เตรียมเฮ! Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบจับมือ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษ ‘HAPPINESS’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675882

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 13:28 น.เตรียมเฮ! Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบจับมือ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษ ‘HAPPINESS’

เซเลบริตี้ไทยรอช้อป เมื่อ Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบเตรียมเยือนไทยผ่านการคอลลาบอเรชันกับแบรนด์ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า ‘HAPPINESS’

วงการแฟชั่นไทยได้เตรียมกรี๊ดสนั่นเมืองอีกครั้ง เพราะดีไซเนอร์ตัวท็อปของวงการแฟชั่นโลก พร้อมควบตำแหน่งผู้ที่มีแฟนคลับเป็นเซเลบริตี้ชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Beyonce, Rihanna, Olivia Palermo ไปจนถึง Duchess of Cambridge อย่าง Markus Lupfer หรือ มาร์คัส ลุปเฟอร์ ได้ลงมือสเก็ตช์ชุดสวยๆ เพื่อส่งตรงให้เหล่าเอฟซีเมืองไทยได้อัพเดทแฟชั่นเก๋ๆ ต้อนรับซัมเมอร์นี้

โดยงานนี้ข่าววงในฟันธงมาแล้วจ้าว่าการคอลลาบอเรชันกับแบรนด์ไทยครั้งนี้ มาร์คัส ลุปเฟอร์ จะจับมือกับ Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยที่พยายามรังสรรค์และสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับวงการแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยพลาดในการคอลแลปกับดีไซเนอร์ระดับโลก ผ่านคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า ‘HAPPINESS’ โดยงานนี้ มาร์คัส งัดทุกกลเม็ด ทุกฝีมือที่มีมาถ่ายทอดพลังงานบวก และส่งต่อความรู้สึกที่ดีผ่านเสื้อผ้า ที่เน้นลายวาดในสไตล์ contemporary ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ดอกไม้ และความรัก มาเป็นเสื้อผ้าและแอกเซสซอรี

สำหรับ มาร์คัส ลุปเฟอร์ เป็นชาวเยอรมันและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Markus Lupfer ในปี 2542 หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ในลอนดอน และ ได้พัฒนาแบรนด์ของตนเองจนกลายเป็นฃแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดสินค้าแฟชั่นหรูหราระดับโลก ซึ่งจุดเด่นของมาร์คัสคือ เขาจะกำหนด ‘บรรทัดฐาน’ ใหม่และกำหนด ‘เทรนด์ใหม่’ อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญเสื้อผ้าและสินค้าของ  มาร์คัสจะถูกออกแบบให้คนรู้สึกถึงความ ‘feel good’ ที่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และความเฉลียวฉลาด ความมีเสน่ห์ที่น่าค้นหา มากไปกว่าการออกแบบ Markus Lupfer มีแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ในด้านงานฝีมือ และนวัตกรรมทั้งการเลือกใช้วัสดุ และเทคนิคการออกแบบ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และด้วยประสบการณ์กับผลงานของมาร์คัสทำให้เขาได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆมากมาย อาทิ New Generation Award ของ British Fashion Council ในปี 2544 และ รางวัลนักออกแบบยอดเยี่ยมแห่งปีจากงาน Prix de la Mode Awards ในประเทศสเปนในปี 2551 รวมถึงในปี 2010 เขาได้รับรางวัลนักออกแบบระดับนานาชาติแห่งปี จากรางวัลแฟชั่นสกอตแลนด์

หากจะว่าไปเอกลักษณ์และความโดดเด่นในการออกแบบ การใช้วัสดุ รวมถึงเทคนิคในการตัดเย็บต่างๆของ Markus Lupfer ก็มีความคล้ายคลึงกับ Jaspal ดังนั้นคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า HAPPINESS ที่พร้อมเปิดคอลเลกชันวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ เราคงได้เห็นเสื้อผ้าสวยๆ ออกสู่ตลาดแฟชั่นอย่างแน่นอน งานนี้เอฟซี Markus Lupfer และ Jaspal เตรียมชาร์ตแบตให้เต็มพร้อมรอชม LIVE ผ่าน Facebook Jaspal Official และเตรียมซีเอฟกันได้เลย … ได้ข่าวว่าสวยเจิดจรัสทุกแบบ ทั้งของผู้หญิง-ผู้ชาย และเด็กเลยทีเดียว

รวมที่สุด 6 เทศกาลและงานอีเวนต์ใหญ่ทั่วโลกปี 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/675923

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 18:03 น.รวมที่สุด 6 เทศกาลและงานอีเวนต์ใหญ่ทั่วโลกปี 2022

คิดถึงการไปเที่ยว รวม 6 เทศกาลและงานอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ทั่วโลกในปี 2022 ที่สายเที่ยวไม่ควรพลาด

ช่วงนี้หลายคนเริ่มมีความคาดหวังว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย และจะได้ออกไปท่องเที่ยวมากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา ซึ่งความคิดนี้ของผู้คนทั่วโลกก็เริ่มเป็นจริงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะขณะนี้แต่ละประเทศหรือเขตปกครองตนเองนั้นต่างค่อย ๆ เปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวเพิ่มแล้ว

ซึ่งหากใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศในปีนี้ และมองหากิจกรรมน่าสนใจเพื่อการเปลี่ยนมู้ดระหว่างเที่ยวอยู่ อโกด้า แนะนำไฮไลท์ 6 เทศกาลและงานอีเวนต์ทั่วโลก ตั้งแต่ตะวันออกมาจรถึงตะวันตก ที่จะช่วยทำให้ทริปต่าง ๆ ตลอดปีของทุกคนมีสีสันเป็นที่น่าจดจำมากขึ้น พร้อมทั้งทำให้การท่องเที่ยวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

สำหรับคนชอบอากาศเย็นถึงใจ – Winterlude 2022 – แคนาดา

ดื่มด่ำกับลมหนาว หิมะนุ่มสีขาว และประติมากรรมน้ำแข็งที่สวยงามได้ที่ Winterlude 2022 เทศกาลฤดูหนาว ณ เมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมในร่ม และกลางแจ้งแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายมากมาย ซึ่งเน้นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศิลปะ และการทำอาหารของแคนาดา ให้คนทุกเพศทุกวัยได้เข้าร่วม ใครที่อยากทำอะไรที่ตื่นเต้นหน่อย ลองไปเล่นสเก็ตบน Rideau Canal Skateway ที่เป็นทั้งลานสเก็ตน้ำแข็งตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมรดกโลกขององค์การยูเนสโก เทศกาลนี้มักจะจัดขึ้นในช่วงสามสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยปีนี้จะจัดขึ้นในเขตเมือง ออตตาวา-กาติโน ตั้งแต่วันนี้–21 กุมภาพันธ์ รีบไปก่อนหิมะจะหมด!

สำหรับคนชอบเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก – Expo 2020 Dubai – สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เอ็กซ์โประดับโลกอันน่าทึ่งนี้ เป็นการจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี ศิลปะ และวัฒนธรรมจาก 192 ประเทศ และอีกหลากหลายองค์กร พื้นที่ทั้งหมดของงานถูกสร้างขึ้นใหม่ในทะเลทราย ภายใต้หัวข้อ ‘เชื่อมความคิด สร้างอนาคต’ (‘Connecting Minds, Creating the Future’) และแบ่งออกเป็นสามเขต: ความคล่องตัว (Mobility), โอกาส (Opportunity) และความยั่งยืน (Sustainability) ที่มีกิจกรรม และการจัดแสดงมากมายให้ตื่นตาตื่นใจ เช่น ‘The Future of Food: Epohal Banquet’ – การทำอาหารตามจินตนาการในปีค.ศ. 2320 ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก AI, จุลชีววิทยา และอวกาศ และ ‘ Kaleidoscope’ – การจัดแสดงการผสมผสานเอฟเฟกต์แสง และทัศนศิลป์ยามค่ำคืนสุดตระการตา สามารถไปเยี่ยมชมกันได้ถึง 31 มีนาคม ค.ศ. 2022

สำหรับคนชอบธรรมชาติ และนวัตกรรมเพื่อโลกสีเขียว – Floriade Expo 2022 – เนเธอร์แลนด์

นิทรรศการพืชสวนระดับนานาชาตินี้ถือเป็นงานที่จะให้ความรู้ในด้านพืชพันธุ์ รวมถึงการใช้ชีวิตให้ยั่งยืนมากขึ้นได้อย่างดี ในบริเวณงานมีศาลาของกว่า 40 ประเทศ ที่จัดแสดงนวัตกรรมสีเขียวใหม่ ๆ ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย โดยนิทรรศการนั้นเปิดตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ผู้เข้าร่วมงานสามารถดมกลิ่น รวมถึงลิ้มรสของต้นไม้ และดอกไม้ที่สวยงาม ไปพร้อม ๆ กับรับฟังดนตรี และชื่นชมงานศิลปะที่มีสีสันของประเทศที่เข้าร่วมได้ หากใครต้องการความตื่นเต้นหน่อย ต้องลองขึ้นไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าเหนือสวนสาธารณะ ทั้งนี้หลังจากนิทรรศการเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ถึง 9 ตุลาคม พื้นที่จัดงานทั้งหมดในเมืองอัลเมียร์จะถูกพัฒนาใหม่ให้เป็นเขตเมืองสีเขียวชื่อ ‘Hortus’ เพื่อคนเนเธอร์แลนด์

สำหรับคนที่ชอบการย้อนเวลาไปสัมผัสอดีต – Inti Raymi 2022 – เปรู

ตื่นตาตื่นใจไปกับการเฉลิมฉลองทางศาสนาอันยิ่งใหญ่สำหรับ ‘Inti’ เทพแห่งดวงอาทิตย์ที่ทรงพลังที่สุดของอารยธรรมอินคา งานนี้ถูกจัดขึ้นให้ตรงกับช่วงครีษมายันในทวีปอเมริกาใต้ โดยจะมีเครื่องแต่งกายที่สวยงาม งานเลี้ยงหรูหรา รวมถึงการจำลองพิธีกรรมเคลื่อนขบวนไปยังป้อมปราการโบราณของชาวอินคาโบราณอย่างละเอียด เพื่อเป็นเกียรติแก่ Inti ผู้เข้าร่วมจะได้เห็น และสัมผัสถึงวัฒนธรรมพื้นเมืองของคนอเมริกาใต้ก่อนที่อิทธิพลของคนตะวันตกจะมาถึง ถ้าใครรู้สึกเต็มอิ่มกับเทศกาลแล้ว ก็ลองไปเดินเล่นชมซากปรักหักพังของเมืองเก่า ฟาร์มของคนในพื้นที่ และเส้นทางเดินเขาที่อยู่ในบริเวณโดยรอบ ในปีนี้เทศกาลจะจัดขึ้นที่เมืองกุสโกตั้งแต่วันที่ 21-24 มิถุนายน

สำหรับคนที่ชอบเต้นไปกับดนตรี และเครื่องแต่งกายหลากสีสัน – MassKara Festival – ฟิลิปปินส์

เทศกาลริมถนนที่มีชีวิตชีวาที่สุดในเมืองบาโคลอด หรือที่รู้จักในชื่อ เมืองแห่งรอยยิ้มนี้ เหมาะสำหรับใครที่อยากเคลื่อนไหวไปตามจังหวะดนตรีที่สนุกสนาน และปาร์ตี้กับคนในพื้นที่ หนึ่งในกิจกรรมหลักคือ การแข่งขันเต้นครั้งยิ่งใหญ่ที่นักเต้นในชุดสีสันสดใส และหน้ากากยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์จะวาดลวดลายที่น่าประทับใจให้ทุกคนได้ชม โดยหน้ากากยิ้มนี้เป็นเหมือนคำประกาศจากชาวบ้านว่า ไม่ว่าพวกเขาจะต้องความท้าทายะไร พวกเขาก็จะผ่านมันไปให้ได้เสมอ หลังจากได้เต้นจนเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาหาอะไรรองท้อง อย่างเมนูไก่ย่างชื่อดังของเมืองที่เรียกว่า ‘Chicken Inasal’ นอกจากนี้ยังกิจกรรมสนุก ๆ อีกมากมาย เช่น การประกวดนางงาม MassKara ปาร์ตี้ยามค่ำคืน และกีฬา ปีนี้งานจะจัดตลอดทั้งเดือนตุลาคม โดยกิจกรรมหลักจะมีขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม

สำหรับใครที่ชอบความมหัศจรรย์ของอารยธรรมอียิปต์ – พิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian อย่างเป็นทางการ – อียิปต์

ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 จะทำให้การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ต้องล่าช้ากว่าที่กำหนด แต่อัญมณีเม็ดงามของอียิปต์ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงกิซ่านี้ เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะกลายเป็นศูนย์พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุด ทันสมัยที่สุด และโด่งดังที่สุดในโลก เนื่องจากค่าก่อสร้างที่ปัจจุบันเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว แน่นอนว่าการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่นี้จะต้องเป็นงานที่ผู้คนทั่วโลกเฝ้ารอ โดยพิพิธภัณฑ์จะมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน และจะมีโบราณวัตถุประมาณ 100,000 ชิ้น ซึ่งอย่างน้อย 20,000 ชิ้น เป็นโบราณวัตถุที่ยังไม่เคยถูกนำไปจัดแสดงต่อสาธารณะชนที่ไหนมาก่อน รวมถึงเป็นที่เก็บสะสมศิลปวัตถุของตุตันคามุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก หนึ่งในไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ รูปปั้นขนาดมหึมาของรามเสสที่ 2 กษัตริย์องค์ที่สามของราชวงศ์ที่ 19 ของอียิปต์โบราณบริเวณทางเข้าพิพิธภัณฑ์

คุณภาพชีวิตที่ไม่อ่อนแรงของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/675894

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 14:35 น.คุณภาพชีวิตที่ไม่อ่อนแรงของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ SMA หนึ่งในโรคหายากในเด็กที่มีสาเหตุจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความท้อแท้หมดกำลังใจในการรักษา

การได้รับการรักษาที่เหมาะสมและคุณภาพชีวิตที่ดีที่ทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกตินับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอายุขัยที่นานขึ้น รวมทั้งการมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ SMA (Spinal Muscular Atrophy) หนึ่งในโรคหายากในเด็ก ที่มีสาเหตุจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนแรงที่กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความท้อแท้หมดกำลังใจในการรักษา อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย ยังมีการรักษาแบบองค์รวมอย่าง “ศูนย์โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงศิริราช” (Siriraj Center of Neuromuscular Disease) โดยผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ที่เรียกว่า “one stop service” เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดทางการรักษา ทำให้ครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการมาโรงพยาบาล

รศ.พญ.อรณี แสนมณีชัย กรรมการมูลนิธิโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ F)E)N)D) (Foundation to Eradicate Neuromuscular Disease) และอาจารย์ประจำสาขาระบบประสาทวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

รศ.พญ.อรณี แสนมณีชัย กรรมการมูลนิธิโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ F)E)N)D) (Foundation to Eradicate Neuromuscular Disease) และอาจารย์ประจำสาขาระบบประสาทวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า “SMA เป็นหนึ่งในชนิดของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั้งหมด มักพบในเด็กโดยเกิดจากพันธุกรรม ในประเทศไทยยังไม่มีการบันทึกจำนวนผู้ป่วยอย่างเป็นทางการ จากการสำรวจโดยแพทย์กุมารวิทยาเมื่อปี 2562 พบว่ามีประมาณ 170 กว่าราย หากดูจากความชุกของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด SMA ในเด็กจะอยู่ที่ 1 ต่อ 10,000 และอัตราการเกิดโรคของเด็กแรกเกิดจะอยู่ที่ 1 ต่อ 6,000 สำหรับผู้ป่วยนั้นจะประสบปัญหาความบกพร่องของกล้ามเนื้อที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวหรือการทำงานของอวัยวะในร่างกาย สำหรับการรักษาแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ การรักษาแบบเฉพาะเจาะจงโดยใช้ยาที่ช่วยปรับยีนที่บกพร่อง และการรักษาแบบองค์รวมหรือประคับประคองเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ศูนย์โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงศิริราชเป็นการอาศัยความร่วมมือจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขามาทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนการรักษาและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถกลับไปดูแลตัวเองที่บ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องมาพบแพทย์บ่อย”

“นอกจากนี้ ยังรวมถึงการสนับสนุนผู้ป่วยให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับเด็กที่สุขภาพแข็งแรงตามปกติด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกว่าพวกเขามีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตจนไม่สามารถออกไปเจอโลกภายนอกได้ เช่น พาผู้ป่วยไปสวนสนุก เมืองหิมะ หรือสถานที่ที่อยากไป อาจจัดเป็นการจับกลุ่มเด็กปกติให้มาร่วมกิจกรรมกับผู้ป่วย มีจับคู่กับเด็กปกติให้ช่วยดูแลระหว่างทำกิจกรรม และมีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ฯ เป็นพี่เลี้ยง ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยคลายความเครียด ลดความกดดัน และมีกำลังใจ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะช่วยเสริมประสิทธิภาพทางการรักษา และทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตในสังคมตามปกติมากที่สุดได้ด้วย” รศ.พญ.อรณี กล่าวเสริม

สำหรับผู้ป่วยการเรียนรู้และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตนย่อมเป็นสิ่งสำคัญควบคู่ไปกับการได้รับการดูแลจากแพทย์และบุคคลรอบข้าง การไม่ปิดกั้นตัวเองด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกแปลกแยก และใช้ชีวิตได้โดยไม่คิดว่าตนเป็นภาระให้คนในครอบครัว ผู้ดูแล หรือสังคม นอกจากนี้ ยังสามารถส่งต่อกำลังใจให้กับผู้ป่วยรายอื่น ๆ ต่อไปได้อีกด้วย เช่นเดียวกับ “น้องหม่อม” นางสาวศุภาพิชญ์ ชาติวิวัฒน์พรชัย ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดที่ 3 (Type 3) ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขณะนี้กำลังฝึกงานที่ศูนย์โรคกล้ามเนื้อศิริราช เพื่อช่วยเหลือน้อง ๆ ที่ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

นางสาวศุภาพิชญ์ ชาติวิวัฒน์พรชัย (น้องหม่อม) ผู้ป่วยโรค SMA นักศึกษา ปี4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และฝึกงาน ณ ศูนย์โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงศิริราช

“หม่อมเป็นโรค SMA Type 3 ที่ถือว่าเบาที่สุดแล้ว เท่าที่รู้คือเริ่มแสดงอาการตั้งแต่ช่วงเริ่มหัดเดิน แต่หม่อมก็ยังโชคดีที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลืออะไรมาก มีเพียงรถเข็นที่ต้องใช้บ้าง ส่วนผลกระทบในการใช้ชีวิตนั้นแน่นอนว่าย่อมมีข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดิน การออกกำลังกาย หรือกิจกรรมบางอย่างที่ต้องทำร่วมกับเพื่อน ๆ ซึ่งบางทีก็มีคำถามกับตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเรา แต่สิ่งที่ทำให้หม่อมมีกำลังใจคือครอบครัวที่สนับสนุนดีมาก ๆ หรือเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่หม่อมเจอเวลาไปพบคุณหมอที่เค้าอาการแย่กว่าเรา ก็ทำให้เราคิดได้และไม่ต้องรู้สึกแย่ตลอดเวลา นอกจากนี้ หม่อมก็พยายามทำอะไรต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น ๆ จนเกินไป รวมถึงความคิดที่จะทำอะไรที่เราได้ช่วยเหลือน้อง ๆ ที่ป่วยเหมือนเรา นั่นคือสิ่งที่หม่อมตั้งเป้าไว้ตั้งแต่เลือกสาขาที่จะเรียนจนได้มาฝึกงานที่ศูนย์ฯ นอกจากนี้ อีกสิ่งที่หม่อมอยากฝากไว้คือสำหรับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้น อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราสามารถเสริมสร้างสุขภาพกายและใจของเราให้เข้มแข็งได้ พร้อมไปกับการรับการรักษาจากคุณหมอ อย่างหม่อมเองตั้งแต่เด็กก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอมาต่อเนื่อง และหน่วยงานอย่างศูนย์ฯ หรือมูลนิธิฯ ที่หม่อมได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมช่วงฝึกงานก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วย หรือการได้ไปบอกเล่าแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเอง ก็ถือได้ว่าเราได้ช่วยหรือทำประโยชน์อะไรให้กับผู้ป่วยแบบเรา ก็ถือเป็นเรื่องดี ๆ ที่เราได้แบ่งปัน และเป็นการเพิ่มคุณค่าในการดำเนินชีวิตของหม่อมเองด้วย” นางสาวศุภาพิชญ์ (น้องหม่อม) กล่าว

“หมอคิดว่าผู้ป่วยจริงๆ มีความรู้สึกนึกคิดหรือสติปัญญาเหมือนคนปกติทุกอย่าง เพียงแค่มีข้อจำกัดทางร่างกายที่ทำให้อ่อนแรงหรือเดินไม่ได้เท่านั้นเอง ดังนั้น อยากเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยใช้ศักยภาพที่มีทั้งหมดให้ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมให้เกิดประโยชน์ที่สุด ทางแพทย์เองก็จะสนับสนุนให้พวกเขาสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มากที่สุด” รศ.พญ.อรณี กล่าวสรุป

สำหรับ “ศูนย์โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงศิริราช” (Siriraj Neuromuscular Disease) เป็นคลินิกรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กอายุ 1-18 ปี โดยการประสานความร่วมมือจากแพทย์และทีมสหวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ด้านระบบประสาทวิทยา แพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด แพทย์แผนไทยประยุกต์ นักโภชนาการ คุณครูการศึกษาพิเศษ นักดนตรีบำบัด เพื่อให้การมารักษาของผู้ป่วยได้ประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยครั้ง โดยเปิดให้บริการทุกวันศุกร์ที่ 3 ของทุกเดือน เวลา 8:00 – 12:00 น. ณ โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังทำงานในรูปแบบเครือข่ายร่วมกับมูลนิธิโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะและการเข้าสังคมให้กับผู้ป่วย รวมถึงการสนับสนุนจากโครงการ High Cost High Fund ของศิริราชมูลนิธิ ด้านค่าใช้จ่ายในการรักษา การเดินทาง และจัดหาอุปกรณ์เสริมการใช้ชีวิตประจำวันให้กับผู้ป่วย เช่น รถเข็นไฟฟ้า เครื่องช่วยยก เครื่องช่วยหายใจ เพื่อให้ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลดำเนินชีวิตได้สะดวกขึ้น และยังสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ตามสิทธิ คือ สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สวัสดิการการรักษาพยาบาลของต้นสังกัด และสิทธิรักษาพยาบาลผู้พิการ

ประธานสภารัสเซียเผยสหรัฐบังคับยูเครนเป็นศัตรูกับมอสโก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675922

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 18:02 น.ประธานสภารัสเซียเผยสหรัฐบังคับยูเครนเป็นศัตรูกับมอสโก

ประธานวุฒิสภารัสเซียโทษว่าสหรัฐบังคับให้ยูเครนเป็นปรปักษ์กับมอสโก

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า วาเลนตินา มัตวิเอนกา ประธานวุฒิสภาของรัสเซียเผยว่า เป็นไปไม่ได้ที่ยูเครนจะแก้ไขความสัมพันธ์กับรัสเซีย ตราบใดที่ทางการยูเครนยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลสหรัฐ

มัตวิเอนกาให้สัมภาษณ์กับ Parlamentskaya Gazeta หนังสือพิมพ์ของรัสเซียว่า หากประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเลือกฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย เขาจะถูกสหรัฐขัดขวางไม่ให้ทำเช่นนั้น

มัตวิเอนกากล่าวโทษว่ารัฐบาลสหรัฐต้องรับผิดชอบที่ความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนและรัสเซียตกต่ำลง เนื่องจากวอชิงตันไม่ปล่อยให้รัฐบาลยูเครนตัดสินใจด้วยตัวเอง

“ฉันมองว่าปัญหาหลักของความสัมพันธ์ของเรากับยูเครนคือ ยูเครนไม่มีอิสระในนโยบายในประเทศและต่างประเทศ ทางการเคียฟถูกกำกับโดยวอชิงตัน และความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับรัสเซียคือราคาที่ยูเครนต้องจ่ายสำหรับการอุปถัมภ์จากสหรัฐ” มัตวิเอนกาเผย และย้ำว่า สหรัฐมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของยูเครน

“แม้ว่าเคียฟจะต้องการเลือกเส้นทางที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเราเป็นปกติ แต่สหรัฐจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นง่ายๆ” มัตวิเอนกาเผย และเสริมว่า ตราบใดที่อเมริกายังคงใช้อิทธิพลของตนต่อไป ก็ไม่มีผู้นำยูเครนคนไหนให้เจรจาอย่างมีประสิทธิภาพด้วย”

ประธานวุฒิสภารัสเซียย้ำว่า “ในส่วนของเรา เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามกับยูเครน เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่มีทางเริ่มต้นขึ้น ไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ ไม่ใช่มะรืนนี้”

Photo by Gints Ivuskans and JIM WATSON / AFP

มหาเศรษฐีนักลงทุน Charlie Munger เปรียบ ‘คริปโต’ เป็น ‘กามโรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675905

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 16:00 น.มหาเศรษฐีนักลงทุน Charlie Munger เปรียบ 'คริปโต' เป็น 'กามโรค'

ชาร์ลี มังเกอร์ (Charlie Munger) มหาเศรษฐีนักลงทุนหนุนแบนคริปโต เชื่ออีกร้อยปีมูลค่า Bitcoin เหลือศูนย์

ชาร์ลี มังเกอร์ (Charlie Munger) มหาเศรษฐีนักลงทุนวัย 98 ปี คู่หูนักลงทุนระดับตำนานอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) กล่าวถึงคริปโตเคอร์เรนซีอีกครั้งในระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท Daily Journal ในลอสแองเจลิสที่เขาดำรงตำแหน่งประธานมาหลายทศวรรษ

“ผมไม่ลงทุนในคริปโตอย่างแน่นอน และผมก็ภูมิใจที่ผมหลีกเลี่ยงมัน มันเหมือนกับกามโรค หรืออะไรสักอย่าง” มังเกอร์กล่าว

โดยมองว่าสหรัฐควรดำเนินการแบนคริปโตเคอร์เรนซีเหมือนอย่างที่จีนทำ “ผมหวังว่ามันจะถูกแบนทันที และผมชื่นชมที่จีนแบนมันแล้ว”

พร้อมกล่าวถึงการที่ธนาคารกลางสหรัฐจะเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ว่าในมุมมองของเขาเรามีสกุลเงินดิจิทัลอยู่แล้ว ซึ่งก็คือ “บัญชีธนาคาร”

โดยตั้งข้อสังเกตว่าสกุลเงินดิจิทัลถูกใช้ในประโยชน์ในทางผิดกฎหมาย อย่างเช่น การกรรโชกทรัพย์ ลักพาตัว และการเลี่ยงภาษี

ทั้งนี้ มังเกอร์เป็นอีกคนหนึ่งที่มีจุดยืนต่อต้านคริปโตเคอร์เรนซีมาโดยตลอด โดยชี้ให้เห็นถึงการขาดกฎระเบียบ และความผันผวนที่รุนแรง นอกจากนี้มังเกอร์ยังเคยวิจารณ์สกุลเงินดิจิทัลว่าเปรียบเสมือนกับ “ยาเบื่อหนู”

ในปีที่แล้วมังเกอร์ยังไม่พอใจในความสำเร็จของ Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด โดยมองว่ามันเป็นสินทรัพย์ที่ไร้ค่า ไม่มีมูลค่าอื่นใดนอกจากการเก็งกำไร และยังคาดการณ์ว่าในอีก 100 ปีข้างหน้าราคาของ Bitcoin จะเหลือแค่ศูนย์

หลังจากที่ Bitcoin ทำสถิติสูงสุดที่กว่า 68,000 เหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว ก่อนที่จะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43,000 เหรียญสหรัฐในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม คำพูดของมังเกอร์สวนทางกับบริษัท Berkshire Hathaway ที่เขานั่งเก้าอี้รองประธาน ซึ่งได้ทุ่มเงิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐลงทุนใน Nubank ธนาคารดิจิทัลของบราซิลซึ่งสนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี

Photo by REUTERS/Lucy Nicholso/File Photo

อังกฤษชี้ปูตินอาจลากวิกฤตยูเครนออกไปอีกหลายเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675901

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 15:16 น.อังกฤษชี้ปูตินอาจลากวิกฤตยูเครนออกไปอีกหลายเดือน

ทางการอังกฤษชี้ผู้นำรัสเซียอาจลากวิกฤตยูเครนออกไปอีกหลายเดือน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย อาจลากวิกฤตยูเครนให้ยืดเยื้อออกไปอีกหลายเดือน เพื่อทดสอบความสามัคคีของตะวันตก

“ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ารัสเซียถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาคชายแดนที่ติดกับยูเครน” ทรัสส์ เขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph “การเสริมกำลังทหารของรัสเซียยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว”

“เราต้องไม่ถูกลวงตาว่ารัสเซียสามารถลากสิ่งนี้ออกไปได้อีกโดยใช้วิธีการไร้ยางอาย เพื่อจะใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนล้มล้างยูเครนและท้าทายความสามัคคีของตะวันตก” ทรัสส์ระบุ

Photo by Sergey BOBOK / AFP

อดีตหัวหน้า MI6 ชี้รัสเซียไม่บุกยูเครน ตะวันตกปั่นกันเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675898

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 14:46 น.อดีตหัวหน้า MI6 ชี้รัสเซียไม่บุกยูเครน ตะวันตกปั่นกันเอง

อดีตหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษเผยรัสเซียไม่เคยมีเจตนาบุกยูเครนอย่างที่ฝั่งตะวันตกปั่น

เวอร์ จอห์น ซาวเออร์ส อดีตหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษ (MI6) ให้สัมภาษณ์กับ BBC Radio 4 ว่า เขาเชื่อว่ารัสเซียไม่เคยมีเจตนาบุกยูเครน และบรรดาผู้นำตะวันตกกล่าวถึงกรณีดังกล่าวแบบเกินจริง

“ผมไม่คิดว่าประธานาธิบดีปูตินจะตัดสินใจบุกยูเครน และจริงๆ แล้วผมคิดว่ามันคงเป็นเส้นทางที่เสี่ยงมากหากเขาจะทำ ผมคิดว่าความเสี่ยงของการจู่โจมเต็มรูปแบบ…ไม่สูงอย่างที่รัฐบาลตะวันตกบางรัฐบาลว่าไว้ แต่ผมคิดว่าความเสี่ยงนั้นลดลงแล้ว”

ซาวเออร์สเผยอีกว่า ปูตินได้เตือนความจำยุโรปว่าพวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพาแก๊สจากรัสเซียมากแค่ไหน

“ผมคิดว่าประธานาธิบดีปูตินคงจะคิดว่าเขานำหน้าในประเด็นนี้ และเขายังมีทางเลือกทางทหารอีกมากมายที่เขาสามารถใช้กับยูเครน” อดีตหัวหน้า MI6 กล่าว

Sputnik/Sergey Guneev/Kremlin via REUTERS

ทวิตเตอร์ของนักสกีทีมชาติสหรัฐถูกระงับหลังชมจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675881

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 13:19 น.ทวิตเตอร์ของนักสกีทีมชาติสหรัฐถูกระงับหลังชมจีน

บัญชีทวิตเตอร์ของนักสกีทีมชาติสหรัฐถูกระงับหลังเอ่ยชมการจัดโอลิมปิกของจีน

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า แอรอน บลังค์ นักกสีทีมชาติสหรัฐวัย 25 ปี อ้างว่าบัญชีทวิตเตอร์ของเขาถูกระงับหลังจากเอ่ยปากชมการจัดการในหมู่บ้านนักกีฬาของจีนว่ายอดเยี่ยมมาก และวิพากษ์วิจารณ์การรายงานข่าวการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว

บลังค์เผยระหว่างแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “พวกเขาทำงานได้ยอดเยี่ยมมากด้วยมาตรการโควิดทั้งหมด ผมไม่รู้จริงๆ ว่าจะคาดหวังอะไร อยู่ที่สหรัฐคุณคงเคยได้ยินข่าวที่ไม่ดีมาบ้าง และนั่นมันไม่จริงเลย มันประหลาดมาก”

บลังค์ยังเผยอีกว่า “ทุกคน ตั้งแต่สตาฟฟ์ เจ้าหน้าที่ตรวจโควิด ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวก มันคือหนึ่งในโอลิมปิกที่ดีกว่าที่พวกเราเคยไปมา”

นักสกีทีมชาติบอกต่อว่า หลังจากนั้นบัญชีทวิตเตอร์ของเขาก็ถูกระงับ เขาจึงใช้ช่องทางอินสตาแกรมในการตั้งคำถามถึงการตัดสินใจของทวิตเตอร์ ด้วยการรีโพสต์คอมเม้นต์ของแฟนคลับที่บอกว่า “แอรอน บลังค์ ออกมาพูดความจริงและถูกลงโทษโดยรัฐบาลของตัวเอง”

บลังค์ยังแชร์ทวีตทวีตหนึ่งที่กล่าวหาว่ารัฐบาลสหรัฐอยู่เบื้องหลังการระงับบัญชีทวิตเตอร์ของบลังค์ที่บอกว่า “ทวิตเตอร์ดำเนินการตามคำสั่งของกลุ่มคนตะวันตกที่รวมตัวกันเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง (อยู่เหนือประธานาธิบดีสหรัฐ) และดำเนินการระงับบัญชีทวิตเตอร์ของนักกีฬาชาวสหรัฐ #Aaronblunck แอรอนบอกว่าเรื่องแย่ๆ ที่ได้ยินจากโอลิมปิกฤดูหนาวปักกิ่งเป็นข่าวปลอม การลงโทษมาเร็วแฮะ”

ทว่า South China Morning Post รายงานว่า จากการสืบค้นพบว่าบัญชีของบลังค์ถูกระงับตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว และเมื่อถูกถามถึงการระงับบัญชีของบลังค์ ทวิตเตอร์ชี้แจงว่า “การระงับเกิดจากความผิดพลาดและได้ปลดล็อกเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้น”South China Morning ระบุว่า นอกจากคำชมจากบลังค์แล้ว ยังมีนักกีฬาสหรัฐอีกหลายคนที่ปลื้มการจัดงานของจีน อาทิ อเล็กซ์ เฟอร์เรรา เพื่อนร่วมทีมของบลังค์บอกว่า “ผมคิดว่าผู้คนและเจ้าหน้าที่ในหมู่บ้านโอลิมปิกทุกคนจริงใจและใจดีมาก พวกเขาเป็นสังคมที่มีความสุข มันดีมากเลย”

เช่นเดียวกับ เทสซา มอด ที่แชร์เรื่องราวเบื้องหลังการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวผ่านคลิปวิดีโอให้แฟนคลับได้ดู นักสโนว์บอร์ดสาวเล่าว่า เธอถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความดีใจที่อาสาสมัครมาต้อนรับเธอ

“อาสาสมัครทุกคนน่ารักและใจดีมาก พวกเขายินดีมากที่พวกเรามาอยู่ที่นี่ เรารู้สึกถึงความยินดีต้อนรับ” มอดเผย และบอกอีกว่าเธอน้ำตาไหลทุกครั้งที่คิดถึงสตาฟฟ์ที่ดูแลเธอ

Photo by Ben STANSALL / AFP

เปิดข้อมูลใหม่ ชิ้นส่วนจรวดที่กำลังจะพุ่งชนดวงจันทร์ที่แท้มาจากจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675873

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 12:15 น.เปิดข้อมูลใหม่ ชิ้นส่วนจรวดที่กำลังจะพุ่งชนดวงจันทร์ที่แท้มาจากจีน

ข้อมูลใหม่จากนักดาราศาสตร์ ชิ้นส่วนจรวดที่กำลังจะพุ่งชนดวงจันทร์แท้จริงแล้วเป็นของจีน ไม่ใช่ SpaceX

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานข้อมูลใหม่จาก บิล เกรย์ นักดาราศาสตร์ผู้อยู่เบื้องหลัง Project Pluto ซอฟต์แวร์คำนวณวิถีโคจรของดาวเคราะห์น้อยและวัตถุอื่นๆ ในอวกาศซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก NASA ซึ่งออกมายอมรับว่าตนวิเคราะห์ข้อมูลผิดพลาด

หลังจากที่เกรย์กล่าวเมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า ชิ้นส่วนของจรวด Falcon 9 ของ SpaceX ที่ระเบิดออกเมื่อ 7 ปีก่อนและถูกทิ้งให้ลอยอยู่ในอวกาศหลังเสร็จสิ้นภารกิจ มีแนวโน้มพุ่งชนดวงจันทร์ในเดือนมี.ค. ด้วยความเร็วราว 9,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทว่า ล่าสุดเกรย์กล่าวว่าแท้จริงแล้วชิ้นส่วนจรวดดังกล่าวคือ 2014-065B ซึ่งใช้ขับเคลื่อนยานฉางเอ๋อ 5-T1 ที่สำนักงานอวกาศจีนส่งไปสำรวจดวงจันทร์ในปี 2014 โดยเชื่อว่าการพุ่งชนครั้งนี้จะไม่รุนแรงนัก

โจนาธาน แมคโดเวลล์ นักดาราศาสตร์จากศูนย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียน ระบุว่า ความผิดพลาดครั้งนี้ตอกย้ำถึงปัญหาในการขาดการติดตามวัตถุในห้วงอวกาศอย่างเหมาะสม ซึ่งตนเห็นด้วยกับข้อมูลล่าสุดของเกรย์ และค่อนข้างมั่นใจว่าจรวดที่จะพุ่งชนดวงจันทร์ในเดือนมี.ค. คือจรวดจากจีน

อย่างไรก็ตาม แมคโดเวลล์กล่าวว่าการระบุแหล่งที่มาของขยะอวกาศแต่ละชิ้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และมีโอกาสผิดพลาดได้

ด้านองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (NASA) กล่าวเมื่อปลายเดือนม.ค. ว่าจะใช้ยานสำรวจที่โคจรรอบดวงจันทร์ หรือ Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) เพื่อสังเกตหลุมบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่ถูกจรวดพุ่งชน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้น

ทั้งนี้ เกรย์กล่าวกับเอเอฟพีเมื่อเดือนที่แล้วว่า “ผมติดตามวิถีโคจรของขยะอวกาศประเภทนี้มาประมาณ 15 ปีแล้ว และนี่คือปรากฏการณ์ชนดวงจันทร์โดยไม่ได้ตั้งใจครั้งแรกที่ผมเคยเจอ”

พร้อมเสริมว่าในอนาคตจะมีปรากฏการณ์ชนดวงจันทร์โดยไม่ได้ตั้งใจมากขึ้นอีก เนื่องจากภารกิจด้านอวกาศของสหรัฐและจีนมีมากขึ้น ส่งผลให้มีขยะอวกาศถูกทิ้งในวงโคจรมากขึ้น

Photo by Federico PARRA / AFP

สหรัฐชี้รัสเซียยังไม่ถอนกำลังทหาร แถมเพิ่มอีก 7,000 นาย

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 11:10 น.สหรัฐชี้รัสเซียยังไม่ถอนกำลังทหาร แถมเพิ่มอีก 7,000 นาย

สหรัฐชี้รัสเซียแสร้งทำเป็นพร้อมเจรจา-ถอนกำลังทหาร แต่แอบระดมพลเพื่อทำสงคราม

บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 17 ก.พ. เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐระบุว่ากองกำลังรัสเซียระดมกำลังทหารเพิ่มถึง 7,000 นาย ประชิดชายแดนยูเครน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกองกำลังรัสเซียประจำการในบริเวณดังกล่าวแล้วมากกว่า 100,000 นาย แม้ว่ารัสเซียจะประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะถอนกำลังทหารบางส่วนกลับฐานทัพ หลังเสร็จสิ้นภารกิจซ้อมรบ

เจ้าหน้าที่สหรัฐยังกล่าวอีกว่าท่าทีเปิดกว้างของประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียนั้นเป็นเพียงการเสแสร้ง ทำเหมือนว่าต้องการเจรจา ลดกำลังทหาร แต่แอบระดมพลเพื่อทำสงคราม และคาดว่ารัสเซียจะออกรายงานเท็จภายในไม่กี่วันข้างหน้าว่ารัสเซียถูกรุกราน เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการในการบุก

ด้านแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า คำพูดและการกระทำของรัสเซียนั้นสวนทางกัน สหรัฐไม่เห็นว่ารัสเซียได้ถอนกำลังทหารออกจากชายแดนยูเครน

ก่อนหน้านี้ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การนาโต เผยว่า ยังไม่เห็นว่าสถานการณ์มีทีท่าผ่อนคลายความตึงเครียด ตรงกันข้ามรัสเซียยังคงเสริมกำลังทหารต่อ และยังพร้อมบุกยูเครนได้ทุกเมื่อ

อย่างไรก็ตาม รัสเซียปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว และเมื่อวานนี้ (16 ก.พ.) กล่าวว่ามีทหารเดินทางกลับฐานทัพมากขึ้น หลังจากที่เสร็จสิ้นการซ้อมรบในไครเมีย

รัสเซียยังต่อว่าสหรัฐที่ออกคำเตือนว่ารัสเซียจะบุกยูเครนในระยะเวลาอันใกล้นี้ว่าเป็นการเพิ่มความตึงเครียดโดยไร้เหตุผล ซึ่งรัสเซียกล่าวมาโดยตลอดว่าพร้อมใช้แนวทางทางการทูตในการเจรจาเพื่อคลี่คลายวิกฤต และไม่มีแผนที่จะรุกรานยูเครนแต่อย่างใด แต่นาโตต้องให้การรับรองว่ายูเครนจะไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก

Photo by VIKTOR DRACHEV / AFP