อ.ธนพร ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย

อ.ธนพร ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย

อ.ธนพร ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.13 น.

หรือจะ 2 มาตรฐานกับอาเจ็ก? ท้า “พรรคประชาชน” ประกาศชัดไม่จับมือ “เพื่อไทย” ย้ำแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา หลังปม “สุริยะ” ซื้อเครื่องบินต่อจาก “เบน สมิธ”

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมือง มองข้ามช็อตหลังการเลือกตั้งว่า 

เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ก็ต้องเดินหน้าเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยหากพรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 1 โอกาสจัดตั้งรัฐบาลจะเปิดกว้าง เนื่องจากไม่มีเงื่อนไขซับซ้อนในการร่วมรัฐบาล แต่หากได้อันดับ 2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่า จะให้พรรคอันดับ 1 เป็นผู้พยายามจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากไม่สำเร็จจึงเป็นลำดับถัดไป

รศ.ธนพร ระบุว่า หากพรรคประชาชนได้อันดับ 1 ควรเจรจากับพรรคภูมิใจไทยก่อน พรรคประชาชนควรประกาศตั้งแต่ตอนนี้ว่าจะไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคประชาชนเคยชูแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา มาโดยตลอด และก่อนหน้านี้ก็ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมแล้ว

ที่ผ่านมาประเด็นที่ถูกตั้งคำถามกับพรรคเพื่อไทยมีหลายเรื่อง ตั้งแต่ข้อครหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนสีเทา ไปจนถึงกรณีของอดีตรัฐมนตรีดิจิทัลฯ ที่เกี่ยวพันคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส. ในบพื้นที่กาฬสินธุ์ที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงเครือข่ายพนันออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในขณะนี้ คือกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซื้อเครื่องบินต่อจากนายเบน สมิธ ซึ่งถูกระบุว่าเกี่ยวพันเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา โดยมีข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับกลุ่มทุนสีเทาของนายยิม เลียก อีก

รศ.ธนพร กล่าวว่า หากพรรคประชาชนต้องการยืนยันเรื่อง มีเรา ไม่มีเทา จริง พรรคเพื่อไทยควรเป็นหนึ่งในพรรคแรก ๆ ที่ต้องถูกตัดออกจากสมการจัดตั้งรัฐบาล มิฉะนั้นอาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นเพียงกลยุทธ์หาเสียง

“ถ้ายังยืนยันคำว่า มีเรา ไม่มีเทา ก็ต้องแสดงจุดยืนให้ชัด หรือจะตีมึน เพราะนายสุริยะ เป็นอาเจ็กของนายธนาธร ก็สุดแล้วแต่ และหากสุดท้ายยังร่วมกันตั้งรัฐบาล ประชาชนก็ย่อมตั้งคำถามได้ว่า คำขวัญดังกล่าวเป็นเพียงวาทกรรมเพื่อคะแนนเสียงเท่านั้น” รศ.ธนพร กล่าว

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.56 น.

“อนุทิน” โต้ “ภาพเอไอ” หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่“เบน สมิธ”ชี้ ถ่ายภาพ กับคนเป็นหมื่น แนะ ให้ดูที่เจตนา

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.55 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่มีการปล่อยภาพนายอนุทิน นั่งรับประทานอาหาร คู่กับ เบน สมิธ ในวันสุดท้ายของการหาเสียง ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพ AI จะเห็นว่าใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนเป็นรมช.พาณิชย์ ได้รู้จักนายเบน พบและเห็นเป็นครั้งแรกตามรูปที่เห็นครั้งแรกที่มีบุคคลยืนเรียงกัน แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมย์อะไร และผู้หญิง คนที่นั่งข้างก็ไม่รู้จัก ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนหรือคนที่รู้จัก แต่เมื่อซูมดูแล้วพบว่าสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ไม่คุ้นหน้า แม้แต่คนเดียว และหากเป็นปี 2005 จริง ตนน่าจะดูหนุ่มกว่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นภาพ AI จริงจะฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เอาที่สบายใจ ไม่มีปัญหาเพราะเราทราบอยู่แล้วว่าต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการผิดพลาดหรือผิดกฎหมายตรงไหน เพราะในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่ก็น่าจะถ่ายภาพกับประชาชนนับพันนับหมื่นรูป จะไปบอกว่าหน้าตาไม่ไว้วางใจแล้วไม่ให้ถ่ายคงไม่ได้ เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องดูเจตนาสำคัญที่สุด การหาเสียงและเทคโนโลยีในปัจจุบัน จะถูกถ่ายรูปและขอถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่าไปทำธุรกรรมอะไรกับคนเหล่านี้ อย่าไปข้องแวะกับคนเหล่านี้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ 

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

“พิเชษฐ” ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย “วิชชั่นใหม่”พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ หมายเลข 24 กล่าวถึงการเดินสายปราศรัยขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนที่ผ่านมาตลอดว่า พรรคได้ลงพื้นที่พบประชาชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้พรรคมีความมั่นใจว่าจะสามารถมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่สภาได้ตามเป้าหมาย และพร้อมมีบทบาทร่วมจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งลดภาระประชาชน โดยเฉพาะนโยบาย “การเงินไร้ดอกเบี้ย” ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระหนี้ครัวเรือน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายเล็ก และกลุ่มอาชีพที่มีภาระหนี้สูงสามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม

นายพิเชษฐ กล่าวว่าการดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมของพรรควิชั่นใหม่ โดยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมสวิสโฮเทล กรุงเทพฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสันนิบาตสหกรณ์และเครือข่ายสหกรณ์ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสหกรณ์ครู และ กองทุน SADA Holding Asia ซึ่งตนทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา โดยกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนลงทุนต่างประเทศในเครือบริษัทลงทุนจากตะวันออกกลางที่ดำเนินแนวทาง Interest-Free Finance (การเงินไร้ดอกเบี้ย) ใช้รูปแบบกองทุนเข้าซื้อพอร์ตหนี้จากเจ้าหนี้เดิม แล้วปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ในเงื่อนไขที่ช่วยลดภาระลูกหนี้ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายดำเนินโครงการ ปรับโครงสร้างหนี้ครูในระบบสหกรณ์จำนวนหลายแสนราย โดยกองทุนจะเข้าซื้อหนี้จากสถาบันเจ้าหนี้เดิมและจัดทำสัญญาใหม่ภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การลดภาระหนี้คงเหลือเฉลี่ยประมาณ 50% และปรับเป็นสัญญา ผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ยจนหมดหนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบเครดิตทางการเงินได้เร็วขึ้น

“ปัญหาหนี้ครูถือเป็นหนึ่งในปัญหาโครงสร้างหนี้ครัวเรือนสำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นหนี้มากกว่า 900,000 ราย คิดเป็นประมาณ 80% ของครูทั้งประเทศ และมีมูลค่าหนี้รวมราว 1.4 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 1.5–3 ล้านบาทต่อคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและสถาบันการเงินของรัฐ หากผมมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในสภา จะผลักดันนโยบายนี้เพื่อให้ครูซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกของนโยบายสามารถปลดภาระหนี้สินได้ในที่สุด” นายพิเชษฐกล่าว

หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางความร่วมมือกับกองทุนการเงินไร้ดอกเบี้ยดังกล่าวสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจของพรรคที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินเชิงโครงสร้างด้วยกลไกการเงินรูปแบบใหม่ ไม่ใช่เพียงมาตรการพักหนี้ระยะสั้น โดยใช้ความร่วมมือระหว่างกองทุนต่างประเทศ ภาคสหกรณ์ และองค์กรทางการเงินทางเลือก เพื่อสร้างโมเดลแก้ปัญหาหนี้ที่สามารถขยายผลสู่กลุ่มอาชีพอื่นในอนาคต

นายพิเชษฐ ย้ำว่าพรรควิชชั่นใหม่พร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองที่มีเป้าหมายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางนโยบายเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังจับตาผลการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีผลต่อสมดุลการเมืองและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างใกล้ชิด

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.28 น.

วันนี้(7ก.พ.69) มีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้มีการส่งข้อมูลการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติและอาจนำไปกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เพิ่มเติมอีก 11 บัญชี จากที่ก่อนหน้านี้มีการส่งมาแล้ว 6 บัญชี  โดยทางสำนักงานฯได้แจ้งข้อมูลที่ได้รับไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ทาง ธปท.แจ้งว่าพบความปกติของการเบิกเงิน โดยสั่งการให้มีการเฝ้าระวังติดตามการกระจายของเงินที่อาจจะใช้ไปในการซื้อเสียงเลือกตั้ง  รวมถึงป้องปรามไม่ให้มีการจ่ายซื้อเสียงได้

ขณะเดียวกันสำนักงานฯได้รับรายงานว่าในหลายพื้นที่ของภาคใต้และภาคอีสานพบความเคลื่อนไหวว่ามีการเตรียมการซื้อเสียง ซึ่งทางกกต.จังหวัดได้เพิ่มมาตรการในการติดตาม และป้องปรามมากขึ้น

ธปท

ขบวนหาเสียงพิธา ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้

ขบวนหาเสียงพิธา ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้

ขบวนหาเสียงพิธา ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.34 น.

“ขบวนหาเสียงพิธา” ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว “อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้”ขอเลือกส้มให้ถล่มทลาย สานฝันอันดับ 1 ตั้งรัฐบาล

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เตรียมแถลงข่าวขอบคุณประชาชนและเชิญชวนให้ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง เป็นช่วงเวลาที่ขบวนรถหาเสียงของพรรคประชาชน นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ที่ปราศรัยเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 

เมื่อขับผ่าน ด้านหน้าพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้กล่าวแซวขึ้นว่าสวัสดีพรรคภูมิใจไทย อยู่ภูมิใจไทยก็เลือกประชาชนได้ 

ด้านนายพิธา หันมากล่าว ขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นประภาคารให้กับสังคม โดยผู้สื่อข่าว ถามว่าจะฝากอะไรถึงพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายพิธา ได้ชี้ไปที่ป้ายหาเสียงของพรรคประชาชน ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าพรรคภูมิใจไทย และกล่าวว่า ให้ดูป้ายของพรรคประชาชนที่ติดอยู่ข้างพรรคภูมิใจไทย มีข้อความว่า “มีส้มไม่มีเทา มีเราไม่มีสแกมเมอร์“  
และขอให้แข่งขันกันให้เต็มที่ ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ และให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล พร้อมชวนประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งและให้พรรคอันดับหนึ่งได้จัดตั้งรัฐบาล 

ผู้สื่อข่าว ถามว่าจะฝากอะไรถึงนายอนุทิน หรือไม่ นายพิธากล่าวอย่าง อารมณ์ดีว่า ไม่ฝากแต่ขอฝากถึงประชาชน ขอให้เลือกพรรคประชาชนอย่างถล่มทลาย 

เลือกจากหัวใจ! ทยา วิเคราะห์ 3 ข้อเลือกนายกฯ พร้อมเฉลยเทใจให้ใครทั้ง 2 ใบ?

เลือกจากหัวใจ! ทยา วิเคราะห์ 3 ข้อเลือกนายกฯ พร้อมเฉลยเทใจให้ใครทั้ง 2 ใบ?

เลือกจากหัวใจ! ทยา วิเคราะห์ 3 ข้อเลือกนายกฯ พร้อมเฉลยเทใจให้ใครทั้ง 2 ใบ?

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.17 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นางทยา ทีปสุวรรณ นักการเมืองหญิงคนดัง โพสต์ข้อความระบุว่า  ขอสรุปโค้งสุดท้าย จากการวิเคราะห์ที่ตกผลึกแล้ว คือ 

1. อย่าเลือก เพราะ ” ความกลัว“ ด้วยวลี “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” แต่จงเลือก ด้วยความ “ศรัทธา” กับพรรคที่คุณคิดว่า “มีอุดมการณ์ดีที่สุด”

2. เลือก หัวหน้าพรรค ที่ คุณถามตัวเอง แล้วตอบได้ว่า เค้า เป็น “คนดีและซื่อสัตย์”

3. เลือก หัวหน้าพรรค ที่คิดว่า เค้าจะเป็น จะเป็น “นายก” ที่มีคุณภาพทั้งในระดับประเทศและไม่อายใครในเวทีต่างประเทศ    

จากการวิเคราะห์ทั้ง 3 ข้อ ถ้าเรามีสิทธิ์เลือกตั้ง เราจะ กา “สีฟ้า” ทั้ง 2 ใบ ถึงแม้ ในความเป็นจริง โอกาส อภิสิทธิ์ เป็น นายก แทบจะไม่มี แต่เราอยากให้คุณเลือก เพราะเหตุผลดังนี้

1. ต้องการให้ สีฟ้า ชนะ สีเทา (ทุกคนรู้ดีว่าพรรคอะไร!) แบบทิ้งห่าง เพื่อพรรคใดที่มาเป็นรัฐบาล จะเลือก ประชาธิปปัตย์ ไปร่วมรัฐบาล นั่นแหละ คือ “ทางเลือกที่ปลอดภัย”

2. เรายังยืนยัน ชื่นชอบและศรัทธาในตัว รัฐมนตรีคนนอก ทั้ง 3 คน คือ ศุภจี, เอกนิติและ สีหศักดิ์ และยังอยากให้ “น้ำเงินรวมกับ ฟ้า ไม่มีเทา ไม่มีแดง“ ส่วนตัวเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทย น่าจะมาเป็นอันดับ 1 หรือ ไม่ก้อ 2 โอกาส น้ำเงิน จะเป็น รัฐบาล มีสูงที่สุด ยังไงเราก้อน่าจะได้ 3 ท่านนี้ กลับมานั่ง 3 กระทรวงอีกครั้ง

3. เมื่อวาน ไปฟัง 3 แคนดิเดต นายกปราศรัย รวมถึงได้พูดคุยกับผู้สมัครสส เขตในกทม.หลายคน มั่นใจว่า ”พรรค เลือกคน คนเลือกพรรค“ ทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ต้องการทำการเมืองสุจริต และเป็นส่วนผสมนักการเมือง ”น้ำดี“ ทั้งรุ่นใหม่ร่วมกับรุ่นกลาง ได้อย่างลงตัว 

จากเหตุผลทั้งหมด สรุปได้ว่า 
หากคุณ…“ไม่ต้องการพรรคเทา” เข้ามาบริหารประเทศ
หากคุณ…ต้องการ “คนดี มีหลักการ ทำ
งานเป็น” ไปบริหารประเทศ
หากคุณ…ต้องการ พรรคที่มีความเป็น ”สถาบัน ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่ต้องฟังคำสั่งใคร“ ไปบริหารประเทศ
พรุ่งนี้ เข้าคูหา ”กาสีฟ้า ทั้งพรรค ทั้งเขต“ โดยเฉพาะ กรุงเทพ ขอ 10 เสียงขึ้นไป ประเทศไทย เปลี่ยนแน่ แต่จะ ”เปลี่ยนแบบมีหลักการและยั่งยืน” ????

ยุติหาเสียงแล้ว อนุทิน นำทีมแถลง ภูมิใจไทย ขอบคุนทุกคะแนนเสียง

ยุติหาเสียงแล้ว อนุทิน นำทีมแถลง ภูมิใจไทย ขอบคุนทุกคะแนนเสียง

ยุติหาเสียงแล้ว อนุทิน นำทีมแถลง ภูมิใจไทย ขอบคุนทุกคะแนนเสียง

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.16 น.

จากนั้นเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ก.พ.ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน  ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง  ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องการยุติการหาเสียงเลือกตั้งในวันเดียวกันนี้เวลา 18.00 น. ว่า พรรคภูมิใจไทยของยุติการหาเสียงการเลือกตั้ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ได้ให้การต้อนรับและตอบรับและมีปฏิสัมพันธ์ด้วยความเป็นกันเอง ด้วยความอบอุ่นในช่วง 5 สัปดาห์ สมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคน ผู้สมัคร ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ช่วยหาเสียงได้ร่วมกันลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอครั้งนี้เราได้ไปนำเสนอนโยบายของพรรคภูมิใจไทยให้พี่น้องประชาชนรับทราบอย่างใกล้ชิดและการที่เราได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเองแบบออร์แกนิค ทำให้เราสามารถรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆจากพี่น้องประชาชนตลอดจนความต้องการและปัญหาของพี่น้องประชาชนต้องการให้พรรคภูมิใจไทยได้เข้ามาแก้ไข หากเราได้รับเลือกให้ได้กลับเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ขอเรียนให้ทราบว่าพวกเราทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าพี่น้องประชาชนมีความเห็นตรงกันว่าผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยมีความพึงพอใจกับนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอ เช่นนโยบายคนละครึ่งพลัส ซึ่งทุกคนเรียกร้องให้มีการเร่งนำโครงการคนละครึ่งเฟส 2  มาให้กับพี่น้องประชาชนอีกครั้ง วันนี้ถือโอกาสมาแถลงยุติการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันนี้เป็นต้นไป 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พวกเราทุกคนลงพื้นที่จนถึงวินาทีสุดท้ายและคิดว่าวันที่ 8 ก.พ.นีอคงจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนตามที่เราได้นำเสนอ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกทุกท่านได้ไปใช้สิทธิ์ของท่านอย่างเต็มที่ในวันที่ 8 ก.พ.ตั้งแต่เวลา08.00-17.00 น.หวังว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดี และคิดว่าไม่ว่าผลการนับคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไรก็คงน่าจะพอเห็นแนวทางในเวลา 20.00-21.00น. จะเห็นทิศทางผลลัพธ์ของผลการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็จะมาอยู่ร่วมกันที่พรรคภูมิใจไทย คอยติดตามและให้กำลังใจผู้สมัครสส.ทุกคน และพวกเราอยู่ที่นี่เพื่อตอบคำถามกับผู้สื่อข่าว

อนุทิน

“สุดท้ายนี้ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบาย ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนและขอโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ผู้ช่วยหาเสียง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ทุ่มเทเสียสละทำงานเคียงข้างกัน ตลอดจนสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวที่ช่วยกันกระจายข่าวดำเนินกิจกรรมการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยมาตลอดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งในการกระจายข่าวของสื่อมวลชน” นายอนุทิน กล่าว.

อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน

ปวีณา ลุย 6 เขตรอบกรุง ชวนคนไทยกาบัตรเขียว ชมพู พรรคกล้าธรรม

ปวีณา ลุย 6 เขตรอบกรุง ชวนคนไทยกาบัตรเขียว ชมพู พรรคกล้าธรรม

ปวีณา ลุย 6 เขตรอบกรุง ชวนคนไทยกาบัตรเขียว ชมพู พรรคกล้าธรรม

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.14 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.)ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม นำคณะขึ้นรถแห่หาเสียง เป็นวันสุดท้าย ในเขตพื้นทึ่ บางนา สวนหลวง ประเวศ ดอนเมือง สายไหม และ มีนบุรี

โดยเริ่มจากเวลา 08.00น.-09.30 น. นำคณะผู้สมัคร สส.กทม.ขึ้นรถแห่พบประชาชน เพื่อช่วยหาเสียงให้ เขต 19 นายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ หมายเลข4 ในพื้นที่เขต มีนบุรี สะพานสูง จนถึงเวลาประมาณ 10.00 น.นางปวีณา ขึ้นรถแห่ ไปพื้นที่เขตสวนหลวง เพื่อหาเสียงช่วย นายชณทัต รินน์นพคุณ เขต 22 หมายเลข 10 รอบบริเวณตลาดเอี่ยม และเดินรณรงค์หาเสียง ภายในตลาดอยู่สะอาด ซึ่งมีพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนทั่วไป ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้ามาร่วมพูดคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก 

ปวีณา หงสกุล

นางปวีณา กล่าวว่า ตลาดอยู่สะอาด เป็นตลาดเช้า ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนย่านสวนหลวง ซึ่อถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าและอาหาร ตลอดจนวัตถุดิบ ทั้งผัก ผลไม้มีคุณภาพ บริเวณพื้นที่สะอาดถูกสุขอนามัย ทั้งนี้ ในบริเวณใกล้เคียงเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านศรีนครินทร์อีกด้วย 

จากนั้น ในช่วงเวลา 10.30 น. -12.00น.นางปวีณา ยังได้ขึ้นรถแห่หาเสียงไปพื้นทึ่บางนา เขต 23 พระโขนง บางนา เพื่อช่วยหาเสียงให้นางสาวณัฐธนินทร์ เลิศเตชะสกุล หมายเลข 4  และพื้นที่เขตประเวศ เพื่อหาเสียงช่วยนางสาวมินทร์ชิสา มณีนนทเศรษฐ์ เขต 21 หมายเลข 9 ตลอดเส้นทางมีประชาชนส่งเสียงให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

ปวีณา หงสกุล

นางปวีณา กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนชาวกรุงเทพฯ ทุกพื้นที่ ทึ่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และตอบรับนโยบายด้านสังคมของพรรคทั้ง “ข่มขืน ฆ่าโหด เท่ากับ ประหารชีวิตสถานเดียว ,การเยียวยาผู้เสพยาเสพติดต้องได้รับการบำบัดและฝึกอาชีพ ,การดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุและคนพิการ ตลอดการผลักดันธนาคารประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบางที่ยังคงเป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งนโบายดังกล่าวเขียนขึ้นมาและทำได้จริง เพื่อประชาชนในสังคมจะได้มีความสุข มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น 

” วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ อย่าลืมไปเข้าคูหาเลือกตั้ง และขอให้เชื่อมั่นไว้วางใจ กาบัตรสีเขียวเลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคกล้าธรรม ทั้งบัตรสีเขียวแบบเขต และกาบัตรสีชมพู เบอร์ 42  เพื่อให้เข้าไปทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องในสภาฯ“ นางปวีณา กล่าว

ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล

เปิด 28 รายชื่อ ศาลฎีกาเพิกถอน 28 ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

เปิด 28 รายชื่อ ศาลฎีกาเพิกถอน 28 ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

เปิด 28 รายชื่อ ศาลฎีกาเพิกถอน 28 ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.59 น.

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งถอนสิทธิ์ 28ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อเหตุไม่ใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนหน้านี้

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง สนามหลวง ได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งศาลฎีกา ให้ถอนชื่อผู้สมัครสส. 27 ราย รวม 14 พรรคการเมือง ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เหตุเพราะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยมีรายชื่อทั้งหมดดังต่อไปนี้

1.นายวุฒิไกร ศรีจันไชย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลำดับที่ 49
2.น.ส.วาเลน ชื่นโชคสันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 64
3.นาวาอากาศเอกปริญ ไชยเสวกวิ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลำดับที่ 53
4.นายเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวใหม่ ลำดับที่ 40
5.นายวิชัย แซ่เตีย พรรคไทยพร้อม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4
6.นายกัมชัย อภิโชครตนกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยธรรม ลำดับที่ 7
7.น.ส.พนัชกร ตุลานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 38
8.นายปรัชวินทร์ ภาสย์วชิรานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยพร้อม ลำดับที่ 7
9.ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 31
10.น.ส.ชัญญพัชร์ โมอินทร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน ลำดับที่ 3
11.น.ส.วริสรา พังงา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ ลำดับที่ 18
12.นายเทวภัทร พรมเอี่ยม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ ลำดับที่ 21
13.นายพร้อมพณ ทินวงศ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 26
14.นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ลำดับที่ 3
15.นายธนวิชญ์ พานแก้ว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 23
16.สิบตรีสมยศ นุริตานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ลำดับที่ 17
17.นายวชิรชัย คงชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 22
18.นายเลิศบุตร บูรณะคุณาภรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 98
19.นายพุทธชาติ ช่วยราม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ 10
20.นายชญาศักดิ์ พูลทรัพย์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยชนะ ลำดับที่ 20

21.นายสมชาติ อ่อนประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคฟิวชัน ลำดับที่ 9
22.นายชัยนครินทร์ ศรีกุลโรจน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรวมไทย ลำดับที่ 2

ต่อมาศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เผยแพร่ประกาศคำสั่งศาลฎีกา ถอนชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อีก 5 ราย เพราะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ดังนี้
1.นายโยธิน วรารัศมี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 70
2.นายไชยยศ จิรเมธากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 29
3.นายไพบูลย์ ลิ่มรัตนะมงคล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคใหม่ ลำดับที่ 32
4.พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 10
5.นายรพี ขาวทอง พรรคทางเลือกใหม่ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 17

รวมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่ถูกศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ จำนวน 27 ราย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( เลขากกต .)ให้สัมภาษณ์ว่า กกต.มีมติส่งชื่อผู้สมัคร สส.28 ราย ให้ศาลฎีกา พิจารณาถอนชื่อเป็นผู้สมัคร สส. เนื่องจากขาดคุณสมบัติ เพราะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดวันที่7 กุมภาพันธ์ ศาลฎีกาฯ ได้มีประ กาศตัดสิทธิผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อเพิ่มอีก 1 รายชื่อคือ นายสมพร ขวัญเนตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ลำดับที่ 7 รวมทั้งหมด 28 ราย

ศุภจี-เอกนัฏ บุกตลาดเช้าชุมชนวัดเกาะ พ่อค้าแม่ขาย ประชาชน แห่ถ่ายภาพเซลฟี่

ศุภจี-เอกนัฏ บุกตลาดเช้าชุมชนวัดเกาะ พ่อค้าแม่ขาย ประชาชน แห่ถ่ายภาพเซลฟี่

ศุภจี-เอกนัฏ บุกตลาดเช้าชุมชนวัดเกาะ พ่อค้าแม่ขาย ประชาชน แห่ถ่ายภาพเซลฟี่

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.50 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย  และนายเอกนัฏ  พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ (เอก สายไหม) พบปะเยี่ยมประชาชนที่ตลาดเช้าชุมชนวัดเกาะ ในช่วงเช้า โดยมีพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ทักทายและร่วมถ่ายภาพ เซลฟี่ ตลอดทาง จากนั้นเข้ากราบนมัสการพระครูปลัดสุวัฒนกวีคุณ (รุ่งแสง ฐิติญาโณ) เจ้าอาวาสวัดเกาะสุวรรณาราม

ต่อมาเดินทางไปพบปะพูดคุยกับประชาชน ที่หมู่บ้านมารวย และพบประชาชนที่สนามฟุตบอลสายไหม โดยมีประชาชน แห่ถ่ายภาพเซลฟี่