TikTok เวอร์ชันจีนห้ามเด็กเล่นเกินวันละ 40 นาที #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663711

วันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 17:00 น.TikTok เวอร์ชันจีนห้ามเด็กเล่นเกินวันละ 40 นาทีDouyin หรือ TikTok เวอร์ชันประเทศจีนเปิดตัวโหมดใหม่สำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 14 ปี

หลังจากที่ก่อนหน้านี้จีนกำหนดให้เยาวชนเล่นเกมได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ล่าสุด แอปพลิเคชัน Douyin หรือ TikTok เวอร์ชันประเทศจีนจากบริษัท ByteDance ได้เปิดตัวโหมดเยาวชน สำหรับผู้ใช้ที่อายุต่ำว่า 14 ปี เพื่อให้ใข้งานได้ไม่เกินวันละ 40 นาที ในช่วงเวลาระหว่าง 06.00 ถึง 22.00 น.

Bytedance กล่าวว่า ผู้ใช้ที่ลงทะเบียนซึ่งมีอายุต่ำกว่า 14 ปีจะสามารถใช้งานแอปพลิเคชัน Douyin ในโหมดเยาวชนโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนใช้งานอินเทอร์เน็ตมากเกินไปสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ยังระบุว่าจะส่งเสริมเนื้อหาด้านการศึกษา และสาระความรู้สำหรับเด็กและเยาวชนให้มากขึ้นด้วย

Bytedance ยังได้ออกแบบแอปพลิเคชัน Xiao Qu Xing ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับ Douyin ในโหมดเยาวชน เพื่อนำเสนอเนื้อหาวิดีโอที่ส่งเสริมความรู้ ตั้งแต่วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ศิลปะ ไปจนถึงวรรณกรรม โดยผู้ใช้ไม่สามารถอัพโหลดหรือแชร์คลิปวิดีโอได้ ซึ่งสามารถตั้งเวลาใช้งานได้สูงสุด 40 นาทีต่อวันเช่นกัน

ซึ่งนอกจาก Douyin แล้วยังมีแอปพลิเคชันอื่นๆ อย่างเช่น WeChat รวมถึงแอปพลิเคชันคู่แข่งอย่าง Kuaishou ที่พัฒนาโหมดการใช้งานสำหรับเยาวชนเช่นเดียวกัน

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ยุคตอลิบานงานเดียวที่หญิงอัฟกันทำได้คือล้างห้องน้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663703

วันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 16:46 น.ยุคตอลิบานงานเดียวที่หญิงอัฟกันทำได้คือล้างห้องน้ำเมืองหลวงอัฟกานิสถานสั่งห้ามผู้หญิงทำงาน ยกเว้นงานล้างห้องน้ำ

CNN รายงานว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานายฮัมดุลเลาะห์ โนห์มานี รักษาการนายกเทศมนตรีกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานออกคำสั่งห้ามผู้หญิงทำงานในหน่วยงานรัฐบาลของกรุงคาบูล โดยงานเดียวที่สามารถทำได้คือล้างห้องน้ำหญิงเท่านั้น

โนห์มานีเผยว่ามีประชาชน 2,930 ที่ทำงานให้กับเขตเทศบาลกรุงคาบูล ซึ่งร้อยละ 27 เป็นผู้หญิง คำสั่งดังกล่าวจึงส่งผลให้ผู้หญิงหลายร้อยคนต้องตกงาน

โนห์มานียังกล่าวอีกว่า “ในตอนแรกผู้หญิงในกรุงคาบูลได้รับการอนุญาตให้ทำงานได้ ก่อนที่กลุ่มตอลิบานจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงซึ่งอนุญาตให้พวกเขาทำงานเฉพาะงานที่ผู้ชายทำไม่ได้ หรือไม่ใช่งานของผู้ชาย อย่างเช่น การล้างห้องน้ำหญิง”

ขณะที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิตรีออกมารวมตัวกันเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้หญิง ซึ่งรวมไปถึงการทำงานและการศึกษาด้วย

ล่าสุด (21 ก.ย.) กลุ่มตอลิบานกล่าวว่าเด็กผู้หญิงชาวอัฟกันจะได้รับอนุญาตให้กลับไปเรียนหนังสือได้โดยเร็วที่สุด หลังจากที่มีการประกาศให้ครูและนักเรียนชายกลับกลับเข้าโรงเรียนมัธยมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เอ่ยถึงนักเรียนหญิง

นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารโดยกลุ่มตอลิบานทำให้ในหลายพื้นที่มีการไล่พนักงานหญิงออกจากงาน ตลอดจนมีข้อจำกัดด้านการศึกษาของเด็กผู้หญิง แม้ก่อนหน้านี้กลุ่มตอลิบานยืนยันว่าจะเคารพสิทธิสตรี และระบุว่าประชาชนทุกคนสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมไปถึงประชาชนผู้หญิงด้วย

นอกจากนี้ยังเคยกล่าวว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลชุดใหม่ ก่อนที่จะออกมายอมรับภายหลังว่าอาจไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลที่กำลังวางตัว

ทั้งนี้ อัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของตอลิบานในปี 1996 ถึง 2001 ผู้หญิงชาวอัฟกันถูกกีดกันออกจากระบบการศึกษาและการทำงาน ตลอดจนไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านโดยลำพัง และต้องสวมบุรเกาะอ์ปิดบังทั้งร่างกาย โดยผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจะถูกเฆี่ยนตีในที่สาธารณะหรืออาจถึงประหารชีวิต

Photo by Hoshang Hashimi / AFP

อินเดียส่อแววถูกทิ้ง สหรัฐหันผนึกกำลังออสเตรเลีย-อังกฤษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663691

วันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 14:42 น.อินเดียส่อแววถูกทิ้ง สหรัฐหันผนึกกำลังออสเตรเลีย-อังกฤษหรืออินเดียจะถูกลอยแพ หลังสหรัฐจ่อช่วยออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ต้านจีน

สืบเนื่องจากการที่สหรัฐร่วมมือกับสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ประกาศความร่วมมือด้านความมั่นคง “AUKUS” เพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าจะเป็นการคานอำนาจของจีนที่กำลังแผ่อิทธิพลในภูมิภาคนี้

โดยความร่วมมือดังกล่าวจะเอื้อให้ทั้ง 3 ประเทศแบ่งปันเทคโนโลยีทางทหาร ตลอดจนการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งจะส่งผลให้ออสเตรเลียสามารถสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ขึ้นเป็นครั้งแรก

ทว่า อรุณ ประกาศ (Arun Prakash) อดีตผู้บัญชาการทหารเรืออินเดียทวีตเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าความร่วมมือดังกล่าวอาจทำให้รัฐบาลอินเดียไม่พอใจ

“เป็นเวลาหลายปีแล้วที่สหรัฐ บอกอินเดียว่ากฎหมายของอเมริกาทำให้ไม่สามารถแบ่งปันเทคโนโลยีขับเคลื่อนนิวเคลียร์กับใครได้ รวมถึงประเทศพันธมิตร” เขากล่าว

ย้อนกลับไปในปี 2008 อินเดียและสหรัฐได้ลงนามในข้อตกลง ซึ่งสหรัฐตกลงที่จะร่วมมือด้านนิวเคลียร์กับอินเดีย แต่ข้อตกลงนี้ไม่ครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ทางทหาร

ในปีถัดมา ทั้งสองประเทศได้ลงนามในสนธิสัญญาซึ่งครอบคลุมความร่วมมือทางทหารอย่างลึกซึ้งและการเข้าถึงอาวุธที่ซับซ้อน ทว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีนิวเคลียร์ทางการทหารเช่นเคย

แต่ตอนนี้ AUKUS จะทำให้สหรัฐแบ่งปันเทคโนโลยีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์กับออสเตรเลีย ท่ามกลางความพยายามตอบโต้อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

จึงเกิดคำถามว่าทำไมที่ผ่านมาอินเดียจึงไม่ได้รับการเข้าถึงเทคโนโลยีของสหรัฐในลักษณะเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นาวเตช สารนา (Navtej Sarna) เอกอัครราชทูตอินเดียประจำกรุงวอชิงตันระหว่างปี 2016 ถึง 2018 มองว่า ไม่ควรเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอินเดีย และออสเตรเลีย เนื่องจากมีประวัติศาสตร์และพลวัตที่แตกต่างกัน

พร้อมกล่าวอีกว่าอินเดียควรพิจารณาความหมายของสนธิสัญญา AUKUS ซึ่งหากมันช่วยต่อต้านจีนในภูมิภาคได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่ออินเดียไปด้วย

เศขระ สิงหะ (Shekhar Sinha) อดีตผู้บัญชาการกองทัพเรืออินเดียกล่าวว่าการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของออสเตรเลียจะมี “ผลกระทบสำคัญ” ต่อความสมดุลของอำนาจในอินโด-แปซิฟิก

ด้านรัฐบาลอินเดียยังไม่ได้ตอบโต้หรือแสดงความเห็นใดๆ อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อตกลง AUKUS

โดยรัชนาถ สิงห์ (Rajnath Singh) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอินเดียกล่าวว่ารัฐบาลอินเดียกำลังศึกษาเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว

หลังจากที่ได้พุดคุยกับลอยด์ ออสติน (Lloyd Austin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐจะยังคงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอินเดียเช่นเคย และข้อตกลง AUKUS จะไม่ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือระหว่างสหรัฐและอินเดีย

รวมไปถึงความร่วมมือกลุ่มจตุภาคีด้านความมั่นคง (Quad) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐ อินเดีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในขณะที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการคานอำนาจของจีนที่กำลังเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาค

โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมที (Narendra Modi) ของอินเดียมีกำหนดเยือนวอชิงตันเพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มจตุภาคีด้านความมั่นคง (Quad) ร่วมกับสหรัฐ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ในวันที่ 24 กันยายนที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายกังวลว่าข้อตกลง AUKUS จะลดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มจตุภาคี Quad ลงไปได้

ที่มา Times of IndiaSouth China Morning Post

ภาพโดย REUTERS/Tom Brenner

ประธาน Evergrande ยืนยันจะผ่านพ้นวิกฤตหนี้ครั้งใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663677

วันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 11:58 น.ประธาน Evergrande ยืนยันจะผ่านพ้นวิกฤตหนี้ครั้งใหญ่พร้อมระบุว่าจะส่งมอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามคำมั่นสัญญา และจะรับผิดชอบต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

รอยเตอร์สรายงานว่า สวี่เจียอิ้น ประธานบริษัท Evergrande บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับ 2 ของจีนซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้มูลค่ามากกว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐในขณะนี้ กล่าวว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่มืดมนที่สุด และยืนยันว่าจะส่งมอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามคำมั่นสัญญา

ข้อความดังกล่าวถูกระบุในจดหมายถึงพนักงานบริษัทซึ่งได้รับการรายงานโดยสื่อท้องถิ่นจีน นอกจากนี้ประธานยังยืนยันว่าบริษัท Evergrande จะรับผิดชอบต่อผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน หุ้นส่วน และสถาบันการเงินทั้งหมด

หลังจากที่ก่อนหน้านี้การก่อสร้างสังหาริมทรัพย์หยุดชะงักไป โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า Evergrande มีโครงการที่มีการชำระเงินล่วงหน้ามากกว่าหนึ่งล้านยูนิตแต่ยังไม่ได้รับการสร้าง ซึ่งสร้างความวิตกกังวลในหมู่นักลงทุนชาวจีนที่ทุ่มเงินซื้ออสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว

โดยผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้รวมตัวกันประท้วงที่สำนักงานของบริษัท Evergrande อย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องคำตอบที่ชัดเจนจากบริษัท ตลอดจนต้องการให้ภาครัฐเข้ามาจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้มีการยืนยันจากพนักงานว่าการก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการในปลายเดือนตุลาคมหรือต้นเดือนพฤศจิกายน แต่นักลงทุนส่วนหนึ่งยังคงไม่วางใจ

ขณะที่วิกฤตหนี้ของบริษัทยักษ์ใหญ่ยังสะเทือนถึงตลาดหุ้นและตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอีกด้วย อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลและการขาดความเชื่อมั่นของบรรดานักลงทุนที่หวั่นว่าบริษัทจะผิดนัดชำระหนี้ และจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

Photo by STR / AFP

ตลาดหุ้นร่วง กังวลวิกฤตหนี้ Evergrande #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663673

วันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 11:03 น.ตลาดหุ้นร่วง กังวลวิกฤตหนี้ Evergrandeนักลงทุนจับตาวิกฤตการเงินบริษัท Evergrande ทำตลาดหุ้นปรับลบ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าวันนี้ (21 ก.ย.) ตลาดหุ้นเอเชียผันผวนหนัก ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาดูยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์อย่าง Evergrande ที่กำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้สินมูลค่ามากกว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐท่ามกลางความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วภูมิภาค ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าบริษัทจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ในเวลาที่กำหนด และความวิตกกังวลส่วนใหญ่มาจากความไม่ชัดเจนของบรรดาผู้นำในประเทศจีน

ติง ซวง จาก Standard Chartered มองว่า “คนส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังให้ Evergrande ล้มละลายในทันที แต่ความเงียบและขาดการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมของผู้กำหนดนโยบายทำให้ทุกคนตื่นตระหนก” พร้อมคาดหวังว่ารัฐบาลจีนจะออกมาดำเนินการบางอย่างเพื่อรักษาเสถียรภาพทางอารมณ์

ในช่วงเช้าวันนี้ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 30,021.25 จุด ร่วงลง 478.8 จุด หรือ -1.57% ขณะที่ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 23,867.16 จุด ร่วงลง 231.98 จุด หรือ -0.96%

สำหรับดัชนีดาวโจนส์อยู่ที่ 33970.48 จุด ร่วงลง 614.41 จุด หรือ 1.78%, NASDAQ อยู่ที่ 14713.9 จุด ลดลง 330.06 จุด หรือ 2.19% มาอยู่ที่ 14713.9 และ S&P 500 อยู่ที่ 4,357.73 จุด ลดลง 75.26 จุด หรือ 1.7%

ด้านตลาดจีนและเกาหลีใต้ปิดทำการเนื่องในเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันขอบคุณพระเจ้า

Photo by GREG BAKER / AFP

คริปโตราคาร่วงต่อเนื่องจากความกังวลวิกฤตหนี้ Evergrande #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/663671

วันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 10:40 น.คริปโตราคาร่วงต่อเนื่องจากความกังวลวิกฤตหนี้ Evergrandeความกังวลเกี่ยวกับ Evergrande ของจีนส่งแรงสะเทือนทั่วตลาดโลกฉุดราคาคริปโตร่วงตามๆ กัน

ราคาคริปโตเคอร์เรนซี หรือสกุลเงินดิจิทัลยังร่วงต่อเนื่องหลังจากนักลงทุนพากันเทขาย เพราะความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วตลาดโลก

ช่วงเปิดตลาดในช่วงเช้าของเอเชีย ราคา Bitcoin ร่วง 7.6% ลงมาอยู่ที่ 40,237 เหรียญสหรัฐ ถือเป็นราคาต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะดีดกลับมาอยู่ในระดับเดิม

จากข้อมูลของ CoinGecko.com Ether ร่วงไปอยู่ต่ำกว่า 3,000 เหรียญสหรัฐ ส่วน Cardano ร่วงราว 10% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ราคาที่ต่ำลงสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นในตลาดหุ้นเนื่องจากนักลงทุนกำลังชั่งน้ำหนักความเสี่ยงที่มาจากวิกฤตหนี้สินของ Evergrande และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในสัปดาห์นี้

ส่วนดัชนี S&P 500 ตกลง 1.7% แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และวันนี้นักลงทุนยังเทขายหุ้นในตลาดเอเชียต่อเนื่อง

โจนาส ลูธี จากบริษัทนายหน้าซื้อขายทรัพย์สินดิจิทัล GlobalBlock ในอังกฤษเผยว่า “บางคนมองว่าการร่วงอย่างกะทันหันของคริปโตเป็นผลมาจากสถานการณ์ของ Evergrande ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดหลักทรัพย์มาก่อนแล้ว นักวิเคราะห์มองว่าสัปดาห์นี้ยังมีความไม่แน่นอน (Bitcoin) อาจกลับมาอยู่ที่ 41,000 เหรียญสหรัฐ”

แม้ว่าราคาของ Bitcoin จะไม่ได้ขึ้นลงตามตลาดการเงิน ทว่าแนวโน้มในช่วง 30 วันกับฟิวเตอร์สในตลาด Nasdaq 100 เป็นไปในเชิงบวกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีที่แล้ว

แต่เมื่อ Bitcoin เริ่มผสมผสานเข้ากับตลาดการเงินโลกมากขึ้น มันอาจตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงที่กระตุ้นความเชื่อมั่นทั่วโลกมากขึ้น

Photo by Ozan KOSE / AFP

“สมเด็จพระสังฆราช”ประทานพระคติธรรมในวันเยาวชนแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/663571

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 10:07 น."สมเด็จพระสังฆราช"ประทานพระคติธรรมในวันเยาวชนแห่งชาติสมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรมเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 20 ก.ย. 64 ทรงแนะให้เยาวชนอาศัยหลักธรรม “อัตตัญญุตา” ความเป็นผู้รู้จักตนอย่างรอบคอบและรอบด้าน

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2564 ความว่า

ท่ามกลางวิกฤตการณ์ของโลกและของบ้านเมือง บุคคลผู้มีปัญญาย่อมพยายามปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีสวัสดิภาพและคุณภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่เว้นแม้แต่เด็กและเยาวชนผู้กำลังเติบโตใหญ่ในภาวะอันผันผวนและได้รับผลกระทบมากบ้างน้อยบ้างด้วยกันทุกคน

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลง ควรต้องมีทิศทางที่ชัดเจน มีเหตุผล รู้จักตัวตนอย่างรอบคอบและรอบด้าน จึงจะสามารถเป็นคุณแก่ตน ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติได้ การปรับตัวหรือการเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย จึงสามารถอาศัยหลักธรรมมาช่วยชี้แนะมิให้ผิดพลาดหรือหลงทาง

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงอบรมสั่งสอนคุณธรรมสำคัญประการหนึ่งซึ่งจะสนับสนุนให้บังเกิดความดีงามขึ้นในชีวิตของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน หรือผู้ใหญ่ กล่าวคือ “อัตตัญญุตา” หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักตน ฐานะ บทบาท หน้าที่ ภาวะ กำลังความรู้ความสามารถ ความถนัด และคุณธรรมของตนให้เห็นกระจ่างก่อนว่าเป็นเช่นไร ความรู้ความเข้าใจตนอย่างถูกต้องย่อมนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเหมาะสมกับตน ทำให้เกิดผลดีขึ้นได้

และเมื่อรู้จักพิจารณาตนด้วยใจตนเองอย่างยุติธรรมปราศจากอคติแล้ว ก็จะสามารถมองเห็นส่วนที่ต้องพยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลง และส่วนดีเด่นที่ต้องพยายามเพิ่มพูน เป็นเหตุนำไปสู่การพัฒนาตนเองให้บรรลุเป้าหมายอันดีงามที่กำหนดไว้ ด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฐิ กระทั่งบังเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นชีวิตที่ประสบสวัสดิภาพและมีคุณภาพได้ดังที่ปรารถนา

ขออนุโมทนาในความดีที่เด็กและเยาวชนรวมทั้งของผู้ทำประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนได้ประพฤติปฏิบัติ ขออานุภาพแห่งกุศลจริยาและปณิธานในการดำรงตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม โปรดอภิบาลรักษาให้ท่านประสบความสำเร็จในการประกอบกรณียกิจ สามารถพัฒนาชีวิตให้เพียบพร้อมด้วยสุจริตธรรม เป็นกำลังของประเทศชาติสืบไป เทอญ

ไอเดีย Collab เมื่อแนวคิดตรงกัน สินค้าใหม่ก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663590

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 11:19 น.ไอเดีย Collab เมื่อแนวคิดตรงกัน สินค้าใหม่ก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากCollaboration อย่างไร ให้เกิดสินค้าใหม่เพื่อชีวิตและธุรกิจที่ยั่งยืนกว่า

แนวคิด BCG (BIO-CIRCULAR-GREEN) คงไม่ใช่แค่คำที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้สวยหรูดูดีอีกต่อไป เพราะขณะนี้ตลาดการค้าทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทยต้องหันกลับมาพิจารณากระบวนการสร้างสรรค์สินค้ากันใหม่ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โครงการพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่สำหรับงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok หรือ STYLE BANGKOK COLLABORATION 2021 ภายใต้แนวคิด เพื่อชีวิตและธุรกิจที่ยั่งยืนกว่า (Sustainable Life) ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดขึ้นในปีนี้ มีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมหลากหลายแบรนด์เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ๆ ที่จะร่วมกันสร้างสรรค์สินค้าที่ดึงดูดใจผู้ซื้อและยังสอดคล้องไปกับเทรนด์ของตลาดโลกอย่าง BCG

เริ่ม Collab เพื่อไปต่อ

นายจิรชัย ตั้งกิจงามวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรม ดีสวัสดิ์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ Deesawat เล่าในฐานะผู้ที่เข้าร่วมโครงการมาตลอด 2 ปีว่า “ปีนี้แบรนด์ที่เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งสร้างแบรนด์ไม่นาน ได้ความรู้สึกเหมือนพี่จูงน้อง มีโอกาสให้คำแนะนำจากประสบการณ์ที่มากกว่า ขณะที่แบรนด์รุ่นน้องก็มีไอเดียใหม่ๆ มาแชร์หรือนำเสนอวัสดุที่แปลกออกไปเช่นกัน ข้อดีของปีนี้คือมีคอนเซ็ปต์หลักของการสร้างสรรค์สินค้าคือเรื่อง BCG ทำให้มีเรื่องราวชัดเจนเพื่อสื่อสารกับลูกค้า หลังจากที่พูดคุยกันพบว่าหลายแบรนด์ไม่เข้าใจเรื่อง BCG ซึ่งทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ จึงช่วยกันดึงเรื่องราวเหล่านี้ออกมาสื่อสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะเริ่มตอบโจทย์ BCG คือการกำจัดหรือลดขยะที่เกิดจากการผลิตสินค้าของตัวเองให้ได้ก่อน 

ปีนี้ ดีสวัสดิ์ได้ Collab กับวาสุ (Wasoo) แปรรูปขี้เลื่อยไม้สักของโรงงานไปเป็นอิฐบล็อคในรูปแบบ Wall Art เนื่องจากปัจจุบันขี้เลื่อยจากโรงงานจะถูกส่งไปที่โรงงานผลิตธูป แต่อนาคตก็ไม่แน่ใจว่าโรงงานผลิตธูปจะยังอยู่ได้ไหม จึงต้องมองหาปลายทางใหม่ให้กับขยะจากดีสวัสดิ์  สิ่งที่เกิดขึ้นและเห็นได้ชัดในโครงการคือการเป็นจุดเริ่มต้นให้หลายๆ แบรนด์ได้มีโอกาสสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสินค้าร่วมกันในอนาคต ไม่ได้สิ้นสุดแค่การผลิตสินค้าสำหรับโครงการ แม้โครงการจะจบลงแต่เชื่อว่ารูปแบบของ Collaboration จะทำให้เกิดการต่อยอด นำไปสู่การสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ของผลิตภัณฑ์ได้ในอนาคต”

เมื่อเซรามิคและพลาสติกมาเจอกัน

นางสาวณพกมล อัครพงศ์ไพศาล และนายนล เนตรพรหม เจ้าของแบรนด์ละมุนละไม (Lamunlamai) เล่าว่า สินค้าของละมุนละไมเป็นงานเซรามิคแฮนด์คราฟท์ซึ่งปั้นขึ้นรูปด้วยมือทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และของประดับตกแต่งบ้าน มีจุดเด่นมาจากลวดลายและสีสันที่มาจากแร่ธาตุธรรมชาติ ได้ร่วมกับแบรนด์ Qualy ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าพลาสติกรักษ์โลก โดยทั้งสองแบรนด์มีเป้าหมายร่วมกันในด้านความยั่งยืน ต้องการนำเศษเหลือจากการบริโภคในแต่ละวัน ได้แก่ บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ขวดแก้ว และกากกาแฟ กลับมาเป็นวัสดุและส่วนผสมในการสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นชุดถ้วยกาแฟ ขวด ถาดใส่ขนม และกระถางต้นไม้ เพื่อลดปริมาณขยะในสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Landscape on the table” การจำลองภูมิทัศน์ธรรมชาติมาไว้บนโต๊ะทำงาน เพื่อให้ผู้ใช้ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการบริโภคในแต่ละวันที่มีต่อระบบนิเวศน์ในธรรมชาติ โดยผลงานที่ออกแบบจะมีองค์ประกอบที่เป็นตัวแทนของก้อนหิน น้ำ สัตว์ (นก) และต้นไม้ มีการผสานวัสดุและรูปทรงของงานคราฟท์ที่ดูเป็นธรรมชาติจากละมุนละไมเข้ากับงานพลาสติกในระบบอุตสาหกรรมของ Qualy ได้อย่างลงตัว ทั้งหมดนี้ต้องการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอยู่ที่บ้าน ให้อยู่แล้วมีความสุข สร้างบรรยากาศที่ดีให้กับบ้าน ซึ่งตั้งใจว่าจะพัฒนาต่อเพื่อวางตลาดจริงได้ทั้งในและต่างประเทศ

“ปัจจุบันโลกของการออกแบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผลิตสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเดียวไปตลอดเท่านั้น แต่อาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์และนักออกแบบ มากขึ้นเพื่อขยายขอบเขตจากสิ่งที่แต่ละคนถนัด ได้ทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้า และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เพื่อต่อยอดเกิดการสร้างสรรค์สินค้าใหม่ที่ดีกว่าเดิม การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ได้โฟกัสกับการออกแบบที่ตอบรับนโยบาย BCG Economy ซึ่งในต่างประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มานานแล้ว ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ในกระบวนการออกแบบและผลิตออกสู่ตลาด อีกทั้งมีโอกาสขยายศักยภาพของแบรนด์ รวมถึงกลุ่มลูกค้าสินค้าไลฟ์สไตล์และเฟอร์นิเจอร์ที่ไป collab ด้วย ได้เห็นมุมมองใหม่ว่าแบรนด์อื่นมองภาพสินค้าของละมุนละไม. เข้าไปร่วมด้วยได้อย่างไร และได้ร่วมกันผลิตสินค้าที่มุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันด้วยการคำนึงถึง people – planet และ profit อย่างยั่งยืน ซึ่งประสบการณ์ที่ได้เป็นสิ่งที่สามารถนำไปขยายต่อยอดทั้งกับแบรนด์ตัวเอง และการจะร่วมมือกับแบรนด์อื่นในอนาคตได้อีกด้วย”

ใครว่าสินค้า Mass Production จะใส่ความครีเอทีฟไม่ได้

ฐากร เท็กซ์ ไทล์ สตูดิโอ (Takorn Textile Studio) สตูดิโอผู้สร้างสรรค์สิ่งทอซึ่งเน้น Innovative Textile การทดลองโครงสร้างทางสิ่งทอใหม่ๆ เพื่อให้เกิด texture และ visual ที่แปลกออกไป นายฐากร ถาวรโชติวงศ์ เล่าว่า “ได้ร่วมพัฒนาสินค้ากับแบรนด์ชูส์เฮาส์ (Shoes House) ผู้ผลิตรองเท้าเพื่อส่งออก ซึ่งเห็นว่าวัสดุของฐากรน่าจะไปต่อยอดรองเท้าที่เจาะตลาดยุโรปได้ โดยออกแบบเป็นรองเท้าบูต 3 คอลเล็คชั่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ futuristic และ exotic เพราะมองว่าในยุคหลังโควิด สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่หรือวัฒนธรรมที่เกิดหลังจากนี้น่าจะก้าวล้ำมากๆ คนโหยหาการแต่งตัวและแฟชั่น จึงต้องดีไซน์สิ่งที่ล้ำจริงๆ ขณะเดียวกันยังเป็นการ upcycle ของวัสดุเหลือใช้ด้วย โดยทางชูส์เฮาส์นำเศษหนังที่เหลือจากโรงงานมาผลิตร่วมกับเส้นใยของฐากรซึ่งมีการผสมเส้นใยรีไซเคิลจากขวดน้ำพลาสติกใช้แล้วเข้าไปด้วย ถือเป็นความร่วมมือที่ท้าทายเพราะเป็นการทำร่วมกันแบบออนไลน์ 100% ผ่านการสเก็ตช์แบบกันทางออนไลน์ แล้วนำไปตัดเย็บขึ้นเป็นต้นแบบ การเข้าร่วมโครงการนี้เป็นการเปิดโอกาสที่ดีในการนำเอาความคิดสร้างสรรค์ไปผนวกเข้ากับโรงงานผลิตสินค้าในเชิง Mass Production ซึ่งก็สามารถทำเพื่อจำหน่ายได้จริง” 

แนวคิดตรงกัน สินค้าใหม่ก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก

นายชนน วระพงษ์สิทธิกุล และนางสาวณัฐฏิยา รัชตราเชนชัย จากฮาร์ฟแบรนด์ (HARVBRAND) ผู้ผลิตสินค้าตกแต่งบ้านที่ขยายตัวจากโรงงานเฟอร์นิเจอร์ปาร์ติเคิลบอร์ด เน้นการออกแบบและผลิตสินค้าที่ใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพผู้ใช้ เล่าว่า ปาร์ติเกิ้ลบอร์ดเป็นวัสดุที่เกิดจากไม้เหลือใช้หมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ โดยมาจากต้นยางที่ลำต้นถูกนำไปผลิตเฟอร์นิเจอร์แล้ว เหลือกิ่งก้านต่างๆ ซัพพลายเออร์จึงนำมาย่อยให้เล็กลงผสมกาวคุณภาพดีที่มีการปล่อยสารฟอร์มัลดไฮด์ต่ำหรือไม่มีเลย แล้วบีบอัดด้วยความดันสูง เมื่อเข้าร่วมโครงการจึงมองหาแบรนด์ที่มีวัสดุแนวทางเดียวกันอย่าง Qualy เพื่อออกแบบสินค้าใหม่ที่ใช้จุดเด่นของทั้งสองแบรนด์มาร่วมกัน ให้เกิดเป็นสินค้าในรูปแบบโมดูล่า ขนาดต่อชิ้นนั้นไม่ใหญ่แต่สามารถนำไปต่อกันเพื่อขยายประโยชน์การใช้งานได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางหนังสือ วางของแต่งบ้าน ต้นไม้ หรือคอนโดแมว เป็นต้น โดยเสากิ่งไม้ทำจากพลาสติกรีไซเคิลของ Qualy ส่วนชั้นเป็นเศษไม้จากโรงงานที่ตัดเหลือจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ อาทิ เตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งจัดเป็นเซ็ทจำหน่ายให้ลูกค้าเลือกขนาด S M L วางแผนที่จะจำหน่ายให้ได้ภายในปีนี้ และจะต่อยอดไปในสินค้าแบบอื่นๆ เพราะทั้งสองแบรนด์มีแนวคิดตรงกันในด้านการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ต่างเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน คือช่วยขยายรูปแบบให้กับการจำหน่ายสินค้าของ Qualy เพราะจากเดิมจำหน่ายสินค้าเป็นชิ้นแต่เมื่อมาทำเป็นรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ทำให้จำหน่ายได้ทีละหลายชิ้น ส่วนทาง HARVBRAND เองก็สามารถใช้เศษไม้ได้อย่างคุ้มค่าและเต็มที่มากขึ้น

“เทรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่มาทาง BCG (Bio-Circular-Green) จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่มีแบรนด์ลักษณะนี้เพิ่มขึ้นมาก มีผู้คนให้ความสนใจและซื้อสินค้า รัฐบาลยุโรปเองก็มีมาตรการในการอนุญาตสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศมากขึ้นด้วย ในประเทศไทยแม้จะเป็นวาระแห่งชาติก็จริงแต่ก็ยังมีจำนวนผู้ใช้สินค้าแบบนี้ไม่มาก อาจเพราะติดในเรื่องของราคา แต่คิดว่าในอนาคตหากความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ผู้ผลิตก็จะสามารถผลิตได้ในต้นทุนที่ถูกลง สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการนี้อันดับแรกคือการได้รู้จักผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยเพิ่มเครือข่ายในการทำธุรกิจ อันดับสองคือการได้รับมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน เกิดเป็นคอมมูนิตี้ของแบรนด์ที่สนใจเรื่องเดียวกัน เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง ทำให้มีพลังบางอย่างที่จะส่งถึงลูกค้าในอนาคตให้หันมาใช้วัสดุที่เป็น BCG มากขึ้น เพื่อช่วยกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยลง”

การได้ค้นหาวัสดุแปลกใหม่เป็นเรื่องดี

ประสบการณ์การเข้าร่วมโครงการ STYLE BANGKOK COLLABORATION ในปีที่ผ่านมาทำให้ นางสาวจุไรรัตน์ คุณาวิชยานนท์ เจ้าของแบรนด์ คุณเดคอเรด (KUN decorate) ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากอลูมิเนียมตัดสินใจเข้าร่วมโครงการในปีนี้ได้ไม่ยากโดยเล่าว่า “การเข้าร่วมโครงการในปีที่แล้วทำให้เห็นถึงข้อดีของการได้รู้จักวัสดุแปลกใหม่ มีโอกาสในการพัฒนาสินค้าใหม่ที่ต่อยอดจากเฟอร์นิเจอร์ จึงตัดสินใจเข้าร่วมในปีนี้ ซึ่งได้ร่วม Collab กับ 6 แบรนด์ ใน 4 คอลเล็คชั่น มีโอกาสในการนำอลูมิเนียมจาก KUN DECORATE ไปร่วมกับวัสดุอื่น ไม่ว่าจะเป็นเศษหนังรีไซเคิลจากแบรนด์ธาอีส (THAIS) สำหรับการผลิตสินค้าเพื่อกิจกรรมแค้มป์ปิ้ง ช่วยเพิ่มคุณค่าใหม่ๆ ให้กับการใช้งาน หรือการทำให้อลูมิเนียมดูนุ่มนวลลงด้วยการไปผนวกกับเส้นใยจากผักตบชวาและใยผ้าจากแบรนด์ มูเน่ (Munie) และใส่ใจ (SAI JAI) เพื่อทำเป็นโคมไฟกระเป๋าหิ้ว ขณะที่แบรนด์วินเทค (Wintech) ซึ่งเป็นกระจกก็มาชวนทำเฟอร์นิเจอร์ที่แปลกออกไปโดยใช้กระจกเป็นขาแต่อลูมิเนียมกลายไปเป็นส่วนท็อป ส่วนคอลเล็คชั่นสุดท้ายคือการร่วมกับ หนึ่งศูนย์สามเปเปอร์ (103paper) และฮิวมีม (Humeme) เพื่อทำสินค้าขนาดเล็กที่ใส่ของได้โดยมีปิ่นโตเป็นแกนของคอนเซ็ปต์ การร่วมมือเหล่านี้คือความท้าทายใหม่ๆ ที่สามารถต่อยอดความร่วมมือได้ต่อไปในอนาคต”

ความร่วมมือกันหรือการ Collaboration นั้น เกิดขึ้นได้ในทุกอุตสาหกรรม เมื่อแบรนด์มีเป้าหมายเดียวกัน ย่อมพัฒนาความร่วมมือต่อกันได้ในหลายๆ ด้าน และต่อยอดไปยังอนาคต เพื่อให้เกิดสินค้าใหม่ที่สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนในโลกของการค้า และส่งเสริมการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ต่อไป

Luxe Monster Sale 2021 งานเซลส์ที่คนรักแบรนด์เนมต้องร้อง WoW !! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663527

วันที่ 19 ก.ย. 2564 เวลา 11:45 น.Luxe Monster Sale 2021 งานเซลส์ที่คนรักแบรนด์เนมต้องร้อง WoW !!เซ็นทรัลเล่นใหญ่ลดเอาใจคนรักแบรนด์เนม กับ Luxe Monster Sale 2021 งานเซลส์ครั้งใหญ่รวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์เนมมาให้ช้อป พร้อมมอบส่วนลดสูงสุด 80%

ห้างเซ็นทรัล เอาใจคนรักแบรนด์เนม จัดงานเซลส์ครั้งใหญ่ของเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์เนม มาให้ช้อปด้วยส่วนลดสูงสุด 80% และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 12.5 % เมื่อใช้คะแนนเดอะวัน รับสิทธิพิเศษเพิ่มจากบัตรเครดิตชั้นนำ ภายใต้มาตรการความปลอดภัยทางสาธารณสุข ที่จะทำให้คุณช้อปอย่างมั่นใจ อุ่นใจเสมือนอยู่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 19 – 22 กันยายน 2564 ที่ The Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม

พบกับแบรนด์ดัง อาทิ TORY BURCH, BALLY, KATE SPADE NEW YORK DVF, REBECCA MINKOFF, VILEBREQUIN, TUMI, CHLOE STORA, CLUB MONACO, EILEEN FISHER, ELIE TAHARI, GERARD DAREL, MAJE, PORTS PURE, SANDRO และแบรนด์ดัง จาก Luxe Galerie, Luxe Kids, CMG และ SIWILAI

นอกจากนี้ เฉพาะสมาชิกบัตรเครดิตเดอะวัน เดอะแบล็ค, แบล็ค และลักซ์ รับพวงกุญแจ Swarovski มูลค่า 1,550 บาท เมื่อช้อปสะสมภายในวันครบ 100,000 บาท (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อหมายเลขบัตร ต่อวัน และจำกัดของรางวัลจำนวน 10 รางวัล ตลอดรายการ) มาสเตอร์การ์ด รับบัตรของขวัญสูงสุด 1,500 บาท ยูเนียนเพย์ รับบัตรของขวัญ 300 บาท และรับเพิ่มกระเป๋าผ้ารักษ์โลก มูลค่า 899 บาท และรางวัลสำหรับ Top spenders 3 ท่าน รับเครื่องประดับสุดหรู จาก Beauty Gems (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด)

พร้อมกันนี้ ยังมีหลากหลายช่องทางสะดวกจากห้างเซ็นทรัล ทั้ง Central Chat & Shop ช้อปและแชตผ่านไลน์ @Centralofficial, บริการ Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวสำหรับทุกคน รวมถึงช้อปฝ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และอินบ็อกซ์ผ่านเฟซบุ๊กเพจ Central Department Store และที่ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขาทั่วประเทศ

Bolon X Transition สร้างเซอร์ไพรส์เอาใจสายแฟ กับ Special Edition 2 รุ่น 2 แบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/663468

วันที่ 18 ก.ย. 2564 เวลา 10:05 น.Bolon X Transition สร้างเซอร์ไพรส์เอาใจสายแฟ กับ Special Edition 2 รุ่น 2 แบบ BOLON สร้างเซอร์ไพรส์เอาใจสายแฟ เปิดตัว Special Edition “BOLONXTRANSITIONS” จับคู่กรอบแฟชั่นสุดเก๋ กับเลนส์สุดเท่ห์เปลี่ยนสีได้

โบลอน (BOLON) เปิดตัว Special Edition จับเทรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โชว์คอนเซ็ปต์ ‘แฟชั่นไร้ขีดจำกัด’ (I Have No Limit) ด้วยการ Mix & Match กรอบแว่นตาแฟชั่น BOLON เข้ากับเลนส์เปลี่ยนสีสุดพรีเมี่ยม รุ่น TRANSITIONS มาพร้อมเสื้อยืดแนวสตรีท ที่บรรจุมาในกล่องสุดชิค มีให้เลือก 2 รุ่น 2 แบบ ให้สายแฟได้ตอบโจทย์การใส่ทั้ง Indoor-Outdoor แล้ววันนี้

BOLON ผู้นำด้านกรอบแว่นตาแฟชั่น ในเครือบริษัท เอสซีลอร์ ผู้นำด้านเลนส์สายตาระดับโลก ต้องการมอบความคุ้มค่าให้ผู้ใช้มากกว่าที่เคย จัดเต็มด้วยการออก Special Edition Set ‘Bolon X Transition’ ตอบโจทย์การใช้งานครบทุกองศา ให้ความสำคัญกับการปกป้องดวงตาอย่างที่สุดเพราะดวงตามีคู่เดียว และคนยุคใหม่ ใช้งานดวงตามากขึ้นตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน ทำให้ด้วยตาต้องเผชิญมลภาวะทั้งจาก แสงแดด แสงUV หน้าจอมือถือ และจอคอมพิวเตอร์ ตลอดเวลา

สำหรับรูปลักษณ์และดีไซน์ของกรอบแว่น Bolon รุ่น “BolonXTransitions” ได้แรงบันดาลใจจากแฟชั่น ยุค 70’s ที่การแต่งตัวและการแสดงออกบ่งบอกถึงอารมณ์ เน้น Mix & Match โดยการสวมใส่เสื้อผ้าของเพศตรงข้าม เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของตัวตนผ่านแฟชั่นที่ไร้ขีดจำกัด (NO LIMIT) โดย BOLON เลือกดีไซน์กรอบแว่น 2 รุ่น พร้อม สีเลนส์ทรานสิชั่น 2 สี ได้แก่

รุ่นมายา (MYA) กรอบสี Clear หรือสีใสโปร่งแสง ทรงเหลี่ยมที่ออกแบบให้ดู Vintage มาพร้อมความพิเศษของตัวกรอบ Acetate นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ขาแว่นใช้วัสดุ TR90 ที่สามารถโค้งงอได้ตามใจ เบาสบายเมื่อสวมใส่ รับกับรูปทรงของใบหน้าทุกแบบ แมทช์มากับเลนส์ Transitions สีน้ำตาลทอง (Amber) ส่งให้ใบหน้าละมุน สว่าง เหมาะกับสาวๆที่ต้องการลุคซอฟท์ใส หรือหนุ่มๆที่มีสไตล์อ่อนโยน น่ารัก

รุ่นแซ็ค (ZACK) มาพร้อมเทรนด์ Oversize ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย วัสดุทำจากไทเทเนียม เพิ่มความสบายที่ปลายขาแว่นด้วยการห่อหุ้ม rubber กระชับนุ่มเมื่อสวมใส่ กรอบแว่นสี Rose Gold ซึ่งเป็นสีท็อปฮิตของแบรนด์อย่างมีเอกลักษณ์ แมทช์มากับเลนส์ Transitions สีฟ้าน้ำเงิน (Sapphire) โชว์ความเท่ห์ เฉี่ยว ให้ผู้สวมใส่มั่นใจ คล่องแคล่ว เข้าได้กับทุกลุคทุกสไตล์

Bolon’s Special Edition จัดทำขึ้นแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในประเทศไทย มีเพียงรุ่นละ 1,000 ชิ้น จำหน่ายในรูปแบบ Box Set สุดชิคพร้อมเสื้อยืดเอาใจสายแฟ สายสตรีท รุ่น MYA ราคา 5,800 บาท และ รุ่น ZACK ราคา 6,300 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ร้านแว่นตาตัวแทนจำหน่าย BOLON EYEWEAR ทั่วประเทศ หรือสอบถามได้ที่ Facebook : Bolon Eyewear Thailand และ IG : boloneyewearth