เติมความสดใสในฤดูใบไม้ผลิกับ Fossil SPRING 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/677043

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 09:20 น.เติมความสดใสในฤดูใบไม้ผลิกับ Fossil SPRING 2022

Fossil ชวนอัปเดตสไตล์ของคุณในฤดูใบไม้ผลิ ด้วยเฉดสีเขียวที่สร้างความโดดเด่น สดใส ร่าเริง พร้อมสานต่อแนวคิด Pro-Planet Eco-Leather เครื่องหนังรุ่นใหม่ Vegan Cactus กระเป๋าหนังทำจากกระบองเพชร

SPRING 2022

คอลเลกชั่นนี้ยังคงไว้ซึ่งความสนุกสนาน และอัปเดตสไตล์ของคุณในฤดูใบไม้ผลิ ด้วยเฉดสีเขียวอันแสดงถึงอากาศบริสุทธิ์ และสดใส เราได้ปรับปรุงนาฬิกาคลาสสิกบางส่วนของเรา อย่างรุ่น Carlie และ Machine โดยออกแบบหน้าปัดที่ผสมผสานสีสันของสปริง สำหรับนาฬิกาสายหนังซีซั่นนี้ออกแบบเน้นความสดใส ความสุข และการมองโลกในแง่ดี ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้คุณเริ่มวันอย่างมีชีวิตชีวา

WATCH

นาฬิกาคอลเลกชั่นสปริงนี้มีไอคอนที่อัปเดตซึ่งจะพาคุณสนุกสนานไปตลอดฤดูกาลด้วยหน้าปัดและสีที่ปรับปรุงใหม่ให้เหมาะกับการแต่งตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิอย่างเฉดสีเขียวที่สร้างความโดดเด่น สดใส ร่าเริง

Carlie Sport ใหม่มีรูปลักษณ์ร่วมสมัยผสมผสานกับการออกแบบที่คลาสสิกและสง่างาม ในขณะที่ยังคงคุณสมบัติที่ทำให้ Carlie เป็นที่นิยม อย่างสายนาฬิกา H-link และส่วนเชื่อมต่อ T-bar หน้าปัดที่ปรับปรุงใหม่มีขนาดพอดีกับข้อมือคุณสุภาพสตรี ผสมกับตัวเลขอารบิก มาร์กเกอร์บอกเวลาที่มีสไตล์ และรูปแบบหน้าปัดซิกเนเจอร์ F-Grid ของ Fossil ให้ระดับของพื้นผิวที่มีมิติแปลกตา

Machine เปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 รุ่นนี้ถือเป็นบทกวีของฟอซซิลที่แสดงถึงอุตสาหกรรมของการผลิตและหัตถศิลป์ ไอคอน ฟอซซิลมีรายละเอียดการออกแบบของเครื่องจักร อย่างเช่น รูปทรงตัวเรือน เม็ดมะยมหัวสกรู พื้นผิววงแหวนด้านบนที่เป็นสัญลักษณ์ และหน้าปัดที่มีกลไกบอกวันที่แบบ 3 เข็ม

LEATHER

เพื่อสานต่อแนวคิด Pro-Planet Eco-Leather ในปีนี้ฟอซซิลนำเสนอเครื่องหนังรุ่นใหม่ Jacqueline Satchel และ Kier Tote ที่ผลิตจากหนัง Vegan Cactus กระเป๋าหนังทำจากกระบองเพชร ถูกผลิตขึ้นด้วยความยั่งยืนในระดับแนวหน้าของการออกแบบ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วใบกระบองเพชรจะถูกตากแดดเป็นเวลา 3 ถึง 6 วัน เทคนิคนี้ช่วยให้เราประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ลำต้นของกระบองเพชรแต่ละต้นยังคงสภาพเดิมเพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวซ้ำได้หลังจากที่ใบงอกใหม่แล้ว ซึ่งใช้เวลา 6 ถึง 8 เดือน กระบวนการผลิตหนังกระบองเพชรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เราทิ้งรอยเท้าที่เล็กลงและปราศจากสารกำจัดวัชพืช ยาฆ่าแมลง และการชลประทาน เรามุ่งมั่นที่จะออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คุณสร้างสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณ

Jacqueline Satchel รายละเอียดการออกแบบด้วยหางซิปที่เป็นเอกลักษณ์ ปลายซิปไม่ได้ติดอยู่กับตัวกระเป๋า ช่วยให้เปิดกระเป๋าได้มากขึ้นเพื่อค้นหาสิ่งของต่างๆได้ง่ายขึ้น

Kier Tote รุ่นที่ขายดีที่สุด ทำจากวัสดุใบแคคตัสที่ปลูกแบบออร์แกนิกและมีสายรัดปรับระดับได้ พร้อมตัวปิดสแน็ปอินภายใน และกระเป๋าซิปแบบถอดได้ ช่วยเสริมลุคสุดโปรดของคุณในฤดูใบไม้ผลินี้

Fossil (ฟอซซิล) ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดย Tom Kartsotis ใน Dallas, Texas, USA จากเด็กหนุ่มวันยี่สิบที่ดำเนินธุรกิจนายหน้าขายตั๋วในเมืองดัลลัส ผู้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการนำเข้าสินค้าแฟชั่นจากฐานการผลิตในประเทศฝั่งตะวันออก สู่ผู้สร้างแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของโลก โดยผลิตภัณฑ์หลักของพวกเขาคือนาฬิกาแฟชั่นที่มีรูปลักษณ์ย้อนยุค และ การสื่อถึงความมั่นใจ ความสนุกสนาน ในแบบอเมริกันชน อันเป็นเสน่ห์ของแบรนด์จนทุกวันนี้

คอลเลกชั่นนาฬิกาของ Fossil มีรายละเอียดเรียบง่ายและมีการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโฆษณานิตยสารชั้นนำอย่าง Look, Life, และ Time ในช่วงทศวรรษที่ 1930, 1940 และ 1950 ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของคนรุ่นปัจจุบันได้เสมอ จนถึงปัจจุบันนาฬิกา Fossil จะยังคงเป็นที่ต้องการมากที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่และเริ่มกลายเป็นแฟชั่นไอคอน นาฬิกาเรือนนี้มีรูปลักษณ์เหมือนนาฬิการะดับพรีเมี่ยม แต่ราคาไม่แพงมากจนคุณไม่ต้องสละทุกสิ่งเพื่อเป็นเจ้าของนาฬิกาเรือนนี้ กลุ่มลูกค้าจึงมีตั้งแต่เด็กอายุ 20 ถึงหนุ่มสาวภูมิฐานวัย 40 กว่าที่ชื่นชอบสินค้าแฟชั่นแบบ Modern Vintage ในราคาที่จับต้องได้

ในช่วงปี 1990 Fossil เข้าสู่ตลาดต่างประเทศและเพิ่มสายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงสินค้าเครื่องหนังและแว่นกันแดด ในปี 2001 Fossil เริ่มร่วมธุรกิจกับแบรนด์นาฬิกาแฟชั่นชั้นนำต่างๆ ปัจจุบันมีแบรนด์มากกว่า 15 แบรนด์ภายใต้ Fossil Group มีร้านมากกว่า 400 ร้านใน 20 กว่าประเทศ ในปี 2019 Fossil ได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป และ ในปีนี้ได้เปิด Fossil Boutique แห่งแรกในประเทศไทย ที่โซนอีเดน ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด

ร้าน Fossil Boutique ถูกตกแต่งเพื่อแสดงออกถึงความเป็น American Vintage อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื๊อสินค้าได้มากมาย พร้อมบริการ Custom Service ที่สามารถบ่งบอกสไตล์และตัวตนของคุณผ่านการ Emboss and Engraving ลงบนสินค้าต่างๆของ Fossil ไม่ว่าจะเป็นต้วอักษรหรือรูป emoji เพื่อเพิ่มคุณค่าทางใจให้กับของขวัญชิ้นพิเศษ

ช้อปสินค้า Fossil รุ่นต่างๆ ได้ที่ FOSSIL BOUTIQUE ชั้น 2 ศูนย์การค้า CentralwOrld หรือรับข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติมที่ …

Facebook: https://www.facebook.com/fossil.thailand/

LINE Official: https://bit.ly/LineFossilTH

Shop Online: https://bit.ly/FossilTH

#FossilThailand

#FossilStyle

#FossilBoutiqueTH

ย้อนวันวานกับบุฟเฟ่ต์ ‘งานวัด’ ที่ พระยา คิทเช่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677056

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 10:25 น.ย้อนวันวานกับบุฟเฟ่ต์ 'งานวัด' ที่ พระยา คิทเช่น

ห้องอาหารพระยา คิทเช่น ชวนย้อนวันวานบรรยากาศความรื่นเริงในงานวัด ผ่านความทรงจำของเหล่าเชฟมากฝีมือในรูปแบบบุฟเฟ่ต์อาหารไทย ตลอดเดือนมีนาคม และเมษายนนี้

พระยา คิทเช่น ห้องอาหารไทยในโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ชวนสัมผัสมนต์ขลังของอาหารงานวัด หวนคืนความทรงจำในวัยเด็กไปกับอาหารไทยในธีมงานวัด ชิม ชิล ไปกับอาหารคาวหวานชื่อคุ้นหู แต่อาจลางเลือนไปจากความทรงจำ

อาทิ ยำข้าวทอดแหนมสด ไหลบัวผัดกะปิกุ้งสด ก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ราชบุรี ไข่ปลาหมึกทอด กุ้งย่างพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด อีกทั้ง เมี่ยงคำตับห่าน บาร์บีคิวหมาล่าเสียบไม้ย่างเตาถ่าน เค้กชาไทย และรับเมนูพิเศษ ล็อบสเตอร์ย่างซอสยำมะม่วงตะไคร้ ท่านละ 1 ที่

นอกจากกลิ่นอายของอดีตแล้ว กลิ่นหอมของอาหารที่เชฟปรุงบนครัวเปิดจะทำให้ใครหลายคนยั้งใจไม่อยู่  ซีฟู้ดวอลล์ ซิกเนเจอร์ของทางร้านพร้อมอวดโฉมอาหารทะเลสดหลากหลายชนิด อาทิเช่น กุ้งแม่น้ำ กั้งกระดาน ปูม้า หอยแมลงภู่ หรือหอยหลอดให้คุณได้เลือกไปให้เชฟปรุงไม่ว่าจะเป็นผัดสมุนไพร ผัดกระเทียมกล่อม หรือเผาร้อนๆจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บได้ตามใจแบบไม่อั้น สำหรับสายเนื้อฟินไปกับเนื้อนำเข้าหลากหลายชนิดรวมถึงแกะ หมู และเนื้อไก่จากตู้แช่เนื้อที่เลือกไปให้เชฟย่างได้ตามใจชอบ

สัมผัสอาหารธีมงานวัดในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ได้ที่ห้องอาหารพระยา คิทเช่น โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ทุกมื้อค่ำวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ และมื้อกลางวัน วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตลอดเดือนมีนาคม และเมษายน ในราคาเพียง 1,688++ บาท ต่อท่าน เด็กอายุ 1-3 ขวบ รับประทานฟรี และ เด็กอายุ 4-12 ปีรับส่วนลด 50%

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งโดยตรงบนเว็บไซต์ https://bit.ly/34fe6bO ไลน์แอด @marriottsurawongse หรือโทร. 02 088 5666

How to ฟื้นฟูผิวสวยให้คุณแม่หลังคลอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/677050

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 10:10 น.How to ฟื้นฟูผิวสวยให้คุณแม่หลังคลอด

‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีฟื้นฟูผิวสวยอย่างมีสุขภาพดีสำหรับคุณแม่หลังคลอด

“ระยะหลังคลอด” แน่นอนว่าย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายจากการตั้งครรภ์หลายอย่าง สร้างความกังวลใจให้คุณแม่หลังคลอดจนขาดความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการผิวแห้งขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำไม่สดใส ผิวแตกลาย รวมถึงผิวหย่อนคล้อย การดูแลผิวหลังคลอดอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณแม่หลังคลอดกลับมามีผิวสวยสุขภาพดีได้อีกครั้ง แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง มาแนะนำ “วิธีฟื้นฟูผิวสวยอย่างสุขภาพดีสำหรับคุณแม่หลังคลอด” กับผลิตภัณฑ์ Body Butter, Hydrating Emulsion และ Revitalising Face Mask โดยมีเซเลบริตี้สาวคุณแม่มือใหม่มาร่วมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำวิธีฟื้นฟูผิวสวย คืนผิวใส สำหรับคุณแม่หลังคลอด ดังนี้ 

ระหว่างการตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และหลังจากการคลอดลูก ระดับฮอร์โมนดังกล่าวก็จะลดลงอย่างรวดเร็วและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของฮอร์โมนนี้เป็นสาเหตุให้คุณแม่ประสบกับปัญหาผิวจนทำให้เกิดความไม่มั่นใจ โดยปัญหาผิวที่มักพบได้บ่อยหลังการคลอดลูก คือ

· ผิวหมองคล้ำ พบได้ในหลายส่วนของร่างกาย เช่น บริเวณข้อพับต่างๆ อย่างรักแร้ ขาหนีบ คอ เส้นกลางหน้าท้อง ลานหัวนม ต้นขา นอกจากนี้ยังพบกระ ฝ้า และจุดดำตามใบหน้า รวมถึงความหมองคล้ำใต้ดวงตา ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในช่วงตั้งครรภ์ที่ไปกระตุ้นเม็ดสีผิว (เมลานิน) ให้เข้มขึ้นกว่าเดิม แม้หลังจากคลอดลูกไปแล้ว สีผิวที่หมองคล้ำจะยังคงอยู่ และจะจางลงตามธรรมชาติอย่างน้อย 3-6 เดือน

· ผิวแห้งขาดน้ำ หลังคลอดประมาณ 2 สัปดาห์ คุณแม่อาจต้องเผชิญสภาวะผิวขาดน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากร่างกายจะมีการขับเอาน้ำที่สะสมในระหว่างตั้งครรภ์ออกไป ทำให้อาการบวมน้ำลดลง วิธีสังเกตเบื้องต้นของอาการผิวขาดน้ำ คือ ผิวแห้ง ปากแห้งลอกเป็นขุย กลืนน้ำลายแล้วเหนียวคอ ผมขาดหลุดร่วงง่าย น้ำนมออกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

· ผิวแตกลาย ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน ผิวหนังจะเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วตามขนาดของทารกในครรภ์ จึงทำให้เกิดผิวแตกลายตามมา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณท้องน้อย เต้านม หรือต้นขา ซึ่งปัญหาผิวแตกลายมักจะเกิดในช่วงอายุครรภ์ 6-7 เดือนไปจนถึงหลังคลอด

· ผิวหย่อนคล้อย ช่วงหลังคลอดคุณแม่จะมีภาวะหย่อนคล้อยตามส่วนต่างๆ เช่น หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน เกิดจากน้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็วหลังการคลอด ผิวจึงสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินไป ทำให้ผิวขาดความกระชับ หากเป็นคนที่มีสภาพผิวหย่อนคล้อยอยู่แล้ว หลังคลอดอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้มากกว่าเดิม

· ผื่นแพ้หลังคลอด สภาวะหลังการคลอดจะเกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมน ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระดับของฮอร์โมนที่น้อยลงส่งผลให้ผิวหนังแห้ง เกิดการระคายเคืองได้ง่ายเมื่อสัมผัสโดนสิ่งต่างๆ

ปัญหาผิวดังกล่าวข้างต้นจะค่อยๆ หายไป และดีขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งแต่ละบุคคลก็อาจใช้เวลาไม่เท่ากัน สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ตามปกติ แต่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีความอ่อนโยนต่อผิว มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน อ่อนโยนต่อผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย โดยไม่ทิ้งความมันส่วนเกินและไม่อุดตันรูขุมขน รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเรือนริ้วรอยและฟื้นฟูสภาพผิวควบคู่กันได้ นอกจากนี้การสครับผิวอย่างสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวที่หมองคล้ำจางลง และควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดแรงๆ หรือหากมีความจำเป็นที่ต้องออกไปข้างนอกก็สามารถทาครีมกันแดดได้ โดยเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF อยู่ระหว่าง 30-50 และมีค่า PA ที่เหมาะสม

นอกจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วย เช่น ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อวัน สามารถคำนวณได้จากน้ำหนักตัว (ก.ก.) x 33 =…ซีซี (1,000 ซีซี = 1 ลิตร, 1 ลิตร = 4 แก้ว) เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เช่น ปลาทะเล ผักใบเขียว ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และอย่าลืมหาเวลานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง ไม่ควรนอนดึก หากเป็นไปได้ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เนื่องจากในช่วง 4 ทุ่มถึงตี 2 ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมผิวพรรณขณะหลับ”

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่คุณแม่ป้ายแดง ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ เผยว่า “ปกติเราเป็นคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิว รวมถึงพิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเรื่องผิวพรรณหรือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายระหว่างการตั้งครรภ์มากนัก ในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ก็จะมีสภาวะผิวแห้งขาดน้ำและปัญหารอยแตกลายบริเวณท้องน้อย แต่เราเตรียมพร้อมรับมือด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นและคืนความเรียบเนียนให้กับผิวอย่างบอดี้ บัตเตอร์ เป็นประจำ และมาส์กหน้าสัปดาห์ละครั้งด้วย รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อคืนความกระจ่างใสสู่ผิวค่ะ”

ถัดมาที่คุณแม่ลูกแฝด วรนันท์ จันทรัศมี เล่าว่า “ตั้งแต่ตั้งครรภ์ลูกแฝดเห็นได้ชัดเลยว่าผิวพรรณเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ถึงแม้ว่าเราจะทาครีมบำรุงผิวเป็นอย่างดีแต่ผิวก็ยังแตกลาย ส่วนช่วงหลังคลอดก็ยังประสบปัญหาผิวหย่อนคล้อยอีกด้วย ยิ่งช่วงที่ต้องให้นมลูกๆ จะรู้สึกเลยว่าผิวแห้งมาก ทั้งที่จากเราเป็นคนผิวค่อนข้างมัน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ คือ เราจะเน้นเรื่องการฟื้นบำรุงผิว โดยเราเลือกใช้ บอดี้ บัตเตอร์ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวกาย และยังช่วยให้ผิวเราเรียบเนียนกระชับขึ้น ส่วนผิวหน้าเราก็จะบำรุงด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น และ รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเติมความชุ่มชื้นและคืนความกระจ่างใสให้กับผิวค่ะ”

ปิดท้ายที่คุณแม่คนเก่ง ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล กล่าวว่า “เราโชคดีที่ตอนท้องไม่ได้แพ้ท้อง ไม่มีสิว ไม่มีรอยแตกลาย ไม่มีฝ้ากระให้คอยกังวลใจ แต่จะมีเพียงอาการผิวแห้งขาดน้ำและระคายเคืองได้ง่ายกว่าปกติ สำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เราจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคือง สำหรับผิวกายเราจะใช้ บอดี้ บัตเตอร์ ด้วยเป็นประจำ เพื่อเติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ป้องกันผิวจากการเกิดรอยแตกลาย ส่วนผิวหน้าก็จะบำรุงด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น เป็นประจำ ยิ่งช่วงนี้ลูกสาวเริ่มโตแล้ว ทำให้เรามีเวลาออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ เพื่อรูปร่างที่กระชับได้สัดส่วนสวยงามค่ะ”

ความผิดปกติของหมอนรองกระดูก ความเจ็บปวดที่หลายคนเข้าใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/677041

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 08:55 น.ความผิดปกติของหมอนรองกระดูก ความเจ็บปวดที่หลายคนเข้าใจ

จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย อาการจากความผิดปกติของหมอนรองกระดูก ความเจ็บปวดที่อาจมีสัญญาณเตือนให้รู้ตัวก่อน หรือมาได้แบบไม่ทันตั้งตัว!!

เชื่อว่าปัญหาสุขภาพไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนที่เรารักอย่างแน่นอน แต่ปัญหาสุขภาพบางอย่างก็อาจเกิดขึ้นได้แม้เสี้ยววินาที อย่างอาการของ “หมอนรองกระดูกอักเสบ” หรืออาจโชคร้ายกว่านั้นคือ “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”

กระดูกสันหลังของมนุษย์ที่อยู่ในแนวกึ่งกลางทางด้านหลังของลำตัว มีลักษณะเป็นข้อๆ ตั้งแต่ลำคอจนถึงด้านหลังของทวารหนัก ระหว่างกระดูกแต่ละข้อจะมีหมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral disc) คั่นอยู่ในแต่ละข้อ ลักษณะเป็นรูปทรงสั้นๆ มีความสูงประมาณ 1 ใน 4 ของความยาวของข้อกระดูกสันหลัง หรือประมาณ 6-8 มม. โดยทำหน้าที่รับแรงเมื่อร่างกายเคลื่อนไหวและปกป้องไขสันหลัง

โรคหมอนรองกระดูกสันหลังที่พบบ่อย

หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม

โรคหมอนรองกระดูกสันหลังที่พบบ่อยในปัจจุบัน คือ ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ความเสื่อมที่เราทราบกันมักจะเกิดจากอายุที่มากขึ้น เกิดจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบันโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม สามารถพบได้ตั้งแต่อายุ 25-50 ปี โดยภาวะนี้เกิดจากตัวหมอนรองเกิดภาวะที่แห้งลง เสียความยืดหยุ่น สาเหตุการเกิดที่พบได้บ่อย ได้แก่ การนั่งทำงานนานๆ การขับรถนานๆ การทำงานที่ต้องยกของบ่อยๆ และการสูบบุหรี่ พบว่าคนที่สูบบุหรี่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงที่หมอนรองกระดูกสันหลังน้อยลง ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น

หมอนรองกระดูกอักเสบ 

โรคหมอนรองกระดูกอักเสบ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ อักเสบจากการติดเชื้อ ส่วนใหญ่เป็นการลามมาจากการติดเชื้อในกระแสเลือด แต่เชื้อกลับไปเกาะอยู่ที่บริเวณกระดูกสันหลัง แล้วลามมายังหมอนรองกระดูก หรือมีการฉีดยา ฉีดสีเข้าไปในหมอนรองกระดูก แล้วมีเชื้อโรคนั้นตามเข้าไปด้วย ตรงจุดนี้เอง ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้วิธีการรักษา ทำได้ด้วยการใช้ยาฆ่าเชื้อ

และอักเสบจากความเสื่อมของร่างกาย ที่ค่อยๆ เสื่อมลงเรื่อยๆ หมอนรองกระดูกเกิดเป็นรอยแตก โดยร่างกายของเราไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าในหมอนรองกระดูกเรามันมีอะไรอยู่บ้าง ฉะนั้น ร่างกายเราก็จะคิดว่าสิ่งที่อยู่ในหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นไหลออกมาเป็นของแปลกปลอม ร่างกายจึงจำเป็นต้องกำจัดทิ้ง จนเกิดการอักเสบขึ้น

อาการของโรคหมอนรองกระดูกอักเสบ การบาดเจ็บของหมอนรองกระดูก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ตัวหมอนรองกระดูกเองมีเส้นประสาทมาเลี้ยงน้อยมาก เมื่อแตก หรือปลิ้นจะไม่เจ็บที่ตัวหมอน แต่อาจอักเสบ หรือกดทับเอ็นกระดูกและเส้นประสาทที่อยู่ใกล้ ทำให้มีอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่าง รวมทั้งมีอาการปวดที่ขาได้ โรคหมอนรองกระดูกอักเสบนั้น เป็นอาการที่วินิจฉัยได้ยาก ส่วนใหญ่อาการแสดงที่เห็นเด่นชัด คือ เรื่องของการปวดหลัง ซึ่งการปวดหลังก็มีด้วยหลายสาเหตุ แต่อาการปวดที่ระบุจำเพาะเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกอักเสบ คือ การนั่งแล้วไม่สามารถนั่งได้เป็นระยะเวลานานๆ เมื่อยืน หรือแอ่นตัวอาการดีขึ้น แต่เมื่อก้มตัวอาการจะแย่ลง โดยจะมีอาการลักษณะนี้เป็นระยะเวลานาน ในกรณีที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง แต่ยังหาสาเหตุไม่ได้ รักษา หรือทำกายภาพแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่า คุณอาจมีอาการของโรคหมอนรองกระดูกอักเสบก็เป็นได้

หมอนรองกระดูกอักเสบแบบไหน ถึงจำเป็นต้องผ่าตัด?

  • ปวดมาก จนทนไม่ได้
  • รำคาญมาก จนทนไม่ได้

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เป็นโรคที่พบได้บ่อย ผู้ป่วยจะมีอาการปวดรุนแรงจากการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูก ร่วมกับการปวดจากเส้นประสาทถูกกดทับ การใช้งานหลังที่ไม่ถูกต้อง การยกของหนัก ๆ การออกกำลังเวทเทรนนิ่งที่ผิดจังหวะ สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกสันหลังได้

นพ.ศรัณย์ ก่อวุฒิกุลรังษี แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ และกระดูกสันหลัง ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนวเวช ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ตั้งแต่โครงสร้างของกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก การเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไปจนถึงการป้องกันและรักษา เพื่อให้สามารถศึกษาและทำความเข้าใจได้โดยง่าย ดังนี้

โครงสร้างของกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก

กระดูกสันหลังของมนุษย์มีลักษณะเป็นปล้อง ๆ โดยส่วนหน้าจะเป็นรูปร่างทรงกระบอกสั้น ๆ ระหว่างปล้องจะมีหมอนรองกระดูกสันหลังคั่นไว้ ส่วนปล้องจะมีแกนกระดูก 2 ข้าง ยื่นไปด้านหลัง สร้างเป็นวงโค้งโอบรอบไขสันหลัง และสร้างเป็นข้อต่อด้านหลัง รูปร่างของกระดูกสันหลังแต่ละปล้องจะแตกต่างกันไปเล็กน้อย ขนาดของปล้องกระดูกสันหลังจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น จากกระดูกคอไล่ลงมาถึงเอว เพื่อรองรับน้ำหนักของร่างกายและการใช้งาน

หมอนรองกระดูกสันหลังจะมีลักษณะเป็นถุงแบน ๆ ที่มีเปลือกหนา ๆ ตามเส้นรอบวง ภายในบรรจุสารประกอบโปรตีนและน้ำ มีเซลล์สร้างสารประกอบดังกล่าวเล็กน้อย หมอนรองกระดูกทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับแรงกระแทกต่อกระดูกสันหลัง และทำให้การเคลื่อนไหวระหว่างปล้องขณะที่ก้มเงยหรือเอียงตัว เป็นไปอย่างราบรื่น

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดได้อย่างไร

ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท สามารถแบ่งตามสาเหตุได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

1. จากการที่ถุงของหมอนรองกระดูก ไม่สามารถทนรับแรงที่มากระทำได้ เช่น การถูกกระแทกอย่างรุนแรง หรือการก้มตัวทำให้เปลือกด้านหลังเกิดการฉีก และสารประกอบภายในเกิดการเคลื่อนตัวโป่งนูน และเคลื่อนมาเบียดพื้นที่ของไขสันหลังและเส้นประสาท เมื่อมีการกดจะทำให้เส้นประสาททำงานผิดปกติ

2. จากความเสื่อมของร่างกาย หรือการใช้งานหลังมาก ๆ เป็นเวลานาน ๆ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป เมื่อสารประกอบภายในเสี่อมสภาพ ปริมาณน้ำลดลง หมอนรองกระดูกจะยุบตัว ทำให้เปลือกเกิดการโป่งนูน กดทับเส้นประสาท โดยมักพบร่วมกับความเสื่อมของข้อต่อที่อยู่ด้านหลังของเส้นประสาท

อาการของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

ในกรณีที่เกิดจากการใช้งาน หรืออุบัติเหตุ ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการปวดหลังทันทีทันใด ตำแหน่งที่ปวดมักเป็นบริเวณเอว เนื่องจากเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวเยอะและรับน้ำหนักเยอะ และบริเวณดังกล่าวมีเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและรับความรู้สึกส่วนขา ทำให้ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเสียว หรือปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง ในรายที่อาการรุนแรงจะตรวจพบอาการอ่อนแรงหรือชาของขาข้างที่มีอาการ ในรายที่เป็นที่กระดูกสันหลังส่วนอื่น ๆ ก็จะเกิดอาการตามระดับของไขสันหลังและเส้นประสาทที่ถูกกด เช่น ปวดร้าวลงแขนจากหมอนรองกระดูกคอบาดเจ็บ

สำหรับในกรณีที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดลงขาที่ไม่รุนแรงมาเป็นเวลานาน มีอาการปวดหลังเป็น ๆ หาย ๆ มักเกิดร่วมกับความเสื่อมของเนื้อเยื่อและข้อต่อข้างเคียง เกิดเป็นภาวะโพรงไขสันหลังตีบ หากเป็นที่ส่วนเอว ผู้ป่วยจะมีอาการหน่วง ๆ ที่ก้นและขาเวลายืน เดินแล้วเมื่อยง่าย อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย

การตรวจเพื่อวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติการใช้งาน อุบัติเหตุ ความเสี่ยง และตรวจร่างกายระบบประสาท และตรวจจำเพาะเพื่อประเมินว่ามีภาวะเส้นประสาทถูกกดทับหรือไม่ โดยการถ่ายภาพรังสีกระดูกสันหลัง ในรายที่สงสัยหรือมีอาการรุนแรง จะต้องทำเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อประเมินขนาดและความรุนแรง สำหรับวางแผนการรักษาต่อไป

การรักษาหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท แบ่งออกเป็น

การรักษาแบบประคับประคอง

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง การอ่อนแรงไม่ชัดเจน เส้นประสาทถูกกดทับไม่มาก สามารถรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ โดยให้ผู้ป่วยนอนในท่านอนหงาย ใช้หมอนเล็กรองใต้เข่าหรือนอนตะแคง ร่วมกับการให้ยาต้านการอักเสบและยาลดปวด สามารถทำกายภาพบำบัดรวมเพื่อลดอาการปวดหลังและปวดขาได้ เมื่ออาการปวดดีขึ้น ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินติดตามต่อเนื่อง พร้อมรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวและปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดซ้ำ

การรักษาโดยการผ่าตัด

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดรุนแรง การให้ยาลดปวดไม่ได้ผล หรือมีภาวะเส้นประสาทถูกกดทับรุนแรง ขาอ่อนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยในปัจจุบัน มีทั้งการผ่าตัดแบบแผลเล็ก เพื่อเอาชิ้นหมอนรองกระดูกที่กดทับออกเพียงอย่างเดียว หรือในกรณีที่กระดูกสันหลังมีความเสื่อมร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเปิดโพรงไขสันหลังและนำชิ้นส่วนที่กดออก ร่วมกับใส่อุปกรณ์ดามกระดูก

การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

1. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป ลดแรงกดทับที่หมอนรองกระดูก

2. ระมัดระวังในการใช้งานหลัง โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงานหรือผู้ที่ต้องยกของหนักบ่อย ๆ โดยท่ายกของจากพื้นที่เหมาะสมคือ การย่อเข่า โดยหลังตั้งตรงหรือเอนมาด้านหน้าเล็กน้อย งดการใช้ท่าก้มหลังโดยเข่าเหยียดตรง เพราะจะมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกได้ง่าย

3. การออกกำลังเวทเทรนนิ่ง ไม่ยกน้ำหนักที่มากเกินกำลัง และควรใช้อุปกรณ์รัดพยุงหลัง เพื่อช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บ

4. งดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้เส้นเลือดที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกเกิดความเสียหายได้

สหรัฐกำลังสงสัย ‘ปูตินเปลี่ยนไป’ เกิดอะไรขึ้น?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677073

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 12:30 น.สหรัฐกำลังสงสัย 'ปูตินเปลี่ยนไป' เกิดอะไรขึ้น?

หน่วยข่าวกรองสหรัฐกำลังพยายามทำความเข้าใจจิตใจของ ‘ปูติน’

แหล่งข่าวใกล้ชิด 2 คนกล่าวกับ CNN ว่าชุมชนข่าวกรองแห่งสหรัฐอเมริกา (IC) ได้กำหนดให้การประเมินจิตใจของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นภารกิจที่มีความสำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

นับตั้งแต่ที่ปูตินเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อสัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่สหรัฐได้ขอให้หน่วยข่าวกรองรวบรวมข้อมูลที่จะเข้าถึงจิตใจของปูตินให้ได้มากที่สุด ผู้นำรัสเซียมีท่าทีอย่างไร? เขาคิดอย่างไรหลังได้รับการตอบโต้อย่างแข็งแกร่งจากยุโรปและประเทศพันธมิตรทั่วโลก? นี่คือสิ่งที่สหรัฐต้องการทราบ

ความพยายามดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่บรรดาผู้ที่คอยติดตามปูตินมานานต่างบอกว่าพฤติกรรมของเขากลายเป็นสิ่งที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และไร้เหตุผลมากขึ้น

รายงานระบุว่าชุมชนข่าวกรองของสหรัฐใช้เวลาหลายทศวรรษในการถอดรหัสปูติน อดีตเจ้าหน้าที่ KGB ที่ขึ้นมาปกครองรัสเซียตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองยอมรับว่านี่คือ “งานยาก”

สหรัฐมีความสนใจที่จะเจาะใจปูตินเพิ่มขึ้นอย่างกะหันทันในช่วงไม่กี่วันมานี้เพราะมองว่าการตัดสินใจของปูตินต่อสถานการณ์ในยูเครนนั้นผิดไปจากนิสัยของเขา ซึ่งนั่นทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าปูตินคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่

CNN เผยว่าชุมชนข่าวกรองได้รวบรวมข้อมูลจำนวนมากจากแหล่งต่างๆ โดยรายงานฉบับหนึ่งระบุว่าการกระทำของปูตินกลายเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมากและคาดเดาไม่ได้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แหล่งข่าวบอกกับ FBI ว่า “ปูตินแสดงความโกรธอย่างสุดขีดต่อการคว่ำบาตรจากตะวันตก” “รู้สึกว่าการคว่ำบาตรทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นเร็วกว่าที่เขาคาดไว้”

วุฒิสมาชิกมาร์โก รูบิโอ ของสหรัฐทวีตเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า “ตอนนี้ผมสามารถพูดได้ค่อนข้างชัดเจนว่ามีบางอย่างผิดปกติกับปูติน” โดยเสริมว่าปูตินเป็นนักฆ่ามาตลอด แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม ปูตินเมื่อ 5 ปีก่อนคงจะไม่ทำอย่างที่เขาทำในวันนี้แน่นอน

เช่นเดียวกับ ไมเคิล แม็คฟอล อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศรัสเซีย ซึ่งกล่าวว่า “ปูตินเปลี่ยนไป…เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง”

เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งกล่าวว่ายังไม่พบข้อมูลใหม่ใดๆ ที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพโดยรวมของปูติน แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐยังคงเฝ้าระวังความเป็นไปได้ที่ปูตินจะมีกลยุทธ์บางอย่างเพื่อผลักดันให้สหรัฐและประเทศพันธมิตรมอบสิ่งที่เขาต้องการเพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรแย่ๆ

ในขณะที่อีกฝ่ายมองว่านี่ไม่ได้ต่างจากปูตินคนเดิมเลย เขาแสดงให้เห็นมานานแล้วว่าพร้อมที่จะเสี่ยงต่อความพ่ายแพ้ทางทหารในปฏิบัติการที่สหรัฐคิดว่าไม่มีโอกาสจะสำเร็จ อย่างการบุกเชชเนียครั้งที่ 2 ในปี 1999 ซึ่งเป็นเพียง 3 ปีหลังจากที่กองทัพรัสเซียพ่ายแพ้ไปแล้วครั้งหนึ่ง

“นี่ไม่ต่างจากที่เขาเคยพูดเลย เขาแค่พูดทุกอย่างในครั้งเดียวด้วยวิธีที่เฉียบขาด เขาพร้อมจะทำสิ่งเลวร้ายเกินบรรยายเสมอมา ปูตินไม่ได้บ้า แต่ตอนนี้เขามีอารมณ์อย่างมากเพราะสิ่งที่เขากำลังจะลงมือ และเขาก็โดดเดี่ยวมากๆ ยิ่งสะเทือนอารมณ์เข้าไปใหญ่ ฉันไม่คิดว่าเขาเสียสติไปแล้วนะ” เบธ แซนเนอร์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลอเมริกันกล่าว

เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอีกคนหนึ่งซึ่งกล่าวว่าปูตินส่งสัญญาณมานานแล้วว่าเขาสามารถทำได้ จิตใจเขายังปกติแต่เขาแค่กำลังโกรธจัด

แม้แต่คำสั่งในการส่งกองกำลังนิวเคลียร์ของรัสเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในปี 2014 เมื่อปูตินผนวกไครเมียเขาหยิบยกความเป็นไปได้เรื่องกองกำลังนิวเคลียร์แต่ก็ไม่ได้ทำ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าวว่ายากที่จะสรุปความเชื่อมั่นใดๆ เกี่ยวกับสภาพจิตใจของปูติน การทำความเข้าใจพฤติกรรมของปูตินเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ พวกเขาอาจไม่มีวันได้คำตอบเลยก็ได้

Photo by Sergei GUNEYEV / SPUTNIK / AFP

ไบเดนสั่งปล่อยน้ำมันสำรอง 30 ล้านบาร์เรล สกัดราคาพุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677059

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 10:57 น.ไบเดนสั่งปล่อยน้ำมันสำรอง 30 ล้านบาร์เรล สกัดราคาพุ่ง

องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ปล่อยน้ำมันสำรอง 60 ล้านบาร์เรล แก้ปัญหาราคาน้ำมันพุ่ง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่าสหรัฐจะปล่อยน้ำมันสำรอง 30 ล้านบาร์เรลออกสู่ตลาด หลังจากที่องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เห็นชอบให้มีการปล่อยน้ำมันสำรองจำนวน 60 ล้านบาร์เรล เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในขณะนี้

“ผมขอประกาศว่าสหรัฐได้ร่วมมือกับ 30 ประเทศเพื่อปล่อยน้ำมันสำรอง 60 ล้านบาร์เรลจากแหล่งสำรองน้ำมันทั่วโลก โดยอเมริกาจะเป็นผู้นำในความพยายามดังกล่าวด้วยการปล่อยน้ำมันสำรอง 30 ล้านบาร์เรล และพร้อมจะทำมากกว่านี้หากมีความจำเป็น” ไบเดนกล่าว

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลหลังจากที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน เนื่องจากรัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่กำลังเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ

ขณะที่ท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ซึ่งสามารถส่งก๊าซธรรมชาติจาดรัสเซียไปยังเยอรมนี ประกาศเลิกจ้างพนักงานและเตรียมยื่นล้มละลายหลังถูกคว่ำบาตรจะสหรัฐ

โดยล่าสุดสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 7.69 ดอลลาร์ ปิดที่ 103.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 7.00 ดอลลาร์ ปิดที่ 104.97 ดอลลาร์ นักลงทุนกังวลว่าการที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหารบุกโจมตียูเครนจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน

Photo by JIM LO SCALZO / POOL / AFP

ไบเดนชี้ ปูตินคำนวณพลาดอย่างมหันต์ในการบุกยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677052

วันที่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 10:10 น.ไบเดนชี้ ปูตินคำนวณพลาดอย่างมหันต์ในการบุกยูเครน

ประกาศปิดน่านฟ้าสหรัฐจากเครื่องบินรัสเซีย พร้อมชี้ว่าปูตินกำลังถูกประชาคมโลกโดดเดี่ยว

สรุปการแถลงต่อรัฐสภาประจำปีครั้งแรกของประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐ ซึ่งกล่าวถึงประเด็นต่างๆ เช่น สถานการณ์ในยูเครน รัสเซีย การจัดการโควิด-19 และราคาน้ำมัน ในที่นี้คือสรุปคำปราศรัยของเขาเกี่ยวกับสงครามยูเครน-รัสเซีย

• ประธานาธิบดี โจ ไบเดน บอกว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน “คำนวณผิดพลาดอย่างมหันต์” เกี่ยวกับการรุกรานยูเครนของเขา โดยบอกว่า “เขา (ปูติน) คิดว่าเขาสามารถเข้าสู่ยูเครนและโลกจะพลิกคว่ำ แต่เขากลับพบกับกำแพงแห่งความแข็งแกร่งที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน เขาได้พบกับชาวยูเครน” และบอกว่า “เขาคิดว่าชาติตะวันตกและนาโตจะไม่ตอบโต้ และเขาคิดว่าเขาจะทำให้กลุ่มเราแตกแยกได้ ปูตินผิดแล้ว พวกเราพร้อมแล้ว”

• ไบเดนบอกว่า “ตอนนี้ปูตินถูกโดดเดี่ยวจากโลกมากกว่าที่เคยเป็นมา” และเสริมว่า “เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ในแง่ของบทลงโทษทางเศรษฐกิจ โดยให้คำมั่นว่าการคว่ำบาตรที่ทำลายล้างจะ “ทำลาย” ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของรัสเซียและทำให้กองทัพรัสเซียอ่อนแอ 

• ประธานาธิบดีอเมริกันยังมุ่งเป้าไปที่ผู้มีอำนาจของรัสเซียและ “ผู้นำที่ทุจริต” ซึ่งเขากล่าวว่าได้ขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์โดยผ่านทาางระบอบการปกครองของปูตินและเตือนพวกเขาว่า “เรากำลังไล่ล่าผลประโยชน์ที่ชั่วร้ายของคุณ”

• ไบเดนยังตราหน้าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียว่าเป็น “เผด็จการ” กล่าวว่า  “เผด็จการรัสเซีย บุกรุกต่างประเทศ เสียหายไปทั่วโลก”  แต่ “ในการต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ ประชาธิปไตยแกร่งขึ้นในขณะนี้ และโลกก็เลือกข้างของสันติภาพและความมั่นคงอย่างชัดเจน” 

• ไบเดน ยังสั่งปิดน่านฟ้าสหรัฐไม่ให้เครื่องบินรัสเซียเข้ามา ร่วมกับประเทศในยุโรปส่วนใหญ่และแคนาดา เพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครน เขากล่าวในคำปราศรัยว่า “คืนนี้ ผมจะประกาศว่าเราจะร่วมมือกับพันธมิตรของเราในการปิดน่านฟ้าของสหรัฐฯ ต่อทุกเที่ยวบินของรัสเซีย แยกรัสเซียออกไปอีก และเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของพวกเขา” ไบเดนกล่าวโดยได้รับเสียงปรบมือให้ทั้งสองพรรคในสภาคองเกรส

Photo by SAUL LOEB / POOL / AFP

เปิดโปร์ไฟล์มือขวาคนสำคัญของปูติน ที่ถูกล้อว่าเป็นจอมมารใส่ปราด้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677013

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 19:35 น.เปิดโปร์ไฟล์มือขวาคนสำคัญของปูติน ที่ถูกล้อว่าเป็นจอมมารใส่ปราด้า

ประธานาธิบดีเชเชนคนใกล้ชิดปูตินถูกโซเชียลล้อเลียนเรื่องสวมรองเท้าบู๊ต Prada

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน การปรากฏตัวของ รามซาน คาดีรอฟ ผู้นำเชเชนที่สวามิภักดิ์กับรัสเซียเรียกความสนใจจากชาวโลกได้ไม่น้อย หลังมีคนตาดีเห็นว่ารองเท้าบู๊ตที่เขาสวมในวันที่ประกาศสนับสนุนรัสเซียบุกยูเครนเป็นร้องเท้าแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Prada คอลเลคชัน Monolith

รองเท้าบู๊ตคู่นี้สนนราคาอยู่ที่ 1,500 เหรียญสหรัฐ หรือราว 48,915 บาท เซเลบสวมกันหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เบลลา ฮาดิด นางแบบแถวหน้า, เซเลนา โกเมซ นักร้องชื่อดัง และมอลลี-เม เฮก อินฟลูเอนเซอร์ชาวอังกฤษ

ภาพ: Twitter @ragipsoylu

คาดีรอฟถูกชาวชุมชนออนไลน์ล้อเลียนและวิจารณ์กันสนุกปาก ราจิบ ซอยลู ผู้สื่อข่าวในตุรกี แชร์ภาพของคาดีรอฟพร้อมกับรองเท้าบู๊ต Prada Monolith พร้อมแคปชันว่า “Devil indeed wears Prada” (วายร้ายสวม Prada จริงๆ) ซึ่งเล่นคำกับภาพยนตร์เรื่อง Devil wears Prada หรือนางมารสวมปราดา

ผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกรายหนึ่งทวีตว่า “คุณที่เป็นพวกต่อต้านการรักร่วมเพศหนักที่สุดในโลกสวม Prada Monolith เนี่ยนะ????” อีกคนหนึ่งบอกว่า “ทรมานชาวเกย์แต่สวม Prada ต้องเป็นการเปิดประตูนรกใหม่แน่”

นอกจากรองเท้าบู๊ตแล้ว ในวันนั้นคาดีรอฟยังเผยว่า เขาได้ส่งนักรบเชเชน 70,000 นายไปยูเครนเพื่อร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารรัสเซีย ซึ่งคลิปวิดีโอสั้นๆ ของสำนักข่าว RT ของรัสเซียที่ถ่ายไว้เมื่อวันศุกร์ (25 ก.พ.) เผยให้เห็นนักรบเชเชนหลายพันคนรวมตัวกันกลางจัตุรัสในกรุงกรอซนี เมืองหลวงของเชเชน แสดงความพร้อมสำหรับการสู้รบในยูเครน

ทว่าขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่านักรบเชเชนเหล่านี้ซึ่ง RT ระบุว่ามี 12,000 นายไปถึงยูเครนแล้วหรือยัง โดย RT รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า พวกเขากำลังรอคำสั่งจากปูติน

สำหรับตัวคาดีรอฟเองมีประวัติไม่ธรรมดา และยังใกล้ชิดกับปูตินจนมีกระแสออกมาว่าเขาอาจเป็นทายาททางการเมืองคนหนึ่งของผู้นำรัสเซีย

คาดีรอฟก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2005 ด้วยการสนับสนุนของปูติน หลังจาก อัคมัต คาดีรอฟ ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นผู้นำในภูมิภาคเชเชนถูกลอบสังหารเมื่อปี 2004

สองพ่อลูกคาดีรอฟเคนยืนอยู่ฝ่ายต่อต้านรัสเซียมาก่อนในสมัยที่เกิดเหตุปะทะนองเลือดระหว่างรัสเซียกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในเชเชน ช่วงปี 1994-1996 ก่อนจะเปลี่ยนข้างมาอยู่ฝ่ายรัสเซียในความขัดแย้งระหว่างกันครั้งที่ 2 ในปี 1999

คาดีรอฟมีท่าทีขึงขังดุดันโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายตรงข้าม ชื่อของเขาเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งการลักพาตัว การทรมาน และการสั่งฆ่า จนถูกสหรัฐคว่ำบาตรเมื่อเดือน ก.ค. 2020 และสหภาพยุโรปในกรณีวิกฤตยูเครนเมื่อปี 2014

แอนนา โปลิตคอฟสกายา นักข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนที่วิจารณ์คาดีรอฟ ถูกยิงเสียชีวิตนอกอพาร์ทเม้นต์ในกรุงมอสโกเมื่อปี 2006 มีผู้ชาย 2 คนถูกจำคุกตลอดชีวิตแม้ว่าจะไม่สามารถตามได้ว่าใครเป็นคนสั่งฆ่า

และในปี 2009 นาตาเลีย เอสเตมิโรวา นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนรัสเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่วิจารณ์คาดีรอฟ ถูกยิงเสียชีวิตในคอเคซัสเหนือ และยังมีการตามสังหารคนใกล้ชิดของคาดีรอฟที่กระด้างกระเดื่อง เช่น อุมาร์ อิสเรรอฟ อดีตบอดีการ์ด ในกรุงเวียนนา และซูลิม ยามาเดเยฟ ในดูไบ

คาดีรอฟยังมีกองทหารส่วนตัวในชื่อ Kadyrovtsy ซึ่งมักจะปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของเขา

รามซาน คาดีรอฟ REUTERS/Chingis Kondarov

ผู้นำเชเชนรายนี้ยังชิงชังคนรักร่วมเพศเข้ากระดูก ถึงขั้นครั้งหนึ่งเคยพูดสนับสนุนให้มีการฆ่าเพื่อรักษาเกียรติ (honour killings) กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) โดยบอกว่า “ถ้าเรามีเกย์อยู่ที่นี่ บอกไว้เลยว่าญาติของเขาจะไม่ปล่อยให้เป็นแน่นอน เพราะศรัทธา ความคิด ขนบธรรมเนียมประเพณีของเรา แม้ว่ามันจะผิดกฎหมาย เราก็จะให้อภัย”

ความสัมพันธ์ระหว่างคาดีรอฟกับปูตินมีมานานหลายทศวรรษ โดยในปี 2007 ปูตินแต่งตั้งให้คาดีรอฟเป็นประธานาธิบดีสาธารณรัฐเชเชน และทั้งคู่ยังชอบศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวเหมือนๆ กันด้วย

ปี 2015 ปูตินเคยมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขั้นสูงสุดแก่คาดีรอฟสำหรับ “ความสำเร็จในการทำงาน กิจกรรมทางสังคมที่มีพลัง และการช่วยเหลืออย่างเอาใจใส่อย่างยาวนาน”

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นไปในทางต่างคนต่างพึ่งพาอาศัยกัน โดยปูตินอาศัยคาดีรอฟช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในเชเชน โดยปล่อยให้คาดีรอฟปกครองเชเชนได้ตามสบาย และทำเป็นหลับตาข้างเดียวบ้างหากคาดีรอฟจะใช้วิธีของตัวเองจัดการฝ่ายตรงข้าม อาทิ การตามไปจับตัวภรรยาของ ซาอิดี ยานกัลบาเยฟ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาของเชเชนถึงในแผ่นดินรัสเซีย

ส่วนรัสเซียเข้าไปช่วยออกเงินทุนสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานในเชเชน รวมทั้งถนนและมัสยิดใหม่ในกรุงกรอซนี

คาดีรอฟแสดงท่าทีจงรักภักดีกับรัสเซียสุดๆ และสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในดอนบัสของยูเครนและการผนวกรวมไครเมียของรัสเซียอย่างแข็งขัน และยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเชเชนจะไม่ประกาศตัวเป็นอิสรภาพจากรัสเซีย

ครั้งหนึ่งคาดีรอฟเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าไม่ได้ปูติน เชเชนก็อยู่ไม่ได้”

นอกจากส่งนักรบเชเชนไปยูเครนแล้ว คาดีรอฟเคยส่งนักรบเหล่านี้ไปช่วยปูตินปฏิบัติการทางทหารทั้งในซีเรียและจอร์เจีย

และในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนทวีขึ้นไม่กี่สัปดาห์นี้ ชื่อของคาดีรอฟได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอีกครั้ง เพราะเขามักจะออกแถลงการณ์ฝากไปยังผู้นำยูเครนโดยตรงหลายครั้ง

อย่างในครั้งล่าสุดที่เจ้าตัวสวมรองเท้า Prada ก็พูดให้ผู้นำยูเครนขอโทษปูตินเพื่อรักษาเคียฟไว้ด้วยความใกล้ชิดและท่าทีเหล่านี้ทำให้เกิดกระแสว่าคาดีรอฟคือผู้สืบทอดตำแหน่งของปูติน

จนเมื่อปลายเดือนที่แล้วคาดีรอฟเปิดใจถึงความเป็นไปได้ในการเป็นประธานาธิบดีรัสเซียในอนาคตผ่าน Telegram ว่า “ผมมักจะพูดเสนอว่าผมไม่เห็นตัวเองในตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลกลาง ไม่ใช่ในฐานะประธานาธิบดี ไม่ใช่ในฐานะรัฐมนตรี และอื่นๆ ที่ของผมคือที่นี่ ในสาธารณรัฐเชเชน ผมจะไม่ไปจากที่นี่”

Photo by Alexey NIKOLSKY / SPUTNIK / AFP

สมรภูมิที่แท้จริงคือสงครามเศรษฐกิจ โค่นล้ม ‘รัสเซียของปูติน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677005

วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 18:54 น.สมรภูมิที่แท้จริงคือสงครามเศรษฐกิจ โค่นล้ม 'รัสเซียของปูติน'

อย่ามองข้ามเป้าหมายที่แท้จริง ไม่ใช่แค่หยุดการรุกยูเครน แต่เพื่อทำลายปูตินและอาณาจักรของเขา

ขณะที่การรุกคืบเข้าสู่ยูเครนของรัสเซียเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่การโจมตีปูตินด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจมาแบบรัวๆ เหมือนกับการระดมยิงทำให้ราบเป็นหน้ากลองในสงครามจริงๆ

ฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำ ชี้ว่าการคว่ำบาตรรัสเซียด้วยการตัดจากระบบ SWIFT เอยและการอายัดทรัพย์สินพวกมหาเศรษฐีสมุนปูตินเอย ถือเป็น “ระเบิดนิวเคลียร์ทางการเงิน”

อีกสองวันต่อมาก็ทำตัวเป็นหมอดูด้วยการทำนายอีกว่า การคว่ำบาตรจะเป็นเหตุให้ “เศรษฐกิจรัสเซียล่มสลาย”

แม้ว่ามันจะฟังดูเว่อร์แต่ก็มีส่วนจริงไม่น้อย

เป้าหมายของชาติตะวันตกไม่ใช่รบใน “สงครามตามขนบ” เพราะรบไปก็สู้รัสเซียไม่ได้ (และยังไม่ใช่คู่กรณี) วิธีการที่ได้ผลที่สุดคือลุยในจุดที่เป็นจุดอ่อนของรัสเซียคือเรื่องการเงิน/เศรษฐกิจ

สงครามนี้คนตายน้อย แต่ทรมานทั้งประเทศ แม้แต่ตัวคนคว่ำบาตรก็จะกระอักไปด้วย ดังรัฐบาลอังกฤษปลอบภาคธุรกิจตัวเองว่า “ต้องเจ็บกันบ้าง”

อย่างที่เคยเขียนไว้ว่าคว่ำบาตรรัสเซียก็เหมือนยุโรปยิงปืนใส่เท้าตัวเอง

แต่คราวนี้ไม่เหมือนการยิงเท้าตัวเอง อุปมาอุปมัยที่เหมือนมากกว่าคือเหมือนรัสเซียล็อคคอยุโรปเป็นตัวประกัน แต่ในพริบตานั้นยุโรปยื้อปืนรัสเซียมายิงตัวเอง

กระสุนไม่ถูกที่สำคัญของยุโรป แต่มันโดนกล่องดวงใจของรัสเซียแบบเต็มๆ

กล่องดวงใจของรัสเซีย (หรือปูติน) ก็คือ “งบเอาไว้ทำสงคราม”

งบสงครามก้อนนี้ก็คือทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียที่สูงถึง 660,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลกรองจาก จีน (1) ญี่ปุ่น (2) และสวิตเซอร์แลนด์ (3)

หลังจากสหภาพโซเวียตลามสลายนั้นรัสเซียกระเป๋าแฟบแทบไม่เหลืออะไร เงินเฟ้อก็พุ่งพรวดจนซื้อของแต่ละทีต้องจ่ายเงินกันตาเหลือก

แต่พอปูตินมาบริหารประเทศเงินเฟ้อก็ถูกปราบ ทุนสำรองที่เตี้ยติดดินก็พุ่งขึ้นมาเรื่อยๆ จากประเทศที่แทบไม่มีมันเลย กลายเป็นประเทศที่มีมันมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ทุนสำรองนี้มีเอาไว้ค้ำชูเศรษฐกิจเวลาที่ค่าเงินอ่อนลง ธนาคารกลางก็จะเอามันมาระบายเพื่อไม่ให้ค่าเงินอ่อน เพราะอ่อนเมื่อไรทุนจะไหลออก เงินเฟ้อจะพุ่งพรวด เงินออมของประชาชนจะไร้ค่า

“พวกฝรั่งตะวันตก” รู้วิธีทำสงครามการเงินเป็นอย่างดี ซึ่งคนไทยก็น่าจะซาบซึ้งเรื่องนี้เพราะเจอมากับตัวแล้ว ดังนั้น เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีใช้จุดแข็งที่สุดของตัวเองสู้กับจุดอ่อนที่สุดของคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่า

พวกนี้ต้องบั่นทอนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงสงครามของปูตินก่อน คือทุนสำรองระหว่างประเทศ และด้วยความที่ทุนสำรองของรัสเซียแม้จะสูงมาก แต่ครึ่งหนึ่งอยู่ในต่างประเทศ คือประมาณ 300,000 ล้าน

เพื่อที่จะปิดทางไม่ให้รัสเซียเข้าถึงเงินส่วนนี้ พวกตะวันตกจึงตัดรัสเซียออกจาก SWIFT เสียเลย เพื่อไม่ให้เข้าถึงทุนสำรองที่อยู่นอกประเทศและเพื่อตัดช่องทางรับเงินจากการค้าขายต่างๆ ไปด้วย

ไม่ใช่ว่าตัดจาก SWIFT แล้วรัสเซียจะเข้าถึงเงินตัวเองไม่ได้ แต่มันจะเข้าถึงยากขึ้นและค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น

และเพื่อให้มันยากขึ้นไปอีก สหรัฐประกาศอายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางรัสเซียเสียที่ถือไว้ในสหรัฐซ้ำเข้าไปอีก

แต่ผลที่สำคัญกว่าคือผลด้านจิตวิทยา มันทำให้ค่าเงินรูเบิลร่วงหนักลงกว่าเดิม จากที่ร่วงหนักอยู่แล้วจากมาตรการคว่ำบาตร บีบให้ธนาคารกลางรัสเซียต้องกู้ค่าเงินด้วยการระบายทุนสำรองออกมาก

ยิ่งรูเบิลร่วง แผนการรบนี้ยิ่งได้ผล แต่รัสเซียก็แก้เกมส์ด้วยการขึ้นดอกเบี้ยจาก 9.50% มาเป็น 20% ในพลัน เพื่อทำให้รูเบิลน่ายั่วยวนในสายตานักลงทุนอีกครั้ง เพราะดอกเบี้ยที่สูงปรี๊ด ทำให้เงินไม่ไหลออก และเงินนอกยังไหลเข้ามา – หากนักลงทุนนอกยังไม่กลัวว่าการลงทุนในรัสเซียจะไม่ทำให้พวกเขาถูกลูกหลงไปด้วย

แต่สงครามมันมี Collateral damage (อุบัติเหตุจากการทำสงคราม) ทั้งการรบด้วยกระสุนและการรบด้วยเงิน ชาติตะวันตกจะยิงกระสุนการเงินที่แรงขึ้นเรื่อยๆ แม้ “พลเรือน” หรือนักลงทุนจะโดนหางเลขจนล้มตายไปก็ไม่แคร์

ดังที่อังกฤษบอกไปแล้วว่าโดนลูกลงไปด้วยก็ให้เตรียมใจไว้

นักลงทุนที่ยังกล้าเสี่ยงกับรัสเซียจะถูกชาติตะวันตกขู่ให้กลัวด้วยมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมอีก จะบีบไปเรื่อยๆ จนไม่ใครกล้าเอาเงินไปรัสเซีย เพราะได้ไม่คุ้มเสีย

แม้แต่สื่อตะวันตกก็ยังยุไม่หยุดว่าใครลงทุนมีหุ้นบริษัทรัสเซีย “จงขายทิ้งซะ” เพราะมันทำธุรกรรมลำบากและยังไม่รู้วันหน้าจะเจอกระสุนสงครามการเงินอะไรอีก

แค่ในตอนที่เขียนบทความนี้ สื่อตะวันตกยังเช็คกันวันละหลายรอบว่ามีบริษัทไหนบ้างที่มี Exposure หรือโยงใยกับรัสเซียจนเสี่ยงจะถูกลากลงนรกไปด้วย – ราวกับต้องการเตือนว่าตอนนี้สลัดตัวจากรัสเซียก็ยังไม่สาย

โดยเฉพาะพวกที่คบกับ “Russian oligarch” หรือ “คณาธิปไตยรัสเซีย”

ต้องใช้คำเหมือนเลิศหรูเข้าใจยากแบบนี้เพราะคนส่วนใหญ่เขาใช้กันแบบนี้จริงๆ พูดภาษชาวบ้านคือ “มหาเศรษฐีที่เป็นสมุน/สมัครพรรคพวกของปูติน”

พวกนี้กุมธุรกิจ/รัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ที่เป็นแหล่งเงินของรัฐบาลรัสเซีย เป็นกลุ่มที่ค้ำยันบัลลังก์ของปูตินเอาไว้เพราะต่างก็ตอบแทนกันด้วยผลประโยชน์

การอายัดทรัพย์สินของพวก Russian oligarch และไล่ล่าเส้นทางการเงินของคนพวกนี้จะช่วยให้ตะวันตกบั่นทอน “เศรษฐกิจของปูติน” ไปได้มาก ซึ่งการทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยาก เช่น สหรัฐสั่งอายัดทรัพย์สินของ Russian Direct Investment Fund ของมหาเศรษฐีที่สนิทสนมกับปูติน

นี่มันไม่ยาก แค่ใช้อำนาจบาตรใหญ่สั่งการไปก็เรียบร้อย

แต่เรื่องที่ซับซ้อนกว่าคือธุรกิจใหญ่ๆ ในตะวันตกโยงกับพวกนี้อยู่พอสมควร หากเล่นงานกลุ่มนี้ธุรกิจในยุโรปก็จะกระทบไปด้วย

โดยเฉพาะ Russian oligarch กลุ่มที่กุมอุตสาหกรรมพลังงานเอาไว้ หากไปเล่นงานมากๆ เข้ายุโรปอาจไม่ได้แก๊สมาใช้ แล้วไฟจะดับ นอนหนาวกันครึ่งค่อนทวีป

มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจึงมาในรูปตีฆ้องร้องป่าวว่าจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ปรากฏว่าพอลงรายละเอียดกลับยังไม่เรียบร้อย เช่น จะตัดธนาคารจากรัสเซีย “บางแห่ง” จาก SWIFT แต่ยังไม่มีรายชื่อออกมาในทันทีว่ามีธนาคารไหนบ้าง บอกว่าแค่ว่า “ยังอยู่ระหว่างการสรุปกันอยู่” จนกระทั่งรายชื่อค่อยออกมาในอีก 3 วันต่อมา

พอประกาศแล้วในค่ำวันที่ 3 นั้น ก็ยังไม่ยอมบี้รัสซียให้จนมุมอีกโดยสหภาพยุโรปตกลงที่จะยกเว้นธนาคารรัสเซีย “บางธนาคาร” ไม่ให้ถูกแบนจากระบบ SWIFT

มันย้ำความจริงถึงข่าวที่ได้ยินมาว่าในโลกตะวันตกก็เสียงแตกกันเรื่องคว่ำบาตรรัสเซียโดยเฉพาะการแบนจาก SWIFT เพราะบางประเทศกลัวตัวเองจะโดนหางเลขไปด้วย

เพราะหากไปแบนผิดที่ผิดทางเข้าตัวเองจะตายไปด้วย เหมือนอุปมาเรื่องยิงปืนใส่ตัวเองเพื่อฆ่ารัสเซีย แม้จะยิงถูกกล่องดวงใจรัสซีย แต่กระสุนไปโดนเส้นเลือดใหญ่ของยุโรปไปด้วย

ดังนั้น พวกตะวันตกก็เตะถ่วงเหมือนกัน ไม่ใช่ว่ากล้าใช้อาวุธนิวเคลียร์ทางการเงินแล้ว จะนั่งตีขิมเหมือนขงเบ้งไปเรื่อยๆ ได้

อันที่จริงขงเบ้งที่นั่งตีขิมดูเหมือนสบายใจนั้น ก็ซ่อนอาการน่าเป็นห่วงเหมือนกัน

ป.ล.

ขณะที่ชาติตะวันตกระดมยิงรัสเซียรัวๆ ด้วยกระสุนสงครามการเงิน รัสเซียกลับตอบโต้น้อยมากหรือช้าเสียจนผิดปกติ – มันน่าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับรัสเซีย หรือจะให้ถูกก็คือรัสเซียกำลังคิดทำอะไร?

นี่เหมือนไม่ใช่วิสัยของรัสเซีย หากจำกันได้ก่อนที่การรุกรานจะเริ่มขึ้นนั้น ชาติตะวันตกปล่อยข่าวเป็นรายวันนานนับเดือนว่ารัสเซียจะบุกวันนี้วันนั้น รัสเซียก็บลั๊ฟด้วยทำเรื่องตรงกันข้าม การปลั๊ฟนี้ทำแบบทันที (คือข่าวฝั่งตะวันตกออกมา รัสเซียก็จะแก้เกมในอีกไม่กี่นาทีต่อมา)

แต่ตอนนี้รัสเซียเก็บท่าทีเงียบกริบ ข้อมูลการรบฝ่ายรัสเซียก็แทบไม่มีข้อมูล/ภาพออกมามากนัก ในด้านสงครามเศรษฐกิจ รัสเซียก็แทบไม่ตอบโต้อะไร เอาแต่แก้เกมที่ตัวเอง ตะวันตกนั้นโยนไพ่รัวๆ เพื่อจะ “ล้มเจ้า” รัสเซีย และยังย้ำอีกว่าพร้อมจะกระน่ำคว่ำบาตรให้หนักขึ้นไปอีก ให้นานเท่าที่จะทำได้ (บอริส จอห์นสันกล่าวไว้)

แต่ไพ่ในมือ “เจ้ามือ” รัสเซียนั้นยังไม่แพลมออกมาสักใบ

ถ้าไพ่ในมือปูตินไม่แน่จริงเพื่อรอโอกาสกินรวบ ก็คงจะเป็นไพ่ที่ไร้พิษสง มันมีอยู่แค่สองความเป็นไปได้เท่านั้น

แต่โอกาสแรกมันเป็นไปได้มากกว่า ทำเนียบเครมลินยังบอกว่า “ไม่ต้องมาตั้งคำถามว่าการถูกบีบจากการคว่ำบาตรจะทำให้เราเปลี่ยนจุดยืนหรือไม่” – นั่นคือไม่มีวัน

แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบคือ ณ เวลานี้เดาอะไรแทบไม่ได้ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญการรบและการเศรษฐกิจก็ยังระมัดระวังในการคาดเดาอะไรเกี่ยวกับวิกฤตการณ์นี้

แต่จะขอทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้เดา มันคือถ้อยคำของปูตินที่เคยให้ไว้ในการสัมภาษณ์ในสารคดีของรัสเซียชื่อ “ระเบียบโลก 2018” ปูตินลั่นวาจาไว้ว่า

“ถ้ามีใครตัดสินใจทำลายรัสเซีย เรามีสิทธิ์ตอบโต้ ใช่ มันจะเป็นหายนะสำหรับมนุษยชาติและต่อโลก ผมเป็นพลเมืองของรัสเซียและเป็นประมุขของประเทศ … ทำไมเราถึงต้องการโลกที่ไม่มีรัสเซียอยู่ในนั้นล่ะ?’

ปลายทางของวิกฤตการณ์อาจอยู่ในคำพูดนี้ของปูติน

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by Alexey NIKOLSKY / SPUTNIK / AFP

Best Western Premier Bayphere Pattaya โรงแรมเปิดใหม่ตัวเลือกน่าสนใจในพัทยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676872

วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 18:40 น.Best Western Premier Bayphere Pattaya โรงแรมเปิดใหม่ตัวเลือกน่าสนใจในพัทยา

เที่ยวพัทยา พัก Best Western Premier Bayphere Pattaya โรงแรมเปิดใหม่ริมหาดจอมเทียน อิ่มเอมมื้อเช้าสุดหรู ตามด้วยหมูกระทะมื้อเย็น เอ็นจอยวิวพาโนราม่าในจากุซซี่ลอยฟ้า ความสวยสะดุดตาที่สายทำคอนเทนต์ต้องอยากมาเช็กอิน

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ทริปนี้ไปกันที่พัทยา ตามหาห้องพักโรงแรมใหม่ ดีไซน์สวย ปลอดภัย อยู่ใกล้หาด บรรยากาศดี ที่สำคัญอาหารต้องอร่อย และเราก็ได้โรงแรมที่ตอบโทย์ทุกเรื่องเป็น Best Western Premier Bayphere Pattaya (เบย์เฟียร์ พัทยา บาย เบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์) โรงแรมเปิดใหม่ในเครือ Best Western Premier ที่มีชื่อเสียงและขึ้นชื่อเรื่องความมืออาชีพมาอย่างยาวนาน ตั้งอยู่ริมชายหาดแห่งใหม่ในจอมเทียน จุดหมายปลายทางอันเงียบสงบบนชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองพัทยา เรียกว่าเป็นทริปที่เที่ยวสนุก พักผ่อนสบาย แบบได้เสพสุขสมใจจนอยากให้ตามไปเห็นกับตาตัวเอง

Lobby 

เริ่มต้นความประทับใจตั้งแต่ปราการด่านแรกอย่าง Lobby ที่เปิดโล่งกว้างแบบ Outdoor อากาศถ่ายเท ตอบโจทย์ยุคนิวนอร์มอล มีการตรวจ ATK เพื่อความมั่นใจในการเข้าพัก การเว้นระยะห่าง บริการแอลกอฮอล์ล้างมือ ตามมารการกระทรวงสาธารณสุขอย่างครบถ้วน 

 

ห้องพัก

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 174 ห้อง ทุกห้องครบครันไปด้วยความสะดวกสบาย ให้บริการเตียงคิงไซส์เพื่อความสบายในการนอน ห้องพักโปร่งโล่งเหมาะกับการพักผ่อน ส่วนด้านขนาดและวิวก็มีให้เลือกตามความต้องการ ตั้งแต่ห้องสุพีเรียร์ ขนาด 30 ตร.ม. , ห้องดีลักซ์ ขนาด 30 ตร.ม. และห้องเอ็กเซ็กคูทีฟ ขนาด 33 ตร.ม. โดยมาพร้อมโต๊ะทำงาน สมาร์ททีวี  Free Wi-Fi มีการจัดสัดส่วนและดีไซน์ได้อย่างลงตัว มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไฮไลท์คือระเบียงชมวิวทะเลที่มีอ่างอาบน้ำ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำคืน

Rooftop Pool & Jacuzzi

ต้องบอกเลยว่าบนรูฟท็อฟของ Best Western Premier Bayphere Pattaya เป็นจุดขายและเป็นหนึ่งในจุดเช็คอินแห่งใหม่ของพัทยา เพราะตื่นตาด้วยสระว่ายน้ำสีฟ้าเทอควอยช์และจากุซซี่ลอยฟ้า ที่มาพร้อมวิวแบบ 180 องศา เบื้องหน้าเป็นทะเลสวยทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

ห้องอาหาร THE ROCKS 

ห้องอาหารและคาเฟ่ที่ชั้น 1 ที่เปิดให้บริการแบบออลเดย์ไดนิ่ง ทั้งอาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารเย็น และของว่างตลอดทั้งวัน รวมทั้งเครื่องดื่มค็อกเทลสูตรพิเศษมากมาย เครื่องดื่มร้อนและเย็นในบรรยากาศสบายๆ พร้อมทิวทัศน์และการตกแต่งที่ไม่มีใคร เทียบได้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ

ไฮไลท์อยู่ที่อาหารเย็นที่เอ็นจอยอีทติ้งกันเพลินๆ ด้วยเมนูปิ้งย่างสไตล์หมูกระทะ สนนราคาเริ่มต้นเพียงชุดละ 499 บาท ก็ได้ครบเครื่องเรื่องความอร่อย จัดเต็มแบบชุดใหญ่มาพร้อมทั้งหมู ไก่ เนื้อ ซีฟู้ด หมึก กุ้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เสิร์ฟพร้อมชุดผักสด ไข่ เส้น และบรรดาลูกชิ้น ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปรสกลมกล่อม และน้ำจิ้มรสเด็ดที่เติมความเต็มได้ตามต้องการ บอกเลยว่าอร่อยไม่แพ้หมูกระทะร้านดังในกรุงเทพฯ เลยทีเดียว

อาหารเช้าให้บริการ 06.00 น. – 10.00 น.

ออลเดย์ไดนิ่ง 11:00 – 22:00 น.

THE ROCKS CAFÉ คอฟฟี่ช็อป 07:00 – 22:00 น.

ชุดหมูกระทะดีดีย์ ON THE ROCKS

เอ็นจอยอีทติ้งกันเพลินๆ ด้วยเมนูปิ้งย่างสไตล์หมูกระทะ สุดคุ้มกับชุดปาร์ตี้หมูกระทะสำหรับ 2 ท่าน (เซ็ตรวมหมูราคาเริ่มต้น 499 บาท)  ก็ได้ครบเครื่องเรื่องความอร่อย หรือจัดเต็มแบบชุดใหญ่มาพร้อมทั้งหมู ไก่ เนื้อ ซีฟู้ด หมึก กุ้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เสิร์ฟพร้อมชุดผักสด ไข่ เส้น และบรรดาลูกชิ้น ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปรสกลมกล่อม และน้ำจิ้มรสเด็ดที่เติมความเต็มได้ตามต้องการ บอกเลยว่าอร่อยไม่แพ้หมูกระทะร้านดังในกรุงเทพฯ เลยทีเดียว

Sunset Drinks at Lunar Bar & Restaurant

ผ่อนคลายไปกับเครื่องดื่มเย็นๆ และวิวตระการตาที่บาร์บนชั้นดาดฟ้าชั้นที่ 8 พื้นที่อันทันสมัยนี้เหมาะสำหรับการผ่อนคลายในระหว่างวัน หรือเพลิดเพลินกับค็อกเทลที่สร้างสรรค์ในขณะที่พระอาทิตย์ตกดินเหนืออ่าวที่ส่องประกายระยิบระยับ เก็บภาพความประทับใจ เหมาะกับการดินเนอร์แสนโรแมนติกของคู่รักเป็นที่สุด

ออลเดย์ไดนิ่ง 12:00 – 23:00 น.

LUNAR BAR 11:00 – 24:00 น.

 

LUNAR EXECUTIVE เมนูอาหารเช้า

อีกหนึ่งความพิเศษที่ Best Western Premier Bayphere Pattaya จัดให้สำหรับห้องพักแบบเอ็กเซ็กคูทีฟ คือรายการอาหารเช้าแบบพรีเมี่ยมที่ห้องอาหาร LUNAR ซึ่งเชฟได้รังสรรค์เมนูอาหารให้เลือกหลากหลาย ทั้งสไตล์อาหารไทย และแาหารอินเตอร์ เมนูแนะนำ อาทิ  Breakfast two Egg any style, Quinoa and Chicken salad, Egg Benedict, Truffle Omelette,  Scramble Egg หรือจะเป็นเมนูข้าวแซ่บๆ อย่าง Local of CHONBURI’s flavor ที่นำซีฟู้ดมาผัดกับไข่ ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด อย่าลืมเก็บท้องไว้ให้ของหวานอย่าง Croffles, Mushroom and truffle , Salmon and roe, Mixed berriesFrench toast, Waffle อีกทั้งยังมีผลไม้ ครัวซองก์ สลัด ให้ตักเองแบบไม่อั้นเลย โดยอาหารเช้าจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 07.00 – 10.00 น. 

 

พิเศษโปรโมชั่นในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 61 ที่ BITEC BANGNA วันที่ 3-6 มี.ค.2565

พบกับข้อเสนอสุดพิเศษจาก Best Western Premier Bayphere Pattaya อาทิ

  • ห้องซูฟีเรีย ราคา 2,500.-/ใบ ใช้เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 1,500.-/คืน
  • ห้องดีลักซ์วิวทะเล ราคา 2,800.-/ใบ  เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 1,680.-/คืน
  • ห้องเอ็กเซ็กคิวทีฟ การ์เด้น ราคา 4,000.-/ใบ  เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 2,400.-/คืน
  • ห้องเอ็กเซ็กคิวทีฟ โอเชี่ยน ราคา 5,000.-/ใบ  เราเที่ยวด้วยกัน จ่ายเพียง 3,000.-/คืน
  • บัตรกำนัลห้องพักเริ่มต้นเพียง 2,500 บาทสุทธิ ในห้องซูพีเรีย พร้อมอาหารเช้า ยิ่งซื้อมาก ยิ่งได้ส่วนลด
  • บัตรกำนัลสำหรับชุดหมูกระทะ Surf & Turf พร้อมเครื่องดื่มที่ขายดีที่สุด ราคาพิเศษเพียง 1,500 บาทสุทธิ (ปกติ 1999 บาทสุทธิ)
  • บัตรกำนัลมื้อค่ำ 9 คอร์สที่ห้องอาหาร LUNAR ราคา 2,353 บาทสุทธิ สำหรับ 1 ท่าน (ยิ่งซื้อมาก ยิ่งคุ้ม)
  • บัตรกำนัล Birthday Package พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย เช่น ฟรีอัพเกรด มื้อค่ำ 9 คอร์สที่ห้องอาหาาร LUNAR สำหรับ 2 ท่าน และอื่นๆ ราคาพิเศษเพียง 3,900 บาทสุทธิ
  • ซื้อเยอะคุ้มเยอะ ซื้อ 4-7 ใบ ลด 10% คละห้องได้ / ซื้อ 8-15 ใบ ลด 15% คละห้องได้ / ซื้อ 16-30 ใบ ลด 20% คละห้องได้ และ ซื้อ 31 ใบ ลด 25% คละห้องได้ เข้าพักได้ถึง 30 พฤศจิกายน 2565

เงื่อนไขการเข้าพัก ค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับเข้าพักวันเสาร์ และวันหยุดต่อเนื่อง ซูฟีเรีย ดีลักซ์ 500 บาทต่อห้องต่อคืน ,เอ็กเซ็กคิวทีฟ การ์เด้น 800 บาทต่อห้องต่อคืน และ เอ็กเซ็กคิวทีฟ โอเซี่ยน 1,000 บาทต่อห้องต่อคืน

สำหรับผู้สนใจ Best Western Premier Bayphere Pattaya ตั้งอยู่ที่นาจอมเทียน 18 สัตหีบ ชลบุรี

สอบถามโทร. 033 073 900 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม info@bwpbayphere.com 

ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.bwpbayphere.com 

เฟซบุ๊ก Best Western Premier Bayphere Pattaya