ยศชนันออนทัวร์นครพนม อ้อนขอแลนด์สไลด์4เขต ล้างหนี้-ค่าไฟ3.70 มัดใจชาวอีสาน

ยศชนันออนทัวร์นครพนม อ้อนขอแลนด์สไลด์4เขต ล้างหนี้-ค่าไฟ3.70 มัดใจชาวอีสาน

ยศชนันออนทัวร์นครพนม อ้อนขอแลนด์สไลด์4เขต ล้างหนี้-ค่าไฟ3.70 มัดใจชาวอีสาน

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.17 น.

หน้าฮ้านแตก! “ยศชนัน” ลุยปราศรัยนครพนม คนแห่รับแน่น ชู “ล้างหนี้-ลดค่าไฟ 3.70 บ.-เติมเงินเปราะบาง 3 พัน” ประกาศสงครามทุนสีเทา มั่นใจกวาด ส.ส. ยกทีม 4 เขต

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ บรรยากาศพรรคเพื่อไทย ทัวร์ภาคอีสาน 3 วัน 8 จังหวัด 16 เวทีปราศรัย นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคเพื่อไทย โดยวันนี้ (2 ก.พ.) พบปะประชาชนและปราศรัย 3 เวที ในจังหวัดสกลนคร และมาพบปะประชาชนที่เวทีที่ 4 ที่ จ.นครพนม ที่ หอประชุมวชิรบพิตร มหาวิทยาลัยนครพนม มีผู้มาฟังจนล้นออกไปนอกหอประชุม ชาวบ้านมาต้อนรับแน่นขัด คล้องพวงมาลัยหมูยอ แคปหมู กระติบข้าวเหนียว ข้าวเกรียบว่าว และผลิตภัณฑ์ของดีประจำจังหวัดนครพนม 

นายยศชนัน ปราศรัยว่า ชาวนครพนมโชคดีที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้เพียงแค่ลงพื้นที่ช่วงหาเสียง แต่ได้นำข้อมูลความต้องการของประชาชนไปกำหนดเป็นนโยบายพรรคเรียบร้อยแล้ว พร้อมขอเสียงสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 4 เขต เพื่อผลักดันกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ผ่านรัฐสภาไปสู่นายกรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำวิสัยทัศน์ให้นครพนมเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “คุณภาพชีวิตของประชาชน”

นานยศชนัน กล่าวถึงปัญหาปากท้องว่า พรรคเข้าใจหัวอกประชาชนและพร้อมประกาศนโยบาย “แก้หนี้ทั้งระบบ” โดยหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท หากเป็นหนี้เสีย จ่ายเพียง 10% จะตัดจบปิดบัญชีทันที ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุที่มีหนี้เสียวงเงิน 100,000 บาท จะตัดจบให้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐออกค่าใช้จ่าย 70% ประชาชนจ่าย 30% ลดค่าไฟเหลือ 3.70 บาท ด้วยนโยบายพลังงานไฟฟ้าเสรีเพื่อสร้างความยั่งยืน

ด้านการเกษตรและสาธารณูปโภค ประกาศโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งแบบเบ็ดเสร็จ โดยชี้แจงที่มาของงบประมาณผ่านโครงการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ในระบบ ซึ่งจะทำให้มีวงเงินเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านบาท นำมาพัฒนาถนน ประปา และความเป็นอยู่ชาวนครพนม พร้อมประกาศลดอำนาจรัฐและคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้งบประมาณถึงมือประชาชนโดยตรง

นายยศชนัน ยังยกตัวอย่างความสำเร็จของสิงคโปร์ในการปราบปรามทุจริต โดยพรรคเพื่อไทยจะนำระบบ “รัฐบาลดิจิทัล” มาใช้เพื่อตรวจสอบราคาสินค้าและการจัดซื้อจัดจ้าง ป้องกันการใช้อำนาจรัฐข่มขู่ประชาชน พร้อมประกาศ “ทำสงครามกับคอร์รัปชัน ทุนสีเทา และสแกมเมอร์” ให้หมดไปจากสังคมไทย รวมถึงมาตรการปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาด โดยแยกผู้เสพไปบำบัด 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด สร้างอาชีพให้ และยึดทรัพย์ผู้ค้าพร้อมขับไล่ออกนอกประเทศ ช่วงท้ายได้เน้นย้ำถึงนโยบายดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง หากมีรายได้ไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน พรรคเพื่อไทยพร้อมสมทบให้ครบ 3,000 บาท ตามหลักการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน”

“ครั้งนี้การแข่งขันสูงจริงๆ มาทุกวิถีทาง ทำให้วันนี้ผมต้องเดินทางมาที่นครพนมเพื่อสื่อสารโดยตรง หากผมได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะกลับมาที่นี่แน่นอน ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกหลานคนนครพนม” นายยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย พร้อมขอให้ประชาชนร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยการสนับสนุนพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค 

สำหรับผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย จ.นครพนม ประกอบด้วย นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต1 เบอร์3 นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต2 เบอร์1 นายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ผู้สมัครสส. จังหวัดนครพนม เขต3 เบอร์6 และเนายชาญชัย คำจำปา ผู้สมัครสส. จังหวัดนครพนม เขต4 เบอร์1

โค้งสุดท้ายส้มโหนเจ้า! ไอซ์ รักชนก แชร์ภาพเท้ง 7 ปีที่แล้ว สวมเสื้อเหลืองร่วมกิจกรรมจิตอาสา

โค้งสุดท้ายส้มโหนเจ้า! ไอซ์ รักชนก แชร์ภาพเท้ง 7 ปีที่แล้ว สวมเสื้อเหลืองร่วมกิจกรรมจิตอาสา

โค้งสุดท้ายส้มโหนเจ้า! ไอซ์ รักชนก แชร์ภาพเท้ง 7 ปีที่แล้ว สวมเสื้อเหลืองร่วมกิจกรรมจิตอาสา

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.40 น.

โค้งสุดท้ายส้มโหนเจ้า! ไอซ์ รักชนก แชร์ภาพเท้ง 7 ปีที่แล้ว สวมเสื้อเหลืองร่วมกิจกรรมจิตอาสา

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แชร์โพสต์ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ซึ่งเป็นภาพขณะนายณัฐพงษ์ สวมเสื้อเหลืองร่วมเป็นจิตอาสา เมื่อปี 2562 โดยระบุแคปชันว่า “นายกเท้งรักในหลวง”

อย่างไรก็ตาม สำหรับน.ส.รัชนก ศรีนอก ถูกศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุก 6ปี ฐานผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพ์พิวเตอร์   โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่  13 ธันวาคม 2566 และได้รับการประกันตัว สู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ 

อรรถวิชช์ อัดกกต.ไม่รอบคอบ เผยเลือกตั้งล่วงหน้ามีคนลงทะเบียนสำเร็จแต่ใช้สิทธิไม่ได้

อรรถวิชช์ อัดกกต.ไม่รอบคอบ เผยเลือกตั้งล่วงหน้ามีคนลงทะเบียนสำเร็จแต่ใช้สิทธิไม่ได้

อรรถวิชช์ อัดกกต.ไม่รอบคอบ เผยเลือกตั้งล่วงหน้ามีคนลงทะเบียนสำเร็จแต่ใช้สิทธิไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.18 น.

อรรถวิชช์ อัดกกต.ไม่รอบคอบ เผยเลือกตั้งล่วงหน้ามีคนลงทะเบียนสำเร็จแต่ใช้สิทธิไม่ได้ ทำเลือกตั้งไม่เป็นธรรม ย้ำพีระพันธุ์ เตรียมปล่อยข้อมูลเด็ดบนเวทีปราศรัยใหญ่ กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ เย็นวันอังคารที่ 3 ก.พ. ลานหน้า MBK

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับหลากหลายปัญหาหลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา นอกจากปัญหาชื่อผู้สมัครหายหลายพรรคแล้ว มีประชาชนร้องเรียนมาว่า ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าสำเร็จแล้ว แต่พอไปใช้สิทธิ์จริงกลับไม่มีชื่อ ไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ จึงอยากให้ กกต. ทำงานให้ รอบคอบกว่านี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม กระทบสิทธิ์ประชาชน

นายอรรถวิชช์ เปิดเผยว่า วันอังคารที่ 3 ก.พ. นี้ ที่ลานหน้า MBK ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “เบอร์ 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ” โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เตรียมจะนำ “ชุดข้อมูลสำคัญ” ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน เกี่ยวกับข้อเท็จจริงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ในการต่อสู้ว่าต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง พร้อมเปิดโปงพฤติกรรมของ “กลุ่มทุนผูกขาด” ให้ประชาชนได้รับรู้ความจริง เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจครั้งสำคัญก่อนเข้าคูหา ว่าทำไมต้องเลือก “รวมไทยสร้างชาติ” เข้าไปทำหน้าที่

กรณ์ นำทัพ ปชป หนุน สมชาติ ปลุกกระแสเลือกทั้งคนทั้งพรรค

กรณ์ นำทัพ ปชป หนุน สมชาติ ปลุกกระแสเลือกทั้งคนทั้งพรรค

กรณ์ นำทัพ ปชป หนุน สมชาติ ปลุกกระแสเลือกทั้งคนทั้งพรรค

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.01 น.

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นาย กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วยหาเสียงให้นาย สมชาติ ประดิษฐพร หรือ “พี่อ้อย” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 หมายเลข 5 ขอคะแนนจากประชาชนในอำเภอพุนพินและอำเภอบ้านตาขุน ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งเขต 4

ช่วงเช้า นายกรณ์พร้อมนายสมชาติ ได้นั่งเรือข้ามแม่น้ำตาปี ไปยังตลาดพุนพิน ตลาดใหญ่ลำดับสองของจังหวัด ท่ามกลางชุมชนหนาแน่นและพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีเสียงตะโกนสนับสนุน “คนใต้ต้องเลือกประชาธิปัตย์ เพื่อไม่ให้สมบัติพ่อเฒ่าสูญ” สะท้อนความผูกพันของพรรคการเมืองเก่าแก่ที่อยู่คู่คนใต้มายาวนานกว่า 80 ปี

ปชป

ไฮไลต์สำคัญ เกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านผู้ติดตามเวทีปราศรัยพรรคอย่างต่อเนื่อง เดินทางไปดักพบนายกรณ์ ที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี เพื่อขอลายเซ็นบนเสื้อที่มีรายชื่อผู้นำพรรคในอดีตและปัจจุบัน ได้แก่ นาย บัญญัติ บรรทัดฐาน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และตั้งใจจะไปขอลายเซ็น นาย ชวน หลีกภัย ที่เวทีปราศรัยจังหวัดตรัง วันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ขณะเดียวกัน คุณป้าชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวชัด “คนใต้ต้องเลือกพรรคของคนใต้ เพื่อให้หัวหน้าพรรคได้เป็นนายกฯ”

ตลอดเส้นทาง มีประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้ามาขอถ่ายภาพ มอบดอกกุหลาบและพวงมาลัย พร้อมฝากความหวังให้ช่วยแก้ปัญหาปากท้องผู้ค้าผู้ขาย โดยต่างส่งเสียงเชียร์ “สุราษฎร์เขต 4 เลือก 527 เลขเด็ด” เทใจให้ทั้งเบอร์ผู้สมัคร 5 และเบอร์พรรค 27

ปชป

จากนั้น คณะเดินทางต่อไปยังศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบ้านตาขุน แหล่งผลิตพริกแกงปักษ์ใต้โอทอปชื่อดัง จำหน่ายทั่วประเทศ กลุ่มแม่บ้านผู้แทนชุมชนระบุว่า โครงการดังกล่าวสร้างงาน สร้างรายได้ และแบ่งปันผลกำไรคืนสมาชิกอย่างเป็นธรรม

นายกรณ์กล่าวชื่นชมรูปแบบเศรษฐกิจชุมชนเช่นนี้ ระบุว่าเป็นแนวทางที่เคยประสบความสำเร็จสูงในหลายพื้นที่ หากพรรคได้โอกาสเป็นรัฐบาล พร้อมกลับมาหนุนเสริมอย่างเป็นรูปธรรม

ปชป

ก่อนกลับ นายกรณ์ฝากย้ำหมายเลขเลือกตั้ง “เบอร์ 5 พี่อ้อย และเบอร์พรรค 27” พร้อมระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์กลับมาแข็งแรงและมีพลังคนรุ่นใหม่มากขึ้น ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ การจะมีบทบาทในสภาหรือรัฐบาลขึ้นอยู่กับจำนวน สส. ที่ประชาชนเลือกเข้าไป สำหรับนายสมชาติ แม้เคยเว้นวรรคการเมืองไประยะหนึ่ง แต่เป็นบุคลากรที่พรรคเชื่อมั่นและรู้จักดี จึงขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนให้ “527” เข้าไปทำงานในสภา เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศต่อไป.

ปชป
ปชป
ปชป
ปชป

ลุงป้อมติดใจเข้าครัว โชว์ฝีมือทำกุ้งกระเทียม บอกเคล็ดลับทำอาหาร

ลุงป้อมติดใจเข้าครัว โชว์ฝีมือทำกุ้งกระเทียม บอกเคล็ดลับทำอาหาร

ลุงป้อมติดใจเข้าครัว โชว์ฝีมือทำกุ้งกระเทียม บอกเคล็ดลับทำอาหาร

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.59 น.

ลุงป้อม ติดใจการเข้าครัว โชว์ฝีมือทำกุ้งกระเทียม พร้อมบอกเคล็ดลับ ทำอาหารต้องจริงใจ เหมือนทำงานเพื่อคนกินได้รับรสชาติที่ถูกใจ ผลตอบรับคำชมก็จะตามมาเอง

2 กุมภาพันธ์ 2569 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ เปิดครัวทำจานโปรด “กุ้งกระเทียม” ซึ่งเป็นเมนูง่ายๆ และสามารถปรับใช้กับเนื้อสัตว์ชนิดอื่นได้

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การทำอาหารก็เหมือนการใช้ชีวิตและการทำงาน ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องลองผิดลองถูก และเรียนรู้ตลอดเวลา ต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็น และเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา

สำหรับเมนูกุ้งกระเทียมแบบ “ลุงป้อม” เริ่มจากเลือกกุ้งที่สด ล้างให้สะอาด แล้วโรยเกลือเล็กน้อยก่อนนำไปทอด ค่อยๆ ทอดให้มันกุ้งออกมากำลังดี เคล็ดลับอยู่ที่เตรียมน้ำมันกระเทียม จำเป็นต้องใช้กระเทียม 2 แบบ คือกระเทียมไทยเพื่อความหอม และกระเทียมจีนเพื่อให้มีเนื้อ ปรุงรสด้วยพริกไทยและซอสปรุงรสตามชอบ แล้วนำไปผัดกับน้ำมันที่ทอดกุ้ง ก่อนราดลงบนกุ้ง กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และพริกกระเทียมน้ำมะนาว จะช่วยตัดเลี่ยนทำให้กินเพลินจนข้าวหมดหม้อ 

พล.อ.ประวิตร กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำอาหารคือการสร้างความสามัคคี วัตถุดิบทุกอย่างต้องช่วยกัน ไม่มีใครเด่นกว่าใคร กระเทียมช่วยชูรสกุ้ง กุ้งช่วยให้รสชาติกลมกล่อม เหมือนกับการอยู่ร่วมกันในสังคม หากช่วยกัน ทุกอย่างก็อร่อยได้

‘นักวิชาการ’ ชี้ ‘อนุทิน’ นำ ‘ภท.’ รุกปราศรัยใหญ่สวนลุมฯทะลุเป้า ฉายภาพชัด3มิติ

‘นักวิชาการ’ ชี้ ‘อนุทิน’ นำ ‘ภท.’ รุกปราศรัยใหญ่สวนลุมฯทะลุเป้า ฉายภาพชัด3มิติ

‘นักวิชาการ’ ชี้ ‘อนุทิน’ นำ ‘ภท.’ รุกปราศรัยใหญ่สวนลุมฯทะลุเป้า ฉายภาพชัด3มิติ

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.57 น.

พรรคอนุรักษ์นิยมร่วมสมัย! ‘นักวิชาการ’ ชี้ ‘อนุทิน’ นำ ‘ภท.’ รุกปราศรัยใหญ่สวนลุมฯทะลุเป้า ฉายภาพชัด3มิติโชว์ ‘เด็ดขาด-ตรงไปตรงมา-ภาวะผู้นำเข้มแข็ง’ วางยุทธศาสตร์รวมเสียงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง69 

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานครมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวให้ความเห็นต่อการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า เวทีดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน ทั้งในเชิงบรรยากาศและนัยทางการเมือง โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก สะท้อนการตอบรับจากฐานเสียงเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวต่อว่า หากพิจารณาเฉพาะคำปราศรัยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เวทีสวนลุมพินีมิใช่เพียงเวทีหาเสียงทั่วไป หากแต่เป็น “หมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนความพยายามจัดระเบียบใหม่ของขั้วอนุรักษ์นิยมไทย ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการเลือกตั้งใหญ่ เวทีนี้ไม่ได้มุ่งอธิบายนโยบายเชิงเทคนิค แต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างจงใจ เพื่อวางตำแหน่งพรรคในระยะยาว การเลือกสวนลุมพินีไม่ใช่เรื่องบังเอิญเนื่องจากเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของชนชั้นกลางกรุงเทพฯ ข้าราชการ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง เสถียรภาพ และความเป็นระเบียบของสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มที่แม้ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ แต่มีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองมาโดยตลอด การขึ้นเวทีในพื้นที่ดังกล่าวจึงเท่ากับการประกาศชัดว่าพรรคตระหนักดีว่ากำลังสื่อสารกับใคร และต้องการเป็นตัวแทนของใคร

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวอีกว่า ลีลาของนายอนุทินมีความชัดเจนใน 3 มิติ ได้แก่ ความเด็ดขาด ความตรงไปตรงมา และภาพลักษณ์ความเข้มแข็งของผู้นำในภาวะวิกฤต ซึ่งสอดคล้องกับการเมืองแบบสร้างอารมณ์ร่วมและกำหนดฐานเสียงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการรับ “คำสั่งประชาชน” 4 ประเด็นหลัก คือ ความมั่นคงแห่งชาติ การปกป้องสถาบันกษัตริย์การนำศักดิ์ศรีไทยกลับสู่เวทีโลก และการสร้างเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพผ่านนโยบายคนละครึ่งพลัสต่อเนื่อง
สารดังกล่าวเป็นหัวใจของ “อนุรักษ์นิยมร่วมสมัย” ที่พยายามผสานความมั่นคงทางอุดมการณ์เข้ากับนโยบายเศรษฐกิจที่ประชาชนจับต้องได้ พร้อมทั้งตอกย้ำความไม่ไว้วางใจต่อพรรคคู่แข่งในอีกสองขั้ว และกำหนดกรอบความชอบธรรมทางศีลธรรมให้กับฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างชัดเจน

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวด้วยว่า หัวใจสำคัญของเวทีนี้คือการส่งสารตรงถึงชาวอนุรักษ์นิยมไม่ให้เสียงแตก และรวมพลังลงคะแนนเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มโอกาสเอาชนะอีกขั้วทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความผูกพันทางอารมณ์กับอดีตผู้นำอย่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยังคงเป็นฐานเสียงสำคัญในตลาดเลือกตั้ง ขณะที่ในเชิงโครงสร้าง เวทีสวนลุมพินีทำหน้าที่ปูทางพร้อมกัน 3 ระดับ ได้แก่ การสร้างอัตลักษณ์พรรคในฐานะแกนหลักฝ่ายอนุรักษ์นิยม การดูดซับฐานเสียงที่ลังเลในขั้วเดียวกัน และการเตรียมความชอบธรรมเพื่อก้าวสู่การเป็นแกนนำรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

“คำปราศรัยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปลุกใจ แต่เป็นการตอกเสาเข็มทางอุดมการณ์ ฐานเสียง และความชอบธรรมในการนำประเทศ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าภูมิใจไทยจะชนะหรือไม่ แต่คือฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะสามารถรวมศูนย์พลังได้จริงเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวแปรชี้ชะตาการเมืองไทยหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว 

วราวุธ-สรชัด ไม่แผ่ว เดินตลาดกลางเมืองสุพรรณ เจอเอฟซี บอกยังรักเหมือนเดิม เทใจให้ภท.

วราวุธ-สรชัด ไม่แผ่ว เดินตลาดกลางเมืองสุพรรณ เจอเอฟซี บอกยังรักเหมือนเดิม เทใจให้ภท.

วราวุธ-สรชัด ไม่แผ่ว เดินตลาดกลางเมืองสุพรรณ เจอเอฟซี บอกยังรักเหมือนเดิม เทใจให้ภท.

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.52 น.

วราวุธ-สรชัด ไม่แผ่ว เดินตลาดกลางเมืองสุพรรณ เจอเอฟซี บอกยังรัก เทใจให้ภูมิใจไทย ขอให้ทำงานให้คนสุพรรณเหมือนเดิมและดีขึ้นกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ที่ จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร สส. เขต 1 สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงในเขตอำเภอเมือง และได้เดินเข้าไปในตลาดทรัพย์สินสุพรรณบุรี ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาพักเที่ยง ทำให้ภายในตลาดเต็มไปด้วยผู้คนที่มารับประทานอาหารกลางวันในช่วงพักกลางวัน ซึ่งนายวราวุธ และนายสรชัด ได้เดินทักทายด้วยความเป็นกันเอง

นอกจากนี้ ได้ไปเดินขอคะแนนในโซนร้านค้าที่เป็นห้องแถว โดยบริเวณดังกล่าว เป็นบ้านเก่าของนายบรรหาร กับคุณหญิงแจ่มใส ก่อนที่จะพบรักกันและมีครอบครัว และปัจจุบันนี้ยังมีบรรดาญาติๆ ของนายวราวุธทำมาค้าขายอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตามหลายคนได้ทักทายนายวราวุธและนายสรชัด พร้อมระบุว่า ยังรักเหมือนเดิม เทใจให้ภูมิใจไทย, ไม่ต้องห่วงบ้านนี้ยกครัว, ขอให้ทำงานให้คนสุพรรณเหมือนเดิม และดีขึ้นกว่าเดิม 
 

รทสช.ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ 3 ก.พ.นี้

รทสช.ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ 3 ก.พ.นี้

รทสช.ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ 3 ก.พ.นี้

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.46 น.

รวมไทยสร้างชาติ เตรียมเปิดเวทีเดือด!! แฉความจริงที่คนไทยต้องรู้ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย  กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ 3 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 พรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการตัดสินอนาคตประเทศ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ ในงานปราศรัยใหญ่ที่เข้มข้นที่สุดแห่งปี “กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ” เพื่อแสดงพลังความพร้อมและย้ำจุดยืนในการนำพาประเทศก้าวข้ามทุกวิกฤตอย่างยั่งยืน ในวันอังคารที่ 3 ก.พ.2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานอเวนิว โซน A ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (มาบุญครอง) ฝั่งถนนพระราม 1

เวทีปราศรัยโค้งสุดท้ายของพรรครวมไทยสร้างชาติครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวของขุนพลคนสำคัญ นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค  ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 2   นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 3 และนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค ร่วมด้วย คณะผู้บริหาร ผู้สมัคร สส. และสมาชิกพรรคอย่างพร้อมเพรียง

ไฮไลต์สำคัญคือการขึ้นเวทีโชว์วิสัยทัศน์ของ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อเน้นย้ำนโยบาย “6 เสาหลัก” ซึ่งเป็นกลยุทธเด็ดขาดในการแก้ปัญหาวิกฤตและพลิกโฉมประเทศไทยในทุกมิติ จึงขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชนร่วมฟังนโยบายที่ทำจริง  “ไม่โกหก” ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของประเทศไทยไปด้วยกัน

อนุทิน สวนธนาธร หลังบอกมองจากดาวอังคาร ปชน.ชนะ แค่เป็นการคาดหวังเหมือนทุกพรรค

อนุทิน สวนธนาธร หลังบอกมองจากดาวอังคาร ปชน.ชนะ แค่เป็นการคาดหวังเหมือนทุกพรรค

อนุทิน สวนธนาธร หลังบอกมองจากดาวอังคาร ปชน.ชนะ แค่เป็นการคาดหวังเหมือนทุกพรรค

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.55 น.

อนุทิน บอกดี ประชาชนแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า สวนธนาธร หลังบอกมองจากดาวอังคารพรรคประชาชนชนะ แค่เป็นการคาดหวังเหมือนทุกพรรค โยนประกันสังคมแจงปมเอาต่างด้าวนั่งบอร์ดบริหาร

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ที่สำนักข่าวท็อปนิวส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคประชาชนมีปัญหาในเรื่องของข้อมูลต่างๆ ทางพรรคภูมิใจไทยได้เจอปัญหาหรือมีขั้นตอนการแก้ไขอย่างไร ว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหาอะไร ทราบแต่รายงานภาพรวมมีประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเยอะมาก ให้ความสนใจในความเป็นไปของบ้านเมืองเยอะขึ้น ดี เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าในวันที่ 8 ก.พ.ที่จะถึงนี้ เจ้าของประเทศจะได้ไปใช้สิทธิ์เต็มที่ ตัดสินใจอนาคตของประเทศอย่างเต็มที่ ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศเป็นอย่างมาก

เมื่อถามว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ปราศรัยเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ว่ามองจากดาวอังคารก็รู้แล้วว่าพรรคประชาชนชนะแน่ นายอนุทิน ถึงกับร้องหืม ก่อนตอบว่า ทุกคนต้องคาดหวังไว้ ทุกคนก็มีสิทธิ์ ไม่มีใครรู้จักพรรคประชาชนเท่ากับคนของพรรคประชาชนเอง เช่นเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทย ไม่มีใครรู้จักพรรคภูมิใจไทยเท่ากับคนของพรรคภูมิใจไทย ทุกคนตั้งความหวังและความตั้งใจ

เมื่อถามถึงกรณีประกันสังคมที่คณะก้าวหน้ามีแนวคิดหรือนโยบายจะนำคนต่างด้าวเข้ามาเป็นบอร์ด สามารถทำได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คณะก้าวหน้าก็บริหารกองทุนประกันสังคม 2-3 ปี เขาคงต้องมีส่วนในการตอบปัญหาข้อสงสัยต่างๆ ของประชาชน ในฐานะที่เป็นกรรมการกองทุนประกันสังคมคงจะมีข้อมูล ต้องชี้แจงให้กับประชาชนได้ทราบ

เมื่อถามอีกว่ากระแสข่าวในช่วงนี้ที่ออกมาโจมตีประกันสังคมหนักมาก นายอนุทิน ถามกลับว่า ใครโจมตี ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าพรรคประชาชน นายอนุทิน ตอบว่า จะไปโจมตีพวกเดียวกันได้อย่างไร

อภิสิทธิ์ รับหาเสียงโค้งสุดท้ายรุนแรง แบงก์เทาสะพัดหนัก ขอกกต.เร่งผลสอบ จ.สุราษฎร์ฯ

อภิสิทธิ์ รับหาเสียงโค้งสุดท้ายรุนแรง แบงก์เทาสะพัดหนัก ขอกกต.เร่งผลสอบ จ.สุราษฎร์ฯ

อภิสิทธิ์ รับหาเสียงโค้งสุดท้ายรุนแรง แบงก์เทาสะพัดหนัก ขอกกต.เร่งผลสอบ จ.สุราษฎร์ฯ

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.36 น.

อภิสิทธิ์ รับหาเสียงโค้งสุดท้ายรุนแรง ซื้อสิทธิ์ขายเสียง แบงก์เทาสะพัดหนัก ใช้มากสุด ขอกกต.เร่งผลสอบ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อปรามก่อนเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ที่ อ.สทิ้งพระ จ.สงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสตอบรับในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงตามความนิยมของผลสำรวจ ส่วนตัวมีความมั่นใจทั้งหมด แต่ก็รู้ว่ามีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกซ้อนอยู่ ดังนั้นจึงอยากขอความกรุณา คนในพื้นที่ภาคใต้ ว่าเที่ยวนี้จะเป็นการสร้างพรรคการเมืองที่ยึดแนวทางการเมืองสุจริตและเข้มแข็ง เพื่อให้เข้าไปทำงานในสภาฯ 

เมื่อถามว่ากรณีการไล่ทุนเทา ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ ปล่อยวิดีโอออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง จะมีไม้เด็ดในด้านใดออกมาอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนได้สัมผัสถึงอันตรายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการรู้จักญาติพี่น้อง ที่ถูกหลอกลวงไป และเห็นภาพชัดอยู่แล้วว่าการเมือง ที่มีทุนเทาครอบงำ มีแต่การทุจริตคอรัปชัน แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ซึ่งประเทศไม่ได้ไปไหน ดังนั้น จึงเป็นการกระตุ้นให้เห็นว่า ได้เชื่อมโยงมาถึงเรื่องการเลือกตั้งแล้ว และต้องสู้กับสิ่งนี้ นอกเหนือจากเรื่องการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมและแสดงให้เห็นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พรรคสามารถติดตามและแสดงว่ามีการยื่นให้ตรวจสอบ โดยเฉพาะที่มีการเคลื่อนไหวธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบ ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเข้าไปทำงาน 

“อยากให้ประชาชนมั่นใจว่าใครมีอำนาจขัดขวางปราบปรามเรื่องนี้จะต้องถูกโยกย้ายออก แล้วจะต้องมีการเสริมในเรื่องของอำนาจทางกฎหมาย นำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อตรวจจับสิ่งเหล่านี้ให้ได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใหญ่ ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานในพื้นที่อื่นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะได้รับจากการบอกเล่ากันมา ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าใจว่ากกต.ได้เบาะแส จึงเข้าไปตรวจสอบ ส่วนตัวอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจัง หากทำให้เห็นได้ใน 1 ถึง 2 วันข้างหน้า จะช่วยได้อย่างมากในการปรามไม่ให้การกระทำแบบนี้เกิดขึ้นอีกในพื้นที่อื่น ส่วนความคาดหวังของตนเองนั้นก็อยากให้มีการตรวจสอบไปตามข้อเท็จจริง และขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา 

เมื่อถามว่าการประเมินในช่วงสถานการณ์โค้งสุดท้าย จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่าก็รุนแรง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ก็มีคนพูดอยู่ว่าอาจจะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นการใช้เงินมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เพราะหลายคนก็รู้ว่าเห็นอาการตั้งแต่ก่อนยุบสภาฯ ซึ่งมีการพูดถึงตัวเลขของสส. ที่มีการเปลี่ยนแปลงย้ายพรรค 

เมื่อถามว่ามีการระบุว่าจะมีการซื้อเสียงมากถึง 5 ใบเทา นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามชาวบ้าน

เมื่อถามว่าการหารือกับภาคเอกชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2568 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองลงพื้นที่มาแล้ว 3 ครั้ง ยอมรับว่าภาคเอกชน มีความลำบากมาก เพราะหลังจากเหตุการณ์ยุบสภาฯ การช่วยเหลือต่าง ๆ หยุดชะงักลง ซึ่งตนเองมีความพยายามเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหลายครั้ง ซึ่งไม่มีการติดใจในการนำเงินกองกลางมาสนับสนุน หรือให้การช่วยเหลือ แต่รัฐบาลกับกกต. ไม่สามารถที่จะผลักดันกลับมาได้ การอยากได้เงินกู้มาช่วยธุรกิจตอนนี้แทบจะสายเกินไปแล้ว 

“การเร่งจัดสรรงบประมาณเข้ามา เพื่อฟื้นฟูเยียวยาและการจัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการท่องเที่ยวหรือการเสริมการค้า ก็จำเป็นจะต้องเร่งทำ ควบคู่กับการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน ป้องกันน้ำท่วมในอนาคต ไม่นับการยกระดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ การเตือนภัย การอพยพให้เป็นระบบอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนครั้งที่ผ่านมา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว