ระดมตร.1.2แสนนาย รับมือศึกเลือกตั้ง8ก.พ. เฝ้าระวังพื้นที่แข่งขันสูง

ระดมตร.1.2แสนนาย  รับมือศึกเลือกตั้ง8ก.พ.  เฝ้าระวังพื้นที่แข่งขันสูง

ระดมตร.1.2แสนนาย รับมือศึกเลือกตั้ง8ก.พ. เฝ้าระวังพื้นที่แข่งขันสูง

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มทั่วประเทศเฝ้าระวังพื้นที่แข่งขันสูง วางกำลังตำรวจ 126,000 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ ป้องกันซื้อเสียง ความรุนแรง การฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง พบคดีทำลายป้ายกว่า 500 ป้าย ยังไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง ยังไม่พบสัญญาณบ่งชี้เหตุรุนแรง

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมระบบทางไกล สำหรับการเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 126,000 นาย ดูแลหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ โดย ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2569 ดูแลความปลอดภัยในทุกภารกิจจนเสร็จสิ้นการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ให้มีความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่

ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยเรื่องการละเมิดกฎหมาย และการใช้ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงในหลายพื้นที่ จึงกำชับให้บริหารจัดการการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย อำนวยการจราจร และการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัด โดยปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (พิทักษ์เลือกตั้ง/66) และเน้นการปฏิบัติทั้งก่อนและในวันเลือกตั้ง เช่น การซื้อเสียง การจำหน่ายสุรา การขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง เป็นต้น

พร้อมกำชับตำรวจทุกหน่วยดูแลพื้นที่ หน่วยเลือกตั้ง และพี่น้องประชาชนให้มีความปลอดภัยสูงสุด และกำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และมีความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง พร้อมกำชับเข้มงวดให้ตำรวจทุกนายต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่าหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีการแข่งขันทางการเมืองค่อนข้างสูง จึงได้กำชับไปยังตำรวจภูธรภาค 1-9 ให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

จากการประชุมติดตามสถานการณ์ พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นกรณีการทำลายป้ายหาเสียง ขณะนี้พบการทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นพยานหลักฐาน และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานเพื่อนำไปสู่การดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินคดีแล้วเกือบ 20 คดี และอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ ส่วนกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงนั้น ยังไม่ปรากฏข้อมูลหรือได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ใด

ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนภารกิจในส่วนที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ ทั้งด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมาย

ทั้งนี้ คาดว่าในวันเลือกตั้งจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ตำรวจจึงได้เตรียมแผนบริหารจัดการเส้นทาง พร้อมขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และมาใช้สิทธิตามช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด

สำหรับกรณีผลการเลือกตั้งที่อาจทำให้มีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนพรรคการเมืองต่าง ๆ ผบ.ตร. ระบุว่า ตำรวจได้เตรียมแผนและมาตรการรองรับไว้แล้ว หากมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายอื่น ๆ เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมตามพยานหลักฐาน หลายพื้นที่ยังคงเป็นพื้นที่แข่งขันสูง ทั้งในภาคกลาง ปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อมูลข่าวกรองให้พื้นที่รับทราบ และกำหนดแผนปฏิบัติให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยขอให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันภายใต้กรอบประชาธิปไตย และเคารพกฎหมาย ในส่วนจังหวัดชายแดน ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ และ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ให้ดูแลความปลอดภัยของหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีบริบทด้านความมั่นคงแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป และต้องเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์เป็นกรณีพิเศษ

สำหรับช่วงคืนก่อนวันเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า “คืนหมาหอน” ในวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผบ.ตร. ได้กำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายสุราอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) จะมีการปราศรัยใหญ่ของพรรคการเมืองหลายพรรค จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามขณะนี้จากข้อมูลด้านการข่าวไม่พบสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับเหตุรุนแรงหรือความไม่สงบ สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสามารถบริหารจัดการได้ตามแผนที่วางไว้

ศาลสั่งถอนชื่อ4ผู้สมัครสส. กล้าธรรม3/ประชาธิปัตย์1

ศาลสั่งถอนชื่อ4ผู้สมัครสส.  กล้าธรรม3/ประชาธิปัตย์1

ศาลสั่งถอนชื่อ4ผู้สมัครสส. กล้าธรรม3/ประชาธิปัตย์1

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ “ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ” จากการเป็นผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม เขต 7 นครศรีธรรมราช หลังเคยต้องคำพิพากษาลักทรัพย์เมื่อ 20 ปีก่อน สั่งถอนชื่อ “ฉลองแสงราษฎร์เมฆินทร์”ออกจากผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรม เขต13 นครราชสีมา เหตุเคยต้องโทษจำคุก3ปีเศษ คดี พ.ร.บ.ป่าไม้ และถอนชื่อ“สมชัย นันทาภิรัตน์” พ้นผู้สมัครสส.พรรคกล้าธรรม อยุธยา เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง นายก อบจ.รวมทั้งมีคำสั่งให้ถอนชื่อ “ชาติชาย จันทร์สวย”ออกจากผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ อุดรธานี เขต10 เหตุเคยกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้องกรณีนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.เขต 7 นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม ยื่นอุทธรณ์ที่คำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีคำวินิจฉัยถอนชื่อรับสมัครรับเลือกตั้ง สส.ของนายก้องเกียรติ เนื่องจากเห็นว่านายก้องเกียรติ มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) ประกอบมาตรา 42 (12) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

สำหรับเหตุผลที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของนายก้องเกียรติ ระบุว่า หลัง กกต.ได้รับการร้องเรียนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงได้ทำการตรวจสอบลักษณะต้องห้ามของนายก้องเกียรติ โดยได้ข้อมูลจากสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี พบว่ามีการดำเนินคดีอาญาที่ 1462/2542 กับนายก้องเกียรติ ผู้ต้องหาความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยนายก้องเกียรติ เป็นผู้กระทำความผิดเพียงคนเดียว และมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนการสอบสวนไปให้อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิจารณา ต่อมานายก้องเกียรติ ต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) วรรคแรก ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยโดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้งมีกำหนด 1 ปี และคดีถึงที่สุดแล้ว

ซึ่งต่อมานายก้องเกียรติ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมความประพฤติตามคำพิพากษาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีครบถ้วน และพ้นจากการควบคุมความประพฤติแล้ว

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่านายก้องเกียรติ เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 จึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ดังนั้นที่ กกต. วินิจฉัยให้ถอนชื่อนายก้องเกียรติ ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 7 นครศรีธรรมราช หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ภายหลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาดังกล่าว นายก้องเกียรติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “นี่คือการพิพากษาประหารชีวิตทางการเมืองของนักการเมืองตลอดชีวิต จากลูกชาวสวนยางพาราเริ่มต้นเข้าสู่ถนนการเมือง ผมคือผลผลิตทางการเมืองอย่างแท้จริงของพ่อแม่ พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งไม่ใช่ทายาท นักการเมืองที่สืบทอดตำแหน่งรุ่นต่อรุ่น”

ผู้สื่อข่าวรายงายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลได้อ่านคำสั่งคดีหมายเลขคดีดำ ลตสสข10/2569คดีแดงลตสสข12/2569ระหว่างผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมาผูู้ร้อง กับนายฉลอง เเสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้สมัคร สส.เขต13 พรรคกล้าธรรม(กธ) จ.นครราชสีมา ผู้คัดค้าน เรื่องขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยผ้ร้องยื่นคําร้องและแก้ไขคําร้องว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตัง ต่อมาผู้ร้องตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้คัดค้าน ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุกในคดีความผิดต่อพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ฯตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1821/2558ของศาลจังหวัดสีคิ้ว พ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560ซึ่งยังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามพ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42(9)

จึงขอให้ศาลถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมา

ผู้คัดค้านไม่ยื่นคําคัดค้านโดยในวันนัดพร้อม ผู้คัดค้านแถลงรับข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านได้กระทําความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ ได้รับโทษจําคุก3 ปี4เดือน 15 วัน ตามคดีหมายเลขแดงที่ 2764/2558 ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 และพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560โดยไม่คัดค้านคําร้อง

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาคําร้อง และคําแถลงของผู้คัดค้านในวันนัดพร้อมแล้ว เห็นว่าคดีไม่จําเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐานให้งดการไต่สวน

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อนายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้ค้ดค้านเป็น ผู้สมัครรับเลือกตังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที 13จ.นครราชสีมา ของพรรคกล้าธรรม แต่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุก3 ปี 4 เดือน 15 วัน ในความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติและความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 และพ้นโทษเมื่อวันที่ 6ธันวาคม 2560

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์ สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (7) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42บัญญัติทํานองเดียวกันว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษาฎร โดย เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษ มายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ”

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านได้รับโทษจําคุก3 ปี 4เดือน 15 วัน ในความผิด ต่อพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อ พ ร.บ.ป่าไม้ ตามคําพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว และผู้คัดค้านพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 จึงเป็นกรณี ที่ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมีให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (7) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (9)

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจึงมีคําสั่งให้ถอนชื่อนายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชือผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตังที 13 จ.นครราชสีมาของพรรคกล้าธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้เผยแพร่คำพิพากษาคดีเลือกตั้งให้ถอนชื่อ นายสมชัย นันทาภิรัตน์ ผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พรรคกล้าธรรม ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2567 ซึ่งยังไม่พ้นกำหนด 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจึงถูกจำกัดสิทธิไม่ให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 42 วรรคหนึ่ง(1) และวรรคสอง

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เผยแพร่คำพิพากษา มีคำสั่งให้ถอนชื่อ นายชาติชาย จันทร์สวย ผู้สมัคร สส.อุดรธานี เขต10 พรรคประชาธิปัตย์ ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เหตุเคยกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ประกอบมาตรา83และคดีถึงที่สุด ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2142/2552 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา จึงเป็นบุคคลผู้มีลักษระต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98(10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42(12)

ยิ่งชีพ ไอลอว์ ชี้ พรรคเล็กดิ้นรนหาแสง ชูจุดยืนไม่เห็นชอบ แก้ รธน. เพราะอยากออกกล้อง

ยิ่งชีพ ไอลอว์ ชี้ พรรคเล็กดิ้นรนหาแสง ชูจุดยืนไม่เห็นชอบ แก้ รธน. เพราะอยากออกกล้อง

ยิ่งชีพ ไอลอว์ ชี้ พรรคเล็กดิ้นรนหาแสง ชูจุดยืนไม่เห็นชอบ แก้ รธน. เพราะอยากออกกล้อง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.54 น.

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเขียนใหม่ทั้งฉบับ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สังเกตไหมครับ คนที่ออกมาบอกว่าจะไม่เห็นชอบ กับประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ล้วนเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กที่กำลังต้องดิ้นรนหาแสง พวกนี้คือตอนเปิดสนามเลือกตั้งมา กระแสไม่มีเลย เขตไหนที่จะได้ลุ้นก็ไม่รู้ ปาร์ตี้ลิสต์ต้องหา 350,000+ ลุ้นกันเหนื่อยแบบว่าจะได้สักหนึ่งที่นั่งหรือเปล่า

เวทีดีเบตบางแห่งก็จะไม่เชิญ เวทีใหญ่ก็เน้นส้ม แดง น้ำเงิน ฟ้า เอาไปเป็นไฮท์ไลท์ที่คนอยากฟัง พรรคเหล่านี้หากล้องออกไม่ได้ ถูกคนฝ่ายเดียวกันหลงลืม แต่พอออกมาพูดสวนว่าจะไม่เห็นชอบ คราวนี้ก็เลยมีกล้องออก ได้ขึ้นเวทีดีเบตกับพรรคใหญ่ เรื่องอื่นเขาไม่ให้ออกกล้องก็มาพูดเรื่องล้มล้าง ด่านักการเมืองไปเรื่อยเปื่อย (ตัวเองก็นักการเมือง) ยิ่งจินตนาการเพ้อฝันไปไกลให้มันน่ากลัวก็ยิ่งได้เอ็นเกจเม้นต์อีก ถ้าไม่พูดแบบนี้คนพวกนีัก็จะเงียบหายจากจอไปสนิทเลยนะครับ

ระบบนิเวศน์การรณรงค์แบบนี้ไม่ดีเอาเสียเลย

เหลืออีกสามวันเท่านั้น สื่อทั้งหลายเลิกให้พื้นที่คนพวกนี้ได้ไหมครับ ไม่ต้องให้พื้นที่ผมฝ่ายเดียวนะครับ สื่อนำเสนอเองได้เลยครับ เอาความเห็นต่างมาประมวลสรุปออกกล้องได้ แต่เลิกเอาคนอยากหาแสงกับความหลอนความเพ้อเหล่านั้นมาออกกล้องเถอะครับ ขอร้อง

ฮาร์ท สุทธิพงศ์ อัดคลิป สุดแหวงจริงๆ เช็คเลือกตั้งสส.-ประชามติ อยู่คนละจุด ห่าง 500 เมตร

ฮาร์ท สุทธิพงศ์ อัดคลิป สุดแหวงจริงๆ เช็คเลือกตั้งสส.-ประชามติ อยู่คนละจุด ห่าง 500 เมตร

ฮาร์ท สุทธิพงศ์ อัดคลิป สุดแหวงจริงๆ เช็คเลือกตั้งสส.-ประชามติ อยู่คนละจุด ห่าง 500 เมตร

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.31 น.

‘ฮาร์ท สุทธิพงศ์’ อัดคลิปตลกร้าย เช็คเลือกตั้งสส.-ประชามติ อยู่คนละจุด ห่างกัน 500 เมตร บอก’สุดแหวงจริงๆ’ ด้านกกต.ขอตรวจสอบข้อมูล

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล หรือฮาร์ท นักร้องชื่อดัง ร่วมกับเพื่อนอัดคลิปวิดีโอเผยแพร่ผ่านช่องยูทูป ระบุถึงการจัดการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญในวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยจากการตรวจสอบผ่านแอพพลิเคชั่นหนึ่งพบว่า จุดที่ลงคะแนนเลือกตั้งสส.อยู่จุดหนึ่ง ส่วนจุดที่จะออกเสียงประชามติอยู่อีกจุดหนึ่งห่างกันราวๆ 500 เมตร เรียกว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้สุดยอดแห่งความ…คิดได้อย่างไร สุดแหวงจริงๆ…”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปยังกกต. ได้รับแจ้งว่าขอตรวจสอบข้อมูลก่อน

ไม่เป็นความจริง! ภูมิใจไทยแจงปมคลิปพื้นที่ขอนแก่น เตรียมเอาผิดคนปล่อยข่าวทำเสียหาย

ไม่เป็นความจริง! ภูมิใจไทยแจงปมคลิปพื้นที่ขอนแก่น เตรียมเอาผิดคนปล่อยข่าวทำเสียหาย

ไม่เป็นความจริง! ภูมิใจไทยแจงปมคลิปพื้นที่ขอนแก่น เตรียมเอาผิดคนปล่อยข่าวทำเสียหาย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.24 น.

ไม่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น! ‘ศุภชัย’ โต้ข่าวซื้อเสียงขอนแก่น เขต 9 ลามโยง ‘ภูมิใจไทย’ จี้ ‘กกต.’ เร่งสอบสวน หากพบผิดจริงต้องให้ ‘ใบแดง’ เตรียมดำเนินคดีกลับ โอดมีขบวนการใต้ดิน-บนดินปล่อยข่าวทำลาย

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวชี้แจงกรณีการเผยแพร่คลิปซื้อเสียงเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เขต 9 โดยมีความพยายามปล่อยข่าวเป็นการกระทำของผู้สมัครสส.ขอนแก่นเขต 9 พรรคภูมิใจไทยว่า ตนยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยหรือผู้สมัครของพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ในการกระทำดังกล่าว

พรรคภูมิใจไทยขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง นำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และถ้าสามารถดำเนินการได้ว่าการกระทำความผิดมีความชัดเจน ผลที่จะเกิดขึ้นคือ กกต. จะต้องมีมติในการให้ใบแดงกับผู้สมัคร ซึ่งจะต้องทำให้มีการเลือกตั้งใหม่และเสียงบประมาณแผ่นดิน ดังนั้น จึงขอให้ กกต.ดำเนินการโดยเร่งด่วน

“วันนี้มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งบนดินและใต้ดิน ขนาดพรรคอื่นซื้อเสียงก็ยังปล่อยข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยซื้อเสียง ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทย พร้อมพิสูจน์ความจริง และพร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยข่าว เพราะเราไม่ยินยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน” นายศุภชัย กล่าว

ยึดจอทั่วกรุง ภูมิใจไทย รุกหนักโค้งสุดท้าย นัดปราศรัยใหญ่ 6 กพ นี้

ยึดจอทั่วกรุง ภูมิใจไทย รุกหนักโค้งสุดท้าย นัดปราศรัยใหญ่ 6 กพ นี้

ยึดจอทั่วกรุง ภูมิใจไทย รุกหนักโค้งสุดท้าย นัดปราศรัยใหญ่ 6 กพ นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.05 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของแต่ละพรรคการเมือง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่8ก.พ.69 เป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ได้ใช้กลยุทธ์ด้านการสื่อสารในรูปแบบการสื่อสารดิจิทัล  สื่อถึงประชาชน ด้วยการโฆษณา ผ่าน จอLED  และจอดิจิทัลบิลบอร์ด ใน กทม. อาทิ สยามสแควร์   บนทางด่วน ฯลฯ ภายใต้แคมเปญ “ทีมมืออาชีพ แก้เศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นภาพ 4 แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ผู้ช่วยหาเสียง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  ผู้ช่วยหาเสียง พร้อมพรรคภูมิใจไทบ เบอร์ 37 ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำ” 

ซึ่งจะขึ้นภาพในช่วง 4 วันสุดท้าย คือระหว่างวันที่ 4-7 ก.พ.นี้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้  

ภูมิใจไทย

โดยในวันที่ 6 ก.พ.นี้ ตั้งแต่เวลา 16.30 น เป็นต้นไป ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ห้องบอลรูม 1 ชั้น 1 พรรคภูมิใจไทย จะมีการจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย  นำโดย นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  นายเอกนิติ ผู้ช่วยหาเสียง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง ทั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดทางผ่านทางเฟซบุ๊ก และยูทูบ พรรคภูมิใจไทย

ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย

เจษฎ์ โวย วิโรจน์ ก๊อปปีท่าเต้น ละเมิดลิขสิทธิ์พรรครักชาติ

เจษฎ์ โวย วิโรจน์ ก๊อปปีท่าเต้น ละเมิดลิขสิทธิ์พรรครักชาติ

เจษฎ์ โวย วิโรจน์ ก๊อปปีท่าเต้น ละเมิดลิขสิทธิ์พรรครักชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.02 น.

“เจษฎ์” งง “วิโรจน์ เต้น” วอนพรรคประชาชน อย่าก๊อปปี้ และบิดเบือน ข้อมูลเบอร์ 35 ในโลกออนไลน์

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ (เบอร์ 35) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลพยายามเลียนแบบท่าเต้น และอัตลักษณ์ของพรรครักชาติ พร้อมทั้งบิดเบือนหมายเลขของพรรค ซึ่งเป็นภัยต่อสังคมการเมืองไทย

โดย นายเจษฎ์ ได้นำเอกสารหลักฐานที่รวบรวมจากสื่อสังคมออนไลน์มาแสดง พร้อมเผยว่า พรรครักชาติพยายามสื่อสารอัตลักษณ์ของพรรคในรูปแบบที่เข้าถึงประชาชน อย่างการใช้กิจกรรมการเต้นเพื่อดึงความสนใจ ก่อนเชื่อมโยงไปสู่นโยบายส่งเสริมศักยภาพเยาวชน ผ่านแนวคิดการจัดตั้ง T-PoP Academy เพื่อผลักดันเด็กไทยสู่เวทีต่างประเทศ ควบคู่กับการผนวกศิลปะวัฒนธรรมไทยเข้าไปในกระบวนการพัฒนา

“พรรครักชาติ พยายามนำเสนอในสิ่งที่เราคิดว่าเป็นอัตลักษณ์ที่จะทำให้พี่น้องเข้าใจได้ว่า บ้านเมืองเรามีสิ่งดีอะไร แล้วเราจะทำยังไงสร้างความสนใจ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องเต้น เราก็พยายามที่จะเต้นเพื่อดึงดูดความสนใจ จากนั้นเราก็บอกว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้วย ว่าเราจะส่งเสริมให้มีอคาเดมีให้เด็กไทยไปไกลต่างแดน และเอาศิลปะวัฒนธรรมของไทยเราเข้ามาผนวก” นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้พบเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ “รักชาติ กา 46” และมีการนำรูปแบบการสื่อสารสัญลักษณ์ที่คล้ายกับของพรรครักชาติไปใช้ซ้ำหลายครั้ง โดยตั้งข้อสังเกตว่าบางบัญชีที่เผยแพร่เนื้อหาอาจไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้ชัดเจน อีกทั้งยังมองว่ามีความพยายามสร้างกระแสผ่านอินฟลูเอนเซอร์เพื่อเพิ่มยอดไลก์และยอดติดตามในลักษณะที่กระทบต่อคู่แข่งทางการเมือง

นายเจษฎ์ ยังตั้งคำถามถึงพรรคประชาชนและพวกด้อมส้ม ถึงเจตนาของการทำคอนเทนต์ในลักษณะดังกล่าวว่าเป็นการสื่อสารโดยสุจริต หรือเป็นความพยายามตัดกระแสของพรรครักชาติ อีกทั้งท่าเต้นดังกล่าวของสมาชิกพรรครักชาติ ถือเป็นนาฏกรรมที่มีลิขสิทธิ์ แต่กลับถูกกลุ่มที่เรียกว่า ด้อมส้ม หรือผู้สนับสนุนพรรคประชาชน นำไปลอกเลียนแบบเพื่อตัดกระแสทางการเมือง

 “แบบนี้เรียกว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ด้วยกลเอาด้วยโกงหรือครับ? คุณทำทั้งหมด คุณอาจจะคิดว่าคุณด้อยค่าพวกเรา คุณบอกว่าการเต้นเป็นการทำสิ่งปัญญาอ่อน แต่ถ้าทำแบบที่คุณทำมันเรียกว่า ‘ไร้ปัญญา’ แล้วคุณไม่เคยเคารพในสิ่งใดเลย รวมถึงคุณอาจจะไม่รู้ด้วยว่าคุณด้อยค่าตัวเองเป็นที่สุด ด้อยค่าตัวเองให้โลกทั้งโลกรู้” นายเจษฎ์กล่าว

ทั้งนี้ ขอฝากถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้ใช้สิทธิครั้งแรก (New Voter) ให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกผู้แทน เพราะการตัดสินใจทางการเมืองจะส่งผลระยะยาวต่ออนาคตประเทศ และประชาชนต้องร่วมรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งด้วยตนเอง  ถ้าคิดจะฝากอนาคตไว้กับคนที่ไม่เคารพกฎหมายและด้อยค่าผู้อื่นแบบนี้ คิดให้จงหนัก หากวันหน้าเกิดความวิบัติขึ้นมา คุณจะต้องโทษตัวเองที่เลือกคนผิด

อนุทิน ลุยเมืองคอน มั่นใจ แนวโน้มดี เมิน ประชาธิปัตย์ ยก สมบัติพ่อเฒ่า

อนุทิน ลุยเมืองคอน มั่นใจ แนวโน้มดี เมิน ประชาธิปัตย์ ยก สมบัติพ่อเฒ่า

อนุทิน ลุยเมืองคอน มั่นใจ แนวโน้มดี เมิน ประชาธิปัตย์ ยก สมบัติพ่อเฒ่า

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.44 น.

“อนุทิน”หาเสียงเมืองคอนช่วยผู้สมัครภท.9 เขต มั่นใจแนวโน้มดีเพราะใกล้ชิดชาวบ้าน  เมินปชป.ยก  “สมบัติพ่อเฒ่า” ยันต้องชนะด้วยความเชื่อมั่นไม่ใช่ฟาดด้วยวาทกรรมด้อยค่า

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.40 น. ที่ศาลหลักเมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความมั่นใจในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่ง พรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัคร ครบทั้ง 9 เขต ว่า เรามั่นใจว่าคนที่พรรคภูมิใจไทยส่งทุกคนเป็นคนที่รู้จักชาวบ้านรู้จัก รวมถึงรู้จักพื้นที่มีความใกล้ชิด และความน่าเชื่อถือกับชาวบ้าน ซึ่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช มีแนวโน้มที่ดี เพราะพวกตนเดินเข้ามาขอคะแนนพี่น้องประชาชน ก็ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าคนใต้รักเดียวไม่เปลี่ยนพรรค ภูมิใจไทยจะเจาะพื้นที่ภาคใต้ได้จริงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนมีความเชื่อ ใครจะพูดอะไรแล้วเกิดความสบายใจตนจะมีความเห็นได้อย่างไร และตนถือว่าเป็นหนึ่งในคู่แข่งด้วย 

เมื่อถามว่า ไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ เพราะโค้งสุดท้ายกระแสพรรคประชาธิปัตย์มาแรง นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่เคยกังวลอยู่แล้ว เราไม่ได้ชนะด้วยการปะทะคารมกันเอง หรือไม่ได้ชนะด้วยการฟาดวาทกรรมด้อยค่าคนอื่น แต่เราชนะด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน ได้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเข้ามาแล้วทำอะไรให้กับพวกเขาบ้าง

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ขายวลี “สมบัติพ่อเฒ่า” นายอนุทิน กล่าวว่า  ก็อย่างที่บอกเป็นสิทธิ และเป็นความเชื่อที่ทุกคนมีได้ พร้อมยืนยันว่า ที่ตนมาขึ้นเวทีปราศรัย 3 วัน 2 เวที ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช ไม่เกี่ยวกับการที่กระแสสีฟ้ามาแรง แต่เป็นการเดินสายไล่แต่ละจังหวัดลงมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช ทั้ง 9 เขต ของพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายราชิต สุดพุ่ม ผู้สมัคร เขต 1 , น.ส.นันทวัน วิเชียร ผู้สมัคร เขต 2 , นายมานะ ยวงทอง ผู้สมัคร เขต 3 , ว่าที่ร้อยโท สนั่น พิบูลย์ ผู้สมัคร เขต 4 , นายสุธรรม จริตงาม ผู้สมัคร เขต 5 , นายษฐา ขาวขำ ผู้สมัคร เขต 6 , นายอภินันท์ สโมสร ผู้สมัคร เขต 7 , นางอวยพรศรี เชาวลิต ผู้สมัคร เขต 8 และ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ผู้สมัคร เขต 9

อนุทิน เบิกฤกษ์ปราศรัยเมืองคอน สักการะองค์พระมหาธาตุ ไหว้ศาลหลักเมือง โชว์ห้อยจตุคามฯ รุ่น30

อนุทิน เบิกฤกษ์ปราศรัยเมืองคอน สักการะองค์พระมหาธาตุ ไหว้ศาลหลักเมือง โชว์ห้อยจตุคามฯ รุ่น30

อนุทิน เบิกฤกษ์ปราศรัยเมืองคอน สักการะองค์พระมหาธาตุ ไหว้ศาลหลักเมือง โชว์ห้อยจตุคามฯ รุ่น30

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.32 น.

“อนุทิน” เบิกฤกษ์ปราศรัยเมืองคอน สักการะองค์พระมหาธาตุ – ไหว้ศาลหลักเมือง โชว์ห้อยจตุคามฯ รุ่น30 พุทธคุณเสริมชะตา-ประสบความสำเร็จ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.30 น. ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนาย จ.นครศรีธรรมราช นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เริ่มทริปหาเสียง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีแกนนำพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพื้นที่ภาคใต้ นายสันติ ปิยะทัต ผู้ช่วยหาเสียง นายธนกร วังบุญคงชนะ และนายอารี ไกรนรา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมลงพื้นที่ด้วย

โดย นายอนุทิน เริ่มภารกิจแรกทันทีที่เดินทางถึง ด้วยการสักการะ และห่มผ้าองค์พระมหาธาตุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวนครศรีธรรมราช และไหว้ยักษ์เฝ้าทางขึ้นองค์พระมหาธาตุ ก่อนที่จะเดินทางมาที่ศาลหลักเมือง นครศรีธรรมราช เพื่อสักการะพระหลักเมือง และบูชาองค์จตุคามรามเทพ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ นายอนุทินได้สวมสร้อยถักห้อยองค์จตุคามรามเทพเลี่ยมทองไว้ที่คอ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ารุ่นอะไร นายอนุทิน เปิดโชว์ครู่หนึ่ง และบอกว่ารุ่นปี 30 

จากนั้น นายอนุทิน ได้เดินทักทายประชาชนบริเวณ ลานสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช และแวะร้านกรอบเลี่ยมพระบริเวณใกล้เคียง พร้อมโชว์เหรียญครุฑที่เจ้าคุณธงชัยให้มา 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จตุคามรามเทพ รุ่นปี 2530 (รุ่นหลักเมือง) มีพุทธคุณโดดเด่นสูงสุดด้านการบูชาเพื่อขอโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงแก้ปีชง เสริมดวงชะตาให้ประสบความสำเร็จ เป็นรุ่นยอดนิยมสูงสุดของสายจตุคาม 

อนุทิน ย้ำชัด ไม่ต้องห่วง 8 ก.พ.ได้เลือกตั้งแน่ ไร้เหตุชายแดน

อนุทิน ย้ำชัด ไม่ต้องห่วง 8 ก.พ.ได้เลือกตั้งแน่ ไร้เหตุชายแดน

อนุทิน ย้ำชัด ไม่ต้องห่วง 8 ก.พ.ได้เลือกตั้งแน่ ไร้เหตุชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.24 น.

“อนุทิน”  บอกไม่ต้องห่วง เหตุปม ชายแดนเขมร สกัดเลือกตั้ง ยันได้เข้าคูหาแน่นอน ปล่อยคนหวั่นไหวได้ระบายบ้าง หลังการเมืองฝ่ายตรงข้ามโจมตี ภท. โหนกระแสรักชาติ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.40 น. ที่ศาลหลักเมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ล่าสุดมีเหตุการณ์ ยิงลูกระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตร ตกใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย ว่า ทหารและกองทัพชี้แจงแล้ว

เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่าไม่ต้องห่วงครับ ไม่ทันแล้วครับ เพราะจะเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้แล้ว

เมื่อถามย้ำว่าวันนี้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรกระทบและสามารถจัดการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินส่ายหน้าพร้อมระบุว่าไม่มีครับ

เมื่อถามว่ามีฝ่ายตรงข้ามพยายามโจมตี เรื่องพรรคภูมิใจไทยปลุกกระแสรักชาติใช้เรื่องชายแดนมาเป็นประโยชน์ นายอนุทินกล่าวว่า “คนมันหวั่นไหว ก็ปล่อยให้เขาได้ระบายบ้าง”