ปักหมุดจุดเช็กอินคนคลั่งรัก @ศูนย์การค้าเซ็นทรัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675083

วันที่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 12:50 น.ปักหมุดจุดเช็กอินคนคลั่งรัก @ศูนย์การค้าเซ็นทรัล

ฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยประสบการณ์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบใหม่ ในแคมเปญ “LOVE destiNATION : Eat Play Love” แลนด์มาร์กแห่งวาเลนไทน์อินเลิฟ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ตลอดเดือน ก.พ. นี้

โมเม้นต์แห่งรักแบบนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ รวม 35 สาขาทั่วประเทศ สร้างปรากฏการณ์ใหม่วันวาเลนไทน์ ฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยประสบการณ์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบใหม่ ในแคมเปญ “LOVE destiNATION : Eat Play Love” จับกระแส Metaverse เทรนด์ดิจิตัลมาแรง ชูไฮไลต์ครั้งแรกในเมืองไทย พลิกโฉมการไหว้ขอพรพระตรีมูรติด้วย ‘Meta-Luck’ เทคโนโลยี VR 360 องศา ขอพรในโลกเสมือนจริงผ่านร่างอวตารเหมือนยืนสักการะอยู่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ มอบประสบการณ์ Immersive Experience สุดล้ำ ณ เซ็นทรัล 5 สาขาทั่วไทย ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์เกต, เชียงใหม่, ชลบุรี, ขอนแก่น และหาดใหญ่ (เริ่ม 10-24 ก.พ. 65) พร้อมสร้างที่สุดแห่งความคลั่งรักผ่านสื่อจอดิจิทัลในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 35 สาขา เพื่อส่งต่อพลังแห่งความรักสุดประทับใจจากเรื่องราวของ “ฮั่น-จียอน” และคนคลั่งรักทั่วประเทศ

“เซ็นทรัลพัฒนา ไม่เคยหยุดนิ่งในการส่งมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่และส่งต่อพลังบวกให้กับลูกค้าในทุกโอกาส โดยในปีนี้ การฉลองวาเลนไทน์ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยแนวคิดที่จะทำให้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็น Place for all ทั้ง (1) การจับกระแสเทรนด์โลกอย่าง Metaverse ให้สามารถขอพรในรูปแบบใหม่ Immersive Experience ในโลกเสมือนจริงผ่านร่างอวตารโดยใช้เทคโนโลยี VR 360 องศา, (2) การผนึกกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Tinder เพื่อสร้างประสบการณ์ตอบโจทย์กลุ่ม Young Gen, (3) การเป็นพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่มีความหมายส่งต่อพลังแห่งความรักของคนทั่วประเทศ และ (4) การสร้างแลนด์มาร์กจุดเช็คอินต่างๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับทุกคน” ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับ Strategic Partner อย่าง ‘Tinder’ Dating-Application ดังระดับโลกที่มอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่เซ็นทรัลเวิลด์ เจาะกลุ่ม GEN-Z ซึ่งการจับมือกันครั้งนี้ถือเป็น World’s Best Practice ครั้งแรกของไทยที่ธุรกิจศูนย์การค้า และ Global Dating Application ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กัน เชื่อมต่อ Social Experience จาก Online สู่ On Ground ให้คู่รักหรือคู่เดทในฟีเจอร์สามารถมานัดเจอกันได้ที่เซ็นทรัลเวิลด์อย่างปลอดภัย ภายใต้ Love Vibes การตกแต่งฉลองวันแห่งความรักทั่วทั้งศูนย์ฯทั้ง Instagrammable Spot, จุด Tinder Avenue ตู้ถ่ายรูป Tinder Photo Booth, ช้อปของขวัญ วาเลนไทน์ที่ตลาด Love Marche หรืออร่อยกับคาเฟ่และร้านอาหารดังจากทั่วโลกพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะเทศกาลวาเลนไทน์ โดยแคมเปญ “LOVE destiNATION : Eat Play Love” จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 – 14 ก.พ. 65 นี้ ภายใต้การคุมเข้มมาตรการสะอาด มั่นใจ Safe Plus+ ยกระดับขั้นสูงสุด เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยของทุกคน

ปักหมุดจุดเช็คอินวันวาเลนไทน์ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลของคนคลั่งรัก

#คลั่งรักสายกิน

แนะนำเมนูวาเลนไทน์สุดพิเศษจากร้านดัง อาทิ Victoria by Cocotte @Centralworld กับเมนูสเต็กคาเฟ เดอ ปารีส์ (Cafe de Paris Steak) เนื้อแบล็คแองกัสเทนเดอร์ลอยน์กับซอสเนยสมุนไพรหอมละมุน เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ และสลัดซอสวอลนัท, พาสต้าทรัฟเฟิล (Coquillettes Jambon Truffle) พาสต้าสไตล์ฝรั่งเศส ละมุนลิ้นด้วยแฮมปารีส เห็ด ชีสกงเตและทรัฟเฟิลสด และ Valentine’s Day Dessert หรือจะแวะเติมความหวานในงาน Signature Sweets ที่เซ็นทรัล พระราม9 อาทิ เค้ก “Sweetheart” รูปหัวใจพร้อม Love Letter ของร้าน ROLLING PINN, “Valentine’s Gift Box” ของร้าน ‘Susan Croissant’, ครั้งแรกกับ “ซอร์ฟเสิร์ฟรสแตงโม” หวานฉ่ำจาก PEAK CHOCOLATE PASSIONIST และอีกหลายเมนูจากแบรนด์ดัง อาทิ PAUL, HOKKAIDO SOFTKREME, TOKYO SWEETS, ROYCE CHOCOLATE 2022 (11 – 24 ก.พ. 65) นอกจากนี้ยังมี โปรโมชั่นช่วงวาเลนไทน์จากร้านดัง อาทิ เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ, Chabuton , Sizzler, Yayoi, มิสเตอร์ โดนัท, Cold Stone และ ชาตรามือ เป็นต้น

#คลั่งรักสายเปย์

ช้อปของขวัญ Valentine Collections พร้อมโปรโมชั่นแบรนด์ดัง อาทิ Kate Spade New York, Pandora, Jubilee Diamond, Jaspal, Lyn around, Misty Mynx, MCM, Soda, Swatch, Dyson และFlower gallery @centralworld

#คลั่งรักสนุก ตื่นตากับ “Love Arcade” ทุ่งบอลลูนหัวใจสุดอลังการกว่า 2,400 ดวง พร้อมรับฟรี Photo Gift ขนาด 8×10 นิ้ว เพียงถ่ายภาพด้วยมือถือ ณ จุดถ่ายภาพทั่วศูนย์ฯ แล้วนำมาปริ้นท์รูปฟรีได้ที่ร้าน Big Camera**, ช้อปสินค้าวาเลนไทน์และสนุกกับกิจกรรมหลากหลายใน “Love Marche ตลาดคนคลั่งรัก” อาทิ ตู้ถ่ายรูป Love Room และ Love events มากมาย (**เงื่อนไข และสาขาที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)

#โสดคลั่งรักตัวเอง คนโสดไม่เหงาอีกต่อไปกับ TinderxCentralworld อาทิ Tinder Avenue และ ตู้ถ่ายรูป Tinder PhotoBooth สร้าง Love Vibes ในศูนย์ฯ พร้อมแจกฟรี ชุดไหว้พระตรีมูรติในวันที่ 10, 14, 17 และ 24 กุมภาพันธ์ (ทุกวันพฤหัสและวัน Valentine) จำนวน 100 ชุด พิเศษ สำหรับสมาชิกของ Tinder และเมื่อช้อปครบ 5,000 บาท ที่สาขาเซ็นทรัล พัทยาบีช และเซ็นทรัล ภูเก็ต

#คลั่งรักสายมู ครั้งแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลกับ “Meta-Luck” ไหว้ขอพรพระตรีมูรติด้วยเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) 360 องศา ผ่านร่างอวตารในโลกเสมือนจริงเหมือนได้มาอยู่ที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ สักการะได้จาก 5 สาขาทั่วไทย ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล ชลบุรี, เซ็นทรัล ขอนแก่น และเซ็นทรัล หาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 10-24 ก.พ. 2565

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมไฮไลต์จากสาขาอื่นๆ อาทิ เซ็นทรัล เวสต์เกต พบ Love Landmark สุดหวานในทุ่งชมพู และสวนหัวใจกว่า 200 ดวง, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ พบกับ Love Marche 3 สไตล์ พร้อมเก็บโมเม้นท์แห่งรักกับ Love Photo Sticker และพลาดไม่ได้!! กิจกรรมเอาใจ Dog Lover พาบัดดี้สี่ขาดูหนังก่อนใคร, เซ็นทรัล ศาลายา ตื่นตากับอาณาเขตคนคลั่งรักบนพื้นที่ 100 ตร.ม. , เซ็นทรัล ศรีราชา เนรมิตทุ่งบอลลูนหัวใจกว่า 200 ดวง พร้อมฟังเพลงรักจากวงดนตรีชื่อดังของศรีราชา, เซ็นทรัล พัทยาบีช เนรมิต Love Arcade ทุ่งบอลลูนหัวใจกว่า 300 ดวง พร้อมหมียักษ์ถือลูกโป่งหัวใจให้คู่รักสายถ่ายรูป เก็บภาพความประทับใจ และ Love’s Match แจก! Tinder Gold 1 เดือนไปปัดขวาให้แมตช์รัก เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข, เซ็นทรัล โคราช ชวนมาตามหาเนื้อคู่ ก่อนวาเลนไลน์! และเอาใจสายเปย์กับตลาดนัดคนคลั่งรัก พร้อมชวนคนคลั่ง(รัก)สุขภาพ มา RUN FOR LOVE รับเหรียญที่ระลึก และถ่ายภาพกับทุ่งบอลลูนหัวใจกว่า 400 ดวง, เซ็นทรัล อุบลราชธานี ชวนคู่รักมาจดทะเบียนกับ “ที่ว่าการอำเภอรัก” พร้อมรับทะเบียนสมรสจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ช้อปเพลิน กินสนุก ถ่ายรูปสวย กับดอกไม้และลูกโป่งสุดหวาน พร้อมชมการประกวด Miss Queen Chiangmai 2022, เซ็นทรัล ภูเก็ต กับงาน Wine Love Festival และพิธีบวงสรวง พระตรีมูรติ ขอพรการงาน การเงิน สุขภาพ และให้สมหวังในความรัก และรับฟรี Tinder Gold 1 เดือน เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข

5 เคล็ด (ไม่) ลับเลือกเพชรระยิบระยับรับวาเลนไทน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675076

วันที่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 11:55 น.5 เคล็ด (ไม่) ลับเลือกเพชรระยิบระยับรับวาเลนไทน์

Jewelry Creator เผยเคล็ด (ไม่) ลับเลือกเพชรอย่างไรให้ถูกใจผู้รับ วาเลนไทน์นี้หวานระยิบระยับพร้อมประทับใจไปตามกัน

ใกล้ถึงวันแห่งความรัก สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม มอบความเปล่งประกายระยิบระยับสุดหรูด้วยเพชรน้ำงามจาก Proud Gems แทนความรักและความพิเศษในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ และเพื่อให้การเลือกของขวัญทรงคุณค่าแด่คนที่คุณรักทั้งที งานนี้ต้องเชิญผู้คร่ำหวอดในวงการจิลเวลรี่ มาแชร์เคล็ดลับการเลือกเพชรให้ถูกใจผู้รับ 

โดย ศุภมาส เอกบัณฑิต Jewelry Creator ของ Proud Gems และเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการจิวเวลรี่มากว่า 20 ปี เผยเคล็ด (ไม่) ลับ 5 ข้อดังนี้

1. เลือกเพชรแบบเรียบหรูดูคลาสสิค ไม่ตามแฟชั่นมากเกินไป เพื่อให้คงคุณค่าได้นาน ใส่ได้บ่อย ดูกี่ปีก็ไม่มีเบื่อ 

2. ให้สังเกตเวลาคนพิเศษไปช้อปปิ้ง ชอบและสนใจอะไรเป็นพิเศษ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสรุปว่าคนพิเศษชอบสไตล์ประมาณไหน 

3. เลือกจากเครื่องประดับเดิมตามที่คนพิเศษชอบใส่เพื่อให้เข้าชุดกัน ข้อนี้จะแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจในรายละเอียดของชิ้นโปรดของคนพิเศษมากๆ เรียกว่าสามารถเก็บคะแนนสร้างความประทับใจไปเต็มๆ

4. เลือกสิ่งที่คนพิเศษยังไม่เคยมี จะทำให้ surprise เป็นอย่างมาก งานนี้อาจมีความเสี่ยงเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้ม ถ้าเลือกของได้ถูกใจ 

5. เลือกต่างหูและจี้เพชรแทนแหวน เนื่องจากเป็นเครื่องประดับที่ใส่ได้บ่อยและไม่จำเป็นต้องทราบขนาดนิ้วก่อนตัดสินใจซื้อ แถมยังไม่ดูผูกมัดมากเหมือนแหวนอีกด้วย

อยากได้เคล็ดลับดีๆ แบบมีเครื่องประดับกลับไปฝากคนพิเศษ พร้อมรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลฟรีกับ Jewelry Creator มากประสบการณ์ที่จะพาไขข้อข้องใจทุกเรื่องเกี่ยวจิวเวลรี่ได้ทุกวัน พร้อมรับสิทธิพิเศษกับโปรโมชั่น Valentine’s Voucher มูลค่าสูงสุด 5,000 บาท วันนี้ – 15 ก.พ.65 เท่านั้น ที่ Proud Gems ชั้น 3 Siam Discovery

ส่องนวัตกรรมการแพทย์ : เทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องปอดขั้นสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/675078

วันที่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 12:05 น.ส่องนวัตกรรมการแพทย์ : เทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องปอดขั้นสูง

เทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องมีความจำเป็นต่อการรักษาทุกๆ โรคที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด เนื่องจากการผ่าตัดเทคนิคนี้จะส่งผลทำให้เกิดอาการบาดเจ็บต่อร่างกายน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ซึ่งการผ่าตัดส่องกล้องจะทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวไว เจ็บแผลน้อยหลังได้รับการผ่าตัด

ปัจจุบันการผ่าตัดแบบส่องกล้องแทบจะเป็นการผ่าตัดมาตรฐานในทุก ๆ อวัยวะภายในร่างกายไม่ว่าจะเป็นถุงน้ำดี ลำไส้ ไส้เลื่อน มดลูก จนไปถึงการผ่าตัดปอด ดังนั้นศัลยแพทย์ด้านนั้น ๆ จึงจำเป็นต้องมั่นฝึกฝนและศึกษาเพิ่มเติมในเทคโนโลยีนี้ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญและก่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

อ.นพ.ศิระ เลาหทัย คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล แพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้องในช่องทรวงอก กล่าวว่า การผ่าตัดนั้นมีหลากหลายแบบ ถึงแม้หลักการจะคล้าย ๆ กัน แต่อุปกรณ์ที่ใช้หรือเทคนิคในการผ่าตัดมีความแตกต่างกัน การผ่าตัดแบบเปิดมักจะใช้เครื่องขนาดที่มือจับได้ แต่การผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง ศัลยแพทย์จะมีแต่เครื่องมือที่ใส่เข้าไปในรูนั้น ๆ ส่วนสายตาจะมองจอมอนิเตอร์หรือแอลอีดี ในลักษณะคล้ายกับการเล่นวีดีโอเกม ดังนั้นศัลยแพทย์ต้องฝึกฝนทักษะให้เกิดความชำนาญและเชี่ยวชาญ ขอบเขตการให้บริการการผ่าตัดผ่านกล้องหรือที่เรียกว่า (VATS) Video assisted thoracoscopic surgery อ.นพ.ศิระ เลากทัย ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ถึงแม้การผ่าตัดส่องกล้องปอดค่อนข้างมีความหลากหลาย เทคนิคเริ่มตั้งแต่การผ่าตัด แบบ 3-4 จุด จนมาถึงปัจจุบันที่มีการทำผ่าตัดส่องกล้องปอดโดยเทคโนโลยีขั้นสูงแบบจุดเดียว หรือที่เรียกว่า Uniportal video assisted thoracoscopic surgery คือการผ่าตัดผ่านกล้อง ขนาด 3.5 เซ็นติเมตร แบบจุดเดียว โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะเข้าไปอยู่ในช่องเดียวและมองผ่านทางจอวีดีทัศน์ขณะทำการผ่าตัด โดยเป้าหมายนี้ ทำเพื่อหลีกเลี่ยงการเจาะผ่านหลายจุดและทำลายเนื้อเยื่อร่างกายให้น้อยมี่สุด ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน

การผ่าตัดแบบจุดเดียวนั้นสามารถทำการผ่าตัดได้ตั้งแต่โรคลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด (pneumothorax) ,มะเร็งปอด ( Lung cancer), น้ำในเยื่อหุ้มปอด ( Pleural effusion) ,หนองในปอด (Empyema thoracic) ,เนื้องอกในช่องอกหรือต่อมไทมัส (Mediastin tumour) ,เหงื่อออกมือ (Palmar hyperhidrosis) และยังมีโรคอื่น ๆ อีกหลายอย่างในช่องทรวงอก การผ่าตัดชนิดนี้ทางโรงพยาบาลวชิรพยาบาลได้เริ่มทำการผ่าตัดชนิดนี้มานานหลายปี เพื่อทำให้ผู้ป่วยได้ประโยชน์สูงสุด และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วที่สุด

ผู้ป่วยท่านใดที่ต้องการสอบถามรายละเอียดการผ่าตัดส่องกล้องสามารถเข้ารับการปรึกษาได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก ผ่าตัดปอด หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ @lungsurgeryth

ทำความเข้าใจ ‘ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/675025

วันที่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 17:19 น.ทำความเข้าใจ 'ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด'

PAM Foundation จัดงาน “เปิดใจคุยกัน มารู้จักกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” สร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่ พร้อมเผยงานวิจัย พบมารดา 1 ใน 6 คน มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดโดยแต่ละคนจะมีลักษณะและความหนักของอาการที่ต่างกันออกไป

มูลนิธิประณัยยาและอาร์เธอร์มากอฟฟิน (Pranaiya & Arthur Magoffin Foundation) หรือ PAM Foundation จัดงาน “เปิดใจคุยกัน มารู้จักกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โดย มี Dr.Maddalena Miele-Norton จิตแพทย์จากสหราชอาณาจักร และ พญ.ญาดาวี ตั้งตรงไพโรจน์ แพทย์จิตเวชศาสตร์ ร่วมด้วย มร.เฮมิช มากอฟฟิน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ PAM Foundation คุณเปิ้ล จริยดี-คุณเจย์ สเปนเซอร์ และ คุณหนิง ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา ที่มาแบ่งปันประสบการณ์จริงในฐานะผู้ที่เคยประสบภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท สุมิพล คอร์ปอเรชั่น จำกัด

มร.เฮมิช มากอฟฟิน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ PAM Foundation เล่าถึงประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการก่อตั้งมูลนิธิว่า “ในปี 2564 ได้สูญเสียภรรยา คุณประณัยยา อุลปาทร และ ลูกชาย น้องอาร์เธอร์ไปอย่างน่าเศร้าจากภาวะซึมเศร้าหลังคลอด คุณประณัยยาเป็นที่รักของทุกคนและเป็นคุณแม่ที่ทุ่มเทให้กับลูกมาก ส่วนน้องอาร์เธอร์ก็สร้างความสุขให้กับคนรอบข้าง ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจก่อตั้งมูลนิธิในชื่อของทั้งสองคน ด้วยจุดประสงค์ที่จะสานต่อการทำงานเพื่อสังคมของคุณประณัยยา รวมถึงสร้างการรับรู้ สนับสนุนการดูแลและการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและภาวะอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนและหลังการคลอดบุตร”

งานวิจัยจาก 80 ประเทศทั่วโลกที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature พบว่า ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเกิดขึ้นกับมารดามากกว่า 1 ใน 6 คน โดยแต่ละคนจะมีลักษณะและความหนักของอาการที่ต่างกันออกไป นอกจากสถิติที่สูงของการเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดแล้ว ยังสามารถพบอาการทางจิตเวชอื่นๆที่เกิดกับมารดาในช่วงก่อนและหลังการคลอดบุตร โดยประเด็นเหล่านี้มักจะไม่ถูกกล่าวถึงในวงกว้าง น้อยคนที่จะรับรู้ถึงภาวะอาการเหล่านี้ รวมถึงมุมมองทั่วไปในสังคมเกี่ยวกับปัญหาจิตวิทยาที่ไม่เป็นบวกนัก ส่งผลให้ผู้ที่ประสบภาวะอาการเหล่านี้มีความกังวลที่จะถูกตัดสินจากบุคคลภายนอก จึงทำให้การต่อสู้กับภาวะอาการทางจิตเวชในช่วงก่อนและหลังการคลอดบุตรยากขึ้นไปอีก

“ภาวะอาการทางจิตเวชเหล่านี้ เริ่มเป็นที่รับรู้ในสังคมและมีการพูดถึงมากขึ้นแบบเปิดเผย อย่างไรก็ดี คุณภาพของการรักษาผู้ป่วยที่ประสบภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและภาวะต่างๆที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงการดูแลผู้ใกล้ชิดของผู้ป่วยในประเทศไทย ยังสามารถที่จะพัฒนาได้อีกมาก PAM Foundation จึงถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยมี 3 วัตถุประสงค์หลักในการทำงานเกี่ยวกับโรคภาวะซึม เศร้าหลังคลอดและโรคทางจิตเวชอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สร้างการรับรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การให้ความดูแลแก่พ่อแม่มือใหม่ และการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม”

ภายในงานยังมีการเปิดตัวกิจกรรมระดมทุนกิจกรรมแรกของมูลนิธิ PAM Foundation โดย มร.เฮมิชจะร่วมวิ่งในรายการ JOGLE ที่ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นระยะทางกว่า 1,400 กิโลเมตร จากตอนเหนือสุดของสก็อตแลนด์ลงไปถึงจุดล่างสุดของประเทศสหราชอาณาจักรที่เมืองคอร์นวอลล์ทางตอนใต้ โดยใช้เวลารวม 17 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2565 เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับมูลนิธิ และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด รวมถึงระดมทุนเพื่อใช้ในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

สามารถติดตามคลิปวีดีโองาน “เปิดใจคุยกัน มารู้จักกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” และรายละเอียดเกี่ยวกับ มูลนิธิประณัยยาและอาร์เธอร์ มากอฟฟิน (PAM Foundation) และ JOGLE รวมถึงกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิได้ที่เว็บไซต์ www.pamfoundation.org

ใช้ชีวิตติดเกาะ ดื่มด่ำความโรแมนติกฉลองเดือนแห่งความรัก @The Emerald Cove Koh Chang

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/675100

วันที่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 17:05 น.ใช้ชีวิตติดเกาะ ดื่มด่ำความโรแมนติกฉลองเดือนแห่งความรัก @The Emerald Cove Koh Chang

โพสต์ทูเดย์ชวนเที่ยวเกาะช้าง จูงมือคนข้างๆ ไปสวีทหวานในเดือนแห่งความรักกันที่ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โคฟ เกาะช้าง (The Emerald Cove Koh Chang) สถานที่ชมพระอาทิตย์ตกสุดสวยงามท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

จะดีแค่ไหนถ้าได้พาคนที่รักไปสวีทหวานแบบน้ำตาลเรียกพี่ที่ “เกาะช้าง” เกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลอ่าวไทย และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากเกาะภูเก็ต เสน่ห์ของ เกาะที่อยู่สุดท้ายทางตอนใต้ของทะเลอันดามัน ที่รายล้อมด้วยชายหาดอันอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล ตื่นตากับน้ำทะเลสีครามที่ใสราวกระจก เหมาะกับคนที่รักการพักผ่อนแบบเงียบสงบ ชอบความเป็นส่วนตัว หรืออยากดื่มด่ำกับธรรมมชาติ แบบชายหาด ลายลม สองเรา เคล้าอารมณ์รักสุดโรแมนติก

หนึ่งในที่พักบนเกาะช้างที่อยากแนะนำให้ไปพักคือ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โคฟ เกาะช้าง (The Emerald Cove Koh Chang) ตั้งอยู่บนหาดคลองพร้าว หนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกที่โรแมนติกที่สุดของเมืองไทย ที่ไม่ว่าจะไปเที่ยวฤดูไหน ก็ได้เก็บภาพความประทับใจใส่อัลบั้มแน่นอน   

สำหรับโรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โคฟ เกาะช้าง เป็นรีสอร์ทสไตล์บาหลีที่อยู่ติดทะเล สามารถเดินเล่นริมหาดส่วนตัว นอนอาบแดด หรืออยากพายเรือคายัคก็ได้ ที่นี่มีห้องพักและห้องสูทจำนวน 165 ห้อง มีให้เลือกทั้ง Ocean View ได้แก่ Deluxe Ocean Facing, Deluxe Ocean Facing Premium Wing, Grand Deluxe Ocean Facing Premium Wing, 1 bedroom Suite Ocean Facing และ Mountain View ได้แก่ Deluxe, Deluxe Premium Wing, Grand Deluxe Ocean Facing, 1 bedroom suite ภายในห้องพักตกแต่งในสไตล์ไทยโมเดิร์น ผสานกลิ่นอายสไตล์บาหลี ดูโอ่โถงสบายตา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

นอกจากห้องพักจะกว้างขวางนอนสบายแล้ว ที่นี่ยังมีสระว่ายน้ำขนาด 50 เมตร ให้แหวกว่ายอย่างจุใจ พร้อม Jaquzzi Pool และ Kid´s Pool สำหรับเด็กๆ พร้อมตอบโจทย์คนอยากผ่อนคลายขั้นสุดด้วย Emerald Spa และเอาใจคนรักสุขภาพด้วย Fitness center

ทางด้านห้องอาหารที่ ดิ เอมเมอรัลด์ โคฟ เกาะช้าง พร้อมรองรับผู้เข้าพักทุกคนด้วยอาหารนานาประเทศจากห้องอาหาร เดอะ โคฟ เทอร์เรส ที่เปิดให้บริการแบบ All Day Dining ตั้งแต่เวลา 06:00 -23:00 น. มื้อเช้า บริการบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าแสนอร่อย มื้อกลางวัน สามารถเอ็นจอยกับอาหารไทยและอาหารอิตาเลียน ส่วนมื้อค่ำก็พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศในชั่วโมงแห่งความสุขยามพระอาทิตย์อัศดง ที่บาร์ริมสระน้ำ พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ คู่กับอาหารว่างเบาๆ ตามด้วยเมนูซีฟู้ดสุดอร่อย และขนมหวาน

พบประสบการณ์ท่องเที่ยวดีที่สุด ได้ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โคฟ เกาะช้าง (The Emerald Cove Koh Chang) สอบถามโทร. 66 (0) 3955-2000 ติดตามโปรโมชั่นและรายละเอียดต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ : meraldcovekohchang.com และเฟซบุ๊ก : The Emerald Cove Koh Chang

.

.

อัลบั้ม The Emerald Cove Koh Chang

อังกฤษพบโครงกระดูกหัวขาดปริศนา เรียงเกลื่อน 40 ร่าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675118

วันที่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 17:45 น.อังกฤษพบโครงกระดูกหัวขาดปริศนา เรียงเกลื่อน 40 ร่าง

อังกฤษพบโครงกระดูกนับร้อยในสุสานโรมันขนาดใหญ่ ตะลึง 40 ร่างถูกตัดหัววางไว้ปลายเท้า

The Mirror รายงานว่าทีมนักโบราณคดีประมาณ 50 คนจากโครงการ HS2 ค้นพบโครงกระดูกชาวโรมัน 40 ร่างซึ่งถูกตัดศีรษะและนำไปวางไว้ที่ปลายเท้า จากโครงกระดูกที่ค้นพบทั้งหมด 425 ร่างในสุสานโรมันขนาดใหญ่ ระหว่างการขุดค้นตามเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ฟลีตมาร์สตัน เมืองบักกิงแฮมเชอร์ สหราชอาณาจักร

Photo by HS2

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดถึงสาเหตุการเสียชีวิตและตัดศีรษะโครงกระดูกเหล่านี้ แต่เบื้องต้นนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าความเป็นไปได้ประการหนึ่งคือพวกเขาอาจเป็นนักโทษหรือผู้ที่ถูกขับไล่ หรืออาจเป็นพิธีฝังศพตามปกติในสมัยโรมันตอนปลาย

อย่างไรก็ตาม โครงกระดูกเหล่านี้จะต้องได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียดจึงจะสามารถสรุปได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ ทีมนักโบราณคดียังพบเหรียญมากกว่า 1,200 เหรียญ และตุ้มน้ำหนักจำนวนหนึ่งในบริเวณนั้น ซึ่งอาจบ่งบอกได้ว่าพื้นที่ที่ขุดค้นนี้เคยเป็นย่านการค้าและการพาณิชย์ที่เจริญรุ่งเรือง

ยิ่งไปกว่านั้นยังพบลูกเต๋าสำหรับเล่นเกมและระฆังในพื้นที่ ซึ่งอาจหมายความว่าชาวโรมันใช้พื้นที่แห่งนี้สำหรับเล่นพนัน รวมถึงกิจกรรมทางศาสนาด้วย ตลอดจนค้นพบสิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน อาทิ ช้อน เข็มหมุด และเข็มกลัด

Photo by HS2
Photo by HS2

เฮเลน วาสส์ หัวหน้าโครงการ HS2 กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยให้ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของสหราชอาณาจักร และโรมันบริเตน ซึ่งสุสานโรมันขนาดใหญ่ในฟลีตมาร์สตันจะช่วยให้ทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้คนที่นี่

ริชาร์ด บราวน์ ผู้จัดการโครงการอาวุโสของ COPA กล่าวว่า การขุดค้นมีความสำคัญทั้งในการทำให้สามารถระบุลักษณะเฉพาะของเมืองโรมันนี้ได้อย่างชัดเจน รวมถึงการศึกษาวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยจำนวนมากด้วย

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างทีมโบราณคดีคอตส์โวลด์และทีมโบราณคดีอ็อกซ์ฟอร์ด (Cotswold Archaeology and Oxford Archaeology หรือ COPA)

Photo by HS2

วิจัยชี้กินพาราเซตามอลประจำเสี่ยงหัวใจวาย 5 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675116

วันที่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 16:54 น.วิจัยชี้กินพาราเซตามอลประจำเสี่ยงหัวใจวาย 5 เท่า

การกินยาพาราเซตามอลทุกวันเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง 5 เท่า

หลายปีที่ผ่านมาแพทย์พิจารณาว่าพาราเซตามอลเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่ายาแก้ปวดชนิดอื่นๆ เช่น ไอบูโพรเฟน ซึ่งอาจเพิ่มความดันโลหิตได้แต่ล่าสุดนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระได้เปลี่ยนความเชื่อนี้หลังพบว่าพาราเซตามอลมีผลเสียเช่นเดียวกัน

การวิจัยพบว่า การกินยาพาราเซตามอลเพียง 4 วันส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหากคำนวณแล้วจะพบว่า การใช้พาราเซตามอลวันละ 4 กรัม หรือ 8 เม็ดตามขนาดมาตรฐาน เพิ่มความเสี่ยงการเกิดหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองราว 20%

อย่างไรก็ดี นักวิจัยย้ำว่าการใช้พาราเซตามอลเป็นครั้งคราวเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะหรือลดไข้นั้นยังปลอดภัยอยู่

การวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Circulation ทำในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 110 คน แต่ละคนได้รับยาหลอกหรือพาราเซตามอลครั้งละ 1 กรัม วันละ 4 ครั้ง ซึ่งเป็นปริมาณที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรัง (ปวดต่อเนื่อง 12 สัปดาห์แม้ว่าจะได้รับการรักษาหรือยา)

การเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตพบว่า โดยเฉลี่ยความดันช่วงหัวใจบีบตัว หรือความดันตัวบนของผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 4.7 มิลลิเมตรปรอทหลังจบระยะการวิจัย 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายความดันเพิ่มขึ้นถึง 40 มิลลิเมตรปรอท

ทีมวิจัยพบว่า ความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 4 วัน และคงที่ไปจนครบ 2 สัปดาห์

เอียน แม็คอินไทร์ นักเภสัชวิทยาจาก NHS Lothian หัวหน้าการวิจัยเผยว่า “นี่ไม่เกี่ยวกับการใช้พาราเซตามอลระยะสั้นสำหรับอาการปวดศีรษะหรือลดไข้ซึ่งปลอดภภัย แต่มันบ่งชี้ถึงความเสี่ยงใหม่ที่เพิ่งค้นพบสำหรับผู้ที่ใช้เป็นประจำในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อรักษาอาการปวดเรื้อรัง”

เจมส์ เดียร์ นักเภสัชวิทยาที่ร่วมวิจัยเผยว่า “งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพาราเซตามอล ซึ่งเป็นยาที่ใช้มากที่สุดในโลก เพิ่มความดันโลหิต ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญสำหรับหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง”

เดียร์แนะนำว่า แพทย์และผู้ป่วยควรพิจารณาถึงความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยาในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยแพทย์ควรแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาในปริมาณน้อยที่สุดและในระยะสั้นที่สุด

อย่างไรก็ดี งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดคือ ไม่ได้ศึกษาในผู้ป่วยที่ใช้พาราเซตามอลรักษาอาการปวด เนื่องจากอาการปวดมักจะทำให้ความดันสูงขึ้น

ทว่าทีมวิจัยเผยว่า ไม่มีเหตุผลที่จะคิดว่าผลลัพธ์จะต่างออกไป

แนวคิด metaverse ของ Meta เป็นไอเดียเก่าและไม่เวิร์ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675097

วันที่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 15:30 น.แนวคิด metaverse ของ Meta เป็นไอเดียเก่าและไม่เวิร์ก

ซีอีโอบริษัทเทคฟันธงแนวคิด metaverse ของ Meta เป็นไอเดียเก่าและไม่เวิร์ก

ฟิล ลิบิน ซีอีโอบริษัทวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ Mmhmm และพนักงานในบริษัทได้ทดลองใช้แว่นสามมิติ Oculus VR headset สำหรับการใช้งานประชุมแบบเสมือนจริง Horizon Workrooms ของ Meta

หลังจากนั้นลิบินเผยถึงแนวคิดโลกเสมือนจริง metaverse ของ Meta ว่า “ผมมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่ามันจะต้องห่วย แต่ผมก็ลองใช้มันด้วยความหวังว่ามีคงจะเซอร์ไพรส์น่าดู” และบอกว่า สัญชาตญาณของเขาถูก “ผมทนใช้ได้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น”

ลิบินเชื่อว่า การใช้ VR สำหรับการประชุมน่าดึงดูดน้อยกว่าเทคโนโลยีที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วอย่าง Zoom ซึ่งเรายังสามารถทำสิ่งต่างๆ ในโลกจริงๆ ไปพร้อมกันด้วยอย่างการจิบกาแฟ “ทำแบบนั้นเวลามีพลาสติกชิ้นใหญ่ๆ อยู่บนหน้าโดยไม่ทำกาแฟหกใส่ตัวเองไม่ได้” ลิบินกล่าว

ก่อนหน้านี้ลิบินเคยวิพากษ์วิจารณ์การโหมโฆษณาเกี่ยวกับ metaverse ในการให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์สัปดาห์ที่แล้วซีอีโอรายนี้เปรียบเทียบการโหมโฆษณานี้กับโฆษณาชวนเชื่อของคอมมิวนิสต์ที่เขาได้รับตอนเป็นเด็กเมื่อครั้งที่อาศัยอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียต

และจนถึงตอนนี้ลิบินก็ยังไม่คล้อยตาม

ลิบินเผยว่า แนวคิดเรื่อง metaverse ของ Meta “เป็นอเดียเก่า ไม่สร้างสรรค์ มันถูกทดสอบมาหลายต่อหลายครั้งในช่วงกว่า 40 ปีที่ผ่านมาและมันไม่เวิร์ก”

ลิบินเผยอีกว่า คนที่สนับสนุน metaverse เชื่อว่า เราจะต้องรอดูวันที่ศักยภาพของมันถึงขีดสุด แต่เขาไม่คิดว่านั่นคือวิธีการทำงานของเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม

“ผมคิดว่าเทคโนโลยีที่ดีเริ่มต้นจากความเรียบง่าย แต่หลังจากนั้นมันจะยิ่งใหญ่ทันที” ลิบินเผย “เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมจะได้รับการขัดเกลาและเติบโตมากขึ้น และซับซ้อนยิ่งขึ้น”

ลิบินยกตัวอย่างเครื่องเล่นวิดีโอเกมยุคแรกและการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Amazon เป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่อช่วงกลางทศวรรษ 1990

“มันคือการทำธุรกรรมอีคอมเมิร์ซครั้งแรกของผม เข้าเว็บไซต์ Amazon และ Amazon ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 มันเรียบง่ายมาก มันเป็นเว็บที่มีตัวอักษรเป็นส่วนใหญ่ คุณทำได้แค่ซื้อหนังสือจากมันเท่านั้น และมันไม่มีการชำระเงินแบบคลิกเดียวจบ มันเบสิกมากๆ แต่ผมซื้อหนังสือสองสามเล่ม และผมจำได้ว่ามันเข้าใจง่ายมากซึ่งเยี่ยมมาก”

สำหรับ Horizon Workrooms ลิบินเผยว่า “มันจะไม่ดีขึ้นไปกว่านี้ เพราะมันแย่ตั้งแต่เริ่มแล้ว มันเริ่มต้นแบบบัดซบ มันอาจจะซับซ้อนขึ้นกว่านี้ แต่มันก็แค่ซับซ้อนขึ้นแหละ แต่ก็ยังแย่อยู่”

Photo by Kirill KUDRYAVTSEV / AFP

จีนเผยหากยกเลิกกลยุทธ์ปลอดโควิด อาจทำคนตายปีละ 2 ล้านคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675096

วันที่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 14:30 น.จีนเผยหากยกเลิกกลยุทธ์ปลอดโควิด อาจทำคนตายปีละ 2 ล้านคน

นักวิจัยจีนชี้หากภูมิภาคที่ใช้กลยุทธ์ปลอดโควิด กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ อาจมีผู้เสียชีวิตปีละ 2 ล้านคน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานผลการศึกษาจากนักวิจัยชาวจีนพบว่าหากภูมิภาคที่ใช้กลยุทธ์ปลอดโควิด-19 (Zero-COVID) อย่างเช่นจีนกลับไปเดินทางและใช้ชีวิตตามปกติเหมือนช่วงก่อนโควิด-19 ภูมิภาคเหล่านั้นอาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 2 ล้านคนภายในปีเดียว พร้อมเสริมว่ากุญแจสำคัญในการควบคุมไวรัสคือการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อมากขึ้น

นักวิจัยใช้การศึกษาจากชิลีและอังกฤษในการคำนวณ “ประสิทธิภาพพื้นฐาน” (baseline efficacy) ของวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลประสิทธิภาพวัคซีน Sinovac จากชิลี และ AstraZeneca จากอังกฤษ

ซึ่งนักวิจัยประเมินประสิทธิภาพพื้นฐานของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการอยู่ที่ 68.3% และประสิทธิภาพพื้นฐานในการป้องกันการเสียชีวิตอยู่ที่ 86% ส่วนประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 30%

นักวิจัยระบุว่าแม้อัตราการฉีดวัคซีนบนโลกจะเพิ่มไปถึง 95% (ขณะนี้มีผู้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มราว 62% จากประชากรทั่วโลก ตามข้อมูลจาก Our World in Data) แต่หากประชาชนกลับไปเดินทางอย่างที่เคยเกิดขึ้นในปี 2019 นักวิจัยคาดว่าทุกภูมิภาคปลอดโควิด-19 จะมีการติดเชื้อมากกว่า 234 ล้านราย ผู้ป่วยแสดงอาการ 64 ล้านราย และผู้เสียชีวิต 2 ล้านรายภายในหนึ่งปี

ทีมนักวิทยาศาสตร์กล่าวในรายงานฉบับหนึ่งซึ่งเผยแพร่โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศจีน (CCDC) โดยชี้ว่าสิ่งสำคัญคือการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่อไปเพื่อกำจัดโควิด-19 ในระดับโลก

แม้ว่าหลายประเทศจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค และใช้กลยุทธ์อยู่ร่วมกับโควิด-19 แต่จีนยังคงเดินหน้าใช้กลยุทธ์จำกัดโควิด-19 ในประเทศให้เป็นศูนย์ และยิ่งเข้มงวดมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในกรุงปักกิ่ง และเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนซึ่งแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว ซึ่งหากปล่อยให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากจะสร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุข

ขณะที่อีกด้านหนึ่งเตือนว่าหากจีนยังคงกลยุทธ์ปลอดโควิด-19 จะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงกวน อี้ นักไวรัสวิทยาชื่อดังชาวจีนซึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์กลยุทธ์ดังกล่าวของรัฐบาล โดยกล่าวว่า “เราไม่มีโอกาสเลยถ้ายังคงพยายามกำจัดโควิด-19 ไวรัสจะไม่มีทางหายไปเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ นี่คือความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ”

ในทางกลับกันสิ่งที่ทางการควรให้ความสำคัญคือประสิทธิภาพของวัคซีน และต้องประเมินว่าโครงการฉีดวัคซีนจำนวนมากสามารถป้องกันประชากรได้มากเพียงใด

เช่นเดียวกับห่าว โจว นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Commerzbank ซึ่งกล่าวว่าหากจีนยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์ปลอดโควิดจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศ

Photo by Noel Celis / AFP

นักวิทย์อ็อกซ์ฟอร์ดติงคนวิจารณ์วัคซีน AZ มีส่วนคร่าหลายแสนชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/675082

วันที่ 08 ก.พ. 2565 เวลา 13:00 น.นักวิทย์อ็อกซ์ฟอร์ดติงคนวิจารณ์วัคซีน AZ มีส่วนคร่าหลายแสนชีวิต

นักวิทย์อ็อกซ์ฟอร์ดติงบรรดาผู้เชี่ยวชาญ-นักการเมืองที่วิจารณ์ AstraZeneca ทำลายความน่าเชื่อถือของวัคซีน อาจมีส่วนในการคร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายแสนคน

ศาสตราจารย์จอห์น เบลล์ นักวิทยาศาสตร์จากอ็อกซ์ฟอร์ดซึ่งมีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 Oxford/AstraZeneca มองว่าบรรดานักวิทยาศาสตร์และนักการเมืองอาจมีส่วนในการคร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายแสนคน จากการออกความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือของวัคซีน

Independent อ้างบทสัมภาษณ์ของศาสตราจารย์เบลล์ที่กล่าวต่อ BBC ว่าความเห็นของบรรดานักวิทยาศาสตร์และนักการเมืองเหล่านั้นถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ซึ่งทำลายชื่อเสียงของวัคซีน พฤติกรรมแย่ๆ นี้อาจคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายแสนคน

ความเห็นของศาสตราจารย์เบลล์มีขึ้นหลังจากที่หลายพื้นที่ในสหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (6 ก.พ.) สหราชอาณาจักรรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 54,095 รายและผู้เสียชีวิต 75 ราย

ขณะที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยจากทั่วโลกยังคงมีความลังเลใจในการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะ AstraZeneca

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีน AstraZeneca ในสหราชอาณาจักรนั้น รัฐบาลแนะนำว่าสำหรับประชาชนที่อายุต่ำกว่า 40 ปีควรมีทางเลือกเป็นวัคซีนตัวอื่นๆ หลังจากที่พบผลข้างเคียงเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก แต่มีโอกาสเกิดในกลุ่มคนหนุ่มสาวมากกว่า

ข้อกังวลดังกล่าวส่งผลให้หลายประเทศ อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ บัลแกเรีย ไอซ์แลนด์ และไทย ซึ่งได้ระงับการใช้วัคซีนดังกล่าวไปช่วงหนึ่ง

นอกจากนี้วัคซีน AstraZeneca ยังไม่มีบทบาทสำคัญในการใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยในสหราชอาณาจักรมีประชาชนเพียง 48,000 คนจากกว่า 37 ล้านคน ที่ใช้วัคซีนดังกล่าวเป็นเข็มกระตุ้น

ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวถึงวัคซีนดังกล่าวว่าเป็นวัคซีนที่ “ไร้ประสิทธิภาพ” ในผู้สูงอายุ ชื่อเสียงของวัคซีนได้รับความเสียหายจนฝรั่งเศสต้องทิ้งวัคซีนไปจำนวนหนึ่งเพราะไม่มีผู้รับวัคซีน

ด้านประเทศอื่นๆ ในยุโรปหลายคนมองว่า AstraZeneca นั้นไม่ปลอดภัยหรือด้อยกว่าวัคซีนอื่นที่พวกเขามี ในเบลเยียมวัคซีนนี้ถูกเรียกว่า Aldi ซึ่งเป็นแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะวัคซีนดังกล่าวถูกมองว่าเป็นตัวเลือกด้านงบประมาณ เนื่องจากมีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับวัคซีน mRNA แต่มีประสิทธิภาพไม่เป็นจริงอย่างที่โอ้อวด

ข้อกังวลเกี่ยวกับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน แม้ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก แต่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักการเมืองหลายประเทศ ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความลังเลใจในการฉีดวัคซีน และเมื่อมีประเทศหนึ่งตัดสินใจระงับวัคซีนดังกล่าวแล้ว ประเทศอื่นๆ ก็ดำเนินการตามในลักษณะเดียวกัน

ศาสตราจารย์เบลล์ยังมองว่าการที่วัคซีนถูกโปรโมทในฐานะวัคซีนของสหราชอาณาจักรยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป (EU) ตึงเครียดยิ่งขึ้น

ขณะที่ศาสตราจารย์เอเดรียน ฮิลล์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเจนเนอร์ของอ็อกซ์ฟอร์ดมองว่าประเด็นดังกล่าวมีแนวคิดชาตินิยมเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันว่าเป็นวัคซีนจากประเทศอะไร วัคซีนชนิดอะไร ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณควรจะคำนึงในการพยายามควบคุมการแพร่ระบาดและจัดหาวัคซีนให้กับโลก

Photo by Amir MAKAR / AFP