อีกครั้งที่อเมริกันล้มเหลว เมื่อกองทัพที่ปั้นมาไร้น้ำยาสู้ตอลิบาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660589

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 12:35 น.

อีกครั้งที่อเมริกันล้มเหลว เมื่อกองทัพที่ปั้นมาไร้น้ำยาสู้ตอลิบาน ตอลิบานเผยความล้มเหลวของความพยายามของสหรัฐ ในการสร้างกองทัพอัฟกัน

สำนักข่าวสรอยเตอร์ชี้ ความพ่ายแพ้ของกองกำลังอัฟกันในขณะที่กลุ่มตอลิบานเข้ายึดครองจังหวัดแล้วจังหวัดเล่าให้คำตอบที่ชัดเจนว่าความพยายามยาวนานสองทศวรรษของสหรัฐที่จะสร้างกองทัพท้องถิ่นในอัฟกานิสถานนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่

แม้จะมีงบประมาณประมาณ 89,000 ล้านดอลลาร์สำหรับการฝึกกองทัพอัฟกัน แต่กลุ่มตอลิบานใช้เวลาแค่หนึ่งเดือนในการทำลายกองทัพนี้ ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ยึดเมืองใหญ่ทุกแห่งในอัฟกานิสถาน ตั้งแต่กันดาฮาร์ทางตอนใต้ไปจนถึงมาซาร์-อี-ชาริฟทางเหนือ และเฮรัตทางตะวันตกถึงจาลาลาบัดทางตะวันออก

ตอนนี้พวกเขายืนอยู่แค่ปากทางเข้ากรุงคาบูล

ประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี แห่งอัฟกันยกย่องกองกำลังความมั่นคงและการป้องกันอัฟกันในการปราศรัยทางโทรทัศน์สั้น ๆ เมื่อวันเสาร์ว่าพวกเขามี “จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งในการปกป้องประชาชนและประเทศของพวกเขา”

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความตกใจที่หน่วยทหารอัฟกันจำนวนมากแทบไม่ต่อต้าน บางคนละทิ้งหน้าที่ของตนและคนอื่นๆ ได้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มตอลิบานเพื่อหยุดการต่อสู้และมอบอาวุธและยุทโธปกรณ์ของพวกเขาให้ตอลิบาน

ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของสหรัฐกล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้กองกำลังความมั่นคงยอมจำนนหรือหลบหนี บางทีเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดต่อไปเพราะพวกเขาเชื่อว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้

หากที่ไหนไม่มีการทำข้อตกลงกัน กองกำลังอัฟกันก็ดูเหมือนจะไม่มีตัวตนอยู่เลย

“เมื่อขวัญกำลังใจหมดสิ้นไป มันจะลุกลามอย่างรวดเร็ว และอย่างน้อยเรื่องนี้ก็มีส่วน” เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งกล่าว

เจ้าหน้าที่อเมริกันกังวลมานานแล้วว่าการคอร์รัปชั่นที่ลุกลามไปทั่วในหมู่ผู้นำทางการทหารและการเมืองของอัฟกานิสถานที่มีกฐานคาหนังคาเขาจะบ่อนทำลายกาขวัญกำลังใจของทหารแนวหน้าที่ได้รับค่าจ้างไม่ดี ขาดแคลนอาหาร และการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งบางคนถูกทิ้งไว้นานหลายเดือนหรือหลายปีในด่านที่ห่างไกลซึ่งกลุ่มตอลิบานสามารถโจมตีได้ง่ายๆ

หลายปีที่ผ่านมา ทหารอัฟกันหลายร้อยนายถูกสังหารในแต่ละเดือน แต่กองทัพต่อสู้ต่อไปโดยไม่มีการอพยพผู้บาดเจ็บล้มตายทางอากาศและขาดมาตรฐานการดูแลการผ่าตัดโดยผู้เชี่ยวชาญเหมือนในกองทัพตะวันตก ตราบใดที่กองทัพนานาชาติยังอยู่ที่อัฟกานิสถานพวดเขากฌ็ยังพอมีกำลังใจ แต่เมือถอนกำลังออกไป กองทัพอัฟกันก็หมดแรงใจที่จะสู้

“คุณจะสละชีวิตของคุณให้กับผู้นำที่ไม่จ่ายเงินให้คุณตรงเวลาและสนใจอนาคตของตัวเองมากขึ้นไหม” เจ้าหน้าที่สหรัฐคนที่สองซึ่งพูดโดยขอไม่เปิดเผยชื่อถาม

เป็นการวิเคราะห์บางคนในขบวนการตอลิบานเองเห็นพ้องด้วย

ผู้บัญชาการกลุ่มตอลิบานคนหนึ่งในจังหวัดฆัซนีทางตอนกลางกล่าวว่ากองกำลังของรัฐบาลเริ่มล่มสลายทันทีที่กองกำลังสหรัฐเริ่มถอนตัว “เนื่องจากพวกเขาไม่มีอุดมการณ์ใด ๆ ยกเว้นโหนอเมริกาเอาไว้”

“เหตุผลเดียวที่ทำให้จังหวัดต่างๆ ล่มสลายอย่างไม่คาดคิดก็คือความมุ่งมั่นของเราและการถอนทหารสหรัฐฯ” เขากล่าว

ความพ่ายแพ้เน้นย้ำถึงความล้มเหลวของสหรัฐในการสร้างกองกำลังต่อสู้ในภาพลักษณ์ของกองทัพที่มีความเป็นมืออาชีพสูง โดยมีความเป็นผู้นำที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แรงบันดาลใจ อาวุธไฮเทค และการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ที่ราบรื่น

ตัวเลขในรายงานทางการนั้น กองกำลังความมั่นคงอัฟกานิสถานมีจำนวนทหารประมาณ 300,000 นาย ในความเป็นจริง ตัวเลขไม่เคยสูงขนาดนั้น

มันปฏิบัติการโดยกองกำลังพิเศษชั้นยอดจำนวนน้อยที่ถูกไล่ต้อนออกจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหลังจากเมืองจำนวนมากตกอยู่ในกำมือกลุ่มตอลิบาน อัตราหนีทหารในกองทัพที่สูงอยู่แล้วก็เพิ่มสูงขึ้นอีก

ขณะที่กองกำลังของรัฐบาลเริ่มแตกซ่านกอง กำลังติดอาวุธในท้องถิ่นที่รับเกณฑ์กำลังมารบ ซึ่งภักดีต่อผู้นำระดับภูมิภาคที่มีชื่อเสียง เช่น ขุนศึกอับดุล ราชิด ดอสตุม ในจังหวัดฟาริยาบทางเหนือหรืออิสมาอิล ข่าน ในเมืองเฮรัต ก็รีบเร่งเข้าต่อสู้เช่นกัน

ประเทศตะวันตกระวังกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวมานานแล้ว แม้ว่ากองกำลังท้องถิ่นและขุนศึกท้องถิ่นจะเป็นเรื่องปกติตามแนวทางเมืองอัฟกานิสถานแบบดั้งเดิมที่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ระดับท้องถิ่น หรือชาติพันธุ์มีน้ำหนักมากกว่าความภักดีต่อรัฐชาติ กลุ่มเหล่านี้พัวพันคอร์รัปชั่นและการล่วงละเมิดจนเป็นปกติ และท้ายที่สุดกลุ่มขุนศึกเหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับองกำลังตามระบบที่ควบคุฒโดยรัฐบาล

ผลก็คือขุนศึกดอสตุม หนีไปอุซเบกิสถานเมื่อกลุ่มตอลิบานบุกเข้ามา และขุนศึกข่านก็ยอมจำนนต่อพวกตอลิบาน

แต่มันเป็นเรื่องสมเหตุสมผลหรือไม่ที่จะสร้างกองทัพแบบตะวันตกในประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยอัตราการรู้หนังสือ 40% และยังมีวัฒนธรรมทางสังคมและการเมืองที่ห่างไกลจากความรู้สึกเป็นรัฐชาติที่เป็นหนึ่งเดียวเหมือนชาติที่พัฒนาแล้ว

ผู้ฝึกสอนทหารในกองทัพสหรัฐที่ทำงานร่วมกับกองกำลังอัฟกันพยายามสอนบทเรียนพื้นฐานขององค์กรทางทหารที่ทำการจัดหา บำรุงรักษาอุปกรณ์ และดูแลให้หน่วยได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในสนามรบ

โจนาธาน ชรอเดน (Jonathan Schroden) ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนโยบาย CNA ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยบัญชาการกลางของสหรัฐฯ CENTCOM และกองกำลังระหว่างประเทศที่นำโดยสหรัฐในอัฟกานิสถาน กล่าวว่ากองทัพอัฟกันทำหน้าที่ได้มากเท่ากับ “โครงการจัดหางาน”มากกว่าจะเป็นกองกำลังต่อสู้ “เพราะมันเป็นแหล่งที่มาของเงินเดือน (สำหรับประชาชน) ในประเทศที่หาเงินได้ยาก”

แต่ความล้มเหลวเรื้อรังของการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ ยุทโธปกรณ์/อุปกรณ์ และกำลังคนในหลายหน่วย ยังผลให้ “แม้ว่าพวกเขาต้องการต่อสู้ พวกเขาก็หมดความสามารถในการต่อสู้ในระยะเวลาอันสั้น”

กองกำลังอัฟกันถูกบีบให้ยอมแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังการร้องขอเสบียงและกำลังเสริมไม่ได้รับคำตอบ อาจเป็นเพราะขาดความสามารถในการส่งกำลังหนุนหรือระบบไม่สามารถส่งมอบได้

แม้แต่หน่วยกองกำลังพิเศษชั้นยอดที่จมปลักจากการสู้รบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ยังได้รับความเดือดร้อน เมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยคอมมานโดอย่างน้อยสิบกว่านายถูกสังหารโดยกลุ่มตอลิบานในจังหวัดฟายยับ ทางภาคเหนือของประเทศ หลังจากกระสุนหมดและถูกบังคับให้มอบตัว

ริชาร์ด อาร์มิเทจ (Richard Armitage) อดีตนักการทูตสหรัฐซึ่งจัดกองเรือกองเรือของกองทัพเรือเวียดนามใต้เพื่อบรรทุกผู้ลี้ภัยประมาณ 30,000 คนออกจากไซง่อนก่อนที่เรือจะล่มในเดือนเมษายน พ.ศ. 2518 ได้เฝ้าดูภัยคุกคามจากภัยพิบัติที่คล้ายกันที่เกิดขึ้นในกรุงคาบูล

ในฐานะรองเลขาธิการแห่งรัฐภายใต้อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เมื่อสหรัฐบุกโจมตีอัฟกานิสถานในปี 2544 เขามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการทูตอัฟกานิสถาน เขากล่าวว่าการล่มสลายของกองทัพอัฟกันชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในวงกว้างของความพยายามระหว่างประเทศกว่า 2 ทศวรรษ

“ผมได้ยินคนแสดงความไม่พอใจในหมู่สื่อมวลชนว่ากองทัพอัฟกันไม่สามารถต่อสู้ได้นาน” เขากล่าว “ผมรับรองได้เลยว่ากองทัพอัฟกันต่อสู้แล้ว สู้ได้ และถ้ามีปืนและมีบางอย่างเอาไว้สู้ พวกเขาก็สามารถใช้มันได้”

“คำถามคือ รัฐบาลนี้คุ้มที่จะต่อสู้หรือเปล่า?”

Photo by – / AFP

สหรัฐเริ่มอพยพสถานทูตในกรุงคาบูลหลังตอลิบานล้อมกรุง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660584

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 11:45 น.

สหรัฐเริ่มอพยพสถานทูตในกรุงคาบูลหลังตอลิบานล้อมกรุงตอลิบานรุกคืบถึงชานกรุงคาบูล เพียงแค่รอเวลาว่ารัฐบาลจะสู้หรือจะยอมแพ้เท่านั้น ขณะที่สหรัฐสั่งอพยพสถานทูต แม้จะมีการตรึงกำลังทหารอีกนับพัน

สหรัฐเริ่มอพยพนักการทูตออกจากสถานทูตในกรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศอะัฟกานิสถานแล้ว เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คนบอกกับสำนักรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว สถานทูตยังคงทำงานอยู่ 

เป็นที่คาดการณ์กันว่าการอพยพของนักการทูตส่วนใหญ่จะเริ่มในวันอาทิตย์นี้ เนื่องจากกลุ่มตอลิบานยังคงเดินหน้าโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ซึ่งคาดว่าจะมาถึงคาบูลในเวลาอีกไม่กี่วัน 

ในขณะนี้ตอลิบานได้เคลื่อนกำลังยึดเมืองสำคัญได้เกือบหมดและล้อมกรุงคาบูลเอาไว้โดดๆ เตรียมที่จะจู่โจมเมื่อใดก็ได้ และขึ้นอยู่กับว่าประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี ที่ปักหลักในเมืองจะประกาศต่อต้านการรุกรานหรือว่าจะยอมวางอาวุธ 

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน สั่งให้ส่งทหารสหรัฐเพิ่มอีก 1,000 นาย เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในการอพยพฉุกเฉินจากพนักงานสถานทูตในกรุงคาบูล และชาวอัฟกันหลายพันคนที่ทำงานในกองกำลังอเมริกัน 

ไบเดนกล่าวในแถลงการณ์ว่าเป้าหมายคือ “เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถมีการปลดประจำการอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยสำหรับบุคลากรของสหรัฐ และบุคลากรพันธมิตรอื่นๆ และการอพยพชาวอัฟกันที่เป็นระเบียบและปลอดภัยซึ่งช่วยกองกำลังของเราในระหว่างภารกิจของเราและผู้ที่มีความเสี่ยงพิเศษจากการรุกของตอลิบาน” 

Photo by – / AFP

วัดระฆังฯ ช่วยเกษตรกรเจอพิษโควิดเหมาแตงโม 10 ตันแจกชาวบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/660490

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 16:21 น.

วัดระฆังฯช่วยเกษตรกรเจอพิษโควิดเหมาแตงโม10ตันแจกชาวบ้านวัดระฆังฯร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติฯและพช.ช่วยเกษตรกรเหมาแตงโม10ตันมาแจกชาวบ้านชุมชนรอบวัดและบุคลากรทางการแพทย์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.พระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมฺโม(พระครูต้น) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ แจกแตงโม 10 ตันให้ชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนรอบวัดระฆังฯ และบุคลากรทางการแพทย์ เขตบางกอกน้อยโดยเหมามาจากจ.พิจิตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 และสนองดำริเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯให้วัดทุกวัดตั้งโรงทานขึ้นเพื่อบรรเทาความทุกข์แก่ญาติโยมและเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

พระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม กล่าวว่า จากวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ขาดรายได้ไปจุนเจือครอบครัว วัดถือเป็นสถานที่ที่เป็นที่พึ่งด้านจิตใจ และเป็นสถานสาธารณสงเคราะห์ของชุมชน ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอที่จะอนุเคราะห์ประชาชนผู้ประสบความยากลำบาก ทางวัดระฆังฯ จึงได้จัดตั้งโรงทานช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โรคระบาด มาตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่กรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน วันละ 1,200 กล่อง มอบให้บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลสนาม ชุมชนและถวายพระภิกษุสามเณร แม่ชี ภายในวัดระฆัง โดยได้รับการสนับสนุนจากสภาสตรีแห่งชาติและกรมการพัฒนาชุมชนและร้านคอระฆังและภาคีเครือข่ายต่างๆร่วมด้วยช่วยกัน

ทั้งนี้ ได้ร่วมกับนายสุทธิพงษ์และดร.วันดีวันนี้ได้แจกแตงโม 10,000 กิโลกรัม 10 ตัน ให้กับโรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์2 (ศูนย์วัดศรีสุดาราม),ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อของเขตบางกอกน้อยและเขตพระนคร ,เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางกอกน้อย ซึ่งได้ซื้อมาจากเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมพื้นที่อ.วังทรายพูน จ.พิจิตรซึ่งประสบปัญหาขายผลผลิตไม่ได้ เป็นผลพวงมาจากไวรัสโควิด-19 ทางวัดจึงได้ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาเหมาซื้อมา 10 ตัน นำมาแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบ 1 คนจะได้ 2-3 ลูก เพื่อให้ทั่วถึงกันทุกคน แจกจนกว่าจะหมด ส่วนชาวบ้านที่มารับแตงโม ทางวัดได้ขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากอนามัยทุกคน ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่ทางวัดจัดไว้ให้ และรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยน.ส.กรกวรรณ เอี่ยมลิ้ม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางกอกน้อย และนางธราพร อำนวยสาร ผู้ช่วยเขต ผอ.เขตบางกอกน้อย,ตำรวจ สน.บางกอกน้อยได้จัดเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกในครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามนายสุรเดช ลิ้มพานิช (หมึก ท่าพระจันทร์ ) รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ,นาสยศุทธดา เนติภานนท์ และ มะนาว ศรศิลป์ มณีวรรณ ดารานักแสดง ร่วมทำบุญซื้อแตงโมในครั้งนี้ด้วย

วัดสุทธิฯตั้ง “Temple Isolation” 120 เตียงดูแลผู้ป่วยโควิดสีเขียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/659753

วันที่ 04 ส.ค. 2564 เวลา 17:46 น.

วัดสุทธิฯตั้ง"Temple Isolation"120เตียงดูแลผู้ป่วยโควิดสีเขียว สสส.หนุนวัดสุทธิวราราม ตั้ง “Temple Isolation”เตรียม 120 เตียง รับผู้ป่วยโควิดสีเขียว แนะ 5 ระบบสร้างวัดต้นแบบดูแลผู้ติดเชื้อ พร้อมสร้างแกนนำ”พระไม่ทิ้งโยม”

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และผู้จัดการโครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรสุขภาวะวิถีพุทธเชิงสร้างสรรค์ สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีสถิติผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 ล้นโรงพยาบาล ผู้ป่วยเข้าไม่ถึงการรักษา จึงได้ปรับโครงการโครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรสุขภาวะวิถีพุทธเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่าย มาช่วยแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ในกรุงเทพฯ โดยดำเนินการปรับศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาและการพัฒนาสังคม อาคารขนาด 3 ชั้นของวัดสุทธิวราราม จัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 สำหรับดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการ เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 ถือเป็นการใช้มาตรการดูแลผู้ป่วยที่วัด (Temple Isolation) เพื่อรอนำส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยมีพระนักพัฒนาการสาธารณสงเคราะห์ กลุ่ม “พระไม่ทิ้งโยม” กว่า 20 รูป พร้อมทีมแพทย์ พยาบาลอาสาสมัครคอยดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่ตกค้างให้ได้รับการเข้าถึงการรักษาที่ศูนย์พักคอยโดยแยกออกจากคนในครอบครัว มุ่งลดการแพร่ระบาดในชุมชมวงกว้าง

ทั้งนี้ Temple Isolation ของวัดสุทธิวราราม มีรูปแบบการจัดการและวางระบบที่มีความพร้อม 5 ด้าน คือ 1.ด้านสถานที่ วัดรองรับผู้ป่วย 120 เตียง ปัจจุบันมีผู้ป่วย 60 คน และยังมีผู้ป่วยในชุมชนเจริญกรุง 57 กว่า 100 คน ซึ่งกลุ่ม “พระไม่ทิ้งโยม” ให้ความช่วยเหลือดูแลครอบคลุมทั้งผู้ป่วยโควิด-19 ในวัดและชุมชนรอบข้าง 2.ด้านการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย ร่วมกับ โรงพยาบาลสงฆ์ และโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จัดทีมแพทย์ พยาบาล เฝ้าสังเกตอาการผู้ป่วยในศูนย์พักคอยตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็นกลางวัน 3 คน และกลางคืน 3 คน 3.ด้านอาหาร วัดรับบริจาควัตถุดิบเพื่อนำมาประกอบอาหารให้แก่ผู้ป่วย 3 มื้อ และรับบริจาคอาหารแห้ง อาหารกล่อง น้ำดื่ม เพื่อนำไปแบ่งปันให้ผู้ป่วย รวมถึงกลุ่มคนเปราะบางในชุมชน 4.ด้านการค้นหาผู้ป่วย กลุ่ม “พระไม่ทิ้งโยม” ร่วมลงพื้นที่เชิงรุกในชุมชนรอบข้างค้นหาผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อให้เข้าถึงการรักษาเร็วที่สุด และ 5.ด้านการสื่อสาร มีการพัฒนาสื่อรูปแบบอินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่าย กระจายสู่คนในพื้นที่ โดยจะขยายการผลิตสื่อชุดความรู้ในรูปแบบคลิปวิดีโอ เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจให้สังคมไทยสู้กับสถานการณ์โควิด-19 ในวงกว้างต่อไป

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งพัฒนาสุขภาวะองค์กรสงฆ์และชุมชน โดยผลักดันให้เกิดศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาและการพัฒนาสังคม ภายในวัดสุทธิวรารามขึ้น โดยในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้ผลักดันให้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่วัด เพื่อรองรับผู้ป่วยในชุมชน ระบบ Temple Isolation ของวัดสุทธิวราราม ถือเป็นต้นแบบดูแลผู้ป่วยในวัดหรือสถานศึกษาสงฆ์พื้นที่อื่นๆ ได้ เนื่องจากขณะนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 ไม่มีอาการกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนาของตัวเองจำนวนมาก โดย สสส. จะประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อขยายแนวทางการจัดทำระบบ Temple Isolation ให้ได้มากที่สุด ขณะนี้ สสส. สานพลังภาคีธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติเสนอมหาเถรสมาคมผลักดันแนวคิดนี้ให้เกิดขึ้นอย่างน้อย 1 วัด 1 ตำบลทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพ ลดภาระปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ตัดวงจรการระบาดและลดจำนวนผู้เสียชีวิตของไทย

อย่างไรก็ตาม องค์กรที่มีความพร้อมหรือสนใจ ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://stopcovid.anamai.moph.go.th/dashbord_center/  เพื่อแจ้งความประสงค์จัดตั้ง Community Isolation โดยจะมีทีมงานประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหาแนวทางการจัดการวางระบบที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานต่อไป

วัดระฆังฯเปิด “โรงครัวปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19” บรรเทาทุกข์คนเดือดร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/657449

วันที่ 07 ก.ค. 2564 เวลา 20:57 น.

วัดระฆังฯเปิด“โรงครัวปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19”บรรเทาทุกข์คนเดือดร้อนอธิบดีพช.ตรวจเยี่ยม“โรงครัวปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19” วัดระฆังฯ พร้อมให้กำลังใจภาคีเครือข่ายประชาชนผู้มีจิตอาสาร่วมปรุงอาหารช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบพิษโควิด

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พระครูสมุห์ วัชระ ภทฺทธมฺโม (พระครูต้น) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน ศิษยานุศิษย์วัดระฆังฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายและพี่น้องประชาชนผู้มีจิตอาสา ที่ร่วมกันปรุงอาหาร และบรรจุข้าวกล่อง ตามโครงการ “โรงครัวปันน้ำใจ ต้านภัยโควิด-19” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 69 พรรษา 28 กรกฎาคม 2564 เพื่อนำข้าวบรรจุกล่องไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อยจากโควิด ณ อาคารจอดรถ ชั้น 6 วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร  เขตบางกอกน้อย 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และภาคีเครือข่าย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีน้ำพระราชหฤทัย บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย เพื่อดำเนินการตามพระราโชบาย “สืบสาน รักษา และต่อยอด” แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาสู่พระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ โดยมิทรงย่อท้อ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์ และบ้านเมืองเสมอมา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้เชิญชวนข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งภาคีเครือข่ายและพี่น้องประชาชน ได้ร่วมกันทำความดีเป็นปฏิบัติบูชา เพื่อแสดงความจงรักภักดีร่วมกัน ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม 2564 โดยจัดตั้ง “โรงครัวปันน้ำใจ ต้านภัยโควิด-19” เพื่อประกอบอาหารปรุงสุก วันละ 1,000 กล่อง เพื่อมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ได้รับกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในเขตชุมชนวัดระฆังฯ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2564 ซึ่งในแต่ละจุดนั้นจะมีตัวแทนมารับข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้บุคลากรและประชาชน ดังนี้ 1. โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 300 กล่อง 2. โรงพยาบาลกลาง จำนวน 200 กล่อง 3. โรงพยาบาลสวนเบญจกิติเฉลิมเกียรติ 84 พรรษา จำนวน 170 กล่อง 4. โรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ (ศูนย์วัดศรีสุดาราม) เขตบางกอกน้อย จำนวน 200 กล่อง 5. พระภิกษุ สามเณร แม่ชี วัดระฆังฯ จำนวน 100 กล่อง 6. เจ้าหน้าที่กวาดขยะ สำนักงานเขตบางกอกน้อย จำนวน 30 กล่อง

อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน ศิษยานุศิษย์วัดระฆังฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายและพี่น้องประชาชนผู้มีจิตอาสาทุกท่าน ที่มีจิตเป็นกุศล ได้ร่วมใจกัน ในการทำความดีครั้งนี้

เปิดจองวัตถุมงคล “หลวงพ่อพัฒน์” เกจิดังปากน้ำโพรายได้สร้างสาธารณประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/657302

วันที่ 06 ก.ค. 2564 เวลา 13:07 น.

เปิดจองวัตถุมงคล"หลวงพ่อพัฒน์"เกจิดังปากน้ำโพรายได้สร้างสาธารณประโยชน์อำเภอเมืองปทุมธานีเปิดจองวัตถุมงคลหลวงพ่อพัฒน์ รุ่นเลื่อนตำแหน่ง ยกฐานะ และรุ่นปลอดภัย สมทบทุน บูรณะวัดบางหลวงหัวป่า (วัดร้าง) ปรับปรุงห้องผู้ป่วย รพ.ปทุมธานีและรพ.ธัญบุรี

พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ อุตฺตมปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยพระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี และประชาชนในพื้นที่จ.ปทุมธานี พร้อมคณะกรรมการบริหารงานอำเภอ (กบอ.) อำเภอเมืองปทุมธานี มีมติเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ให้จัดสร้างเหรียญพระราชมงคลวัชราจารย์ หลวงพ่อพัฒน์ ปุญฺญกาโม รุ่น เลื่อนตำแหน่ง ยกฐานะ และรุ่น ปลอดภัย ซึ่งได้รับอนุญาตจากวัดธารทหาร (ห้วยด้วน) ตำบลธารทหาร อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ แล้ว

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์นำรายได้สมทบทุน บูรณปฏิสังขรณ์ วัดบางหลวงหัวป่า (ร้าง) เพื่อเป็นสาขาของ วัดระฆังโฆสิตาราม และยกฐานะวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา และนำรายได้สมทบทุน สร้างเมรุ และศาสนสถานวัดธารทหาร (ห้วยด้วน)นำรายได้ สมทบทุน ปรับปรุงห้องผู้ป่วยอาคารศูนย์การแพทย์ 18 ชั้น โรงพยาบาลปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นำรายได้ปรับปรุงซ่อมแซมที่ว่าการอำเภอเมืองปทุมธานี และเป็นทุนสนับสนุนใช้จ่าย ในกิจการสาธารณประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา พร้อมกับผู้ที่เคารพนับถือในพระเดช พระคุณของพระราชมงคลวัชราจารย์ หลวงพ่อพัฒน์ ปุญฺญกาโม จะได้มีเหรียญที่ระลึกดังกล่าวไว้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และครอบครัวต่อไป

นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี ประธานอำนวยการการจัดสร้างวัตถุมงคลพระราชมงคลวัชราจารย์ หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม วัดห้วยด้วน  เปิดเผยว่า ในแวดวงนักสะสมพระเครื่องวัตถุมงคลยุคนี้ เชื่อมั่นว่า ไม่มีใครปฏิเสธพลังศรัทธาที่พุทธศาสนิกชนทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศมีต่อหลวงพ่อพัฒน์ เหรียญรุ่นเลื่อนตำแหน่ง ยกฐานะ และรุ่น ปลอดภัย ถือว่าเป็นเหรียญที่มีพุทธศิลป์สวยและงดงามมาก หลวงพ่อพัฒน์ฯท่านได้เมตตาเจิมบล็อกเหรียญให้ในวันที่ 24 มิถุนายน 2564 ที่วัดห้วยด้วน หลวงพ่อเมตตาอนุญาตให้ดำเนินการจัดสร้างได้ตามเจตนาที่พิจารณาแล้วว่า ทำไปด้วย เจตนาอันเป็นกุศล เพื่อนำปัจจัยรายได้มาร่วมกันสร้างสาธารณสมบัติให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งที่วัดห้วยด้วน(ธารทหาร) หรือการก่อสร้างโรงพยาบาลและการนำเงินไปช่วยพัฒนาบูรณะวัดวาอารามต่างๆในจังหวัดปทุมธานี

หลวงพ่อพัฒน์ เป็นพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคมที่มีชื่อเสียง เป็นศิษย์พุทธาคม หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ, หลวงพ่ออิน วัดหางน้ำสาคร, หลวงพ่อหมึก วัดสระทะเล และหลวงพ่อโหมด วัดโคกเดื่อหลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม นามเดิม พัฒน์ ก้อนจันเทศ เกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ค.2465 ที่บ้านสระทะเล ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ บิดา-มารดาชื่อ นายพุฒ และนางแก้ว นามสกุลเดิม (ฟุ้งสุข) พออายุครบเกณฑ์ทหารถูกคัดเลือกเข้าไปเป็นทหารกองประจำการ แต่ขณะที่จะหมดวาระปลดจากทหารเกณฑ์กลับเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) ขึ้นเสียก่อน จึงทำให้ต้องเป็นทหารต่อไปจนอายุ 24 ปี ปลดประจำการเมื่อปีพ.ศ.2489

จากนั้นเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อปีพ.ศ. 2489 ที่อุโบสถวัดสระทะเล ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี โดยมีพระธรรมไตรโลกาจารย์ (หลวงพ่อยอด) วัดเขาแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว เป็นพระกรรม วาจาจารย์ และพระอธิการชั้ว วัดสระทะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ด้วยเหตุที่ท่านร่ำเรียนสรรพวิชาวิทยาคมมากมาย ส่งผลให้วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสก มีพุทธคุณที่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ สร้างประสบการณ์มากมายในทุกรุ่นจนเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างกว้างขวาง กลายเป็นพระเกจิชื่อดังระดับประเทศ ที่ ในแต่ละวันจึงมีญาติโยมเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อกราบนมัสการ รับฟังคำสั่งสอน รับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์ที่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์จากท่าน เสริมความเป็นสิริมงคลที่วัดอย่างไม่ขาดสาย

ขณะเดียวกัน ในด้านวัตถุมงคลก็มีจัดสร้างออกมาอย่างต่อเนื่องจากคณะศิษย์ทั้งหลาย เพื่อมอบให้ผู้ที่ร่วมทำบุญร่วมสร้างบารมีกับหลวงพ่อพัฒน์ ซึ่งทุกรุ่นต่างเป็นที่ยอมรับของบรรดาเซียนพระและนักสะสมทั้งในประเทศและต่างประเทศและทุกวันนี้แม้ว่าท่านจะมีอายุ 100 ปีแล้วก็ตาม แต่หลวงพ่อท่านยังเมตตาเดินทางไปร่วมงานพุทธาภิเษก ปลุกเสกพระเครื่องรุ่นต่างๆ ที่ได้รับนิมนต์อยู่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็นวัตถุมงคลหรือพระเครื่องของวัดไหน หากนิมนต์หลวงพ่อมาท่านมักจะไม่ปฏิเสธ

สำหรับ รายละเอียดในการจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่นเลื่อนตำแหน่ง ยกฐานะ และรุ่น ปลอดภัย 2 รุ่นนี้ประกอบด้วย เนื้อทองคำหนัก 22 กรัม จัดสร้างตามสั่งจอง เหรียญละ 59,999 บาท เหรียญรวมเนื้อ 9 ชนิด ชุดใหญ่(100เหรียญ) จัดสร้าง 299 ชุด ชุดละ 22,000 บาท เหรียญรวมเนื้อ 9 ชนิด ชุดกลาง(9เหรียญ)จัดสร้าง 99ชุด ชุดละ3,999 บาท เหรียญรวมเนื้อ 9 ชนิด ชุดเล็ก(7เหรียญ) จัดสร้าง 99ชุด ชุดละ 2,999 บาท เหรียญรวมเนื้อ9ชนิด ประกอบด้วย 1.เนื้อเงินลงยา 2.เนื้อเงิน 3.เนื้อนวะลงยา 4.เนื้ออัลปาก้าลงยา 5.เนื้อทองแดงลงยา 6.เนื้อทองเหลืองลงยา 7.เนื้อสัตตะลงยา 8.เนื้อซาติน 9.เนื้อทองเหลืองผิวรุ้ง

เหรียญทั้งหมดนี้ ปลุกเสกและนั่งอธิฐานจิต โดยหลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม และหลวงพ่อชำนาญ อุตฺตมปญฺโญ โดยจะมี พิธีพุทธาภิเษก วัดธารทหาร(ห้วยด้วน) ตำบลธารทหาร อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ และวัดชินวรารามวรวิหาร ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เปิดจองวัตถุมงคล วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 รับวัตถุมงคล เดือนมกราคม 2565 เป็นต้นไป สถานที่สั่งจอง 1. ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองปทุมธานี โทร. 02-5816130 ต่อ 203คุณบุญส่ง เนียมหมวด โทร. 081-4316196 คุณจงจิต อินถา โทร. 088-2526923 คุณกาญจนา สุดชารี โทร. 089-88193952. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี โทร. 02-5934406 ต่อ 11 คุณนฤมล จุลสม โทร. 081-9014665 คุณสุดาพิชญ์ ป่าพิมาย โทร. 062-4194561

วัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นในวาระสำคัญนี้ เพื่อเป็นที่ระลึกอายุวัฒนมงคล 100 ปี หลวงพ่อพัฒน์ และบูรณปฏิสังขรณ์ วัดบางหลวงหัวป่า (ร้าง) เพื่อเป็นสาขาของ วัดระฆังโฆสิตาราม และยกฐานะวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา และนำรายได้สมทบทุน สร้างเมรุ และศาสนสถานวัดธารทหาร (ห้วยด้วน) ตำบลธารทหาร อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ นำรายได้ สมทบทุน ปรับปรุงห้องผู้ป่วยอาคารศูนย์การแพทย์ 18 ชั้น โรงพยาบาลปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นำรายได้ปรับปรุงซ่อมแซมที่ว่าการอำเภอเมืองปทุมธานี และเป็นทุนสนับสนุนใช้จ่าย ในกิจการสาธารณประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

กรมสมเด็จพระเทพฯทรงพระกรุณาโปรดบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน “เจ้าคุณเสน่ห์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/656774

วันที่ 29 มิ.ย. 2564 เวลา 20:20 น.

กรมสมเด็จพระเทพฯทรงพระกรุณาโปรดบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน"เจ้าคุณเสน่ห์"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วันพระราชทานศพพระราชญาณมงคล วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน พระราชทานศพ พระราชญาณมงคล (เสน่ห์ ปภงฺกโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร และอดีตเจ้าคณะตำบลเกาะเกร็ด จ.ปทุมธานี โดยมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน และนายบรรหาร เนาวรัตน์ นายกอบต.โก่งธนู อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ร่วมพิธีถวายภัตตาหารเพล บำเพ็ญกุศล 100 วัน พระราชทานศพ “พระราชญาณมงคล” (เสน่ห์ ปภงฺกโร) ณ ศาลาการเปรียญ วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

พระราชญาณมงคล (เสน่ห์ ปภงฺกโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร และอดีตเจ้าคณะตำบลเกาะเกร็ด ได้มีอาการอาพาธ ปวดท้องเฉียบพลัน เมื่อรุ่งเช้าของวันอาทิตย์ที่ 21 มี.ค.2564 คณะศิษย์ได้อาราธนาท่านส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนนทเวช อ.เมือง จ.นนทบุรี คณะแพทย์ได้พยายามรักษาอาการและกู้สถานการณ์ของท่านเป็นการด่วน แต่ด้วยอาการของท่านเข้าสู่ภาวะวิกฤต และได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อเวลา 12.45 น. วันอาทิตย์ที่ 21 มี.ค.2564 ด้วยภาวะหลอดเลือดสำคัญที่หน้าท้องโป่งพองและปริแตก เป็นเหตุให้ความดันโลหิตตกและถึงแก่มรณภาพ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของศิษยานุศิษย์ สิริอายุเข้าสู่ปีที่ 71 พรรษา 50

สำหรับ ประวัติพระราชญาณมงคล (เสน่ห์ ปภงฺกโร) มีนามเดิมว่า เสน่ห์ นามสกุล แดงเฟื่อง เกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2493 บ้านเลขที่ 28 ม.6 ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นบุตรของนายฉ่ำ และนางสนั่น แดงเฟื่อง เมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นปีที่ 4 เข้าพิธีบรรพชา เมื่ออายุ 12 ปี ที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี วันที่ 4 ก.ค. 2505 โดยมีพระนันทวิริยาจารย์ (กุหลาบ ธมฺมวิริโย) เจ้าคณะอำเภอปากเกร็ด เป็นพระอุปัชฌาย์ ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2513 ที่วัดเสาธงทอง ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีพระไตรสรณธัช (มาลัย ปุปฺผทาโม) วัดปรมัยยิกาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์, พระใบฎีกาจำปี วัดโปรดเกษ ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูใบฎีกาพร้อม วัดเสาธงทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พระราชญาณมงคล  มุ่งศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2527 สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค นักธรรมชั้นเอก ต่อมาในปี พ.ศ.2536 เป็นพระครูสัญญาบัตร รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ที่ พระครูวิมลธรรมาภรณ์ , พ.ศ.2538 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร ,พ.ศ.2541 เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม และเป็นเจ้าคณะตำบลเกาะเกร็ด , 5 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ พระสุเมธมุนี และ 5 ธันวาคม พ.ศ.2559 เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชญาณมงคล โสภณศาสนกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชญาณมงคล (เสน่ห์ ปภงฺกโร) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เจ้าคุณเสน่ห์”

ถือเป็นพระเกจิที่ชาวบ้านเชื้อสายไทย-มอญ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณเกาะเกร็ด ให้ความศรัทธาเป็นอันมาก ตลอดระยะเวลาที่เป็นเจ้าอาวาสวัด ได้จัดระเบียบการปกครองวัด พระภิกษุ สามเณรทุกรูปต้องปฏิบัติตนตามพระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม ในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ใช้ธรรมะกล่อมเกลาชาวบ้านให้ดำรงตนด้วยความสุจริต มิให้ลุ่มหลงมัวเมาในอบายมุข ใช้ชีวิตอย่างสมถะและพอเพียง จนรับการยกย่องให้เป็นพระนักพัฒนาที่พึ่งของชาวบ้านมีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างมุ่งมั่น การจากไปของท่านนับว่าเป็นการสูญเสียพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีและมีความรู้ในภาษามอญที่สำคัญอีกท่านหนึ่ง กรมการพัฒนาชุมชนน้อมถวายความอาลัยเป็นอย่างยิ่ง แก่การมรณภาพอย่างสงบของเจ้าคุณเสน่ห์ เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร เกจิดังแห่งเกาะเกร็ด

ส่องกองทัพน้องหมี Rare items เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660588

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

ส่องกองทัพน้องหมี Rare items เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick Absolute Siam Store เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick ขนทัพน้องหมี Rare items มาให้ได้จับจองเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop

Absolute Siam Store บนชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ แหล่งรวมสินค้าแฟชั่น งานดีไซน์ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ระหว่างแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังหรือสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมนำเสนอสินค้าสุดพิเศษ สำหรับเหล่าคอลเลคเตอร์และแฟนๆ Bearbrick ทั้งหลายบนช่องทาง OneSiam Ultimat Chat & Shop ให้ได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว กับ Rare items เด็ดมากมายที่คัดสรรมาแล้วว่าโดนใจแน่นอน

Be@rbrick Flowers Bomber 1000% ตัวนี้น่าสนใจมาก มาในไซส์ 1000% ขนาด 70 cm. เป็นการนำภาพกราฟิตี้หนึ่งในผลงานชิ้นที่โด่งดังที่สุดชิ้นนึงของ BANSKY อย่าง Flower Bomber มา collab ลงบนหมี เป็นแบร์บริคที่ฮิตสุดๆ นำไปวางมุมไหนก็สวยมากแน่นอน

Be@rbrick Mickey R&W 1000% ตัวยอดนิยมที่เป็นแนวการ์ตูนตอนนี้ต้องยกให้ Mickey เลย ด้วยดีไซน์รูปหน้าแบบน่ารักสุดๆ เป็นที่รู้จักของทุกคน ตัวนี้ห้ามพลาด นำไปตกแต่งบ้าน ออฟฟิศ หรือมอบเป็นของขวัญให้คนรู้ใจก็ได้เช่นกัน

Be@rbrick Tim 400% ตัวนี้เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่ชอบน้องตัวขนๆ พลาดไม่ได้กับ Tim 400% ตัวนี้เป็นการนำการ์ตูนสุดฮิตนำมาทำเป็นแบร์บริค ดีไซน์หุ้มเป็นขน ซึ่งรุ่นที่เป็นขนได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งตัวนี้จะมีขนไม่มากเกินไปกำลังพอดี ใครชอบแบร์บริคแบบขนน่ารัๆ ต้องไม่พลาดคว้ามาสะสมไว้ในคอลเลคชั่น

Be@rbrick Joker 100%+400% สาวกโจ๊กเกอร์พลาดไม่ได้เลยกับตัวนี้ เพราะดีไซน์จากคาแรคเตอร์การ์ตูนและภาพยนตร์ชื่อดัง สีสันสวยงาม ใครที่ชอบแนวนี้ ตัวJoker เป็นอีกตัวที่น่าสะสมทีเดียว

Be@rbrick Andy Muhammad Ali 100%+400% ตัวนี้เป็นการ collab โดยการนำนักกีฬาชื่อดังระดับโลกอย่าง Muhammad Ali มาดีไซน์ลงบนตัวของหมีแบร์บริค ใครชื่นชอบและเป็นทั้งแฟนกีฬาและแฟนแบร์บริคควรเก็บสะสมไว้ได้เลย มาเป็นแพคคู่ ตัว 100% และ 400% ใครชื่นชอบตัว 1000% ก็มีเช่นกัน

Be@rbrick Vangogh Self Protrait 1000% ส่วนตัวนี้เรียกได้ว่าสาวกBe@rbrick พลาดไม่ได้กับVangogh Self Protrait ด้วยการออกแบบร่วมกับศิลปินชื่อดัง ทั้งดีไซน์ลาย ที่ทำลงบนผิวของตัวหมี ตัวนี้จะเงานิดนึง สวยมาก เป็นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากสะสมเลย ทั้งลาย ดีไซน์และ ความนิยม วางตั้งตรงไหนสวยเท่แน่นอน

Be@rbrick Keith Haring6 100%+400% ตัวนี้สีสันโดดเด่นมากๆ มาพร้อมกับไซส์ 100% ขนาด 7 cm. 400% ขนาด 28 cm. มาเป็นคู่ในกล่องเดียวกัน เป็นลายศิลปะแนวป๊อบอาร์ตที่มีชื่อว่า Heart Face จากยุค 80 ของ Keith Haring บนพื้นหลังสีขาว สกรีนลงทั่วตัวของหมีแบร์บริค

ปิดท้ายกับ Be@rbrick Betty Boop 1000% Betty Boop ตัวนี้วางตรงไหนรับรองว่าสวยแน่นอน ด้วยหน้าตาของหมีที่น่ารัก สีที่ตัดกันเด่นชัด รวมทั้งเป็นการนำตัวการ์ตูนชื่อดังมาดีไซน์เป็นแบร์บริค ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก

ไม่เพียงแต่แบร์บริคที่โดดเด่นเหล่านี้ ยังมีแบร์บริคดีไซน์เท่ๆ น่ารักๆ อีกมากมายให้เลือกสรร สามารถเข้าไปช้อปชมกันได้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop @Absolute Siam Store หรือ Line@ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่มช้อปได้ทันที ง่ายๆแค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย

Piaget Sunlight คอลเลคชั่นใหม่จากแสงแห่งดวงอาทิตย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660306

วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 14:30 น.

Piaget Sunlight คอลเลคชั่นใหม่จากแสงแห่งดวงอาทิตย์อัพเดตแฟชั่นปลายปี ซูม 3 คอลเลกชั่นใหม่จาก Piaget แบรนด์ดังที่หยิบเอาแสงอาทิตย์มาเป็นแรงบันดาลใจ ส่งความสดใสให้ปลายฤดูฝนนี้

แสงอาทิตย์คือแหล่งกำเนิดของทุกชีวิต

เป็นความมหัศจรรย์ที่ปลุกโลกของเราให้ตื่นขึ้นพร้อมกับความสว่างไสว ไม่ว่าจะเป็นแดดอ่อน ๆ ในบรรยากาศท้องฟ้ายามเช้า, ไออุ่นที่มอบให้เราตลอดทั้งวัน หรือแม้แต่ช่วงเวลารื่นรมย์ยามเย็นก่อนลาลับขอบฟ้า โดยดวงอาทิตย์ถือเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ชิ้นงานของเพียเจต์เรื่อยมา เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต ความสดใส และความปิติยินดี ที่สะท้อนถึงการมองโลกในแง่ดี และจิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาของเมซงได้เป็นอย่างสมบูรณ์แบบ

และนี่คือคอลเลคชั่นใหม่จากดวงอาทิตย์ ที่แต่ละชิ้นผสมผสานความอบอุ่นและความเจิดจรัสของทองคำในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ที่พร้อมให้คุณเปล่งประกายได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

From Dawn to Dusk

ปีนี้ เพียเจต์ปล่อยคอลเลคชั่นเครื่องประดับ Piaget Sunlight อีกครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเดินทางของดวงอาทิตย์ ขณะเคลื่อนผ่านท้องฟ้าตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และเพื่อหยิบความเจิดจรัสเฉพาะตัวในแต่ละช่วงเวลามาถ่ายทอด นักอัญมณีศาสตร์และทีมนักออกแบบของเมซงจึงใช้หลัก “camaieu” กับอัญมณีที่เป็นเฉดสีเดียวกันเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ให้เปล่งประกายอย่างมีเอกลักษณ์และสมจริงมากที่สุด – ไม่เพียงแต่ความยากในการตามหาหินล้ำค่าเพื่อให้ได้เฉดสีที่สมบูรณ์แบบตามต้องการ แต่การประดับอัญมณีก็ใช้ความทุ่มเทไม่แพ้กัน อาทิ จี้เพียงชิ้นเดียวใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงในการฝังอัญมณีแต่ละเม็ดด้วยเทคนิค Snow Setting

The Magic of Dawn

แสงแรกแห่งรุ่งอรุณคือช่วงเวลามหัศจรรย์ที่ปลุกให้เราก้าวเข้าสู่วันใหม่ โมเมนต์อันเงียบสงบของดวงอาทิตย์ขณะเริ่มพ้นจากขอบฟ้า ช่วยขับกล่อมบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหวังและคำมั่นสัญญา เป็นอีกวันที่สามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้เป็น – เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษนี้ เพียเจต์ได้เปิดตัวแหวนโรสโกลด์ 18 กะรัต ใหม่ 2 วง; Piaget Sunlight Rose Gold Ring (G34R0500) ดีไซน์เรียบ และ Piaget Sunlight Rose Gold Diamond Ring (G34R0600) ที่จำลองภาพขณะพระอาทิตย์ขึ้น ผ่านงานแกะสลักอันเป็นซิกเนเจอร์ของเมซงอย่าง Palace Décor พร้อมประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 19 เม็ด

Watching the Sunrise

ดวงอาทิตย์กำลังหยอกล้อเล่นแสงกับสิ่งรอบตัวอย่างช้า ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำค้างบนยอดหญ้า ไปจนถึงนกบนต้นไม้ที่ขับกล่อมเช้าวันใหม่ด้วยบทเพลงอันแสนไพเราะ ประกายระยิบระยับที่ส่องมาจึงเป็นเหมือนการเติมพลังเพื่อเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีชีวิตชีวา

Piaget Sunlight Pendant (G33R1500) จี้รูปดวงอาทิตย์ขนาด 30 x 32 มิลลิเมตร ตัวเรือนไวท์โกลด์ 18 กะรัต ตกแต่งด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินที่แตกต่างกันถึงสามเฉดสี (อัญมณี 98 เม็ด ราว 2.15 กะรัต) รายล้อมไปด้วยแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าซึ่งประดับด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 61 เม็ด (ราว 0.96 กะรัต)

Piaget Sunlight Ring (G34R0900) แหวนไวท์โกลด์เข้าคู่ที่แฝงดีเทลของรัศมีแสงอาทิตย์ไว้ด้านข้างตัวเรือน ตกแต่งด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตรวม 102 เม็ด (ราว 1.33 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 17 เม็ด (ราว 0.21 กะรัต)

ต่อด้วยตุ้มหูในธีมสีเดียวกันกับ Piaget Sunlight Hoops Earrings (G38R7400) ตัวเรือนไวท์โกลด์ 18 กะรัต ประดับแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัต 18 เม็ด (ราว 0.11 กะรัต) และเพชรเจียระไนแบบเดียวกัน 36 เม็ด (ราว 0.52 กะรัต)

นอกจากนี้ ยังมี นาฬิกา Limelight Gala Sunrise (G0A46183) เรือนเวลาที่หยิบประกายงามของดวงอาทิตย์ยามเช้าขณะซ่อนตัวอยู่หลังก้อนเมฆมาเล่าเรื่องราว – ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีน้ำเงินไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) และเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) หน้าปัดประดับเพชรกว่า 289 เม็ด (ราว 1.76 กะรัต) ซึ่งแต่ละเม็ดถูกฝังอย่างประณีตด้วยเทคนิค Snow Setting เข้าคู่สายรัดข้อมือที่ตกแต่งด้วยเทคนิคงานฝีมือแบบ Palace Décor ผลิตจำกัดเพียง 18 เรือน ซึ่งแต่ละชิ้นมีหมายเลขกำกับไว้

The Sun at its Zenith

แสงเหลืองอร่ามเหนือศีรษะ ยามเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นถึงจุดสูงสุด คือช่วงเวลาอันทรงพลังที่เมซงหยิบมาสะท้อนถึงความกระตือรือร้น และการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวคุณเอง ดังปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า “Always doing better than necessary” และนี่คือเหล่าชิ้นงานที่ประดับประดาด้วยเพชรและแซฟไฟร์สีเหลือง เพื่อเฉลิมฉลองโมเมนต์ที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

อย่างแรกคือ Piaget Sunlight Pendant (G33R1600) จี้สัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ขนาด 30 x 32 มิลลิเมตร ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต ประดับด้วยแซฟไฟร์สีเหลืองสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัต 98 เม็ด (ราว 2.15 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 61 เม็ด (ราว 0.96 กะรัต)

Piaget Sunlight Ring (G34R1000) แหวนเข้าคู่ที่เจิดจรัสด้วยประกายทองของเยลโลว์โกลด์ ตกแต่งด้านข้างตัวเรือนด้วยลวดลายรัศมีแสงอาทิตย์ ประดับแซฟไฟร์สีเหลืองสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตรวม 102 เม็ด (ราว 1.35 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 17 เม็ด (ราว 0.21 กะรัต)

Piaget Sunlight Hoop Earrings (G38R7500) ตุ้มหูในธีมสีเดียวกัน ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต ประดับแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีเหลือง 18 เม็ด (ราว 0.09 กะรัต) และเพชรเจียระไนแบบเดียวกัน 36 เม็ด (ราว 0.52 กะรัต)

ปิดท้ายธีมด้วย Limelight Gala Sunlight (G0A46189) เรือนเวลาที่หยิบยืมความเจิดจรัสของดวงอาทิตย์ ขณะหยอกล้อเล่นแสงยามเที่ยงวันมาเป็นแรงบันดาลใจ – ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ผสมผสานแซฟไฟร์ บริลเลียนต์คัตสีเหลืองไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) กับเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) ไว้อย่างเข้ากัน หน้าปัดประดับเพชร 289 เม็ดด้วยเทคนิค Snow Setting จับคู่สายรัดข้อมือไฮจิวเวลรี่ที่สอดประสานเพชรบริลเลียนต์คัต 267 เม็ด 327 เม็ด (ราว 11.83 กะรัต) และแซฟไฟร์สีเหลืองน้ำงามอีก 124 เม็ด (ราว 4.58 กะรัต) ได้อย่างโดดเด่น ทั้งยังมอบสัมผัสที่บางเบาเป็นเนื้อเดียวกับข้อมือ ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น

Sunset Time

ถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์เตรียมลับขอบฟ้า เหลือทิ้งไว้เพียงประกายนวลสีชมพูอมม่วง โมเมนต์แสนโรแมนติกที่ไม่ว่าใครก็อยากแบ่งปันร่วมกับคนที่รู้ใจ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง และความสนุกสนานที่คาดไม่ถึง

โดยเมซงถอดรหัสความโรแมนติกเมื่อยามพระอาทิตย์ตก ผ่านประกายนวลของโรสโกลด์ 18 กะรัต กับ 4 ชิ้นงานที่น่ายินดี เริ่มต้นด้วย Piaget Sunlight Pendant (G33R1700) จี้สัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ขนาด 30 x 32 มิลลิเมตร ประดับด้วยแซฟไฟร์สีชมพูสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัต 110 เม็ด (ราว 2.38 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 49 เม็ด (ราว 0.79 กะรัต)

Piaget Sunlight Ring (G34R1100) แหวนเข้าคู่ที่สะท้อนประกายงามของท้องฟ้ายามเย็นได้เป็นอย่างดี ตัวเรือนด้านข้างตกแต่งด้วยลวดลายรัศมีแสงอาทิตย์ ประดับแซฟไฟร์สีชมพูสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตรวม 102 เม็ด (ราว 1.35 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 17 เม็ด (ราว 0.21 กะรัต)

Piaget Sunlight Hoop Earrings (G38R7600) ตุ้มหูตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัต ประดับแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีชมพู 36 เม็ด (ราว 0.62 กะรัต) และเพชรเจียระไนแบบเดียวกัน 18 เม็ด (ราว 0.09 กะรัต)

Limelight Gala Precious Sunset (G0A46182) เรือนเวลารับซัมเมอร์ที่มาพร้อมประกายอบอุ่นของดวงอาทิตย์ยามอัสดง – ตัวเรือนโรสโกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับด้วยแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีชมพูไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) และเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) ตัดรับกับหน้าปัดมาเธอร์ออฟเพิร์ลสีขาวได้อย่างลงตัว จับคู่สายรัดข้อมือซาตินสีขาว ผลิตจำกัดเพียง 50 เรือน

Three Piaget Sunlight Diamond Creations

ปิดท้ายการเดินทางของดวงอาทิตย์ในปีนี้ด้วย ชุดสร้อยคอ, สร้อยข้อมือ และตุ้มหู ที่ให้คุณคอมพลีทลุคได้หลากสไตล์ ทุกชิ้นทำขึ้นจากไวท์โกลด์ 18 กะรัต พร้อมแต่งแต้มประกายของแสงอาทิตย์ด้วยเพชรเม็ดงาม

Piaget Sunlight Necklace (G37R5600) สร้อยคอประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 7 เม็ด (ราว 0.42 กะรัต) จับคู่สร้อยข้อมือดีไซน์เดียวกัน Piaget Sunlight Bracelet (G36R1000) ประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 7 เม็ด (ราว 0.43 กะรัต) มิกซ์แอนด์แมตช์ ด้วย Piaget Sunlight Drop Earrings (G38R7700) ตุ้มหูประดับด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 8 เม็ด (ราว 0.54 กะรัต) ที่สวมใส่ได้ถึงสามแบบ 1) แบบสั้นด้วยโซ่เพียงเส้นเดียว 2) แบบยาวโดยให้ส่วนที่ยาวกว่าอยู่ด้านหลังใบหู หรือ 3) แบบอสมมาตรด้วยสายโซ่สองเส้นในข้างเดียว

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

#Piaget #PiagetSunlight

“รู้รอบ รู้ลึก” ในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไปจากมุมมอง SEAC #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660300

วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 14:01 น.

“รู้รอบ รู้ลึก” ในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไปจากมุมมอง SEAC“รู้รอบ รู้ลึก” แบบ T-Shaped & M-Shaped Skills ทักษะที่ผู้นำ คนทำงานทุกระดับต้องมี ในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไป จากมุมมอง SEAC และ 3 ทักษะคนทำงานทุกระดับต้องเร่งพัฒนา ปี 2021 – 2022

เคยมีคำถามว่า ถ้าเราในฐานะผู้นำ ลงทุนใน “คน” หรือ “พนักงาน” แต่เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป กับ ถ้าเราไม่ได้ลงทุนอะไรเลยในพนักงานของเรา แล้วเขาอยู่กับเราตลอดไป ตัวเลือกไหนจะเป็น สิ่งที่น่าเสียดายมากกว่ากัน? จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมต้องเลือกพัฒนาทักษะให้กับทั้งตัวเราและคนทำงานตลอดเวลา เพราะแน่นอนว่าทักษะเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ ผ่านไปนานวันเข้าจะเข้าสู่ระยะหมดอายุ และไม่สามารถใช้งานได้อีก คีย์เวิร์ดสำคัญของเกมส์การอยู่รอดในครั้งนี้คงหนีไม่พ้น การเร่งปรับตัว เพื่อรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยิ่งสำหรับคนทำงานในยุควันนี้ ที่ต้องเจอกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การใช้ทักษะเพื่อแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ รวมถึงสร้างผลลัพธ์ในบริบทงานที่เปลี่ยนไปทำให้ไม่สามารถใช้ชุดทักษะในสายงานที่มีอยู่เดิมเพียงอย่างเดียว ขับเคลื่อนผลลัพธ์ใหม่ด้วยความรวดเร็วได้ แต่จำเป็นต้องพัฒนาทักษะแวดล้อมให้มีความคล่องตัว และสามารถส่งมอบผลลัพธ์ (Job Outcomes) ด้วยการเติมทักษะรอบด้าน ที่จำเป็นในการทำงานรูปแบบใหม่ของแต่ละกลุ่มงาน (Job-based skills) กล่าวคือคนทำงานต้องมีความรู้และทักษะที่นอกเหนือจากสายงานของตัวเอง เรียกได้ว่า ยิ่งมี ”ทักษะรอบด้าน” มากเท่าไหร่ ยิ่งได้เปรียบ มากเท่านั้น โดยตระหนักรู้เสมอว่า การพัฒนาตัวเองและเพิ่มทักษะเป็นเรื่องที่ “ต้องทำ” และต้องทำให้เร็วที่สุด หากไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล Director of Product Marketing, YourNextU by SEAC (เอสอีเอซี) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “ปัจจุบัน การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว “คน” รวมไปถึงธุรกิจในหลากหลายภาคส่วน ล้วนถูกผลกระทบในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจถดถอย ภาวะตกงาน จนทำให้เกิดอัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความท้าทายใหม่ของคนทำงานในทุกๆ ระดับที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่เปลี่ยนไป คนเก่งในองค์กร อาจจะกลายเป็นแค่คน(เคย)เก่ง เมื่อไม่สามารถทำวิธีเดิมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิม บนบริบทธุรกิจที่เปลี่ยนไป องค์กรต่างๆ กำลังต้องการสร้าง Multi-Skills Talent Pool ที่ช่วยให้องค์กรยืดหยุ่น คล่องตัวมากขึ้น และทลาย Silo ให้คนในองค์กรที่แตกต่างกันสามารถต่อยอดและทำงานร่วมกันได้ดีมากขึ้น นิยามความเก่ง เปลี่ยนไป จนหลายๆ คนเกิดการตั้งคำถามที่ว่า ถ้าอยากเป็นคนเก่งยุคนี้ต้องเริ่มจากอะไร?

“SEAC ในฐานะผู้นำด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำเสมอ คือ เราต้องการกระตุ้นให้คนไทยเกิดการรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้นำ บุคลากรและกลุ่มคนทำงานทุกระดับ ทั้งเรื่องของ Mindset, Hard Skills และ Soft Skills โดยเฉพาะการเรียนรู้เพื่อสร้างคนที่รู้กว้าง (Multi-Skills Profile) ในแบบ T-Shaped และ M-Shaped Skills เพื่อพัฒนาทักษะทั้งแนวลึกและแนวกว้างที่ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ผนวกกับ Learning Mindset ซึ่งทำให้คนที่รู้กว้าง (Multi-Skills Profile) มีความได้เปรียบ และเป็นที่ต้องการขององค์กรยุคนี้ เพราะนอกจากมีทักษะการเรียนรู้ที่ “รู้รอบ รู้ลึก” แล้ว ยังผนวกองค์ความรู้ต่างๆ และเปิดรับสิ่งใหม่ ทำให้สามารถหมุนตัวเองและทำงานที่หลากหลายอย่างคล่องตัวและเชี่ยวชาญ”

3 ทักษะคนทำงานทุกระดับต้องเร่งพัฒนา ปี 2021 – 2022

การหมั่นพัฒนาทักษะไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ สิ่งแรกที่เราต้องมีคือ Mindset ที่พร้อมจะเปลี่ยน หากยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน คือ ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนเดียวกัน และเพื่อนร่วมงานของคุณ มี Growth Mindset มองวิกฤติให้เป็นโอกาส กลับกันที่คุณมี Fixed Mindset ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เพื่อนร่วมงาน ก็จะนำหน้าไปก่อนอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันกับ องค์กรที่บริหารคนมากมาย อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ไวคือการที่องค์กรไปให้ความสำคัญกับเครื่องมือในการช่วยเหลือมากเกินไป โดยละเลยพื้นฐานสำคัญ อย่าง Mindset จึงทำให้ไม่สามารถเกิดการ Transform อย่างแท้จริง

· ทักษะการบริหารจัดการตัวเอง (Self-Management Skills) – เริ่มต้นที่ Mindset ว่าทำอย่างไรจะสามารถจัดการกับปัญหาหรือความเครียดที่เกิดขึ้น การมีมุมมองความคิดที่ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์จะทำให้เราสามารถปรับมุมมอง (Reframe) ต่อสถานการณ์นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี พอเห็นโอกาสเกิดขึ้น เราก็จะสามารถกระตุ้นตัวเราไปให้ถึงเป้าหมาย

· ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Interpersonal Skills) – การทำงานร่วมกับคนที่แตกต่างให้สามารถต่อยอดออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดีได้ โดยอาศัย การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) และการรับฟัง (Listening) ในการทำงานร่วมกันระหว่างทีม ความท้าทายใหม่จะเกิดขึ้นระหว่างหัวหน้าและลูกน้องทั้งในและนอกแผนก อีกทั้ง ใครๆ ก็สามารถเป็นผู้นำได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ และตัวบุคคลเองก็สามารถมีทักษะ ภาวะผู้นำในตนเอง (Self-Leadership) หากเข้าใจถึงภาพใหญ่ว่าทำไมเราต้องเปลี่ยนการกระทำแบบเดิมๆ เพื่อมุ่งพิชิตเป้าหมายองค์กรไปด้วยกัน

· ทักษะการรู้รอบด้านในแต่ละสายงาน (Job-based skills) – เมื่อความรู้มีวันหมดอายุ ทักษะการรู้รอบด้านในสายงานที่เกี่ยวข้อง คือสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสนใจ ทั้งระดับผู้บริหารหรือคนทำงานต้องรีสกิลหลากหลายทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในโลกทุกวันนี้ เสริมทักษะการทำงานรอบด้าน ผสมผสานทั้ง Hard Skills และ Soft Skills สู่การนำไปสร้างผลงานให้โดดเด่นได้ทันที

“สิ่งนี้ คือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด YourNextU by SEAC สังคมการเรียนรู้คุณภาพ ที่ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากถึง 30,000 คน เราอยากให้คนไทยได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยแนวคิดที่มุ่งยกระดับการเรียนรู้สู่มิติใหม่ มองการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ผสมผสานวิธีการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน (Blended Learning) จัดสรรให้เข้ากับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล (Personalized Learning) และเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน โดย YourNextU by SEAC ได้รวบรวมหลักสูตรชั้นนำจากสถาบันการศึกษาชื่อดังระดับโลก อย่าง The Arbinger Institute และ The Ken Blanchard Companies เป็นต้น เพื่อสร้างบริบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้เรียนด้วยคอร์สการเรียนรู้ อาทิ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) วิธีคิดเพื่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Outward Mindset) ทักษะการเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Empathy) กระบวนการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ศาสตร์แห่งการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) การพัฒนาบริหารทีม (E3s Leader Series – Engage Empower Execute) และคอร์สทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นต่อโลกทำงานปัจจุบันและในอนาคต ล่าสุด YourNextU by SEAC ออกหลักสูตรคอร์สเรียนออนไลน์และ Virtual Classroom สอนสดผ่านซูม “Job-based Skills Pack” ที่มัดรวมกลุ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็น เหมาะกับบริบทของแต่ละสายงาน ไม่ว่าจะเป็น Digital Marketing, Sales, Data Analyst, Human Resources และสายอาชีพอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของตลาด ตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

นางสาวนิภัทรา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและผันผวนของโลกในปัจจุบัน ทักษะวิธีการที่เคยใช้ได้ดีในวันนี้ วันหน้าอาจจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เราควรจะทำมากกว่านั้นคือ การพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องให้เท่าทันบริบทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมิติการอัพสกิลมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากการอัพสกิลให้รู้รอบด้านในสายงานปัจจุบัน (Job-based skills) การอัพสกิลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง แต่เป็นการจับเทรนด์โลก (World Trends Captured Skills) ว่าสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไปนั้นมีผลกระทบต่อเรามากน้อยแค่ไหน หรือ การอัพสกิลที่สอดคล้องกับแพชชั่นเป็นหลัก เช่น ถ้าวันนี้ไม่ได้ทำอาชีพนี้แล้ว อยากทำอาชีพอะไร เพราะความรู้หมดอายุเร็วมาก ต้องหมั่นเติมเสริมสร้างคุณค่าในตัวเอง ให้เป็นคนที่สดใหม่ ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน”

ค้นพบหลักสูตรแรก Digital Marketing ในหมวด Job-based Skills Pack ที่ YourNextU ได้ทำการสำรวจและ รวมทักษะที่บริษัทชั้นนำมองหาในนักการตลาดดิจิทัล เรียกได้ว่าหากอยากรุ่งในสายงานนี้ ทักษะพวกนี้ต้องมี ถ้ายังไม่มี ต้องรีบแล้ว! มัดรวมกลุ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็น เลือกเรียน Virtual Class ได้ไม่จำกัด สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานและธุรกิจของคุณได้จริง เรียนรู้ไปด้วยกันกับ YourNextU by SEAC คลิกเลย https://www.yournextu.com/th/Digital-maketing-5skills