ผู้นำยูเครนเผยรัสเซียไฟเขียวโจมตียูเครนแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676486

วันที่ 24 ก.พ. 2565 เวลา 10:35 น.ผู้นำยูเครนเผยรัสเซียไฟเขียวโจมตียูเครนแล้ว

ประธานาธิบดียูเครนเผยรัสเซียอนุมัติการโจมตียูเครนแล้ว ส่วนยูเครนพร้อมเผชิญหน้า จะไม่ยอมหันหลัง

ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครนในคลิปความยาว 10 นาทีที่โพสต์ใน Telegram หลังเข้าวันใหม่ของวันพฤหัสบดีโดยตอนหนึ่งเผยว่า รัสเซียได้อนุมัติการโจมตียูเครนแล้ว และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ไม่รับสายโทรศัพท์

“เราแยกจากกันด้วยพรมแดนระหว่างกันและกันระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ซึ่งมีทหาร 200,000 นายของคุณประจำการอยู่ และรถหุ้มเกราะนับพัน ผู้นำของคุณอนุมัติการก้าวเข้าสู่ดินแดนของประเทศอื่น ก้าวนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามใหญ่” เซเลนสกีเผย

“พวกเขาบอกคุณว่าไฟนี้จะปลดปล่อยประชาชนยูเครน แต่ตอนนี้ชาวยูเครนก็เป็นอิสระอยู่แล้ว”

“ผมรู้ว่าคำพูดนี้ของผมจะไม่ไปปรากฏบนทีวีของรัสเซีย แต่ประชาชนรัสเซียจำเป็นต้องได้เห็นมัน” ผู้นำยูเครนกล่าว “พวกเขาจำเป็นต้องรับรู้ความจริง ความจริงคือมันต้องหยุดยั้งก่อนที่จะสายเกินไป”

“ฟังตัวคุณเอง เสียงของเหตุผล ประชาชนยูเครนต้องการสันติ” เซเลนสกีกล่าว “หากมีใครบางคนแย่งดินแดนของเรา อิสระเสรีของเรา ชีวิตของเรา ชีวิตของลูกๆ ของเราไป เราจะป้องกันตัวเอง”

“หากมีการโจมตี เราจะเผชิญหน้า ไม่ยอมหันหลัง เผชิญหน้าเท่านั้น”

นอกจากนี้ เซเลนสกียังเผยว่า รัสเซียอาจก่อสงครามใหญ่ในยุโรปในเร็ววันนี้ และขอให้ชาวรัสเซียช่วยกันคัดค้านการโจมตี โดยบอกว่าสงครามจะเกิดขึ้นหรือไม่ “ขึ้นอยู่กับพวกคุณ” 

ก่อนหน้านี้สภายูเครนมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ ยกเว้นในภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮันสก์ซึ่งรัสเซียรับรองเป็นรัฐอิสระ เพื่อเตรียมตอบโต้ภัยคุกคามจากการรุกรานของรัสเซียเมื่อวันพุธ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไปเป็นเวลา 30 วัน

ประกาศดังกล่าวมอบอำนาจให้รัฐบาลท้องถิ่นของยูเครนยกระดับการบังคับใช้มาตรการด้านความมั่นคง อาทิ การตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนและยานพาหนะ ไปจนถึงการตรวจตราอย่างเข้มงวด

ส่วนในกรุงเคียฟจะมีมาตรการเฉพาะอย่างอื่นด้วย เช่น ตั้งจุดตรวจบริเวณทางเข้าหลักของเมือง รวมทั้งมีการควบคุมพิเศษที่สถานีรถไฟและสนามบิน

Photo by Sergei SUPINSKY / AFP

ปูตินส่งกองกำลัง “รุกราน” ยูเครน อนุมัติทหารช่วยดอนบัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676483

วันที่ 24 ก.พ. 2565 เวลา 10:14 น.ปูตินส่งกองกำลัง "รุกราน" ยูเครน อนุมัติทหารช่วยดอนบัส

อัปเดตสถานการณ์ที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ เมื่อรัสเซียนเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

• ปูตินกล่าวว่ารัสเซียจะดำเนินการปฏิบัติการทางทหารพิเศษในดอนบัส

• ปูตินเรียกร้องให้ทหารยูเครนวางอาวุธทันทีและกลับบ้าน

• ปูตินบอกกองทัพยูเครนว่า “พ่อและปู่ของคุณไม่ได้ต่อสู้เพื่อที่คุณจะได้ช่วยพวก ‘นีโอ-นาซี'”

• ปูตินกล่าวว่าต้องการทำให้ยูเครนปลอดจากกำลังทหารและทำให้ยูเครนปลอดจากพวกนาซี

• ปูตินกล่าวในกรณีที่มีการแทรกแซงจากต่างประเทศ รัสเซียจะตอบโต้ทันที

• ปูตินกล่าวว่าเราไม่ได้วางแผนที่จะครอบครองดินแดนยูเครน

สเต็ปต่อไป ดอนบัสขอรัสเซียส่งทหารมาช่วยสู้กับยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676480

วันที่ 24 ก.พ. 2565 เวลา 09:44 น.สเต็ปต่อไป ดอนบัสขอรัสเซียส่งทหารมาช่วยสู้กับยูเครน

รัฐบาลเครมลินกล่าวว่ากบฏยูเครนได้ขอให้รัสเซีย ‘ช่วย’ กับรัฐบาลเคียฟ

รัฐบาลรัสเซียเปิดเผยว่าหัวหน้าของสาธารณรัฐกบฏของยูเครนตะวันออกได้ขอให้ประธานาธิบดีรัสเซียวลาดิมีร์ปูติน “ช่วย” เพื่อ “ขับไล่การรุกราน” จากกองทัพยูเครน

โฆษกของปูติน คือ ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวว่าสาธารณรัฐแบ่งแยกดินแดน “ขอให้ประธานาธิบดีรัสเซียช่วยปราบปรามการรุกรานของกองทัพในยูเครน” แถลงการณ์ดังกล่าวดำเนินการโดยสำนักข่าวของรัฐรัสเซีย

ฝ่ายตะวันตกเตือนว่ารัสเซียสามารถโจมตียูเครนได้ทุกเมื่อ โดยมีทหารหลายหมื่นนายประจำการอยู่ที่ชายแดน

เปสคอฟกล่าวว่าปูตินได้รับจดหมายจากผู้นำสาธารณรัฐโดเนตสค์และลูแกนสค์ ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นอิสระในสัปดาห์นี้

“การกระทำของระบอบการปกครองเคียฟ (รัฐบาลยูเครน) เป็นเครื่องยืนยันถึงความไม่เต็มใจที่จะยุติสงครามในดอนบัส” เปสคอฟอ้างจดหมายดังกล่าว

เขากล่าวว่าผู้นำของสาธารณรัฐได้ขอความช่วยเหลือจากปูติน “บนพื้นฐานของ” สนธิสัญญามิตรภาพที่พวกเขาลงนามกับมอสโกในสัปดาห์นี้ ซึ่งข้อตกลงมิตรภาพที่ปูตินลงนามกับกลุ่มกบฏเปิดประตูสู่การส่งกองทัพรัสเซียในดินแดนของพวกเขา

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ฝ่ายนิติบัญญัติของรัสเซียได้อนุมัติให้ปูตินใช้กองทัพรัสเซียในต่างประเทศ

Photo by Handout / Russian Defence Ministry / AFP

สหรัฐเผยปูตินพร้อมบุกเต็มที่ จัดกำลังเตรียมลุยยูเครน 100%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676477

วันที่ 24 ก.พ. 2565 เวลา 09:37 น.สหรัฐเผยปูตินพร้อมบุกเต็มที่ จัดกำลังเตรียมลุยยูเครน 100%

อัปเดตสถานการณ์ สหรัฐยังคงชื่อว่าปูตินจะบุกเร็วๆ นี้ ด้วยการจัดเตรียมกำลังที่ชายแดน 100% แล้ว

• ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กลาโหมระบุกับรอยเตอร์ว่า กองกำลังรัสเซียที่ประจำการอยู่รอบ ๆ ยูเครนมีความพร้อมเท่าที่จะเป็นได้ 80% ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่าเป็นการจัดเตรียมตำแหน่งสำหรับการบุกรุกยูเครน

• ต่อมาเจ้าหน้าที่กลาโหมระบุกับรอยเตอร์ ปูตินได้รวบรวมกองกำลังเกือบ 100% แล้วซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่าเป็นการจัดเตรียมตำแหน่งสำหรับการบุกรุกยูเครน

• และต่อมาแหล่งข่าวนี้กล่าวว่าการประเมินว่าปูตินทำการจัดเตรียมอย่างเต็มที่สำหรับการบุกรุกขนาดใหญ่และ “เป็นทางเลือกที่น่าจะเป็นไปได้”

• เจ้าหน้าที่ดังกล่าวกลา่วว่า “(ปูติน) พร้อมเท่าที่จะเป็นได้ เราถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้นวันใดวันหนึ่งได้ และเป็นไปได้อย่างแน่นอนว่าวันนี้เป็นวันนั้น” เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ กล่าว โดยไม่ได้คาดการณ์ว่าจะมีการบุกรุกในวันพุธตามเวลาท้องถิ่นหรือวันพฤหัสบดี

• เจ้าหน้าที่กลาโหมระบุกับรอยเตอร์ว่า สหรัฐอเมริกาจะทำ “เท่าที่เราทำได้ตราบเท่าที่เราทำได้” เพื่อตรวจสอบกิจกรรมของกองทหารรัสเซียจากน่านฟ้า

• รัสเซียได้ปิดน่านฟ้าบางส่วนในเขตข้อมูลการบินรอสตอฟ ทางตะวันออกของพรมแดนติดกับยูเครน “เพื่อความปลอดภัย” สำหรับเที่ยวบินการบินพลเรือน ตามประกาศของทางการที่มีไปถึงนักบิน

• เที่ยวบินของเครื่องบินพลเรือนในน่านฟ้าของยูเครน “ถูกจำกัดเนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อการบินพลเรือน” ตามคำประกาศขอทางการยุเครนเมื่อเวลา 01.56 GMT ในวันพฤหัสบดี โดยการแจ้งเตือนจะหมดอายุในเวลา 23.59 GMT ในวันพฤหัสบดี เว้นแต่จะขยายเวลาออกไป ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

• ต่อมาสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมสำหรับรัสเซียในการรุกรานยูเครน โดยบลิงเคนตอบคำถามจาก NBC News กล่าวว่า เขาคิดว่ารัสเซียน่าจะเตรียมรุกเข้าสู่ยูเครนโดยเร็วที่สุดในคืนนี้ (เช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น)

Photo by ARIS MESSINIS / AFP

ปูตินใช้สูตรสีจิ้นผิง เปลี่ยนประเทศเป็น “เกาะ” ต้านคว่ำบาตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676447

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 20:32 น.ปูตินใช้สูตรสีจิ้นผิง เปลี่ยนประเทศเป็น "เกาะ" ต้านคว่ำบาตร

รัสเซียกับจีนกำลังเดินอยู่บนถนนสายเดียวกัน คือถนนแห่งการประจันหน้ากับชาติตะวันตก เพื่อรับแรงต้านทานและสวนกลับ สองประเทศนี้ต้องใช้ยุทธศาสตร์แห่างชาติแบบใหม่ มันคือ “การสร้างเกาะ”

ในบทความวิเคราะห์ของ The New York Times เรื่อง “ปูตินสร้างฉนวนป้องกันเศรษฐกิจของรัสเซีย แล้วการคว่ำบาตรของไบเดนจะรั้งเขาไว้จากการบุกยูเครนหรือไม่?” (Putin Insulated Russia’s Economy. Will Biden’s Sanctions Hold Him Back in Ukraine?)

ประเด็นที่ชวนฉุกคิดอยู่ที่การเลือกใช้คำว่า Insulated ซึ่งเราสามารถแปลได้ว่า “การสร้างฉนวนป้องกัน” แต่ในบทความยังมีคำคล้ายกันว่า Insular ซึ่งมีรากศัพท์เดียวกันนั่นคือการทำให้เป็นเกาะหรือทำให้โดดเดี่ยวจากส่วนอื่นๆ

การสร้างฉวนก็คือการสร้าง “เกาะ” (Insular) เพื่อทำให้ตัวเองตัดขาดจากอำนาจภายนอกที่เป็นปฏิปักษ์ และยังเป็น “เกราะ” ป้องกันการโจมตีจากศัตรู

พูดสั้นๆ คือปูตินกำลังโดดเดี่ยวรัสเซียด้วยความเต็มใจ และใช้เวลามาระยะหนึ่งแล้วในการโยกย้ายทุน สร้างแนวป้องกันเศรษฐกิจ และทำให้รัสเซียยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งตัวเองในกรณีที่ถูกคว่ำบาตร

แผนการสร้างสิ่งที่ผู้เขียนขอเรียกว่า Insular Russia (เกาะรัสเซีย) ดำเนินมาตังแต่หลังการคว่ำบาตรรอบแรกเมื่อคราวที่รัสเซียผนวกไครเมียเมื่อปี 2014 จากวันนั้นถึงวันนนี้ นอกจากการคว่ำบาตรจะโค่นปูตินไม่ได้แล้ว ยังทำให้เขาแกร่งกว่าเดิมเสียอีก อย่างน้อยก็ในแง่ของการท้าทายชาติตะวันตก

ในตอนนั้นก็เหมือนตอนนี้ ไม่ใช่ทุกคนของฝ่ายตะวันตกจะเห็นด้วยกับการคว่ำบาตรรัสเซีย ประเทศที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป นายกรัฐมนตรีฮังการีนั้นบอกว่าระวังจะเป็นการ “ทำปืนลั่นใส่เท้าตัวเอง”

คำพูดทำนองนี้มีคนปัดฝุ่นขึ้นมาอีกครั้งในคราวนี้ เพราะทุกครั้งที่มีการคว่ำบาตรรัสเซีย รัสเซียนั้นไม่เจ็บเพราะทำตัวเป็นเกาะได้ แต่ยุโรปนั้นต้อง “เกาะ” หรือ “โหน” รัสเซียโดยเฉพาะเรื่องทุนและเรื่องทุนการเงินการผลิต เมื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงจากรัสเซีย ยุโรปก็จะอาจจะขาดใจได้

นายกรัฐมนตรีบัลแกเรียในตอนนั้นบอกเลยว่า “ผมไม่รู้ว่ารัสเซียได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรอย่างไร แต่บัลแกเรียได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง”

ในตอนนั้น ซิกมาร์ กาเบรียล รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนีกล่าวว่าวิกฤตในยูเครนควรได้รับการแก้ไขโดยการเจรจามากกว่าการเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจ และในภายหลังกล่าวเสริมว่าการเสริมการคว่ำบาตรเพื่อต่อต้านรัสเซียจะ “กระตุ้นให้เกิดสถานการณ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น… ในยุโรป”

ดูเหมือนว่าข้อสังเกตของ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนีจะกลายเป็นทำพยากรณ์ที่เป็นจริงไปแล้ว

คราวนี้ ในกลุ่มยุโรป เยอรมนีนั้นดูจะ “แรง” ที่สุดด้วยการระงับข้อตกลงท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 แต่มันเป็นโครงการที่ยังไม่เดินหน้าไปไหน ดังนั้นท่าทีนี้จึงเป็นการทำ “พอเป็นพิธี”

ในปี 2017 นั้นเยอรมนีถึงกับโวยวายด้วยซ้ำเมื่อวุฒิสภาสหรัฐผ่านมาตรการคว่ำบยาตรรัสเซียอีกระลอก โดยบอกว่าทำแบบนั้นเท่ากับเล่นงานโครงการ Nord Stream 2 ไปด้วย และบอกว่าสหรัฐกำลังคุกคามการภาคพลังงานของยุโรป

เห็นไหมว่าเมื่อเจอเข้าจังๆ ยุโรปไม่โทษรัสเซีย แต่โทษพวกเดียวกันเองคือสหรัฐ

การที่เยอรมนีระงับโครงการ Nord Stream 2 ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนท่าทีขึ้นมา เพราะอย่างไรเสียก็ต้องพึ่งก๊าซของรัสเซีย แต่เพราะตอนนี้มันพ้นฤดูหนาวพอดี ความต้องการก๊าซน้อยลง และ Nord Stream 2 ก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน จะดีกว่าถ้าใช่ไพ่ใบนี้เตือนรัสเซียไปในตัวพร้อมกับคล้อยตามสหรัฐแบบไม่เสียเนื้อเสียตัวไปด้วย

ก่อนจะถึงฤดูหนาวปีนี้เยอรมนีต้องรีบหาทางออกให้กับตัวเองเกี่ยวกับกรณียูเครนให้ได้ และรื้อฟื้น Nord Stream 2 ขึ้นมาอีกครั้งแน่ๆ

เช่นกัน คราวนี้ ยุโรปประเทศอื่นๆ สงวนท่าทีเรื่องคว่ำบาตรเหมือนปี 2014 ด้วยสาเหตุเดียวกันก็คือ “กลัวทำปืนลั่นใส่เท้าตัวเอง”

แต่เราจะเห็นว่าประเทศที่คว่ำบาตรรัสเซียทันทีคือพวกได้รับผลกระทบน้อยและอยู่ไกลจากปริมณฑลความขัดแย้ง คือสหรัฐและสหราชอาณาจักร พวกนี้แม้จะเป็นนาโตเหมือนกัน แต่เศรษฐกิจผูกกับรัสเซียน้อยกว่า

ดังนั้นทั้ง “ยูเอส” และ “ยูเค” จึงปั่นเรื่องสงครามแบบรายวัน และพร้อมคว่ำบาตรกว่าใครเพื่อน โดยไม่ถามเพื่อนในยุโรปว่าจะเห็นดีเห็นงามด้วยไหม

อเมริกันนั้น “ด้อยค่า” เศรษฐกิจรัสเซียกันซึ่งๆ หน้า เช่น จอห์น เฟอร์แมน (Jason Furman) นักเศรษฐศาสตร์ของฮาร์วาร์ดและอดีตที่ปรึกษาของโอบามา ที่เขียนบทความใน The New York Times บอกว่ารัสเซียนั้นไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับเศรษฐกิจโลก “มันเป็นแค่ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่เท่านั้น”

เฟอร์แมนคงจะไม่ได้ยินเสียงบ่นของคนอเมริกันที่เห็นข่าวราคาน้ำมันพุ่งในวันถัดมาหลังการคว่ำบาตร ก็ชี้นิ้วด่ารัฐบาลตัวเองทันทีว่า “เป็นไงล่ะกับการหมกมุ่นสงคราม”

และเฟอร์แมนคงจะลืมไปว่าปั๋มน้ำมันขนาดใหญ่นี้ สหรัฐไม่เติมที่ปั๊มนี้ก็จริง แต่ยุโรปพึ่งพามันแบบขาดไม่ได้ และราคาน้ำมันของ “ปั๊มอื่น” ก็ขึ้นกับสถานการณ์ของปั๊มนี้ด้วย

จะว่าไปแล้วการคว่ำบาตรรัสเซียสมัยโอบามานี่แหละที่ทำให้รัสเซียดื้อยา มันกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซียก็จริงแต่ก็เบาบาง เอาเข้าจริง เศรษฐกิจรัสเซียได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่ตกลงยาวหลายปีหลังจากนั้นมากกว่ามาตรการคว่ำบาตรเสียอีก (จาก 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2014 มาอยู่ที่ประมาณ 60 – 70 ดอลลาร์ จากปี 2015 – 2019 และดิ่งลงถึง 12 ดอลลาร์ในปี 2020 )

ทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียลดลงฮวบฮาบระหว่างปี 2014 – 2017 แต่หลังจากนั้นไต่ขึ้นมาจนกระทั่งในปี 2020 ก็สูงกว่าปี 2014 อีกครั้งเกือบจะเท่ากับระดับสูงสุดในปี 2006 – 2008 ด้วยซ้ำ – หลังจากนั้นรัสซียก็เริ่ม “ขู่” ยูเครน

จากประสบการณ์ในปี 2014 เราจะเห็นว่ารัสเซียต้านทานการคว่ำบาตรได้ ยอมให้เศรษฐิจกระทบช่วงสั้น ซึ่งอันที่จริงราคาน้ำมันโลกที่ตกลงมีส่วนด้วย หลังจากรัสเซียสามารถทำให้ทุนสำรองเพิ่มขึ้นสูงปรี๊ดขึ้นมาอีก

มันสะท้อนว่ารัสเซียประสบความสำเร็จในการทำให้เศรษฐกิจของตัวเองมีลักษณะเป็น “เกาะ” (Insular) และ “ดื้อยา” จากยาแรงของการคว่ำบาตร

หากย้อนกลับไปดูก่อนเกิดกรณียูเครน เราจะเห็นว่าปูตินเตรียมการสร้าง “เกาะรัสเซีย” มาระยะหนึ่งแล้ว เช่น เมื่อพฤษภาคมปีที่แล้วปูตินประกาศว่าตอนนี้รัสเซียพึ่งพาตัวเองได้เต็มที่แล้วในด้านการผลิตอาหารพื้นฐาน และรัสเซีย “กำลังเข้าสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่องและเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกชั้นนำในหลายตำแหน่ง (ในภาคอาหาร)” ที่จริงแล้วตั้งแต่ปี 2016 ผลิตภัณฑ์เกษตรแซงหน้าอุตสาหกรรมอาวุธเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 2 ของรัสเซียรองจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

เรื่องนี้บอกอะไรกับเรา? มันบอกเราว่าปูตินสามารถป้องกันภาวะเงินเฟ้อในเรื่องอาหารได้เปราะหนึ่งแล้ว ปัญหานี้เคยรุนแรงขึ้นมาตอนที่รัสเซียถูกคว่ำบาตรครั้งแรก คือ 15.53% ในปี 2015 แต่พีคแล้วก็ถอยลงมาเรื่อยๆ จนในปี 2020 เหลือแค่ 3.38%

แต่ภาระมันจะมาตกกับชาวโลก ขณะที่รัสเซียปิดบ้านเลี้ยงตัวเองได้ น้ำมันก็มีพอจะใช้เองไม่ต้องง้อใคร สถานการณ์ยูเครนจะทำให้น้ำมันแพงขึ้น (อาจถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) และทำให้เงินเฟ้อของสหรัฐพุ่งขึ้นมา (อาจถึง 10%)

ดังนั้นเราจึงเห็นว่า ชาติตะวันตกหลีกเลี่ยงที่จะคว่ำบาตรอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย เพราะมันจะไม่ใช่รัสเซียที่เจ็บ แต่เป็นชาวโลกและโดยเฉพาะยุโรปที่จะเจ็บ

รัสเซียไม่มีอะไรต้องกลัว พวกเขามีก๊าซธรรมชาติมากที่สุดในโลก มีน้ำมันสำรองมากอันดับสองของโลก มีคลังแร่สำคัญของโลกมากที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งเหล็ก, นิกเกิล, เพชร, ถ่านหิน อลูมิเนียม ทองคำ, ทองคำขาว ของเหล่านี้รัสเซียมีเหลือเฟ้อ รวมแล้วคิดเป็น 14% ของสินแร่ทั้งหมดของโลก

มีพวกที่รัสเซียอาจจะต้องง้อโลกภายนอก เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งบางประเทศกระเหี้ยนกระหือรือที่จะช่วยโลกตะวันตกแบนรัสเซียไม่ให้เข้าถึงพวกมัน เช่น ญี่ปุ่น

แต่คงจะลืมไปว่าวัตถุดิบสำคัญที่จะใช้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์อย่าง palladium นั้นโลกภายนอกนั่นแหละที่ต้องง้อจากรัสเซีย และหากรัสเซียยึดยูเครนได้ วัตถุดิบสำคัญจะหายไปจากตลาดเซมิคอนดักเตอร์ในพลัน นั่นคือ Neon

ด้วยคลังมหาสมบัตินี้ แม้รัสเซียจะถูกล้อมหรือปิดตัวเองก็ยังอยู่ได้ เป็น Insular หรือเกาะที่ร่ำรวยโดยไม่ต้องไปแบ่งกับใคร

แต่หากคว่ำบาตรรัสเซียแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ตลาดพลังงาน ตลาดชิป ตลาดทุน และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของโลกนั่นแหละที่จะกระอักเลือด

โดนสรุป แนวทางของปูตินคล้ายๆ กับสีจิ้นผิงหลังจากที่จีนเผชิญกับสงครามการค้าและการ “รุม” จากพันธมิตรของสหรัฐ สีจิ้นผิงใช้โอกาสที่ปิดประเทศเพื่อควบคุมการระบาด ประกาศแนวทางพึ่งพาตัวเองขึ้นมา

สีจิ้นผิงบอกไว้เมื่อปี 2020 ว่า “ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในศตวรรษนี้ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ในกรณีนี้ เราต้องใช้เส้นทางแห่งการพึ่งพาตนเอง นั่นคือ การพึ่งพาตนเองด้วยนวัตกรรมที่เป็นอิสระ ทำความเข้าใจกับเจตนารมณ์เชิงกลยุทธ์ของคณะกรรมการกลางพรรค และด้วยกลยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ จะค้นพบวิธีพึ่งพาตนเอง

ในถ้อยคำนี้สีจิ้นผิงย้ำคำว่า “พึ่งตนเอง” (จื้อลี่เกิงเซิง) ถึง 3 ครั้ง

ในเดือนกรกฎาคม 2021 ปูตินอนุมัติ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติแบบพึ่งพาตนเอง” โดยจำกัดการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ (ป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศถูกโจมตีเพราะผูกติดดอลลาร์มากเกินไป) ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับจีนและอินเดีย (คือไม่ให้ยักษ์ใหญ่ของเอเชียตกเป็นเครื่องมือตะวันตกหรือถูกตะวันตกโจมตีและรัสเซียจะสั่นคลอนไปด้วย) และปกป้องอธิปไตยทางวัฒนธรรมของประเทศ (คือป้องกันค่านิยมตะวันตกบ่อนทำลายค่านิยมรัสเซีย)

“ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติแบบพึ่งพาตนเอง” ที่อนุมัติปีที่แล้ว เป็นการอัปเดตจากฉบับเดิมที่ใช้เมื่อปี 2015 หลังจากที่รัสเซียถูกคว่ำบาตรครั้งแรก

ข้อที่น่าสนใจคือ เราจะเห็นรัสเซียพึ่งตัวเองได้ในเกือบทุกทางแล้ว แม้แต่โซเชียลทีเดียวก็ใช้ของตัวเอง เพื่อปิดช่องโหว่ทั้งหมด รัสเซียต้องทำให้คนในประเทศมีความรู้สึกชาตินิยมอย่างแรงกล้า และต่อต้านค่านิยมตะวันตก ดังที่ยุทธศาสตร์ใหม่ระบุว่า “วัฒนธรรมตะวันตกเพิ่มอันตรายที่รัสเซียจะสูญเสียอำนาจอธิปไตยทางวัฒนธรรม”

จีนกำลังใช้แนวทางเดียวกัน คือกระตุ้นชาตินิยม นิยมความเป็นจีน ต่อต้านค่านิยมตะวันตก มันได้ผลถึงขนาดที่ประชาชนจีนไล่ล่าและประจานพวกนิยมตะวันตกกันแล้วในบางกรณี

การสร้างสังคมที่อยู่ด้วยตัวเองได้ ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าประเทศของพวกเขาคือโลกของพวกเขา ปูตินกับสีจิ้นผิงกำลังทำสิ่งนี้ และมันค่อนข้างสำเร็จในกรณีของจีน

จากบทความนี้ คงจะเห็นแล้วว่าปูตินใช้แนวทางพึ่งตัวเองและยืนหยัดโดดเดี่ยวแบบ Insular มาก่อนสีจิ้นผิง ช่วงที่เกิดสงครามการค้าจีนยังงัดเอาไพ่ “แรร์เอิร์ธ” ออกมาขู่สหรัฐและพรรคพวกเพื่อให้ขยาด หากไม่แล้วจีนจะขมวดอุปทานของมันเสีย

เราไม่มีทางรู้ว่าผู้นำทั้งสองปรึกษาหารือเรื่องแนวทาง Insular หรือไม่ ซึ่งนั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าด้วยภาวะสงครามเย็นใหม่ที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ และการหาเรื่องขัดขวางจีนกับรัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ให้เข้าถึงทุนและทรัพยากร (ในกรณีของจีน)

มันจะทำให้ทั้งสองประเทศนี้สร้างเกราะ/เกาะที่ยืนหยัดด้วยตัวเอง และช่วยประคองกันไปเพื่อต้านทาน “พวกพันธมิตรสหรัฐ”

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by Alexei Druzhinin / Sputnik / AFP

‘อยู่ร่วมโควิด’ บางประเทศป่วยพุ่ง-ตายเพิ่ม บางประเทศลดลงพ้นจุดพีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676446

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 19:30 น.'อยู่ร่วมโควิด' บางประเทศป่วยพุ่ง-ตายเพิ่ม บางประเทศลดลงพ้นจุดพีก

สถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศเมื่อตัดสินใจ ‘อยู่ร่วมกับโควิด-19’ ท่ามกลาง ‘โอมิครอน’ ระบาด

เกาหลีใต้

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่วันที่ 22 ก.พ. แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 171,452 ราย และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 99,573 รายในวันก่อนหน้า โดยผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 18,819 ราย

ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายวันอยู่ที่ 99 ราย ทำสถิติใหม่ในรอบ 2 เดือน ส่วนผู้เสียชีวิตรายวันเฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 58 ราย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีคิม บู คยอม กล่าวว่าไม่ต้องตื่นตระหนกกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยผู้ป่วยอาการหนักและผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้

ทั้งนี้ เกาหลีใต้หันไปใช้กลยุทธ์อยู่ร่วมกับโควิด-19 โดยมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค รวมถึงการคลายล็อกดาวน์ ขยายเวลาเปิดร้านอาหาร และคลายข้อจำกัดการเว้นระยะห่างทางสังคม ขณะที่มากกว่า 86% ของประชากร 52 ล้านคนในเกาหลีใต้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว และเกือบ 60% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

โดยประมาณ 56% ของ 1,073 คนที่เสียชีวิตในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือได้รับวัคซีนเพียงเข็มเดียว โดยผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 94% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด

Our World in Data ได้รวบรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในแต่ละประเทศ ข้อมูลอัพเดทวันที่ 22 ก.พ. ไว้ดังนี้

สหราชอาณาจักร

เป็นประเทศแรกๆ ที่เดินหน้าใช้กลยุทธ์อยู่ร่วมกับโควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันประกาศว่าจะยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในวันที่ 24 ก.พ. และจะยกเลิกข้อบังคับการกักตัวสำหรับผู้ตรวจพบเชื้อรวมถึงยกเลิกการตรวจหาเชื้อโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนในวงกว้างแล้ว

“เราจะเปลี่ยนจากการคุมเข้มโดยรัฐบาลเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลแทน” จอห์นสันกล่าว ขณะที่ผู้ที่มีอายุ 12 ปี ขึ้นไปได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วมากกว่า 85% และมากกว่า 66% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

ทั้งนี้ อังกฤษมีผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 43,343 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ. อยู่ที่ 41,130 ราย เพิ่มขึ้นจาก 38,409 รายในวันก่อนหน้า ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายใหม่พุ่งเป็น 205 ราย จาก 30 รายในวันก่อนหน้า ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่เฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 140 ราย

สหรัฐอเมริกา

พบผู้ป่วยรายใหม่พุ่งเช่นกัน โดยอยู่ที่ 123,128 ราย เพิ่มขึ้นจาก 55,659 รายในวันก่อนหน้า โดยผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 86,553 ราย เช่นเดียวกับผู้เสียชีวิตรายใหม่ที่พุ่งเป็น 2,726 ราย จาก 760 รายในวันก่อนหน้า และผู้เสียชีวิตรายวันเฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 1,939 ราย แต่ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดือนม.ค. ที่ผ่านมา

ขณะที่หลายรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค อย่างเช่น การแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน และข้อบังคับสวมหน้ากากอนามัยในอาคาร

นอร์เวย์

นายกรัฐมนตรีโจนาส การ์ สโตร์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่าจะยกเลิกมาตรการควบคุมโรคเกือบทั้งหมด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้ไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพสำหรับประชากรส่วนใหญ่แล้ว อีกทั้งมีการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก

โดยชาวนอร์เวย์ไม่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่แออัด และเปิดให้บริการสถานบันเทิงได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงผู้ติดเชื้อไม่ถูกบังคับให้กักตัว แต่ “แนะนำ” ให้อยู่บ้านเป็นเวลา 4 วัน

ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 17,749 ราย ค่าเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 14,336 ซึ่งลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงต้นเดือนที่กว่า 25,000 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่วันที่ 22 ก.พ. เป็นศูนย์

โดยขณะนี้ชาวนอร์เวย์ราว 75% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว และมีผู้ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นกว่า 53%

เนเธอร์แลนด์

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศล่าสุดในยุโรปที่เดินหน้ากลับสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ประกาศยกเลิกข้อจำกัดเพื่อควบคุมโควิด-19 เกือบทั้งหมด อาทิ การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม ลดระยะเวลากักตัวเหลือ 5 วัน

โดยเนเธอร์แลนด์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 34,665 ราย ขณะที่ค่าเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 44,317 ราย ซึ่งค่อยๆ ลดลงหลังผ่านจุดพีกในช่วงต้นเดือนที่กว่า 7 หมื่นราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่อยู่ที่ 18 ราย ซึ่งน้อยลงมากเมื่อเทียบกับการแพร่ระบาดระลอกก่อนๆ

ขณะที่ประชากรกว่า 70% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม และกว่า 50% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

สิงคโปร์

ผู้ป่วยโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 22 ก.พ. มีผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 26,032 ราย และผู้ป่วยเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 17,757 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่รายวันเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนแต่ยังคงอยู่ที่ 4 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 6 ราย

ขณะที่ร้อยละ 94 ของชาวสิงคโปร์ที่มีสิทธิรับวัคซีนได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว และประมาณ 66% ของประชากรทั้งหมดได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น

กระทรวงสาธารณสุขเผยว่าขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก และอาจใช้เวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์ก่อนที่การแพร่ระบาดจะถึงจุดพีกและค่อยๆ ลดลง

เดนมาร์ก

ประเทศแรกในสหภาพยุโรปที่ประกาศยกเลิกข้อจำกัดโควิด-19 ทั้งหมด รวมถึงข้อบังคับการสวมหน้ากากอนามัย บัตรแสดงการฉีดวัคซีน จำกัดเวลาเปิดร้านอาหาร ผับ และบาร์ ตลอดจนจำกัดการชุมนุมในอาคาร

ขณะที่ประชากรกว่า 80% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม โดยชาวเดนมาร์กกว่า 60% ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว

ผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นในเดือนม.ค. แต่ค่อยๆ ลดลงเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 22 ก.พ. มีผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 30,480 ราย ขณะที่ค่าเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 33,938 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือน โดยผู้เสียชีวิตรายใหม่อยู่ที่ 34 ราย

เยอรมนี

ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในเยอรมนีอยู่ที่ 221,478 ราย เพิ่มขึ้นจาก 137,844 รายในวันก่อนหน้า โดยผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยในรอบสัปดาห์อยู่ที่ 190,660 ราย แต่มีแนวโน้มลดลงจากช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. มีผู้ป่วยรายวันกว่า 4 หมื่นราย

ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายวันอยู่ที่ 301 ราย ส่วนค่าเฉลี่ยรอบสัปดาห์อยู่ที่ 223 รายต่อวัน โดยคาร์ล ลอเตอร์บัค รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเยอรมนีกล่าวก่อนหน้านี้ว่าประเทศได้ผ่านจุดพีกของการแพร่ระบาดของโอมิครอนแล้ว

Photo by REZAS / AFP

ทศวรรษสู่สัมพันธ์วัฒนธรรมจีน–ไทย ในยุคนิวเจนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676412

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 14:33 น.ทศวรรษสู่สัมพันธ์วัฒนธรรมจีน–ไทย ในยุคนิวเจนฯ

“จีนไทยมิใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน” 10 ปี ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ทศวรรษสู่สัมพันธ์วัฒนธรรมจีน–ไทย สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในยุคนิวเจนฯ

ในปี 2565 นี้ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ (China Cultural Center) เฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2555 โดยความตกลงของรัฐบาลทั้งสองประเทศในขณะนั้น นับว่าเป็นศูนย์วัฒนธรรมจีนแห่งแรกที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้สร้างขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์กระชับมิตร แลกเปลี่ยน ร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทย เผยแพร่วัฒนธรรมจีน ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ทิศเหนือเชื่อมกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ภายในพื้นที่ 8,222 ตารางเมตรแห่งนี้ ประกอบด้วย ห้องจัดนิทรรศการ โรงละคร ห้องเรียน ห้องสมุด และพื้นที่อเนกประสงค์ให้เช่าจัดงานต่างๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้บริการแก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไปและองค์กรต่างๆ ได้เข้าศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมจีนผ่านรูปแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมหลากหลาย อาทิ การแสดง นิทรรศการ การแข่งขัน การอภิปราย การบรรยาย การฉายภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังเปิดหลักสูตร มีหลักสูตรและการฝึกอบรม ได้แก่ ภาษาจีน การเขียนพู่กันจีน นาฎศิลป์จีน กังฟูจีน มวยไทเก๊ก ดนตรีกู่เจิ้ง การทำอาหารจีน

วัฒนธรรมจีนด้านต่างๆ ได้สะท้อนให้เห็นรากเหง้าและความยิ่งใหญ่ของการเป็นชาติมหาอำนาจที่ทรงพลังและมีอิทธิพลต่อโลก โดยเฉพาะทางด้านการค้าและเศรษฐกิจ ตลอดจนความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยากรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในทุกวงการเพื่อการพัฒนาประเทศชาติทุกยุคทุกสมัย ยิ่งทำให้เข้าใจถึงคำกล่าวของ ฯพณฯ สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในโอกาสครบ 1 ศตวรรษของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่กล่าวว่า “ไม่ว่าเดินไปไกลเท่าไร จงอย่าลืมเส้นทางที่ผ่านมา” นั่นเพราะคนจีนไม่เคยลืมอดีตที่เจ็บปวดในการสร้างชาติและยังทบทวน มองไปข้างหน้าถึงความยิ่งใหญ่ของจีนในปัจจุบันและอนาคตซึ่งเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

จีนกับไทย ได้ชื่อว่าเป็นชาติที่มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน จนมีคำกล่าวว่า “จีนไทยมิใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีเชื้อสายจีน ความสัมพันธ์ทางการทูตของไทยกับจีน รวมไปถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดของจีนกับไทยในระดับราชวงศ์จักรี อาทิ กรมสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งการทรงพระอักษรจีนและตรัสภาษาจีนได้ โดยเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนก็หลายครั้ง นอกจากนี้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีกู่เจิ้งได้อย่างไพเราะ อีกทั้งยังทรงได้รับการถวายวัคซีนโควิด 19 จากจีน เพื่อนำมาช่วยเหลือประเทศไทยและคนไทยจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าหรือโควิด 19 ในปัจจุบัน เป็นต้น

สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเสมือนพี่น้องของจีนกับไทยเช่นนี้ นับวันยิ่งกระชับผูกมิตรจิตรมิตรใจกันมากขึ้นโดยการมีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ เป็นสะพานเชื่อมโยงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมจีนมาสู่การแลกเปลี่ยนใฝ่เรียนรู้ในสิ่งที่จีนมีความโดดเด่นและเป็นสิ่งที่คนที่คนส่วนมากอยากรู้จักจีน อาทิ ภาษาจีนที่มีบทบาทและความสำคัญต่อการค้าและการสื่อสารในโลกทุกวันนี้ รวมทั้งอาหารจีน ศิลปวัฒนธรรมจีน ดนตรี กีฬา ซึ่งสะท้อนให้เห็นอัตลักษณ์ของจีนอย่างเด่นชัดจนนำมาสู่การจัดกิจกรรมที่น่าสนใจสร้างสรรค์ของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ อย่างทรงคุณค่า

พินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย – จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 10 ปีของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ว่า “ปีนี้เป็นปีสำคัญยิ่งของการเฉลิมฉลองการก่อตั้งศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ครบ 10 ปี ในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ผมขอแสดงความชื่นชมยินดีและให้กำลังใจ ว่าศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ได้เป็นสะพานเล็กๆ ในการเชื่อมมิตรภาพระหว่างจีนกับไทยในด้านวัฒนธรรม ให้มีความเจริญรุ่งเรือง ให้มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองมิตรประเทศ จีนกับไทย ที่ผ่านมาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ มีบทบาทและได้สร้างคุณประโยชน์อย่างคุณูปการมากมายในการเสริมสร้างวัฒนธรรมระหว่างสองชาตินี้ สร้างผลงานประจักษ์ในการเสริมสร้างมิตรภาพไทยกับจีนจนประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะความเจริญงอกงามด้านวัฒนธรรมที่ได้ผลิดอกออกผลที่มาจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในการทำงานของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายต่างๆ ในไทย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล ภาคธุรกิจเอกชน สมาคม ห้างร้าน มูลนิธิ มหาวิทยาลัยอย่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นต้น ที่มีความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมและการศึกษา มีกิจกรรมทางด้านการศึกษาและการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ แลกเปลี่ยนกันไปมาโดยเฉพาะการแสดงจากจีนคณะแล้วคณะเล่าตลอดหลายปีนี้ ในด้านการศึกษาก็มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาจีนมาเรียนภาษาไทย นักศึกษาไทยไปเรียนภาษาจีนในหลายมหาวิทยาลัยของจีน จากความร่วมมือของ มศว เป็นต้น ในโอกาสนี้ผมจึงขออวยพรให้จีนกับไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไปตราบนานเท่านานและขอสนับสนุนความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศหวังว่าความร่วมมือจีนกับไทยจะร่วมมือกันมากขึ้นในหลายด้านและพัฒนาดียิ่งขึ้นๆ ตลอดไป”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อดีตอธิการบดี มศว และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีและชื่นชมที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ได้ดำเนินกิจกรรมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมจีนกับพี่น้องคนไทยตลอดทศวรรษ มิติทางด้านวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่มีความลึกซึ้งและกว้างขวางในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องประชาชนของทั้งสองประเทศ และอาจจะมากกว่ามิติทางด้านการทำมาค้าขายหรือเศรษฐกิจเสียด้วยซ้ำไป การที่มีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ดำเนินกิจกรรมเผยแพร่วัฒนธรรมมาจนครบรอบ 10 ปีนี้ จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ของพี่น้องประชาชนชาวจีนและชาวไทยที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน ผมจึงหวังว่าความเจริญงอกงามของความสัมพันธ์นี้จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นไปโดยลำดับและมีความยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต ขอสนับสนุนและให้กำลังใจกับทั้งจีนและไทยที่จะได้สืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามและทรงคุณค่าเช่นนี้ตลอดไป”

รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว กล่าวว่า “ ในฐานะอธิการบดี มศว ผมขอขอบคุณศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ที่ได้สนับสนุนกิจการและกิจกรรมด้านการส่งเสริมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมจีนกับไทยร่วมกันมาโดยตลอดโดยผ่านคณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว จีนกับไทยมิใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน ผมเองในฐานะคนไทยเชื้อสายจีนและได้มีโอกาสสื่อสารด้วยภาษาจีนกับภาคธุรกิจเอกชนของจีนที่มีความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับทางมหาวิทยาลัย ก็มีความภูมิใจว่าจีนกับไทยเราได้พึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ คนจีนได้อาศัยทำมาค้าขายในผืนแผ่นดินไทย สร้างเนื้อสร้างตัวเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากมายหลายตระกูลมหาเศรษฐี คนไทยเชื้อสายจีนก็ยึดถือธรรมเนียมจีนและสอนลูกสอนหลานให้มีความซื่อสัตย์สุจริต ขยัน อดทน กตัญญูต่อบุพการีบรรพบุรุษ เยี่ยงอย่างชาวจีน ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ในปีนี้ ผมเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างยาวนานของจีนกับไทย จะเป็นสิ่งที่จีนและไทยได้แสดงความเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกัน ในฐานะอธิการบดี มศว สถาบันการอุดมศึกษาชั้นนำแห่งหนึ่งของไทย ผมขอขอบคุณความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทุกกิจกรรมที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ได้ดำเนินงานร่วมกับทางมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง ขอให้ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ประสบความสำเร็จในการเผยแพร่วัฒนธรรมจีนมาสู่การรับรู้พี่น้องคนไทยเพื่อสืบสาน รักษาและต่อยอด สายสัมพันธ์ที่ดีของจีนกับไทยนี้ไปสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างราบรื่น ประสบผลสำเร็จตามเจตนารมย์”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ระวิวรรณ วรรณวิไชย รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาศักยภาพนิสิต มศว กล่าวว่า “ไทยและจีน มีสายสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาอย่างยาวนาน ในโอกาสที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ครบรอบ 10 ปี นับเป็นทศวรรษแห่งความร่วมมือที่ก่อให้เกิดความร่วมมือและสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองวัฒนธรรมของสองแผ่นดินคือจีนและไทยจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งในสมัยที่ดิฉันเคยเป็นคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว นั้นก็ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนฯ ในการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การจัดกิจกรรมการแสดงของจีนกับไทยโดยมีนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญของจีน ดิฉันจึงมีความเชื่อมั่นว่า ก้าวต่อไปแห่งอนาคตของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจ ไม่เพียงแต่เฉพาะเยาวชนแต่ยังเปิดกว้างสำหรับบุคคลทั่วไปทุกเพศทุกวัย ขอให้โอกาสครบรอบ 10 ปีนี้จงเป็นก้าวที่มั่นคง สำคัญและยั่งยืนของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ค่ะ”

ด้านคนรุ่นใหม่หรือนิวเจนเนอเรชั่น (New Generation) อย่างเช่น น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2559 และเข้ารอบ 6 คนสุดท้ายนางงามจักรวาล 2016 ปัจจุบันเป็นนิสิตสาขานวัตกรรมการแสดงและกำกับการแสดงภาพยนตร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว กล่าวว่า “ถ้าพูดถึงจีนก็จะต้องคิดถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศจีนเพราะจีนเป็นประเทศมหาอำนาจโดยเฉพาะมีความโดดเด่นและทรงอิทธิพลในเรื่องการค้าการเศรษฐกิจ ประเทศจีนเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งถ้าคิดอยากทำธุรกิจการค้าการส่งออกก็ยังคิดว่าอยากส่งออกจีนมากที่สุด ดูอย่างทุเรียนไทยนี่คนจีนก็ชอบกินมาก ทำให้การส่งออกทุเรียนไทยไปจีนประสบผลสำเร็จดีมาก แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของการศึกษา แม้ตัวเองจะเป็นนางแบบ นางงาม นักแสดง และก็ยังเป็นนิสิต มศว ก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนในโครงการความร่วมมือทางด้านงานวิชาการหรือการศึกษานะคะแต่ก็มีเพื่อนนักเรียนไทยที่ไปเรียนแพทย์แผนจีนที่เมืองจีนค่ะ ก็เชื่อมั่นค่ะว่าจีนจะเป็นประเทศที่พร้อมหรือมีศักยภาพในการให้การสนับสนุนเรื่่องการศึกษาได้ดีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการศึกษาของประเทศเขาเองหรือกับประเทศไทยเรา เพราะอย่างที่เรารู้จากข่าวต่างๆ ของจีน อะไรที่เป็นเรื่องของการแข่งขันต่างๆ จีนจะเก่งมากๆ อย่างเรื่องของกีฬานี่จีนเป็นชาติที่มีนักกีฬาเก่งมาก อย่างโอลิมปิกนี่ ประเทศจีนมักเป็นประเทศแรกๆ ต้นๆ ที่ได้เหรียญเยอะมากมีการฝึกฝนนักกีฬาจริงจังและฝึกตั้งแต่เด็ก เลยรู้สึกว่าจีนจะมีความโดดเด่นในเรื่องกีฬามากๆ เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบดูกีฬาด้วยและก็เคยเป็นนักกีฬาของโรงเรียนมาด้วย ล่าสุดจีนยังเป็นประเทศที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอีกครั้งในโอลิมปิกฤดูหนาวปีนี้ ก่อนหน้าที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง หรืออาจเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมที่ทั้งจีนกับไทยเราก็มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่แพ้เรื่องภาษา แต่ถ้าถามว่าในฐานะคนรุ่นใหม่และเพิ่งรู้ว่ามีศูนย์วัฒนธรรมจีนในไทยก็อยากให้มีกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพของคน เรื่องของการมีวินัยเพราะคนจีนได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีวินัย อยากให้คนไทยมีวินัยเหมือนคนจีนเท่าที่จะทำได้ ประเทศจีนเขาเองก็มีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ที่เพิ่งครบ 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์ไป จีนเองก็ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่จีนมีและคิดว่าเป็นสิ่งดีที่คนไทยน่าจะได้เรียนรู้คือเรื่องของการวินัยของคน คนจีนมีความพยายามใฝ่รู้ใฝ่ทำสูงในสิ่งที่เขาสนใจจริงจังจนเขาประสบความสำเร็จมากๆ ค่ะ”

ขณะที่ เฟม-ชวินโรจน์ ลิขิตเจริญสกุล นักแสดงและนิสิตปริญญาโท วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว กล่าวว่า “ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ได้ทำหน้าที่เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของจีนด้านต่างๆ ให้กับคนไทยได้รู้จัก ได้ศึกษาและเรียนรู้ถึงสิ่งดีๆ ที่จีนมีดีมากมาย ผมเองก็เป็นคนไทยที่มีเชื้อสายจีนเพราะมีบรรพบุรุษเป็นคนจีนเหมือนกัน รู้สึกว่าความอดทนไม่ย่อท้อต่อการทำงานหนักในฐานะนักแสดงของผมในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากลักษณะนิสัยของคนจีนว่ามีมุมานะ ต่อสู้ต่อความยากลำบากเหน็ดเหนื่อยได้ ในฐานะคนรุ่นใหม่ ผมอยากให้คนรุ่นใหม่ เพื่อนๆ ได้เรียนรู้จากสิ่งที่ดีของจีนไปปรับใช้ในชีวิตการทำงาน ชีวิตส่วนตัว ซึ่งมาเรียนได้ที่กศูนย์วัฒนธรรมจีนแห่งประเทศไทย ณ กรุงเทพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษาจีน อาหารจีน ดนตรีจีน การวาดภาพพู่กันจีน อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เกิดการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้และอาจนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงด้วยครับ”

ปัจจุบันศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ มีภารกิจทางด้านวัฒนธรรมและส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ มีบริการเปิดสอนหลักสูตรการเรียนภาษาจีน การทำอาหารจีน ดนตรีจีน ศิลปะการวาดภาพพู่กันจีน การเต้นรำแบบจีน การแสดง รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ มากมายที่อยู่ในความสนใจของคนทุกเพศทุกวัย สอนโดยอาจารย์คนไทยเชื้อสายจีนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในสังคมจีนและไทย เพื่อเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรม การศึกษา การค้าการลงทุนต่างๆ ทั้งในฝ่ายของไทยที่ต้องการเชื่อมความสัมพันธ์ในทุกๆ ด้านกับประเทศจีน เช่น เดียวกันกับทางฝ่ายของจีนก็ต้องการร่วมมือกับประเทศไทยในด้านต่างๆ

1 ทศวรรษ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพ ในวันนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นได้ชัดเจนแล้วว่า รากเหง้าวัฒนธรรมจีน ทรงคุณค่า ทรงอิทธิพลต่อการเรียนรู้และถ่ายทอดจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ เป็นวัฒนธรรมข้ามชาติที่พร้อมจะสืบสาน รักษาและต่อยอดจากจีนสู่ไทย จากไทยไปจีน ได้โดยไร้ข้อจำกัดต่อไปไม่ว่าจะผ่านไปกี่ทศวรรษ เพราะ “จีนไทยมิใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกัน” นั่นเอง

5 เรื่องต้องรู้กับ TAG Heuer Aquaracer Professional 200

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676406

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 13:51 น.5 เรื่องต้องรู้กับ TAG Heuer Aquaracer Professional 200

TAG Heuer Aquaracer Professional 200 นาฬิกาสปอร์ตสุดหรูที่พร้อมตอบโจทย์นักเดินทางสายแอคทีฟ

TAG Heuer (แทค ฮอยเออร์) ปล่อยนาฬิการุ่นใหม่จากตระกูล Aquaracer ในชื่อ Aquaracer Professional 200 เรือนเวลาสปอร์ต ดีไซน์หรูหรา โฉบเฉี่ยว ที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เพื่อตามรอยตำนานและประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกาสปอร์ตแบบ Swiss Made ที่ TAG Heuer ได้รังสรรค์ไว้เมื่อ 40 ปีก่อน และเชื่อว่าหลายคนคงได้ยลโฉมความสวยงามที่แฝงไปด้วยดีไซน์อันหรูหรากันไปบ้างแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปรู้จัก TAG Heuer Aquaracer Professional 200 ให้มากขึ้น รับรองว่าคุ้มค่าแก่การมีไว้ครอบครองแน่นอน!

1. สืบสานตำนานของ Aquaracer: Aquaracer ถือเป็นหนึ่งในรุ่นเรือธงของแบรนด์ TAG Heuer เฉกเช่น Carrera และ Monaco โดยคอลเลคชั่นนี้เริ่มเปิดตัวในปี 2004 และมีแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาดำน้ำของ Heuer ในยุค 1980 การเดินทางครั้งใหม่ของ Aquaracer Professional 200 ยังคงความทันสมัยและน่าตื่นเต้นเช่นเคย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร่วมสมัยและผสานเอกลักษณ์การผลิตนาฬิกาสปอร์ตแบบ Swiss Made ที่ TAG Heuer ได้รังสรรค์ไว้เมื่อ 40 ปีก่อนไว้ได้อย่างลงตัว

2. ดีไซน์ตอบโจทย์สายแอคทีฟ: Aquaracer Professional 200 เปรียบเสมือนเพื่อนเดินทางของชาวแอคทีฟ ดังนั้นการออกแบบนาฬิกาสปอร์ตสุดหรูรุ่นนี้จึงเน้นการใช้งานได้จริงในทุกสถานการณ์ สวมใส่สบาย ดีไซน์รูปทรงเพรียวบางเข้ากับสรีระที่สอดคล้องกับความโค้งตามธรรมชาติของข้อมือ เหมาะสำหรับคนที่ชอบท้าทายความเร็วบนท้องฟ้า อย่างการเล่นกีฬา speed flying หรือการเล่นสกีบนเทือกเขาหิมะ นอกจากนี้ตัวเรือนเวลายังมีขนาดกะทัดรัดด้วยหน้าปัดขนาด 40 มิลลิเมตร และขนาด 30 มิลลิเมตร มาพร้อมสเกลดำน้ำบนขอบหน้าปัด ที่สลักลงบนวัสดุสเตนเลสสตีล สายนาฬิกาขัดแต่งแบบ Polished ผสม Brushed เพื่อให้ลุคที่ดูเป็นทางการขึ้นสามารถสวมใส่ได้ทั้งวันทำงานและวันแฮงเอาท์ช่วงสุดสัปดาห์

3. ร่วมสมัย แต่ยังคงความคลาสสิก: แม้จะเป็นนาฬิกาสปอร์ตแต่ก็ไม่ทิ้งความคลาสสิก ขนาด 40 มิลลิเมตร มาพร้อมหลักเวลาทรงยาวสี่เหลี่ยมคางหมู และเข็มนาฬิการูปดาบสุดโฉบเฉี่ยวเคลือบ Super-LumiNova มีทั้งตัวเลือกแบบกลไกออโตเมติกและแบบควอทซ์ โดยแบบออโตเมติกโดดเด่นด้วยพื้นหน้าปัดแบบสโมกกี้หรือ fumé ไล่สี สลักลายเส้นแนวขวาง หน้าต่างบอกวันที่บริเวณ 6 นาฬิกา ส่วนขนาด 30 มิลลิเมตร มีกลไกสองตัวเลือกเช่นกัน โดยแบบกลไกออโตเมติกมาพร้อมพื้นหน้าปัดแบบสโมกกี้หรือ fumé ไล่สี หลักเวลาเพชร และหน้าต่างบอกวันที่ ให้สไตล์เรียบหรู ดูสง่างามและดูสนุกมากขึ้น ในขณะที่ระบบกลไกควอทซ์ทุกขนาดจะไม่มีหน้าต่างบอกวันที่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและคุณลักษณะทางเทคนิค หากสาวๆ คนไหนอยากเพิ่มความสง่างามก็สามารถเพิ่มลูกเล่นโดยเลือกรุ่นขอบหน้าปัดล้อมเพชรแทนสเกลดำน้ำสเตนเลสได้ เรียกว่ามีให้เลือกหลากหลายพร้อมตอบโจทย์สายแอคทีฟทุกสไตล์

4. Aquaracer Professional 200 จิตวิญญานของนักผจญภัย: อีกหนึ่งดีไซน์อันโดดเด่นของ Aquaracer Professional 200 ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ คือสัญลักษณ์เข็มทิศที่สลักบริเวณฝาหลังซึ่งสะท้อนจิตวิญญานของนักผจญภัยได้อย่างดีเยี่ยม โดยสัญลักษณ์นี้ถูกนำมาแทนที่สัญลักษณ์รูปหมวกดำน้ำโบราณ หรือ Scaphandre ในรุ่นเก่า

5. เอกลักษณ์ที่ลงตัว: แม้จะเป็นรุ่นต่อจาก Aquaracer Professional 300 แต่ Aquaracer Professional 200 ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรูปลักษณ์ใหม่ที่ส่งมอบลุคสปอร์ตและใช้งานได้หลากหลาย รวมถึงส่วนผสมที่ลงตัวของความดูภูมิฐานและความเหนือระดับ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จจากการวิจัยและพัฒนาโดยทีมออกแบบและวิศวกรของ TAG Heuer เป็นเวลานานหลายปี เรียกได้ว่าเป็นตำนานบทใหม่ของนาฬิกา TAG Heuer ที่สร้างขึ้นเพื่อการผจญภัยอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

พบกับเรือนนาฬิกาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ TAG Heuer ทุกสาขา ได้แก่ CentralwOrld, Siam Paragon, The Mall Bangkae, The Mall Bangkapi และ CentralPlaza Lardprao

ส่องเมคอัพยอดฮิตของหนุ่มๆ “FIVEISM x THREE” ตัวช่วยคอมพลีทลุค เผยสไตล์ได้แบบไร้ขีดจำกัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676207

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 10:58 น.ส่องเมคอัพยอดฮิตของหนุ่มๆ "FIVEISM x THREE" ตัวช่วยคอมพลีทลุค เผยสไตล์ได้แบบไร้ขีดจำกัด

เมคอัพแบรนด์ดังสำหรับผู้ชายจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ “FIVEISM x THREE” ตัวช่วยคอมพลีทลุคของหนุ่มยุคใหม่ เผยสไตล์ความเป็นตัวตนแบบไร้ขีดจำกัด

ครั้งแรกในไทย! ให้หนุ่มๆ ได้เผยสไตล์ของตัวเองผ่านเมกอัพไอเท็มชิ้นเด็ด “FIVEISM x THREE” (ไฟฟ์อิซึม บาย ทรี) ผลิตภัณฑ์เมคอัพแบรนด์ดังสำหรับผู้ชายจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การนำเข้าของ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างเป็นการทาง พร้อมให้ช้อปแล้วกับ 4 สาขาในไทย ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, พารากอน และไอคอนสยาม

ปวิยดา รัตนสุดใจ ผู้บริหารสายงานกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าความงาม บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ปัจจุบันเทรนด์การแต่งหน้าไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น เพราะทุกวันนี้ผู้ชายหลายคนให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มากขึ้นจึงหันมาดูแลตัวเองไม่ต่างจากผู้หญิง โดยเฉพาะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เมคอัพเพื่อปกปิดร่องรอยและเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ใบหน้า ทั้งยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นและสะท้อนถึงความเป็นตัวของคนๆ นั้นได้ดีอีกด้วย

เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ของผู้ชายยุคใหม่ที่หันใส่ใจตนเอง เราจึงนำเข้าผลิตภัณฑ์ ‘FIVEISM x THREE’ เมคอัพแบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น ที่ตอนนี้ส่งตรงมาถึงประเทศไทย พร้อมวางจำหน่ายแล้วกับ 4 สาขาในไทย ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, พารากอน และไอคอนสยาม โดยมาพร้อมผลิตภัณฑ์ที่ครบครันตั้งแต่สเต็ปเริ่มต้นของการแต่งหน้าไปจนถึงการเก็บดีเทลเล็กๆ ที่ผู้ชายไม่ควรมองข้าม เพื่อให้หนุ่มไทยได้เผยสไตล์ที่สมบูรณ์ในฉบับของตนเองอย่างไร้ขีดจำกัด”

รู้จัก “FIVEISM x THREE” เมคอัพยอดฮิตของหนุ่มๆ

FIVEISM x THREE   ผลิตภัณฑ์เมคอัพสำหรับผู้ชายที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากประเทศญี่ปุ่น ใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษไปจนถึงการดีไซน์บรรจุภัณฑ์ที่เข้าใจความเป็นผู้ชายอย่างลึกซึ้ง โดยชื่อ FIVEISM x THREE  มาจากเลข 5 หรือ FIVE (ไฟฟ์) หมายถึง องค์ประกอบของจักรวาลซึ่งได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และท้องฟ้า ส่วนคำว่า ISM (อิซึม) คือ ความเชื่อและหลักการ

โดย  FIVEISM ได้ถ่ายทอดมาจากแก่นของ THREE แบรนด์ต้นแบบที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ดังนั้น FIVEISM x THREE จึงเป็น 5 + 3 เท่ากับ 8 หรือ infinity ที่สื่อถึงการไม่มีที่สิ้นสุด เปรียบเสมือนเมคอัพไอเท็มที่เมื่อหนุ่มๆ ใช้แล้วสามารถเผยความเป็นตัวตนของคุณอย่างอิสระโดยไร้ขีดจำกัด

คอนเซ็ปต์ของ FIVEISM x THREE กับการเผยสไตล์ที่ไร้ขีดจำกัด

FIVEISM x THREE มาในคอนเซ็ปต์ INDIVIDUALITY – เอกลักษณ์ที่มีอิสระอย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อให้ทุกคนเผยคาแรกเตอร์หรือบุคลิกภาพที่โดดเด่น เหนือคำจำกัดความและกฎเกณฑ์ใดๆ ผ่าน 5 สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล ได้แก่

1.       ความเป็นไปที่ไร้ขีดจำกัด (Limitless possibility) ความคิดอันบริสุทธิ์แบบไร้  ขีดจำกัด เพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนที่แท้จริง

2.       พลังแห่งความเรียบง่าย (Power of simplicity) พื้นที่ที่คุณสามารถเข้าถึง หลังจากปล่อยวางสิ่งต่างๆ ออกไป

3.       ความบริสุทธิ์แห่งความคิด (Purity of thought) การปลดปล่อยความคิดเพื่อการเป็นตัวเองที่แท้จริง

4.       วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน (Strong Vision) ออกแบบอนาคตที่คุณต้องการ เพื่อปลุกความเชื่อมั่นในตัวคุณเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จที่รออยู่

5.       แสดงความเป็นตัวตน (Self-expression) อิสระแห่งการถ่ายทอดความเป็นตัวเองอย่างกล้าหาญที่ นำไปสู่การยอมรับตัวเองของผู้อื่น

ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ FIVEISM x THREE ที่เข้าใจชาย

บรรจุภัณฑ์ของ FIVEISM x THREE ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสร้างเอกลักษณ์ในรูปแบบที่เรียบง่าย โดยได้แรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติในชีวิตประจำวันของหนุ่มๆ ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ในรูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีความโค้งมน ทำให้สามารถพกพาไปได้ในทุกสถานที่ โดยใช้สี Light Grayish Blue ซึ่งเป็นสีที่ดูสะอาดและอ่อนโยน แต่แฝงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งและทรงพลังในแบบฉบับหนุ่ม “FIVEISM x THREE”

ผลิตภัณฑ์ FIVEISM x THREE ความพิเศษที่คัดสรรเพื่อผู้ชาย

เมคอัพไลน์ของ “FIVEISM x THREE” ประกอบด้วยไอเท็มที่หลากหลายให้หนุ่มๆ ได้คอมพลีทลุคเผยทุกสไตล์ ความเป็นตนเองแบบไร้ขีดจำกัดผ่านผลิตภัณฑ์เมคอัพสุดพิเศษ ได้แก่

·      FF Secret Agent UV ผลิตภัณฑ์กันแดดประสิทธิภาพสูงสำหรับคุณผู้ชาย ให้การปกป้องสูงสุดในทุกสถานการณ์ ด้วย SPF50+/PA++++ (30g, ราคา 1,600 บาท)

·      FF Control UV Tool “Makeup base” ที่ผสมผสานการปกป้องผิวจากยังสี UV ด้วย SPF50+/PA++++ มอบการปกป้องผิวระดับสูงที่มาพร้อมการสร้างความสม่ำเสมอให้แก่เม็ดสีผิวอย่างเป็นธรรมชาติ (มี 4 เฉดสี, น้ำหนัก 30g, ราคา 1,700 บาท)

·    Naked Touch Moisturizer ผลิตภัณฑ์ “Makeup base” ที่จะสร้างงานผิวของคุณผู้ชายให้สุขภาพดีและดูเป็นธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ที่เข้าปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมมอบความชุ่มชื้นและดูแลผิวดุจสกินแคร์ มอบความสดชื่นและผ่อนคลายผิวพรรณให้มีชีวิตชีวา (มี 2 เฉดสี, 30mL ราคา 2,250 บาท)

·      Naked Complexion Bar รองพื้นในรูปแบบ “Stick foundation” การออกแบบรูปทรงที่เรียบง่าย สะดวก สบายต่อการใช้งาน ทำให้การเสริมลุคของคุณดูง่ายและไม่ยุ่งยาก เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณผู้ชายยุคใหม่ในปัจจุบัน (มี 5 เฉดสี 10g, ราคา 2,250 บาท)

·      Conceal Bar มอบการปกปิดและซ่อนความกังวลใจทางด้านผิวพรรณของคุณผู้ชายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย “Stick concealer” เพียงแค่การกดเบาๆด้วยปลายนิ้ว ก็สามารถมอบการปกปิดที่เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ สร้างความมั่นใจและเสริมความงดงามให้แก่ใบหน้า (มี 3 เฉดสี, 10g ราคา 1,900 บาท)

·      Contour Bar ผลิตภัณฑ์ที่จะสร้างมิติอันโดดเด่นให้แก่คุณผู้ชาย การเพิ่มเงาที่ช่วยทำให้โครงสร้างใบหน้าดูมีมิติและเฉียบคม มีเม็ดสีที่กลมกลืน สามารถผสานตัวเข้ากับสีผิวของคุณผู้ชายได้เป็นอย่างดี ช่วยสร้างเงาตามแนวโครงสร้างกระดูกบริเวณโหนกแก้ม กรอบหน้า และไรผมได้อย่างสวยงาม และดูเป็นธรรมชาติ (มี 2 เฉดสี 9g ราคา 1,900 บาท)

·      Eyebrow Stick ผลิตภัณฑ์ตกแต่งรูปคิ้วสำหรับท่านสุภาพบุรุษ ที่มาในรูปทรงที่เรียบง่าย สีสันอ่อนนุ่ม สะอาดสดใส แต่ทรงพลังในการสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมบุคลิกให้รู้สึกมั่นใจและทรงเสน่ห์ พกพาสะดวกและหยิบจับง่าย จึงทำให้ง่ายต่อการตกแต่งเพิ่มเติมในระหว่างวันที่มีกิจกรรมที่เร่งรีบ (มี 3 เฉดสี, 12g ราคา1,500 บาท Refill 650 บาท / Holder 850 บาท)

·      Gameface Kamokit แป้งฝุ่นอัดแข็งตกแต่งผิวพรรณสำหรับคุณผู้ชาย มอบการปกปิดที่โปร่งเบาดูเป็นธรรมชาติ ควบคุมความมัน และเบลอรูขุมขน เพื่อให้ผิวเรียบเนียน มอบความรู้สึกที่มั่นใจ (12g ราคา 2,750 บาท [Refill 1,450 บาท / Case 650 บาท Covert brush face 650 บาท])

ได้เวลาที่หนุ่มๆ จะเผยสไตล์ความเป็นตัวเองแบบไร้ขีดจำกัด ด้วยไอเท็ม FIVEISM x THREE ผลิตภัณฑ์ เมคอัพยอดนิยมสำหรับผู้ชายจากประเทศญี่ปุ่น สามารถช้อปได้แล้วทั้ง 4 สาขาในไทย ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, พารากอน และไอคอนสยาม  หรือผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ Line: FIVEISM และ Official Store: FIVEISMxTHREE

#FIVEISMThailand

#FIVEISMXTHREE

#Individuality

#LimitlessFreedom

เปิดฤดูกาล ‘มะยงชิด’ เสริมความอร่อยด้วย ‘ยูซุ’ กับ 8 เมนูสุดพิเศษ @Kyo Roll En

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676408

วันที่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 14:05 น.เปิดฤดูกาล ‘มะยงชิด’ เสริมความอร่อยด้วย ‘ยูซุ’  กับ 8 เมนูสุดพิเศษ @Kyo Roll En

ชวนเติมความหวานต้อนรับซัมเมอร์ Kyo Roll En รังสรรค์เมนูพิเศษจากสุดยอด 2 ผลไม้ตามฤดูกาลไทย-ญี่ปุ่น ‘มะยงชิด’ สดๆ จากสวนจังหวัดนครนายก และ ‘ยูซุ’ ผลไม้ตระกูลส้มนำเข้าจากเมืองโคจิ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟ ความอร่อยสดชื่นในรูปแบบ โรลเค้ก ไอศกรีม และเครื่องดื่ม ตั้งแต่ 24 ก.พ. – 31 มี.ค. ศกนี้ ที่ Kyo Roll En ทุกสาขา

ซัมเมอร์เริ่มแล้ว Kyo Roll En รังสรรค์ 8 เมนูสุดพิเศษ มะยงชิด – Yuzu Season พลาดไม่ได้กับโรลเค้กประจำฤดูกาล ‘มะยงชิด – Yuzu โรล’ โรลเค้กลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นเนื้อนุ่มเบา สอดไส้เนื้อมะยงชิดสดๆ รสหวานฉ่ำกว่า 10 ลูก ดับเบิ้ลความอร่อย ด้วยครีมยูซุ ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ท็อปด้วยมะยงชิดสด ได้ทั้งรสเปรี้ยวอมหวานรวมไว้ในคำเดียวกัน หรือเลือกอร่อย ไปอีกขั้นกับ ‘มะยงชิด – Yuzu โรลเซ็ต’ เสิร์ฟพร้อมซอฟท์ครีมสูตร Signature ถ่านไม้ไผ่ญี่ปุ่น พร้อมการจัดแต่งจานด้วยครีมยูสุ และมะยงชิดสด

‘มะยงชิด – Yuzu Kakigori’ สดชื่นไปกับ ‘กรานิต้า’ ไอศกรีมเกร็ดคริสตัล2 สีสลับชั้น รส ‘ยูซุ’ และ” มะยงชิด” เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมโฮมเมดรสโยเกิร์ตไขมันต่ำ ท็อปปิ้งโยเกิร์ต ‘ป๊อป’ และส้มมิกัน

‘มะยงชิด Granita’ อร่อยเต็มคำ…สดชื่นเต็มแก้ว เมนูสุด Lite! สาย Healthy ต้อง Love กับกรานิต้าทำจาก มะยงชิดสด 100% ทานคู่มะยงชิดสดเต็มๆ คำ หอมอร่อยสดชื่นได้ไม่เสียหุ่น ราคาเพียง 95 บาท

ปิดท้ายด้วย 2 เครื่องดื่มดับกระหายคลายร้อน ‘Yuzu Fromage Smoothie’ สดชื่นด้วย ‘ยูซุ’ ปั่นจากน้ำยูซุสดๆ ผสมชีส ‘มาสคาโปน’ ท็อปด้วยมะยงชิดเจลลี่เนื้อหนึบ กลิ่นหอม หวานมัน เข้ากันอย่างลงตัว และ ใหม่! มะยงชิด ‘Pop Smoothie’ ปั่นด้วยเนื้อมะยงชิดสด ท็อปด้วยมะยงชิดและโยเกิร์ต ‘ป๊อป’ ระเบิดในปาก!

นอกจากนี้ ยังมีเมนูยอดนิยมอย่าง ‘Yuzu Frozen Soft Cream’ ซอฟท์ครีมพรีเมียมรส ‘ยูซุ’ และ ‘Yuzu Miso Mochi Cookie’ คุกกี้สไตล์ญี่ปุ่น สอดไส้ด้วย ‘โมจิ’ รสยูซุ ผสมรสเค็มเล็กน้อยของ ‘มิโสะ’ …ยืดให้สุด อร่อยไม่หยุดกับคุกกี้ไส้โมจิ!

พิเศษกับโปรโมชั่น “1 แถม 1” สุดคุ้ม!! เพียงซื้อ ‘มะยงชิด – Yuzu’ 1 โรล แถมฟรีอีก 1 ชิ้น (มูลค่า 170 บาท)

อร่อยสดชื่นไปกับเมนูของหวานที่ใช้ผลไม้ขึ้นชื่อจากไทยและญี่ปุ่น ตั้งแต่ 24 ก.พ. – 31 มี.ค. ศกนี้ ที่ Kyo Roll En ทุกสาขา  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/KyoRollEn และ IG :@kachabros