พล.ท.กนก ชี้สนามรบคือคำตอบ ทหารมีไว้ทำไม ย้ำบ้านคือประเทศ รั้วคือกองทัพ

พล.ท.กนก ชี้สนามรบคือคำตอบ ทหารมีไว้ทำไม ย้ำบ้านคือประเทศ รั้วคือกองทัพ

พล.ท.กนก ชี้สนามรบคือคำตอบ ทหารมีไว้ทำไม ย้ำบ้านคือประเทศ รั้วคือกองทัพ

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

‘พล.ท.กนก’ ชี้คำตอบทหารมีไว้ทำไม ย้ำบ้านคือประเทศรั้วคือกองทัพ เตือนชายแดนไทย–กัมพูชายังไม่จบ ขอรัฐบาลใหม่ต้องเข้าใจ-เติมขีดความสามารถกองทัพ ลั่น ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแล้วจะเอาใครไปรบ 

วันนี้ (28 ม.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ห้อง 501 อาคารศรีศรัทธา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ ทหารมีไว้ทำไม ? : วิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งด้านกองทัพของพรรคการเมืองไทย

นำเสวนาโดย พล.อ.ดร.นพนันต์ ชั้นประดับ อดีตที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก , พล.ท.กนก เนตระคะเวลินะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกอง กำลังสุรนารี , ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และที่ปรึกษา รมว.กลาโหม

โดยช่วงหนึ่ง พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี กล่าวว่า คำถามที่หลายคนพูดกันว่าทหารมีไว้ทำไม ตนอยากจะถามว่าเคยได้ยินคำว่าประเทศเป็นบ้านทหารเป็นรั้วหรือไม่ หน้าที่ของทหารคือป้องกันประเทศ และปกป้องแผ่นดินไม่ให้ข้าศึกเข้ามารุกราน ในห้วงเวลาที่ผ่านมาถ้าไม่มีการสู้รบก็จะไม่เห็นว่าทหารนั้นทำหน้าที่อย่างไร แต่เราทุกคนก็เห็นหน้าที่ของทหารจากการสู้รบครั้งที่ 1 ทำให้เรารู้ว่าพื้นที่ที่บางส่วนที่อยู่ชายแดนของเรานั้นเป็นอย่างไร เช่น  บริเวณพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จะเป็นภูเขา ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 จะเป็นพื้นที่ราบ และในชายแดนจันทบุรีตราดจะมีพื้นที่เป็นลำน้ำสลับกับภูเขา ในส่วนการสู้รบในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 นั้น ก็ดำเนินการที่จะผลักดันทหารกัมพูชาที่เข้ามาอยู่อาศัยรวมทั้งประชาชนบางส่วนในแต่ละพื้นที่ซึ่งรวมทั้งหมด 11 จุด 

พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า แต่ยังมีพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน อาทิ ช่องอานม้า , เนิน 677 , เนิน 500 ,เนิน 350 , ปราสาทตาควาย โดยเฉพาะปราสาทตาเมือนธม ที่มีการเผชิญหน้ากันจนเกิดการกระทบกระทั่ง และเกิดเหตุการณ์รบครั้งที่ 2 ซึ่งใช้เวลาในการรบมากกว่ารอบแรก และรบต่อเนื่องหลายในหลายพื้นที่ เราสามารถยึดได้หลายพื้นที่และสามารถผลักดันทหารกัมพูชาออกไปได้

พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ของทัพภาคที่ 2 เราได้คุมพื้นที่ส่วนใหญ่ที่อยู่บนภูเขาได้ กัมพูชาลงไปอยู่ในพื้นที่ราบ แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ยังเผชิญหน้ากันอยู่ นี้คือคำตอบที่ชี้บอกได้ว่า กัมพูชากับไทยแต่ยังแต่ยังมีการสู้รบรอบที่ 3 เพราะในบางพื้นที่ยังไม่มีการถอนกำลังออกไป เพราะฉะนั้นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2 คือพยายามที่จะผลักดันให้กับกัมพูชาออกไป แต่หากไม่มีการผลักดัน ปัญหาเหยียบทุ่นระเบิดทหารไทยขาขาด ปัญหาทหารกัมพูชามาลาดตระเวนยั่วยุเพื่อที่จะยึดพื้นที่เพิ่มขึ้น ก็จะมีการเกิดขึ้นมาอีก 

พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า แต่จากการสู้รบทั้ง 2 ครั้ง จะเป็นภาพและคำตอบให้ประชาชนได้รับทราบและรับรู้ว่าได้ว่าทหารมีไว้ทำไม แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ให้ลองมองกลับไปว่าทหารคือใคร ทหารก็คือประชาชนแต่ได้เข้ารับการฝึกทางด้านยุทธวิธีทางด้านการทหารตามลำดับชั้นตามรูปแบบหน่วย ที่ฝึกหลายด้านผสมผสานเพื่อทำการรบ การรบในพื้นที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องใช้ทหารที่ฝึกออกมาในรูปแบบชำนาญการ อยากให้ลองนึกดูว่าทหารที่จะเข้าทำการตีบังเกอร์ของอีกฝ่ายที่เป็นพื้นที่มั่นนั้น จะต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งแค่ไหน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ต้องเสี่ยงชีวิต อีกทั้ง ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นก็จะพยายามที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จคือการผลักดันกัมพูชาออกไปยึดที่หมายให้ได้โดยให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ทั้งหมดนี้จึงย้ำให้เห็นได้ว่า นี้คือหน้าที่ของทหาร 

เมื่อถามว่านโยบายพรรคการเมืองใด ที่เหมาะสมกับทางด้านกองทัพในช่วงเวลานี้ พล.ท.กนก กล่าวว่า ทางด้านนักการเมืองอาจจะมีความรู้ความสามารถในด้านอื่น แต่อาจจะไม่มีความรู้ความสามารถทางด้านของกองทัพและทหาร แม้กระทั่งการที่จะเข้าเป็นรัฐบาล ก็ต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงกับการทำงานของกองทัพ บางส่วนเห็นว่ายังทำไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นรัฐบาลที่เข้ามาทำหน้าที่ต้องเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันว่ากองทัพต้องการ สิ่งที่กองทัพได้ใช้ไปในการสู้รบ 2 ครั้ง รัฐบาลต้องเติมเต็มในการที่จะสู้รบหากเกิดเหตุการณ์รบครั้งที่ 3 

พล.ท.กนก กล่าวว่า ในเรื่องของการเติมเต็มในสิ่งที่ใช้ไปนั้น ในการรบเราที่เร่าใช้ก็ส่วนมากคือในด้านของกระสุนซึ่งต้องมีการเติมเต็มเข้ามาทดแทน อีกทั้ง กัมพูชาได้มีการพัฒนาอาวุธขึ้นมาใหม่เพื่อจะต่อสู้ เช่น อาวุธที่จะต่อสู้กับเครื่องบินรบ F-16  ฉะนั้นเราต้องคิดกันต่อว่า เราจะมีอาวุธอะไรไปสู้รบกับเขาอีก ไม่ใช่ที่จะใช้รูปแบบเดิมเพราะฝั่งตรงข้ามก็พัฒนาเช่นกัน หากจะถามว่าหลังจากนี้ไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ. 2569 จะมีการสู้รบหรือไม่ ขอตอบว่าปัจจุบันนี้ยังไม่มี แต่จะให้ดูความพร้อมของกัมพูชาว่ากัมพูชามีความพร้อมขนาดไหน ซึ่งต้องเปรียบเทียบจากการสู้รบทั้ง 2 ครั้ง

พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า กรณีที่กัมพูชามีการขุดคูเลตที่พื้นที่ตราดนั้น เป็นการขุดคูเลตในรูปแบบซิกแซก โดยเป็นลักษณะการขุดเป็นร่องซึ่งจะทำเป็นคูเลตทางยุทธวิธี สำหรับในส่วนบังเกอร์ของทหารกัมพูชาที่มีภาพออกมานั้น มีลักษณะแผ่นปูนสามเหลี่ยมมีการวางอยู่บริเวณแนวชายแดนตรงข้ามเนิน 350 ซึ่งมีระยะห่างจากชายแดนไทยออกมา 1 กิโลเมตร ซึ่งจากที่เราเห็นว่าเป็นแผ่นปูนก็แสดงให้เห็นว่ามันยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากดำเนินการเสร็จแล้วจะต้องมีการนำดินมากลบในพื้นที่เพื่อเป็นที่กำบัง 

พล.ท.กนก กล่าวย้ำว่า นี้เป็นสัญญาณว่าทางกัมพูชายังไม่พร้อมที่จะกับไทย และรัฐบาลใหม่หากเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว อยากจะให้มีการทำความเข้าใจกับกองทัพ และสามารถสนับสนุนกองทัพให้มีความพร้อมในการที่จะป้องกันประเทศให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมมือร่วมใจการทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน และรักษาแผ่นดินให้รุ่นต่อไปได้

โดยในช่วงหนึ่งมีนักศึกษาได้ถามถึงประเด็นสามารถยกเลิกทหารเกณฑ์ได้หรือไม่ พล.ท.กนก กล่าวว่า ถ้ายกเลิกการเกณฑ์ทหารแล้วจะเอาใครไปรบ ไม่มีพลรบแล้วจะให้ใครรักษาแผ่นดิน

ลุงป้อม ควง พี่แอ๊ด ชิมก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ระดับตำนานกว่า 60 ปี บอก ชีวิตต้องรู้จักหาความสุข

ลุงป้อม ควง พี่แอ๊ด ชิมก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ระดับตำนานกว่า 60 ปี บอก ชีวิตต้องรู้จักหาความสุข

ลุงป้อม ควง พี่แอ๊ด ชิมก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ระดับตำนานกว่า 60 ปี บอก ชีวิตต้องรู้จักหาความสุข

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.18 น.

“ลุงป้อมชวนชิม” ควง “พี่แอ๊ด” ลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวเนื้อระดับตำนานกว่า 60 ปี เผยแนวคิดชีวิตต้องรู้จักหาความสุข และกล้าที่จะเปลี่ยน

วันนี้ 28 มกราคม 2569 ที่ย่านเอกมัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ภายหลังกระแสการวางมือจากบทบาททางการเมือง ได้ปรากฏตัวในบรรยากาศสบาย ๆ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังระดับตำนาน “วัฒนาพานิช” พร้อมคณะผู้ติดตามราว 15 คน อาทิ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันอย่างเป็นกันเอง

พล.อ.ประวิตร เปิดใจว่า ได้ติดตามและอ่านทุกความคิดเห็นจากประชาชน พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ และยอมรับว่าถูกใจชื่อ “ลุงป้อมชวนชิม” เป็นอย่างมาก พร้อมกล่าวติดตลกว่า แม้จะเป็นนักชิมรุ่นเดอะ แต่ก็ถือเป็นน้องใหม่ในวงการรีวิวอาหาร พร้อมฝากแนวคิดว่า“ชีวิตคนเรา ต้องรู้จักหาความสุข และต้องกล้าที่จะเปลี่ยน”

พล.อ.ประวิตร ยังเผยถึงความชื่นชอบส่วนตัวว่า ยังคงรักเมนูเนื้อและก๋วยเตี๋ยวสามารถทานได้ทุกวัน และโดยเฉพาะเกาเหลา ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องชิมคือ “น้ำซุป” เพราะก๋วยเตี๋ยวจะอร่อยน้ำซุปต้องเด็ด  ก๋วยเตี๋ยวสามารถรับประทานได้ทั้งแบบดั้งเดิมโดยไม่ต้องปรุง หรือจะเติมรสชาติให้ถูกใจก็แล้วแต่ความชอบ พร้อมเปรียบเปรยว่า ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามเต็มไปด้วยความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสด เนื้อเปื่อย ลูกชิ้น หรือเครื่องใน ทุกอย่างสามารถอยู่ร่วมกันได้ในหม้อเดียว เช่นเดียวกับสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลาย

“ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด แต่อย่าให้น้ำซุปเสีย” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า แม้จะวางมือจากการเมืองแล้ว แต่หากยังสามารถทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ก็พร้อมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวอาหาร ที่นอกจากจะช่วยแนะนำร้านอร่อยให้ประชาชนได้รู้จักแล้ว ยังเป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย

สำหรับร้าน “วัฒนาพานิช” นับเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อระดับตำนานที่เปิดให้บริการมากว่า 60 ปี โดดเด่นด้วยหม้อตุ๋นเนื้อใบยักษ์หน้าร้าน น้ำซุปสีเข้ม กลิ่นหอมของสมุนไพร และเนื้อทุกชิ้นที่นุ่มละมุน เป็นเสน่ห์ความอร่อยที่ทำให้ร้านยังคงครองใจคนรักก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และเป็นหนึ่งในร้านที่สายเนื้อต้องมาลองลิ้มชิมรสสักครั้ง

เศรษฐกิจแย่ต้องแก้ทันที! หญิงหน่อย ลั่นขออาสาเป็นแม่ทัพแก้ปากท้อง

เศรษฐกิจแย่ต้องแก้ทันที! หญิงหน่อย ลั่นขออาสาเป็นแม่ทัพแก้ปากท้อง

เศรษฐกิจแย่ต้องแก้ทันที! หญิงหน่อย ลั่นขออาสาเป็นแม่ทัพแก้ปากท้อง

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

“สุดารัตน์”ลุยตลาดเติมพลังใจพ่อค้าแม่ขาย ลั่นเศรษฐกิจแย่ต้องแก้ทันที ขออาสาเป็น”แม่ทัพ”แก้ปากท้อง คืนรอยยิ้มคนตัวเล็ก วอนขอแรงเลือกไทยสร้างไทย 48 ไปหยุดวิกฤตหนี้สิน เติมทุนใหม่ให้ตั้งตัวได้ด้วย พร้อมกับหยุดสินค้าต่างชาติทุ่มตลาดด้วย”กองทุนสร้างไทยและกองทุนตั้งตัว”

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) หมายเลข 48 ลงพื้นที่ลุยหาเสียงอย่างเข้มข้น ณ ตลาดสายเนตร และตลาดหทัยมิตร ย่านคู้บอน ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น และเป็นกันเองจากพ่อค้าแม่ขายและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยตลอดเส้นทางมีการเข้ามาพูดคุย ขอถ่ายรูป และมอบอาหารขนมเพื่อเป็นกำลังใจให้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ได้สะท้อนปัญหาเดียวกันคือ เศรษฐกิจแย่มาก และกำลังแบกรับภาระหนี้สินอย่างหนัก ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่าเข้าใจความลำบากนี้ดี และพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นลำดับแรกเพื่อคืนรอยยิ้มให้คนตัวเล็กอีกครั้ง

พรรคไทยสร้างไทย ประกาศนโยบายอย่างชัดเจนเพื่อหยุดวิกฤตหนี้สินด้วยการพักหนี้ นาน 3 ปี สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ขายรายย่อยที่มีหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ย เพื่อเป็นการหยุดเลือดที่กำลังไหล ให้ประชาชนได้มีโอกาสหายใจหายคอได้คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเติมเลือดใหม่ ผ่านกองทุนสร้างไทยและกองทุนตั้งตัว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประชาชนกู้เงินตั้งแต่ 10,000 ไปจนถึง 100,000 บาท โดยใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น เพื่อนำไปเป็นทุนรอนในการประกอบอาชีพและล้างหนี้นอกระบบที่กัดกินชีวิตคนไทยมานาน

นโยบายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนนี้ดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงได้อย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น หากกู้เงิน 50,000 บาท จากเดิมที่ต้องเสียดอกเบี้ยนอกระบบนับหมื่นบาทต่อเดือน จะเหลือเพียง 500 บาทเท่านั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถตั้งตัวได้จริงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนช่วยกันเลือกพรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 48 ให้มากพอ เพื่อให้เราเข้าไปรับใช้และดูแลพี่น้องประชาชนให้ “หายจน หมดหนี้” และสร้างเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำชัดถึงวิกฤตการณ์สินค้าต่างชาติที่ทะลักเข้ามาทุ่มตลาดไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยชี้ให้เห็นว่าการที่สินค้าเหล่านี้สามารถวางขายได้โดยไม่ต้องผ่านมาตรฐาน อย.หรือ มอก.นั้น มีต้นตอสำคัญมาจากปัญหาคอร์รัปชันของข้าราชการและนักการเมืองที่เห็นแก่ได้ ยอมรับสินบนจนละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการชาวไทยต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายและไม่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้น หัวใจสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดเพื่อกวาดล้างวงจรทุจริตที่กัดกินประเทศ และหยุดพฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอำนาจที่ฉวยโอกาสหากินบนความเดือดร้อนและความยากจนของประชาชนไทยอย่างจริงจัง

– 006

อนุทิน ไม่ได้ยินข่าว ภาคใต้ทุ่มเงินหนักหน่วง ลั่นยังเชื่อวิธีหาเสียงแบบออร์แกนิค

อนุทิน ไม่ได้ยินข่าว ภาคใต้ทุ่มเงินหนักหน่วง ลั่นยังเชื่อวิธีหาเสียงแบบออร์แกนิค

อนุทิน ไม่ได้ยินข่าว ภาคใต้ทุ่มเงินหนักหน่วง ลั่นยังเชื่อวิธีหาเสียงแบบออร์แกนิค

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.31 น.

‘อนุทิน​‘ ยังไม่ได้รับรายงานลือหึ่งซื้อเสียงภาคใต้หนัก​หน่วง เผย ‘ธปท.​‘ มีหน้าที่กำกับดูแล​ หากพบธุรกรรม​-ถอนเงินสดผิดปกติจริง​ ยังเชื่อแนวทางลงพื้นที่แบบ ‘ออร์แกนิค’​

วันที่ 28 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 11.15น. ที่อยุธยา ซิตี้พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการซื้อเสียงอย่างหนักในพื้นที่ภาคใต้​ ว่า​ ตนไม่ได้ยิน​อะไร

เมื่อถามย้ำว่า แต่มีรายงานข่าวพบว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบความผิดปกติในการถอนเงินสด​จากธนาคาร​  ​นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ตนยังไม่ได้รับ​รายงาน

เมื่อถามอีกว่า จำเป็นต้องให้นายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายก​รัฐมนตรี ​และ​รมว.คลัง​ เข้มงวดเรื่องนี้หรือไม่​ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการดำเนินการทางธุรกรรมใดๆ ก็ตาม ทางธนาคารแห่งประเทศไทย​ (ธปท.) เป็นผู้ควบคุม​พฤติกรรมเหล่านี้อยู่แล้ว​ ซึ่งนายเอกนิติไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง​ แต่ส่วนการบริหารจัดการมีผู้ว่า ธปท.กำกับดูแลอยู่​ และหากธุรกรรมทางการเงินใดๆ ที่ผิดปกติก็จะต้องดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ และปปง.​ ซึ่งก็มีกรณีให้เห็นอยู่ตลอดเวลา​ในการยึดทรัพย์​และติดตามเส้นเงิน​ของผู้กระทำความผิด​ ไม่มีว่างเว้น

เมื่อถามว่า นายกฯเชื่อว่าในยุคนี้กระสุนหรือกระแสอะไรจะไปได้​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ตนเชื่อในเรื่องของการลงพื้นที่​ แบบออร์แกนิค​ ตนถึงทำอยู่​

มาร์ค มั่นใจกวาดเก้าอี้สนาม กทม. ชูธงคุมเกมรัฐบาลสีขาว สกัดกั้นวงจรทุจริต-ครอบงำ

มาร์ค มั่นใจกวาดเก้าอี้สนาม กทม. ชูธงคุมเกมรัฐบาลสีขาว สกัดกั้นวงจรทุจริต-ครอบงำ

มาร์ค มั่นใจกวาดเก้าอี้สนาม กทม. ชูธงคุมเกมรัฐบาลสีขาว สกัดกั้นวงจรทุจริต-ครอบงำ

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.26 น.

“อภิสิทธิ์”เดินขอคะแนนตลาดเดอะซัน มั่นใจกวาดที่นั่งคืนสนาม กทม. ชูธงคุมเกมรัฐบาลสีขาว สกัดกั้นวงจรทุจริต-ครอบงำ ชี้”พิธา”ช่วยหาเสียงเป็นสิทธิ

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ตลาดที่ตึกเดอะซัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้สมัครลงพื้นที่ตลาดนัดตึกเดอะซัน เดินหน้าขอคะแนนเสียง “เลือกประชาธิปัตย์ 27 และกาทุกเขต” ตอกย้ำแคมเปญการเมืองสุจริตเพื่อบ้านเมืองที่โปร่งใส

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า การลงพื้นที่ในแหล่งเศรษฐกิจใจกลางเมืองเป็นการสื่อสารกับคนกรุงเทพฯ ในภาพรวม เพื่อขอแรงสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นผู้คุมเกมในสภาฯ โดยย้ำจุดยืนว่ารัฐบาลชุดใหม่จะต้องไร้เงาทุจริต ไม่มีเรื่องอื้อฉาวหรือกลุ่มทุนสีเทาเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องปราศจากการครอบงำทิศทางการบริหารต้องโปร่งใสและเป็นอิสระ ลดความแตกแยกไม่ใช้นโยบายที่สร้างความร้าวฉานในสังคม

เมื่อถูกถามถึงวาทกรรมทางการเมือง “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ของบางพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังรู้สึกงงกับนิยามของคำว่า “เขาและเรา” แต่หากมองจากข้อมูลการลงพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงการสำรวจออนไลน์ จะพบว่าคู่แข่งขันในแต่ละเขตมีความหลากหลายและไม่เหมือนกัน

“ผมเชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสสูงในการช่วงชิงที่นั่งกลับคืนมาจากแชมป์เก่าในหลายเขตพื้นที่ มั่นใจว่าในกรุงเทพฯ ประชาธิปัตย์จะได้ที่นั่งกลับมาไม่มากก็น้อยแน่นอน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า พรรคประชาชน (ปชน.) มีการนำแกนนำอย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน มาช่วยหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิอันชอบธรรมของทุกพรรคที่สามารถทำได้ตามวิถีทางประชาธิปไตย โดยพรรคประชาธิปัตย์ยังคงมุ่งเน้นการนำเสนอแนวทางที่สร้างสรรค์ และเน้นการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

– 006

อนุทิน เอาใจชาวกรุงเก่า ลั่นหากกลับมาเป็นรัฐบาล จะแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

อนุทิน เอาใจชาวกรุงเก่า ลั่นหากกลับมาเป็นรัฐบาล จะแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

อนุทิน เอาใจชาวกรุงเก่า ลั่นหากกลับมาเป็นรัฐบาล จะแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

‘อนุทิน’ เฟิร์มหากกลับมาเป็นรัฐบาล ใช้เงินเยียวยาน้ำท่วม สร้างฟลัดเวย์ – คลองระบายน้ำ แก้ปัญหาท่วมซ้ำซากให้คนเมืองกรุงเก่า 

วันที่ 28 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 11.15น. ที่อยุธยา ซิตี้พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถึงกรณีชาวพระนครศรีอยุธยาสะท้อน เรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วมที่บางส่วนยังไม่ได้หรือไม่ว่า ต้องเรียกว่า ดำเนินการไปแล้ว 99% แต่ยังมีตกค้างอยู่น้อยมาก ส่วนไหนที่ตกค้างเรามี เงินสำรองไว้ เมื่อมาขึ้นทะเบียน เราก็จะดำเนินการจ่ายได้ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหา งบประมาณมีเพียงพอที่จะเยียวยา

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายอย่างไรในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก นายอนุทินตอบทันทีว่า แน่นอน เคยพูดไปหลายรอบแล้ว งบประมาณที่เราเยียวยาไปในแต่ละปี เราสามารถสร้างฟลัดเวย์ สร้างคลองระบายน้ำได้ไม่รู้กี่เส้น หากพรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาบริหารประเทศ เราจะใช้เงินส่วนนี้ ไปลงทุนในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ และการระบายน้ำอย่างเป็นรูปธรรม

สมชัย ไขปมร้อน หมอสุภัทร จนกว่าคำสั่งจะมีผล ยังไม่หลุดเก้าอี้ผู้สมัคร สส

สมชัย ไขปมร้อน หมอสุภัทร จนกว่าคำสั่งจะมีผล ยังไม่หลุดเก้าอี้ผู้สมัคร สส

สมชัย ไขปมร้อน หมอสุภัทร จนกว่าคำสั่งจะมีผล ยังไม่หลุดเก้าอี้ผู้สมัคร สส

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

จากกรณีดรามาของหมอ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือที่รู้จักกันในชื่อ หมอสุภัทร กับปมจัดซื้อจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 5 ครั้ง มูลค่ารวมประมาณ 7.8 – 8 ล้านบาท ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปี 2564 เพื่อใช้ในปฏิบัติการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” ที่มีราคาถูกหว่าราคาทั่วไป จนเกิดกระแสร้อนแรงบนโลกออนไลน์

ล่าสุดวันนี้ 28 มกราคม พ.ศ. 2569 สมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการและอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกับกรณีของ หมอสุภัทร โดยมีข้อความทั้งหมด ว่า “กรณี การปลดออกจากข้าราชการของหมอสุภัทร

คำถาม ในเมื่อหมอสุภัทร ลาออกจากราชการมาสมัคร สส.แล้ว ทำไม จึงมีข่าวว่า อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข จึงมีมติปลดออกจากราชการอีก

คำตอบ มติการปลดออกจากราชการ เป็นผลของการตั้งกรรมการสอบวินัย จากเหตุการณ์การจัดซื้อจัดจ้าง ATK ตรวจโควิด มูลค่ารวมประมาณ 8 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมา

สมชัย ศรีสุทธิยากร

คำถาม มติปลดออก มีผลอะไรต่อ การเป็นผู้สมัคร สส. ของ นพ. สุภัทร

คำตอบ มีผล เพราะมาตรา 42 (10) ของ พ.ร.ป. สส. ระบุลักษณะต้องห้ามของการเป็นผู้สมัคร สส. ว่า “เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ.. เพราะทุจริตต่อหน้าที่”

สมชัย ศรีสุทธิยากร

คำถาม เรื่องนี้ หากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่

คำตอบ ได้ ข้าราชการที่ถูกสั่งให้พ้นราชการ (ปลดออก ไล่ออก) มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. หรือ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมได้ ภายใน 30 วัน และยังฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน 90 วัน หากไม่พอใจคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ได้อีก

สมชัย ศรีสุทธิยากร

คำถาม มติ อ.ก.พ. เป็นผลให้ หมอสุภัทร ต้องเป็นผู้ถูกสั่งให้พ้นราชการแล้วหรือยัง

คำตอบ ยัง การพ้นจะมีผลคือ หัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจบรรจุแต่งตั้ง คือ ปลัดกระทรวง ลงนามคำสั่งปลดออกจากราชการ เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ (28 มกราคม 2569) ยังไม่มีการลงนาม หมอสุภัทร จึงยังคงมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส. อยู่”

สมชัย ศรีสุทธิยากร

ทำเอาชาวเน็ตจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลามกับโพสต์ของ สมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการและอดีตกรรมการการเลือกตั้ง ที่มีต่อ หมอสุภัทร เช่น

“ไปร้องเหมือนที่ยิ่งลักษณ์ย้ายข้าราชการคนหนึ่ง แล้วยิ่งลักษณ์แพ้ ได้ไหมครับ”

“ขอบคุณ ความรู้จากอาจารย์ค่ะ”

“ชัดเจนคับท่าน”

“โดนพวกเทาดำๆ กลั่นแกล้ง เตะตัดขา หวังผลทางการเมืองขัวร์ ยิ่งต้องเลือกหมอสุภัทร”

“#saveหมอสุภัทรเลือกส้มทั้งแผ่นดิน”

“แล้วคิดว่า ปลัดฯจะลงนามปลดมั้ย…”

“ควรดูที่เจตนาด้วยในภาวะวิกฤต”

“รมต.รักษาการสามารถโยกย้าย ลงโทษข้าราชการได้หรือไม่”

สมชัย
สมชัย
สมชัย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร

อนุทิน แจงจับมือ ธนาธร กลางตลาด ย้ำไม่ประกาศเอา ไม่เอาพรรคไหน ลั่น ภท.ไม่มีปัญหากับใคร

อนุทิน แจงจับมือ ธนาธร กลางตลาด ย้ำไม่ประกาศเอา ไม่เอาพรรคไหน ลั่น ภท.ไม่มีปัญหากับใคร

อนุทิน แจงจับมือ ธนาธร กลางตลาด ย้ำไม่ประกาศเอา ไม่เอาพรรคไหน ลั่น ภท.ไม่มีปัญหากับใคร

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.59 น.

‘อนุทิน’ ชี้แต้ม ‘ภท.’ สูสี ‘พรรคส้ม’ แค่คะแนนโพล ขอดูของจริง 8 ก.พ.นี้ แจงจับมือ ‘ธนาธร’ รู้จักกัน ไม่มีอะไรกัน  รับแนวทางต่างกัน แต่ทำเพื่อประเทศชาติ ลั่นไม่ประกาศเอา-ไม่เอาพรรคไหน ไร้มีปัญหา-ข้อจำกัดกับใคร

28ม.ค.2569 เมื่อเวลา11.15น. ที่อยุธยา ซิตี้พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพบกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดเจ้าพรหมว่า ดี ก็ทักทายกันดี สื่อก็เห็นว่าเจอกันในตลาดพอดี นายธนาธรก็บอกพี่ไปทางนี้ ผมไปทางนี้ ลำโพงจะได้ไม่ตีกัน 

เมื่อถามว่า เห็นภาพจับมือกันนายธนาธร ในอนาคตจะคุยกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เอ้า คนรู้จักกันนะ ไม่ใช่ไม่รู้จักกัน เจอกันทุกทีก็เป็นลักษณะนี้ ส่วนเรื่องของการทำงานการเมืองต่างคนก็ต่างมีแนวทางกันไป นี่คือการทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ จะให้เดินสวนกัน ไม่ทักกัน แยกเขี้ยวใส่กัน มันเป็นไปไม่ได้ มันไม่ใช่สไตล์ของผม“ เมื่อถามย้ำว่า วันนี้จับมือกันแล้ว อนาคตจับมือกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”อดีตก็จับมือกันมาแล้ว ถามอะไรล่ะ“

เมื่อถามว่า การจับมือเป็นการตอกย้ำในการร่วมรัฐบาลกันใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การจับมือนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราต่างคนต่างมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ในทางส่วนตัวเราไม่มีอะไรกัน เราต่างคนต่างรักชาติ รักประชาชน อยากทำงานให้ประเทศไทยเจริญ เรามีเป้าหมายเดียวกันหมด 

เมื่อถามว่า ขณะนี้สามารถบอกได้หรือยังว่า พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับใคร ได้มีการพูดคุยกันแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีข้อจำกัดใด ๆ และเราไม่พูดถึง ไม่วิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่น เวลาหาเสียงเราไม่พูดถึงพรรคอื่น ไม่ด้อยค่ากัน ทุกคนมีความหวังดีกับประชาชนหมด เราก็ทำในหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด 

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัด ว่าไม่เอาพรรคไหน แล้วพรรคภูมิใจไทยจะประกาศชัดเจนแบบนั้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเดินตามแนวทางหรือวิธีการของพรรคอื่นๆ เราก็มีแนวทาง วิธีการของพวกเรา พรรคอื่นๆ อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องความสัมพันธ์ ในเรื่องของอดีต พฤติกรรมของแต่ละพรรค ที่เขาอาจจะมีปัญหากันมาก่อน พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีปัญหากับพรรคไหน เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าเป็นมิตรกับทุกพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เชิงเป็นมิตร แต่เป็นมิตรกับประชาชน และหวังดีกับประเทศไทย 

เมื่อถามว่า ที่จ.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้ากวาด สส.ยกจังหวัดใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ส่งผู้สมัครที่มีความแข็งแรง เป็นที่วางใจของประชาชนทุกเขต

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่หาเสียงเกือบทุกภาคของนายกฯ ทำให้มั่นใจได้หรือไม่ว่า จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า มันไม่มีคำว่ามั่นใจหรอก มีแต่คำว่าทุกเขต โดยเฉพาะเขตที่เป็นเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทย ทุกคนก็ทำหน้าที่ เดินขอคะแนนพี่น้องประชาชน ขายนโยบายอย่างเต็มที่ ไม่มีวันหยุด

เมื่อถามถึงพื้นที่ กทม. ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ลงพื้นที่อย่างหนักเหมือนกัน เมื่อถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่านโยบายที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอไว้ ไม่ใช่จะต้องมานำเสนอใหม่อะไรมากมาย ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เราก็ได้ทำพื้นฐานไว้ในระดับหนึ่งแล้ว เรามีบุคลากรเฉพาะด้าน โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มี 4 ภัย ได้แก่ ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ ภัยสังคม และภัยยาเสพติด เรามีการวางตัวคนที่ไปทำงานในด้านเหล่านี้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า คะแนนพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนที่ขนาดสูสีกัน หายใจรดต้นคอ นายอนุทิน กล่าวว่า อันนั้นมันคะแนนของโพล ของจริงวันที่ 8 ก.พ. 

อนุทิน เผยเสียงสะท้อน ปชช. เร่งแก้ชายแดน ยันสถานการณ์เรียบร้อยดี ยืนกรานไม่มีเปิดด่าน

อนุทิน เผยเสียงสะท้อน ปชช. เร่งแก้ชายแดน ยันสถานการณ์เรียบร้อยดี ยืนกรานไม่มีเปิดด่าน

อนุทิน เผยเสียงสะท้อน ปชช. เร่งแก้ชายแดน ยันสถานการณ์เรียบร้อยดี ยืนกรานไม่มีเปิดด่าน

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.51 น.

‘นายกฯ’ เผยปชช.ขอเร่งแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนกรานไม่มีเปิดด่าน ยึดตามข้อตกลงเดิมก่อนหยุดยิง  

วันที่ 28 มกราคม 2569 เมื่อเวล า11.15 น. ที่อยุธยา ซิตี้พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงที่จ.พระนครศรีอยุธยาว่า เป็นการหาเสียงแบบออร์แกนิก สิ่งที่ประชาชนสะท้อนเป็นเรื่องแรกคือ อยากให้แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อยากให้จัดการปัญหาให้เรียบร้อย จึงได้พูดคุยและยืนยันกับประชาชนว่าขณะนี้สถานการณ์เรียบร้อย ให้ไปดำเนินชีวิตตามแผนของตัวเองได้อย่างปกติ ไม่ต้องกังวลใดๆ รัฐบาลและกองทัพได้หารือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์หากมีเหตุการณ์ใดๆ ก็พร้อมรับสถานการณ์ และให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการคุกคามใดๆ เกิดขึ้น 

เมื่อถามว่า มีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างยั่งยืนหรือไม่ นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยดี ไม่เคยรุกรานเขาก่อน จึงสามารถที่จะตั้งเงื่อนไขได้ ขณะเดียวกัน ยังสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ และดำเนินชีวิตได้ปกติ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร และหากจะต้องมีการพูดคุยกันหรือรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตในอนาคต จะต้องมั่นใจว่า เงื่อนไขเราได้รับการปฏิบัติและได้รับการยอมรับจากคู่กรณี

เมื่อถามว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ส่งสัญญาณอะไรถึงผู้นำไทย หลังจากที่มีการหยุดยิงบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องส่งสัญญาณอะไร เราอยู่ภายใต้สัญญาหยุดยิง ถ้อยแถลงที่ได้มีการเซ็นไปเมื่อปลายเดือน ธ.ค.ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดิมที่ตกลงกันไว้ระหว่าง 2 ประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่ากัมพูชา เรียกร้องให้มีการเปิดด่าน หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี

สธ.ยันมติปลด หมอสุภัทร ปมจัดซื้อ ATK ไม่มีใบสั่ง เผยไทม์ไลน์ทำถูกขั้นตอน

สธ.ยันมติปลด หมอสุภัทร ปมจัดซื้อ ATK ไม่มีใบสั่ง เผยไทม์ไลน์ทำถูกขั้นตอน

สธ.ยันมติปลด หมอสุภัทร ปมจัดซื้อ ATK ไม่มีใบสั่ง เผยไทม์ไลน์ทำถูกขั้นตอน

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

3 หมอ ลั่นลงมติ อ.ก.พ.สธ.ทำตามหน้าที่ขรก. ไร้ใบสั่งการเมือง ‘หมอสุภัทร’- ลุ้นบอร์ด ก.พ. ชี้ขาด

วันที่ 28 มกราคม 2569 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) แถลงข่าว กรณี อ.ก.พ.สธ. มีมติที่เกี่ยวข้องกับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ โดยนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และนายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ แถลงตอนหนึ่งว่า จากกรณี นพ.สุภัทร กระทบต่อกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จึงจำเป็นต้องออกมาแถลงในส่วนที่กระทรวงสาธารณ สุข ดำเนินการและสามารถแถลงได้ แต่ มติ อ.ก.พ.สธ. ยังเปิดเผยไม่ได้ ส่วนที่เปิดเผยไปก่อนหน้านี้ในสื่อต้องดูว่ามาจากที่ไหน อย่างไร ดังนั้น การแถลง ณ วันนี้ จะไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาสาระจากที่ประชุม อ.ก.พ.สธ. เพราะยังทำไม่ได้ แต่ผลจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่มีการสอบสวนก่อนหน้านี้ เปิดเผยได้

โดยผลสอบสวนเป็นข้อมูลนำเข้าในการประชุม อ.ก.พ.สธ. ดังนี้ คำสั่งแต่งตั้งเขียนว่ากรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ที่ นายสุภัทร ขณะดำรงตำแหน่งผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา ได้ดำเนินการจัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยา ศาสตร์ทางการแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) ในวงเงินไม่เกิน2 ล้านบาท จำนวน 5 ครั้ง เป็นการแบ่งซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK เป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารวัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เป็นการปฏิบัติราชการที่แสวงหาประโยชน์อันมิควร สำหรับบริษัทผู้ขายหรือผู้อื่น และทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ได้ดำเนินการสั่งซื้อที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐ และเมื่อได้จัดซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK ทำให้ราชการเสียหายร้ายแรง  ผลจากการสอบของคณะกรรมการสอบ สวนวินัยฯ เสร็จปลายเดือน ก.ย. 2568 โดยคณะกรรมการฯชุดนั้นสรุปว่า “ผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเสนอลงโทษปลดออกจากราชการ” ซึ่งตรงนี้เป็นข้อมูลนำเข้าใน อ.ก.พ.สธ. 

ผู้สื่อข่าวถามว่ามติ อ.ก.พ.สธ.จะเป็นโมฆะหรือไม่ เนื่องจากหนึ่งในกรรมการใช้มาตรา 104 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราช การพลเรือน พ.ศ.2551 ยกการพิจารณาทั้งหมดให้ไปอยู่ในคณะกรรมการ ก.พ.ชุดใหญ่ 

นายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มติ อ.ก.พ.สธ.เป็นความลับทางราชการ ยังไม่ได้ออกรายงานมาเลย และจากการประชุม อ.ก.พ.สธ.เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 ได้ตรวจสอบองค์คณะครบถ้วนเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนที่เสนอ ก.พ.ชุดใหญ่นั้น จะเป็นอีกส่วนหนึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. ส่วนของ อ.ก.พ.สธ.ก็ทำหน้าที่ของตนเอง

ถามย้ำว่า ไม่ต้องรอบอร์ดชุดใหญ่ของ ก.พ.พิจารณาก่อนหรืออย่างไร นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ตามกฎหมายไม่ต้องรอ จะมีกระบวนการว่า เมื่อออกคำสั่งแล้วจะต้องรายงานให้ก.พ.ทราบ 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากบอร์ดก.พ.ชุดใหญ่พิจารณาสวนทางกับมติ อ.ก.พสธ. วันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ถือว่ามติ อ.ก.พ.สธ.กรณีหมอสุภัทร จะเป็นโมฆะหรือไม่ นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ตามกฎหมายมาตรา 104 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 หากมีมติเป็นเช่นใด ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องดำเนินการตามมติ ก.พ.

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ในส่วนของ อ.ก.พ.สธ.อยู่ในระหว่างรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน ส่วนผู้ที่จะลงนาม ปลัดได้มอบให้ รองปลัดสธ.ดูแลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เป็นกรณีที่อาจมีประเด็นอยู่ในช่วงสมัครเลือกตั้ง แต่ในทางราชการ ก็มีกฎหมายที่ต้องทำ ยอมรับว่ามีกังวล แต่ก็ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อมีมติ ก็ต้องทำตามขั้นตอนเป็นไปตามไทม์ไลน์ปกติ 

นายเกตุแก้ว กล่าวถึงกระบวนการสอบสวนวินัยร้ายแรง ว่า ขอยืนยันว่าการดำเนินการชอบด้วยกฎหมายและขั้นตอนของระเบียบราชการกำหนดทุกประการ และเป็นไปตามครรลองของกฎหมายปกติ 

โดยเริ่มแรก 13-17 ก.พ.2566 กลุ่มตรวจสอบภายในของกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าตรวจสอบ รพ.จะนะ จ.สงขลา เป็นการตรวจสอบทั่วไป และรายงานผลต่อปลัด กระทรวงสาธารณสุข ในขณะนั้น 

ต่อมา 7 มี.ค.2566 กระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเกี่ยวกับประเด็นการจัดซื้อ ATK 8 พ.ค.2566 กระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งคณะกรรม การสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง จากนั้น 21 ก.ค.2566 ประธานกรรมการสอบสวนวินัยฯ ทราบคำสั่งและดำเนินการทางกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายทั้งหมด ตั้งแต่รับทราบคำสั่ง นัดประชุม และแจ้งผู้ถูกกล่าวหามารับทราบคำสั่ง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาได้มารับทราบคำสั่ง และยื่นชี้แจงเป็นหนังสือหลายหน้ากระดาษ ซึ่งได้มาพบคณะกรรมการสอบสวน กระทั่ง 23 

ก.ย.2568 คณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ เสนอรายงานสอบสวน ความเห็นต่อ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเห็นชอบตามการสอบสวนฯ และให้นำเข้า อ.ก.พ.สธ. พิจารณาลงโทษต่อไป แต่ก่อนเข้าอ.ก.พ. สธ. มีคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาในวันที่ 4 ธ.ค.2568 ต่อมาวันที่ 22 ม.ค.2569 จึงมีการประชุม อ.ก.พ.สธ. และนำเรื่องนี้พิจารณา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เป็นไทม์ไลน์ปกติ

“ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนที่ดำเนินการออกคำสั่งลงโทษทางวินัยตามมติ อ.ก.พ.สธ. ทั้งหมด จึงเป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดทุกประการ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ นายเกตุแก้ว กล่าวว่า การปฏิบัติราชการและทำผิดระเบียบมีกรณีมากมายที่มีการแบ่งซื้อ เพื่อลดวงเงินมาอยู่อำนาจตัวเอง มีหลายเคสที่ลงโทษ เพียงแต่ไม่เป็นข่าว

เมื่อถามว่ากรณีสังคมตั้งคำถามว่า นพ.สุภัทร จะผิดได้อย่างไรในเมื่อการจัดซื้อเป็นไปตาม ว.115 ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินคือ โควิดระบาดนั้น นายเกตุแก้ว กล่าวว่า เป็นรายละเอียดที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยได้นำมาพิจารณาตาม ว.115 โดยได้พิจารณาแล้วชั่งน้ำหนัก วิเคราะห์มีหลักฐานประกอบทุกอย่าง ไม่สามารถลงลึกได้

นพ.สมฤกษ์ อธิบายว่า ว.115 ทางกรมบัญชีกลางออกมาเพื่อให้รับมือกับสถาน การณ์วิกฤต ลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องขออนุมัติก่อน แต่กรณีนั้นให้นำของมาใช้ก่อนได้ แต่เมื่อนำมาใช้แล้ว ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว  

เมื่อถามว่า นพ.สุภัทร รายงานผู้บังคับบัญชาช้าหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอลงรายละเอียด ต่อข้อถามว่า เมื่อลงนาม มติ อ.ก.พ.สธ.และรายงานไปยังก.พ.นั้น ทางบอร์ด ก.พ.จะพิจารณาเองหรือต้องมีคนร้องอีกครั้ง นายเกตุแก้ว กล่าวว่า มาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ให้อำนาจ ผู้แทน ก.พ. ซึ่งอยู่ในอ.ก.พ.สธ. 1 ท่าน เห็นแย้งมติได้ และสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายของคณะกรรมการ ก.พ.ได้ โดยเสนอเอง ไม่ต้องมีผู้ร้อง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ตามกฎหมายต้องทำภายในกี่วัน หลังอ.ก.พ.สธ.มีมติ นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ถ้าในตัวระเบียบไม่ได้กำหนดวัน แต่ต้องทำโดยเร็ว โดยหากมีคำสั่งแล้ว ในกฎหมายบอกว่าต้องรายงาน ก.พ. ภายใน 15 วัน