เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน พักผ่อนปลอดภัยใน Private Poolvilla สไตล์ Modern Tropical

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676833

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 16:32 น.เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน พักผ่อนปลอดภัยใน Private Poolvilla สไตล์ Modern Tropical

ที่สุดของการพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว “เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน” ชวนท่องเที่ยวปลอดภัยในรีสอร์ท Luxury รูปแบบ Private Poolvilla พร้อมผ่อนคลายกับออนเซน เติมเต็มความสุขทุกวันพักผ่อน

เวลคัม แบ็ค!! กลับมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ เทวัญดารา รีสอร์ท  แอนด์สปา หัวหิน (Dhevan Dara Resort & Spa Hua Hin) รีสอร์ทใกล้กรุงเทพฯ ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่า มาพร้อมความ luxury เนื้อที่กว้างขวางในดีไซน์สไตล์ Modern Tropical ตอบโจทย์วันพักผ่อนที่สะดวกสบายแบบเป็นส่วนตัวด้วยรูปแบบที่พัก Private Poolvilla พร้อมสอดรับกับการท่องเที่ยวในสถานการณ์โควิด เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยในการมาพักผ่อน เหมาะกับการมา Staycation พักผ่อนวันหยุดกับครอบครัว หรือปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อน ทั้งยังรองรับกรุ๊ป ประชุม สัมมนา ด้วยห้องประชุมหลายขนาด

เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์สปา หัวหิน โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอันสงบเป็นส่วนตัว หลีกหนีความพลุกพล่าน ทำให้เรารู้สึกถึงบรรยากาศสบายๆแห่งการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางโดยรถยนต์ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 – 25 นาที ไปชายหาดหัวหิน ตลาดกลางคืน ตลาดน้ำ ห้างสรรพสินค้า ไร่องุ่น สวนน้ำ และสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานระดับโลก

ห้องพักแบบพูลวิลล่า

ห้องพักทั้งหมดเป็นวิลล่ามีสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในหลัง กว้างขวาง มีบริเวณนั่งเล่นทั้งภายใน และระเบียงภายนอก สวนหย่อมสไตล์ทรอปิคอลการ์เด้น มีพื้นที่รับประทานอาหาร และบริการอุปกรณ์ทำครัวภายในห้องพัก ให้ความรู้สึกสงบผักผ่อนอย่างเป็นเป็นส่วนตัว มีแบบพูลวิลล่า 1 ห้องนอน เหมาะสำหรับคู่รัก หรือครอบครัวขนาดเล็ก ถ้ามาพักเป็นครอบครัวใหญ่ หรือมากับกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพักด้วยกัน ก็ มีห้องพักเป็นแบบพูลวิลล่า 2 ห้องนอน, 3 ห้องนอน, 4 ห้องนอน และ 5 ห้องนอน สามารถสังสรรค์เล็กๆ ชิลๆ ส่วนตัวกันเองภายในวิลล่าได้ มีบริการห่วงยางแฟนซีให้เช่าเล่นน้ำได้ทั้งวัน บริการ Wifi ฟรีภายในห้องพัก

แช่ออนเซนสุดฟินในวันพักผ่อน

Highlight ที่พลาดไม่ได้ คือการผ่อนคลายอย่างเต็มที่ด้วยบริการผงน้ำแร่นำเข้าจากแหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น ให้ได้แช่ผ่อนคลายภายในห้องพัก ที่ช่วยปรนิบัติผิว ทั้งด้านความงามเพื่อผิวพรรณเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ หรือบำบัดอาการปวดเมื่อย และผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

Floating Breakfast

อิ่มเอมไปกับความสุขและบริการที่ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ Floating Breakfast บริการเสิร์ฟอาหารเช้าให้ทานถึงในห้องพักที่สายถ่ายรูปทำคอนเทนต์ห้ามพลาด 

นอกจากนี้ ยังมีบริการต่างๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น บริการห้องสนุกเกอร์ บริการสปา ทรีทเมนต์ ห้อง Kid Club บริการให้เช่าห่วงยางแฟนซี บริการรถรับ-ส่งสนามบิน และรถเช่า

ตามมาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนแบบ Luxury ได้ที่ เทวัญดารา รีสอร์ท แอนด์สปา หัวหิน (Dhevan Dara Resort & Spa Hua Hin) อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.dhevan-dara.com/ เฟซบุ๊ก Dhevan Dara Resort Group-Hua Hin & Kuiburi หรือโทร. 032 576 300, 081 633 6880

“ลูกแพร์” vs “แอปเปิ้ล” หุ่นทรงไหนเก็บไขมันไว้มากกว่ากัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/676862

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 10:31 น. "ลูกแพร์" vs "แอปเปิ้ล" หุ่นทรงไหนเก็บไขมันไว้มากกว่ากัน

หุ่นคุณทรงไหน ระหว่าง “ลูกแพร์” กับ “แอปเปิ้ล”? สูตินรีแพทย์ เผยอันตรายจากโรคอ้วนและไขมันสะสม ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่ยังพบว่าเป็นสาเหตุร่วมในโรคทางนรีเวช รวมถึงโรคมะเร็ง

พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ หัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรีและหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 1 เปิดเผยว่า เมื่อมีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน จะทำให้ร่างกายมีไขมันสะสมในปริมาณที่มากกว่าปกติ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การวินิจฉัยที่ให้ผลเที่ยงตรงว่าเป็นโรคอ้วนหรือไม่นั้นทำได้ด้วยการวัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน ในร่างกายด้วยเครื่อง DEXA scan โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่เบื้องต้นก็สามารถประเมินด้วยการวัดดัชนีมวลกาย (BMI) ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณไขมันในร่างกายได้ ซึ่งในคนเอเชีย ถ้ามีค่า BMI เกินกว่า 23 ขึ้นไปก็จะถือว่าน้ำหนักเกิน และหากค่าตั้งแต่ 25 ขึ้นไปก็จัดว่าเป็นโรคอ้วน และมีความเสี่ยงด้านสุขภาพมากขึ้น เพราะโรคอ้วน ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่ยังพบว่าเป็นสาเหตุร่วม ในโรคทางนรีเวช รวมถึงโรคมะเร็งอีกด้วย

นอกจากนี้ รูปร่างที่เปลี่ยนไปของผู้หญิงยังมีข้อบ่งชี้ที่เกี่ยวกับโรคอ้วนอย่างมีนัยสำคัญ หลายการศึกษาระบุถึงรูปร่างผู้หญิงอ้วน ซึ่งสัมพันธ์กับความผิดปกติของฮอร์โมนและโรคทางนรีเวช โดยพบว่าผู้หญิงรูปร่างทรง “ลูกแพร์” จะมีไขมันสะสมบริเวณสะโพกและต้นขามาก และมักมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในสัดส่วนที่สูง หลายคนมีปัญหาประจำเดือน ไม่ปกติ หรือมีอาการผิดปกติที่เกิดในช่วงก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome: PMS) เช่น ตัวบวม หน้าบวม หงุดหงิดง่าย ปวดศีรษะ เป็นต้น

สำหรับ ผู้หญิงรูปร่างทรง “แอปเปิ้ล” หรืออ้วนลงพุง มักจะมีลักษณะอาการของกลุ่มเมตาบอลิก เนื่องจากไขมันที่สะสมอยู่รอบอวัยวะในช่องท้อง (Visceral fat) มีผลทำให้ระบบการเผาผลาญผิดปกติ อาจส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน โรคความดัน โลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยมีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Heart Journal พบว่าผู้หญิงที่มีรูปร่างทรง “แอปเปิ้ล” มีความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าทรง “ลูกแพร์” ถึง 3 เท่า และอาจมีปัญหาประจำเดือนไม่ปกติ มีลักษณะหน้ามัน เป็นสิว ผมร่วง หรือกลุ่มอาการถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic ovary syndrome: PCOS) และมีโอกาสที่จะมีบุตรยากร่วมด้วย

พญ.ธิศรา กล่าวว่า โรคอ้วนยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งทางนรีเวช เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเป็นผลมาจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจน และเมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนหลักของผู้หญิงที่สร้างจากรังไข่จะหมดไป แต่ยังมีการผลิตฮอร์โมนนี้จากเซลล์ที่เนื้อเยื่อไขมัน ในผู้หญิงที่อ้วนจึงมีแหล่งเอสโตรเจนจากเนื้อเยื่อไขมันมาก มีหลายการศึกษาพบว่า ปัญหามะเร็งที่มีความไวต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนในสตรีวัยหมดประจำเดือน ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน จะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า เพราะ 80% ของการเกิดมะเร็งเต้านมพบว่า สัมพันธ์กับการกระตุ้นจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ขณะที่ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกก็จะเพิ่มขึ้น 2-4 เท่า เมื่อเทียบกับผู้หญิงน้ำหนักปกติ

“บ่อยครั้งที่พบว่า คนไข้ที่เป็นโรคอ้วนจะมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนไม่ปกติตั้งแต่ก่อนประจำเดือนจะหมด หลายรายมองข้าม เรื่องเหล่านี้ไป ไม่ได้ดูแลควบคุม และพบว่าเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย การสะสมของไขมันที่มีมากซึ่งเป็นอีกแหล่งที่ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะกระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้หนาตัวผิดปกติ และพัฒนาเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก โดยเริ่มจากอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด” พญ.ธิศรา กล่าว

ทั้งนี้ ปัญหาของการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผล ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่สามารถค้นพบสาเหตุ ที่แฝงอยู่ในความอ้วนนั้น ซึ่งการวินิจฉัยและรักษาโดยศาสตร์การแพทย์เฉพาะเจาะจง (Precision medicine) จะทำให้ค้นพบปัญหา และวางแผนการรักษาได้ตรงจุดอย่างได้ผล ได้แก่ การตรวจไขมันสะสมในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วย DEXA scan การตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติ การตรวจยีนที่สามารถจะบอกถึงรูปแบบอาหาร ที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก การเผาผลาญ ความไวต่ออาหาร หรือความสามารถในการขจัดสารพิษ แนวโน้มการขาดวิตามิน รวมถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสมและส่งผลให้ควบคุมน้ำหนักได้” พญ.ธิศรา กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม ทุกคนควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกันมากขึ้น ไม่ควรให้เจ็บป่วยแล้วจึงมาพบแพทย์ เพราะการมีสุขภาพที่ดี ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง แต่ส่งผลถึงภาพลักษณ์ ผิวพรรณ และรูปร่างที่ดีตามมาเมื่อดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอจะพบว่า สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาความอ้วนที่แฝงอยู่ในร่างกายได้ตั้งแต่ในช่วงเริ่มแรก ทั้งที่มองเห็นภายนอกและซ่อนอยู่ในรูปแบบอ้วนลงพุง เป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้ายแรงและโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย ความอ้วนไม่ใช่ปัญหาของรูปร่าง แต่เป็นโรคที่มีข้อมูลทางการแพทย์บ่งถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว ประเมินตัวเองตั้งแต่วันนี้ ถ้าพบว่าเริ่มอ้วน เริ่มลงพุง มีน้ำหนักเกิน ควรรีบควบคุม ลดน้ำหนัก หรือปรึกษาแพทย์ อย่าปล่อยให้ความอ้วนลุกลามจนเป็นโรคได้ในที่สุด

Storm-333 ปฏิบัติการเด็ดหัวประธานาธิบดีของหน่วยรบรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676988

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 17:12 น.Storm-333 ปฏิบัติการเด็ดหัวประธานาธิบดีของหน่วยรบรัสเซีย

ย้อนเหตุการณ์โซเวียตโค่นรัฐบาล-สังหารประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน

วันที่ 24 ธ.ค. 1979 ถือเป็นวันที่โหดร้ายที่สุดวันหนึ่งสำหรับชาวอัฟกัน เมื่อเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต เลโอนิด เบรจเนฟ (Leonid Brezhnev) ส่งกองทัพเข้าไปกำจัดฮาฟิซูลเลาะห์ อามิน (Hafizullah Amin) ประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน เพราะโซเวียตกลัวว่าอามินจะเปลี่ยนข้างและเข้าใกล้สหรัฐมากขึ้น

ในพระราชวังทัจเบก (Tajbeg) บนยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะและป้อมปราการแน่นหนาในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ในวันนั้นทำเนียบประธานาธิบดีจัดงานเลี้ยงพร้อมเชิญแขกคนสำคัญมาที่นี่

นาจิบะ ไลมา กัสรี (Najiba Laima Kasraee) ผู้สื่อข่าว BBC ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์วันนั้นมาได้ เผยว่าในตอนนั้นเธออายุ 11 ปีและได้เข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วย เพราะพ่อและแม่ของเธอได้รับเชิญให้ไปงาน กัสรีเล่าวว่าในวันนั้นทำเนียบประธานาธิบดีตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปหรูหรา โคมไฟระย้าสวยงาม

สายลับ KGB ของโซเวียตซึ่งแฝงตัวเข้าไปเป็นพนักงานในพระราชวังในฐานะพ่อครัว แอบผสมยาพิษลงในเครื่องดื่มของประธานาธิบดีอามิน และรัฐมนตรีระหว่างกำลังรับประทานอาหารกลางวันที่ทำเนียบ เคราะห์ดีที่เครื่องดื่มแก้วโปรดของผู้นำอัฟกันคือน้ำอัดลม ทำให้สารพิษถูกกัดกร่อน และไม่ได้รับอันตรายมากแต่ต้องล้างท้อง ส่วนรัฐมนตรีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

หลังผ่านไป 4 ชั่วโมง ประธานาธิบดีค่อยๆ ฟื้นคืนสติและนอนพักอยู่ที่ห้องพักในพระราชวัง

นี่คือความพยายามครั้งที่ 2 แล้วในการปลิดชีวิตผู้นำอัฟกานิสถาน โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า (13 ธ.ค. 1979) พ่อครัวได้วางยาในลักษณะเดียวกันนี้ แต่ความพยายามล้มเหลว อามินปลอดภัย ส่วนหลานชายของเขาป่วยหนักจนต้องส่งตัวไปรักษาที่มอสโก

เมื่อโซเวียตรู้ว่าความพยายามลอบสังหารอามินล้มเหลวเป็นครั้งที่ 2 ทีมภาคพื้นดินจึงได้รับคำสั่งให้เริ่มจู่โจมเพื่อสังหารอามิน

ภาพถ่ายโดยเจ้าหน้าที่โซเวียตหลังปฏิบัติการที่พระราชวังทัจเบก (Andrey Abramov/Wikipedia)

ปฏิบัติการสตอร์ม-333 (Storm-333) ได้เริ่มต้นขึ้นนำโดยทหารโซเวียตประมาณ 660 คน ซึ่งแต่งกายด้วยเครื่องแบบอัฟกัน โดยมีเจ้าหน้าที่จากกลุ่มอัลฟา (Alpha), สเปซนาซ (Spetsnaz), KGB, กองพันมุสลิม และกองทหารอากาศอิสระ

รัสตัม ตูร์ซุนคูลอฟ (Rustam Tursunkulov) ผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษกองทัพโซเวียตเผยว่าเขาเป็นหนึ่งในทหารที่ร่วมปฏิบัติการสตอร์ม-333 โดยได้รับคำสั่งให้แฝงตัวเข้าไปในวังและจู่โจมเพื่อสังหารประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน

“มีเสียงดังสนั่น ระเบิดครั้งใหญ่สั่นสะเทือนไปทั่ว เราต้องวิ่งหนี รองเท้าคู่สวยและเสื้อคลุมของฉันถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ฉันอยากกลับไปเอามากๆ แต่แม่บอกว่าไม่มีเวลาแล้ว เราต้องหนี” กัสรีเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

“สิ่งที่ฉันเห็น…พระเจ้า ผู้คนบนพื้น ฉันเห็นคน… มันเหมือนกับฉากในหนังเลย มันเต็มไปด้วยศพ” กัสรีเล่าต่อว่าเธอเห็นประธานาธิบดีอามินร้องตะโกนบอกครอบครัว เห็นภรรยาของเขากำลังวิ่ง ขณะที่ทหารของกองกำลังพิเศษรัสเซียบุกเข้าไปในอาคารพร้อมสั่งฆ่าทุกคน โดยมีการ์ดของพระราชวังเข้ามาคุ้มกัน

ตูร์ซุนคูลอฟเล่าต่อว่า “โปรดเข้าใจว่าเมื่อมีการต่อสู้เกิดขึ้น มันยากที่จะรู้ว่ามีเด็กอยู่ที่นั่น พระราชวังเต็มไปด้วยเปลวเพลิง อามินและลูกชายวัย 9 และ 11 ปีถูกยิงเสียชีวิต ศพทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยพรมและฝังไว้ใกล้พระราชวัง ไม่มีการจัดพิธีใดๆ “ ส่วนภรรยา ลูกสาว และหลานๆ ของอามินถูกจับกุมและคุมขัง

“จริงๆ แล้วผมยังไม่ได้ออกคำสั่งเลย เพียงแต่บอกกับทหารเหล่านั้นว่าผมจะเข้าไปก่อนแล้วคุณตามไป” ตูร์ซุนคูลอฟเผย โดยเล่าว่าขณะนั้นทหารหลายนายก็ไม่มีชุดเกราะและหมวกกันกระสุน “เราต้องวิ่งฝ่ากระสุนปืน และฆ่าชาวอัฟกันที่ต่อต้านเรา”

เหตุการณ์นี้คร่าชีวิตชาวอัฟกันราว 350 คน บาดเจ็บสาหัส 1,700 คน และถูกจับกุม 150 คน ส่วนทหารโซเวียตเสียชีวิตหลายสิบนาย ภายในเวลาเพียง 43 นาทีเท่านั้น

รายงานของ BBC เสริมว่าเป็น 43 นาทีที่กลายเป็นสงครามยาวนาน 9 ปี นำสงครามเย็นไปสู่อีกระดับ และทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 ล้านคน

ผู้เชี่ยวชาญชี้กองทัพรัสเซียไม่ได้ช้า แต่กำลังรุกอย่างหนักหน่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676965

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 14:25 น.ผู้เชี่ยวชาญชี้กองทัพรัสเซียไม่ได้ช้า แต่กำลังรุกอย่างหนักหน่วง

กองทัพรัสเซียอาจรุกคืบช้ากว่าที่วางแผนไว้ในช่วง 5 วันของการทำสงครามในยูเครน แต่เมื่อวันจันทร์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปจากสิ่งที่เห็นนั้น

สำนักข่าว AFP ระบุว่า กองทัพรัสเซียกำลังเตรียมการโจมตีกรุงเคียฟของยูเครนและเมืองอื่นๆ และในขณะเดียวกันก็พยายามจะเคลื่อนกองกำลังจู่โจมที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเข้ามาบรรจบกัน ซึ่งทั้งสองยุทธวิธีนี้แน่นอนว่าจะทำให้พลเรือนจำนวนมากตกอยู่ในอันตราย

ไม่ติดขัด

กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า รัสเซีย “ผิดหวัง” จากการต่อต้านอย่างแข็งกร้าวของยูเครน โดยกล่าวว่า กองกำลังครึ่งหนึ่งของมอสโกที่เคยรวมพลที่ชายแดนตอนนี้อยู่ในยูเครน

ขณะที่ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ขอให้ทหารรัสเซียวางอาวุธและบอกให้ทหารเหล่านี้ “รักษาชีวิตตัวเองไว้เถอะ”

ทว่าผู้เชี่ยวชาญหลายคนเผยว่า ความพยายามในการทำสงครามของรัสเซียนั้นยังห่างไกลจากคำว่าหมดแรง หมดกำลัง

“พวกเขาไม่ได้เจอกับความติดขัด” โอลิวิเยร์ เคมฟ์ จากบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ La Vigie เผยกับ AFP “นี่คือสงคราม ดังนั้นมันจึงมีความยุ่งยาก พวกเขาอาจมีปัญหาด้านโลจิสติกส์ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร พวกเขามีความคืบหน้า มีแค่ในวิดีโอเกมเท่านั้นแหละที่คุณพิชิตประเทศหนึ่งได้ใน 2 วัน”

นิค บราวน์ จาก Janes ผู้เชี่ยวชาญข่าวกรองด้านการทหารของสหราชอาณาจักร เผยกับ AFP ว่า ความเหนือกว่าโดยรวมของรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนฟ้า ทำให้รัสเซียมีอิสระในการเคลื่อนไหวทั่วประเทศ

“ภาพถ่ายดาวเทียมของยานพาหนะแถวยาวในที่โล่งบ่งบอกว่าพวกเขายังคงเชื่อมั่นในตำแหน่งของตัวเองและยูเครนไม่สามารถมาล้อมพวกเขา” บราวน์เผย

โอบล้อมจากทางใต้

AFP ระบุว่า การสู้รบกำลังปะทุทางใต้ของยูเครน ซึ่งกองทหารรัสเซียรุกเข้ามาจากทางไครเมีย โดยขณะนี้กองทัพรัสเซียทางตะวันตกเฉียงใต้และทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น

กองกำลังของยูเครนกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้กองกำลังรัสเซียทั้งสองฝั่งทางใต้นี้มาบรรจบกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกม

เมืองท่าทางยุทธศาสตร์ของโอเดสซาทางตะวันตก และมารีอูปอลซึ่งยังอยู่ในมือของยูเครนทางตะวันออกคือเป้าหมายสำคัญของรัสเซีย

แหล่งข่าวทหารฝรั่งเศสรายหนึ่งซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อเผยกับ AFP ว่า การสูญเสียมารีอูปอลจะทำให้เกิดความต่อเนื่องของดินแดนระหว่างภูมิภาครอสตอฟออนดอนและไครเมีย

แหล่งข่าวคนเดิมเผยต่อว่า นี่จะทำให้รัสเซียมีโอกาสที่จะกลืนหรือผนวกฝั่งตะวันออกของยูเครนทั้งหมด

บราวน์มองว่า รัสเซียสามารถโจมตีหรือโอบล้อมกองกำลังยูเครนด้วยปักทั้งสองข้างในภูมิภาคดอนบาสที่แบ่งแยกดินแดนไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นการท้าทายที่จะ “ยึด ยึดครอง และครอบครองอาณาเขตที่พวกเขาได้คุมไว้เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

โจมตีไม่เลือกหน้า

การเสียชีวิตของพลเรือนยังจำกัดวงอยู่ในหลักร้อยคนในฝั่งยูเครน และรัสเซียบอกให้ประชาชนในเคียฟว่าพวกเขาออกจากเมืองไปทางใต้ได้อย่างเสรี

มอสโกยังกล่าวหายูเครนว่าใช้ประชาชนเป็นโล่กำบัง

แหล่งข่าวที่เป็นนักการทูตในยุโรปรายหนึ่งเผยกับ AFP ว่า “ยูเครนไม่ใช่ซีเรียสำหรับรัสเซีย มันยากกว่าสำหรับพวกเขาในการแก้ตัวให้กับการระเบิดแบบปูพรม”

แหล่งข่าวรายนี้เผยอีกว่า ด้วยความที่ทราบดีว่าชาวรัสเซียหลายคนมีเพื่อนและครอบครัวอยู่ในยูเครน ปูตินจงใจเรียกผู้นำยูเครนในเคียฟว่า “นาซี” เพราะ “รัสเซียไม่ได้เริ่มด้วยการคิดว่าชาวยูเครนเป็นศัตรู”

แหล่งข่าวที่เป็นทหารฝรั่งเศสเผยว่า การประกาศให้ประชาชนหนีออกจากเคียฟอาจเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีทางอากาศที่หนักหน่วงขึ้นในเมืองหลวง

แหล่งข่าวรายนี้เผยว่า ขณะที่ในเมืองคาร์คิว (Kharkiv) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน กองทัพรัสเซียกำลังยิงจรวดถล่มอย่างหนัก “ซึ่งหมายความว่า รัสเซียกำลังโจมตีอย่างหนัก และไม่เลือกหน้ามากขึ้นๆ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะหนักกว่านี้”

ที่อื่นๆ ก็เป็นเช่นนี้ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเผยกับ AFP ว่า การโจมตีระลอกที่สองของรัสเซีย “ใกล้เข้ามาแล้ว”

“พวกเขากำลังเตรียมบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก” แหล่งข่าวที่เป็นนักการทูตรายหนึ่งกล่าวเสริม

Photo by Genya SAVILOV / AFP

รัสเซียถล่มยูเครนด้วยระเบิดสุญญากาศ มันคืออะไรและร้ายแค่ไหน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676954

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 13:00 น.รัสเซียถล่มยูเครนด้วยระเบิดสุญญากาศ มันคืออะไรและร้ายแค่ไหน?

‘ระเบิดสุญญากาศ’ อาวุธสุดโหดของรัสเซียคืออะไรและร้ายแค่ไหน?

Reuters ระบุว่ากลุ่มสิทธิมนุษยชนและเอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหรัฐกล่าวว่ารัสเซียโจมตียูเครนด้วยระเบิดลูกปรายและระเบิดสุญญากาศ ซึ่งเป็นอาวุธที่ถูกประณามจากบรรดาองค์กรระหว่างประเทศ

องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) และฮิวแมนไรต์วอตช์ (HRW) ระบุว่ากองกำลังของรัสเซียดูเหมือนว่าจะมีการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต้องห้าม รวมถึงมีการโจมตีโรงเรียนซึ่งมีพลเมืองเข้าไปหลบภัยอยู่ภายใน

แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ออคซานา มาคาโรวา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหรัฐอเมริกากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ารัสเซียได้ใช้อาวุธเทอร์โมบาริก หรือที่เรียกว่าระเบิดสุญญากาศในการรุกรานยูเครน พร้อมระบุว่า “รัสเซียพยายามสร้างหายนะครั้งใหญ่ให้กับยูเครน”

ด้านเจน ซากิ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงก็อาจถือว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามได้เลย

ล่าสุด รัสเซียได้ปฏิเสธว่าไม่มีการใช้ระเบิดลูกปรายและระเบิดสุญญากาศแต่อย่างใด

ระเบิดสุญญากาศคืออะไร?

ระเบิดสุญญากาศ (vacuum bombs) หรืออาวุธเทอร์โมบาริก (thermobaric weapon) ซึ่งจะดูดออกซิเจนจากอากาศโดยรอบเข้าไปเพื่อสร้างการระเบิดที่มีอุณหภูมิสูง ทำให้แรงอัดอากาศและคลื่นระเบิดที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงอย่างมาก จนสามารถเผาร่างมนุษย์ให้หายไปในพริบตา

Independent อ้างคำพูดของบรรดาผู้เชี่ยวชาญซึ่งกล่าวว่าปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนอาจกลายเป็นความสยดสยอง หากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ใช้อาวุธเทอร์โมบาริกที่ถูกขนานนามว่าเป็น “อาวุธมหาประลัย” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านี่คืออาวุธสงครามที่โหดเหี้ยมที่สุดถ้าไม่นับอาวุธนิวเคลียร์

ระเบิดสุญญากาศเต็มไปด้วยเชื้อเพลิง ส่วนผสมของสารเคมี ซึ่งเมื่อเกิดระเบิดขึ้นจะเกิดคลื่นระเบิดที่มีความเร็วเหนือเสียงซึ่งสามารถทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าทั้งอาคาร และมนุษย์ โดยทั่วไปแล้วจะเกิดคลื่นการระเบิดที่มีระยะเวลายาวนานกว่าระเบิดทั่วไปมาก และแผ่ออกไปเป็นวงกว้างกว่าระเบิดทั่วไปเช่นกัน

ทั้งนี้ กองกำลังรัสเซียไปเริ่มปฏิบัติการทางทหารโดยการใช้ขีปนาวุธและปืนใหญ่โจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครน รวมถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเคียฟ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่นานาประเทศกำลังเฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยความกังวลใจ

ขณะที่ปูตินเตือนให้กองทัพยูเครนวางอาวุธ หากทำตามก็สามารถออกจากพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารและกลับบ้านไปหาครอบครัวได้อย่างอิสระ แต่หากใครที่พยายามจะต่อต้านและสร้างภัยคุกคามต่อรัสเซีย “ขอให้รู้ไว้เลยว่ารัสเซียพร้อมที่จะตอบโต้ทันที อย่างที่พวกคุณไม่เคยเจอมาก่อน”

ภาพ: การซ้อมรบร่วมของกองทัพรัสเซียและเบลารุส โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซีย / AFP เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2022

รัสเซียแห่ถือคริปโต Bitcoin มูลค่าตลาดพุ่งแซงเงินรูเบิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676940

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 11:01 น.รัสเซียแห่ถือคริปโต Bitcoin มูลค่าตลาดพุ่งแซงเงินรูเบิล

ชาวรัสเซีย-ยูเครนหันเทรดคริปโตมากขึ้น หวั่นความมั่นคงสกุลเงินของประเทศ

เว็บไซต์ Cointelegraph รายงานโดยอ้างข้อมูลจากธนาคารกลางรัสเซียระบุว่ามูลค่าตลาด (Market Cap) ของรูเบิลรัสเซียอยู่ที่ 65.3 ล้านล้านรูเบิล หรือประมาณ 629,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางการถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศหลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน

ทำให้สกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin มีมูลค่าตลาดแซงหน้าเงินรูเบิลไปแล้ว หลังจากที่ราคา Bitcoin พุ่งเกือบ 6% ทะลุระดับ 41,000 เหรียญสหรัฐเมื่อวันจันทร์ (28 ก.พ.) ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 780,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยวันนี้ (1 มี.ค.) ราคา Bitcoin ยังคงเพิ่มสูงขึ้นทะลุระดับ 43,000 เหรียญสหรัฐ

รายงานระบุว่าการแซงครั้งนี้น่าจะเกิดจากการที่รูเบิลรัสเซียกำลังอยู่ในภาวะเงินเฟ้อ ท่ามกลางการคว่ำบาตรที่บังคับใช้โดยสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร เพื่อตอบโต้การที่รัสเซียรุกรานยูเครน

Reuters รายงานว่าธนาคารกลางได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลักจาก 9.5% เป็น 20% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศแผนการที่จะตัดธนาคารรัสเซียออกจากระบบการชำระเงิน SWIFT

ในทางกลับกันดูเหมือนว่าประชาชนจำนวนมากทั้งในรัสเซียและยูเครนหันมาซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีในกระดานเทรดมากขึ้น อาจเป็นเพราะความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของสกุลเงินของประเทศ และยังมีการใช้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นเครื่องมือในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนยูเครนด้วย

Cointelegraph รายงานเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัสเซียประกาศเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน พบว่า Kuna บริษัทซื้อขายคริปโตในยูเครนมีปริมาณการซื้อขายรวมประมาณ 4.4 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 24 ชั่วโมง 

ก่อนหน้านี้ยังมีรายงานว่าปริมาณการซื้อขายคริปโตในสกุลเงินรูเบิลเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน หลังชาติตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซีย ขณะที่ปริมาณการถือครอง Bitcoin ในรัสเซียและยูเครนเพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุด 

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ไบเดนเปิดเกมรุก เชิญผู้นำอาเซียนประชุมที่วอชิงตัน มี.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676895

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 22:43 น.ไบเดนเปิดเกมรุก เชิญผู้นำอาเซียนประชุมที่วอชิงตัน มี.ค. นี้

ไบเดนเตรียมเป็นเจ้าภาพประชุมร่วมอาเซียนเดือนหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่าจะต้องจัดการกับ “แนวรบ” ทั้งสองด้านทั้งในยุโรปและเอเชีย

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทำเนียบขาวประกาศว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ จะเป็นเจ้าภาพในการประชุมสุดยอดพิเศษของสหรัฐอเมริกาและผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในวันที่ 28-29 มีนาคมในกรุงวอชิงตัน

การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐในการกระชับความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความสำคัญต่อความพยายามที่จะต่อต้านอำนาจที่กำลังเติบโตของจีน ซึ่งการประชุมได้รับการวางแผนไว้เมื่อต้นปีนี้ แต่กำหนดการล่าช้าเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับโควิด-19

เจน ซากิ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่าการประชุมสุดยอดของสมาคมผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะเป็นการฉลองครบรอบ 45 ปีของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และอาเซียน

โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสหรัฐในการทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ เพื่อเสริมสร้างอาเซียนที่มีอำนาจและเป็นปึกแผ่น เพื่อจัดการกับความท้าทายต่างๆ

ในวันเดียวกันนั้น เคิร์ท แคมป์เบลล์ (Kurt Campbell) ผู้ประสานงานทำเนียบขาวของทำเนียบขาวด้านภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก กล่าวกับรอยเตอร์ว่าขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกาต้องรักษาการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งกับแนวรบ (Theater) สองแห่งพร้อมกัน (คาดว่าหมายถึงภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและยุโรป) และกล่าวว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ สหรัฐฯ จะมุ่งมั่นเพื่อสานต่อการมีส่วนร่วมระดับสูงกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงการเดินทางของประธานาธิบดี

แคมป์เบลล์กล่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐจะเดินทางไปมีส่วนร่วมกับการรวมตัวของสถาบันที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนในปีนี้

ทั้งนี้ ในการเยือนมาเลเซียในเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน “มีความสำคัญต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก”

พร้อมกล่าวว่าการประชุมสุดยอดนี้คาดว่าจะหารือเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ที่เกิดจากการปฏิวัติทางทหารในเมียนมาเมื่อปีที่แล้ว และประเด็นต่างๆ เช่น การฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ ไบเดนเข้าร่วมประชุมสุดยอดเสมือนจริงกับอาเซียนในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่สหรัฐมีส่วนร่วมประชุมกับอาเซียน

โดยไบเดนให้คำมั่นที่จะยืนหยัดร่วมกับอาเซียนในการปกป้องเสรีภาพในทะเลและประชาธิปไตย  และกล่าวว่าสหรัฐจะเริ่มเจรจาเกี่ยวกับการพัฒนากรอบเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

ซึ่งบางคนมองว่าความร่วมมือของสหรัฐในเอเชียขาดไปตั้งแต่สมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งลาออกจากข้อตกลงการค้าระดับภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไบเดนประกาศยุทธศาสตร์ 12 หน้าสำหรับอินโดแปซิฟิกเมื่อต้นเดือนก.พ.  โดยให้คำมั่นว่าจะมอบทรัพยากรทางการทูตและความมั่นคงให้มากขึ้นในภูมิภาค เพื่อตอบโต้กับความพยายามของจีนในการสร้างอิทธิพลในภูมิภาค

Photo by SAUL LOEB / AFP

พิษสงครามยูเครน-รัสเซีย กระทบการเงินโลก-ไทยป่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676887

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 20:16 น.

จับตาผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์ทางการเงินของประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตกที่ถล่มใส่รัสเซียนในเวลานี้ หวังเล่นงานเศรษฐกิจรัสเซียให้ย่อยยับ แต่เอาเข้าจริงไม่ใช่รัสเซียประเทศเดียวที่บาดเจ็บจากหมากเกมในครั้งนี้ หลายประเทศทั่วโลกย่อมเจ็บไม่แพ้กันจากรังสีนิวเคลียร์ทางการเงินจะแผ่ปกคลุมไปทั่วโลก

สิงคโปร์ลุยเดี่ยวชาติอาเซียนคว่ำบาตรรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676883

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 19:21 น.สิงคโปร์ลุยเดี่ยวชาติอาเซียนคว่ำบาตรรัสเซีย

สิงคโปร์เตรียมคว่ำบาตรรัสเซีย ชาติแรกของอาเซียน อีกด้านเตือนส่งผลเสียต่อประเทศ

วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์เปิดเผยว่าจะแสดงจุดยืนร่วมกับประเทศอื่นๆ ในการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพื่อตอบโต้การกระทำที่เขากล่าวว่าเป็น “การรุกรานที่ไร้เหตุผลและละเมิดบรรทัดฐานระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง” ซึ่งเป็นชาติแรกในอาเซียนที่เคลื่อนไหวในลักษณะนี้

“เราจะควบคุมการส่งออกสินค้าที่สามารถใช้เป็นอาวุธเพื่อทำอันตรายหรือเพื่อปราบปรามชาวยูเครน นอกจากนี้เราจะปิดกั้นธนาคารและธุรกรรมทางการเงินของรัสเซียบางแห่ง” บาลากริชนันกล่าว พร้อมเสริมว่ามาตรการคว่ำบาตรอาจต้องแลกกับบางอย่างซึ่งประชาชนต้องเตรียมพร้อมกับผลที่จะตามมา โดยมาตรการต่างๆ อยู่ระหว่างการดำเนินการและจะประกาศในไม่ช้า

ขณะที่บิลาฮารี เคาซิกัน อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสิงคโปร์ ครั้งเดียวที่เขาเคยเห็นคือเมื่อครั้งที่สิงคโปร์คว่ำบาตรหลังการรุกรานกัมพูชาของเวียดนามในปี 1978 หรือ 44 ปีที่แล้ว พร้อมเตือนว่าหากสิงคโปร์คว่ำบาตรรัสเซียจะส่งผลเสียต่อธุรกิจของประเทศ

Photo by Kena Betancur/Pool via REUTERS/File Photo

Spetsnaz หน่วยสงครามพิเศษสุดโหดของรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676866

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 18:30 น.Spetsnaz หน่วยสงครามพิเศษสุดโหดของรัสเซีย

กองกำลังพิเศษของรัสเซีย หรือสเปซนาซ (Spetsnaz) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด

• คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นกองกำลังยูเครนเผชิญหน้ากับกองกำลังพิเศษของรัสเซียในเมืองคาร์กิว เมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยราว 1.4 ล้านคน ขณะที่สื่อต่างประเทศกำลังพูดถึงความน่ากลัวของกองกำลังพิเศษของรัสเซีย

• กองกำลังพิเศษของรัสเซีย หรือสเปซนาซ (Spetsnaz) ซึ่งมีตั้งแต่กองกำลังทหาร กองเรือ พลร่ม หน่วยข่าวกรอง ไปจนถึงหน่วยลอบสังหาร และก่อวินาศกรรม เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะหัวหอกในการโจมตีของรัสเซียที่น่าสะพรึงกลัว

• หน่วยสเปซนาซทางการทหารปฏิบัติการไม่ว่าจะเป็นการแทรกซึมเข้าไปสอดแนมหาข่าวกรองทางทหาร หรือ ทำการก่อวินาศกรรมภายนอกประเทศ ทั้งในยามสงบ และในยามสงครามซึ่งมียุทธวิธีในการรบที่เน้นในการรบนอกแบบ หรือ สงครามกองโจรเป็นหลัก

• นอกจากนี้ยังมีหน่วยสเปซนาซที่ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงภายใน หรือภัยก่อการร้าย, ภัยจากการจับเป็นตัวประกัน และภัยจากอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งการควบคุมฝูงชน และการปราบปรามจลาจล ตลอดจนหน่วยสเปซนาซที่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ เช่น การรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรี ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานของรัฐระดับสูง

• หากจะเล่าถึงความโหดของสเปซนาซ ภารกิจที่รู้จักกันดีคือในช่วงสงครามอัฟกานิสถานปี 1979-1987 รวมถึงการโค่นล้มและสังหารประธานาธิบดีฮาฟิซูลเลาะห์ อามิน ของอัฟกานิสถานและลูกชายของเขา ตลอดจนบอดี้การ์ดส่วนตัวอีกกว่า 300 คน ภายในเวลา 40 นาที

• ปฏิบัติการดังกล่าวมีชื่อว่าสตอร์ม-333 (Storm-333) ซึ่งสเปซนาซได้บุกโจมตีพระราชวังทาจเบก (Tajbeg) ในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน ที่มีป้อมปราการหนาแน่น ปฏิบัติการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่โซเวียตประมาณ 660 คน ซึ่งแต่งกายด้วยเครื่องแบบอัฟกัน เจ้าหน้าที่ KGB และ GRU จำนวน 50 คนจาก Alpha Group และ Zenith Group โดยกองกำลังโซเวียตเข้ายึดครองอาคารรัฐบาล กองทัพ และสื่อสำคัญๆ ในกรุงคาบูล รวมถึงเป้าหมายหลักของพวกเขา นั่นคือพระราชวังทาจเบก

• สเปซนาซยังมีส่วนร่วมในการแทรกแซงยูเครนในภารกิจผนวกไครเมียของรัสเซียในปี 2014 โดยกองสเปซนาซที่ 22 ถูกส่งเข้าไปปลอมตัวเป็นพลเรือน

• รายงานล่าสุดอ้างว่าสเปซนาซมีทหารอย่างน้อย 5,000 นาย ตามรายงานของศูนย์การศึกษาความมั่นคงแห่งยุโรป (European Center for Security Studies) กล่าวว่า “สเปซนาซไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือในการสู้รบ แต่ยังเป็นอาวุธของสงครามการเมือง ข่าวกรอง และการโฆษณาชวนเชื่อ”

• ความโหดของสเปซนาซถึงขนาดที่พูดกันว่า “ถ้าเราเป็นตัวประกัน ให้จับปืนสู้ผู้ก่อการร้าย ยังมีโอกาสรอดมากกว่ารอให้สเปซนาซมาช่วย” เพราะในปฏิบัติการช่วยตัวประกัน 850 คนในโรงละครมอสโก จากกลุ่มติดอาวุธเชเชนที่เรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังออกจากเชชเนีย และยุติสงครามเชชเนียครั้งที่สอง สเปซนาซคร่าชีวิตตัวประกันไปประมาณ 130 คน จนมีคนพูดกันว่าสเปซนาซไม่สนตัวประกัน สนแต่การถล่มศัตรูเท่านั้น

• ภารกิจล่าสุดของสเปซนาซคือการรุกรานยูเครน รวมถึงการเข้าสู่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศเพื่อตามล่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน และครอบครัวของเขา

Photo by REUTERS/Baz Ratner