธนาธร คนสั่งการเมืองได้มีแต่ปชช. 

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 ก.พ.2569 ที่ตลาดเช้าพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงวันที่ 3 ก.พ.ที่เป็นวันทหารผ่านศึก จะให้ความสำคัญกับชายแดนอย่างไรบ้างว่า วันนี้ชายแดนอยู่ในระดับที่สงบ คุมสถานการณ์ได้ ยังไม่มีสัญญาณใดๆบอกว่าจะเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ขอให้ประชาชนมั่นใจและวางใจว่ากองทัพและรัฐบาลดำเนินการทุกอย่าง เราไม่ประมาท แม้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่การควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังชายแดนยังคงเข้มงวด เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ 

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ไม่มีปัญหาแน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”ต้องไม่มีครับ วันที่ 8 อีกไม่กี่วันแล้ว และวันที่ 1 ก.พ. เราเห็นประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ที่เป็นการกำหนดอนาคตประเทศ“ 

เมื่อถามว่ากระแสพรรคภูมิใจไทยในกทม.เป็นอย่างไรบ้าง เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดทำนองว่าหากเลือกน้ำเงินผลการเลือกตั้งในพื้นที่กทม.จะออกมาแบบเดิม ที่พรรคประชาชนได้เกือบยกจังหวัด นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นความคิดของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ทางที่ดีที่สุดคือเรานำเสนอนโยบายและความเข้มแข็งของพรรคตัวเองให้มากที่สุด ไม่ควรไปพูดถึงพรรคอื่นๆโดยเฉพาะไปพูดถึงพรรคอื่นลักษณะด้อยค่าดูถูกดูแคลนวิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่นๆ ทั้งที่ไม่ได้กำหนดมา นโยบายของทุกพรรคต้องมีประโยชน์ต่อประชาชนไม่เช่นนั้นกรรมการบริหารพรรคคงไม่ผ่านออกมาเราก็ต้องให้เกียรติ การดำเนินการอะไรก็แล้วแต่สังเกตได้เลยว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เคยไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายและความคิดคนอื่นๆ ไม่ชี้ชวนประชาชนให้จงเกลียดจงชังหรือให้มีความรู้สึกที่ไม่ดีกับพรรคอื่น

เมื่อถามว่ามั่นใจจะปักธงกทม.ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าเราก็มั่นใจในตัวผู้สมัครของเรา เราไม่ใช่ไปจับมาจากที่ไหนทุกคนต้องมีประวัติ มีความใกล้ชิดกับพื้นที่ตัวเองเสมือนเป็นผู้แทนประชาชนในพื้นที่นั้นๆ 

เมื่อถามว่าวันที่ 2 ก.พ. ได้ประเมินว่าได้เก้าอี้มากกว่า 200 นายอนุทิน กล่าวว่า “เมื่อวานเหรอเก้าอี้ 2 หมื่นกว่าที่สุพรรณบุรี” 

เมื่อถามถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน​ บอกว่า​ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ยอมให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาล​ นายอนุทิน กล่าวว่า​ ยังไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้ และไม่ทราบ​ว่า​ ใบสั่งจะมาจากใคร​ ใบสั่งใครจะเป็นรัฐบาล​ ใครจะเป็น​ สส. มาจากประชาชน ไม่มีใครสั่งได้​ ตอนเลือกตั้งใครจะเดินเข้าสภาฯคือประชาชนสั่งอย่างเดียว​ โหวตเตอร์สั่งอย่างเดียว​ ดังนั้น​ ในเมื่อมาจากประชาชนก็ไม่ต้องเกรงกลัวใบสั่งอะไรทั้งสิ้น​ และจริงๆแล้ว​ คำถามและคำตอบจบในตัวเอง​ คนที่เลือก สส.มาคือใคร​ คือประชาชน​หรือเปล่า​ ดังนั้น​ สส. ที่ถูกเลือกมาโดยประชาชนก็ต้องฟังประชาชน​ นี่คือใบสั่ง​ อย่าไปกังวลครับ​ ไม่มีหรอกใบสั่ง ตนเล่นการเมืองมา 22-23 ปีแล้วไม่เคยเจอใบสั่งสักใบ

ธนาธร ปรี๊ด! โต้ข่าว’เขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล’ ลั่นไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของปชช.

ธนาธร ปรี๊ด! โต้ข่าว'เขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล' ลั่นไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของปชช.

ธนาธร ปรี๊ด! โต้ข่าว’เขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล’ ลั่นไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของปชช.

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.57 น.

ธนาธร เดือดโต้กระแสที่ว่าเขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล ลั่น ไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของประชาชน ใบอนุญาตจะให้ใครเป็นรัฐบาล อยู่ที่ประชาชนคนเดียว

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ที่สามเหลี่ยมทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง และแนะนำตัวผู้สมัคร สส. จันทบุรีในนามพรรคประชาชน 3 เขต ได้แก่ เขต 1 วรายุทธ ทองสุข หมายเลข 4 เขต 2 ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ หมายเลข 4   เขต 3 ไพโรจน์ บัวเผื่อน หมายเลข 1

โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมเวทีปราศรัย โดยกล่าวถึงปัญหาเดิม ปัญหาใหม่ และปัญหาใหญ่ของชาวจังหวัดจันทบุรี

ปัญหาแรก ปัญหาที่ดิน สปก. เช่นในพื้นที่อำเภอสอยดาว โป่งน้ำร้อน ที่พี่น้องจำนวนมากถือเอกสาร สปก. ทั้งที่เมืองเจริญเติบโตขยายไปหมดแล้ว แต่ถูกจำกัดการพัฒนา ทำให้ต้องทำแต่การเกษตรเท่านั้น รวมทั้งปัญหาที่ดินสอยดาว พี่น้องหลายคนอยู่กินทำกินในที่ดินมาก่อนจะมีการขีดเส้นออกประกาศพื้นที่ป่า ทำให้ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ดินตัวเองจะมีปัญหา

นอกจากยี้ยังมีปัญหาช้างป่า พี่น้องสวนผลไม้ เช่นลำไย และทุเรียน ถูกช้างป่าเข้ามาทำลายพื้นที่เกษตร ทำลายพื้นที่บ้านเรือน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข

ส่วนปัญหาเดิมๆ ที่ทับถมกันมา ก็คือการบริการภาครัฐ ยกตัวอย่างเช่นน้ำประปา พี่น้องหลายพื้นที่ที่ตนไปเจอมาน้ำยังขุ่นข้น ไหลบ้างไม่ไหลบ้าง โรงพยาบาลแออัด บุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล ก็ทำงานกันหนักมากไม่ได้หลับไม่ได้นอน ทำงานกัน 60-70 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าชีวิตหมอพยาบาลไม่ดี จะดูแลชีวิตพี่น้องประชาชนให้ดีได้อย่างไร

เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ทุกท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมการเข้าถึงบริการภาครัฐถึงแตกต่างกันขนาดนี้ ทำไมน้ำประปาเราไม่เหมือนกัน ทำไมยังมีคนอีกจำนวนมากต้องอยู่อย่างหวาดระแวงในที่ดินทำกินของตัวเอง ท่านเห็นด้วยหรือไม่ว่าบริการภาครัฐจะต้องเสมอภาคกัน

สำหรับปัญหาใหญ่ คือภาคการประมงล่มสลาย จากที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญของจังหวัด แต่ พ.ร.บ. ประมงฯ ฉบับล่าสุด ทำให้พี่น้องสูญเสียรายได้ สูญเสียอาชีพ รวมทั้งตลาดค้าพลอยที่เคยเป็นเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกลับต้องซบเซาลงเรื่อยๆ มากไปกว่านั้น หากไปดูบริเวณชายทะเล ก็เจอภัยคุกคามใหม่ที่มาถึงแล้ว นั่นคือปลาหมอคางดำ ที่เข้ามารุกรานทำลายประมงเพาะเลี้ยงและทำลายระบบนิเวศ

ปัญหาเดิม ปัญหาใหม่ ถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาใหญ่ของประเทศ นั่นคือปัญหาสังคมไทยเข้าสู่สังคมชรา ปัญหายาเสพติด ปัญหากระบวนการยุติธรรมและการคอร์รัปชัน

ทั้งหมดนี้ เราจะปล่อยสังคมไทยเป็นต่อไปแบบนี้ไม่ได้ และภารกิจของคนแต่ละรุ่น คือต้องส่งต่อสังคมที่ดีกว่าไปให้คนรุ่นถัดไป ผมจึงถามทุกท่านว่าสังคมนี้เหมาะสมดีพอที่จะให้ลูกหลานเราเติบโตขึ้นมาหรือไม่

ตั้งแต่เราเป็นพรรคอนาคตใหม่ มาจนถึงพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน เราเชื่อว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ วันนี้เราเชิญทุกท่านมาร่วมเดินทางกับพวกเรา ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาเราทำให้ทุกท่านเห็นแล้ว ว่าเราเอาจริง ท่านจึงเกิดศรัทธา สนับสนุนพวกเรา

และนี่คือเพื่อนร่วมงานที่ตนรู้สึกภาคภูมิใจ เซีย จำปาทอง ผู้ที่ผลักดันสวัสดิการให้กับพี่น้องคนทำงาน ปรับสิทธิลาคลอดจาก 90 วัน มาเป็น 120 วัน เบญจา แสงจันทร์ ผู้ที่อภิปรายสาเหตุค่าไฟแพง จนถูกทุนพลังงานฟ้องร้อง 100 ล้านบาท และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้ที่ออกมาเปิดรายละเอียดการใช้เงินภาษีประชาชนไปทำปฏิบัติการไอโอ รวมทั้งผลักดันการปฏิรูปกองทัพ

สำหรับผู้แทนราษฎรจันทบุรี บิว วรายุทธ ทองสุข เขต 1 มีบทบาทในการทวงเงินค่าตอบแทนโครงการคนละครึ่งให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก รวมกว่า 10 ล้านบาทใน กมธ. จนได้เงินคืนมา ส่วนเฟิร์น ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ เขต 2 ร่วมต่อสู้กับชาวบ้านที่มีปัญหาที่ดิน จนได้สิทธิ์ในการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินที่ตนเองอยู่มาก่อนมีเขตป่าไม้ และเล็ก ญาณธิชา บัวเผื่อน เขต 3 ผลักดันเงินชดเชยการเสียชีวิตตาจช้างป่า จาก 1.8 แสนบาท ไปเป็น 5 แสนบาท รวมถึงผลักดันการชดเชยความเสียหายต่อทุเรียน 10,000 บาท/ต้น จากที่ได้ไม่กี่พันบาทต่อไร่ นี่คือตัวอย่างเพื่อนร่วมงานที่ตนภูมิใจ และก็คือผู้แทนราษฎรที่ชาวจันทบุรีเลือกมา

ตลอด 8 ปีของพวกเรา เราทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้มาหลายครั้ง ตั้งแต่การตั้งพรรคและถูกปรามาสว่าเป็นพรรคใหม่ ไม่มีหัวคะแนน ไม่มีผู้มีอิทธิพล พรรคแบบนี้ได้ 5 เสียงก็เก่งแล้ว แต่เราทำให้เป็นไปได้ พรรคอนาคตใหม่ได้ 80 เสียง เป็นพรรคอันดับ 3 ของประเทศไทย

ปี 2566 เขาปรามาสป้ายสีเราต่างๆ นานา ทั้งชังชาติ ล้มเจ้า แต่เราก็ทำให้เห็นอีกครั้ง พรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศ

“ครั้งนี้ เขาบอกว่าเราตั้งรัฐบาลไม่ได้ ผมบอกว่าไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของประชาชน ใบอนุญาตจะให้ใครตั้งรัฐบาล อยู่ที่ประชาชนคนเดียว ไม่มี สว. มาขัดขวางความเจริญประเทศอีกแล้ว”

นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ครั้งที่แล้ว 14 ล้านเสียงไม่พอตั้งรัฐบาล มาเลือกตั้งครั้งนี้ต้อง “กาส้มทั้งสองใบ” ไม่ได้เลือกนโยบายหรือผู้สมัครรายคน แต่คือการเลือกอนาคตประเทศ เลือกคนมาเป็นนายกฯ ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้เอาให้ถึง 20 ล้านเสียง ใครก็ขวางไม่ได้

นายธนาธร กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่ายอมจำนนกับปัจจุบัน ความยากลำบาก ความอยุติธรรม ถ้าท่านเชื่อเหมือนพวกเรา ขอให้ใช้เวลาไม่กี่วันที่เหลือนี้ร่วมเดินทางกับเรา เราจะทำเต็มที่ในส่วนของเรา ขอให้ท่านทำในส่วนของท่านให้เต็มที่ได้ไหมครับ

“อย่ากลัวความเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต”

ปชป.ปล่อยคลิปเด็ดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. ขอโอกาสสร้าง ฟ้าใหม่ ไปด้วยกัน

ปชป.ปล่อยคลิปเด็ดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. ขอโอกาสสร้าง ฟ้าใหม่ ไปด้วยกัน

ปชป.ปล่อยคลิปเด็ดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. ขอโอกาสสร้าง ฟ้าใหม่ ไปด้วยกัน

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.30 น.

ปชป.ปล่อยคลิปเด็ดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. ขอโอกาสสร้าง ฟ้าใหม่ ไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย โดยระบุว่า “ทุกหัวใจมีรัก กุมภา 69” ซึ่งในคลิปเป็นการสร้างสรรค์โดย AI คล้ายการเปรียบเปรยชายหนุ่มที่กลับมาขอความรักจากหญิงสาวในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรัก และเป็นเดือนที่มีการเลือกตั้ง โดยมีนายอภิสิทธิ์ ถือป้ายหน้าประตูบ้าน พร้อมข้อความในกระดาษ มีเนื้อหา เปรียบคล้ายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ขอโอกาสคนที่เคยใช่ ได้กลับมาร่วมกันสร้างฟ้าใหม่อีกครั้ง ขอโอกาสกลับมา

อานนท์ ท้า CK จัดการคนซื้อเสียง หยันจงกล้าหาญเหมือนแบรนด์กางเกงในที่ใส่

อานนท์ ท้า CK จัดการคนซื้อเสียง หยันจงกล้าหาญเหมือนแบรนด์กางเกงในที่ใส่

อานนท์ ท้า CK จัดการคนซื้อเสียง หยันจงกล้าหาญเหมือนแบรนด์กางเกงในที่ใส่

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.58 น.

‘อานนท์’ท้า CK จัดการคนซื้อเสียง หลังโพสต์ยายได้ 2 พัน หยันจงกล้าหาญเหมือนแบรนด์กางเกงในที่ใส่

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์จากเพจ “จักรวาลด้อมส้ม” ที่โพสต์ภาพของนาย ซีเค เจิง ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Fastwork.co แพลตฟอร์มสำหรับฟรีแลนซ์และผู้ประกอบการในประเทศไทย ซึ่งโพสต์เรื่องคุณยายตนเองถูกซื้อเสียงด้วยเงิน 2,000 บาท โดยเพจเฟซบุ๊ก “จักรวาลด้อมส้ม” เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ของนายซีเค ด้วยว่าให้พายายไปแจ้ง กกต.เพื่อเป็นเคสตัวอย่าง

นายอานนท์ ระบุโพสต์ดังกล่าวบนเฟซบุ๊กว่า “ไม่เห็นมีนักการเมืองคนไหนกล้ามาขอซื้อเสียงอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์เลยครับ

ถ้ามาผมจัดการอย่างเด็ดขาดอย่างแน่นอน

CK ต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมให้เท่ากางเกงใน CK Calvin Klein นะครับ คือ กางเกงใน CK ตรงไปตรงมาไม่โกหก ถ้าคนใส่หุ่นห่วย ต่อให้ใส่ CK ก็จะดูห่วยเหมือนเดิมแหละครับ จงกล้าหาญอย่างกางเกงใน CK นะครับ”

ชูวิทย์ อัด ไอซ์ รักชนก นางฟ้าเสียงแจ๋ว ปั่นนิทานมาโปรดผู้ประกันตน ก่อนตื่นมาก็เป็นแค่ฝันไป

ชูวิทย์ อัด ไอซ์ รักชนก นางฟ้าเสียงแจ๋ว ปั่นนิทานมาโปรดผู้ประกันตน ก่อนตื่นมาก็เป็นแค่ฝันไป

ชูวิทย์ อัด ไอซ์ รักชนก นางฟ้าเสียงแจ๋ว ปั่นนิทานมาโปรดผู้ประกันตน ก่อนตื่นมาก็เป็นแค่ฝันไป

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.10 น.

ชูวิทย์ อัด ไอซ์ รักชนก นางฟ้าเสียงแจ๋ว ปั่นนิทานมาโปรดผู้ประกันตน ก่อนตื่นมาก็เป็นแค่ฝันไป 

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า “ประกันสังคม นางฟ้าจำแลง ใครโกหกผู้ประกันตน? ตามนโยบายของ “ประกันสังคมก้าวหน้า” ทีมของพรรคประชาชน ที่มีระบุในข้อ 14 ว่า

“ปรับเงื่อนไขการรับบำนาญ-บำเหน็จของแรงงานข้ามชาติเข้ากับสภาพการทำงาน รวมทั้งปรับเงื่อนไขให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้งและสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม“

ถึงขนาดจะให้แรงงานข้ามชาติ “ลาว พม่า เขมร” เข้ามานั่งในบอร์ดประกันสังคมโดยอ้างว่า

ต่างด้าวทำงานจ่ายเงินประกันสังคมเหมือนกัน

ถ้าจะเอากันถึงขนาดนั้นก็ควรให้ไอซ์ปราศรัยให้คนฟังทราบด้วยว่า

”คนต่างด้าวจ่ายเงินทุกเดือน 750 บาท เท่ากับคนไทย ก็ต้องมีสิทธินั่งในบอร์ดประกันสังคมใช่ไหมคุณพี่“

แต่เมื่อถามเรื่องนี้เข้าจริงๆ กลับปัดเป๋กันพัลวันว่า ”ไม่มี ไม่เคยพูด“

ทั้งที่ปรากฏชัดเป็น “นโยบาย” ข้อ 14 ชัดเจน

พรรคส้มมักไม่รับผิด แต่รับชอบอย่างเดียว

ส่วนเรื่องขึ้นเบี้ยประกันจาก 750 เป็น 875 บาท

นี่เป็นเอกสารรายงานการประชุมที่แสดงให้เห็นว่า

บอร์ดประกันสังคมมี ”ทีมประกันสังคมก้าวหน้า“ ของพรรคส้มอยู่ในบอร์ดฝั่งตัวแทนผู้ประกันตนถึง 6 คน จาก 7 คน คือ

1. รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษตี
2. นางสาวนลัทพร ไกรฤกษ์
3. นายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน
4. นายคิววงศ์ สุขทวี
5. นายชลิต รัษฐปานะ
6. นางลักษมี สุวรรณภักตี

และทั้งหมดลงมติ “เห็นชอบ” ให้ขึ้นเบี้ยประกันตน

ไอซ์นำเรื่องนี้มาหาเสียงกับ ”ผู้ประกันตน” จำนวน 20 กว่าล้านคน เสียงแจ้วๆ ว่า

”คุณพี่เสียเงินทุกเดือน 750 บาท ให้ประกันสังคม เงินนี้เอาไปกินอาหารมื้อดีๆ ได้ แล้วนี่จะขึ้นอีก 125 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน“

ไอซ์พูดความจริงแค่ในส่วนที่คนถูกหักเงินประกันสังคมอยากได้ยินได้ฟังเท่านั้น

ส่วนความจริงที่เหลือคือบอร์ดที่เป็นคนของพรรคส้ม 6 คน ลงมติ “เห็นชอบ” กลับไม่พูดถึง

บรรดาคนฟังคิดว่าไอซ์เป็น “นางฟ้าเสียงแจ๋ว“ มาโปรด

หากจะบอกให้ “ผู้ประกันตน” 20 กว่าล้านคนฟังข้อเท็จจริงต้องเพิ่มด้วยว่า

”คุณพี่จ่าย 750 บาทต่อเดือนอยู่ แต่เดี๋ยวคุณพี่จะต้องจ่ายเพิ่มอีกเป็น 875 บาทต่อเดือน เพราะพรรคส้มของเราเอง”

แล้วดูว่าผู้ประกันตนที่นั่งฟังจะเห็นดีเห็นงามด้วยไหม?

ความจริงที่ชัดแจ้งนี้เป็นฝีมือของทีมประกันสังคมก้าวหน้าของพรรคส้มที่ลงมติขึ้นเงินอีก 125 บาท

แต่พรรคส้มกลับเอามาโจมตีเพื่อคะแนนเสียงของตัวเอง

ผู้ประกันตน หรือคนที่ไปฟังปากอ้าตาลอยมองเห็นอนาคตหรือยัง!?

ใครพูดความจริงแค่ครึ่งเดียว?

มีโอกาสเป็นรัฐบาลไปนั่งกระทรวงแรงงานแก้ปัญหาประกันสังคมก็ไม่ยอมเป็น แต่เที่ยวคร่ำครวญว่า

“เขาไม่ให้เราเป็น เพราะกลัวอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลง”

แต่เบื้องหลังกลับปั่นกระแสเอาดีเข้าตัวเพื่อหาคะแนนเสียง

ทำตัวเป็น ”นางฟ้าจำแลง“ ที่มาเล่านิทานดีๆ ให้ฟังก่อนนอน

ก่อนที่จะตื่นมาพบกับความจริงว่า เราแค่ฝันไป”

รุมสับเละเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.โร่ขอโทษ สายด่วนโดนถล่มแทบไหม้

รุมสับเละเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.โร่ขอโทษ สายด่วนโดนถล่มแทบไหม้

รุมสับเละเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.โร่ขอโทษ สายด่วนโดนถล่มแทบไหม้

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รุมสับเละเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.โร่ขอโทษ สายด่วนโดนถล่มแทบไหม้ ปชน.แจ้งความฟันผิดม.157 ‘เจษฎ์’อัดซ้ำพลาดมโหฬาร

กกต.ถกเครียดสรุปปัญหาในการเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อนเสนอที่ประชุมกกต.พิจารณา ขณะที่สายด่วน 1444 แทบไหม้ประชาชนกระหน่ำร้องเรียน แสวง” ขอบคุณ กปน.จัดเลือกตั้งล่วงหน้า แนะทำบันทึกเหตุการณ์นำไปสู่การแก้ไข อนุทิน” บอกเป็นเรื่องดี ที่ประชาชนแห่เลือกตั้งล่วงหน้า ชี้ 8 กุมภาพันธ์เจ้าของประเทศจะไปใช้สิทธิ์เต็มที่ เพื่อไทย” เผยตรวจสอบพบพิรุธหลายจุด ส่อซื้อเสียง” อาจมีขนคนมาลงคะแนนผิดกฎหมาย เจษฎ์” สับเละกกต.หลังพบผิดพลาดมโหฬาร จี้แก้ไขด่วน ก่อนระบบพัง ทำคนกังขาจัดเลือกตั้ง ไม่โปร่งใส ผู้สมัคร ปชน. แจ้งความเอาผิด ม.157 เหตุ กกต. จัดเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่องผิดพลาด

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานแจ้งว่าตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้เรียกประชุมเพื่อสรุปประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งความผิดพลาดของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ในการเขียนรหัสเขตเลือกตั้ง เอกสารแนะนำผู้สมัครที่ปิดประกาศไว้หน้าหน่วยไม่ครบถ้วนหรือผิดพลาด คิวอาร์โค้ดลิงค์ข้อมูลผู้สมัคร สส.ซึ่งเป็นข้อมูลในการเลือกตั้งในปี 2566  รวมถึงประเด็นที่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ให้พิจารณาในช่วงบ่าย

สำหรับการประชุม กกต. ในเวลา 13.00 น. ซึ่งจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายหาเสียงที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง สส. ของ  51 พรรค และจะมีความเห็นของ กกต.ด้วย ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ให้ประชาชนได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง

นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับกรณีการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ หลังได้รับข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานได้มีการตรวจสอบรายละเอียดและความเกี่ยวข้องเบื้องต้น รวมถึงแนวทางในการจัดทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อใช้เป็นแนวทางตรวจสอบการทำธุรกรรมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ขณะที่สายด่วน กกต. 1144 ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนและต่อว่าจากประชาชนสายแทบไหม้ เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจากปัญหาข้างต้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 1 ก.พ. จนถึงขณะนี้

แสวงขอบคุณกปน.จัดเลือกตั้งล่วงหน้า

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า สิ่งที่ตนเองลืมกล่าวบนเวทีแถลงข่าวหลังปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าคือ เพราะกังวลกับการกล่าวขอโทษในสิ่งที่ผิดหลงระห่างลงคะแนน คือ1.การกล่าวขอบคุณบุคคล ดังนั้น 1)ขอขอบคุณกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นประชาชนกึ่งอาสา ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ ท่านทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว แม้จะมีบางส่วนไม่เข้าใจ หรือสำคัญผิด หรือ ไม่รู้ในบางเรื่อง ได้ตำหนิ เกรี้ยวกราด ตั้งข้อสังเกต เพราะมาทำหน้าที่สำคัญนี้กับสำนักงาน กกต.

ในส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของสำนักงานฯ เอง ขออย่าให้ท่านเสียกำลังใจ หันหลังให้กับงานสำคัญของชาติ 2) ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ทำให้การการเลือกตั้งล่วงหน้า สส. มีบรรยากาศคึกคัก ส่งผลต่อการกระตุ้นให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิในวันที่ 8 ก.พ. มากขึ้น แม้จะมีความไม่สะดวกอยู่บ้าง และ 3) ผู้สมัคร พรรคการเมือง ผู้สังเกตการณ์ ที่ได้ร่วมติดตาม ตรวจสอบ การลงคะแนน การปฏิบัติหน้าทีของพนักงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม

แนะทำบันทึกนำไปสู่การแก้ไข

2.เรื่องข้อกล่าวหา ระหว่างการลงคะแนน และหลังการลงคะแนนมีตามมาพอสมควร ซึ่งเรารับฟังเสมอ เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา แก้ไขให้ดีขึ้น แต่บางข้อกล่าวหาเป็นการพูดลอยๆ ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โดยไม่ได้ระบุอะไรมาเลย ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปได้ อยากขอว่าถ้ากล่าวหาว่าทำอะไรผิด อย่างน้อยกบอกหน่วยเลือกตั้งใว้ก็จะพอตรวจสอบข้อเท็จจริงได้หรือบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยไว้ก็จะดีมาก เพราะบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยจะว่ามีเหตการณ์อะไรเกิดขึ้น ใคร ทำอะไร ทำที่ใหนอย่างไร ไม่อยากให้มีการกล่าวหากันลอย ไม่เป็นธรรมกับ กปน. ที่ปฏิบัติงาน ซึ่งเขาไม่ได้มีโอกาสได้พูด ได้ชี้แจง เพราะไม่ทราบว่ามันเกิดที่หน่วยใหน ข้อมูลเบื้องต้นจึงจำเป็นขอเถอะ

กทม.ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก

นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ณ สถานที่เลือกตั้งกลางของกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 จุด โดยภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม

สำหรับภาพรวมผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 845,853 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 740,966 คน คิดเป็นร้อยละ 87.60 ขณะที่ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,747 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 2,650 คน คิดเป็นร้อยละ 96.47 สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน

อนุทินบอกดี ปชช.แห่ลต.ล่วงหน้า

ที่สำนักข่าวท็อปนิวส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคประชาชนมีปัญหาในเรื่องของข้อมูลต่างๆ ทางพรรคภูมิใจไทยได้เจอปัญหาหรือมีขั้นตอนการแก้ไขอย่างไร ว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหาอะไร ทราบแต่รายงานภาพรวมมีประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเยอะมาก ให้ความสนใจในความเป็นไปของบ้านเมืองเยอะขึ้น ดีครับ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าในวันที่ 8 ก.พ.ที่จะถึงนี้ เจ้าของประเทศจะได้ไปใช้สิทธิ์เต็มที่ ตัดสินใจอนาคตของประเทศอย่างเต็มที่ ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศเป็นอย่างมาก

พท.แถลงพบข้อสังเกตเพียบ

นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเกี่ยวกับการสังเกตการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าว่า พรรคเพื่อไทยได้ส่งตัวแทนไปสังเกตการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และการลงคะแนนเสียงของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ใน 16 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง เฉพาะที่เลือกตั้งกลางที่มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าสูงกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าในการเลือกตั้งปี 2566 เกินกว่าร้อยละ 50 ตามที่ศูนย์แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง พบว่า มีบางจังหวัด บางเขต มีผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก พบข้อสังเกตดังนี้ 1 พบว่ามีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต แต่ยังอยู่ภายในจังหวัดเดียวกัน เป็นจำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าในจังหวัดอื่น ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการซื้อเสียงล่วงหน้าได้ในแต่ละจังหวัด

2 พบว่าการปิดป้ายประกาศหน้าที่เลือกตั้งกลางแต่ละแห่ง ไม่เป็นไปตามแบบแผนเดียวกัน บางแห่งปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อแยกออกจากกัน แต่บางแห่งปิดประกาศรวมอยู่ในป้ายหน้าหน่วย ทำให้ผู้มาใช้สิทธิ์เกิดความสับสน และเกิดปัญหาการจดจำหมายเลขผู้สมัครสลับกัน

3 พบว่าในหลายหน่วยเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง มีการปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือใบ ส.ส. 4/14 ไม่ครบถ้วน เช่น กรณีนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขต 2 ไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่

4 พบว่าการจ่าหน้าซองในแบบ ส.ส. 5/2 โดยเฉพาะการระบุรหัสเขตเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีความเข้าใจแตกต่างกัน บางแห่งเข้าใจว่า 2 หลักแรกเป็นรหัสจังหวัด และ 2 หลักหลังเป็นรหัสเขต พบว่าบางหน่วยมีการกรอกรหัสเขตเลือกตั้งผิด และบางหน่วยไม่ได้กรอกรหัสเขตเลย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าบัตรเลือกตั้งจะถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้งที่ถูกต้องหรือไม่

5 พบว่าการใช้สิทธิลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งกลาง มีโอกาสที่จะมีการจัดยานพาหนะขนส่งคนมาลงคะแนน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

เรียกร้องจัดเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนหลายกรณี และพรรคเพื่อไทยยังมีหลักฐานอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลจากทั่วประเทศ และดำเนินการยื่นเอกสารร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อไป

ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้สื่อสารมาโดยตลอด เรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อครหา และเพื่อให้เสียงของพี่น้องประชาชนมีความหมายในทุก ๆ เสียง

เจษฎ์สับเละ จี้แก้ไขก่อนระบบพัง

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ กล่าวถึงการทำงานของ กกต. ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นชัดเจนถึงความสะเพร่าของกกต.กลาง ที่กำลังทำลายศรัทธาประชาชน และอาจลากยาวไปถึงการทำลายโครงสร้างประเทศด้วย ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมืองเฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่คือความล้มเหลวของระบบ ที่ทุกพรรคโดนหางเลขกันถ้วนหน้า เป็นความผิดพลาดของกกต. ซึ่งต้องยอมรับว่า ทั้งการติดป้าย การติดชื่อ การเอาแผ่นที่เป็นแผ่นขาวไปทับชื่อผู้สมัคร ผิดพลาดกันไปหมด ทำให้ประชาชนสับสน หรือการเขียนเลขที่หน้าซอง ก็ต้องเขียนให้ถูก พิจารณาให้ถี่ถ้วน อย่าให้เกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก

นายเจษฎ์ กล่าวถึงเหตุอุกอาจในพื้นที่นครศรีธรรมราช ที่มีการบุกชิงบัญชีรายชื่อไปดื้อ ๆ ซึ่งสะท้อนความหละหลวมของมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยว่า ขอถามไปยัง กกต.ว่า กรณีแบบนี้ผู้ตรวจการเลือกตั้งอยู่ที่ไหน ซึ่งหากยังทำงานกันแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าประชาชนจะไว้ใจผลการเลือกตั้ง เมื่อความศรัทธาใน กติกา หมดลง ความศรัทธาใน สภา และ พรรคการเมือง ก็จะพังทลายตามไปด้วย แล้วจะอยู่กันยังไง การเลือกตั้ง ถ้าวิปริต แปรปรวน มันก็จะทำให้สภาไม่สามารถตั้งมั่นอยู่ได้ เกิดความไม่ไว้วางใจพรรคการเมือง แล้วการพัฒนาประเทศชาติก็จะทำไม่ได้ด้วย จึงอยากฝากไปถึงกกต.ว่า หากจัดการเลือกตั้งไม่ดี ประเทศชาติพังแน่ อย่าลืมว่า เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์คือน้ำพักน้ำแรงของประชาชน การจัดเลือกตั้งที่ผิดพลาดซ้ำซาก เท่ากับเอาเงินประชาชนมาละลายเล่น บัตรเลือกตั้ง ทั้งสีเขียว สีชมพู ถ้าไร้ค่าเพราะความผิดพลาดของกกต. ก็เท่ากับกกต.เผาเงินภาษีทิ้ง

อรรถวิชช์ขอให้รอบคอบกว่านี้

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับหลากหลายปัญหาหลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้า นอกจากปัญหาชื่อผู้สมัครหายหลายพรรคแล้ว มีประชาชนร้องเรียนมาว่า ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าสำเร็จแล้ว แต่พอไปใช้สิทธิ์จริงกลับไม่มีชื่อ ไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ จึงอยากให้ กกต. ทำงานให้ รอบคอบ กว่านี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม กระทบสิทธิ์ประชาชน

ปชน.จี้กกต.ฟันคนทุจริตต่อหน้าที่

จากกรณีการจัดการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง และที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง ปรากฏข้อเท็จจริงที่เผยแพร่เป็นการทั่วไปจากสื่อมวลชนและประชาชนผู้มาออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ในหลายหน่วยเลือกตั้งกระจายไปทั่วประเทศ เกี่ยวกับปัญหาความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ประธานกรรรมการและกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง ตลอดจนผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง ทางพรรคประชาชน จึงขอให้ กกต.เร่งกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตลอดจนตรวจสอบการดำเนินการของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งทั่วประเทศว่า มีการประพฤติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อประกาศ หรือระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ละเลยต่อหน้าที่หรือไม่ หากพบว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ขอให้สั่งปลดเจ้าพนักงานประจำหน่วยโดยทันที ซึ่งเป็ยอำนาจโดยตรงของ กกต.

ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง พนักงานการเลือกตั้ง ตลอดจนกรรมการการเลือกตั้ง ผู้หนึ่งผู้ใด หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ พรรคประชาชนขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง พนักงานการเลือกตั้ง ตลอดจนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้กระทำผิดตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชน จะยื่นหนังสือด่วนที่สุดอย่างเป็นทางการ ต่อ กกต. ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์

ผู้สมัคร ปชน. แจ้งเอาผิด กกต.

วันเดียวกัน นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล ผู้สมัครสส.กรุงเทพ เขต28 พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก โจมตี กกต. โดยระบุว่า อย่าคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วจะมากดขี่ข่มเหงประชาชนคิดจะฟ้องข่มขู่ใครก็ได้ เราไม่ได้บอกว่าเจ้าหน้าที่ กกต.ทุกคนที่แย่ เจ้าหน้าที่ กกต.ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใสและเป็นธรรมมีอยู่มากมาย แต่คนที่เป็นผู้กำหนดแนวทางการปฏิบัติปัจจุบัน ที่ทำให้การเลือกตั้งมันยากและซับซ้อน

นอกจากนั้น นางสาวชลณัฏฐ์ เปิดเผยว่าได้แจ้งความเอาผิด กกต. มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 69 ที่ระบุโทษกรรมการหรือพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยหยิบยกประเด็นหลักเรื่องของความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้ากรณี QR Code

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่ามองหาเพียงคนที่สัญญาว่าจะให้อะไร แต่จงมองหาคนที่คิดเป็นระบบ กล้ารื้อโครงสร้าง และพร้อมออกแบบอนาคตจริงๆ เพราะเราจะไม่พึงพอใจกับสิ่งที่หวัง แต่เราจะได้ในสิ่งที่เราเลือก”

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์

อดีตรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

‘อนุทิน’ประเมินภท.ชนะอันดับ1 ตั้งเป้ากวาด200 2ทุ่มรู้ผล-พร้อมตั้งรัฐบาล

‘อนุทิน’ประเมินภท.ชนะอันดับ1 ตั้งเป้ากวาด200 2ทุ่มรู้ผล-พร้อมตั้งรัฐบาล

‘อนุทิน’ประเมินภท.ชนะอันดับ1 ตั้งเป้ากวาด200 2ทุ่มรู้ผล-พร้อมตั้งรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อนุทิน’ประเมินภท.ชนะอันดับ1 ตั้งเป้ากวาด200 2ทุ่มรู้ผล-พร้อมตั้งรัฐบาล แทงกักไม่มีขั้ว/ไม่ปิดตาย ปชป.กระหึ่มตลาดกิมหยง

อนุทิน” มั่นใจ ภท.” คว้าชัยที่ 1 ยกคำสอนพ่อต้องไม่เป็น 2 ตั้งเป้าได้สส.เขตกว่า 200 ที่นั่ง-ปาร์ตี้ลิสต์ 10-15 ที่ กั๊กยังไม่รู้จับมือ กธ.-ปชป.ขอดูตัวเลขก่อน ยันไม่ฝืนปชช.คนเทา-ดำไม่เอา เผย 8 กุมภาพันธ์ เข้าคูหาบุรีรัมย์ พร้อมเกาะติดบุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ” ด้าน อภิสิทธิ์” ลุยหาดใหญ่ โค้งสุดท้าย ช่วยจูรีตลาดกิมหยงแตก ชาวบ้านนำรูปสมัยเลือกตั้งปี44มาขอลายเซ็น โค้งสุดท้ายรุนแรงซื้อสิทธิ์ขายเสียง ขอกกต./เร่งผลสอบยศชนันทัวร์สกลนคร อ้อนขอสส.ยกจังหวัด ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ 8ปี หวังยกเครื่องประเทศไทย

เมื่อเวลา 08.25 น.วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีออกรายการ‘กรรมกรข่าวคุยนอกจอ’ดำเนินรายการโดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา โดยผู้ดำเนินรายการถามว่า ตั้งเป้าการเลือกตั้งรอบนี้จะได้สส.เท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า คาดว่ามาเยอะ เมื่อถามย้ำว่ามาเป็นที่หนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเป้าหมาย พ่อตนสอนตั้งแต่เด็กว่าไปแข่งขันอะไร พยายามให้เป็นที่1 อย่าเป็นที่ 2เพราะเป็นที่2คนจะลืม แต่สมมุติว่าตนเป็นที่หนึ่งในการเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าเกิดมีการดำเนินการใดๆในระบอบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยก็ต้องเป็นที่หนึ่งในขั้วนั้นๆให้ได้

เมื่อถามย้ำว่า เชื่อมั่นใช่หรือไม่จะเป็นที่หนึ่ง นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องเชื่อมั่น ส่วนขั้ว นายอนุทิน มีใครบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า มีทุกขั้ว เมื่อถามว่า รวมถึงพรรคประชาชน(ปชน.)ด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แม้กระทั่งพรรคประชาชน ตนไม่ถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หัวหน้าพรรคประชาชนบอกไม่ยกมือให้นายอนุทิน เป็นนายกฯแต่ท่านยังไม่เคยพูดว่า ไม่เอาพรรคภูมิใจไทย

หนูลั่น200สส.เขต/10-15ปาร์ตี้ลิสต์

ผู้ดำเนินรายการถามว่า หากพรรคประชาชนได้ที่หนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้จะจับมือด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าขอกลับไปคิดออพชั่นนี้ก่อนและตนก็มีความมั่นใจในระดับหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าภูมิใจไทยจะเป็นอันดับหนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ครับ ถามย้ำกระแสข่าวประเมินว่าภูมิใจไทยได้ สส. 180 เก้าอี้ จริงหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะและตอบว่า “ผมประเมินสูง” เมื่อถามย้ำว่ามากกว่า 180 เก้าอี้อีกหรือ นายอนุทิน กล่าวว่า หากพูดจะมีคนโจมตีหาว่าเราเว่อร์ไป สังคมไทยเป็นสังคมที่หมั่นไส้ง่าย

เมื่อถามอีกว่าจะได้กว่า 200 ที่นั่งเลยหรือ นายอนุทิน กล่าวว่า นั่นเป็นเป้าหมาย เป็นสิ่งที่เราเชื่อ ซึ่งเราส่ง 300 กว่าเขต และผู้สมัครเคยเป็น สส.เคยชนะเลือกตั้งมาแล้ว 160 เขต และมีอีกประมาณ 70 เขต เป็นผู้ที่เกือบจะได้ ขาดคะแนน 400-1,000 คะแนน เมื่อถามว่า รอบนี้คิดว่าภูมิใจไทยจะได้ สส.บัญชีรายชื่อกี่คน นายอนุทิน กล่าวว่า คาดหวังในระดับ 10-15 ที่นั่ง ตนตีต่ำ และเที่ยวนี้เราปรับกระบวนทัพและอาศัยว่าเราได้เข้ามาเป็นรัฐบาลมีผลงานในระยะเวลาสั้น เมื่อถามว่ารอบนี้คิดว่าพรรคประชาชนจะไม่แรง กว่าการเลือกตั้งปี 66 ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยก็มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเท่ากัน และอยู่ในช่วงวัยที่เจนเดียวกัน ซึ่งคิดว่าจะสร้างความมั่นใจให้คนทุกช่วงวัยได้

ไม่มีปัญหาปชน.-8ก.พ.ไปบุรีรัมย์

นายอนุทิน กล่าวช่วงหนึ่งอีกว่าทั้งนี้ตนไม่ได้เป็นพรรคที่เที่ยวไปดูนโยบายพรรคอื่นหรือผู้สมัครพรรคอื่นแล้วไปขุดประวัติว่าเขามีประวัติไม่ดี และออกมาด้อยค่าพูดวิพากษ์วิจารณ์เสียดสี พรรคตนไม่มีแบบนี้ผู้ดำเนินรายการถามว่า มีอะไรจะสื่อสารถึงพรรคประชาชนโดยตรงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไร ไม่มีความเคียดแค้นส่วนตัว และตนไม่เคยปิดทางใคร ตนไม่เอาอย่างเดียวคือคนผิดกฎหมาย คนมีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ดี คนไม่ประกอบอาชีพสุจริต แต่ต้องมีกฎหมายมายืนยัน เมื่อถามว่า วันเลือกตั้ง 8 ก.พ.จะอยู่ที่ไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไปเลือกตั้งที่ จ.บุรีรัมย์และตะเวนดูสถานการณ์ที่ จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ เพราะเป็นพื้นที่คาดหวังไว้สูง แล้วอาจจะเลยไป จ.ศรีสะเกษและกลับกรุงเทพฯตอนค่ำซึ่งทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ตนจะตะเวนลงพื้นที่แบบนี้ เมื่อถามว่าวันนั้นจะตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เวลา 20.00น.น่าจะทราบผลแล้วว่า เป็นอย่างไร

ไม่เอาสีเทา-ดำ-พวกผิดกม.-ปชช.ยี้

เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรม(กธ.)กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สนใจพรรคไหนกว่ากัน นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องรอผล เมื่อถามย้ำว่า สองพรรคนี้ร่วมรัฐบาลกันไม่ได้จะเลือกพรรคไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตนเป็นคนกำหนด แต่ยังไม่ขอบอกว่า ใครทั้งสิ้น เพราะยังไม่รู้ตัวเลข ขอดูตัวเลขก่อน ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกนี้ ในทางปฏิบัติถึงเวลาจริงๆจะมีทางออก แต่ตนบอกแล้วไม่มีเอาเทา ไม่มีเอาดำ ไม่มีเอาพวกผิดกฎหมาย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอา ตนก็ไม่เอา เมื่อถามว่า แต่ต้องมีกฎหมายที่ตัดสินแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องตัดสินแล้ว แต่ต้องมีอีกหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่ปัญหาของตนเลย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอาก็คือไม่เอา ตนไม่เคยฝืนประชาชนอยู่แล้ว

สวนธนาธรพรรคประชาชนชนะ

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ปราศรัยเมื่อวันที่ 1ก.พ.ว่า มองจากดาวอังคารก็รู้แล้วว่าพรรคประชาชนชนะแน่ นายอนุทิน ถึงกับร้องหืมก่อนตอบว่าทุกคนต้องคาดหวังไว้ ทุกคนก็มีสิทธิ์ ไม่มีใครรู้จักพรรคประชาชนเท่ากับคนของพรรคประชาชนเอง เช่นเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทย ไม่มีใครรู้จักพรรคภูมิใจไทยเท่ากับคนของพรรคภูมิใจไทย ทุกคนตั้งความหวังและความตั้งใจ

อภิสิทธิ์ยกทัพลุยหาดใหญ่ช่วยจูรี

ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค พร้อมกับ นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9 จิบชายามเช้า ที่ร้านฮัจยีสัน ร้านชาชื่อดังของหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยนายอภิสิทธิ์ ได้ดื่มชา รับประทานข้าวเหนียวไก่ทอด และ โรตี พร้อมพูดคุยกับภาคธุรกิจในพื้นที่ รับฟังเสียงสะท้อน หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อปลายปีที่ 2568 โดยภาคธุรกิจต้องการให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยมากขึ้น

ขณะเดียวกันมีพี่น้องชาวหาดใหญ่นำลูกหลานมาร่วมถ่ายรูป และโปสเตอร์ภาพนายอภิสิทธิ์สวมสูท ซึ่งใช้ในการหาเสียง เมื่อปี 2544 ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุข้อความว่า “โปรดเลือกพรรคประชาธิปัตย์ กาเบอร์ 16 ทั้ง 2 ใบ” มาให้นายอภิสิทธิ์ เซ็นด้วย จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เดินทางไปที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่มารับบริการ

ตลาดกิมหยงแตกแห่ขอลายเซ็นต์

จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดินทางไปเดินตลาดกิมหยง ซึ่งทันทีที่ถึงตลาดประชาชนแห่รุมล้อมขอถ่ายเซลฟี มอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัยดาวเรือง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักชาวตลาดกิมหยงร้องเพลง “ปักษ์ใต้บ้านเรา”ต้อนรับคณะของนายอภิสิทธิ์ สร้างสีสันการหาเสียง เป็นอย่างดี และยังมีประชาชนนำรูปเมื่อสมัย 20 ปีก่อนของนายอภิสิทธิ์ มาขอลายเซ็น พร้อมบอกว่าชอบนายอภิสิทธิ์ตั้งแต่สมัยตนเองอยู่ ม.ต้น ขณะเดียวกันบรรดาแม่ค้า ส่งเสียงกรี๊ด บอกเอารักมาฝาก พร้อมกับตะโกนเรียกเป็นภาษาใต้ว่า “พี่มาร์ค ไม่พัก ต้องขายของแล้ว คนหล่อมาพันนี้”(แปลว่าไม่ทำอะไรแล้ววันนี้ คนหล่อมาๆ) และบอกว่า นักท่องเที่ยวมาเลเซียยังยืนงง บรรยากาศบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างกรูกันเข้ามาขอถ่ายรูป

ปชป.ใต้กระแสดี-ย้ำปราบทุนเทา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสตอบรับในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงตามความนิยมของผลสำรวจ ส่วนตัวมีความมั่นใจทั้งหมด แต่ก็รู้ว่ามีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกซ้อนอยู่ ดังนั้นจึงอยากขอความกรุณา คนในพื้นที่ภาคใต้ ว่าเที่ยวนี้จะเป็นการสร้างพรรคการเมืองที่ยึดแนวทางการเมืองสุจริตและเข้มแข็ง เพื่อให้เข้าไปทำงานในสภาฯเมื่อถามว่า กรณีการไล่ทุนเทา ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ ปล่อยวิดีโอออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง จะมีไม้เด็ดในด้านใดออกมาอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนได้สัมผัสถึงอันตรายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการรู้จักญาติพี่น้อง ที่ถูกหลอกลวงไป และเห็นภาพชัดอยู่แล้วว่าการเมือง ที่มีทุนเทาครอบงำ มีแต่การทุจริตคอรัปชัน แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ซึ่งประเทศไม่ได้ไปไหน ดังนั้นจึงเป็นการกระตุ้นให้เห็นว่า ได้เชื่อมโยงมาถึงเรื่องการเลือกตั้งแล้ว และต้องสู้กับสิ่งนี้ นอกเหนือจากเรื่องการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมและแสดงให้เห็นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พรรคสามารถติดตามและแสดงว่ามีการยื่นให้ตรวจสอบ โดยเฉพาะที่มีการเคลื่อนไหวธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบ ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเข้าไปทำงาน

โค้งสุดท้ายซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรง

“อยากให้ประชาชนมั่นใจว่าใครมีอำนาจขัดขวางปราบปรามเรื่องนี้จะต้องถูกโยกย้ายออก แล้วจะต้องมีการเสริมในเรื่องของอำนาจทางกฎหมาย นำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อตรวจจับสิ่งเหล่านี้ให้ได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว เมื่อถามว่า การตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใหญ่ ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานในพื้นที่อื่นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะได้รับจากการบอกเล่ากันมา ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าใจว่ากกต.ได้เบาะแส จึงเข้าไปตรวจสอบ ส่วนตัวอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจัง หากทำให้เห็นได้ใน 1 ถึง 2 วันข้างหน้า จะช่วยได้อย่างมากในการปรามไม่ให้การกระทำแบบนี้เกิดขึ้นอีกในพื้นที่อื่น ส่วนความคาดหวังของตนเองนั้นก็อยากให้มีการตรวจสอบไปตามข้อเท็จจริง และขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่าการประเมินในช่วงสถานการณ์โค้งสุดท้าย จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่าก็รุนแรง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ก็มีคนพูดอยู่ว่าอาจจะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นการใช้เงินมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เพราะหลายคนก็รู้ว่าเห็นอาการตั้งแต่ก่อนยุบสภาฯ ซึ่งมีการพูดถึงตัวเลขของสส. ที่มีการเปลี่ยนแปลงย้ายพรรค เมื่อถามว่า มีการระบุว่า จะมีการซื้อเสียงมากถึง 5 ใบเทา นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามชาวบ้าน

ถอนหายใจคลิปเสียงคล้ายศักดา

นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีคลิปเสียงคล้าย นายศักดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย ออกมาระบุถึงการโยกย้ายข้าราชการในช่วงเลือกตั้งไว้หมดแล้ว นายอภิสิทธิ์ ถึงกับถอนหายใจ ก่อนหันมาตอบว่ายังบอกว่าเป็นเสียงคล้ายอยู่ใช่ไหม พร้อมหัวเราะ ก่อนกล่าวต่อว่า ตนอยากให้มีการตรวจสอบกัน เมื่อมีการพูดถึงสิ่งเหล่านี้ เป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นในกระบวนการตามปกติ ไม่อยากให้มีสิ่งเหล่านี้

เมื่อถามว่าหน่วยงานที่ตรวจสอบจะเป็นใครนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูถ้อยคำที่ออกมาในลักษณะนี้ ไปเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หรือขัดกับกฎหมายเลือกตั้ง หรือขัดกับกฎหมายอื่น ถ้ามีก็ต้องดำเนินการ เมื่อถามว่า มีการปล่อยคลิปออกมาโจมตีกันหลายฝ่าย มีการประเมินสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวลามีการแข่งขันก็จะมีคนที่ใช้วิธีการแบบนี้ และเราก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น พร้อมย้ำว่าเราต้องเดินหน้าในส่วนของเรา

ยศชนันทัวร์หาเสียงอีสาน8จังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ออนทัวร์หาเสียงภาคอีสาน 8 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ.2569 โดยวันที่ 2ก.พ.เริ่มที่ จ.สกลนคร ลงพื้นที่และปราศรัยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อ.พังโคน จ.สกลนคร ช่วย น.ส.สกุณา สาระนันท์ ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 6 หาเสียง โดยมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่ ทันทีที่ นายยศชนันและคณะ มาถึงได้เดินทักทายประชาชน ได้รับพวงมาลัยยาดมสมุนไพร พวงมาลัยตุ๊กตาหมีที่ทำจากผ้าย้อมครามธรรมชาติ ผ้าพันคอย้อมครามธรรมชาติ พวงมาลัยลูกประคบสมุนไพร

พร้อมอยู่เป็นนายกฯ8ปียกเครื่องปท.

นายยศชนัน ปราศรัยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ตนมาสกลนครและได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ขอขอบคุณจากใจ ถ้าแบบนี้ตนขอฝากตัวเป็นลูกหลานชาวสกลนครได้หรือไม่ ฉะนั้นวันนี้ยศชนัน เป็นคนสกลนครไปแล้ว ตนมาที่นี่และมาตอกย้ำให้พี่น้องเห็นว่าวันนี้พวกเราพรรคเพื่อไทย เราสนิทกับผู้สมัคร และผู้สมัครทุกคนส่งมอบนโยบาย ส่งมอบปัญหาของพ่อแม่พี่น้องมาสู่มือตนแล้ว วันนี้ตนจึงต้องมาพูดคุยโดยตรงกับพ่อแม่พี่น้อง เหลือเวลาอีกไม่ถึงอาทิตย์แล้ว วันที่ 8 ก.พ.คือวันชี้ชะตา ทำไม 1 สิทธิ์ 1 เสียงจึงสำคัญ เพราะ 1 เสียงจะไปเปลี่ยนและเลือกนายกฯ แล้วได้คนที่เข้าใจคนสกลนครจริงๆ ได้ ซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตได้ จากข้อมูลหนี้ครัวเรือนของชาวสกลนครต่อหนึ่งครัวเรือนโดยเฉลี่ยมีหนี้ร่วม 2 แสนบาท และนี่เป็นสิ่งที่เราพูดตลอด เราจะเป็นประเทศรายได้สูง แต่หากเราไม่ดูแลคนที่เดือดร้อน ก็จะไม่ใช่ผู้นำที่ดี ฉะนั้นสิ่งแรกที่จะทำทันที คือเราจะแก้หนี้ทั้งระบบ

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า วันนี้สกลนครมี 7 เขต ขอ 7 เขตเลย และตนขออยู่ 8 ปีเลย เราใช้คำว่ายกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ และวันนี้ตนพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 แล้ว แต่ตนทำงานคนเดียวไม่ได้ ดังนั้น ขอผู้สมัครของเราเข้าไปทำงานด้วยได้หรือไม่ ตนขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีของชาวสกลนคร ขอให้เลือกทั้งคนและพรรค

เต้นจับตาคลิปเสียงหนทางได้อำนาจ

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวปราศรัยว่า ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่จะทำการเมืองแบบเกลียดชาติ เกลียดแผ่นดิน และพรรคเพื่อไทยไม่ได้เดินแนวทางที่จะสร้างความแตกแยก เราเดินหาเสียงทุกวันพูดถึงนโยบาย พูดที่จะแก้ปัญหา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนายยศชนัน ไม่เคยกระทบกระทั่ง ไม่เคยขัดแย้ง ไม่เคยมีวิวาทะกับใคร ตั้งรัฐบาลปุ๊ปทำงานได้ทันที วันนี้ตนเองนั่งเครื่องบินมาจากกรุงเทพฯ เขาเปิดคลิปเสียงใครก็ไม่รู้ ตนเองไม่กล้าพูดชื่อ เดี๋ยวเขาไปแจ้งความเอา เพราะคดีก็เยอะอยู่แล้ว แต่ฟังดูแล้ว คำพูดคนในคลิปเสียง น่าจะใหญ่โตมาก บอกว่าจะมีการปฏิวัติ หากได้พรรคโน้น มีคนที่ถูกขังคุก อ้างอิงสิ่งที่ไม่ควรอ้าง มิบังควรต่างๆนานาหลายเรื่องหลายราว ไม่รู้คลิปเสียงใคร แต่ถ้าใหญ่โตขนาดนี้ ตนเองขอเรียกว่าเป็น“คลิปประกาศศักดา“เพราะว่าใหญ่มาก ซึ่งคลิปดังกล่าว ไม่รู้ นายกฯหนู รู้เรื่องหรือไม่ เห็นผู้สื่อข่าวไปถามว่ารู้เรื่องหรือไม่ แต่นายกฯ บอกว่าได้ฟังแล้ว แต่ไม่รู้ต้องไปถามเจ้าตัวว่าจริงหรือไม่อย่างไร นายกฯ หนู ท่าทีเหมือนไม่เชื่อ แต่ไม่รู้ทำไมตนเองโคตรเชื่อ ว่าเสียงจริง แต่เสียงใครตนเองไม่รู้

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า หากฟังเนื้อหา คนที่คิดจะใช้อำนาจแบบนี้ คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องที่จะใช้ความฉ้อฉล ความไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจแบบนี้ มันไปด้วยกันไม่ได้ พรรคเพื่อไทย ทำถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง เพราะทำมาเยอะ คนทำงานมามาก ๆ ผิดพลาดบ้างก็ต้องมี อะไรผิดพลาดก็ขออภัย แต่อย่างเดียวแน่ ๆ ที่ชัดเจนว่าเพื่อไทยไม่เคยทำ คือไม่เคยเข้าสู่อำนาจด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ไม่เคยเกาะล้อรถถังขึ้นมาตั้งรัฐบาล แต่ตั้งรัฐบาลทุกทีจากคะแนนของพี่น้องประชาชน

รทสช.ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย3ก.พ.นี้

พรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการตัดสินอนาคตประเทศ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ ในงานปราศรัยใหญ่ที่เข้มข้นที่สุดแห่งปี “กา6ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ”เพื่อแสดงพลังความพร้อมและย้ำจุดยืนในการนำพาประเทศก้าวข้ามทุกวิกฤตอย่างยั่งยืน ในวันอังคารที่ 3 ก.พ.2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานอเวนิว โซน A ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (มาบุญครอง) ฝั่งถนนพระราม 1

เวทีปราศรัยโค้งสุดท้ายของพรรครวมไทยสร้างชาติครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวของขุนพลคนสำคัญ นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 2 นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 3 และนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค ร่วมด้วย คณะผู้บริหาร ผู้สมัคร สส. และสมาชิกพรรคอย่างพร้อมเพรียง

ไฮไลต์สำคัญ คือ การขึ้นเวทีโชว์วิสัยทัศน์ของ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อเน้นย้ำนโยบาย “6 เสาหลัก” ซึ่งเป็นกลยุทธเด็ดขาดในการแก้ปัญหาวิกฤตและพลิกโฉมประเทศไทยในทุกมิติ จึงขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชนร่วมฟังนโยบายที่ทำจริง “ไม่โกหก” ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของประเทศไทยไปด้วยกัน

​รบ.-กองทัพฮึม! พร้อมตอบโต้เขมรป้องอธิปไตย ย้ำเลิกยั่วยุ-หยุดแถลงโจมตีไทย

​รบ.-กองทัพฮึม! พร้อมตอบโต้เขมรป้องอธิปไตย ย้ำเลิกยั่วยุ-หยุดแถลงโจมตีไทย

​รบ.-กองทัพฮึม! พร้อมตอบโต้เขมรป้องอธิปไตย ย้ำเลิกยั่วยุ-หยุดแถลงโจมตีไทย

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รบ.-กองทัพฮึม! พร้อมตอบโต้เขมรป้องอธิปไตย ย้ำเลิกยั่วยุ-หยุดแถลงโจมตีไทย

 “สีหศักดิ์” ฮึ่ม! พร้อมปกป้องอธิปไตย ถ้าเขมรตั้งใจยั่วยุ-เสริมกำลังทหาร-ขุดคูเลตยิงป่วนไทย ลั่นจับตาความเคลื่อนไหวทหารเขมรตลอดเวลา เผยเตือน บิ๊กเขมร” ไปแล้วให้ระวังคำพูด ที่อาจเป็นการแทรกแซงไทย ด้านโฆษกทอ.ยัน ทอ.สแตนด์บาย พร้อมรบมาตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิง ขอให้ปชช.มั่นใจ

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเขมรยิง M79 เข้ามาฝั่งประเทศไทยเมื่อค่ำวันที่ 30 มกราคมว่า ยังมีช่องทางการพูดคุย ประเด็นสำคัญคือ ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ซึ่งมีการพูดคุยกันระดับพื้นที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางครั้งก็เกิดความเข้าใจผิด หรือถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ก็เป็นสิ่งที่เราต้องกังวล ที่ผ่านมาเหตุการณ์เหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นก็คุยกันและตรวจสอบว่าเป็นมาอย่างไร กลไกที่เรามีอยู่ก็เดินหน้าไปด้วยดี แต่มันเป็นเรื่องของการที่ต้องทำให้หยุดยิงแบบยั่งยืนจริงๆ ไม่มีกระทบกระทั่งหรือยั่วยุ ไม่ว่าเป็นสถานการณ์ในพื้นที่ หรือยั่วยุเรื่องถ้อยแถลงต่างๆ ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เมื่อเดินหน้าอย่างนี้จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าการฟื้นฟูความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าให้ความมั่นใจประชาชานได้หรือไม่ว่า ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่มีการเลือกตั้ง จะไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้การเลือกตั้งในประเทศไทยไม่สามารถเกิดขึ้นได้ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เราต้องคุยกับเขมรว่าต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ต้องให้การหยุดยิงยั่งยืนจริงๆ จะได้เดินหน้าความไว้เนื้อเชื่อใจ

ถามว่าถึงขณะนี้ยังมีการยิงปืนบ้าง มีเสียงระเบิดบ้าง นายสีหศักดิ์กล่าวว่า แต่ก็มีการชี้แจงทำความเข้าใจว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดเพราะอะไร ตราบใดที่ยังไม่ใช่การยุยงหรือเป็นการรุกล้ำด้วยเจตนา ถ้าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วคุยกันได้ อธิบายกันได้ ทุกเหตุการณ์ต้องมีการชี้แจง

ถามอีกว่า ถ้ายังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าการสู้รบครั้งที่ 3 จะไม่เกิดขึ้น นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้การหยุดยิงยั่งยืน ไม่ให้เกิดเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เราไม่ประสงค์ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้น เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราคือ ปกป้องอธิปไตยของเราอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานแล้วใช่หรือไม่ว่า กัมพูชาเสริมอาวุธ เสริมกำลังทหาร ขุดคูเลต นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เราติดตามอยู่ว่าเขาทำอะไรบ้าง ถ้าเป็นการรุกล้ำอธิปไตยเรา หรือถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรที่จงใจ เราก็ต้องปฏิบัติการของเรา

ถามย้ำว่า มีการพูดคุยกัน แต่ทำไมยังมีกรณีผู้ใหญ่ของกัมพูชาออกมาแถลงโจมตีประเทศไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนก็บอกกัมพูชาระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ก็พูดกันชัดเจนว่าคำพูดต่างๆต้องระมัดระวัง อย่ามีคำพูดอะไรที่อาจเข้ามาแทรกแซง เพราะไทยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะมีคำพูดเหล่านี้ในถ้อยแถลง

ด้านพลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า กองทัพอากาศ (ทอ.)ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวชายแดนตามปกติ โดยเฝ้าระวังตั้งแต่ประกาศการหยุดยิงครั้งที่ 2 ทุกเหล่าทัพ เราทำอยู่บนพื้นฐานความพร้อมตลอดเวลา เพื่อป้องกันน่านฟ้าอธิปไตยของไทย แม้ว่ายังคงถูกยั่วยุ 2-3 ครั้งจากฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุด ที่อ้างว่ามีการเตะ fire winner แล้วทำให้เกิดแสงสว่างนั้น ซึ่งได้พูดคุยพยายามรักษาสภาพแวดล้อมไม่ให้เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน และบอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่ประเทศไทยยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นการละเมิดข้อตกลงที่พูดคุยกันไว้ชัดเจน ตนก็ไม่มั่นใจว่า หลังจากที่เกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ตนยืนยันว่า กองทัพอากาศไทยอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ขอให้ประชาชนมั่นใจ กองทัพอากาศยังปฏิบัติงานอยู่บนพื้นฐานการปกป้องตัวเองบนความจำเป็น และความเหมาะสมกับภัยคุกคาม ซึ่งอยู่บนพื้นฐานมนุษยธรรม โดยการปฎิบัติหน้าที่ของกองทัพอากาศที่ผ่านมา มีการโจมตีกองกำลังทหารเท่านั้น ไม่เคยมุ่งเป้าพลเรือนที่ไม่เกี่ยวกับการสู้รบ สังเกตได้ว่า การรายงานข่าวของกัมพูชาก็ไม่พบข้อมูลการเสียชีวิตของพลเรือนกัมพูชา

ส่วนเรื่องยุทธโธปกรณ์ โฆษก ทอ.ยืนยันว่า ทอ.พร้อมในการปฏิบัติการ 2-3 ปี เมื่อใช้ก็ต้องเติม ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างกองทัพกับรัฐบาลสนับสนุนกันและกัน ประเทศไทยเป็นเนื้อเดียวกันไม่ว่าเป็น รัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นศักยภาพความเป็นหนึ่งเดียวของทีมไทยแลนด์ และมองความเป็นหนึ่งเดียวของเรา เป็นพื้นฐานการอยู่รอด ความมั่นคงของประเทศชาติ ในการถูกคุกคามทุกมิติ อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังความปลอดภัยช่วงเลือกตั้งชายแดน เป็นส่วนของหน่วยงานความมั่นคงดูแลอยู่แล้ว เรื่องชายแดนทุกเหล่าทัพสแตนด์บายตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 พร้อมรับมือกับภัยคุกคามประเทศไทยทุกมิติ

‘สปส.’ฉาวซ้ำอีกแล้ว พรรคส้มเขย่าไม่เลิก คราวนี้ควัก84.5ล้าน ซื้อที่รกร้างอยู่ในหลืบ

‘สปส.’ฉาวซ้ำอีกแล้ว พรรคส้มเขย่าไม่เลิก คราวนี้ควัก84.5ล้าน ซื้อที่รกร้างอยู่ในหลืบ

‘สปส.’ฉาวซ้ำอีกแล้ว พรรคส้มเขย่าไม่เลิก คราวนี้ควัก84.5ล้าน ซื้อที่รกร้างอยู่ในหลืบ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘สปส.’ฉาวซ้ำอีกแล้ว พรรคส้มเขย่าไม่เลิก คราวนี้ควัก84.5ล้าน ซื้อที่รกร้างอยู่ในหลืบ

สหัสวัต” เปิดอีก! แฉประกันสังคม ผลาญเงินผู้ประกันตน ซื้อที่ดินรกร้าง 84.5 ล้านบาท ข้องใจอยู่ในหลืบซอยขับรถสวนกันยังลำบาก ฝาก 5 คำถามถึง สปส. ด้าน ฮิวแมนไรท์ฯ คอนเฟิร์มพรรคส้ม” ยุไม่ควรถอย หนุนนโยบายให้แรงงานข้ามชาติ มีสิทธิเลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคม แนะยึดหลัก อย่าปฏิเสธ

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายสหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.ชลบุรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สหัสวัต คุ้มคง ระบุว่า… เราเป็นเจ้าของที่ดินรกร้างกันเฉยเลยพี่น้องผู้ประกันตน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมได้รับเอกสารจากคนในสำนักงานประกันสังคมเกี่ยวกับโครงการโครงการหนึ่ง คือสำนักงานประกันสังคมมีโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรีแห่งใหม่ โดยให้เหตุผลว่าสำนักงานประกันสังคมสาขาชลบุรีปัจจุบันนั้น พื้นที่คับแคบ มีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอกับการให้บริการผู้ประกันตน ต้องเช่าที่ดิน เกิดความสิ้นเปลืองจึงจำเป็นที่จะต้องจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างสำนักงานใหม่ เลยแวะมาดูที่ดินหน่อยครับ

โครงการดังกล่าวคือโครงการเลขที่ 67089559825 เป็นโครงการที่อนุมัติในช่วงปลายปี 66 ก่อนที่บอร์ดจากการเลือกตั้งจะเข้าไป แล้วเริ่มใช้งบในปี 67โดยตั้งงบประมาณที่จะจัดซื้อไว้ 88,000,000 บาท แต่ได้มาในราคา 84,500,000 บาทครับ ต่ำกว่าราคากลางแค่ 3.98%ที่ดินดังกล่าวเป็นการรวมแปลงที่ดินจำนวน 5 แปลงรวมกัน โดยราคาประเมินของกรมธนารักษ์รวมกัน 5 แปลง จะอยู่ที่ประมาณ 24 ล้านบาท ผมไปค้นเอกสารมาก็พบว่า ที่ดินนี้เป็นที่ดินขนาดประมาณ 5 ไร่ 1 งาน ตั้งอยู่ในซอกหลืบโซนบ้านสวนครับ โดยมีการประกาศราคากลางในวันที่ 24 สิงหาคม 2567 และมีการประกาศรายชื่อผู้ชนะในวันที่ 11 ธันวาคม 2567 ครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จนถึงวันนี้ผ่านไปปีกว่าก็ยังไม่มีโครงการจะก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่เลยก็ไม่แน่ใจว่าทำไม แต่มีคนในประกันสังคมมาแอบกระซิบกับผมว่าอาจจะเป็นเพราะการซื้อที่ดินดังกล่าวเป็นการซื้อที่ผิดสเปคเพราะกำหนดไว้ว่าที่ดินจะต้องติดถนนใหญ่แต่ดันไปซื้อในตรอกซอก และยังใช้วิธีซื้อแบบเฉพาะเจาะจงอีกด้วย ผมพยายามค้นหา TOR เรื่องนี้แต่กลับหายไปจากเว็บไซต์ประกันสังคมอย่างน่าแปลกใจ และผมยังได้ยินมาอีกว่ามีคนเอาเรื่องนี้ไปร้องกับหน่วยงานตรวจสอบบางหน่วยงานแล้ว

ผมมีคำถามไปสำหรับเรื่องนี้ดังนี้ครับ 1.สำนักงานประกันสังคมมีเหตุผลอะไรจึงต้องเลือกใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการซื้อที่ดินแห่งนี้ทั้งๆที่อาจมีที่ดินที่เหมาะสมกว่าที่ติดถนใหญ่ในราคาใกล้เคียงกันถึงตรว.ละ 40,000 กว่าบาท 2. การซื้อนี้เป็นการจัดซื้ออย่างถูกต้องหรือไม่ แล้วถ้าหากจัดซื้ออย่างถูกต้อง ทำไมถึงยังไม่มีโครงการที่จะก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่นี้เกิดขึ้นอีก ปัจจุบันยังคงปล่อยเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า จนหญ้าขึ้นสูงไปหมด 3. มีการร้องไปที่หน่วยงานตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นปปช. หรือ สตง. จริงหรือไม่ 4. ผมขอคำตอบจากสำนักงานประกันสังคมเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้จากเรื่องนี้ด้วยพร้อมกับเปิด TOR ที่หายไปให้พี่น้องประชาชนร่วมกันตรวจสอบ

และข้อสุดท้ายครับผมอยากถามคนชลบุรีและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับว่าการใช้เงินครั้งนี้เพื่อซื้อที่ดินตรงนี้คุ้มหรือไม่กับการรองรับผู้ประกันตนนับล้านคนในจังหวัดชลบุรี กับพื้นที่ที่ทางเข้าคับแคบ อยู่ในหลืบในซอย ถนนรถขับสวนกันก็ยังลำบาก และอยากถามพี่น้องคนชลบุรีครับว่ามีใครมีที่ดินหรือทำงานด้านการประเมินมูลค่าอสังหาฯช่วยกันคอมเม้นท์หรือส่งข้อมูลหน่อยครับว่าการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ ราคาที่ดินตรงนี้เป็นอย่างไร กับที่ดินที่อยู่ลึกขนาดนี้ แต่ราคาสูงขนาดนี้ เราจะไม่เสียเงิน 84.5 ล้านบาทของกองทุนประกันสังคมไปฟรีๆ จริงๆใช่มั้ย

ด้าน นายสุณัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอชประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่าน Xว่า ไม่ควรถอย! ปีกแรงงานของ #พรรคส้ม มีนโยบายชัดเจนที่สนับสนุนให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้ง และสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม (ดูนโยบายข้อ14ของ#ประกันสังคมก้าวหน้า https://thestandard.co/14-policies-from-progressive และคำให้สัมภาษณ์ของแกนนำในหลายโอกาส)ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะยกระดับการปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติให้สอดคล้องกับหลักสากล แรงงานข้ามชาติมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และมีสถานะเป็นผู้ประกันตน แต่กลับถูกกีดกันด้อยสิทธิ

ขอแนะนำในฐานะกัลยาณมิตรว่า #ไอซ์ และ #พรรคประชาชน @PPLEThai ควรปกป้องยืนยันหลักการสำคัญนี้อย่างหนักแน่น แทนที่จะปฏิเสธ และโบ้ยว่าเป็นเรื่องบิดเบือน.