รัฐบาลประเทศต่างๆ วอนให้พลเมืองตนออกจากยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675563

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 09:55 น.รัฐบาลประเทศต่างๆ วอนให้พลเมืองตนออกจากยูเครน

ด้วยความกลัวว่ารัสเซียจะรุกรานยูเครน หลายประเทศจึงเรียกร้องให้พลเมืองของตนออกจากที่นั่นและกำลังลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทางการทูตของตน

– เรียกร้องให้ออกจากยูเครน –

ในบรรดาประเทศที่เรียกร้องให้พลเมืองออกจากยูเครน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ แคนาดา นอร์เวย์ เอสโตเนีย ลิทัวเนีย บัลแกเรีย สโลวีเนีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อิสราเอล ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

– วอนไม่ให้เดินทางไป –

ฝรั่งเศสไม่แนะนำให้ประชาชนเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของยูเครน แต่ยังไม่ได้แจ้งให้พลเมืองของตนเดินทางออกนอกประเทศ

โรมาเนียซึ่งมีพรมแดนติดกับยูเครน ได้แนะนำอย่างยิ่งให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าว และให้ “ประเมินความจำเป็นที่จะอยู่อีกครั้ง” หากมีอยู่แล้ว

– การลดสถานะทางการฑูต –

มอสโกได้เรียกคืนเจ้าหน้าที่ทางการทูตบางคนของตน โดยกล่าวว่าพวกเขากลัว “การยั่วยุ”

สหรัฐฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตส่วนใหญ่ของตนออกจากกรุงเคียฟ โดยกล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียสามารถเริ่มต้นได้ “ณ วันใดก้ได้” รัฐบาลสหรัฐจะเปิดสถานกงสุลในเมืองลวีฟทางตะวันตกของยูเครน

แคนาดากำลังปิดสถานทูตในกรุงเคียฟชั่วคราว ย้ายปฏิบัติการทางการทูตไปยังเมืองลวีฟ เช่นเดียวกับออสเตรเลีย

สหภาพยุโรปแนะนำบุคลากรทางการทูตที่ไม่จำเป็นในเคียฟ เดินทางออกจากประเทศยูเครนและทำงานจากต่างประเทศ

โรมาเนียได้ถอนบุคลากรที่ไม่จำเป็นออกจากสถานทูตในเคียฟแล้ว และอิสราเอลได้อพยพครอบครัวของนักการทูตและเจ้าหน้าที่ของสถานทูต

– เที่ยวบินถูกระงับ –

สายการบิน KLM ของเนเธอร์แลนด์ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าได้ระงับเที่ยวบินไปยังยูเครนจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม

แต่กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าประเทศจะเปิดน่านฟ้าของตนไว้แม้จะมีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะรุกราน

Photo – บคลากรขององค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) รวมตัวกันที่สถานีรถไฟเพื่อขึ้นรถไฟไปยังกรุงเคียฟขณะออกจากเมืองครามาตอสก์ ในภูมิภาคโดเนตสก์ ระเทศยูเครน 13 กุมภาพันธ์ 2022 REUTERS / Vyacheslav Madiyevskyy

สิ้นสุดยุคแห่งการสวมหน้ากากในสแกนดิเนเวีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675528

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 15:10 น.สิ้นสุดยุคแห่งการสวมหน้ากากในสแกนดิเนเวีย

นอร์เวย์กลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดคำสั่งการเว้นระยะห่างทางสังคมขั้นสุดท้าย

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายกรัฐมนตรีเมตต์ เฟรเดอริคเซ่นแห่งเดนมาร์กประกาศยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เช่น คำสั่งสวมหน้ากาก ความจำเป็นในการแสดงบัตรผ่านสุขภาวะจากโรคโควิด-19 เพื่อเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ และยกเลิกการปิดไนท์คลับ ทำให้เดนมาร์กเป็นประเทศแรกๆ ที่อยุ่ร่วมกับโควิด “จริงๆ” โดยเฉพาะการเลิกสวมหน้ากากอันเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่เรียกว่า “นิวนอร์มอล” 

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ สวีเดินเดินตามรอยเดนมาร์กด้วยการ “ประกาศชัยชนะเหนือโควิด” ต่างกันตรงที่สวีเดนไม่เคยออกคำสั่งให้ผู้คนสวมหน้ากากในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นๆ แนะนำให้ใส่เฉพาะบางสถานการณ์เท่านั้น

ล่าสุด นอร์เวย์ยกเลิกข้อจำกัดโควิดขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ โดยเลิกเว้นระยะห่างทางสังคมและสวมหน้ากากในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน แม้ว่าจะมีการติดเชื้อ Omicron เพิ่มขึ้น

“มาตรการกำลังหายไป เรากำลังยกเลิกคำแนะนำเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคม” นายกรัฐมนตรีโยนัส กาฮ์ร สเตอร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในงานแถลงข่าว

“ตอนนี้เราสามารถเข้าสังคมได้เหมือนเมื่อก่อน ทั้งในสถานบันเทิงยามค่ำคืน ในงานวัฒนธรรม และในโอกาสทางสังคมอื่นๆ และระหว่างทางไปและกลับจากที่ทำงานด้วยรถประจำทาง รถไฟ และเรือข้ามฟาก” เขากล่าว

นอร์เวย์ยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดอื่นๆ เกือบทั้งหมดเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งรวมถึงการทำงานทางไกล การจำกัดขนาดฝูงชน และการจำกัดการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบาร์และร้านอาหาร

ข้อกำหนดในการแยกตัวเป็นเวลา 4 วันหลังจากการทดสอบโควิดมีผลเป็นบวก ถูกลดระดับเป็นข้อเสนอแนะเท่านั้น และไม่ต้องให้เด็กที่มีอาการระบบทางเดินหายใจตรวจหาเชื้อโควิดอีกต่อไป

นายกรัฐมนตรีโยนัส กาฮ์ร สเตอร์เน้นย้ำว่า “การแพร่ระบาดยังไม่สิ้นสุด” และแนะนำให้ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ฝึกเว้นระยะห่างทางสังคมและสวมหน้ากากซึ่งไม่สามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้

สถาบันสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์ (FHI) กล่าวว่าประเทศยังไม่เห็นจุดสูงสุดของคลื่นการระบาดจากเชื้อ Omicron แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

คามิลลา สตอลเทนแบร์ก ผู้อำนวยการหน่วยงานกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าจำนวนการรักษาในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อ ได้เพิ่มขึ้น 40% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ณ วันศุกร์ นอร์เวย์มีผู้ป่วย 986,851 รายและเสียชีวิตจากไวรัส 1,440 ราย โดยประชากรมากกว่า 91 เปอร์เซ็นต์ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 โด๊ส

FHI ประมาณการว่าสามถึงสี่ล้านคนจากประชากร 5.4 ล้านคนอาจติดเชื้อในช่วงซัมเมอร์นี้

Photo – Birk Ruud ของนอร์เวย์ฉลองการชนะการแข่งขันฟรีสไตล์สกีชาย ในรอบชิงชนะเลิศระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 ที่ปักกิ่งที่ Big Air Shougang ในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2022 (ภาพโดย SEBASTIEN BOZON / AFP)

 

เคล็ดลับเติมพลัง “ LOVE & LUCK” ให้อบอวลทั่วบ้านรับวาเลนไทน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675518

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 12:50 น.เคล็ดลับเติมพลัง “ LOVE & LUCK” ให้อบอวลทั่วบ้านรับวาเลนไทน์

จัดบ้านให้เข้าที่…แล้วความรักจะเข้าทาง!! ส่องเคล็ดลับการแต่งบ้านจัดเต็มด้วยโทนสี การดีไซน์ และใช้ไอเท็มช่วยจัดการสวยเป็นระเบียบ โดยปรับโฉม 3 โซนเพิ่มความสวีท เติมพลัง“LOVE & LUCK ”ให้ดีต่อใจ จะมีมุมไหน… ตามมาดูกันเลย

ห้องนั่งเล่น (ที่ไม่ได้มาเล่นๆ) กับการ Shading โทนสีห้องห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่สมาชิกในครอบครัวใช้เวลาร่วมกันมากที่สุดเทรนด์การใช้โทนสีไล่ระดับ (Shading) เพื่อสร้างแพทเทิร์นบนผนัง ช่วยสร้างความแปลกใหม่และบรรยากาศที่ไม่จำเจ และสำหรับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ควรคำนึงถึง “หลักการเลขคู่” จะแบบคู่รัก คู่พี่น้อง ลองหาโซฟานั่งสบาย สีสันสดใส สีชมพู สีแดง พร้อมโต๊ะข้างวางโชว์แจกันจัดแต่งดอกไม้เพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวา บางมุมรีแลกซ์สามารถเปลี่ยนมุมโซฟามานั่งบนพรมสีหวานๆ หรือหาเบาะรองนั่งมาเอนตัวอ่านหนังสือก็ชิวไปอีกแบบ ตกแต่งผนังห้องด้วยรูปภาพสื่อความหมายดีๆ อย่างภาพใบกิงโกะ สัญลักษณ์แห่งความรักแฮปปี้เอนดิ้ง  หรือเติมภาพนกยูงคู่เสริมความรัก ความสุข ให้รักหวานชื่นยาวนาน หรือจะหาชั้นวางของมาตั้งเสริม กล่องเก็บของไม่ให้กระจัดกระจายรกห้อง ยิ่งช่วยจัดระเบียบเสริมความสวีทหวานไม่ให้วุ่นวายได้อย่างลงตัว

สาดเครื่องปรุงลงอาหารฉันใด จงสาดสีสันลงในครัวฉันนั้น!! ใครว่าห้องครัวต้องใช้เฉพาะสีหม่นหรือสีเอิร์ทโทน…วาเลนไทน์ปีนี้ลองมาเปลี่ยนให้รู้สึกสนุกมากยิ่งขึ้น เนรมิตห้องครัวและห้องทานข้าวให้เป็นวันพิเศษมื้อพิเศษในทุกๆวัน ด้วยการใช้ “คู่สีสเปคตรัม” (Color Spectrum) สีโทนสดใสและร้อนแรงมาตัดกัน สร้างอารมณ์สนุกกับกิจกรรมภายในครัว  อย่าลืมจัดวางอุปกรณ์ครัว  ชุดจาน ชามช้อมส้อม ให้เป็นระบบ เรียงวางในชั้นให้เป็นระเบียบ ใช้ชั้นวางแบบล้อลากจัดกรุ๊ปของใช้ และลากใช้งานลื่นไหลไม่สะดุดสะดวกสุดๆ   เติมความหวานด้วยการช่วยกันทำอาหารและจัดอาหารมื้อพิเศษใส่จานสีสดใส รับรองว่าความรักอวบอวลไปทุกอณูในมื้ออาหารสุดแสนพิเศษนี้แน่นอน!!

พาสเทลใสๆ เป็นระเบียบละมุนหัวใจ กับห้องนอนแนวมินิมอล เติมความหวานไม่มีวันหยุด เพราะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เทรนด์การตกแต่งห้องนอนปี 2022 ยอดฮิต คือการสร้างบรรยากาศการนอนที่สุขสงบ ด้วยชุดเครื่องนอนที่ใช้โทนสีคู่พาลเทล ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์  หรือข้าวของไม่ควรวางกระจัดกระจาย จัดทุกอย่างให้เข้าที่เข้ามุม ลองแต่งห้องนอนสไตล์ Minimalist ด้วยโทนสีขาว เป็นตัวแทนของความเรียบง่าย มอบความรู้สึกสงบ หรืออาจนำเครื่องหอมมาสร้างบรรยากาศหวานละมุน ช่วยให้คู่รักและสมาชิกในครอบครัวสู่การพักผ่อนอย่างแท้จริง

เลือกช้อปไอเทมเด็ดแต่งบ้านเสริมพลัง LOVE & LUCK รับพลังบวกในเดือนแห่งความรัก ใน “เทศกาลจัดบ้านแห่งปี” “LET’S ORGANIZE” เริ่มแล้ววันนี้ – 23 ก.พ. 2565 ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขาทั่วประเทศ หรือช้อปง่ายๆ ผ่านช่องทาง Online ที่ www.indexlivingmall.com สอบถามโทร 1379  

Burberry บอกเล่าความเป็นตัวตนผ่านแคมเปญ Spring/Summer 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675515

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 11:33 น.Burberry บอกเล่าความเป็นตัวตนผ่านแคมเปญ Spring/Summer 2022

Burberry เผยความเป็นตัวตนผ่านแคมเปญประจำฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน 2022 กับคอลเลกชั่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอ่อนเยาว์และเย้ายวน

ยลโฉม Burberry Spring/Summer 2022 คอลเลกชั่นเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีที่นำดีเอ็นเอ และความโดดเด่นของแบรนด์จากหลายมุมมองมาตีความผ่านศิลปะเฉพาะบุคคล นับเป็นสะพานเชื่อมระหว่างช่างภาพทั้งสอง ภาพต้นฉบับจากสตูดิโอโดย Mert และ Marcus ให้อารมณ์ตรงกันข้ามกับภาพที่ดูคุ้นเคย และภาพแคนดิดโดยช่างภาพ Chris Rhodes ซึ่งเป็นภาพถ่ายแบ็คสเตจในระหว่างการนำเสนอคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนปี 2022 การรับรู้ที่แตกต่างกันทำให้คอลเลกชั่นสามารถเปลี่ยนแปลงในมุมมองที่แตกต่างเฉกเช่นเดียวกัน

คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนปี 2022 โดย Riccardo Tisci นับเป็นการสำรวจแนวคิดเกี่ยวกับอัตลักษณ์ด้วยการเล่าเรื่องเกี่ยวกับความเป็นผู้หญิง และความเป็นผู้ชาย โดยเน้นสุนทรียภาพ และพลังของการแสดงออก คอลเลกชั่นนี้ถือเป็นการท้าทายที่นำเอาซิลลูเอทแบบดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์มาแยกส่วน และสร้างขึ้นมาใหม่ในซิลลูเอทที่แข็งแกร่งและโดดเด่น ถือเป็นคอลเลกชั่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอ่อนเยาว์ และเย้ายวน

นับเป็นคอลเลกชั่นที่นำเสนอความสนุกสนาน และความมีชีวิตชีวาด้วยการรวบรวมเหล่านางแบบ และนายแบบเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน และเน้นที่รูปทรงและรายละเอียดที่ชัดเจน ภาพลักษณ์จากทัศนคติที่มั่นใจ – เสรีภาพในการแสดงออก ความแข็งแกร่ง และทรงพลัง

หมอแนะแนวทางการดูแลสุขภาพที่ดีต่อใจให้คนใกล้ตัวช่วงวาเลนไทน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/675520

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 13:05 น.หมอแนะแนวทางการดูแลสุขภาพที่ดีต่อใจให้คนใกล้ตัวช่วงวาเลนไทน์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน แนะแนวทางการดูแลสุขภาพที่ดีต่อใจให้คนใกล้ตัวช่วงวาเลนไทน์นี้

เพราะหัจใจจำเป็นต้องได้รับการดูแล ฟิลิปส์ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ ตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจ จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้แก่ประชาชน เพราะโรคหัวใจเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้ป่วยอันดับต้นๆ

จากการรายงานสถิติขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2563 พบว่า กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนทั่วโลก หรือประมาณ 17.9 ล้านคน และจากสถิติในประเทศไทย พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 6 หมื่นราย โดยอุบัติการณ์ล่าสุดพบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน

รศ.พญ.ศริญญา ภูวนันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า “โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยมากเป็นอันดับ 3 รองจากโรคมะเร็ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือด 18,922 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน5 โดยโรคหัวใจที่สำคัญมีด้วยกันหลายประเภท ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด อาการของโรคหัวใจ มีได้ตั้งแต่ไม่มีอาการเลยไปจนถึงอาการเหนื่อยหอบง่าย นอนราบแล้วอึดอัดต้องลุกขึ้นมานั่งช่วงกลางคืน เจ็บหน้าอกซึ่งมีลักษณะเฉพาะ ใจสั่นเต้นเร็ว หรือเป็นลมหมดสติที่ไม่ได้เกิดจากการเป็นลมแดด หรือการยืนนาน หรืออาจถึงกับเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่มีอาการนำมาก่อนเลยก็ได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบอย่างแท้จริง”

การรักษาโรคหัวใจในแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการรักษาโรคหัวใจคือต้องวินิจฉัยให้ได้ว่าเป็นโรคหัวใจประเภทไหน และรุนแรงระดับใด (มาก ปานกลาง น้อย เป็นต้น) และการวินิจฉัยดังกล่าวต้องมีความแม่นยำ เพราะอาจมีผลต่อชีวิตผู้ป่วยและการรักษาได้

“การซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการใช้หูฟังฟังเสียงหัวใจของแพทย์เป็นวิธีการนำมาซึ่งการวินิจฉัยโรคหัวใจ ที่ดี แต่บ่อยครั้งอาจไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมที่ละเอียดมากขึ้น ปัจจุบันมีการตรวจเพิ่มเติมทางด้านหัวใจหลายประเภท และมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกัน ดังนั้น ผู้ป่วยบางรายอาจต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมมากกว่าหนึ่งชนิด เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือ EKG; การตรวจวิ่งสายพานหรือ Stress Test; การตรวจทางภาพถ่ายรังสีแบบธรรมดา จนถึง เอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ หรือ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ CT scan cardiac MRI; การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ และการตรวจที่จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในการตรวจที่สำคัญที่สุด คือ การตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจขั้นสูง (Echocardiography)” รศ.พญ.ศริญญา อธิบายเพิ่มเติม

“อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอและการป้องกันการเกิดโรคหัวใจน่าจะดีกว่าการต้องมาตรวจรักษาอย่างแน่นอน ดังนั้น ประชาชนควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด มันจัด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคหัวใจได้” รศ.พญ.ศริญญา กล่าวทิ้งท้าย

การรุกยูเครนจะเกิดเมื่อไร? จับตาหลังนายกเยอรมันพบปูติน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675516

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 11:55 น.การรุกยูเครนจะเกิดเมื่อไร? จับตาหลังนายกเยอรมันพบปูติน

มีหลายกระแสคาดการณ์ถึงการรุกรานและสงครามยูเครน-รัสเซีย สื่อเยอรมนีชี้ว่มันจะเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้นำของพวกเขาไปพยายามโน้มน้าวไม่ให้สงครามเกิดขึ้น

สื่อของสหรัฐฯ และเยอรมันบางรายอ้างแหล่งข่าวกรองและเจ้าหน้าที่ว่า สงครามอาจเกิดขึ้นได้ ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนีสิ้นสุดการเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินที่กรุงมอสโก ในวันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์นี้

ผู้นำเยอรมนีมีกำหนดจะเดินทางไปยังกรุงเคียฟในวันจันทร์นี้ และเดินทางไปพบปะกับปูติน ในขณะที่ยุโรปพยายามเปิดช่องทางการสื่อสารกับรัฐบาลรัสเซียเอาไว้

ตามรายงานของ Spiegel หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐ CIA สันนิษฐานว่ารัสเซียสามารถบุกยูเครนได้เร็วที่สุดในวันพุธหน้า

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ Frankfurter Rundschau รายงานว่า หลังจากการโทรศัพท์หานักการเมืองระดับนานาชาติชั้นนำ รัฐบาลเยอรมันประเมินสถานการณ์ในยูเครนว่า “ซีเรียสมากๆ” อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องการยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมรัสเซียให้ลดระดับการเผชิญหน้าด้วยความพยายามทางการทูต

เยอรมนีมีอิทธิพลสูงในการเมืองยุโรป แต่เพราะเยอรมนีเกี่ยวข้องกับรัสเซียเรื่องก๊าวธรรมชาติ ทำให้ถูกมองว่าพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ กล่าวในสัปดาห์ในการประชุมสุดยอดไตรภาคีในกรุงเบอร์ลิน ผู้นำเยอรมนี ฝรั่งเศส และโปแลนด์ เรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการทำสงครามในยุโรป

โดยในการพบปะกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง และอันเดรเซย์ ดูดา นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ เรียกกองทหารรัสเซียที่ประชิดชายแดนยูเครนว่าเป็นสถานการณ์ที่ “น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง” และบอกว่า “เป้าหมายร่วมกันของเราคือการป้องกันการทำสงครามในยุโรป”

บรรดาผู้นำของยูเครนพยายามจะโน้มน้าวให้โลกอย่าคาดถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการทำสงครามแบบเบ็ดเสร็จ เนื่องจากผลกระทบที่สร้างความเสียหายจากความกลัวดังกล่าวที่มีต่อเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของประเทศและขวัญกำลังใจสาธารณะ

แต่บรรยากาศทั่วประเทศยังคงตึงเครียด

สำนักงานนายกเทศมนตรีในเคียฟ ระบุว่า ได้เตรียมแผนอพยพฉุกเฉินสำหรับผู้อยู่อาศัยในเมืองหลวง 3 ล้านคน เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน

รัสเซียเรียกทูตกลับ-สหรัฐอพยพเกือบทั้งหมดออกจากยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675507

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 10:36 น.รัสเซียเรียกทูตกลับ-สหรัฐอพยพเกือบทั้งหมดออกจากยูเครน

รวมถึงสหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลียก็ทำแบบเดียวกัน ขณะที่สหภาพยุโรปยังไม่ยอมถอนออกไป

เค้าลางไม่สู้ดีเริ่มชัด เมื่อรัสเซียเรียกกเจ้าหน้าที่ทางการทูตบางส่วนออกจากยูเครนเมื่อวันเสาร์

กระทรวงการต่างประเทศในกรุงมอสโกกล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นจากความกลัวว่า “อาจมีการยั่วยุจากรัฐบาลยูเครน”

แต่รัฐบาลสหรัฐและประเทศต่างๆ ในยุโรปพร้อมกับอิสราเอลกล่าวถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการรุกรานของรัสเซีย โดยประเทศเหล่านี้เรียกร้องให้พลเมืองของตนออกจากยูเครนโดยเร็วที่สุด

อังกฤษและสหรัฐ ถอนที่ปรึกษาทางการทหารส่วนใหญ่ออกจากยูเครน ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่ “เกือบทั้งหมด” ออกจากกรุงเคียฟ

ออสเตรเลีย ระบุว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สถานทูตที่เหลือทั้งหมดในเคียฟทำการอพยพ และแคนาดากล่าวว่ากำลังปิดสถานทูตชั่วคราว และย้ายการดำเนินงานไปยังเมืองลวีฟ ทางตะวันตกขอยูเครน

สายการบิน KLM ของเนเธอร์แลนด์ประกาศว่าได้ระงับเที่ยวบินพาณิชย์ไปยังยูเครนจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม

การแห่อพยพของบุคลากรของชาติตะวันตก ทำให้รัฐบาลยูเครนต้องร้องขอต่อพลเมืองของตนให้ “อยู่ในความสงบ”

“ขณะนี้ ศัตรูที่ใหญ่ที่สุดของประชาชนคือความตื่นตระหนก” ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวในการเยือนกองทหารที่ประจำการอยู่ใกล้คาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียทำการผนวกไปเมื่อปี 2014

ชาวยูเครนหลายพันคนฝ่าความหนาวเหน็บเพื่อเดินขบวนแสดงพลังในกรุงเคียฟ เพื่อแสดงความสามัคคีท่ามกลางความกลัวสงครามที่เพิ่มขึ้น

“ความตื่นตระหนกไร้ประโยชน์” มาเรีย เชอร์เบนโก นักศึกษาสาวกล่าวขณะที่ฝูงชนโบกธงสีฟ้าเหลืองของยูเครนและร้องเพลงชาติ “เราต้องสามัคคีและต่อสู้เพื่อเอกราช”

ขณะที่ชาติตะวันตกอพยพผู้คนและเจ้าหน้าที่ แต่สหภาพยุโรปไม่ได้ถอนเจ้าหน้าที่การทูตจากยูเครน หลังจากที่สหรัฐฯ เตือนว่ากองกำลังรัสเซียอาจบุกรุกได้ทุกเมื่อ

“สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกกำลังประสานงานรับแนวโน้มของภัยคุกคามในปัจจุบันต่อยูเครน สำนักงานการทูตของเรายังไม่ปิด พวกเขายังคงอยู่ในเคียฟ และดำเนินการต่อไปเพื่อสนับสนุนพลเมืองของสหภาพยุโรปและร่วมมือกับทางการยูเครน” โจเซฟ บอร์เรลล์ หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปกล่าวในแถลงการณ์

“เราขอย้ำว่าการรุกรานทางทหารต่อยูเครนที่จะเกิดขึ้นจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงและจะมีการตอบโต้ที่มีความเสียหายสูง” บอร์เรลล์กล่าว

Photo by Sergei SUPINSKY / AFP

 

รัสเซียเผยเรือดำน้ำสหรัฐล้ำน่านน้ำ ส่งเรือรบไล่ออกไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675505

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 09:40 น.รัสเซียเผยเรือดำน้ำสหรัฐล้ำน่านน้ำ ส่งเรือรบไล่ออกไป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้หมู่เกาะคูริลของรัสเซียในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นดินแดนที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์

ทางการรัสเซียเผยเมื่อวันเสาร์ว่า เรือพิฆาตต่อต้านเรือดำน้ำของรัสเซียขับไล่เรือดำน้ำของสหรัฐฯ ที่แล่นเข้ามาใกล้หมู่เกาะคูริล บังคับให้เรือขดำน้ำของสหรัฐต้องออกจากน่านน้ำของรัสเซีย  ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในยูเครน

อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่าในระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารตามแผน เรือพิฆาต Marshal Shaposhnikov ตรวจพบเรือดำน้ำชั้นเวอร์จิเนีย (Virginia-class) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในน่านน้ำรัสเซียใกล้กับหมู่เกาะคูริลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ

เมื่อเรือดำน้ำเพิกเฉยต่อการเรียกร้องของรัสเซียให้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ลูกเรือของเรือฟริเกตรัสเซียจึง “ใช้วิธีการที่เหมาะสม”และเรือดำน้ำของสหรัฐฯ จึงต้องออกจากเรือด้วยความเร็วเต็มที่ ทางกระทรวงระบุโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า ได้เรียกทูตกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เข้าพบในกรุงมอสโกว เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

“ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดโดยเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ชายแดนรัฐของสหพันธรัฐรัสเซีย ทูตกลาโหมประจำสถานทูตสหรัฐฯ ในมอสโก ถูกเรียกตัว (summoned) ไปยังกระทรวงกลาโหมรัสเซีย” กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าว

อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงจากกองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่า “ไม่มีความจริงใดๆ อย่างที่รัสเซียอ้างว่าปฏิบัติการของเราล้ำน่านน้ำของพวกเขา”

กัปตันไคล์ เรนส์ โฆษกกองบัญชาการสหรัฐฯ ประจำน่านน้ำอินโด-แปซิฟิก กล่าวว่า เขาจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตำแหน่งที่แน่นอนของเรือดำน้ำสหรัฐฯ

แต่เขาเสริมว่า “เราบิน แล่นเรือ และปฏิบัติการได้อย่างปลอดภัยในน่านน้ำสากล”

หมู่เกาะคูริลซึ่งอยู่ทางเหนือของเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ถูกควบคุมโดยรัสเซียนับตั้งแต่ถูกกองทัพโซเวียตยึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ทั้งนี้ สหรัฐมีฐานทัพต่างๆ ประจำการในญี่ปุ่นด้วย) 

เหตุการณ์ที่อ้างถึงนั้นเกิดขึ้นใกล้กับเกาะอูรุปของหมู่เกาะคูริลซึ่งควบคุมโดยรัสเซีย

เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตก ขณะที่รัสเซียโอบล้อมรอบยูเครนทั้งสามด้านด้วยกองกำลังมากกว่า 100,000 นาย

รัฐบาลสหรัฐเตือนว่าการบุกรุกอย่างเต็มกำลังของรัสเซียสามารถเริ่มต้นได้ “ทุกวัน”

ผู้นำรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ประณามการกล่าวอ้างดังกล่าวว่าเป็น “การยั่วยุ”

Photo – เรือดำน้ำไฟฟ้าพลังงานดีเซลของกองทัพเรือรัสเซีย Rostov-on-Don คุ้มกันโดยเรือยามฝั่งตุรกีของกองทัพเรือตุรกี ขณะแล่นเรือในดาร์ดาแนลส์ ระหว่างทางไปยังทะเลดำ ในเมืองคานาคคาเล ประเทศตุรกี 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 – REUTERS/Yoruk Isik

ไบเดนขู่ปูติน สหรัฐจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดหากโจมตียูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675503

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 09:15 น.ไบเดนขู่ปูติน สหรัฐจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดหากโจมตียูเครน

ทำเนียบขาวเผย ไบเดนเตือนปูตินว่าการโจมตีของยูเครนจะนำมาซึ่ง ‘ความเสียหายที่ฉับพลันและรุนแรง’

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เตือนประธานาธิบดีเครมลิน วลาดิมีร์ ปูติน ทางโทรศัพท์เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมงเมื่อวันเสาร์ว่า สหรัฐฯ “จะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและตอบโต้ด้วยความเสียหายที่ฉับพลันและรุนแรง” หากรัสเซียบุกยูเครน

ไบเดนเน้นว่า “ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเตรียมพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการทูต ด้วยการประสานงานอย่างเต็มที่กับพันธมิตรและพันธมิตรของเรา เราก็พร้อมสำหรับสถานการณ์อื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน”

“ประธานาธิบดีไบเดนชัดเจนว่า หากรัสเซียบุกโจมตียูเครนต่อไป สหรัฐฯ ร่วมกับพันธมิตรและพันธมิตรของเราจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดและจะตอบโต้ด้วยความเสียหายที่ฉับพลันและรุนแรงต่อรัสเซีย” คำแถลงของทำเนียบขาวระบุ

ทำเนียบขาวยังกล่าวอีกว่า ไบเดน “ย้ำ” กับปูตินว่าการโจมตียูเครน “จะก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานต่อมนุษย์อย่างกว้างขวางและทำให้สถานะของรัสเซียตกต่ำลง”

ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่าไบเดนและปูตินมีการสนทนาโดยตรงเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่สหรัฐฯ ได้ประกาศต่อสาธารณะ และทั้งคู่มีการหารืออย่างเป็นรุปธรรมและอย่างเป็นมืออาชีพ แต่การหารือครั้งนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในระดับพื้นฐาน

เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐได้เสนอข้อเสนอที่จะ “เสริมสร้างความมั่นคงของยุโรปและจัดการกับข้อกังวลบางประการของรัสเซีย” ในขณะเดียวกันก็ให้คำมั่นว่าจะเคารพอธิปไตยของยูเครน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐยังระบุว่า ยังคงไม่ชัดเจนหากรัสเซียเต็มใจที่จะดำเนินการทางการทูตหรือไม่ อาจดำเนินการด้วยการดำเนินการทางทหาร

“ยังไม่ชัดเจนว่ารัสเซียสนใจที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ในเชิงการฑูตหรือไม่ แทนที่จะใช้กำลัง เรายังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาโอกาสที่จะลดระดับความรุนแรงผ่านการทูตให้คงอยู่ได้ แต่เรายังจับตาอย่างไม่ละวางถึงแนซโน้มที่จะเกิดขึ้น จากท่าทีที่รัสเซียกำลังดำเนินการอยู่” เจ้าหน้าที่กล่าวโดยไม่เปิดเผยชื่อ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ กล่าวว่า รัสเซียถูกโดดเดี่ยวจากโลกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพึ่งพาจีนมากขึ้น

Photo by Jim WATSON and Grigory DUKOR / various sources / AFP

เมื่อ NFT เจอปัญหาการปลอม-ลอกผลงานจนต้องปิดการซื้อขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675489

วันที่ 12 ก.พ. 2565 เวลา 17:58 น.เมื่อ NFT เจอปัญหาการปลอม-ลอกผลงานจนต้องปิดการซื้อขาย

ตลาดซื้อขาย NFT เจอปัญหาการปลอมหรือลอกผลงานจนต้องสั่งปิดการซื้อขาย

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Cent แพลตฟอร์มที่ขายทวีตแรกของ แจ็ก ดอร์ซีย์ ผู้ก่อตั้งทวิตเตอร์ ในรูปแบบ NFT ในราคา 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ต้องยุติการทำธุรกรรม เนื่องจากผู้ขายขาย NFT ที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของ

มูลค่าการซื้อขาย NFT พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ราว 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 ทำให้หลายคนเกดคำถามว่าเหตุใดเงินจำนวนมหาศาลจึงถูกใช้ไปกับสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้ และใครๆ ก็ดูได้ผ่านช่องทางออนไลน์แบบไม่เสียเงิน

ด้วยความที่ใครๆ ก็สามารถสร้าง NFT ได้ และความเป็นเจ้าของเหรียญไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นเป็นเจ้าของสิ่งของที่นำมาแปลงเป็น NFT ดังนั้นจึงพบการปลอมแปลง การหลอกลวง และการปั่นราคาบ่อยครั้ง

Cent ให้บริการซื้อขาย NFT ครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้วโดยเริ่มจากการแปลงทวีตแรกของผู้ก่อตั้งทวิตเตอร์เป็น NFT แต่ แคเมอรอน เฮจาซี ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งเผยกับ Reuters ว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ. Cent ได้หยุดการให้บริการซื้อขายแล้ว

“มีกิจกรรมหลายอย่างที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วไม่ควรเกิดขึ้น” เฮจาซีเผย และยังเน้นถึงปัญหาหลัก 3 ปัญหาคือ การขาย NFT โดยไม่ได้รับอนุญาต การผลิต NFT จากสิ่งของที่ไม่ใช่ของตัวเอง และการขายชุด NFT ที่คล้ายกับพันธบัตร

เฮจาซีเผยว่า ปัญหาเหล่านี้รุนแรงมากเพราะผู้ใช้กำลังผลิตสินทรัพย์ดิจิทัลปลอมอย่างต่อเนื่อง “มันเกิดขึ้นเรื่อยๆ เราแบนบัญชีที่ทำผิด แต่มันก็เหมือนเรากำลังเล่นเกมตีตัวตุ่น ทุกครั้งที่เราแบนก็จะมีบัญชีอื่นผุดขึ้นมาอีก”

ปัญหาเช่นนี้อาจได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากแบรนด์ใหญ่ๆ พากันเข้าร่วมกระแส metaverse หรือ Web3 โดยโคคา-โคลาและแบรนด์หรูอย่าง Gucci เป็นหนึ่งในหลายๆ บริษัทที่ขาย NFT ในขณะที่ YouTube มีแผนจะเข้าสู่วงการ NFT ในอนาคต

สำหรับ Cent ซึ่งมีผู้ใช้งาน 150,000 คน และรายได้ในหลักล้านเหรียญสหรัฐ เป็นแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างเล็ก เฮจาซีกล่าวว่า ปัญหาของเนื้อหาปลอมและผิดกฎหมายมีอยู่ทั่วทั้งอุตสาหกรรม “ผมว่ามันเป็นปัญหาพื้นฐานสำหรับ Web3”

ด้านแพลตฟอร์มซื้อขาย NFT ที่ใหญ่ที่สุดอย่าง OpenSea เผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า กว่า 80% ของ NFT ที่ผลิตขึ้นมาแบบไม่เสียเงินบนแพลตฟอร์มของตัวเองเป็นงานลอกเลียนแบบ หรือปลอม หรือเป็นสแปม

OpenSea แก้ปัญหาด้วยการจำกัดจำนวน NFT ที่ผู้ใช้สามารถสร้างแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องเปลี่ยนใจหลังจากเจอกระแสตีกลับจากผู้ใช้ โดยขณะนี้บริษัทกำลังหาหนทางแก้เพื่อกำจัดคนที่สร้างปัญหา

สำหรับเฮจาซี เขาอาจต้องใช้การควบคุมการทำธุรกรรมต่างๆ ในระยะสั้นเพื่อให้กลับมาเปิดการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม ก่อนจะหาวิธีที่ไม่ต้องมีคนกลางเข้ามาควบคุมต่อไป

Photo by Justin TALLIS / AFP